โครงสรา้ งรายวิชา
การออกแบบการจดั การเรียนรู้
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4
นางภทั รธรี า มาฆทาน
ครูผ้ชู ่วย โรงเรียนนาสนุ่นวิทยาคม
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี นนาสนนุ่ วทิ ยาคม อาเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเพชรบูรณ์
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นึ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 1
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4
ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ......
ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวสุพัตรา ชลไพร)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
ทราบ
เห็นสมควรอนุมัติ นาไปใช้จดั ทาแผนการจดั การเรยี นรไู้ ด้
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวปัญจลักษณ์ เมฆเจรญิ ทรัพย์)
หัวหนา้ กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผูอ้ านวยการโรงเรยี น
อนมุ ัติ
............................................................................................................................. ...............................................................
.................................................................... .......................................................................................... ..
ไมอ่ นมุ ัติ เน่อื งจาก.........................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสพุ ชิ ญา เหล็กแดง)
ผูอ้ านวยการโรงเรียนนาสนุ่นวิทยาคม
รายวชิ า เคมี 1 รหสั วิชา ว 31221 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 1
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
รหัส ว 31221 วชิ า เคมี 1
จานวน 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน 1.5 หน่วยกิต
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาข้อปฏิบัติเบื้องต้นในการทาปฏิบัติการเคมี การเลือกใช้อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการทาปฏิบัติการ
การระบุหน่วยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร การเปลี่ยนหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟกเตอร์เปล่ียนหน่วย ศึกษา
แบบจาลองอะตอม สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ อนุภาคมูลฐานของอะตอม การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม
การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ แนวโน้มสมบัติบางประการของธาตุในตารางธาตุตามหมู่และตามคาบ สมบัติของธาตุ
โลหะแทรนซิชนั การเปรยี บเทยี บสมบัติกับธาตโุ ลหะในกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททฟี ศกึ ษาและอธิบายสมบัติและคานวณครึ่ง
ชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสี ยกตัวอย่างการนาธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งผลกระทบต่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ศึกษาการเกิดพันธะไอออนิก สูตรและการเรียกช่ือสารประกอบไอออนิก การเปลี่ยนแปลงพลังงาน ในการเกิด
สารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออนิก ปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก ศึกษาการเกิดพันธะและ
ชนิดของพนั ธะโคเวเลนต์ การเขียนสูตรและเรียกช่ือสารโคเวเลนต์ ความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์
พลังงานท่ีเก่ียวข้องกับปฏิกิริยาของสารโคเว-เลนต์ รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ สภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึด
เหน่ยี วระหวา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์ สมบัตขิ องสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาขา่ ย ศึกษาการเกดิ โลหะและสมบัตขิ องโลหะ
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ สามารถนา
ความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทา
และวิเคราะห์ข้อมูล ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจแก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของ
วิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม
เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักและเห็นคุณค่ามีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถทางานอย่างมีระบบ
ระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน
การทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ พร้อมท้ังตระหนกั ในคณุ ค่าและมเี จตคตทิ ีด่ ีต่อวทิ ยาศาสตร์
ผลการเรียนรู้
1. บอกและอธิบายข้อปฏบิ ตั เิ บอ้ื งตน้ และปฏิบัตติ นทแ่ี สดงถงึ ความตระหนักในการทาปฏิบัติการเคมีเพ่ือให้มีความ
ปลอดภัยทง้ั ต่อตนเอง ผูอ้ ่นื และสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวทางแกไ้ ขเมอ่ื เกิดอบุ ตั ิเหตุ
2. เลอื กและใชอ้ ปุ กรณ์หรอื เคร่ืองมือในการทาปฏบิ ัตกิ าร และวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
3. นาเสนอแผนการทดลอง ทดลอง และเขียนรายงานการทดลอง
รายวชิ า เคมี 1 รหสั วชิ า ว 31221 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 2
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4
4. ระบุหน่วยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปล่ียนหน่วยวัดให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟกเตอร์
เปลี่ยนหนว่ ย
5. สบื คน้ ขอ้ มลู สมมตฐิ าน การทดลอง หรือผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจาลองอะตอมของ
นกั วิทยาศาสตร์ และอธิบายววิ ัฒนาการของแบบจาลองอะตอม
6. เขยี นสัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์ของธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอมจากสัญลักษณ์
นิวเคลียรร์ วมทัง้ บอกความหมายของไอโซโทป
7. อธิบายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลัก และระดับพลังงานย่อยเม่ือทราบเลขอะตอมของ
ธาตุ
8. ระบหุ มู่ คาบ ความเปน็ โลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ และธาตุแทรนซิชันในตารางธาตุ
9. วิเคราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบัติของธาตเุ รพรเี ซนเททฟี ตามหมแู่ ละตามคาบ
10. บอกสมบัติของธาตโุ ลหะแทรนซชิ นั และเปรยี บเทยี บสมบัติกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรเี ซนเททีฟ
11. อธิบายสมบัตแิ ละคานวณครงึ่ ชวี ิตของไอโซโทปกมั มันตรังสี
12. สบื ค้นข้อมลู และยกตัวอย่างการนาธาตมุ าใช้ประโยชน์ รวมทัง้ ผลกระทบตอ่ สง่ิ มชี วี ิตและสิ่งแวดล้อม
13. อธิบายการเกดิ ไอออนและการเกิดพนั ธะไอออนกิ โดยใช้แผนภาพ หรอื สัญลกั ษณแ์ บบจุดของลวิ อิส
14. เขยี นสตู รและเรียกช่ือสารประกอบไอออนกิ
15. คานวณพลังงานที่เกยี่ วขอ้ งกบั ปฏิกริ ิยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจกั รบอร์น-ฮาเบอร์
16. อธบิ ายสมบตั ขิ องสารประกอบไอออนิก
17. เขยี นสมการไอออนิก และสมการไอออนิกสทุ ธขิ องปฏกิ ริ ิยาของสารประกอบไอออนิก
18. อธบิ ายการเกดิ พันธะโคเวเลนต์แบบพนั ธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลิวอสิ
19. เขียนสตู รและเรยี กชื่อสารโคเวเลนต์
20. วิเคราะห์และเปรียบเทียบความยาวพันธะ และพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมทั้งคานวณพลังงานท่ี
เกยี่ วข้องกบั ปฏกิ ิริยาของสารโคเวเลนตจ์ ากพลงั งานพันธะ
21. คาดคะเนรูปรา่ งโมเลกุลโคเวเลนตโ์ ดยใชท้ ฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุสภาพข้ัวของ
โมเลกุลโคเวเลนต์
22. ระบุชนดิ ของแรงยึดเหน่ียวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด และการละลาย
น้าของสารโคเวเลนต์
