The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทานอีสป10เรื่อง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 03129, 2023-11-01 04:21:57

นิทานอีสป

นิทานอีสป10เรื่อง

นิทานอีสป เสนอ นาย อดิศักดิ์ ทองสุข จัดทำ โดย เด็กหญิง กัลยา วชิรนารายณ์ เด็กหญิง อวภาส์ แก้วแดง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ วิชาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียน ไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน


คำ นำ การนำ เอานิทานไปเล่าเรื่องประกอบคำ สอนให้เด็ก ๆ ได้ฟังย่อมจะเป็นเครื่องทำ ให้เพลิดเพลินและเสริมความรู้ แบ่งเบาภาระที่จะ ต้องสอนเนื้อหาอย่างเดียว โดยอาศัยบุคลาธิษฐานเป็นตัวอย่างประกอบ นอกจากนี้นิทานแต่ละเรื่องยังให้ข้อเท็จจริงและช่วยในด้าน การอ่าน การเขียน การใช้ภาษาที่ถูกต้อง เป็นการเพิ่มทักษะในด้านการเห็น การฟัง และการทำ ตามเยี่ยงอย่างอันดีนั้นด้วยการศึกษา เรื่องนิทานจึงเป็นปัจจัยให้ เกิดความรู้ทั้งทางทฤษฎีและแนวปฎิบัติด้วยทั้งสองทาง หากเกิดความผิดพลาดประการใดก็ขอมา ณ โอกาสนี้ด้วย


สารบัญ หน้า 1.นิทานอีสปเรื่อง กระต่ายกับเต่า 1 2.นิทานอีสปเรื่อง พ่อค้าเกลือกับลา 2 3.นิทานอีสปเรื่อง ลูกหมูสามตัว 3 4.นิทานอีสปเรื่อง หมากับเงา 4 5.นิทานอีสปเรื่อง มดกับตั๊กแตน 5 6.กากับเหยือกน้ำ7.สุนัขจิ้งจอกกับนกกระเรียง67


นิทานเรื่อง กระต่ายกับเต่า วันหนึ่ง กระต่ายป่าหัวเราะเต่าว่าขาสั้นและเดินเชื่องช้า เมื่อเต่าได้ยินจึงท้าทายกลับไปว่า "ถึงเจ้าจะวิ่งเร็ว แต่ข้าคิดว่าถ้าเราลองมาแข่ง กัน ข้าจะต้องเอาชนะเจ้าได้แน่" แต่กระต่ายป่ากลับมั่นใจว่าเต่าไม่มีทางเอาชนะมันได้แน่นอน มันจึงตอบตกลง โดยให้สุนัขจิ้งจอกมาเป็นผู้ ตัดสิน เมื่อถึงวันแข่งขัน กระต่ายป่ากับเต่าก็มาวิ่งแข่งกัน เต่าค่อย ๆ เดินอย่างเชื่องช้า แต่สม่ำ เสมอและไม่หยุดพัก ส่วนกระต่ายป่าวิ่งนำ เต่าไปมาก ก็ชะล่าใจคิดว่าถ้างีบหลับสักครู่เต่าก็คงยังตามไม่ทัน จนเวลาผ่านไปกระต่ายป่าสะดุ้งตื่น มองซ้าย มองขวาไม่เห็นเต่า จึงรีบวิ่ง อย่างสุดแรงแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เต่าได้มาถึงเส้นชัยก่อนและกำ ลังนอนพักผ่อนอย่างสบาย


นิทานเรื่อง พ่อค้าเกลือกับลา พ่อค้าเกลือขี่ลาของเขาจากชายฝั่งกลับบ้านพร้อมเกลือหอบใหญ่ จนกระทั่งมาถึงแม่น้ำ สายหนึ่งซึ่งมีทางน้ำ ตื้นๆ พอให้ข้ามไปได้ พวกเขาเคยข้ามแม่น้ำ สายนี้มาแล้วหลายครั้งโดยไม่เกิดเหตุเภทภัยอันใด แต่ในครั้งนี้เจ้าลากลับลื่นเสียหลักลงไปในน้ำ ครึ่งตัว เมื่อ พ่อค้าเกลือช่วยฉุดให้มันยืนกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง เกลือมากมายก็ละลายไปกับสายน้ำ แล้ว เจ้าลารู้สึกยินดีปรีดาเมื่อรู้สึกว่าภาระของมัน เบาลงไปมาก มันจึงจบการเดินทางด้วยความเบิกบานใจ


