เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 51
1.9 u = −3 และ v = 2
5 3
2 1
−1 −2
1.10 u = และ v =
1 −3
1.11 u = 2i − 3 j และ v = 2 j − i
1
1.12 u = −2 และ v = i − k
2
2. เวกเตอรใ์ นขอ้ ใด ตงั ฉากกนั
−1 1
−2
2.1 1 กบั
2 1
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 52
2.2 i − j กับ i + j
2.3 3 กบั 3i − 2j
2
2.4 2i − j + k กบั i − 2k
2.5 3 กับ 8
4 −6
2.6 5i − 4 j กับ 4i + 5 j
2.7 3 i + 2 j กับ 4 i − 3 j
4 3 3 2
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 53
3. จงหา x ทีท่ ้าให้เวกเตอร์ต่อไปนี ตังฉากกนั
3.1 x กบั −2
6 3
3.2 x กบั 10
5 6
6 10
x −12
3.3 กบั
3 −4
x x − 3
1
3.4 −2 กับ x +
x + 5 1
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 54
4. ก้าหนด u กับ v เปน็ เวกเตอรใ์ นระบบสองมติ ิ โดย u = 3i + 4 j และ v = i + 2 j จงหาเวกเตอร์
ท่ีมีขนาดเท่ากบั u และตังฉากกับ v
5. กา้ หนด u กับ v เป็นเวกเตอรใ์ นระบบสองมติ ิ โดย u = 4i − 3 j และ v = 2i − 5 j จงหาเวกเตอร์
ทม่ี ีขนาดเท่ากบั u และตงั ฉากกับ u + v
6. จงหาสมการเสน้ ตรงทลี่ ากผา่ นจุด (1,2) และขนานกบั เวกเตอร์ 3i − 4 j ในระบบสองมติ ิ
7. จงหาสมการเสน้ ตรงท่ลี ากผา่ นจุด (2,-3) และตงั ฉากกบั เวกเตอร์ 3i + 4 j ในระบบสองมิติ
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 55
8. ก้าหนด u = 4 , v = 3 และ u ตงั ฉากกับ v จงหา u − v
9. ก้าหนด u = 15 , v = 8 และ u ตงั ฉากกบั v จงหา u + v
10. กา้ หนด u = 4i − 3 j , v = 8i + 6 j จงหา u − v
11. กา้ หนด u = 2 , v = 3 และ u ทา้ มุม 60 กับ v จงหา
11.1 u + v
11.2 u − v
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 56
11.3 u + 2v
11.4 2u − 3v
12. ก้าหนด u และ v เป็นเวกเตอร์ใดๆ โดยที่ u = 1 , v = 3 และ u ท้ามุม60 กับ v
u+v
ค่าของ 2u − v เทา่ กบั เท่าใด [PAT1 (ม.ี ค 54)]/15]
13. ก้าหนด u และ v เป็นเวกเตอร์ใดๆ โดยที่ u = i + 3 j , v = 3 และ u − v = 4
คา่ ของ u + v เท่ากับเทา่ ใด [PAT1 (ก.ค 53)]/16]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 57
14. กา้ หนด u และ v เป็นเวกเตอร์ท่ีมขี นาดหนึ่งหนว่ ย ถ้าเวกเตอร์ u + 2v ตังฉากกับเวกเตอร์ 2u + v
แลว้ u v เท่ากบั เทา่ ใด [PAT1 (ม.ี ค 52)]/25]
15. ก้าหนด u และ v เป็นเวกเตอร์ทีม่ ีขนาดหนง่ึ หนว่ ย ถ้าเวกเตอร์ 3u + v ตังฉากกบั เวกเตอร์ u + 3v
แล้วเวกเตอร์ 5u − v มขี นาดเท่ากับเทา่ ใด [PAT1 (ก.ค 52)]/24]
16. ก้าหนด u ,v และ w เปน็ เวกเตอร์ในระนาบ ขอ้ ใดต่อไปนีถกู ตอ้ ง [PAT1 (ต.ค 53)]/15]
1. (u v)2 (u u)(v v)
( )2. 2
ถ้า (u v)2 = uv
แลว้ u ตังฉากกับ v
