The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปรับพื้นฐาน ม.4 วิชาสังคมศึกษาฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ปรับพื้นฐาน ม.4 วิชาสังคมศึกษาฯ

ปรับพื้นฐาน ม.4 วิชาสังคมศึกษาฯ

1

1. โครงสร้างทางสังคม

สังคมมนุษย์แม้ว่าจะมขี นาดของสังคมหรอื ลกั ษณะเฉพาะของสังคมแตกต่างกนั แต่เมือ่ กล่าวถึง
โครงสร้างทางสังคมโดยทว่ั ไปหรอื โครงสร้างพืน้ ฐานทางสังคมเบ้ืองต้นแลว้ ทุกสงั คมต่างมอี งค์ประกอบสำคัญอยู่
บนพ้นื ฐานสองประการที่สำคญั คือกลุม่ สังคมและสถาบนั ทางสังคม

การศึกษาในเรอ่ื งโครงสร้างทางสงั คมจะชว่ ยให้เข้าใจเก่ียวกับสงั คมในแง่มุมต่าง ๆ ไดด้ ยี ิง่ ขน้ึ ซึ่ง
โครงสร้างทางสังคมมรี ายละเอียดทเี่ กี่ยวข้อง ดังนี้

ความหมายโครงสร้างทางสังคม

ความหมาย : หมายถึง สว่ นต่าง ๆ ท่ีประกอบกนั เป็นระบบความสมั พนั ธข์ องสังคมมนุษย์ ซ่งึ สว่ นประกอบ
ดังกล่าวจะตอ้ งเป็นเค้าโครงทีป่ รากฏในสงั คมมนุษย์ทุก ๆ สังคม แม้ว่าจะมรี ายละเอยี ดปลีกย่อยแตกตา่ งกนั ไปใน
แต่ละสังคมก็ตาม

ลักษณะโครงสรา้ งทางสงั คม

โดยทวั่ ไปโครงสรา้ งทางสังคม มีลักษณะท่สี ำคญั ดังนี้
1. มกี ารรวมกลมุ่ ของคนในสงั คม ซ่งึ แต่ละกลุ่มทีร่ วมกนั ตา่ งมหี นา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบและประสิทธภิ าพในการ

ทำงานตามทีก่ ลมุ่ ได้กำหนดเปา้ หมายไว้
2. มแี นวทางในการปฏิบัติอย่างเหมาะสมหรือมีกฎเกณฑ์ระเบยี บแบบแผนเป็นแนวทางให้ยดึ ถือรว่ มกนั

โดยยดึ หลักประโยชน์สูงสุดของสังคม
3. มจี ดุ หมายในการปฏิบตั กิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ที่ดแี ละมคี วามเหมาะสมทจ่ี ะนำมาใชก้ บั สงั คมนน้ั

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ปกี ารศึกษา 2563

2

4. มกี ารเคล่ือนไหวเปลย่ี นแปลงได้ กล่าวคอื โครงสรา้ งของสังคมจะมกี ารเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ ของ
การเพมิ่ ข้นึ หรือลดลง ในหลายรปู แบบเชน่ จำนวนคนอาจเพิม่ ขึน้ หรือลดลงจากการเคลือ่ นยา้ ยประชากรในสังคม
หรือ รูปแบบของความสมั พนั ธข์ องบคุ คลภายในสังคมอาจมกี ารปรับเปลีย่ นไปตามสถานภาพท่ปี รับเปลีย่ นไปหรอื
แม้แตส่ ภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ภายในสงั คม เป็นตน้

องคป์ ระกอบโครงสรา้ งทาง
สังคม
มอี งค์ประกอบ 3 สว่ นทส่ี ำคญั ไดแ้ ก่

1. กลุ่มสังคม (Social Groups)
2. สถาบนั สงั คม (Social Institutions)
3. การจดั ระเบยี บทางสงั คม ( Social Organization )

1. กล่มุ สงั คม

ความหมาย : หมายถึง กลุม่ คนตั้งแต่ 2 คนข้ึนไปมคี วามรสู้ ึกเปน็ สมาชกิ รว่ มกัน มกี ารกระทำระหว่างกันทาง
สังคม เพอื่ ตอบสนองความต้องการของสมาชกิ ในกลุ่มสงั คมนั้น ตามบทบาทและหน้าที่ของตนเอง

ลักษณะทส่ี ำคญั ของกลมุ่ สงั คม

1. มกี ารกระทำระหวา่ งกันทางสังคมหรอื มคี วามสมั พันธร์ ะหวา่ งกนั (Social interaction) (=มีการปฏิบัติต่อกนั )
2. สมาชิกในกลมุ่ ตา่ งมีตำแหน่งและบทบาทหน้าทแ่ี ตกต่างกนั และประสานบทบาทระหว่างกนั มแี บบแผน
พฤติกรรมตามบรรทัดฐานของกลมุ่ หรอื ทเี่ รียกว่า วัฒนธรรมย่อย (=มีวฒั นธรรมของกลุ่ม)
3. มคี วามร้สู กึ เป็นสมาชกิ ร่วมกนั ทำให้มีความผูกพนั ในฐานะที่เปน็ สมาชิกของกลุ่มสังคมเดยี วกัน (=สนิทสนมรัก
ใครก่ นั ตามระดบั กลุ่ม)
4. มีวตั ถุประสงคร์ ว่ มกนั ท่ีสำคัญ คือ เพอ่ื สนองความต้องการของสมาชกิ แต่ละคน และความต้องการของสมาชกิ
ของกลุ่มเปน็ ส่วนรวม (=มภี ารกิจถาวรหรอื เฉพาะกจิ )

เอกสารประกอบการสอนปรบั พืน้ ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

3

กลมุ่ สงั คม ( Social Group ) ในทางสังคมวิทยาแบ่งกล่มุ สังคม ออกเป็น 2 กลุม่ ไดแ้ ก่
1. กลมุ่ ปฐมภูมิ หรือ สังคมชนบท
2. กลมุ่ ทตุ ิยภมู ิ หรอื สังคมเมือง

ซึง่ กลมุ่ สังคมทั้งสองมีความแตกต่าง ดังตารางตอ่ ไปนี้

ลักษณะ กลมุ่ ปฐมภมู ิ กลุม่ ทตุ ิยภมู ิ
ขนาด
ความสมั พันธ์ (สังคมชนบท) (สงั คมเมือง)
การติดต่อกัน
จำนวนสมาชกิ นอ้ ย จำนวนสมาชิกมีมาก
ตัวอย่างของกลุ่ม
ใกลช้ ิดสนิทสนม, เปน็ ส่วนตัว เปน็ ไปอยา่ งเป็นทางการ

1.โดยตรงและสว่ นตวั จึงสามารถแสดง เปน็ ไปตามกฎเกณฑแ์ ละ

ความรูส้ ึกได้อย่างเต็มที่ สถานภาพความสัมพนั ธเ์ ฉพาะ

2.มีการติดต่อกนั ยาวนาน ด้าน

ครอบครวั , เพ่ือสนิท , เพือ่ บา้ น โรงเรียน, กระทรวง,กรม ,สมาคม

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วิชา สงั คมศึกษา ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2563

4

ใบกิจกรรมท่ี 1.1
เร่ือง โครงสรา้ งทางสงั คม

คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามเชิงวิเคราะห์ลงในชอ่ งวา่ งมาให้ได้ใจความทถ่ี กู ต้องและสมบูรณ์

1. โครงสรา้ งทางสังคม หมายถึง......................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................