นิทานเรื่อง ลูกหมูสามตัว ลูกหมูที่เป็นพี่ใหญ่ เป็นหมูที่เกียจคร้านเป็นอย่างมากมักจะแอบไปหาที่หลบหลับนอนตลอดเวลาส่วนลูกหมูตัวที่สองเป็นหมูจอก ตะกละ ไม่ชอบทำ งานแม้เวลางานก็มักจะหาเรื่องพักและกินอาหารที่แอบนำ มาด้วยเสมอส่วนลูกหมูตัวที่สามนั้น เป็นหมูที่ขถึงแม้ว่าลูกหมู ตัวสุดท้องจะขยันขันแข็งทำ งานอย่างไรก็ตามแต่อาหารที่หามาได้ก็ต้องหมดไปในไม่ช้าเหตุเพราะที่บ้านของเขานั้นมีหมูจอมขี้เกียจ กับหมู จอมตะกละอยู่ตั้งสองตัวนั่นเองวันหนึ่งแม่หมูจึงพูดกับลูกหมูทั้งสามว่าพวกลูกๆโตเกินกว่าจะอยู่ในบ้านหลังน้อยของแม่แล้วถึงเวลาที่ลูกจะ ต้องมีบ้านเป็นของตัวเองได้แล้วล่ะจ้ะ”น้องหมูตัวสุดท้องเมื่อได้ฟังแม่หมูพูดเช่นนั้น…ก็เกิดปิติยินดีเป็นอย่างมาก ที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง “เราจะสร้างบ้านแบบไหน แล้วจะเอาอะไรมาสร้างเป็นบ้านดีนะ”


นิทานเรื่อง หมากับเงา กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ พงหญ้ารกข้างเมืองใหญ่ มีสุนัขจรจัดตัวหนึ่งกำ ลังนอนหมดแรง เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานหลายวัน มันจึงวางแผนเข้าไปขโมยอาหารในตลาดสดมากินประทังชีวิต และโชคดีที่ได้เนื้อชิ้นโตมาโดยไม่มีใครจับได้ในระหว่างที่เจ้าสุนัขกำ ลังกลับไปยังที่พัก มันได้เดินผ่านสะพานข้ามลำ ธารเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ ก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นสุนัขอีกตัวที่ ออกหาอาหารเหมือนมัน แต่สุนัขตัวนั้นกลับมีเนื้อที่ชิ้นใหญ่โตและดูน่ากินกว่าของตัวเอง


นิทานเรื่อ มดกับตั๊กแตนง ในช่วงฤดูร้อนที่ผลผลิตพืชพรรณงอกงามออกรวงมากมาย สมาชิกบ้านมดทั้งหลายต่างขยันขันแข็งเก็บเกี่ยวพืชเหล่านั้นมาตุนไว้ สำ หรับหน้าหนาว ส่วนเจ้าตั๊กแตนกลับเอาแต่เล่นดนตรีอย่างเพลิดเพลิน และแปลกใจว่าทำ ไมฝูงมดต้องขยันถึงเพียงนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้น ตั๊กแตนจึงแวะไปสอบถาม"ฝูงมดตัวน้อยเอ๋ย พวกเธอจะเร่งทำ งานเก็บพืชพรรณไปทำ ไมกันมากมาย" ตั๊กแตนเอ่ย"ก็เก็บไว้กินตลอดฤดู หนาวน่ะสิ" เสียงของมดซึ่งเป็นหัวหน้าตอบกลับพลางเก็บเกี่ยวพืชพรรณไปด้วย "โห ! ฤดูหนาวเลยหรือ อีกนานเลยนะ เพราะนี่ก็เพิ่ง จะเข้าหน้าร้อนเอง" เจ้าตั๊กแตนพูดด้วยน้ำ เสียงแปลกใจ "ก็เราเก็บเกี่ยวตอนนี้ ฤดูหนาวจะได้มีอาหารกินอย่างอุดมสมบูรณ์แถมได้พัก ผ่อนแบบเต็มที่ไงล่ะ" หัวหน้ามดอธิบาย "แต่เที่ยวเล่นพักผ่อนในฤดูร้อนก็สนุกไปอีกแบบนะ ทำ ไมจะต้องรอถึงหน้าหนาวด้วย" เสียง ตั๊กแตนโต้กลับ "เอาเถอะ ฉันขอกลับบ้านไปเล่นดนตรี เต้นรำ ก่อนแล้วกันนะ"