3. ถ้า u + v + w=0 , u = 3 , v = 4 และ w = 7 แลว้ u v = 12
2 22
4. u − v = u − v
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 58
17. กา้ หนดให้ u และ v เป็นเวกเตอรใ์ ดๆ ซง่ึ ไมใ่ ช่เวกเตอร์ศูนย์ ขอ้ ใดต่อไปนถี ูกตอ้ ง [PAT1 (มี.ค 55)]/14]
2 22
1. u − v u − v
2 22
2. ถา้ u ตังฉากกบั v แลว้ u − v = u + v
18. ก้าหนดให้ a และb เป็นเวกเตอร์ใดๆ ท่ไี มเ่ ป็นเวกเตอร์ศูนย์ ข้อใดต่อไปนถี กู ต้อง [PAT1 (ต.ค 58)]/27]
1. ถ้า a ขนานกบั b แล้ว a − b = a − b
222
2. ถา้ a + b = a + b แล้ว a ตงั ฉากกบั b
3. ถา้ เวกเตอร์ a + b ตังฉากกบั เวกเตอร์ a − b แลว้ a = b
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 59
19. ก้าหนดให้ u และ v เปน็ เวกเตอรท์ ี่ไมใ่ ช่เวกเตอร์ศูนย์ ซ่งึ u ตงั ฉากกับ v และ u + v
ตงั ฉากกับ u − v ขอ้ ใดต่อไปนีเปน็ จริง [PAT1 (ต.ค 52)]/1-13]
1. u = v
2. u + 2v ตังฉากกับ 2u − v
20. ก้าหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอร์ซึ่ง u v u v ถ้า a(v − 2u) + 3u = b(2u + v)
แล้วคา่ ของ a อยู่ในช่วงใดต่อไปนี [PAT1 (ก.ค 52)]/25]
1. 0, 1 2. 1 , 1 3. 1, 3 4. 3 ,2
2 2 2 2
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 60
21. ก้าหนด u ,v และ w เป็นเวกเตอรใ์ นระนาบ และ x, y เปน็ จา้ นวนจรงิ โดยท่ี u = xi + y j
v = 4i − 3 j และ w = 2i + j ถ้า 2 = 2 + 2 และ 5x +5y = 21
u−v u v
แล้วคา่ ของ u w เท่ากับเท่าใด [PAT1 (ต.ค 53)]/14]
22. ให้ a และ b เป็นเวกเตอร์ ก้าหนดโดย a = i + 1 j − 3pk และ b = −2 pi + 2 j + pk
2
เมอื่ p เปน็ จ้านวนจริง ถ้า a ตังฉากกบั b และขนาดของ b เท่ากบั 3 แลว้ ค่าของ p อยูใ่ นช่วงใด
ต่อไปนี [PAT1 (มี.ค 53)]/14]
1. −3, − 3 2. − 3 , 0 3. 0, 3 4. 3 , 3
2 2 2 2
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 61
23. กา้ หนดให้ a , b และ c เปน็ เวกเตอร์บนระนาบซง่ึ กา้ หนดโดย a = xi + 12 j , b = 6i + y j
5
และ c = 2i + j เม่อื x และ y เป็นจ้านวนจรงิ ถ้า b − c = 5 เวกเตอร์ a ตงั ฉากกบั เวกเตอร์ b
และ a c 0 แล้วค่าของ 5a + b 2 เท่ากับเทา่ ใด [PAT1 (ม.ี ค 56)]/45]
24. พิจารณาขอ้ ความต่อไปนี ข้อใดต่อไปนถี ูกตอ้ งบา้ ง [PAT1 (ม.ี ค 56)]/15]
1. ใหเ้ วกเตอร์ w = ai + b j + ck เมอ่ื a, b และ c เป็นจ้านวนจริง และให้เวกเตอร์
u = i + 2 j + k และ v = i − j + k ถา้ เวกเตอร์ w ตงั ฉากกบั เวกเตอร์ u และเวกเตอร์ v
แลว้ a + b + c = 1
2. ให้เวกเตอร์ u = 2i + j และ v = ai + b j เป็นเวกเตอรใ์ นระนาบ ถ้า v = 3
5
และ u v = 3 แล้วเวกเตอร์ u ท้ามุม 60 กับเวกเตอร์ v
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 62