2. โครงสรา้ งทางสงั คม ประกอบ 3 สว่ น คอื
2.1...............................................................................................................................................
2.2..............................................................................................................................................
2.3..............................................................................................................................................

3. กลุ่มสงั คม หมายถงึ ...................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

4. ลกั ษณะสำคญั ของกลุ่มสังคม ได้แก่
4.1..............................................................................................................................................
4.2.............................................................................................................................................
4.3.............................................................................................................................................
4.4.............................................................................................................................................

5. กลมุ่ สงั คม แบ่งออกเป็น ............... ประเภท ได้แก่
5.1..................................มีลกั ษณะสำคัญ คอื .........................................................................

……………………………………………………………………………………………………….
5.2..................................มีลักษณะคือ

................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ปีการศึกษา 2563

5

ใบกิจกรรมท่ี 1.2
เรื่อง กลมุ่ ทางสังคม

คำชี้แจง: ใหน้ กั เรยี นเขยี น ผังความคิด ( Mind Map ) เกี่ยวกับประเภทของกลุ่มทางสังคม มาใหเ้ ขา้ ใจ

กลุม่ ทางสังคม

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วชิ า สังคมศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

6

2. สถาบนั สังคม

ความหมาย : หมายถงึ รูปแบบพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมเพ่ือสนองความตอ้ งการร่วมกนั ในด้านตา่ ง ๆ และ
เพือ่ การคงอยขู่ องสังคมโดยรวม ซึ่งแบบแผนพฤติกรรมต่าง ๆ เป็นไปตามบรรทดั ฐานทางสังคมที่มีความชัดเจน
แนน่ อน และเป็นไปตามวัฒนธรรมของสงั คม

ลกั ษณะสำคญั ของสถาบัน
1) เปน็ นามธรรม สถาบนั สังคมไม่ใช่ตัวบคุ คลหรือกลุ่มคน ไมใ่ ชส่ ิ่งของ แตเ่ ปน็ แบบแผนพฤตกิ รรมซ่งึ กำหนดขึน้
เพอื่ เป็นแบบแผนในการปฏิบตั ริ ่วมกนั ของสมาชกิ ทุกคน
2) เกิดจากการเชอ่ื มโยงบรรทัดฐานตา่ ง ๆ ทางสังคม ซง่ึ ไดแ้ ก่ วถิ ีชาวบา้ น จารีต และกฎหมาย โดยเป็นสว่ นของ
วัฒนธรรมในสงั คม
3) เกดิ ขนึ้ เพื่อสนองความตอ้ งการในด้านต่าง ๆ รว่ มกนั ของสมาชิกในสังคม และเพอื่ การคงอยขู่ องสังคม
4) เกิดจากการยอมรับร่วมกนั ของสมาชิกในสงั คม สถาบันสงั คมจงึ เปน็ ระเบยี บแบบแผน พฤติกรรมที่ชดั เจนและ
เปลย่ี นแปลงไดย้ ากเน่ืองจากเกิดขน้ึ โดยการยอมรบั ร่วมกันของสมาชกิ ในสงั คม
องคป์ ระกอบของสถาบนั ของสงั คม
1) กลมุ่ สังคม สถาบนั สังคมประกอบไปดว้ ยกลุ่มสังคมต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่สนับสนนุ ให้การกระทำระหวา่ งสมาชิก
บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ร่วมกัน โดยประกอบดว้ ยสถานภาพหรือตำแหนง่ ทางสังคม และบทบาทหน้าที่ เพื่อใหแ้ บบแผน
พฤตกิ รรมดำเนนิ ไปสู่วตั ถปุ ระสงค์ของกล่มุ สังคมนั้น
2) มวี ัตถุประสงค์ในการสนองความตอ้ งการของสังคมในด้านตา่ งๆ ของสถาบันสงั คมแต่ละสถาบัน
3) มแี บบแผนพฤติกรรมในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนของสมาชกิ เพอ่ื ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบนั นัน้ ได้แก่
บรรทดั ฐานทางสงั คม ซ่ึงประกอบไปด้วยวิถชี วี ติ ทำให้กิจกรรมในการดำเนนิ ชวี ิตของสมาชกิ ในสงั คมสามารถ
สนองวตั ถุประสงค์ของสถาบนั สังคมนน้ั

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ปีการศกึ ษา 2563

7

4) มสี ัญลกั ษณ์ และคา่ นยิ ม ทำให้สมาชิกเกดิ อุดมการณ์และศรัทธาต่อสถาบันสังคม เชน่ ธงชาติ เปน็ สัญลักษณ์
ของสถาบันการเมอื งการปกครอง เสรภี าพและความเสมอภาค เปน็ คา่ นยิ มของสถาบันการเมอื งการปกครองใน
สังคมประชาธปิ ไตย เปน็ ต้น

สถาบนั ทางสงั คมทีส่ ำคญั

1. สถาบนั ครอบครวั

มีความสำคญั และเปน็ สถาบันแรกท่ีทำหนา้ ที่ในการขดั เกลาทางสงั คม เพื่อให้สมาชิกในสังคมอยู่
ร่วมกันอย่างมคี วามสขุ กลุ่มสังคมในสถาบันครอบครัว ไดแ้ ก่ ครอบครวั ซึง่ ประกอบดว้ ยสมาชกิ ทอ่ี าศัยอยใู่ น
ครวั เรือนเดียวกัน เช่น บิดา มารดา บุตร วงศาคณาญาตทิ เ่ี กี่ยวข้องโดยสายโลหติ หรือการสมรส หรอื มบี ุตรบญุ
ธรรม

หน้าที่ของสถาบนั ครอบครัว
1. หน้าทผ่ี ลติ สมาชกิ ใหม่ให้แก่สงั คม เพือ่ ทดแทนสมาชิกของสงั คมทีส่ ้ินชวี ิตลง
2. หนา้ ทเี่ ลยี้ งดสู มาชกิ ใหม่ใหม้ ีชวี ิตรอด เนื่องจากทารกแรกเกดิ และเดก็ ไม่สามารถดูแลตนเองได้
3. หน้าทีถ่ ่ายทอดวฒั นธรรมของสงั คมไปสูส่ มาชิกใหม่ ซึง่ เป็นกระบวนการขดั เกลาทางสังคมเพื่อให้เดก็ เติบโตเปน็
สมาชิกท่ดี ีของสังคม
4. หน้าทอ่ี ่นื ๆ ไดแ้ ก่ การสนองความตอ้ งการทางจิตใจ ทำหน้าทีใ่ ห้ความรักความอบอุน่ สมาชิก
แบบแผนพฤตกิ รรมในการประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นของสมาชกิ สถาบันครอบครัวประกอบไปดว้ ยแบบแผนพฤตกิ รรมซึ่ง
เป็นบรรทดั ฐานทางสังคม เชน่ ประเพณีการหมั้น สมรส เปน็ ตน้ สถาบนั ครอบครวั ในสงั คมแตล่ ะแห่งยอ่ มมีแบบ
แผนพฤตกิ รรมแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมของสงั คม เชน่ มปี ระเพณีการสมรสแตกต่างกันไป เปน็ ตน้