23. สืบค้นขอ้ มลู และอธิบายสมบัตขิ องสารโคเวเลนต์โครงร่างตาขา่ ยชนิดต่าง ๆ
24. อธิบายการเกิดพันธะโลหะและสมบัติของโลหะ
25. เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นข้อมูลและนาเสนอ
ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
รวม 25 ผลการเรียนรู้
รายวิชา เคมี 1 รหัสวชิ า ว 31221 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 3
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
รหัสวิชา ว 31221 โครงสรา้ งรายวชิ า ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
จานวน 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
วิชา เคมี 1
60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน
ท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ดั สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลาเรียน น้าหนกั
การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
รป
1 ปฏบิ ตั ิการ 1. บอกและอธิบายข้อปฏบิ ตั เิ บ้ืองต้น การทาปฏิบัติการเคมตี ้องคานงึ ถึงความ 4 10 2
เคมีเบอื้ งตน้ และปฏบิ ตั ติ นท่ีแสดงถึงความ ปลอดภัย ความถกู ตอ้ ง และความเปน็ มติ รต่อ
ตระหนกั ในการทาปฏบิ ตั กิ ารเคมี ส่ิงแวดลอ้ ม
เพื่อให้มีความปลอดภยั ท้งั ต่อตนเอง การทาปฏิบตั ิการเคมีต้องมีการเลอื กและ
ผู้อน่ื และส่ิงแวดล้อม และเสนอแนว ใช้อุปกรณใ์ นการทาปฏิบตั ิการอยา่ งเหมาะสม
ทางแกไ้ ขเมอ่ื เกดิ อุบตั ิเหตุ และเพ่อื ใหม้ มี าตรฐานเดยี วกัน จงึ มีการกาหนด
2. เลือกและใชอ้ ปุ กรณ์หรอื เครือ่ งมือใน หน่วยในระบบเอสไอให้เปน็ หนว่ ยสากล
การทาปฏบิ ตั กิ าร และวดั ปรมิ าณ
ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. นาเสนอแผนการทดลอง ทดลองและ
เขียนรายงานการทดลอง
4. ระบุหน่วยวัดปริมาณตา่ ง ๆ ของสาร
และเปล่ียนหนว่ ยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยใน
ระบบเอสไอดว้ ยการใชแ้ ฟกเตอร์
เปลยี่ นหน่วย
2 อะตอมและ 5. สบื คน้ ข้อมลู สมมติฐาน การทดลอง นักวิทยาศาสตรศ์ กึ ษาโครงสรา้ งของอะตอม 34 30 13
ตารางธาตุ หรอื ผลการทดลองที่เป็นประจกั ษ์ และเสนอแบบจาลองอะตอมแบบตา่ ง ๆ จาก
พยานในการเสนอแบบจาลอง การศกึ ษาข้อมูล การสงั เกต การตง้ั สมมตฐิ าน
อะตอมของนกั วทิ ยาศาสตร์ และ และผลการทดลอง
อธบิ ายวิวัฒนาการของแบบจาลอง สัญลกั ษณ์นวิ เคลยี ร์ของธาตปุ ระกอบดว้ ย
อะตอม สญั ลกั ษณ์ธาตุ เลขอะตอม และเลขมวล
6. เขยี นสัญลักษณน์ วิ เคลยี รข์ องธาตุ อิเลก็ ตรอนจัดเรียงอยู่รอบ ๆ นิวเคลียสใน
และระบุจานวนโปรตอน นวิ ตรอน ระดับพลังงานหลกั ต่าง ๆ และแตล่ ะระดับ
และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอมจาก พลงั งานหลกั ยังแบง่ เป็นระดบั พลงั งานยอ่ ย
สญั ลักษณ์นิวเคลยี รร์ วมทง้ั บอก ตารางธาตใุ นปจั จุบนั จดั เรียงธาตุตามเลข
ความหมายของไอโซโทป อะตอม และสมบตั ทิ ีค่ ลา้ ยคลงึ กันเป็นหมูแ่ ละคาบ
7. อธิบายและเขยี นการจดั เรยี ง ธาตุเรพรเี ซนเททฟี มสี มบตั ิทางเคมีคล้ายคลงึ
อิเลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานหลัก กนั ตามหมู่
และระดับพลังงานยอ่ ยเมอ่ื ทราบเลข
อะตอมของธาตุ
รายวชิ า เคมี 1 รหสั วชิ า ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 4
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
ที่ ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วดั สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลาเรยี น น้าหนกั
การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
รป
8. ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ ธาตุแทรนซิชันเปน็ โลหะ มีขนาดอะตอม
และก่งึ โลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททฟี ใกล้เคยี งกัน มีจดุ เดอื ด จดุ หลอมเหลว และความ
และธาตแุ ทรนซิชนั ในตารางธาตุ หนาแน่นสูง เม่ือเกดิ เปน็ สารประกอบสว่ นใหญ่
9. วิเคราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบัติ จะมีสี
ของธาตุเรพรเี ซนเททีฟตามหมแู่ ละ ธาตกุ มั มนั ตรังสีเป็นธาตทุ ี่ทุกไอโซโทป
ตามคาบ สามารถแผ่รังสไี ด้ โดยครง่ึ ชีวติ ของไอโซโทป
10. บอกสมบตั ขิ องธาตุโลหะแทรนซิชนั กัมมันตรงั สเี ป็นระยะเวลาทไี่ อโซโทปกมั มันตรงั สี
และเปรยี บเทยี บสมบตั กิ ับธาตโุ ลหะ สลายตวั จนเหลือคร่ึงหน่งึ ของปริมาณเดมิ
ในกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททฟี สมบตั บิ างประการของธาตแุ ตล่ ะชนดิ ทาให้
11. อธบิ ายสมบตั ิและคานวณคร่ึงชวี ติ สามารถนาธาตไุ ปใช้ประโยชน์ ในดา้ นตา่ งๆได้
ของไอโซโทปกัมมันตรังสี หลากหลาย
12. สืบคน้ ข้อมลู และยกตัวอย่างการนา
ธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมทั้ง
ผลกระทบต่อสงิ่ มชี วี ิตและ
สงิ่ แวดลอ้ ม
3 พันธะเคมี 13. อธิบายการเกดิ ไอออนและการเกดิ การเกิดพันธะเคมสี ่วนใหญเ่ ปน็ ไปตามกฎ 20 30 15
พันธะไอออนกิ โดยใช้แผนภาพ หรอื ออกเตต
สญั ลักษณ์แบบจดุ ของลิวอสิ พนั ธะไอออนกิ เกดิ จากการยดึ เหนย่ี วระหวา่ ง
14. เขียนสตู รและเรยี กช่อื สารประกอบ ประจไุ ฟฟ้าของไอออนบวกของโลหะกบั ไอออน
ไอออนกิ ลบของอโลหะ
15. คานวณพลงั งานที่เกย่ี วข้องกบั สารประกอบไอออนิกเขียนแสดงสูตรเคมโี ดย
ปฏกิ ิริยาการเกิดสารประกอบ ใชส้ ัญลักษณ์ธาตุทเ่ี ปน็ ไอออนบวกไวด้ า้ นหนา้ ตาม
ไอออนกิ จากวัฏจกั รบอร์น-ฮาเบอร์ ดว้ ยสญั ลักษณ์ธาตทุ เี่ ปน็ ไอออนลบ และมตี ัวเลข
16. อธบิ ายสมบตั ขิ องสารประกอบ แสดงอัตราสว่ นอยา่ งต่าของจานวนไอออน
ไอออนิก การเรยี กชอ่ื สารประกอบไอออนิกให้เรียกชื่อ
17. เขยี นสมการไอออนิก และสมการ ไอออนบวกตามด้วยชอ่ื ไอออนลบ
ไอออนกิ สทุ ธิของปฏกิ ริ ยิ าของ ปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนกิ
สารประกอบไอออนิก แสดงได้ด้วยวัฏจกั รบอร์น-ฮาเบอร์
18. อธบิ ายการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบ สารประกอบไอออนกิ สว่ นใหญเ่ ป็นของแข็ง
พันธะเด่ยี ว พันธะคู่ และพันธะสาม มีจดุ เดอื ดและจดุ หลอมเหลวสูง เม่ือเป็นของแข็ง
ด้วยโครงสร้างลิวอสิ ไมน่ าไฟฟา้ แต่เมื่อหลอมเหลวหรอื ละลายน้า
19. เขียนสตู รและเรยี กชอื่ สารโคเวเลนต์ จะนาไฟฟ้าได้ และสารละลายของสารประกอบ
20. วเิ คราะห์และเปรียบเทยี บความยาว ไอออนกิ แสดงสมบัติความเป็นกรดเบสต่างกนั
พันธะ และพลังงานพันธะในสาร พนั ธะโคเวเลนตเ์ กดิ จากใชเ้ วเลนซอ์ ิเล็กตรอน
โคเวเลนต์ รวมทั้งคานวณพลงั งานที่ ร่วมกนั ของอโลหะ
รายวิชา เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
ที่ ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ดั สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลาเรียน น้าหนัก
การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
รป
เก่ยี วขอ้ งกบั ปฏิกริ ิยาของสาร โดยทั่วไปสูตรโมเลกลุ ของสารโคเวเลนต์
โคเวเลนต์จากพลงั งานพนั ธะ เขียนแสดงดว้ ยสญั ลกั ษณข์ องธาตุ และมีตัวเลข
21. คาดคะเนรปู ร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ แสดงจานวนอะตอมของธาตทุ มี่ มี ากกวา่ 1
โดยใช้ทฤษฎกี ารผลกั ระหว่าง อะตอม และการเรียกชื่อสารโคเวเลนตท์ าได้โดย
คู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ เรียกชือ่ ธาตทุ ่อี ยูห่ นา้ กอ่ นแลว้ ตามดว้ ยช่ือธาตุ
สภาพขวั้ ของโมเลกลุ โคเวเลนต์ ท่อี ยถู่ ดั มา และมีคานาหน้าระบจุ านวนอะตอม
22. ระบชุ นิดของแรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ ง ของธาตุ
โมเลกลุ โคเวเลนต์ และเปรียบเทยี บ ความยาวพนั ธะและพลังงานพนั ธะในสาร
จุดหลอมเหลว จดุ เดอื ด และ โคเวเลนตข์ ้นึ กับชนิดของอะตอมครู่ ว่ มพนั ธะและ
การละลายน้าของสารโคเวเลนต์ ชนิดของพนั ธะ
23. สบื ค้นข้อมลู และอธบิ ายสมบตั ขิ อง รปู รา่ งของโมเลกุลโคเวเลนตข์ นึ้ อยู่กบั จานวน
สารโคเวเลนตโ์ ครงรา่ งตาขา่ ย พันธะและจานวนอิเล็กตรอนค่โู ดดเด่ียว