25. ก้าหนด ABC เป็นรูปสามเหลี่ยม โดยทด่ี ้าน AB ยาว 5 หนว่ ย ด้าน BC ยาว 12 หน่วย และมมุ
ABˆC เทา่ กับ 60 ถ้าเวกเตอร์ u = AB เวกเตอร์ v = BC และเวกเตอร์ w = CA
แล้ว (2u − v) w เท่ากับเทา่ ใด [PAT1 (พ.ย 57)]/12]
26. ก้าหนดให้ จุด A(−1,1) , B(2,5) และC(2,−3) เป็นจดุ ยอดของรปู สามเหล่ยี ม ABC ให้ L
เป็นเสน้ ตรงที่ผ่านจดุ A และจดุ B ลากสว่ นของเส้นตรงCD ตงั ฉากกับเส้นตรง L ทจี่ ุด D
แลว้ เวกเตอร์ AD เท่ากบั เท่าใด [PAT1 (ม.ี ค 55)]/12]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 63
27. ก้าหนด u = 2i − 5 j และ v = i + 2 j ให้ w เป็นเวกเตอร์ โดยที่ u w = −11
และ v w = 8 ถา้ เปน็ มมุ แหลมท่เี วกเตอร์ w ทา้ มุมกบั เวกเตอร์ 5i + j แล้ว
tan + sin 2 เท่ากับเทา่ ใด [PAT1 (ก.ค 53)]/32]
28. กา้ หนดให้ a , b และ c เปน็ เวกเตอร์ซึ่ง a + b + c = 0 , a + b = 5 , b + c = 3
และ b = 10 ข้อใดตอ่ ไปนถี กู ตอ้ งบ้าง [PAT1 (เม.ย 57)]/14]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 64
29. ก้าหนดให้ u ,v และ w เปน็ เวกเตอรบ์ นระนาบซง่ึ u + v − w = 0 , u w = 8 และ
v w = −2 ถ้าเวกเตอร์ w ท้ามมุ arcsin 1 กับเวกเตอร์ u แล้วคา่ ของ u 2 + v 2
3
เท่ากับเท่าใด [PAT1 (ต.ค 55)]/15*]
30. กา้ หนดให้ A และ B เป็นเวกเตอรบ์ นระนาบ โดยท่ี A = 16i + a j และ B = 8i + b j
เม่ือ a และ b เป็นจา้ นวนจริง ถา้ A = B และเวกเตอร์ B ท้ามุม 60 กบั เวกเตอร์ A
แลว้ คา่ ของ (a + b)2 เทา่ กับเทา่ ใด [PAT1 (ต.ค 58)]/16]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 65
ผลคณู เชงิ เวกเตอร์ (Cross Product)
การครอส คอื การคูณระหวา่ งเวกเตอรก์ บั เวกเตอร์ ผลลพั ธ์ที่ได้จะเปน็ “เวกเตอร์” โดยการครอส
สามารถท้าไดก้ บั เวกเตอร์ในระบบสามมติ เิ ท่านน้ั
ผลคูณเชงิ เวกเตอร์ของ u และ v เขียนแทนด้วยสัญลกั ษณ์ u v อา่ นว่า ยูครอสวี ซึง่ จะหาได้จาก
x1 x2 y1 z2 − z1 y2
y1 y2 = z1 x2 − x1 z2
z1 z2 x1 y2 − y1 x2
2 3
−1
ตัวอย่างที่ 36 2 =
1 −1
ตัวอยา่ งท่ี 37 (−i + 2 j − 3k) (2i − j + k) =
จะสังเกตว่าการครอสเวกเตอรจ์ ะคล้ายๆ กับการหาdet ในเรื่องเมทริกซ์ เราสามารถครอสเวกเตอร์อกี วิธี
ได้จาก x1 x2 = det i j k
y1 y2 x1 y1
z1
x2 y2 z2
z1 z2
2 3
−1
ตัวอย่างท่ี 38 2 =
1 −1
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 66
สมบัติของผลคณู เชิงเวกเตอร์ (Cross Product)
ก้าหนดu ,v และ w เป็นเวกเตอรใ์ ด ๆ และ a เปน็ จา้ นวนจรงิ
1. u v = −(v u )
2. u u = 0
3. ถ้า u ขนานกับ v แล้ว u v = 0 ; u 0,v 0
4. (au ) v = u (av) = a(u v) สมบตั ิการเปลย่ี นกล่มุ