นิทานเรื่อง กากับเหยือกน้ำ ในวันที่อากาศร้อนจัด เจ้ากาน้อยตัวหนึ่งกำ ลังกระหายน้ำ อย่างมาก ปีกของมันเริ่มอ่อนแรงลงทุกที มันจึงหยุดพักใต้ต้นไม้ มันหันไปเห็น เหยือกน้ำ ขนาดใหญ่วางอยู่แต่ในน้ำ นั้นมีอยู่แค่ก้นเหยือก ซึ่งมันไม่สามารถเอาจะงอยปากของมันลงไปกินน้ำ ได้ ระหว่างที่เจ้ากากำ ลังคิดหา วิธีที่จะกินน้ำ ในเหยือกนั้น สายตาของมันก็เหลือบไปเห็นก้อนกินมากมายบนพื้น มันจึงค่อย ๆ คาบก้อนหินใส่ลงไปในเหยือกน้ำ น้ำ ก็ค่อย ๆ สูงขึ้น ๆ จนมาถึงปากเหยือก เจ้ากาน้อยแสนฉลาดจึงได้กินน้ำ อย่างง่ายดาย


นิทานเรื่อง สุนัขจิ้งจองกับกระเรี่ยง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…มีสุนัขจิ้งจอกกับนกกระสา เพิ่งเริ่มคบหากับได้ไม่นาน และมันสองตัวมักจะไปหามาสู่กันเป็นประจำ และดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ จนกระทั่งวันหนึ่งสุนัขจิ้งจอกได้เชิญนกกระสามาร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้านแต่สุนัจ อกกลับแกล้งนกกระสาด้วยการไม่มีสิ่งใดมาเลี้ยงต้อนรับเลย นอกจากน้ำ ซุปที่ใส่ในจานแบนๆ ซึ่งวางไว้อยู่ตรงหน้านกกระสาเพียงอย่าง เดียวเท่านั้น สุนัขจิ้งจอกสามารถใช้ลิ้นตวัดกินซุปได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางกลับกันนกกระสาทำ ได้เพียง ใช้ปลายจงอยปากของมันจุ่ม ลงไปในน้ำ ซุป นกกระสายังรู้สึกหิวแต่ก็ต้องปล่อยให้อาหารมื้อนั้นเหลือไว้ แล้วสุนัขจิ้งจอกก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าขอโทษนะ เจ้าคงจะไม่ชอน้ำ ซุป” “ไม่ต้องขอโทษข้าหรอก” นกกระสาตอบ “ข้าหวังว่าอีกไม่นานเจ้าจะไปเยี่ยมข้าเป็นการตอบแทน และรับประทานอาหารมื้อเย็น กับข้าบ้าง” ทั้งสองจึงมีการกำ หนดวันนัดกันขึ้นเพื่อที่สุนัขจิ้งจอกจะได้ไปเยี่ยมนกกระสาบ้าเมื่อวันนัดหมายมาถึงมันทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ อาหารทั้งหมดที่นำ มาเลี้ยงนั้นถูกบรรจุอยู่ในเหยือกทรงสูงปากแคบ ซึ่งสุนัขจิ้งจอกไม่สามารถเอาปากใหญ่ๆของมันใส่ลงไปได้ ดังนั้นสิ่งเดียวที่มันจะทำ ได้คือเลียที่ขอบด้านนอกของหยือก และนกกระสาก็กล่าวว่า “ข้าจะไม่ขอโทษสำ หรับอาหารเย็นมื้อนี้หรอแล้วสิ่งที่สุนัข ได้รับในวันนี้ก็ทำ ให้มันนึกถึงสิ่งที่เคยทำ ไว้กับนกกระสา


Click to View FlipBook Version