โครงสรา้ งรายวิชา
การออกแบบการจดั การเรียนรู้
รายวชิ า เคมี 5 รหัสวิชา ว 33225
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6
นางภทั รธรี า มาฆทาน
ครผู ้ชู ่วย โรงเรียนนาสนุ่นวิทยาคม
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี นนาสนนุ่ วทิ ยาคม อาเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเพชรบูรณ์
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นึ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
รายวชิ า เคมี 5 รหัสวิชา ว 32225 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 1
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ......
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสุพัตรา ชลไพร)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มบริหารงานวิชาการ
ทราบ
เหน็ สมควรอนุมตั ิ นาไปใช้จดั ทาแผนการจดั การเรียนรไู้ ด้
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวปัญจลกั ษณ์ เมฆเจริญทรัพย์)
หัวหนา้ กลมุ่ บริหารงานวิชาการ
ความคิดเห็นของผู้อานวยการโรงเรียน
อนมุ ตั ิ
............................................................................................................................. .......................................................... .....
............................................................................................................................. ...................................
ไม่อนุมัติ เน่อื งจาก.................................................................................................................... .....................
............................................................................................................. ............................................................... ..
ลงชอ่ื ......................................................
(นางสพุ ิชญา เหลก็ แดง)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นนาสนนุ่ วิทยาคม
รายวชิ า เคมี 5 รหัสวชิ า ว 32225 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6
รหสั ว 33225 วชิ า เคมี 5
จานวน 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาอธิบายรายวิชา
สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีพันธะเด่ียว พันธะคู่ หรือพันธะสาม เขียนสูตร
โครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบอินทรีย์ วิเคราะห์โครงสร้างและ
ระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกช่ือสารประกอบอินทรีย์ประเภท
ตา่ งๆ ท่ีมีหม่ฟู งั ก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ
วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้าของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือ
โครงสร้างต่างกัน ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยา
กับโบรมีน หรอื ปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน
ปฏิกิรยิ าการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏกิ ริ ิยาการไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนฟิ ิเคชนั ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน
ปฏิกริ ยิ าไฮโดรลซิ สิ และปฏกิ ริ ยิ าสะปอนนิฟิเคชัน สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันและอุตสาหกรรม ระบุประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์
หรือพอลิเมอร์ วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมท้ังการนาไปใช้
ประโยชน์ ทดสอบและระบุประเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ยาง รวมท้ังการนาไปใช้ประโยชน์ อธิบายผลของการ
ปรับเปล่ียนโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติของพอลิเมอร์สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่าง
ผลกระทบจากการใชแ้ ละการกาจัดผลิตภัณฑ์พอลเิ มอรแ์ ละแนวทางแก้ไข
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ สามารถนา
ความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เช่ือมโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทา
และวิเคราะห์ข้อมูล ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจแก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของ
วทิ ยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามที่พบใน
ชวี ิตประจาวนั
2. เขยี นสตู รโครงสรา้ งลวิ อสิ สตู รโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสรา้ งแบบเส้นของสารประกอบอินทรยี ์
3. วเิ คราะห์โครงสรา้ ง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรียจ์ ากหมู่ฟงั ก์ชัน
4. เขยี นสตู รโครงสร้างและเรยี กชอื่ สารประกอบอินทรียป์ ระเภทต่างๆ ทม่ี ีหมฟู่ ังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ
IUPAC
5. เขยี นไอโซเมอรโ์ ครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรยี ป์ ระเภทต่างๆ
รายวิชา เคมี 5 รหัสวิชา ว 32225 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 2
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้าของสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีหมู่ฟังก์ชัน ขนาด
โมเลกุล หรอื โครงสร้างต่างกัน
7. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับ
โบรมนี หรือปฏิกิรยิ ากับโพแทสเซยี มเปอรแ์ มงกาเนต
8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยา
ไฮโดรลซิ สิ และปฏิกิรยิ าสะปอนนฟิ ิเคชนั
9. ทดสอบปฏิกิรยิ าเอสเทอริฟเิ คชนั ปฏิกริ ิยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟเิ คชนั
10. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันและ
อุตสาหกรรม
11. ระบปุ ระเภทของปฏิกิรยิ าการเกิดพอลเิ มอรจ์ ากโครงสรา้ งของมอนอเมอรห์ รือพอลเิ มอร์
12. วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนาไปใช้
ประโยชน์
13. ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสตกิ และผลิตภณั ฑ์ยาง รวมทงั้ การนาไปใช้ประโยชน์
14. อธบิ ายผลของการปรบั เปลี่ยนโครงสรา้ ง และการสังเคราะห์พอลเิ มอรท์ ีม่ ตี อ่ สมบัตขิ องพอลเิ มอร์
15. สืบคน้ ข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใชแ้ ละการกาจดั ผลติ ภัณฑ์พอลิเมอร์และแนว
ทางแก้ไข
รวม 15 ผลการเรียนรู้
รายวชิ า เคมี 5 รหัสวิชา ว 32225 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 3
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6