5. u (v w) = (u v) (u w) สมบัตกิ ารแจกแจง
6. ถ้า เป็นมมุ ระหว่าง u และ v แล้ว uv = u v sin
อยา่ งที่เรารวู้ ่าการครอส ผลลัพธ์ที่ไดจ้ ะเปน็ “เวกเตอร์” ดังนนั ก็ตอ้ งมีทศิ ทาง โดยเราจะหาทิศทางของ
uv ไดจ้ ากการใชม้ ือขวา (ชีตามตัวตัง กา้ ตามตวั ครอส ทศิ คอื นว้ิ โป้ง) ตามภาพ
ตัวอย่างที่ 39 ให้ u = 2i + j + k และ v = −i + 2 j + k ถา้ ให้ เป็นมุมระหวา่ ง u และ v
จงหา sin
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 67
ตวั อย่างท่ี 40 u และ v เป็นเวกเตอรอ์ ยู่บนระนาบ XY และทา้ มมุ กัน 30 โดยที่ u ชีไปตามแกน X
ทางบวก และชีไปทาง X ,Y มคี ่าเป็นบวกทังคู่ ถา้ u = 2 และ v = 1
จงหาขนาดและทิศทางของ u v
ตวั อย่างท่ี 41 s และ t เปน็ เวกเตอร์อยบู่ นระนาบ XY และท้ามมุ กัน 90 โดยท่ี s ชไี ปตามแกน Y
ทางลบ และ t ชีไปตามแกน Z ทางบวก ถา้ s = t = 3 จงหาขนาดและทิศทาง
ของ s t
แบบฝกึ หดั ท่ี 6
1. จงหา u v เมื่อกา้ หนด u และ v ดังตอ่ ไปนี
1.1 u = 2i + 4 j − 2k และ v = i + 4 j − k
1.2 u = 3i + j − 2k และ v = i + 2 j + k
1.3 u = 7i − j + 3k และ v = −2i + j − 3k
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 68
1.4 u = 3i + 5 j − k และ v = 3i + 2 j − k
1.5 u = 8i − 2k และ v = 2 j − k
2. จงหาผลครอสต่อไปนี
2 1
3
2.1 1 =
−1 0
1 −2
2.2 2 1 =
−1 −2
2.3 (i − j + 3k) (i + 2 j − k)
2.4 (2i + j − k) (4i + j − 5k)
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 69
3. เวกเตอรท์ ี่ก้าหนดให้ตอ่ ไปนี เวกเตอร์คใู่ ดที่ขนานกัน (กา้ หนดให้ใช้ความรู้เร่อื งผลคณู เชงิ เวกเตอร์)
3.1 3i + j − 2k กบั 9i + 3 j − 6k
3.2 6i + 2 j − k กบั 6i + 2 j + k
3.3 6i − 2 j + 2k กับ −3i + j − k
3.4 3i + 5 j − k กับ −3i − 4 j + k
3.5 −8i +2j +k กบั 3i − 3 j − 3 k
4 8
4. ถ้า 3 + x j −k ขนานกบั −4i −9 j + 8 k จงหา x
2i 3
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 70
5. ถา้ 20 xi + j − 3k ขนานกบั −5i − x j + 3 k จงหา x
2
6. กา้ หนด A(1,2,3), B(2,3,1) และ C(2,4,2) ถา้ เป็นมุมระหว่าง AB กบั AC แลว้
จงหาคา่ sin
7. กา้ หนด u = 2i − 3 j + 5k และ v = −2i + j − 3k จงหาเวกเตอรท์ ่มี ีขนาดเท่ากับ u
และตังฉากกบั v
8. ก้าหนด u = 5i − 3 j + 4k และ v = −2i − 3 j + 5k จงหามุมระหว่าง u กับ v
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 71
9. u และ v เป็นเวกเตอรห์ น่งึ หน่วย และมุมระหวา่ ง u และ v เท่ากบั 135 จงหา u v
10. ก้าหนด u = 3 , v = 5 และ u v = 12 จงหามมุ ระหว่าง u กบั v
11. กา้ หนดเวกเตอร์ u = ai + 2 j + bk เม่อื a และ b เปน็ จา้ นวนจรงิ ถ้า u j = 2