ชนดิ ต่าง ๆ รอบอะตอมกลาง และสภาพข้วั ของโมเลกลุ
24. อธบิ ายการเกดิ พันธะโลหะและ โคเวเลนตเ์ ป็นผลรวมปริมาณเวกเตอร์สภาพขวั้
สมบัติของโลหะ ของแต่ละพนั ธะตามรูปรา่ งโมเลกลุ
25. เปรยี บเทยี บสมบตั บิ างประการของ แรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งโมเลกลุ มีผลต่อ
สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ จดุ หลอมเหลว จุดเดือด และการละลายนา้
และโลหะ สืบค้นข้อมลู และนาเสนอ ของสาร โดยสารโคเวเลนตจ์ ะมีจดุ หลอมเหลว
ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของ และจุดเดือดตา่ และไมล่ ะลายนา้
สารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ สารโคเวเลนตบ์ างชนดิ ทมี่ โี ครงสร้างโมเลกลุ
และโลหะไดอ้ ย่างเหมาะสม ขนาดใหญ่ และมพี นั ธะโคเวเลนตต์ อ่ เนือ่ งเปน็
โครงรา่ งตาข่ายจะมีจุดหลอมเหลวและจดุ เดือดสงู
พันธะโลหะเกดิ จากเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนของทกุ
อะตอมของโลหะเคล่ือนที่อย่างอสิ ระไปท่ัวทง้ั
โลหะและเกิดแรงยดึ เหนย่ี วกับโปรตอนใน
นวิ เคลียสทกุ ทิศทาง
โลหะส่วนใหญเ่ ป็นของแขง็ ผวิ มันวาว
จดุ หลอมเหลวและจดุ เดือดสงู นาไฟฟา้ และความ
ร้อนไดด้ ี
รายวชิ า เคมี 1 รหสั วชิ า ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 6
กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
ท่ี ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลาเรยี น นา้ หนัก
การเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
รป
สารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และ 58
โลหะ มสี มบตั เิ ฉพาะตัวบางประการท่แี ตกต่างกนั 1 70
จึงนามาใช้ประโยชน์ในด้าน ตา่ ง ๆ ไดต้ ามความ 1 10
เหมาะสม 60 20
100
ระหว่างภาคเรยี น/ภาระงานชิ้นงาน
สอบกลางภาค
สอบปลายภาค
รวมท้งั หมด
หมายเหตุ : ร หมายถงึ ระหวา่ งภาคเรยี น ป หมายถึง ปลายภาคเรยี น
รายวิชา เคมี 1 รหสั วิชา ว 31221 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 7
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 หน่วยการเรียนรู้ ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ ปฏิบัตกิ ารเคมเี บ้อื งต้น
รหสั วชิ า ว 31221 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
จานวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ วิชา เคมี 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
60 ช่ัวโมง/ภาคเรียน
1. มาตรฐานการเรียนรู้
เขา้ ใจหลักการทาปฏิบัติการเคมี การวดั ปรมิ าณสาร หนว่ ยวดั และการเปลย่ี นหนว่ ย การคานวณปริมาณของ
สาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย รวมท้งั การบูรณาการความรู้และทักษะในการอธิบายปรากฏการณใ์ นชวี ติ ประจาวนั
และการแกป้ ญั หาทางเคมี
2. ผลการเรียนรู้
1. บอกและอธบิ ายขอ้ ปฏิบตั เิ บื้องต้น และปฏิบัติตนทแ่ี สดงถึงความตระหนักในการทาปฏิบัติการเคมี เพ่ือให้
มคี วามปลอดภัยท้งั ต่อตนเอง ผู้อื่น และสิง่ แวดล้อม และเสนอแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดอุบตั ิเหตุ
2. เลอื กและใชอ้ ุปกรณ์หรือเคร่ืองมือในการทาปฏิบัตกิ าร และวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
3. นาเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
4. ระบุหน่วยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปลี่ยนหน่วยวัดให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้
แฟกเตอรเ์ ปล่ยี นหนว่ ย
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การทาปฏิบัติการทางเคมีจะมีความเก่ียวข้องสารเคมีหลายชนิด รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องแก้วต่าง ๆ สารเคมีบาง
ชนิดอาจทาให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้ทาปฏิบัติการได้โดยตรง หรืออาจเกิดอุบัติเหตุข้ึนได้ในขณะทาปฏิบัติการ
เคมี ดังน้ัน ผู้ทาปฏิบัติการเคมีจึงจาเป็นต้องทราบถึงข้อปฏิบัติในการทาปฏิบัติการเคมี หรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
เมื่อเกดิ อุบตั ิเหตขุ น้ึ
อปุ กรณ์ทางวิทยาศาสตร์เป็นอุปกรณ์หรือเคร่ืองมือที่ใช้ทั้งภายในห้องปฏิบัติการเพ่ือใช้ทดลอง และหาคาตอบ
ต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องแก้ว เครื่องช่ัง เป็นต้น จึงควรมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งาน และการดูแลรักษา
เพราะในห้องปฏิบัติการจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือหลายชนิด และสารเคมีท่ีมีสมบัติแตกต่างกัน หาก
ขาดความรู้ในการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ถูกต้อง อาจทาให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ใช้ห้องปฏิบัติการเอง และเกิด
ความเสียหายต่อทรพั ยส์ นิ ตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นได้
การทาปฏิบัติการเคมีเป็นการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในการศึกษาวิชาเคมีให้ดียิ่งขึ้น และเป็นการ
ช่วยสนับสนนุ และส่งเสริมให้นักเรียนมีโอกาสฝึกการสังเกตด้วยตนเอง โดยนาทักษะต่าง ๆ มาใช้ร่วมกันเพื่อหาคาตอบ
ตลอดจนใหผ้ ู้ทาการทดลองได้มโี อกาสแสดงความคดิ เหน็ จากการเขยี นรายงานการทดลอง ซง่ึ จะทาให้การศึกษาวิชาเคมี
ประสบความสาเร็จ
หน่วยทางเคมีเป็นหน่วยที่ใช้บอกขนาดของปริมาณสารเคมีท่ีต้องการใช้ มีท้ังหน่วยน้าหนัก หน่วยปริมาตร
และหน่วยความเข้มข้น รวมทั้งหน่วยอุณหภูมิ โดยอาจใช้เป็นหน่วยในระบบเมตริก หรือระบบเอสไอ ในการคานวณ
รายวชิ า เคมี 1 รหสั วชิ า ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 8
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
หาปริมาณสารเพื่อใช้ในการทดลองจาเป็นต้องแสดงหน่วยและเลขนัยสาคัญในการแสดงผลของการวัดและหน่วยของ
การวัดด้วยความถกู ตอ้ งและแมน่ ยา
4. สาระการเรียนรู้
1. การทาปฏิบัติการเคมีต้องคานึงถึงความปลอดภัยและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังน้ัน จึงควรศึกษา
ข้อปฏิบัติของการทาปฏิบัติการเคมี เช่น ความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์และสารเคมี การป้องกัน
อบุ ัตเิ หตุระหว่างการทดลอง การกาจดั สารเคมี
2. อุปกรณ์และเคร่ืองมือชั่ง ตวง วัด แต่ละชนิดมีวิธีการใช้งานและการดูแลแตกต่างกัน ซ่ึงการวัดปริมาณ
ตา่ ง ๆ ให้ไดข้ ้อมลู ทมี่ ีความเทย่ี งและความแมน่ ในระดบั นยั สาคัญทตี่ ้องการ ต้องมีการเลือกและใช้อุปกรณ์
ในการทาปฏบิ ัตกิ ารอย่างเหมาะสม
3. การทาปฏบิ ตั ิการเคมีต้องมกี ารวางแผนการทดลองการทาการทดลอง การบันทึกข้อมูล สรุปและวิเคราะห์
นาเสนอข้อมูล และการเขียนรายงานการทดลองที่ถูกต้อง โดยการทาปฏิบัติการเคมีต้องคานึงถึงวิธีการ
ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จติ วิทยาศาสตร์ และจรยิ ธรรมทางวิทยาศาสตร์
4. การทาปฏิบัติการเคมีต้องมีการวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร การบอกปริมาณของสารอาจระบุอยู่ในหน่วย
ต่าง ๆ ดังน้ัน เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน จึงมีการกาหนดหน่วยในระบบเอสไอให้เป็นหน่วยสากล ซึ่งการ
เปล่ียนหนว่ ยเพ่ือให้เปน็ หน่วยสากลสามารถทาได้ด้วยการใช้แฟกเตอรเ์ ปล่ยี นหนว่ ย
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสารวจค้นหา
3) ทกั ษะการวิเคราะห์
4) ทักษะการตั้งสมมตฐิ าน
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
รายวิชา เคมี 1 รหัสวชิ า ว 31221 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 9
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 1 : การปฏบิ ัติตนในห้องปฏิบัติการเคมี เวลา 1 ชว่ั โมง
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 2 : เทคนคิ การใชอ้ ปุ กรณแ์ ละเคร่อื งมอื ทางเคมี เวลา 1 ชวั่ โมง