สญั ลักษณแ์ ละคา่ นยิ ม สญั ลักษณ์ของสถาบนั ครอบครัวท่สี ำคัญ คือ แหวนหมนั้ แหวนแต่งงาน เป็นตน้ สถาบัน
ครอบครัวในแตล่ ะสังคมย่อมมคี ่านยิ มต่างกันตามวฒั นธรรมของสังคม เช่น สังคมสมัยใหม่ สามแี ละภรรยามี
คา่ นิยมในการหาเลย้ี งครอบครวั เทา่ เทียมกนั การรว่ มรับผิดชอบกจิ กรรมต่าง ๆ ในครอบครวั อย่างเทา่ เทยี มกัน

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้นื ฐาน วชิ า สงั คมศกึ ษา ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ปกี ารศึกษา 2563

8

2. สถาบันการศึกษา

ความหมาย : หมายถงึ สถาบนั สังคมซึ่งเกี่ยวข้องกับแบบแผนการขดั เกลาและการถา่ ยทอดวฒั นธรรม การ
ให้ความรู้ และการฝึกทกั ษะอาชพี เพ่อื ความเป็นสมาชิกทีเ่ หมาะสมของสังคม

กลมุ่ สังคมในสถาบนั การศกึ ษา ไดแ้ ก่ โรงเรียน มหาวิทยาลยั กระทรวง ทบวง กรม ท่ีทำหน้าท่เี กี่ยวข้อง
กบั การศึกษา กลุ่มสังคมเหล่านีจ้ ะประกอบไปด้วยตำแหนง่ หรือสถานภาพทางสงั คม เช่น ครู อาจารย์ เป็นต้น

หน้าทข่ี องสถาบนั การศกึ ษา
1. ถ่ายทอดความรู้ วัฒนธรรม และทกั ษะ อันจำเป็นในการดำรงชีพของสมาชกิ ในสังคม
2. สรา้ งบุคลกิ ภาพทางสังคมให้แกส่ มาชกิ สามารถปรบั ตนในการติดตอ่ สัมพันธก์ ับบคุ คลอื่นและปฏิบตั ติ นให้มี
คณุ ค่าแกส่ ังคม
3. การกำหนดสถานภาพทางสงั คม และชนชน้ั ทางสงั คมสถานภาพจากสถาบนั การศกึ ษา เป็นส่วนประกอบสำคัญ
ประการหนงึ่ ในการจดั ชว่ งชั้นทางสังคม
4. หน้าท่ีในการผลิตกำลงั แรงงานทางเศรษฐกิจ ตามความต้องการทางสังคม
5. หนา้ ทใ่ี นการสรา้ งกลมุ่ เพ่ือนเป็นหน้าทีแ่ ฝงของสถาบันการศึกษา ซง่ึ ก่อให้เกิดการรวมกลมุ่ เพอ่ื นเพ่ือสนอง
ความต้องการทางจิตใจของสมาชกิ ในสังคม
แบบแผนพฤตกิ รรมในการประพฤตปิ ฏบิ ัติตนของสมาชกิ สถาบนั การศกึ ษาประกอบไปดว้ ยแบบแผนพฤตกิ รรม
ตา่ ง ๆ เพอื่ สนองตอ่ หนา้ ท่ีต่าง ๆ ของสถาบันดงั ทีก่ ลา่ วมาแล้ว เชน่ การจัดระบบการเรียนการสอน เปน็ ตน้ แบบ
แผนพฤตกิ รรมดงั กลา่ วมีการเปลยี่ นแปลงปรับปรุงใหเ้ หมาะสมแกค่ วามตอ้ งการของสังคมปจั จบุ ัน

สัญลกั ษณแ์ ละคา่ นิยม สัญลักษณข์ องสถาบันการศกึ ษา มกั ปรากฏในองคก์ ารทางการศึกษาต่าง ๆ เช่น เข็ม
เครอ่ื งหมายของโรงเรยี น เป็นตน้ แต่ละสงั คมย่อมมีปรชั ญาและค่านิยมทางการศกึ ษาตา่ งกัน

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วชิ า สงั คมศกึ ษา ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

9

3. สถาบันศาสนา

ความหมาย : หมายถึง สถาบันทที่ ำหน้าท่ชี ่วยสนองความตอ้ งการด้านเสริมกำลังใจให้แก่สมาชิกในสังคม
เพื่อใหใ้ ช้ชวี ิตอย่ใู นสงั คมด้วยความปกตสิ ุขโดยปฏิบัตติ ามคตคิ วามเช่ือ

กลุม่ สังคมในสถาบันศาสนา ที่สำคัญได้แก่ คณะสงฆ์ และกลุม่ ผู้ปฏิบตั ิธรรม โดยมตี ำแหน่งหรือ
สถานภาพทางสังคมต่างๆ กนั ต่างมบี ทบาทหน้าที่เก่ียวข้องสัมพนั ธ์กันตามสถานภาพทางสังคมดงั กล่าว

หนา้ ทข่ี องสถาบันศาสนา
1. สร้างความเป็นปึกแผน่ ใหแ้ กส่ งั คม
2. สรา้ งเสริมและถา่ ยทอดวฒั นธรรมแก่สังคม
3. ควบคมุ สมาชกิ ให้ปฏิบตั ติ ามบรรทดั ฐานของสงั คม
4. สนองความต้องการทางจติ ใจแก่สมาชกิ เม่ือสมาชกิ เผชิญกับปญั หาตา่ ง ๆ

แบบแผนพฤตกิ รรมในการประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นของสมาชกิ โดยท่วั ไปแบบแผนพฤตกิ รรมในการปฏบิ ตั ขิ อง
สมาชกิ ในสังคม ย่อมเปน็ ไปตามหลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือ และเป็นไปตามประเพณที างศาสนานนั้ ๆ
กจิ กรรมของประเพณที างศาสนามีความสำคัญในการสร้างความรู้สึกเปน็ อนั หนึง่ อนั เดยี วกนั ของสมาชกิ ในสงั คม

สัญลกั ษณแ์ ละค่านยิ ม สัญลกั ษณ์ของสถาบนั ศาสนายอ่ มแตกตา่ งกันไปตามศาสนาทสี่ มาชกิ ยอมรบั นบั ถอื
สำหรบั คา่ นิยมของสถาบันศาสนายอ่ มแตกตา่ งกนั ไปตามหลกั ของศาสนานน้ั ๆ

เอกสารประกอบการสอนปรบั พื้นฐาน วชิ า สงั คมศกึ ษา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

10

4. สถาบนั เศรษฐกิจ

ความหมาย : หมายถงึ สถาบันสังคมที่เกี่ยวขอ้ งกับแบบแผนการสนองความต้องการเกีย่ วกับความจำเปน็
ทางวตั ถุ เพือ่ การดำรงชวี ิต เป็นแบบแผนพฤตกิ รรมทางสงั คมทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับ การผลติ การกระจายสินค้าและ
บรกิ ารไปสผู่ ู้บรโิ ภค ซง่ึ เป็นปจั จยั สำคญั ในการดำรงชีวติ