แลว้ u 2 เท่ากับเท่าใด [PAT1 (เม.ย 57)26]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 72
12. ให้ u = ai + b j + 2k และ v = 2ai − 3b j โดยที่ a,b เปน็ จา้ นวนเตม็ บวก และ เป็นมมุ
ระหว่าง u และ v ถ้า u =3 และ cos = 1 แล้ว uv มคี ่าเท่ากับเท่าใด [A-NET 50/1-10]
3
13. ใหเ้ วกเตอร์ v = ai + b j + ck เมอ่ื a,b และ c เป็นจา้ นวนจริง และใหเ้ วกเตอร์u = i − k
และ w = 2i + j + 2k ถ้าเวกเตอร์ v มที ศิ เดียวกับเวกเตอร์ u w และขนาดของเวกเตอร์ v
เท่ากับ 6 2 หนว่ ย แลว้ ค่าของ a − b + c เท่ากับเท่าใด [PAT1(ต.ค 59)/32]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 73
14. ก้าหนดให้ a และ b เปน็ เวกเตอร์โดยท่ี a b = 15 , a = 6 และ (2a + b) (a − b) = 32
คา่ ของ a − 2b เทา่ กับเทา่ ใด [PAT1(ต.ค 59)/24]
15. ให้ u ,v และ w เป็นเวกเตอร์ท่ีไมเ่ ทา่ กับเวกเตอร์ศนู ย์อยูบ่ นระนาบเดยี วกัน
โดยที่ u −v − w = 0 , u = 2 w และ v = 3 w ถา้ เป็นมุมระหว่าง u และ v
แลว้ sin เทา่ กับเท่าใด [PAT1(ม.ี ค 60)/6]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 74
16. ก้าหนดใหเ้ วกเตอร์ a = i + j − 2k ถา้ b เป็นเวกเตอร์ในสามมิติ โดยท่ี (b + a) (b − a) = 10
และเวกเตอร์ a ทา้ มมุ 60 กบั เวกเตอร์b แล้วจงหาขนาดของเวกเตอร์ ab [PAT1(ก.พ 61)/11]
17. ให้ a ,b และ c เปน็ เวกเตอรใ์ นสามมิติ โดยที่ a = i + j , b = 3i − 2 j + 3 2 k เวกเตอร์ c
ท้ามุม 45 และ 60 กับเวกเตอร์ a และเวกเตอร์ j ตามล้าดับ และ c k 0 ถ้า u เป็นเวกเตอร์
หนง่ึ หนว่ ย ทมี่ ที ิศทางเดียวกับเวกเตอร์ c แลว้ u b เท่ากบั เท่าใด [PAT1(ก.พ 61)/44]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 75
18. กา้ หนดให้ a ,b และ c เปน็ เวกเตอรใ์ นสามมิติ โดยท่ี a + b = tc โดยที่ t เป็นจา้ นวนจรงิ บวก
ถ้า a = i + j + k , 2 , c= 2 และ a b + bc + c a = 9 แล้วค่าของ t
b=a
เทา่ กับเทา่ ใด [PAT1(ม.ี ค 59)/44]
19. ให้ a และ b เปน็ เวกเตอรห์ นงึ่ หนว่ ย ถ้า a + b เป็นเวกเตอรห์ น่งึ หน่วย แล้วขนาดของเวกเตอร์
a b เท่ากับเท่าใด [PAT1(ก.พ 62)/23]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 76
เวกเตอร์กบั พน้ื ทีแ่ ละปริมาตร
สี่เหลยี่ มด้านขนานทเี่ กิดจาก เวกเตอร์ u และ v ดังรปู
จะมพี น้ื ที่ = u v = v u ตารางหนว่ ย
จะเห็นเราจะตอ้ งใชก้ ารครอสเวกเตอร์ และการครอวเวกเตอร์
นันสามารถคอรสไดเ้ ฉพาะเวกเตอรใ์ นสามมิติเท่านนั หากวา่ u และ v
เป็นเวกเตอร์ในสองมิติ เราสามารถท้าให้เปน็ สามมิตไิ ดโ้ ดย เติม 0 ลงไปเปน็ คา่ ทางแกน Z
ทรงสีเ่ หลี่ยมด้านขนานทเ่ี กิดจากเวกเตอร์ u ,v และ w ดังรูป
( )จะมปี ริมาตร = u v w ลูกบาศก์หน่วย