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรยี นรู้ ที่ 3 : การปฏิบตั ิและเขียนรายงานการทดลอง เวลา 1 ชวั่ โมง
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 4 : หนว่ ยวัดทางเคมี เวลา 1 ชว่ั โมง
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
8. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วิธีวัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
8.1 การประเมินชิน้ งาน/ - ตรวจผงั มโนทศั น์ เรอ่ื ง - แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระ ระดบั คณุ ภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) การปฏิบตั ติ นใน งาน
ห้องปฏบิ ตั กิ ารเคมี ระดบั คณุ ภาพ 2
8.2 การประเมินกอ่ นเรยี น - ตรวจแบบบันทึก - แบบประเมนิ การปฏบิ ตั กิ าร ผา่ นเกณฑ์
- แบบทดสอบก่อนเรียน กจิ กรรม เร่อื ง การ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ละลายของสารในตวั ทา
เรือ่ ง ปฏบิ ตั ิการเคมี ละลายตา่ ง ๆ
เบอ้ื งตน้
ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมินตามสภาพจริง
8.3 การประเมนิ ระหวา่ ง กอ่ นเรียน
การจัดกจิ กรรม
1) การปฏบิ ตั ิตนใน - ตรวจใบงานที่ 1.1 - ใบงานที่ 1.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
หอ้ งปฏบิ ตั ิการเคมี - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) เทคนิคการใช้ - ตรวจใบงานท่ี 1.2 - ใบงานท่ี 1.2
อปุ กรณ์และ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หดั
เคร่อื งมือทางเคมี
3) การปฏบิ ตั แิ ละเขียน - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
รายงานการทดลอง
4) หนว่ ยวดั ทางเคมี - ตรวจใบงานที่ 1.3 - ใบงานที่ 1.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด
5) การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมินการนาเสนอ ระดับคณุ ภาพ 2
ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน
รายวิชา เคมี 1 รหสั วิชา ว 31221 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 10
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4
รายการวดั วธิ วี ัด เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
6) พฤติกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
การทางาน
รายบคุ คล - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2
7) พฤติกรรม การทางานกล่มุ การทางานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
การทางานกลุ่ม - สังเกตความมีวนิ ยั - แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพ 2
8) คณุ ลักษณะ ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ ม่ัน คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
อันพึงประสงค์ ในการทางาน อันพงึ ประสงค์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
8.4 การประเมินหลังเรียน ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น
- แบบทดสอบหลังเรยี น หลงั เรียน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
เรอื่ ง ปฏบิ ตั ิการเคมี
เบอ้ื งต้น
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานที่ 1.1 เร่ือง การปฏิบัติตนในหอ้ งปฏิบัติการเคมี
2. ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง การเลือกใช้อปุ กรณ์และเครื่องมือในการทดลองการละลายของสาร
3. ใบงานท่ี 1.3 เรอื่ ง หน่วยวดั ทางเคมี
ลงช่อื ..................................................ครผู ้สู อน
(นางภทั รธรี า มาฆทาน)
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา เคมี 1 รหสั วชิ า ว 31221 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 11
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ อะตอมและตารางธาตุ
รหสั วิชา ว 31221 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
จานวน 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ วชิ า เคมี 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
60 ชวั่ โมง/ภาคเรียน
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระเคมี เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร
แกส๊ และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมท้ังการนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
5. สืบค้นข้อมูล สมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลองท่ีเป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจาลอง
อะตอมของนักวิทยาศาสตร์ และอธิบายวิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม
6. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอมจาก
สัญลกั ษณน์ ิวเคลียร์ รวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป
7. อธิบายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลัก และระดับพลังงานย่อยเม่ือทราบ
เลขอะตอมของธาตุ
8. ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟ และธาตุแทรนซิชันใน
ตารางธาตุ
9. วเิ คราะหแ์ ละบอกแนวโนม้ สมบัตขิ องธาตเุ รพรเี ซนเททีฟตามหม่แู ละตามคาบ
10. บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซชิ นั และเปรียบเทียบสมบตั กิ บั ธาตุโลหะในกลุ่มธาตเุ รพรีเซนเททีฟ
11. อธิบายสมบัติและคานวณคร่ึงชีวิตของไอโซโทปกัมมนั ตรังสี
12. สบื ค้นขอ้ มลู และยกตัวอย่างการนาธาตมุ าใช้ประโยชน์ รวมทั้งผลกระทบต่อสิง่ มีชวี ิตและส่งิ แวดลอ้ ม
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ธาตุต่าง ๆ จะมีอนุภาคที่เล็กมาก เรียกว่า อะตอม ภายในโครงสร้างอะตอมของธาตุต่าง ๆ ประกอบด้วย
อนุภาคมูลฐาน และจัดเรียงตัวกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งสามารถช่วยอธิบายสมบัติทางเคมีของสสาร และก่อให้เกิด
ประโยชน์มากมาย
นกั วิทยาศาสตรไ์ ด้ศึกษาโครงสร้างอะตอมโดยสรา้ งแบบจาลองอะตอมแบบต่าง ๆ เช่น แบบจาลองอะตอมของ
ดอลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์ และแบบกลุ่มหมอก ซึ่งจากการศึกษาทาให้เกิดพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของ
การศึกษาโครงสร้างของอะตอม และอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
จากการศึกษาแบบจาลองอะตอม ทาให้ทราบว่า อิเล็กตรอนเคล่ือนท่ีล้อมรอบนิวเคลียสเป็นระดับพลังงานท่ีมี
ค่าจาเพาะ โดยในแต่ละระดับพลังงานจะมีจานวนอิเล็กตรอนไม่เกิน 2n2 เมื่อ n คือ ระดับช้ันพลังงาน และในการ
จัดเรยี งอเิ ล็กตรอน อิเลก็ ตรอนชน้ั นอกสดุ ทีเ่ รียกวา่ เวเลนซ์อิเลก็ ตรอน ตอ้ งไม่เกนิ 8 อิเล็กตรอน
การค้นพบธาตุจานวนมากที่มีสมบัติแตกต่างกัน ทาให้ยากต่อการศึกษา นักวิทยาศาสตร์จึงได้จัดจาแนก
หมวดหมูข่ องธาตุ โดยจัดธาตทุ ่มี ีสมบตั คิ ลายคลึงกันให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยนาเสนอในรูปแบบของตารางธาตุท่ีแสดง
รายวชิ า เคมี 1 รหสั วชิ า ว 31221 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 12
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
สมบัติทางเคมี และสมบัติทางกายภาพของธาตุไว้อย่างชัดเจน ซ่ึงสามารถนามาใช้อธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ของธาตุใน
การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมีของสารได้
ธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมู่เดียวกันจะมีจานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากัน และธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกันจะมี
เวเลนซ์อิเลก็ ตรอนอยู่ในระดับพลงั งานหลักเดยี วกนั ทาใหธ้ าตุเรพรเี ซนเททีฟมีสมบัติคลา้ ยคลงึ กนั ตามหมู่และตามคาบ
ธาตแุ ทรนซชิ ันเป็นโลหะ มีขนาดอะตอมใกล้เคียงกัน มีจุดเดือด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่นสูง เม่ือเกิด
เปน็ สารประกอบสว่ นใหญจ่ ะมสี ี