กลุ่มสงั คมในสถาบันเศรษฐกจิ กลุม่ สงั คมในสถาบันเศรษฐกจิ มีจำนวนมาก เชน่ รา้ นคา้ โรงงานและ
องคก์ รเศรษฐกจิ ต่าง ๆ แตล่ ะกลมุ่ สังคมเหล่าน้ปี ระกอบไปด้วยตำแหนง่ และบทบาทหนา้ ทต่ี า่ ง ๆ ซึ่งเกีย่ วข้อง
สัมพนั ธ์กนั เชน่ ผู้จัดการ พนักงาน กรรมกร เกษตรกร เปน็ ตน้ เพอื่ กระทำบทบาทและหน้าท่ีดงั กลา่ ว
หน้าท่ีของสถาบนั เศรษฐกิจ
1. ผลติ สนิ คา้ เพือ่ สนองความตอ้ งการของสมาชิกในสังคม ซ่ึงประกอบไปด้วยสนิ ค้าพน้ื ฐานจนถงึ สินคา้ อำนวย
ความสะดวก
2. การกระจายสนิ คา้ ท่ีผลิตได้ไปส่สู มาชกิ ในสงั คมอย่างทั่วถงึ
3. การกระจายบรกิ ารต่าง ๆ ไปสู่สมาชกิ ในสังคม
4. การกำหนดสถานภาพทางสังคมและชนช้ันทางสังคม
5. สถาบันทางเศรษฐกจิ ก่อให้เกดิ หน้าที่สำคัญ คือ เป็นพน้ื ฐานอำนาจทางการเมือง

แบบแผนพฤตกิ รรมในการประพฤตปิ ฏิบตั ิตนของสมาชกิ สถาบันเศรษฐกจิ ประกอบดว้ ยแบบแผน
พฤตกิ รรมทีม่ ีความสำคัญในการดำรงชวี ติ รว่ มกนั ของสมาชกิ ในสงั คม เช่น แบบแผนในการผลติ สนิ ค้า แบบแผน
ของการประกอบอาชพี ต่าง ๆ เช่น อาชพี เกษตรกรรมและอาชีพอตุ สาหกรรมมีแบบแผนการประกอบอาชพี
ต่างกัน

สญั ลักษณแ์ ละค่านิยม ส่วนใหญเ่ ป็นสญั ลักษณข์ ององคก์ ารของสถาบนั เศรษฐกิจนนั้ ๆ เชน่ เครื่องหมาย
ทางการค้า สำหรบั ค่านยิ มและความเชอ่ื เกย่ี วขอ้ งกบั เศรษฐกิจย่อมแตกตา่ งกันไปตามวัฒนธรรมของแตล่ ะสังคม

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้ืนฐาน วชิ า สังคมศึกษา ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

11

5. สถาบนั การเมืองการปกครอง

ความหมาย : หมายถึง สถาบันสงั คมทีเ่ ปน็ แบบแผนท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั การสนองความต้องการของ
สมาชกิ ในการดำรงชีวิตตามกฎระเบียบของสังคม ควบคมุ ใหก้ ลมุ่ คนอยู่ในสงั คมอย่างสงบสขุ

กลมุ่ สังคมในสถาบันการเมอื งการปกครอง ประกอบด้วยกลุม่ สงั คมต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ กลุม่ สังคมท่ีมกี าร
จดั ระเบียบอยา่ งชดั แจ้ง ทีเ่ รยี กวา่ องค์การ เช่น พรรคการเมือง กระทรวง ทบวง กรม เป็นตน้ แต่ละองคก์ าร
ประกอบดว้ ยตำแหนง่ หรือสถานภาพทางสังคม เพ่ือกระทำบทบาทและหนา้ ที่ตามสถานภาพนน้ั

องค์กรของสถาบันการเมืองทส่ี ำคญั มีดงั น้ี
1. ฝา่ ยนิติบญั ญตั ิ คือ องค์กรทท่ี ำหน้าทีอ่ อกกฎหมาย
2. ฝา่ ยบริหาร คือ องคก์ รที่ทำหนา้ ที่ในการบริหารและการบริการใหแ้ ก่สมาชิกโดยสว่ นรวม
3. ฝ่ายตลุ าการ คือ องค์การที่ทำหน้าทีต่ ีความกฎหมายในกรณที ีส่ มาชกิ ในสงั คมเกิดความขัดแยง้ กนั
4. ฝา่ ยองคก์ รอสิ ระ คือ องค์กรทป่ี ระกอบด้วยคณะบุคคลทต่ี ้งั ขนึ้ ดว้ ยวธิ ีปลอดจากอำนาจอทิ ธิพลของบุคคลทมี่ ี
สว่ นอาจไดเ้ สียกบั กจิ การอันเป็นหน้าท่ขี ององค์กรอิสระนน้ั โดยเฉพาะอำนาจของข้าราชการเมอื งและข้าราชการ
ประจำ

หนา้ ทข่ี องสถาบันการเมืองการปกครอง
1. สรา้ งระเบยี บกฎเกณฑ์ให้แกส่ ังคม เช่น สถาบันเศรษฐกิจยอ่ มจะตอ้ งมีกฎเกณฑเ์ กีย่ วกับการเงนิ
2. วินจิ ฉยั ข้อขัดแยง้ ระหว่างสมาชิกในสงั คม มีองคก์ ารทางตุลาการคอยให้ความยตุ ธิ รรมแก่สมาชกิ ที่มีความ
ขัดแย้งตอ่ กนั
3. หนา้ ท่ีในการบริหารองคก์ ารของรัฐบาลกลางและรฐั บาลท้องถนิ่
4. การป้องกนั และรกั ษาความปลอดภยั ท้งั ภายในและนอกสังคม

ลักษณะโดยท่ัวไปของสถาบัน
- สถาบันเปน็ นามธรรม
- สถาบนั แตล่ ะสถาบนั เกิดจากการรวมหน้าท่ดี า้ นเดียวกนั ไว้รวมกัน

- เปลยี่ นแปลงไดย้ าก

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้นื ฐาน วิชา สังคมศึกษา ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

12

ใบกจิ กรรมท่ี 1.3
เรือ่ ง สถาบันทางสังคม

คำชีแ้ จง: ใหน้ กั เรียนนำตัวเลขในข้อความท่กี ำหนดมาเตมิ ลงในช่องวา่ งใหส้ มั พนั ธ์กนั

ขอ้ ความท่กี ำหนดให้

1. สถาบนั การเงินท่เี ก่ยี วขอ้ งกับการผลติ สนิ คา้ จำหน่ายเพื่อการกนิ ดีอยดู่ ขี องประชาชน

2. สถาบันทท่ี ำหน้าท่ีในการอบรมศลี ธรรมอนั ดีแกส่ มาชกิ ในสงั คม สถาบันการเมือง
3. สถาบันทอ่ี บรม ให้ความร้ใู นการประกอบอาชพี แก่สมาชกิ ในสังคม การปกครอง
4. สถาบันท่ีสรา้ ง และอบรมขัดเกลา และเตรยี มสมาชิกใหใ้ หก้ บั สังคม

5. สถาบนั ที่คอยดแุ ลความสงบเรยี บร้อยให้กับสงั คม

6. สถาบนั ที่เป็นองค์กร เช่น วดั หมายเลข….........................