รหัสวิชา ว 33225 โครงสร้างรายวชิ า ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6
จานวน 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
วชิ า เคมี 5
60 ชวั่ โมง/ภาคเรียน
ที่ ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลาเรยี น นา้ หนกั
การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
รป
1 เคมีอินทรีย์ 1. สบื คน้ ข้อมูลและนาเสนอ สารประกอบอินทรีย์ คือ สารประกอบที่มีธาตุ 39 45 10+10
ตวั อยา่ งสารประกอบอินทรยี ์ท่ี คาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ส่วนใหญ่พบในสิ่งมีชีวิต
มพี ันธะเดย่ี ว พันธะคู่ หรือ มีโครงสร้างหลากหลายและแบ่งได้หลายประเภท
พันธะสามทีพ่ บใน เนื่องจากธาตุคาร์บอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กับ
ชวี ติ ประจาวัน ธาตุคาร์บอนด้วยพันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม และ
2. เขยี นสตู รโครงสรา้ งลวิ อิส ยังสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอื่น ๆ ได้ เช่น
สูตรโครงสร้างแบบย่อและ ไนโตรเจน ออกซิเจน กามะถัน ฟอสฟอรัส การเขียน
สูตรโครงสร้างแบบเสน้ ของ สูตรของสารประกอบอนิ ทรยี ์ อาจเขยี นเปน็ สูตรโมเลกุล
สารประกอบอนิ ทรยี ์ สูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตร
3. วเิ คราะหโ์ ครงสร้าง และระบุ โครงสรา้ งแบบเส้นและมมุ
ประเภทของสารประกอบ สารประกอบอินทรีย์ มีหมู่อะตอมท่ีทาหน้าที่แสดง
อินทรีย์จากหมฟู่ ังกช์ นั สมบัติของสารประกอบนั้น ๆ ทาให้สามารถจัด
4. เขียนสูตรโครงสรา้ งและ สารประกอบอินทรีย์ตามสมบัติของหมู่อะตอมที่ทา
เรยี กชอื่ สารประกอบอินทรยี ์ หน้าท่ีแสดงสมบัติ เรียกว่า หมู่ฟังก์ชัน เช่น โมเลกุล
ประเภทตา่ ง ๆ ท่ีมีหมฟู่ ังกช์ นั ของสารอินทรีย์ใดมีหมู่ -OH จัดเป็นสารประกอบ
ไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ แอลกอฮอล์
IUPAC ไอโซเมอริซึม เป็นปรากฏการณ์ที่สารประกอบ
5. เขียนไอโซเมอรโ์ ครงสร้างของ อินทรีย์มีสูตรโมเลกุลเหมือนกัน แต่มีสูตรโครงสร้าง
สารประกอบอนิ ทรยี ป์ ระเภท ต่างกัน และสารที่มีสูตรโมเลกุลเหมือนกัน แต่สูตร
ตา่ ง ๆ โครงสรา้ งแตกต่างกนั เรียกว่า ไอโซเมอร์
6. วเิ คราะห์ และเปรียบเทยี บจุด สารประกอบไฮโดรคาร์บอน คือ สารประกอบ
เดอื ดและการละลายในน้าของ อินทรีย์ท่ีมีเฉพาะธาตุคาร์บอนและธาตุไฮโดรเจนเป็น
สารประกอบอินทรียท์ ม่ี ี องค์ประกอบ แบ่งได้ 4 ประเภท คือ สารประกอบ
หมฟู่ ังกช์ นั ขนาดโมเลกลุ แอลเคน สารประกอบแอลคีน สารประกอบแอลไคน์
หรือโครงสร้างตา่ งกนั และอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เม่ือสารประกอบ
7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนแต่ละประเภทเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้
ไฮโดรคารบ์ อนและเขยี น ปฏิกิริยากับโบรมีน ปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์-
ผลิตภณั ฑจ์ ากปฏิกิริยาการ แมงกาเนต จะให้ผลที่แตกต่างกัน ใช้เป็นเกณฑ์ในการ
เผาไหม้ ปฏกิ ริ ยิ ากับโบรมนี จาแนกประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้
หรอื ปฏิกริ ยิ ากับโพแทสเซียม
เปอรแ์ มงกาเนต
รายวิชา เคมี 5 รหัสวิชา ว 32225 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 4
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
ท่ี ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชว้ี ดั สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลาเรยี น น้าหนัก
การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
รป
8. เขยี นสมการเคมแี ละอธิบาย ส า ร ป ร ะ ก อ บ แ อ ล เ ค น เ ป็ น ส า ร ป ร ะ ก อ บ
การเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเอสเทอร-ิ ไฮโดรคาร์บอน ประเภทอ่ิมตัว มีสูตรท่ัวไปคือ CnH2n+2
ฟเิ คชัน ปฏิกริ ยิ าการสงั เคราะห์ เรียกช่ือได้ตามระบบ IUPAC หรืออาจจะเรียกช่ือโดย
เอไมด์ ปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลซิ สิ ระบบช่ือสามัญ ส่วนสารประกอบแอลคีนเป็น
และปฏิกริ ยิ าสะปอนนิฟิเคชัน สารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทไม่อิ่มตัว มีสูตร
9. ทดสอบปฏกิ ริ ยิ าเอสเทอร-ิ ทั่วไปคือ CnH2n เรียกชื่อตามระบบ IUPAC ได้โดยใช้
ฟิเคชัน ปฏิกริ ิยาไฮโดรลซิ สิ หลักการเดียวกับแอลเคน แอลเคนและแอลคีนจะมี
และปฏิกริ ยิ าสะปอนนฟิ ิเคชนั สมบัตแิ ละการเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน เช่น แอลเคน
10. สืบคน้ ข้อมูล และนาเสนอ เกิดปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้ไดด้ ีกวา่ แอลคนี
ตัวอยา่ งการนาสารประกอบ ส า ร ป ร ะ ก อ บ แ อ ล ไ ค น์ เ ป็ น ส า ร ป ร ะ ก อ บ
อินทรยี ไ์ ปใชป้ ระโยชนใ์ น ไฮโดรคารบ์ อนประเภทไมอ่ ่ิมตวั มีสูตรทั่วไปคือ CnH2n-2
ชีวติ ประจาวนั และอตุ สาหกรรม เรียกช่ือได้ตามระบบ IUPAC ส่วนสารประกอบอะโร
มาติกไฮโดรคารบ์ อนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่
มวี งเบนซีน (C6H6) เป็นองค์ประกอบ
แอลกอฮอล์ ฟีนอล และอีเทอร์ เป็นสารประกอบ
อินทรีย์ที่มีธาตุคาร์บอน ธาตุไฮโดรเจนและธาตุ
ออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ แอลกอฮอล์และฟีนอลมี
หมู่ไฮดรอกซิลเป็นหมฟู่ ังก์ชนั อีเทอร์มีหมู่ออกซีเป็นหมู่
ฟังก์ชัน และเป็นไอโซเมอร์กับแอลกอฮอล์และฟีนอล
โดยท่ีอีเทอร์จะมีจุดเดือดต่ากว่าแอลกอฮอล์ เนื่องจาก
โมเลกุลของอีเทอร์ไม่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้
เหมือนกบั แอลกอฮอล์
สารประกอบแอลดไี ฮด์เป็นสารประกอบอินทรีย์ท่ีมี
หมู่คาร์บอกซาลดีไฮด์เป็นหมู่ฟังก์ชันส่วนสารประกอบ
คโี ตนเป็นสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีหมู่คาร์บอนิลเป็นหมู่
ฟงั ก์ชนั โดยคโี ตนจะมจี ดุ เดือดมากกว่า แอลดไี ฮด์
กรดคาร์บอกซิลิกเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่
คาร์บอกซิลเป็นหมู่ฟังก์ชัน ส่วนเอสเทอร์เป็น
อนุพนั ธข์ องกรดคารบ์ อกซลิ กิ เกดิ จากหมแู่ ทนที่ด้วย
หมแู่ อลคอกซี โดยกรดคาร์บอกซิลิกจะมีจุดเดอื ดสูงกว่า
แอลกอฮอล์ แอลดีไฮด์ และคโี ตน
เอมนี เป็นสารประกอบอินทรีย์ท่ีเกิดจากหมู่แอลคิล
หรอื หม่แู อริลเข้าแทนท่ีไฮโดรเจนในโมเลกุลแอมโมเนีย
มีหมู่ฟังกช์ นั คือหมอู่ ะมิโน
รายวิชา เคมี 5 รหสั วิชา ว 32225 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 5
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
ที่ ชอื่ หนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลาเรียน น้าหนกั
การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
รป
เอมีนแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ เอมีนปฐมภูมิ เอมีน
ทตุ ิยภูมิ เอมีนตติยภมู ิ
สารประกอบเอไมด์เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่
ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจนและ
ไนโตรเจน เกิดจากหมู่อะมิโนเข้าไปแทนท่ีหมู่
คาร์บอกซลิ ในกรดคาร์บอกซิลิก ดังนั้นเอไมด์จึงจัดเป็น
อนุพันธ์ของกรดคาร์บอก-ซิลิก เอไมด์แบ่งได้ 3 ชนิด
คอื เอไมดป์ ฐมภูมิ เอไมดท์ ุติยภมู ิ เอไมดต์ ติยภมู ิ
ส า ร ป ร ะ ก อ บ อิ น ท รี ย์ ส า ม า ร ถ น า ไ ป ใ ช้ ใ น
ชวี ติ ประจาวนั ไดม้ ากมาย เช่น แก๊สปิโตรเลียม นาไปใช้
เป็นเชื้อเพลิง ทาแก๊สหุงต้ม น้ามันเบนซิน นาไปใช้เป็น
เช้ือเพลิงในยานยนต์ แก๊สธรรมชาติก็ถูกนาไปใช้เป็น
เ ชื้ อเ พลิ งส า ห รั บ ย า น ย นต์ แ ล ะ ส า ร ป ร ะ กอ บ
ไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการกลั่นน้ามันดิบยังนาไปเป็น
วัตถุดบิ ในการผลิตมอนอเมอร์หรือพอลิเมอร์ใน
อุตสาหกรรมปโิ ตรเคมี
2 พอลิเมอร์ 11. ระบุประเภทของปฏิกิริยาการ สารโมเลกุลเด่ียวหรือ มอนอเมอร์ มาเช่ือมต่อกัน 19 25 10
เกิดพอลิเมอร์ จากโครงสร้าง เป็นสารท่มี ีโมเลกุลขนาดใหญ่ เรยี กวา่ พอลิเมอร์
ของ มอนอเมอรห์ รอื พอลเิ มอร์ พอลิเมอร์แบ่งตามลักษณะการเกิด ได้ 2 ประเภท
คื อ พ อ ลิ เ ม อ ร์ ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ พ อ ลิ เ ม อ ร์ สั ง เ ค ร า ะ ห์
12. วิเคราะห์ และอธบิ าย
แบ่งตามชนิดของมอนอเมอร์ได้ 2 ประเภท คือ
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง
โครงสรา้ งและสมบตั ขิ อง ฮอมอพอลเิ มอร์และโคพอลเิ มอร์
พอลเิ มอร์ รวมท้งั การนาไปใช้ กระบวนการท่ีทาให้เกิดพอลิเมอร์ เรียกว่า
ปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
ประโยชน์
13. ทดสอบ และระบุประเภทของ ปฏิกริ ยิ าพอลเิ มอไรเซชนั แบบเติมและปฏิกริ ยิ าพอลเิ มอ
พลาสติกและผลิตภัณฑ์ยาง ไรเซชันแบบควบแนน่
รวมทัง้ การนาไปใช้ประโยชน์ สมบัติของพอลิเมอร์จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของ
14. อธิบายผลของการปรับเปล่ียน พอลิเมอร์ ซึ่งโครงสร้างของพอลิเมอร์แบ่งออกเป็น 3
โครงสร้าง และการสังเคราะห์ แบบ คือ พอลิเมอร์แบบเส้น พอลิเมอร์แบบก่ิง และ
พอลิเมอร์ทีม่ ตี ่อสมบัตขิ อง พอลเิ มอร์แบบร่างแห
พอลเิ มอร์
15. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอ
ตัวอย่างผลกระทบจากการใช้
และการกาจัดผลติ ภณั ฑ์
พอลเิ มอร์และแนวทางแกไ้ ข
รายวิชา เคมี 5 รหัสวชิ า ว 32225 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 6
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
ท่ี ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลาเรียน นา้ หนัก
การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
รป
พลาสติกเป็นพอลิเมอร์ท่ีมีโมเลกุลขนาดใหญ่
ส า ม า ร ถ แ บ่ ง ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง พ ล า ส ติ ก ต า ม ส ม บั ติ
ทางความร้อนได้ 2 ประเภทคือ เทอร์โมพลาสติก
เ ป็ น พ ล า ส ติ ก ท่ี มี โ ค ร ง ส ร้ า ง แ บ บ เ ส้ น แ ล ะ แ บ บ กิ่ ง
เมื่อได้รับความร้อนจะอ่อนตัวและเม่ือเย็นลงจะแข็งตัว
เป็นพลาสติกที่สามารถนาไปรีไซเคิลได้ พลาสติก
เทอร์โมเซต เป็นพลาสติกที่มีโครงสร้างแบบร่างแห
สามารถหลอมเหลวและขึ้นรูปได้เพียงคร้ังแรกเท่าน้ัน
เปน็ พลาสติกทไี่ ม่สามารถนาไปรีไซเคิลได้
ย า ง ส า ม า ร ถแ บ่ งอ อก ไ ด้ 2 ป ร ะ เ ภ ท คื อ
ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ โดยยางธรรมชาติ
จะไดจ้ ากต้นยางพารา มีมอนอเมอร์คือไอโซพรีน มี
สมบัติที่ทนต่อแรงดึง ทนต่อการขัดถู ทนต่อน้าและ
น้ามัน แต่ไม่ทนต่อน้ามันเบนซินและตัวทาละลาย
อินทรีย์ จึงมีกระบวนการปรับปรุงยาง โดยให้ยางทา
ปฏิกริ ยากบั กามะถันในปรมิ าณทเ่ี หมาะสม จะทาให้ยาง
มคี วามยดื หยนุ่ คงรูปได้ดีข้นึ ทนความร้อนและแสงได้ดี
ข้ึน เรียกว่า ปฏิกิริยาวัลคาไนเซชัน และยางอีกหน่ึง
ประเภทคือ ยางสงั เคราะห์ ไดจ้ ากการสังเคราะห์โดยใช้
สารตง้ั ต้นจากกระบวนการกลั่นปิโตรเลียมจะมีสมบัติที่
ทนต่อการสึกกร่อน ทนต่อน้ามันและตัวทาละลาย
อินทรีย์ มีความเสถียรทางความร้อน เส่ือมสภาพได้ช้า
กว่ายางธรรมชาติ
ก า ร ใ ช้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ จ า ก พ อ ลิ เ ม อ ร์ มี บ ท บ า ท ใ น
ชีวิตประจาวันอย่างมาก เช่น การใช้ถุงพลาสติก
บรรจุภัณฑ์อาหารจากพลาสติก เป็นท่ีนิยมและ
มปี รมิ าณการใช้งานทเ่ี พ่ิมมากขึน้ อย่างต่อเนื่อง ซึง่ ส่งผล
กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เน่ืองจากผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์
ส่วนใหญ่สลายตัวยาก ซึ่งใช้เวลาในการย่อยสลาย
ตามธรรมชาติหลายสิบปี หรือหลายร้อยปี เมื่อ
มีปรมิ าณการใช้งานมาก ก็ทาให้มีปริมาณขยะที่มากข้ึน
บางส่วนถูกทิ้งลงไปในแม่น้า ทะเล เกิดการเน่าเสีย
ของน้า ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้า หากนาไปเผา
ก็ก่อให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สพิษอื่นๆ
ซึ่งส่งผลเสียต่อบรรยากาศ หากนาไปฝังดิน อาจจะ
รายวชิ า เคมี 5 รหสั วิชา ว 32225 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 7
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6
ท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลาเรยี น นา้ หนกั
การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
รป
ทาให้ดนิ บริเวณนน้ั เส่ือมสภาพ ปัจจุบันจึงมแี นวทางใน 58
การแก้ปัญหา เช่น ลดการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ 1 70
สงั เคราะหใ์ ห้น้อยลง นาผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์สังเคราะห์ 1 10
ท่ยี งั มคี ุณภาพดกี ลับมาใชง้ านอีกคร้ัง แปรรูปผลติ ภัณฑ์ 60 20
พอลเิ มอร์ที่ใช้แลว้ เป็นผลติ ภณั ฑใ์ หม่ 100
ระหว่างภาคเรียน/ภาระงานชิ้นงาน
สอบกลางภาค
สอบปลายภาค
รวมทั้งหมด
หมายเหตุ : ร หมายถงึ ระหวา่ งภาคเรียน ป หมายถึง ปลายภาคเรียน
รายวิชา เคมี 5 รหัสวิชา ว 32225 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 8
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ เคมอี นิ ทรยี ์
รหัสวิชา ว 33225 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6
จานวน 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ วชิ า เคมี 5 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊สและ
สมบตั ขิ องแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมท้งั การนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรยี นรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มลู และนาเสนอตวั อยา่ งสารประกอบอินทรียท์ ่ีมีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามท่พี บใน
ชีวติ ประจาวนั
2. เขยี นสูตรโครงสร้างลิวอิส สตู รโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบอินทรยี ์
3. วิเคราะหโ์ ครงสรา้ ง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรียจ์ ากหมู่ฟงั ก์ชัน
4. เขียนสูตรโครงสรา้ งและเรียกชื่อสารประกอบอินทรยี ์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชนั ไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ
IUPAC
5. เขยี นไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรยี ป์ ระเภทตา่ งๆ
6. วิเคราะห์ และเปรยี บเทียบจดุ เดอื ดและการละลายในนา้ ของสารประกอบอนิ ทรีย์ท่มี ีหมู่ฟังกช์ ัน ขนาด
โมเลกลุ หรอื โครงสรา้ งตา่ งกัน
7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภณั ฑ์จากปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้ ปฏกิ ริ ิยากับ
โบรมีน หรือปฏกิ ิรยิ ากับโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต
8. เขียนสมการเคมีและอธบิ ายการเกดิ ปฏิกิริยาเอสเทอรฟิ ิเคชนั ปฏกิ ริ ิยาการสงั เคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยา
ไฮโดรลิซิส และปฏกิ ริ ิยาสะปอนนิฟเิ คชัน
9. ทดสอบปฏกิ ริ ยิ าเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลซิ สิ และปฏกิ ริ ิยาสะปอนนิฟิเคชัน
10. สืบคน้ ขอ้ มลู และนาเสนอตวั อย่างการนาสารประกอบอนิ ทรีย์ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวนั และ
อตุ สาหกรรม
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สารประกอบอินทรีย์ คือ สารประกอบที่มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ส่วนใหญ่พบในส่ิงมีชีวิต มีโครงสร้าง
หลากหลายและแบง่ ไดห้ ลายประเภท เนอื่ งจากธาตคุ ารบ์ อนสามารถเกดิ พันธะโคเวเลนต์กับธาตุ คาร์บอนด้วยพันธะ
เดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม และยังสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอื่น ๆ ได้ เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน กามะถัน
ฟอสฟอรสั การเขยี นสูตรของสารประกอบอินทรยี ์ อาจเขยี นเปน็ สตู ร โมเลกลุ สตู รโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบ
ย่อ และสูตรโครงสรา้ งแบบเสน้ และมมุ
รายวชิ า เคมี 5 รหสั วชิ า ว 32225 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 9
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6
สารประกอบอนิ ทรีย์ มีหมอู่ ะตอมทีท่ าหนา้ ทแี่ สดงสมบัตขิ องสารประกอบนั้น ๆ ทาใหส้ ามารถจัดสารประกอบ
อนิ ทรีย์ตามสมบัติของหม่อู ะตอมท่ีทาหนา้ ท่ีแสดงสมบัติ เรยี กวา่ หมฟู่ งั กช์ ัน เชน่ โมเลกุลของสารอินทรีย์ใดมีหมู่ -OH
จัดเป็นสารประกอบแอลกอฮอล์ ไอโซเมอริซึม เป็นปรากฏการณ์ท่ี สารประกอบอินทรีย์มีสูตรโมเลกุลเหมือนกัน แต่มี
สูตรโครงสร้างต่างกนั และสารทม่ี ีสตู รโมเลกุลเหมอื นกนั แต่สูตรโครงสร้างแตกตา่ งกัน เรียกวา่ ไอโซเมอร์
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน คือ สารประกอบอินทรีย์ที่มีเฉพาะธาตุคาร์บอนและธาตุไฮโดรเจนเป็น
องค์ประกอบ แบ่งได้ 4 ประเภท คือ สารประกอบแอลเคน สารประกอบแอลคีน สารประกอบแอลไคน์ และ
อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เม่ือสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแต่ละประเภทเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน
ปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต จะให้ผลท่ีแตกต่างกัน ใช้เป็นเกณฑ์ในการจาแนกประเภทของ สารประกอบ
ไฮโดรคารบ์ อนได้
สารประกอบแอลเคนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทอ่ิมตัว มีสูตรท่ัวไปคือ CnH2n+2 เรียกชื่อได้ตาม
ระบบ IUPAC หรืออาจจะเรียกชื่อโดยระบบช่ือสามัญ ส่วนสารประกอบแอลคีนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
ประเภทไม่อ่ิมตัว มีสูตรท่ัวไปคือ CnH2n เรียกช่ือตามระบบ IUPAC ได้โดยใช้หลักการเดียวกับแอลเคน แอลเคนและ
แอลคีนจะมีสมบตั แิ ละการเกิดปฏิกริ ิยาทแี่ ตกตา่ งกนั เชน่ แอลเคน เกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ไดด้ ีกวา่ แอลคนี
สารประกอบแอลไคน์เปน็ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทไมอ่ ่ิมตัว มีสูตรท่ัวไปคือ CnH2n-2 เรียกชื่อได้ตาม
ระบบ IUPAC ส่วนสารประกอบอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนท่ีมีวงเบนซีน (C6H6) เป็น
องคป์ ระกอบ
แอลกอฮอล์ ฟนี อล และอเี ทอร์ เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุคาร์บอน ธาตุไฮโดรเจนและธาตุออกซิเจน
เป็นองค์ประกอบ แอลกอฮอล์และฟีนอลมีหมู่ไฮดรอกซิลเป็นหมู่ฟังก์ชัน อีเทอร์มีหมู่ออกซีเป็นหมู่ฟังก์ชัน และเป็น
ไอโซเมอร์กับแอลกอฮอล์และฟีนอล โดยที่อีเทอร์จะมีจุดเดือดต่ากว่าแอลกอฮอล์ เนื่องจากโมเลกุลของอีเทอร์
ไมส่ ามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้เหมือนกบั แอลกอฮอล์
สารประกอบแอลดีไฮด์ เป็นสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีหมู่คาร์บอกซาลดีไฮด์เป็นหมู่ฟังก์ชัน ส่วนสารประกอบ
คีโตนเปน็ สารประกอบอนิ ทรีย์ที่มีหมูค่ ารบ์ อนิลเปน็ หมู่ฟงั ก์ชนั โดยคโี ตนจะมจี ดุ เดอื ดมากกวา่ แอลดไี ฮด์
กรดคาร์บอกซิลิกเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่คาร์บอกซิลเป็นหมู่ฟังก์ชัน ส่วนเอสเทอร์เป็น อนุพันธ์ของ
กรดคาร์บอกซิลิกเกิดจากหมูแ่ ทนท่ีด้วยหมู่แอลคอกซี โดยกรดคาร์บอกซิลกิ จะมจี ุดเดือดสงู กว่าแอลกอฮอล์ แอลดีไฮด์
และคโี ตน
เอมีนเปน็ สารประกอบอินทรยี ์ทเ่ี กิดจากหมู่แอลคลิ หรือหมแู่ อรลิ เขา้ แทนที่ไฮโดรเจนในโมเลกลุ แ อ ม โ ม เ นี ย
มหี มู่ฟังก์ชันคอื หม่อู ะมิโน เอมนี แบ่งเป็น 3 ชนดิ คอื เอมนี ปฐมภูมิ เอมีนทตุ ยิ ภมู ิ เอมนี ตตยิ ภมู ิ
สารประกอบเอไมด์เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจนและไนโตรเจน
เกิดจากหมูอ่ ะมโิ นเข้าไปแทนทห่ี มู่คาร์บอกซิลในกรดคาร์บอกซิลิก ดังน้ันเอไมด์จึงจัดเป็นอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก
เอไมดแ์ บง่ ได้ 3 ชนิด คือ เอไมด์ปฐมภูมิ เอไมด์ทุตยิ ภมู ิ เอไมด์ตติยภูมิ
สารประกอบอินทรีย์สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้มากมาย เช่น แก๊สปิโตรเลียม นาไปใช้เป็นเช้ือเพลิง