ธาตกุ มั มนั ตรงั สเี ป็นธาตุท่ีทกุ ไอโซโทปสามารถแผร่ งั สไี ด้ โดยครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสีเป็นระยะเวลาท่ี
ไอโซโทปกมั มันตรังสสี ลายตัวจนเหลือครงึ่ หนง่ึ ของปรมิ าณเดมิ
สมบตั บิ างประการของธาตแุ ต่ละชนิด ทาให้สามารถนาธาตุไปใช้ประโยชนใ์ นดา้ นต่าง ๆ ไดห้ ลากหลาย
4. สาระการเรยี นรู้
1. นกั วทิ ยาศาสตร์ศกึ ษาโครงสร้างของอะตอม และเสนอแบบจาลองอะตอมแบบต่าง ๆ จากการศึกษาข้อมูล
การสังเกต การต้ังสมมตฐิ าน และผลการทดลอง
2. แบบจาลองอะตอมมีววิ ัฒนาการ โดยเริม่ จากดอลตนั เสนอวา่ ธาตปุ ระกอบดว้ ยอะตอมซงึ่ เป็นอนุภาคขนาด
เล็ก ไม่สามารถแบ่งแยกได้ ต่อมาทอมสันเสนอว่าอะตอมประกอบด้วยอนุภาคท่ีมีประจุลบ เรียกว่า
อิเล็กตรอน และอนุภาคประจุบวก รัทเทอร์ฟอร์ดเสนอว่าประจุบวกท่ีเรียกว่า โปรตอน รวมตัวกันอยู่ตรง
ก่ึงกลางอะตอม เรียกว่า นิวเคลียส ซ่ึงมีขนาดเล็กมาก และมีอิเล็กตรอนอยู่รอบนิวเคลียส โบร์เสนอว่า
อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เป็นวงรอบนิวเคลียส โดยแต่ละวงมีระดับพลังงานเฉพาะตัว ในปัจจุบัน
นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่าอิเล็กตรอนมีการเคล่ือนที่รวดเร็วรอบนิวเคลียส และไม่สามารถระบุตาแหน่งที่
แน่นอนได้ จึงเสนอแบบจาลองอะตอมแบบกลุม่ หมอก ซง่ึ แสดงโอกาสการพบอเิ ล็กตรอนรอบนิวเคลยี ส
3. สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุประกอบด้วยสัญลักษณ์ธาตุ เลขอะตอม ซึ่งแสดงจานวนโปรตอน และเลข
มวลซ่ึงแสดงผลรวมของจานวนโปรตอนกับนิวตรอน อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันท่ีมีจานวนโปรตอน
เทา่ กัน แตม่ ีจานวนนวิ ตรอนตา่ งกัน เรยี กวา่ ไอโซโทป
4. การศึกษาสเปกตรัมการเปล่งแสงของอะตอมแก๊สทาให้ทราบว่า อิเล็กตรอนจัดเรียงอยู่รอบ ๆ นิวเคลียส
ในระดับพลังงานหลักตา่ ง ๆ และแต่ละระดับพลังงานหลักยังแบ่งเป็นระดับพลังงานย่อย ซ่ึงมีบริเวณที่จะ
พบอิเล็กตรอน เรียกว่า ออร์บิทัล ได้แตกต่างกัน และอิเล็กตรอนจะจัดเรียงใน ออร์บิทัลให้มีระดับ
พลงั งานต่าท่ีสดุ สาหรับอะตอมในสถานะพน้ื
5. ตารางธาตุในปัจจุบันจัดเรียงธาตุตามเลขอะตอมและสมบัติที่คล้ายคลึงกันเป็นหมู่และคาบ โดยอาจแบ่ง
ธาตใุ นตารางธาตุเป็นกลุม่ ธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ นอกจากนี้ อาจแบง่ เป็นกล่มุ ธาตุเรพรี-เซนเททีฟ
และกลมุ่ ธาตุแทรนซิชัน
6. ธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมู่เดียวกันมีจานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากัน และธาตุท่ีอยู่ในคาบเดียวกันมี
เวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานหลักเดียวกัน ธาตุเรพรีเซนเททีฟมีสมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกันตามหมู่
และมีแนวโน้มสมบัติบางประการเป็นไปตามหมู่และตามคาบ เช่น ขนาดอะตอม รัศมีไอออน พลังงานไอ
ออไนเซชนั อเิ ลก็ โทรเนกาติวติ ี สมั พรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน
รายวิชา เคมี 1 รหสั วิชา ว 31221 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 13
กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
7. ธาตุแทรนซิชันเป็นโลหะท่ีส่วนใหญ่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 2 มีขนาดอะตอมใกล้เคียงกัน มีจุดเดือด
จุดหลอมเหลว และความหนาแน่นสูง เกิดปฏิกิริยากับน้าได้ช้ากว่าธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรี-เซนเททีฟ
เม่ือเกดิ เปน็ สารประกอบสว่ นใหญ่จะมสี ี
8. ธาตุแต่ละชนิดมีไอโซโทป ซึ่งในธรรมชาติบางธาตุมีไอโซโทปที่แผ่รังสีได้ เน่ืองจากนิวเคลียสไม่เสถียร
เรียกว่า ไอโซโทปกัมมนั ตรงั สี สาหรับธาตุกัมมันตรงั สีเป็นธาตุท่ีทุกไอโซโทปสามารถแผร่ งั สีได้รังสีที่เกิดข้ึน
เช่น รังสีแอลฟา รังสีบีตา รังสีแกมมา โดยครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสีเป็นระยะเวลาท่ีไอโซโทป
กมั มนั ตรังสีสลายตัวจนเหลอื ครึง่ หนึง่ ของปริมาณเดมิ ซงึ่ เป็นค่าคงท่เี ฉพาะของแตล่ ะไอโซโทปกมั มนั ตรงั สี
9. สมบัติบางประการของธาตุแต่ละชนิด ทาให้สามารถนาธาตุไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้อย่าง
หลากหลาย ท้งั นก้ี ารนาธาตุไปใชต้ อ้ งตระหนกั ถึงผลกระทบท่มี ตี ่อสิ่งมชี วี ติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสาร
กมั มันตรงั สี ซง่ึ ตอ้ งมีการจดั การอย่างเหมาะสม
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการสารวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
4) ทกั ษะการตั้งสมมติฐาน
5) ทักษะการทดลอง
6) ทกั ษะการลงความเห็นจากขอ้ มลู
7) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรุป
8) ทักษะการกาหนดและควบคุมตัวแปร
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ เวลา 8 ชวั่ โมง
เวลา 3 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 1 : แบบจาลองอะตอม
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 2 : การจัดเรยี งอิเล็กตรอน
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
รายวิชา เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 14
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 3 : ตารางธาตุ เวลา 3 ชว่ั โมง
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 6 ชว่ั โมง
เวลา 5 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 4 : สมบัติของธาตุตามหม่แู ละตามคาบ
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 5 : ธาตแุ ทรนซชิ นั
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 6 : ธาตกุ ัมมันตรังสี เวลา 7 ชว่ั โมง
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 2 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 7 : ธาตแุ ละสารประกอบในสิง่ มชี ีวติ และสงิ่ แวดล้อม
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
8. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วิธวี ดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ
8.1 การประเมินชิน้ งาน/ - ตรวจผงั มโนทศั น์ เรอื่ ง - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน ระดบั คณุ ภาพ 2
- แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) แบบจาลองอะตอมของธาตุ ปฏิบัติการ ระดบั คณุ ภาพ 2
- ตรวจรายงานการทดลอง ผ่านเกณฑ์
- แบบประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน
เร่ือง การศึกษาสีของเปลว - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ภาระงาน ระดบั คณุ ภาพ 2
ไฟจากสารประกอบ และ - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
สเปกตรมั ของธาตบุ างชนดิ ระดบั คณุ ภาพ 2
- ตรวจผังมโนทศั น์ เร่อื ง การ - แบบประเมนิ การ ผ่านเกณฑ์
จดั เรยี งอิเล็กตรอน ปฏิบัติการ ระดับคณุ ภาพ 2
- ตรวจผงั มโนทัศน์ เรื่อง ผ่านเกณฑ์
วิวฒั นาการของตารางธาตุ - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ตรวจผงั สรุปความรู้ เร่ือง - แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน ระดบั คณุ ภาพ 2
สมบตั ิของธาตตุ ามหมูแ่ ละ - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
ตามคาบ
- ตรวจรายงานการ ระดบั คณุ ภาพ 2
ทดลอง เร่ือง การศึกษา ผา่ นเกณฑ์
สมบตั ขิ อง สารประกอบของ ระดบั คณุ ภาพ 2
โครเมยี มและ แมงกานสี ผ่านเกณฑ์
- ตรวจผังมโนทศั น์ เรือ่ ง ธาตุ ระดับคณุ ภาพ 2
แทรนซิชัน ผ่านเกณฑ์
- ตรวจผงั มโนทัศน์ เรอ่ื ง ธาตุ
กมั มนั ตรงั สี
- ตรวจผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง ธาตุ
และสารประกอบในส่ิงมีชีวิต
และส่งิ แวดล้อม
รายวิชา เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 15
กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
รายการวดั วิธวี ดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
ประเมินตามสภาพจรงิ