7. สถาบันท่ผี ลิตบุคลากรทมี่ คี วามรู้ ให้กับสังคม เช่น วศิ วกร แพทย์ .....

8. องคก์ รทางการเมือง เชน่ รฐั บาล ศาล นกั ปกครอง สถาบันเศรษฐกิจ

9. สถาบันที่เปน็ หน่วยผลติ เช่น บริษทั ห้างรา้ น

10. สถาบันที่ให้การอบรมสมาชกิ แรกสุดกอ่ นเข้าสูส่ ังคม

หมายเลข........................

สถาบนั ครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศกึ ษา

หมายเลข............................. หมายเลข............................. หมายเลข............................

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้ืนฐาน วิชา สังคมศึกษา ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ปีการศกึ ษา 2563

13

ใบกจิ กรรมท่ี 1.4
เร่อื ง สถาบันทางสงั คม

คำชี้แจง: ใหน้ กั เรยี นเรยี งลำดับความสำคัญของสถาบนั ทางสงั คมจากสำคญั มากที่สุด ไปน้อยทส่ี ุด พร้อมทง้ั
เหตผุ ลถงึ ความสำคญั ของสถาบันนั้นมาให้เขา้ ใจ

สถาบันการศกึ ษา สถาบันครอบครวั สถาบันเศรษฐกจิ
สถาบันศาสนา
สถาบันการเมอื งการปกครอง

สถาบัน เหตผุ ล

.........................................................................................................
.........................................................................................................
.......................................................................................................

.........................................................................................................
.........................................................................................................
.......................................................................................................

.........................................................................................................
.........................................................................................................
.......................................................................................................

.........................................................................................................
.........................................................................................................
.......................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.......................................................................................................

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ปีการศึกษา 2563

14

3. การจดั ระเบยี บทางสงั คม

สังคมเป็นทร่ี วมของบุคคลต้ังแต่ 2 คนข้นึ ไป เมอ่ื มกี ารรวมกล่มุ ของกลุ่มบคุ คลเพ่ิมมากขน้ึ สังคมก็ยง่ิ มี
ความแตกต่างในหลายๆ ด้านเกิดข้นึ ความแตกตา่ งดังกลา่ ว หากมีการควบคมุ และจัดระเบียบของกลุ่มและใน
สังคมทีไ่ ม่ถกู ตอ้ งเหมาะสมแล้ว สงั คมก็อาจสบั สนวนุ่ วายข้นึ ได้

ความหมายของการจดั ระเบียบสงั คม

ความหมาย : เปน็ กระบวนการทีส่ มาชกิ ไดพ้ ฒั นาการกระทำระหว่างกนั ทางสังคมอยา่ งมรี ะเบยี บ โดยมี
สมาชิกสว่ นรวมของสงั คมไทยยอมรับเป็นแนวความประพฤตริ ว่ มกันและสืบทอดจนเปน็ บรรทดั ฐานในการ
ดำรงชีวิตร่วมกนั ของสมาชิกในสังคม

ความจำเปน็ ท่ีต้องมีการจัดระเบียบสงั คม

1. เน่ืองจากสมาชกิ ในสงั คมมคี วามแตกต่าง ทัง้ ในทางกายภาพและในทางสังคม
2. เน่อื งจากสมาชกิ ในสงั คมมวี ตั ถปุ ระสงคแ์ ละมีความตอ้ งการรว่ มกันในสงั คมมนุษยท์ ุกๆ สังคมสมาชกิ แต่ละ
คนย่อมมคี วามต้องการพ้ืนฐานรว่ มกัน ดังนั้นจงึ จำเปน็ ตอ้ งกำหนดระเบยี บความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมาชกิ เพือ่ ให้
บรรลถุ ึงวตั ถุประสงค์และความต้องการน้ัน
3. เพ่อื ปอ้ งการขัดแยง้ ระหวา่ งสมาชิกในสงั คม ธรรมชาตขิ องมนุษย์ คือ การตอ่ สู้ การใช้อำนาจ ดังน้นั จงึ ต้องมี
กฎเกณฑเ์ พอ่ื ใหค้ วามสมั พนั ธข์ องสมาชกิ ในสังคมราบรื่น

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้นื ฐาน วชิ า สังคมศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ปีการศึกษา 2563

15

วธิ ีการจดั ระเบียบสังคม

ในการจัดระเบยี บสังคม จำเป็นทจี่ ะตอ้ งใช้เคร่อื งมอื หรือกระบวนการทางสงั คมตอ่ ไปน้ี
1. บรรทดั ฐาน
2. สถานภาพ – บทบาท และการจดั ชั้นยศ
3. ค่านยิ ม
4. การขัดเกลาทางสังคม
5. การควบคุมทางสังคม

1. บรรทัดฐาน

บรรทัดฐานทางสังคม หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ หรือแบบแผนของพฤตกิ รรมทสี่ งั คมยอมรบั เปน็ แนวทาง
ใหส้ มาชิกประพฤติปฏิบัตใิ นแต่ละสถานการณ์ สรุปได้คอื
1. บรรทดั ฐานทางสงั คม เป็นระเบียบ กฎเกณฑ์ หรือแบบแผนของพฤติกรรมท่สี มาชกิ ในสงั คมยอมรับรว่ มกนั
และไดป้ ระพฤติสืบตอ่ กนั มา
2. บรรทดั ฐานทางสังคมเป็นระเบียบ กลา่ วคอื แบบแผนความประพฤตทิ เ่ี หน็ ว่าถกู ตอ้ งในสถานการณ์หนง่ึ อาจ
นำไปใช้ในอกี สถานการณห์ นึ่งไมไ่ ด้
ประเภทของบรรทัดฐานทางสังคม
1. วถิ ีประชา/วถิ ีชาวบ้าน (Folkways) หมายถึง แบบแผนความประพฤตทิ ี่สมาชิกปฏบิ ตั ดิ ้วยความเคยชนิ
เนอ่ื งจากได้รับการปลกู ฝังถา่ ยทอดมาต้ังแต่วยั เดก็ จนเตบิ ใหญ่ แม้ว่าจะไมม่ กี ารกำหนดโทษผทู้ ี่ละเมิดฝ่าฝืนอยา่ ง
เขม้ งวด แตอ่ าจถูกคนอน่ื เยาะเย้ย ถากถาง หรือได้รับการนนิ ทา ทำให้สมาชกิ ต้องปฏบิ ตั ิตามวถิ ชี าวบา้ น จนเกิด
ความเป็นระเบยี บทางสงั คมในท่สี ดุ

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศกึ ษา 2563

16

2. จารตี (Mores) หมายถงึ แบบแผนความประพฤตทิ ีส่ มาชกิ ปฏบิ ตั ใิ นสถานการณต์ ่าง ๆ โดยผ้ทู ่ลี ะเมดิ ฝ่าฝนื จะ
ได้รบั การต่อต้านจากสมาชิกในสงั คมอยา่ งจรงิ จัง เน่ืองจากมีผลกระทบต่อระบบสมั พันธข์ องสมาชิกเป็นสว่ นรวม
3. กฎหมาย (Laws) หมายถงึ กฎเกณฑ์ของความประพฤติซึ่งสร้างขึ้นโดยองค์การทางการเมอื งการปกครอง และ
โดยได้รับการรบั รองจากองค์กรของรัฐ

กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ความประพฤตทิ ีม่ ีลกั ษณะสำคัญ ดังนี้
1) เป็นกฎเกณฑ์การประพฤติปฏิบตั ขิ องสมาชิกในสงั คมทบ่ี ญั ญัตเิ ป็นทางการโดยองคก์ ารของรัฐท่มี อี ำนาจหน้าที่
ในการบัญญัติกฎหมาย
2) มกี ารประกาศรายละเอียดของกฎหมายเป็นลายลักษณอ์ ักษร
3) มอี งค์การท่ีหนา้ ทีค่ วบคุมใหส้ มาชกิ ปฏิบัติตามกฎหมาย
4) มบี ทลงโทษผทู้ ่ลี ะเมิดฝา่ ฝนื กฎหมาย

ข้อสงั เกตเกยี่ วกับบรรทัดฐาน
1. บรรทัดฐานแตล่ ะทอ้ งถนิ่ สอดคล้องหรอื แตกต่างกไ็ ด้
2. บรรทัดฐานแต่ละท้องถ่ินสามารถเปล่ียนแปลงได้

3. สังคมชนบทมกั ใช้จารีตมากกวา่ สว่ นสังคมเมอื งมกั ใชก้ ฎหมายเปน็ บรรทดั ฐานความสัมพันธ์ของคนในสงั คม

2. สถานภาพ และบทบาท

2.1 สถานภาพ

สถานภาพ (Status) : ตำแหน่งทไ่ี ด้รับจากการเป็นสมาชิกของสงั คมหรือฐานะทางสังคม (Social
Position) ของคนในสงั คมทีถ่ กู กำหนดไว้และดำรงอยู่

สถานภาพทางสงั คม หมายถึง ตำแหนง่ ของบคุ คลซง่ึ ได้มาจากการเปน็ สมาชิกของกลมุ่ และของสังคม ซึง่
เปน็ องคป์ ระกอบทส่ี ำคัญในการจัดระเบยี บสงั คม เนื่องจากการกระทำระหว่างสมาชกิ ในสังคมยอ่ มเป็นไปตาม
สถานภาพทตี่ นดำรงอยู่

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้นื ฐาน วชิ า สังคมศึกษา ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

17

ประเภทของสถานภาพทางสังคม
1) สถานภาพทางสงั คมโดยกำเนิด (Ascribed Status) เป็นสถานภาพทางสังคมทีส่ มาชกิ ได้รบั โดยกำเนิด ท่ี
สำคัญได้แก่ เช้อื ชาติ สัญชาติ เพศ (ชายหรือหญงิ ) อายุและสถานภาพอันเกิดจากการเป็นสมาชกิ ในครอบครัว
เหลา่ นีน้ ับเป็นสถานภาพโดยกำเนดิ ทงั้ สน้ิ
2) สถานภาพทางสังคมโดยความสามารถของบุคคล (Achieved Status) เป็นสถานภาพทางสังคมทเ่ี กิดจาก
การกำหนดคุณสมบัติของผูท้ ่ีจะได้รบั สถานภาพโดยถอื ความสามารถตามเกณฑท์ ่สี ังคมกำหนด
3) ผลอนั เกดิ จากสถานภาพทางสังคม มีดงั น้ี
(1) ทำใหเ้ กดิ สิทธิและหน้าท่ี
(2) ทำใหเ้ กิดเกียรตยิ ศจากสถานภาพทางสังคมทสี่ มาชกิ ดำรงอยู่
(3) ทำใหเ้ กดิ การจดั ชว่ งช้นั ทางสังคม

ท่มี าของสถานภาพ
1. สถานภาพท่ตี ดิ ตัวมา เช่น อายุ, เพศ, ชาติกำเนดิ , เช้ือชาติ
2. สถานภาพท่ไี ดม้ าภายหลงั เชน่ สถานภาพระบบเครือญาติ, สถานภาพทางการศึกษา, อาชีพ
หน้าที่ของสถานภาพ
1 . กำหนดบทบาท
2 . ใชใ้ นการติดตอ่ รว่ มกันใน สงั คมขนาดใหญ่ ๆ
3 . ใช้เปรียบเทียบฐานะสงู – ตำ่ ทางสังคม

2.2 บทบาท

บทบาท (Role) : หน้าท่/ี พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ติ ามสถานภาพที่ไดร้ บั การปฏบิ ตั บิ ทบาทตามสถานภาพทเ่ี หมาะสม
และถกู ตอ้ งทำให้ความสัมพนั ธ์ทางสังคมดำเนินไปไดด้ ้วยดี

บทบาททางสังคม
1. บทบาททางสังคมเปน็ การกระทำตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ีตามที่กำหนดในสถานภาพทางสังคม บทบาทและ
สถานภาพทางสังคมจะทำให้การกระทำระหว่างกนั ทางสังคมของสมาชิกดำเนนิ ไปอยา่ งสอดคลอ้ งกลมกลืน และ
ชว่ ยใหก้ ารดำรงชีวิตรว่ มกันในสังคมมีความราบรน่ื
2. ความสำคญั ของบทบาททางสงั คม บทบาททางสังคมก่อใหเ้ กดิ การกระทำตามสทิ ธิและหน้าทขี่ องสมาชกิ ใน

เอกสารประกอบการสอนปรบั พืน้ ฐาน วชิ า สังคมศึกษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

18

สงั คมตามสถานภาพท่ีตนดำรงอยู่ ทำให้เกดิ การแลกเปลีย่ นการรบั และการให้ประโยชนร์ ะหว่างกัน หาก
ปราศจากการกำหนดบทบาททางสังคม รูปแบบความสมั พนั ธ์ระหว่างสมาชกิ ในสงั คมคงจะขาดระเบียบและ
ปราศจากทิศทางแน่นอน

บทบาทขัดกนั

สมาชิกในสังคมแต่ละคนมีบทบาทหลายอยา่ งในเวลาเดียวกนั และการในกระทำอีกบทบาทหนึ่งอาจจะขดั กับ
อกี บทบาทหน่ึงก็ได้ การขดั กันในบทบาทยอ่ มเกิดข้ึนไดเ้ สมอ สมาชิกในสังคมต้องตดั สนิ ใจ ตามวาระและโอกาสท่ี
เกิดขึน้

ขอ้ สังเกตบางประการ
1. สถานภาพ – บทบาทเปน็ เรอื่ งความสมั พันธ์ทเ่ี ก่ียวกับสงั คม
2. ทุกคนย่อมมีสถานภาพของตนเองและมีหลายสถานภาพ
3. สถานภาพบางอย่างเปน็ สถานภาพที่ต่อเน่ือง
4. ยง่ิ สงั คมซับซอ้ นเพียงใด บทบาทย่งิ แตกตา่ งไปมากขนึ้ เทา่ น้ัน
5. โดยปกติสถานภาพจะบ่งถงึ บทบาทเสมอ แตใ่ นบางสถานการณ์มสี ถานภาพอาจไมม่ ีบทบาทก็ได้
6. การมหี ลายสถานภาพกอ่ ให้เกดิ หลายบทบาท บางคร้งั ก็อาจทำให้เกิดบทบาททข่ี ดั แยง้