ทาแก๊สหุงต้ม น้ามันเบนซิน นาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ แก๊สธรรมชาติก็ถูกนาไปใช้เป็น เชื้อเพลิงสาหรับ
ยานยนต์ และสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการกลั่นน้ามันดิบยังนาไปเป็นวัตถุดิบ ในการผลิตมอนอเมอร์หรือ
พอลเิ มอร์ในอตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมี
รายวชิ า เคมี 5 รหสั วชิ า ว 32225 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 10
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6
4. สาระการเรียนรู้
1. สารประกอบอินทรีย์เป็นสารประกอบของคาร์บอนส่วนใหญ่พบในส่ิงมีชีวิต มีโครงสร้าง หลากหลายและ
แบง่ ไดห้ ลายประเภท เน่ืองจากธาตุคาร์บอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กับธาตุคาร์บอนด้วยพันธะเด่ียว
พันธะคู่ พันธะสาม นอกจากน้ียังสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอื่น ๆ ได้อีกด้วย และมีการนา
สารประกอบอนิ ทรยี ไ์ ปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งหลากหลาย
2. โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์แสดงได้ด้วยสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อหรือสูตร
โครงสรา้ งแบบเสน้
3. สารประกอบอินทรยี ์มีหลายประเภท การพิจารณาประเภทของสารประกอบอินทรีย์อาจใช้หมู่ฟังก์ชันเป็น
เกณฑ์ได้เป็นแอลเคน แอลคีน แอลไคน์ อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน แอลกอฮอล์ อีเทอร์ เอมีน แอลดีไฮด์
คโี ตน กรดคารบ์ อกซลิ ิก เอสเทอร์ เอไมด์
4. การเรียกชอื่ สารประกอบอินทรียป์ ระเภทแอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอลกอฮอล์ อีเทอร์ เอมีน แอลดีไฮด์
คีโตน กรดคาร์บอกซลิ กิ เอสเทอร์ และเอไมด์ จะเรียกตามระบบ IUPAC หรอื อาจเรยี กโดยใชช้ อื่ สามัญ
5. ปรากฏการณท์ ส่ี ารมีสูตรโมเลกลุ เหมือนกนั แต่มีสมบัตแิ ตกตา่ งกัน เรียกว่า ไอโซเมอริซึม และเรียกสารแต่
ละชนิดว่า ไอโซเมอร์ ไอโซเมอร์ท่ีมีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่มีสูตรโครงสร้างต่างกัน เรียกว่า ไอโซเมอร์
โครงสร้าง
6. สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุลหรือโครงสร้างของสารต่างกันจะมีจุดเดือดและการ
ละลายในน้าต่างกัน สาหรับการละลายของสารพิจารณาได้จากความมีขั้วของตัวละลายและตัวทาละลาย
โดยสารสามารถละลายไดใ้ นตัวทาละลายทม่ี ขี ้วั ใกลเ้ คียงกัน
7. สารประกอบอินทรีย์ประเภทแอลเคน แอลคีน แอลไคน์ อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เป็นสารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเมื่อเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีนและปฏิกิริยากับโพแทสเซียม
เปอร์แมงกาเนต จะให้ผลของปฏิกิริยาต่างกัน จึงสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการจาแนกประเภทของ
สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนได้
8. กรดคาร์บอกซิลิกทาปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ได้เป็นเอสเทอร์ เรียกว่า ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน
กรดคาร์บอกซิลกิ ทาปฏิกิริยากับเอมีนเกิดเป็นเอไมด์ เอสเทอร์และเอไมด์สามารถเกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส
ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเอสเทอร์ในเบสแอลคาไล เรียกวา่ ปฏิกิรยิ าสะปอนนฟิ เิ คชัน
9. สารประกอบอนิ ทรียส์ ามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้มากมายในชีวิตประจาวัน รวมท้ังนาไปใช้เป็นสารต้ังต้น
และตัวทาละลายในอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและพลังงานอุตสาหกรรมอาหาร
และยา อตุ สาหกรรมเกษตร
รายวชิ า เคมี 5 รหสั วชิ า ว 32225 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 11
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการวเิ คราะห์
3) ทกั ษะการทดลอง
4) ทักษะการสารวจค้นหา
5) ทักษะการทางานร่วมกัน
6) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทางาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ 1 : พันธะและการเขยี นสตู รโครงสร้างของสารประกอบอินทรยี ์
วธิ สี อนแบบเนน้ มโนทศั น์ (Concept-Based Instruction) เวลา 3 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 2 : ไอโซเมอร์และหมู่ฟังก์ชัน
วธิ สี อนแบบนิรนยั (Deductive Method) เวลา 5 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 3 : สมบตั ิบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
วธิ สี อนแบบอปุ นัย (Inductive Method) เวลา 2 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ 4 : สารประกอบแอลเคนและสารประกอบแอลคีน
วธิ ีสอนแบบเนน้ มโนทัศน์ (Concept-Based Instruction) เวลา 4 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ ท่ี 5 : สารประกอบแอลไคน์และอะโรมาติกไฮโดรคารบ์ อน
วิธสี อนแบบเนน้ มโนทัศน์ (Concept-Based Instruction) เวลา 4 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 6 : แอลกอฮอล์ ฟีนอล และอีเทอร์ เวลา 4 ชว่ั โมง
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 7 : แอลดไี ฮดแ์ ละคีโตน
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 4 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 8 : กรดคารบ์ อกซิลิกและเอสเทอร์
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 5 ชว่ั โมง
รายวิชา เคมี 5 รหัสวชิ า ว 32225 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 12
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
แผนการจัดการเรยี นรู้ ที่ 9 : เอมนี เวลา 2 ชว่ั โมง
วิธีสอนแบบนิรนยั (Deductive Method) เวลา 2 ช่วั โมง
เวลา 4 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ ท่ี 10 : เอไมด์
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 11 : การใชป้ ระโยชนข์ องสารประกอบอนิ ทรีย์
วธิ ีสอนแบบเนน้ มโนทัศน์ (Concept-Based Instruction)
8. การวดั และประเมินผล วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวัด - ผังมโนทัศน์ เรอื่ ง ไอโซเมอรซิ มึ - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ - ระดับคณุ ภาพดี
8.1 การประเมนิ ชิ้นงาน/
และหม่ฟู ังกช์ นั ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด)
- รายงานการทดลอง เร่ือง สมบตั ิ - แบบประเมินการ - ระดบั คณุ ภาพดี
บางประการของเอทานอลและ ปฏิบตั ิการ ผ่านเกณฑ์
กรดแอซตี ิก
- ผงั มโนทศั น์ เรอ่ื ง สมบัตบิ าง - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ - ระดบั คณุ ภาพดี