8.2 การประเมินกอ่ นเรยี น แบบทดสอบก่อนเรยี น
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ - ใบงานที่ 2.1-2.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝกึ หัด รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ก่อนเรยี น กอ่ นเรยี น - ใบงานที่ 2.3-2.5 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หดั ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 - ใบงานท่ี 2.6 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เรือ่ ง อะตอมและ - ใบงานท่ี 2.7-2.8
- แบบฝกึ หดั ระดับคณุ ภาพ 2
ตารางธาตุ - ใบงานท่ี 2.9 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝึกหัด ระดับคณุ ภาพ 2
8.3 การประเมินระหว่าง - ใบงานที่ 2.10 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝึกหัด ระดบั คณุ ภาพ 2
การจัดกิจกรรม - ใบงานท่ี 2.11 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝึกหดั ระดบั คณุ ภาพ 2
1) แบบจาลองอะตอม - ตรวจใบงานท่ี 2.1-2.2 ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมินการนาเสนอ
- ตรวจแบบฝึกหดั ผลงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) การจัดเรยี ง - ตรวจใบงานที่ 2.3-2.5 - แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานรายบคุ คล
อเิ ลก็ ตรอน - ตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
3) ตารางธาตุ - ตรวจใบงานที่ 2.6 การทางานกลุ่ม
- แบบประเมิน
- ตรวจแบบฝกึ หดั คุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์
4) สมบตั ิของธาตตุ าม - ตรวจใบงานที่ 2.7-2.8
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หมูแ่ ละตามคาบ - ตรวจแบบฝึกหดั
5) ธาตุแทรนซชิ นั - ตรวจใบงานท่ี 2.9
- ตรวจแบบฝึกหดั
6) ธาตกุ มั มันตรังสี - ตรวจใบงานท่ี 2.10
- ตรวจแบบฝึกหดั
7) ธาตุแลสารประกอบ - ตรวจใบงานท่ี 2.11
ในสงิ่ มีชวี ติ และ - ตรวจแบบฝกึ หดั
ส่ิงแวดล้อม
8) การนาเสนอ - ประเมินการนาเสนอผลงาน
ผลงาน
9) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤตกิ รรม
การทางาน การทางานรายบุคคล
รายบคุ คล
10) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม
การทางานกล่มุ การทางานกลุ่ม
11) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมีวินยั
อันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั
ในการทางาน
6.4 การประเมินหลังเรียน
- แบบทดสอบหลังเรยี น ตรวจแบบทดสอบ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 หลงั เรยี น
เรอ่ื ง อะตอมและตารางธาตุ
รายวิชา เคมี 1 รหสั วชิ า ว 31221 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 16
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4
9. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง แบบจาลองอะตอมของธาตุ
2. รายงานการทดลอง เรอื่ ง การศึกษาสขี องเปลวไฟจากสารประกอบ และสเปกตรัมของธาตุบางชนิด
3. ผังมโนทศั น์ เรื่อง การจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอน
4. ผังมโนทศั น์ เรื่อง วิวัฒนาการของตารางธาตุ
5. ผงั สรุปความรู้ เรอื่ ง สมบัติของธาตุตามหมแู่ ละตามคาบ
6. รายงานการทดลอง เร่ือง การศึกษาสมบตั ิของสารประกอบของโครเมยี มและแมงกานีส
7. ผังมโนทัศน์ เรอื่ ง ธาตุแทรนซิชัน
8. ผงั มโนทศั น์ เร่ือง ธาตุกมั มันตรังสี
9. ผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง ธาตุและสารประกอบในสิ่งมีชวี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม
ลงชื่อ..................................................ครูผูส้ อน
(นางภทั รธีรา มาฆทาน)
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 17
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 หน่วยการเรยี นรู้ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ พันธะเคมี
รหัสวชิ า ว 31221 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
จานวน 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ วชิ า เคมี 1 จานวน 1.5 หน่วยกติ
60 ช่วั โมง/ภาคเรียน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊สและ
สมบัตขิ องแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลเิ มอร์ รวมทั้งการนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
13. อธิบายการเกิดไอออน และการเกดิ พนั ธะไอออนกิ โดยใชแ้ ผนภาพหรือสญั ลักษณ์แบบจุดของลวิ อสิ
14. เขยี นสตู รและเรยี กช่ือสารประกอบไอออนกิ
15. คานวณพลังงานทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับปฏกิ ริ ิยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจกั รบอรน์ -ฮาเบอร์
16. อธิบายสมบตั ิของสารประกอบไอออนิก
17. เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนกิ สทุ ธขิ องปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก
18. อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบพันธะเดย่ี ว พนั ธะคู่ และพนั ธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลิวอิส
19. เขียนสตู รและเรยี กชอ่ื สารโคเวเลนต์
20. วิเคราะห์และเปรียบเทียบความยาวพันธะ และพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมทั้งคานวณพลังงาน
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ปฏิกริ ิยาของสารโคเวเลนต์จากพลังงานพันธะ
21. คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ
สภาพข้วั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์
22. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด และ
การละลายนา้ ของสารโคเวเลนต์
23. สืบค้นข้อมูลและอธบิ ายสมบตั ขิ องสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาขา่ ยชนดิ ต่าง ๆ
24. อธิบายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบตั ิของโลหะ
25. เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นข้อมูลและ
นาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
พันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะเคมีชนิดหนึ่งที่เกิดจากอะตอมของอโลหะมีการนาอิเล็กตรอนมาใช้ร่วมกัน แล้วเกิด
แรงดึงดูดระหว่างอิเล็กตรอนกับโปรตอนท่ีอยู่ในนิวเคลียสของท้ังสองอะตอม ซึ่งสารประกอบโคเวเลนต์อาจเกิดจาก
อะตอมของอโลหะชนดิ เดยี วกัน หรือตา่ งชนิดกันก็ได้
สูตรโมเลกุลของสารโคเวเลนต์จะเขียนแสดงด้วยสัญลักษณ์ของธาตุ และมีตัวเลขแสดงจานวนอะตอมของธาตุ
ที่มมี ากกว่า 1 อะตอม และการเรยี กช่อื สารโคเวเลนตท์ าได้โดยเรียกชอื่ ธาตทุ ่อี ยู่หน้าก่อนแล้วตามด้วยช่ือธาตุที่อยู่ถัดมา
และมีคานาหนา้ ระบุจานวนอะตอมของธาตุ
รายวิชา เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 18
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4
ความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ข้ึนกับชนิดของอะตอมคู่ร่วมพันธะ ชนิดของพันธะ และ
พลังงานพนั ธะ นามาใชใ้ นการคานวณพลังงานของปฏิกิริยาได้
รปู รา่ งของโมเลกลุ โคเวเลนตข์ นึ้ อยู่กับจานวนพันธะและจานวนอิเลก็ ตรอนคู่โดดเด่ียวรอบอะตอมกลาง
สภาพขัว้ ของโมเลกลุ โคเวเลนต์เปน็ ผลรวมปรมิ าณเวกเตอร์ของสภาพขว้ั ของแตล่ ะพันธะตามรูปร่างโมเลกลุ
แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งโมเลกลุ มีผลตอ่ จดุ หลอมเหลว จุดเดือด และการละลายน้าของสาร โดยสารโคเวเลนต์จะ
มจี ุดหลอมเหลวและจดุ เดอื ดตา่ และไมล่ ะลายน้า
สารโคเวเลนตบ์ างชนดิ ท่ีมีโครงสรา้ งโมเลกุลขนาดใหญ่ และมพี ันธะโคเวเลนต์ต่อเนื่องเป็นโครงร่างตาข่าย จะมี
จดุ หลอมเหลวและจดุ เดือดสงู
พันธะไอออนกิ เกดิ จากการยดึ เหน่ียวระหว่างประจุไฟฟา้ ของไอออนบวกของโลหะกับไอออนลบของอโลหะ
สารประกอบไอออนิกเขียนแสดงสูตรเคมีโดยใช้สัญลักษณ์ธาตุท่ีเป็นไอออนบวกไว้ด้านหน้าตามด้วยสัญลักษณ์