เทคนคิ การจา!!! เอาพนื ที่ไปดอทกับความสูง
โดยเราจะใชพ้ นื ท่ีจากเวกเตอรส์ องตวั ไหนก็ได้ และเวกเตอร์ทเ่ี หลือก็คือความสูง ค่าท่ไี ดจ้ ะเท่ากันเสมอ
ตวั อย่างท่ี 42 จงหาพืนท่ีสเ่ี หลี่ยมดา้ นขนาน ABCD ซ่งึ มีพกิ ดั A(3,4) B(-1,2) C(1,-1)
ตวั อย่างที่ 43 จงหาปรมิ าตรของรปู ทรงสเ่ี หล่ยี มด้านขนานที่เกดิ จาก u = i − j − k , v = i + 2k
และ w = j − k
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 77
นอกจากนเี รายงั สามารถตรวจสอบ “ระนาบ” ของเวกเตอรไ์ ด้ จะเห็นว่า ถ้า u ,v และ w
อยบู่ นระนาบเดียวกัน แล้วจะทา้ ให้รปู ทรงของสี่เหลย่ี มดา้ นขนานทีเ่ กิดจากเวกเตอร์ u ,v และ w จะกลายเปน็
แผน่ แบบราบ ซึ่งทา้ ใหป้ รมิ าตร = 0
( )u ,v และ w อย่บู นระนาบเดยี วกนั กต็ ่อเมอ่ื u v w = 0
ตวั อย่างที่ 44 จงตรวจสอบว่า i − j − k , 2i + j + 2k และ 3i + 4 j + 3k
อยูบ่ นระนาบเดียวกนั หรอื ไม่
แบบฝึกหัดท่ี 7
1. จงหาพืนที่ของส่เี หล่ยี มด้านขนานทีเ่ กิดจากเวกเตอร์ต่อไปนี
2 1
1.1 1 และ −1 1.2 i + j และ i − j
−1 2
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 78
2. จงหาปริมาตรของรปู ทรงส่เี หลย่ี มด้านขนานทีเ่ กิดจากเวกเตอรต์ อ่ ไปนี
0 1 2
2.1 1 , −1 และ 0 2.2 i + j , j + k และ i + k
−2 1 −1
3. เวกเตอรใ์ นขอ้ ใดต่อไปนี อยบู่ นระนาบเดียวกนั
2 −3 0
3.1 0 , 1 และ 1 3.2 i − j + k , i + j − k และ −i + j + k
6 −1 8
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 79
4. ก้าหนดให้ A(1,0, −2) , B(0, −1,0) , C(2,1, −1) จงหาพืนที่สี่เหลี่ยมดา้ นขนาน
ท่เี กิดจาก AB และ AC
5. กา้ หนดให้ A(−2,1,1) , B(2,2, −1) , C(1,1,0) จงหาพนื ทส่ี ามเหล่ยี ม ABC
1 2 3
6. ถา้ รูปทรงส่เี หล่ียมด้านขนานทเี่ กดิ จาก −1 , x และ 2 มีปริมาตรเท่ากับ 3 แลว้ จงหา x
2 −1 −1
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 80
7. กา้ หนด u ,v และ w เปน็ เวกเตอรใ์ ดๆ ในสามมติ ิ ขอ้ ใดต่อไปนถี กู ต้องบา้ ง [PAT1(ม.ี ค 57)/13]
1. u (v w) = w(u v)
2. ถ้า u = w , u − v = v + w และเวกเตอร์ u ตังฉากกบั เวกเตอร์ v แลว้ เวกเตอร์ v
ตงั ฉากกบั เวกเตอร์ w
8. กา้ หนดให้ u = i + 3k
v = 2 j + xk เม่อื x เปน็ จา้ นวนจริง
และ w = −3i + j − k
ถา้ u ,v และ w อย่บู นระนาบเดียวกันแลว้ x มคี ่าเท่ากับเทา่ ใด [A-NET 49/1-13]
เ ว ก เ ต อ ร์ ใ น ป ริ ภู มิ ส า ม มิ ติ | 81
9. กา้ หนดให้ ABC เปน็ รูปสามเหล่ยี ม โดยมี A,B และ C เปน็ จดุ ยอดของรูปสามเหล่ียม
ให้ a = AB , b = BC และ c = CA ถา้ a b = −15 , b c = −21 และ c a = −10
แล้วพืนที่ของรูปสามเหล่ียม ABC เทา่ กับเท่าใด [PAT1(ม.ี ค 60)/13]