ประการของสารประกอบ ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
ไฮโดรคาร์บอน
- รายงานการทดลอง เรื่อง สมบตั ิ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพดี
บางประการของสารประกอบ ปฏิบัตกิ าร ผา่ นเกณฑ์
ไฮโดรคาร์บอน
- ผงั มโนทัศน์ เรอ่ื ง - แบบประเมินชนิ้ งาน/ - ระดบั คณุ ภาพดี
แอลไคน์และอะโรมาตกิ ภาระงาน ผ่านเกณฑ์
ไฮโดรคาร์บอน
- ผงั มโนทศั น์ เร่ือง - แบบประเมินชิ้นงาน/ - ระดับคณุ ภาพดี
แอลกอฮอล์ ฟนี อล และอีเทอร์ ภาระงาน ผ่านเกณฑ์
- ผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง แอลดไี ฮด์ - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ - ระดับคณุ ภาพดี
และคโี ตน ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
- รายงานการทดลอง เรอื่ ง ปฏิกิริยา - แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพดี
ระหว่างกรดคาร์บอกซลิ ิกและ ปฏบิ ัตกิ าร ผ่านเกณฑ์
แอลกอฮอล์
- รายงานการทดลอง เร่ือง ปฏิกิรยิ า - แบบประเมินการ - ระดบั คณุ ภาพดี
ของเอสเทอร์ ปฏบิ ัตกิ าร ผา่ นเกณฑ์
- ผังมโนทศั น์ เรือ่ ง กรด - แบบประเมินช้ินงาน/ - ระดบั คณุ ภาพดี
คารบ์ อกซลิ กิ และเอสเทอร์
ภาระงาน ผ่านเกณฑ์
- ผงั มโนทศั น์ เรอ่ื ง เอมนี
- แบบประเมินชนิ้ งาน/ - ระดับคณุ ภาพดี
ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
รายวชิ า เคมี 5 รหัสวิชา ว 32225 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 13
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6
รายการวัด วธิ ีวดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- ผังมโนทัศน์ เรื่อง เอไมด์
- แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ - ระดับคณุ ภาพดี
ภาระงาน ผ่านเกณฑ์
- แบบจาลอง เร่อื ง ผลิตภณั ฑ์ทไ่ี ด้ - แบบประเมนิ ช้นิ งาน/ - ระดับคณุ ภาพดี
จากกระบวนการกล่ันลาดับส่วน ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
น้ามนั ดบิ
8.2 การประเมิน
กอ่ นเรียน
- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมินตามสภาพจริง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง
เคมอี นิ ทรีย์
8.3 การประเมินระหวา่ งการจัด
กิจกรรม
1) สารประกอบอินทรยี ์ - ตรวจใบงานที่ 1.1 - ใบงานที่ 1.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ใบงานท่ี 1.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจใบงานท่ี 1.2 - แบบฝกึ หัด
- ใบงานที่ 1.3
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด
2) ไอโซเมอรซิ ึม - ตรวจใบงานที่ 1.3
และหมู่ฟงั กช์ นั - ตรวจแบบฝกึ หัด
3) สมบัตบิ างประการของ - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอน - ตรวจใบงานที่ 1.4 - ใบงานที่ 1.4 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจใบงานท่ี 1.5 - ใบงานที่ 1.5 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
4) แอลเคนและแอลคีน - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic Questions - สมุดบนั ทกึ ของ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
5) แอลไคน์และอะโรมาติก - ตรวจแบบฝกึ หดั
ไฮโดร คารบ์ อน นกั เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
6) แอลกอฮอล์ ฟีนอล และ - ตรวจใบงานที่ 1.6 - ใบงานท่ี 1.6 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
อเี ทอร์ - ตรวจแบบฝกึ หัด - ใบงานที่ 1.7 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
7) แอลดไี ฮด์และคีโตน - ตรวจใบงานท่ี 1.7 - ใบงานท่ี 1.8 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- สมุดบันทึกของ
- ตรวจแบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
นกั เรยี น
8) กรดคาร์บอกซลิ ิก - ตรวจใบงานท่ี 1.8 - แบบฝกึ หัด
และเอสเทอร์ - ตรวจ Topic Questions
- ตรวจแบบฝกึ หัด
รายวิชา เคมี 5 รหสั วิชา ว 32225 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 14
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6
รายการวดั วิธีวดั เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
9) เอมีน - ตรวจใบงานท่ี 1.9 - ใบงานที่ 1.9 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic Questions - สมดุ บันทกึ ของ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
10) เอไมด์ - ตรวจแบบฝกึ หัด นักเรียน - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจใบงานท่ี 1.10 - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic Questions - ใบงานท่ี 1.10 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- สมุดบนั ทึกของ
11) การใช้ประโยชนข์ อง - ตรวจแบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สารประกอบอนิ ทรีย์ - ตรวจใบงานท่ี 1.11 นกั เรยี น - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic Questions - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ใบงานท่ี 1.11
- ตรวจแบบฝกึ หัด - สมุดบันทึกของ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
12) การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพดี ผ่านเกณฑ์
นกั เรียน
13) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบฝึกหัด ระดบั คณุ ภาพดี ผา่ นเกณฑ์
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล - แบบประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ระดบั คณุ ภาพดี ผา่ นเกณฑ์
14) พฤตกิ รรม การนาเสนอผลงาน
การทางานกลุ่ม - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพดี ผา่ นเกณฑ์
ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทางาน การทางานรายบคุ คล
15) คณุ ลักษณะ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์ การทางานกล่มุ
- แบบประเมิน - ประเมินตาม
8.4 การประเมนิ หลังเรยี น คณุ ลกั ษณะ สภาพจรงิ
1) Test for U อนั พงึ ประสงค์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 - ตรวจ Test for U
- สมดุ บันทกึ ของ
2) แบบทดสอบ - หลตังรเรวียจนแบบทดหสนอ่วบยหลงั เรียน นกั เรียน
การเรียนรู้ - แบบทดสอบ
หลังเรียน
ที่ 1 เรอื่ ง เคมีอินทรีย์
9. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ผงั มโนทศั น์ เรื่อง ไอโซเมอริซึมและหมู่ฟงั กช์ ัน
2. รายงานการทดลอง เร่ือง สมบัตบิ างประการของเอทานอลและกรดแอซีติก
3. ผงั มโนทัศน์ เร่อื ง สมบตั ิบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
4. รายงานการทดลอง เร่ือง สมบัตบิ างประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน
5. ผังมโนทศั น์ เรอ่ื ง แอลไคนแ์ ละอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน
6. ผงั มโนทศั น์ เร่อื ง แอลกอฮอล์ ฟีนอล และอีเทอร์
7. ผังมโนทศั น์ เรอื่ ง แอลดีไฮด์และคีโตน
รายวิชา เคมี 5 รหสั วชิ า ว 32225 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 15
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6
8. รายงานการทดลอง เรื่อง ปฏกิ ิรยิ าระหว่างกรดคาร์บอกซิลิกและแอลกอฮอล์
9. รายงานการทดลอง เรื่อง ปฏิกริ ยิ าของเอสเทอร์
10. ผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง กรดคาร์บอกซลิ กิ และเอสเทอร์
11. ผงั มโนทัศน์ เรือ่ ง เอมีน
12. ผงั มโนทศั น์ เรื่อง เอไมด์
13. แบบจาลอง เรื่อง ผลิตภณั ฑท์ ่ีไดจ้ ากกระบวนการกลั่นลาดับส่วนน้ามันดิบ
ลงช่อื ..................................................ครผู สู้ อน
(นางภัทรธีรา มาฆทาน)
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา เคมี 5 รหสั วิชา ว 32225 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 16
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 หน่วยการเรยี นรู้ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ พอลเิ มอร์
รหสั วิชา ว 33225 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6
จานวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ วิชา เคมี 5 จานวน 1.5 หน่วยกติ
60 ช่ัวโมง/ภาคเรียน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊สและ
สมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอนิ ทรยี ์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
11. ระบุประเภทของปฏิกิริยาการเกดิ พอลิเมอรจ์ ากโครงสร้างของมอนอเมอรห์ รือพอลเิ มอร์
12. วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนาไปใช้
ประโยชน์
13. ทดสอบ และระบปุ ระเภทของพลาสติกและผลติ ภณั ฑ์ยาง รวมทง้ั การนาไปใชป้ ระโยชน์
14. อธิบายผลของการปรบั เปลย่ี นโครงสรา้ ง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ทม่ี ตี ่อสมบัตขิ องพอลเิ มอร์
15. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกาจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และแนว
ทางแกไ้ ข
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
สารโมเลกุลเดย่ี วหรือ มอนอเมอร์ มาเชื่อมต่อกัน เป็นสารทม่ี โี มเลกลุ ขนาดใหญ่ เรยี กวา่ พอลเิ มอร์
พอลิเมอร์แบ่งตามลักษณะการเกิด ได้ 2 ประเภท คือพอลิเมอร์ธรรมชาติและพอลิเมอร์สังเคราะห์ แบ่งตาม
ชนิดของมอนอเมอร์ได้ 2 ประเภท คือ ฮอมอพอลเิ มอรแ์ ละโคพอลิเมอร์ กระบวนการทท่ี าใหเ้ กดิ
พอลเิ มอร์ เรยี กวา่ ปฏกิ ิรยิ าพอลเิ มอไรเซชนั แบ่งออกเปน็ 2 ชนดิ คอื ปฏิกริ ยิ าพอลิเมอไรเซชันแบบเตมิ แ ล ะ
ปฏกิ ริ ยิ าพอลิเมอไรเซชันแบบควบแน่น
สมบัติของพอลิเมอร์จะข้ึนอยู่กับโครงสร้างของพอลิเมอร์ ซ่ึงโครงสร้างของพอลิเมอร์แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ
พอลิเมอรแ์ บบเส้น พอลเิ มอร์แบบกงิ่ และพอลิเมอร์แบบร่างแห
พลาสติกเป็นพอลิเมอร์ท่ีมีโมเลกุลขนาดใหญ่ สามารถแบ่งประเภทของพลาสติกตามสมบัติทางความร้อนได้
2 ประเภทคอื เทอร์โมพลาสติก เป็นพลาสติกท่ีมโี ครงสรา้ งแบบเสน้ และแบบก่งิ เมอ่ื ไดร้ ับความ ร้อนจะอ่อนตัวและ
เมอื่ เย็นลงจะแขง็ ตวั เปน็ พลาสตกิ ที่สามารถนาไปรีไซเคิลได้ พลาสตกิ เทอร์โมเซต เปน็ พ ล า ส ติ ก ที่ มี โ ค ร ง ส ร้ า ง
แบบร่างแห สามารถหลอมเหลวและข้นึ รูปไดเ้ พียงครงั้ แรกเท่านั้น เป็นพลาสตกิ ท่ไี มส่ ามารถนาไปรีไซเคิลได้
ยาง สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ โดยยางธรรมชาติ จะได้จากต้น
ยางพารา มีมอนอเมอร์คือไอโซพรีน มีสมบัติท่ีทนต่อแรงดึง ทนต่อการขัดถู ทนต่อน้าและน้ามัน แต่ไม่ทนต่อน้ามัน
เบนซินและตวั ทาละลายอนิ ทรยี ์ จงึ มกี ระบวนการปรับปรุงยาง โดยให้ยางทาปฏกิ ิรยากับกามะถันในปริมาณท่ีเหมาะสม
จะทาให้ยางมีความยดื หยุ่น คงรปู ไดด้ ีขึน้ ทนความรอ้ นและแสงไดด้ ขี ึน้ เรียกว่า ปฏิกิริยาวัลคาไนเซชัน และยางอีกหน่ึง
รายวชิ า เคมี 5 รหสั วชิ า ว 32225 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 17
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
ประเภทคอื ยางสังเคราะห์ ได้จากการสังเคราะหโ์ ดยใช้สาร ต้งั ต้นจากกระบวนการกลัน่ ปโิ ตรเลยี ม จะมีสมบัติที่ทนต่อ
การสึกกรอ่ น ทนต่อนา้ มันและตัวทาละลาย อินทรยี ์ มคี วามเสถียรทางความร้อน เส่ือมสภาพได้ชา้ กว่ายางธรรมชาติ
การใช้ผลติ ภัณฑจ์ ากพอลเิ มอร์มีบทบาทในชีวิตประจาวันอย่างมาก เช่น การใช้ถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร
จากพลาสติก เป็นท่ีนิยมและมีปริมาณการใช้งานท่ีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม เนื่องจาก
ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ส่วนใหญ่สลายตัวยาก ซ่ึงใช้เวลาในการย่อยสลายตามธรรมชาติหลายสิบปี หรือหลายร้อยปี เมื่อมี
ปรมิ าณการใชง้ านมาก กท็ าใหม้ ีปริมาณขยะท่ีมากขึ้น บางส่วนถูกท้ิงลงไปในแม่น้า ทะเล เกิดการเน่าเสียของน้า ส่งผล
กระทบต่อสตั ว์น้า หากนาไปเผาก็กอ่ ใหเ้ กิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สพิษอื่น ๆ ซ่ึงส่งผลเสียต่อบรรยากาศ หาก
นาไปฝังดิน อาจจะทาใหด้ ินบริเวณน้ันเสื่อมสภาพ ปัจจุบันจึงมีการแนวทางในการแก้ปัญหา เช่น ลดการใช้ผลิตภัณฑ์
พอลิเมอรส์ ังเคราะหใ์ ห้น้อยลง นาผลติ ภณั ฑ์พอลเิ มอร์สังเคราะหท์ ย่ี ังมคี ณุ ภาพดกี ลบั มาใช้งานอีกคร้ัง แปรรูปผลิตภัณฑ์
พอลเิ มอรท์ ใี่ ชแ้ ลว้ เปน็ ผลิตภัณฑใ์ หม่
4. สาระการเรียนรู้
1. พอลเิ มอรเ์ ปน็ สารท่ีมีโมเลกุลขนาดใหญ่ ซง่ึ ประกอบด้วยหน่วยย่อยท่ีเรียกว่า มอนอเมอร์ เช่ือมต่อกันด้วย
พันธะโคเวเลนต์ โดยมีท้ังพอลิเมอร์ธรรมชาติและพอลิเมอร์สังเคราะห์ ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์
อาจเป็นปฏิกิรยิ าแบบควบแน่นหรือปฏกิ ริ ิยาแบบเตมิ ขึน้ อยูก่ ับหมู่ฟงั กช์ นั และโครงสรา้ งของมอนอเมอร์
2. พอลิเมอร์มีโครงสร้างต่างกันอาจเป็นโครงสร้างแบบเส้น แบบกิ่ง หรือแบบร่างแห ขึ้นอยู่กับชนิดของ
มอนอเมอร์และภาวะของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ ซ่ึงโครงสร้างของพอลิเมอร์ส่งผลต่อจุดหลอมเหลว
ความหนาแนน่ ความเปราะ ความเหนียว ความยดื หยนุ่ จึงสามารถนาไป ประยุกต์ใช้ได้อยา่ งหลากหลาย
3. พอลิเมอร์ท่ีให้ความร้อนแล้วสามารถนากลับมาข้ึนรูปใหม่ได้ เรียกว่า พอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติก
ส่วนใหญ่มีโครงสร้างแบบเส้นและแบบกิ่ง ส่วนพอลิเมอร์ที่ให้ความร้อนแล้วไม่อ่อนตัวจึงไม่สามารถนา