3. คา่ นิย
ค่านยิ ม (Soมcial Value) : ส่ิงที่สังคมสว่ นใหญ่ยอมรับและเห็นวา่ มีคุณค่า เพราะว่าเป็นความสมั พนั ธท์ ี่สังคม
ยอมรับ หรอื เราอาจจะเรยี กวา่ “กระแสทางสังคม” กไ็ ด้ คา่ นยิ มมที งั้ ของบุคคล และ ค่านิยมของสังคม

คา่ นยิ มของสังคม
คา่ นยิ มของสังคม บางทเี รียกว่า (ระบบคณุ ค่าของสังคม) หรอื (สญั ญาประชาคม)
คา่ นยิ มของสังคม เป็นหัวใจหรือเป้าหมายทส่ี ังคมปรารถนาทจ่ี ะให้เกดิ ข้นึ เช่น เสรีภาพ ความรักชาติ ความดี
ความยุติธรรม

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วชิ า สงั คมศึกษา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ปีการศกึ ษา 2563

19

ใบกิจกรรมที่ 1.5
เรือ่ ง บรรทัดฐานทางสังคม

คำชี้แจง: ใหน้ กั เรยี นโยงเส้นข้อความท่สี มั พนั ธก์ ัน

วิถีประชา 1. การสวมชุดสีขาว – ดา ไปงานศพ
จารตี 2. หญงิ ไม่ควรอยู่กินกบั ชายทม่ี ีภรรยาแล้ว
3. สิ่งทค่ี วรปฏบิ ตั ิ หากไม่เชื่อฟังจะถกู ตาหนิ
กฎหมาย 4. แนวทางทป่ี ระพฤตปิ ฏิบตั ิที่เกีย่ วข้องกับคุณธรรม
5. หากใครไม่ปฏบิ ัติ จะต้องมีบทลงโทษ
6. การรับประทาอาหารด้วยช้อนและส้อม
7. บุตรจะต้องเลยี้ งดบู ิดามารดา
8. การไม่สวมหมวกภายในวดั หรือ โบสถ์
9. ข้อบังคับที่รัฐตราขนึ้ ใช้กับประชาชน
10. ญาตใิ กล้ชิดกัน จะแต่งงานกันไม่ได้
11. ถกู จับเพราะขบั รถฝ่ าไฟแดง
12. การแต่งกายท่ถี ูกต้องของนกั เรียน

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วิชา สงั คมศึกษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ปีการศึกษา 2563

20

ใบกิจกรรมที่ 1.6
สถานภาพ และบทบาท

คำชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นอ่านเนอื้ เรอ่ื งแล้วเตมิ ความหมายเกี่ยวกับสถานภาพและบทบาทลงในชอ่ งว่างให้
ถกู ต้อง และสมั พนั ธก์ นั

เรอ่ื ง สถาพร นกั เรียนตัวอยา่ งของ
โรงเรยี นนวมนิ ทราชูทศิ พายพั

สถาพร เปน็ นักเรยี นของโรงเรียนนวมนิ ทราชูทศิ พายัพ มีคุณพ่อเปน็ คนไทย นบั ถอื ศาสนาพทุ ธ สถาพรมีพ่ีสาว
หน่ึงคน ในบา้ นของสมพรมปี ยู่ า่ ตายายอาศัยอยดู่ ้วยกันเปน็ ครอบครวั ใหญ่
คำถาม สถานภาพทางสงั คมโดยกำเนิดของสมพร ไดแ้ ก่
1………………..……..2…………….……….3……………………..……4………………………….
ต่อมา สถาพรเป็นคนเรยี นเก่ง ไดร้ ับคดั เลอื กใหเ้ ป็นหวั หนา้ ห้อง จนกระท่งั เรยี นจบชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 เขาได้
เรยี นต่อระดับมหาวิทยาลัย หลังจากจบการศกึ ษาระดบั ปริญญาตรแี ล้ว เขาได้ทำงานเป็นพนกั งานธนาคาร และ
ไดแ้ ตง่ งานกบั นชุ เป็นลกู สาวของผู้จัดการธนาคารท่ีเขาทำงานอยนู่ ่ันเอง และได้มบี ุตรชายหนงึ่ คน
คำถาม สถานภาพทางสังคมโดยความสามารถของสมพร ไดแ้ ก่
1………………..……..2…………….……….3……………………..……4………………………….
5………………..……..6…………….……….7……………………..……8………………………….

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วชิ า สงั คมศกึ ษา ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ปกี ารศึกษา 2563

21

ยกเอาสถานการณ์มาเพ่ือตอบคำถาม
“ ตอ่ มา สถาพรเปน็ คนเรียนเก่ง ไดร้ ับคัดเลือกใหเ้ ป็นหัวหน้าห้อง จนกระทง่ั เรยี นจบช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 เขา
ได้เรียนตอ่ ระดบั มหาวทิ ยาลยั หลังจากจบการศกึ ษาระดับปริญญาตรแี ล้ว เขาได้ทำงานเปน็ พนักงานธนาคาร
และได้แตง่ งานกบั นุช เปน็ ลกู สาวของผูจ้ ดั การธนาคารทีเ่ ขาทำงานอย่นู ัน่ เอง และได้มบี ตุ รชายหน่ึงคน ”
คำถาม จากบทความข้างบนนี้ บทบาททางสังคมโดยความสามารถของสถาพร ได้แก่

1. ในฐานะของพ่อ สถาพรมบี ทบาท คอื ........................................................................................
2. ในฐานะของหวั หนา้ หอ้ ง สถาพรมีบาบาท คือ...........................................................................
3. ในฐานะของนกั ศึกษาในมหาวทิ ยาลยั สถาพรมีบทบาท คือ.......................................................
4. ในฐานะของพนักงานธนาคาร สถาพรมบี ทบาท คือ..................................................................
5. ในฐานะของสามี สถาพรมบี ทบาท คือ...............................................................................................
6. ในฐานะของนกั เรียน สถาพรมีบทบาท คอื .........................................................................................
7. ในฐานะของลูกเขยผจู้ ดั การธนาคาร สถาพรมบี ทบาท คอื .........................................................
8. ในฐานะของภรรยาของสถาพร ควรมบี ทบาท คือ...................................................................

เอกสารประกอบการสอนปรบั พืน้ ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

22

2. การขดั เกลาทางสงั คม

การขัดเกลาทางสังคม หมายถึง กระบวนการอบรมสัง่ สอนสมาชิกให้เรียนรรู้ ะเบียบของสังคมเพื่อให้เห็น
คณุ คา่ และนำเอากฎเกณฑ์ ระเบยี บปฏบิ ตั เิ หลา่ นัน้ ไปเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ การขัดเกลาสังคมเปน็
สิง่ ทีม่ นษุ ย์ต้องไดร้ ับตลอดชีวิต เพอ่ื ท่จี ะทำให้มนษุ ยส์ ามารถปรับตัวเขา้ กบั สังคมทตี่ นเปน็ สมาชิกอยู่ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