ธาตทุ ี่เป็นไอออนลบ และมตี ัวเลขแสดงอัตราส่วนอย่างตา่ ของจานวนไอออน
ปฏกิ ิรยิ าการเกิดสารประกอบไอออนิกแสดงไดด้ ้วยวัฏจักรบอรน์ -ฮาเบอร์
สารประกอบไอออนิกส่วนใหญ่เป็นของแข็ง มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง เมื่อเป็นของแข็งไม่นาไฟฟ้า แต่
เมื่อหลอมเหลวหรือละลายน้าจะนาไฟฟ้าได้ และสารละลายของสารประกอบไอออนิกแสดงสมบัติความเป็นกรด-เบส
ตา่ งกัน
พันธะโลหะเกิดจากเวเลนซ์อิเล็กตรอนของทุกอะตอมของโลหะเคล่ือนที่อย่างอิสระไปท่ัวท้ังโลหะและเกิด
แรงยึดเหน่ียวกับโปรตอนในนิวเคลียสทุกทิศทาง โลหะส่วนใหญ่เป็นของแข็ง ผิวมันวาว จุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง
นาไฟฟา้ และความร้อนได้ดี
สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ มีสมบัติเฉพาะตัวบางประการท่ีแตกต่างกัน จึงนามาใช้
ประโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ ไดต้ ามความเหมาะสม
4. สาระการเรียนรู้
1. สารเคมีเกิดจากการยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะเคมี ซ่ึงเกี่ยวข้องกับเวเลนซ์อิเล็กตรอนท่ีแสดงได้ด้วย
สัญลกั ษณแ์ บบจดุ ของลิวอิส โดยการเกดิ พันธะเคมสี ว่ นใหญ่เป็นไปตามกฎออกเตต
2. พันธะไอออนิกเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออนลบ ส่วนใหญ่ไอออน
บวกเกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับอิเล็กตรอน สารประกอบท่ีเกิดจาก
พนั ธะไอออนกิ เรียกว่า สารประกอบไอออนิก สารประกอบไอออนิกไม่อยู่ในรูปโมเลกุล แต่เป็นโครงผลึก
ทปี่ ระกอบด้วยไอออนบวกและไอออนลบจดั เรยี งตัวต่อเน่ืองกันไปทงั้ สามมิติ
3. สารประกอบไอออนิกเขียนแสดงสูตรเคมีโดยให้สัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้า ตามด้วย
สัญลกั ษณธ์ าตทุ ่ีเป็นไอออนลบ โดยมตี วั เลขแสดงอตั ราสว่ นอย่างตา่ ของจานวนไอออนท่ีเปน็ องค์ประกอบ
4. การเรียกช่ือสารประกอบไอออนิกทาได้โดยเรียกช่ือไอออนบวกแล้วตามด้วยช่ือไอออนลบ สาหรับ
สารประกอบไอออนกิ ทเ่ี กิดจากโลหะท่ีมีเลขออกซเิ ดชนั ไดห้ ลายค่า ตอ้ งระบุเลขออกซิเดชันของโลหะด้วย
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวชิ า ว 31221 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 19
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4
5. ปฏกิ ริ ิยาการเกิดสารประกอบไอออนกิ จากธาตเุ ก่ียวขอ้ งกับปฏิกิริยาเคมีหลายข้ันตอน มีท้ังท่ีเป็นปฏิกิริยา
ดูดพลังงานและคายพลังงาน ซึ่งแสดงได้ด้วยวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ และพลังงานของปฏิกิริยาการเกิด
สารประกอบไอออนิกเปน็ ผลรวมของพลงั งานทุกข้ันตอน
6. สารประกอบไอออนกิ สว่ นใหญ่มีลกั ษณะเป็นผลึกของแข็ง เปราะ มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง ละลาย
น้าแล้วแตกตัวเป็นไอออน เรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ เม่ือเป็นของแข็งไม่นาไฟฟ้า แต่ถ้าทาให้
หลอมเหลวหรือละลายในน้าจะนาไฟฟา้
7. สารละลายของสารประกอบไอออนิกแสดงสมบัติความเป็นกรด–เบสต่างกัน สารละลายของสารประกอบ
คลอไรด์มสี มบตั ิเป็นกลาง และสารละลายของสารประกอบออกไซดม์ สี มบตั เิ ปน็ เบส
8. ปฏกิ ริ ยิ าของสารประกอบไอออนิก สามารถเขียนแสดงด้วยสมการไอออนิกหรือสมการไอออนิกสุทธิ โดย
ที่สมการไอออนิกแสดงสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่แตกตัวได้ในรูปของไอออน ส่วนสมการไอออนิก
สทุ ธิแสดงเฉพาะไอออนทีท่ าปฏกิ ริ ยิ ากัน และผลิตภณั ฑ์ทเ่ี กดิ ขึ้น
9. พันธะโคเวเลนต์เป็นการยึดเหนี่ยวที่เกิดข้ึนภายในโมเลกุลจากการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกันของธาตุ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธาตุอโลหะ โดยท่ัวไปจะเป็นไปตามกฎออกเตต สารท่ียึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะโคเวเลนต์
เรียกว่า สารโคเวเลนต์ พันธะโคเวเลนต์เกิดได้ทั้งพันธะเด่ียว พันธะคู่ และพันธะสาม ซึ่งสามารถเขียน
แสดงได้ด้วยโครงสร้างลิวอิส โดยแสดงอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะด้วยจุดหรือเส้น และแสดงอิเล็กตรอน
คโู่ ดดเดย่ี วของแตล่ ะอะตอมดว้ ยจุด
10. สูตรโมเลกุลของสารโคเวเลนต์ โดยทั่วไปเขียนแสดงด้วยสัญลักษณ์ของธาตุเรียงลาดับตามค่าอิเล็กโทร -
เนกาตวิ ติ ีจากน้อยไปมาก โดยมีตวั เลขแสดงจานวนอะตอมของธาตุท่ีมีมากกวา่ 1 อะตอมในโมเลกลุ
11. การเรียกช่ือสารโคเวเลนต์ทาได้โดยเรียกชื่อธาตุที่อยู่หน้าก่อนแล้วตามด้วยช่ือธาตุที่อยู่ถัดมา โดยมี
คานาหน้าระบจุ านวนอะตอมของธาตุทเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบ
12. ความยาวพันธะและพลงั งานพันธะในสารโคเวเลนต์ขึ้นกับชนิดของอะตอมคู่ร่วมพันธะและชนิดของพันธะ
โดยพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสามมีความยาวพันธะและพลังงานพันธะแตกต่างกัน นอกจากนี้
โมเลกุลโคเวเลนต์บางชนิดมีค่าความยาวพันธะและพลังงานพันธะแตกต่างจากของพันธะเด่ียว พันธ ะคู่
และพันธะสาม ซึ่งสารเหล่านี้สามารถเขียนโครงสร้างลิวอิสท่ีเหมาะสมได้มากกว่า 1 โครงสร้างที่เรียกว่า
โครงสร้างเรโซแนนซ์
13. พลังงานพันธะนามาใช้ในการคานวณพลังงานของปฏิกิริยาซ่ึงได้จากผลต่างของพลังงานพันธะรวมของ
สารตั้งต้นกับผลติ ภณั ฑ์
14. รูปร่างของโมเลกุลโคเวเลนต์อาจพิจารณาโดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์
(VSEPR) ซ่ึงขนึ้ อยู่กบั จานวนพันธะและจานวนอิเล็กตรอนคู่โดดเด่ียวรอบอะตอมกลาง โมเลกุลโคเวเลนต์
มีทั้งโมเลกุลมขี ว้ั และไม่มีข้ัว สภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์เป็นผลรวมปริมาณเวกเตอร์สภาพข้ัวของแต่
ละพนั ธะตามรูปร่างโมเลกุล
15. แรงยึดเหน่ียวระหว่างโมเลกุลซ่ึงอาจเป็นแรงลอนดอน แรงดึงดูดระหว่างข้ัว และพันธะไฮโดรเจนมีผลต่อ
จดุ หลอมเหลว จุดเดือด และการละลายน้าของสาร นอกจากน้ีสารโคเวเลนต์ส่วนใหญ่ยังมีจุดหลอมเหลว
รายวิชา เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 20
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
และจุดเดือดต่ากว่าสารประกอบไอออนิก เน่ืองจากแรงยึดเหน่ียวระหว่างโมเลกุลมีค่าน้อยกว่าพันธะ
ไอออนิก
16. สารโคเวเลนต์ส่วนใหญ่มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่า และไม่ละลายในน้า สาหรับสารโคเวเลนต์ที่
ละลายน้ามีท้ังแตกตัวและไม่แตกตัวเป็นไอออน สารละลายที่ได้จากสารที่ไม่แตกตัวเป็นไอออนจะ
ไม่นาไฟฟ้า เรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ ส่วนสารละลายท่ีได้จากสารที่แตกตัวเป็นไอออน
จะนาไฟฟ้า เรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ สารละลายของสารประกอบคลอไรด์และออกไซด์จะมี
สมบตั ิเปน็ กรด
17. สารโคเวเลนต์บางชนิดท่ีมีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่และมีพันธะโคเวเลนต์ต่อเนื่องเป็นโครงร่างตาข่าย
จะมีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง สารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายที่มีธาตุองค์ประกอบเหมือนกัน แต่มี
อญั รูปตา่ งกนั จะมีสมบัติต่างกนั เชน่ เพชร แกรไฟต์
18. พนั ธะโลหะเกดิ จากเวเลนซ์อิเล็กตรอนของทุกอะตอมของโลหะเคล่อื นทอ่ี ย่างอิสระไปทั่วทั้งโลหะ และเกิด
แรงยึดเหนี่ยวกบั โปรตอนในนิวเคลยี สทกุ ทิศทาง
19. โลหะส่วนใหญ่เป็นของแข็ง มีผิวมันวาว สามารถตีเป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ นาความร้อนและนาไฟฟ้า
ไดด้ ี มีจดุ หลอมเหลวและจุดเดอื ดสูง
20. สารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ มสี มบัติเฉพาะตัวบางประการท่ีแตกต่างกัน เช่น จุดเดือด
จุดหลอมเหลว การละลายน้า การนาไฟฟ้า จึงสามารถนามาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ตามความ
เหมาะสม
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการสารวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
4) ทักษะการทดลอง