กลับมาขนึ้ รูปใหมไ่ ด้ เรียกว่า พอลิเมอร์เทอร์มอเซต มีโครงสร้างแบบร่างแหพลาสติกมีทั้งท่ีเป็นพอลิเมอร์
เทอร์มอพลาสติกและพอลิเมอร์เทอร์มอเซต ผลิตภัณฑ์ยางเป็นพอลิเมอร์เทอร์มอเซต ซึ่งทาให้มีสมบัติ
และการนาไปใช้ประโยชนต์ ่างกนั
4. การปรับเปล่ียนโครงสร้างหรือการสังเคราะห์พอลิเมอร์ เช่น วัลคาไนเซชัน การสังเคราะห์โคพอลิเมอร์
การสังเคราะห์พอลิเมอร์นาไฟฟ้าเป็นการปรับปรงุ คุณภาพของพอลิเมอร์ เพอื่ ให้ได้ ผลิตภัณฑ์ท่ีสามารถ
นาไปใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ย่างเหมาะสมและหลากหลายมากขึ้น
5. การใช้และการกาจัดผลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอร์ อาจสง่ ผลกระทบต่อส่ิงมชี วี ติ และสิ่งแวดล้อม จึงควรตระหนักถึง
ผลกระทบทเ่ี กิดขึ้น และแนวทางแกไ้ ข
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทักษะการสารวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
รายวชิ า เคมี 5 รหสั วชิ า ว 32225 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 18
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
4) ทักษะการทดลอง
5) ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล
6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทางาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 1 : ปฏิกริ ยิ าการเกดิ พอลิเมอร์ เวลา 3 ชว่ั โมง
วธิ สี อนแบบบรรยาย (Lecture Method)
แผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี 2 : โครงสร้างและสมบัติของพอลเิ มอร์
วธิ สี อนแบบอุปนยั (Inductive Method) เวลา 4 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 3 : พลาสติก
วิธีสอน 5Es Instructional Model เวลา 4 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 4 : ยาง เวลา 4 ชว่ั โมง
วธิ สี อนแบบนริ นัย (Deductive Method)
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 5 : ผลกระทบทีเ่ กิดจากการใชแ้ ละกาจดั ผลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอร์
วธิ ีสอนแบบเน้นมโนทัศน์ (Concept-Based Teaching) เวลา 4 ชว่ั โมง
8. การวัดและประเมินผล วิธวี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวัด - แผ่นพับเผยแพรค่ วามรู้ เรื่อง -ปฏิกแริ บยิ บาปการระเกมิดนพอลเิ มอร์ - ระดับคณุ ภาพดี
8.1 การประเมนิ ชิ้นงาน/
- รายงานการทดลอง เรอ่ื ง การ ตรวชจน้ิสองาบนส/มภบาตัระทิ งาางนกายภาพ ผบ่านงปเกรณะกฑา์ รของพลาสตกิ
ภาระงาน (รวบยอด)
- ผงั มโนทศั น์ เร่ือง พลาสตกิ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพดี
8.2 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน ปฏิบตั กิ าร ผ่านเกณฑ์
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2
เรือ่ ง พอลเิ มอร์ - แบบประเมนิ - ระดบั คณุ ภาพดี
ชน้ิ งาน/ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - แบบทดสอบ - ประเมินตามสภาพจรงิ
ก่อนเรียน
รายวชิ า เคมี 5 รหัสวชิ า ว 32225 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 19
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
รายการวดั วิธวี ัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
8.3 การประเมินระหวา่ ง ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การจดั กิจกรรม รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) ปฏิกิริยาการเกดิ - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ใบงานท่ี 2.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
พอลเิ มอร์ - ตรวจใบงานที่ 2.2 - ใบงานที่ 2.2 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic Questions - สมดุ บันทึกของนกั เรยี น - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) โครงสรา้ งและสมบตั ิ - ตรขวอจงใบงานที่ 2.3 - ใบงานท่ี 2.3 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
พอลิเมอร์ - ตรวจ Topic Questions - สมุดบันทกึ ของนักเรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพดี
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั - ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพดี
3) พลาสตกิ - ตรวจใบงานท่ี 2.4 - ใบงานท่ี 2.4 - ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั - ระดบั คณุ ภาพดี
ผ่านเกณฑ์
4) ยาง - ตรวจใบงานที่ 2.5 - ใบงานท่ี 2.5 - ระดบั คณุ ภาพดี
ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Topic Questions - สมุดบนั ทกึ ของนักเรยี น -
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั - ประเมินตามสภาพจริง
5) ผลกระทบที่เกดิ จาก - ตรวจใบงานท่ี 2.6 - ใบงานท่ี 2.6 -
การใช้และกาจัด - ตรวจ Topic Questions - สมุดบนั ทกึ ของนักเรยี น -
ผลิตภณั ฑ์พอลิเมอร์ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หดั -
6) การนาเสนอผลงาน - ประเมนิ การนาเสนอผลงาน - แบบประเมิน -
การนาเสนอผลงาน
7) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต -
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล พฤตกิ รรมการทางาน
รายบคุ คล
8) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม -
การทางานกลมุ่ การทางานกลมุ่ การทางานกล่มุ
9) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ - แบบประเมนิ คุณลักษณะ -
อันพึงประสงค์ และมงุ่ ม่ัน ในการทางาน อันพึงประสงค์
8.4 การประเมนิ หลงั เรยี น
1) Test for U หนว่ ยการ - เรยี ตนรรว้ทูจ่ี T2est for U - สมดุ บนั ทึกของนกั เรยี น -
- แบบทดสอบหลงั เรียน -
2) แบบทดสอบหลงั - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
เรียนหน่วยการเรยี นรู้
ท่ี 2 เรื่อง พอลเิ มอร์
รายวิชา เคมี 5 รหสั วชิ า ว 32225 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 20
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6
9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. แผน่ พับเผยแพรค่ วามรู้ เรอื่ ง ปฏกิ ิรยิ าการเกดิ พอลเิ มอร์
2. รายงานการทดลอง เรือ่ ง การตรวจสอบสมบตั ิทางกายภาพบางประการของพลาสติก
3. ผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง พลาสติก
ลงชือ่ ..................................................ครูผ้สู อน
(นางภัทรธรี า มาฆทาน)
กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ า เคมี 5 รหัสวิชา ว 32225 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 21
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6