5) ทักษะการกาหนดและควบคุมตัวแปร
6) ทักษะการตคี วามหมายและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 21
กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ เวลา 3 ชว่ั โมง
เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 1 : การเกดิ และชนดิ ของพนั ธะโคเวเลนต์ เวลา 2 ชวั่ โมง
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 2 ชวั่ โมง
เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 2 : การเขยี นสตู รและเรยี กชือ่ สารประกอบโคเวเลนต์ เวลา 1 ชว่ั โมง
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 1 ชว่ั โมง
เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ 3 : พลงั งานพันธะและความยาวพันธะ เวลา 1 ชว่ั โมง
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 1 ชว่ั โมง
เวลา 4 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ ท่ี 4 : รปู รา่ งและมุมระหว่างพันธะของโมเลกลุ โคเวเลนต์ เวลา 2 ชว่ั โมง
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 5 : สภาพข้ัวของโมเลกลุ โคเวเลนต์
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจดั การเรียนรู้ ท่ี 6 : แรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ 7 : สารโคเวเลนต์โครงผลึกร่างตาขา่ ย
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 8 : การเกิดและโครงสรา้ งของสารประกอบไอออนกิ
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 9 : การเขยี นสูตรและเรยี กช่ือสารประกอบไอออนิก
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรยี นรู้ ที่ 10 : พลงั งานกบั การเกดิ สารประกอบไอออนิก
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 11 : สมบัติและปฏิกริ ิยาของสารประกอบไอออนิก
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจดั การเรยี นรู้ ที่ 12 : พันธะโลหะ
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
8. การวัดและประเมินผล วธิ วี ัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
- ตรวจผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง การ - แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน ระดบั คณุ ภาพ 2
รายการวดั ผา่ นเกณฑ์
8.1 การประเมินช้ินงาน/ เกดิ พันธะโคเวเลนต์ - แบบประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน ระดบั คณุ ภาพ 2
- ตรวจผังมโนทัศน์ เรื่อง ผ่านเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด)
พันธะโคเวเลนต์
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 22
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
รายการวดั วิธีวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
- แบบประเมนิ การปฏิบตั กิ าร ระดบั คณุ ภาพ 2
- ตรวจรายงานการทดลอง ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิการ ระดับคณุ ภาพ 2
เร่ือง การละลายของ ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน ระดับคณุ ภาพ 2
สารประกอบไอออนิกในนา้ - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2
- ตรวจรายงานการทดลอง แบบทดสอบก่อนเรยี น ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ตามสภาพจริง
เรื่อง การเกิดปฏิกริ ิยาของ - ใบงานที่ 3.1
- แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สารประกอบไอออนกิ - ใบงานที่ 3.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝึกหดั
- ตรวจผังมโนทัศน์ เรื่อง รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ใบงานที่ 3.3 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
พนั ธะไอออนกิ - แบบฝกึ หัด
- ใบงานท่ี 3.4-3.5 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจผงั มโนทศั น์ เรอ่ื ง - แบบฝึกหดั ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
พนั ธะโลหะ - ใบงานที่ 3.6 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝึกหดั ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
8.2 การประเมนิ กอ่ นเรียน - ใบงานท่ี 3.7
- แบบฝึกหัด
- แบบทดสอบก่อนเรยี น ตรวจแบบทดสอบ
- แบบฝึกหัด
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 กอ่ นเรียน
- แบบฝกึ หัด
เร่อื ง พนั ธะเคมี
8.3 การประเมนิ ระหว่าง
การจดั กจิ กรรม
1) การเกดิ และชนดิ ของ - ตรวจใบงานท่ี 3.1
พันธะโคเวเลนต์ - ตรวจแบบฝึกหดั
2) การเขียนสตู รและ - ตรวจใบงานท่ี 3.2
เรยี กช่อื สารประกอบ - ตรวจแบบฝึกหดั
โคเวเลนต์
3) พลังงานพันธะและ - ตรวจใบงานท่ี 3.3
ความยาวพันธะ - ตรวจแบบฝกึ หดั
4) รปู ร่างและมมุ - ตรวจใบงานที่ 3.4-3.5
ระหว่างพนั ธะของ - ตรวจแบบฝึกหดั
โมเลกลุ โคเวเลนต์
5) สภาพขวั้ ของโมเลกุล - ตรวจใบงานที่ 3.6
โคเวเลนต์ - ตรวจแบบฝึกหดั
6) แรงยดึ เหนยี่ ว - ตรวจใบงานท่ี 3.7
ระหว่างโมเลกลุ - ตรวจแบบฝึกหดั
โคเวเลนต์
7) สารโคเวเลนต์ - ตรวจแบบฝกึ หดั
โครงผลึกรา่ งตาข่าย
8) การเกดิ และ - ตรวจแบบฝกึ หดั
โครงสร้างของ
สารประกอบไอออนกิ
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวิชา ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 23
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
รายการวดั วธิ วี ัด เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- ใบงานที่ 3.8 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
9) การเขยี นสตู รและ - ตรวจใบงานท่ี 3.8 - แบบฝึกหัด
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เรยี กช่อื สารประกอบ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ไอออนิก - ใบงานท่ี 3.9
- แบบฝึกหัด รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
10) พลงั งานกบั การเกิด - ตรวจแบบฝึกหดั
- ใบงานที่ 3.10 ระดบั คณุ ภาพ 2
สารประกอบไอออนิก - แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
- แบบประเมินการนาเสนอ ระดบั คณุ ภาพ 2
11) สมบัตแิ ละปฏิกิรยิ า - ตรวจใบงานท่ี 3.9 ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน
ของสารประกอบ - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2
การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ไอออนกิ ระดับคณุ ภาพ 2
- แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
12) พนั ธะโลหะ - ตรวจใบงานที่ 3.10 การทางานกล่มุ
- แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั อันพงึ ประสงค์
13) การนาเสนอ - ประเมินการนาเสนอ แบบทดสอบหลังเรียน
ผลงาน ผลงาน
14) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม
การทางาน การทางานรายบุคคล
รายบคุ คล
15) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤตกิ รรม
การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม
16) คุณลักษณะ - สังเกตความมวี ินยั
อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ัน
ในการทางาน
8.4 การประเมนิ หลังเรยี น
- แบบทดสอบหลังเรยี น ตรวจแบบทดสอบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 หลงั เรยี น
เรอื่ ง พนั ธะเคมี
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง การเกิดพนั ธะโคเวเลนต์
2. ผังมโนทศั น์ เรื่อง พันธะโคเวเลนต์
3. รายงานการทดลอง เรื่อง การละลายของสารประกอบไอออนิกในน้า
4. รายงานการทดลอง เรือ่ ง การเกดิ ปฏิกริ ิยาของสารประกอบไอออนิก
5. ผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง พนั ธะไอออนกิ
6. ผังมโนทศั น์ เร่ือง พนั ธะโลหะ
ลงชื่อ..................................................ครผู ้สู อน
(นางภทั รธรี า มาฆทาน)
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวชิ า ว 31221 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 24
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4