การจำแนกการขัดเกลาทางสงั คม
การขัดเกลาทางสังคมอาจจำแนกได้ 2 ประเภท
1. การขัดเกลาทางสงั คมโดยทางตรง เช่นการอบรมส่งั สอน ขัดเกลาทีพ่ อ่ แม่ให้กบั ลูก ไมว่ า่ จะเป็นการสอน
พดู สอนมารยาทในการรับประทานอาหาร หรอื สอนให้เรียกพี่ นอ้ ง ปู่ ยา่ เปน็ ต้น ในกรณีนผี้ ู้สอนและผรู้ บั
จะรู้สึกตวั ในกระบวนการอบรมสัง่ สอนโดยตรง
2. การขัดเกลาทางสงั คมโดยทางอ้อม เช่น การอา่ นหนังสือพิมพ์ การฟังวิทยุหรอื ดโู ทรทศั น์ ตลอดจนการดู
ภาพยนตร์ ผู้รับจะเรียนร้โู ดยไมร่ ู้ตัว โดยส่ิงที่เรยี นร้จู ะค่อยๆซมึ ซบั เขา้ ไปจติ ใต้สำนึกวา่ สิง่ นนั้ ส่ิงน้ีทีส่ ังคม
ยอมรับ และหากเป็นสง่ิ ท่ีสังคมไม่ยอมรบั กระทำในสง่ิ ทีแ่ ปลกแยกออกไป การขัดเกลาทางสงั คมโดยทางออ้ มจะ
ครอบคลุมไปถึง การเข้าร่วมกบั กลุ่มเพอ่ื นด้วยและเพือ่ นร่วมงาน ซึ่งจะช่วยใหเ้ กิดการปรบั ตัวและการพฒั นา
บุคลิก

เอกสารประกอบการสอนปรบั พืน้ ฐาน วชิ า สงั คมศกึ ษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ปีการศึกษา 2563

23

สถาบันทท่ี ำหนา้ ที่ในการขดั เกลาทางสงั คม

การขัดเกลาทางสังคมเปน็ กระบวนการถ่ายทอดวฒั นธรรม ค่านิยมสงั คม ซ่งึ มีตวั แทน หรอื สถาบนั ท่ีทำ
หนา้ ท่ีในการขัดเกลาทางสงั คม ดงั น้ี

1. ครอบครัว
เป็นตวั แทนสำคัญท่ีสุดในการทำหนา้ ท่ีขัดเกลาทางสังคม เพราะเป็นสถาบนั แรกที่เด็กจะได้อบรมส่ังสอนและ
จะมคี วามผกู พันทางสายโลหิตอย่างลกึ ซ้งึ ซ่ึงจะมผี ลทางอารมณ์ ความประพฤติ เจตคติ ตลอดจนบุคลิกภาพ
องบุคคลมากท่สี ุด เชน่ พอ่ แมส่ ่งั สอนใหล้ กู เปน็ คนกตญั ญู เปน็ ตน้
2. กลมุ่ เพ่ือน
เป็นตวั แทนทท่ี ำหนา้ ที่ขัดเกลาทางสังคมอกี หน่วยหน่ึง เนอื งจากกลุ่มแตล่ ะกลมุ่ ยอ่ มมรี ะเบยี บ ความเชอ่ื และ
คา่ นิยมเฉพาะกลุ่มตนเอง ซ่งึ อาจแตกต่างกันออกไป ตามลกั ษณะกลมุ่ เชน่ การแต่งกาย กลุ่มเดยี วกนั กจ็ ะแต่ง
กายคล้ายๆกนั

3.โรงเรยี น
เป็นตัวแทนสังคมท่ที ำหนา้ ท่โี ดยตรงในการขดั เกลาสมาชกิ ต้งั แต่ในวยั เด็กจนถึงผใู้ หญ่ โดยอบรมด้าน
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณตี ่างๆของสงั คม ตลอดจนค่านยิ มและทกั ษะอันจำเปน็ ให้แก่
สมาชิกในสังคม

4. ศาสนา

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วิชา สงั คมศึกษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

24

เปน็ ตัวแทนในการขดั เกลาจติ ใจของคนในสงั คมยดึ มั่นในสิ่งท่ดี ีงาม มีศีลธรรม จรยิ ธรรม และความประพฤติ
ในทางทถี่ กู ที่ควรโดยศาสนาจะมีอิทธิพลทางจิตวิทยาต่อบุคคลในการสรา้ งบุคลิกภาพเปน็ อย่างมาก

5. กล่มุ อาชีพ
อาชพี แต่ละประเภทจะมกี ารจัดระเบยี บปฏิบตั ิเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มทีม่ อี าชีพค้าขายจะตอ้ งมีความซอื่ สตั ยไ์ มเ่ อา
เปรยี บลูกคา้ ผู้ทเ่ี ปน็ สมาชกิ ใหมข่ องกลมุ่ ต่างๆก็ตอ้ งเรยี นรปู้ ระเพณขี องกลุ่มอาชีพทต่ี นเป็นสมาชิกอยู่

6. สือ่ มวลชน
มีอิทธิพลตอ่ การเรยี นรู้ข้อมลู ขา่ วสารของสมาชกิ ในสังคม มสี ว่ นในการขัดเกลาทางสงั คมแก่มนษุ ย์ในดา้ นต่างๆ
ทั้งด้านความคดิ ความเชื่อ แบบแผนการประพฤติปฏบิ ตั ิ

5. การควบคุมทางสังคม (Social
Control)

เปน็ กระบวนการทางสังคมในการจัดระเบียบพฤติกรรมมนษุ ย/์ สมาชิกในสงั คมใหส้ อดคล้องกับเปา้ หมาย
ท่ีตัง้ ไว้ รวมทัง้ การไร้ระเบยี บทางสงั คม (Social Disorganization) นอกจากนี้ยังตอ้ งรู้อกี หลายๆ เรือ่ ง เชน่
ปรากฏการณท์ างสงั คม (Social Phenomena) ว่ามีความเปน็ มาอย่างไร หรือการเปลย่ี นแปลงทางสังคม (Social
Change) ว่าจะมีแนวโน้มเป็นไปในทางใดและอะไรเปน็ ปจั จยั ผลกั ดนั เปน็ ตน้ และที่สำคัญทสี่ ุดของสังคมไดแ้ ก่
วัฒนธรรม และทุกสงิ่ ทกุ อย่างท่มี ีอยู่ในสงั คม อันเปน็ แบบแผนของพฤติกรรมทีส่ งั คมยอมรบั และสบื ทอดกันต่อๆ
มา

ความหมาย : หมายถงึ กระบวนการต่าง ๆ ทางสงั คมท่ีมุ่งหมายให้สมาชิกของสงั คมยอมรับและปฏิบตั ิตาม
บรรทดั ฐานของสงั คม

ลกั ษณะของการควบคมุ ทางสงั คม มี 2 ลกั ษณะ คือ

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้ืนฐาน วชิ า สงั คมศกึ ษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

25

1) ทางบวก : การควบคุมทางสังคมโดยการจงู ใจให้สมาชกิ ปฏบิ ตั ติ ามบรรทัดฐานทางสังคม ไดแ้ ก่ การ ยกย่อง
ชมเชย ให้รางวัลแก่ผู้ท่ปี ฏบิ ตั ิตามบรรทดั ฐานทางสังคม ตามสถานภาพและบทบาททางสังคมท่ีตนดำรงอยู่
2) ทางลบ : การควบคมุ ทางสังคมโดยการลงโทษสมาชกิ ละเมดิ ฝา่ ฝนื บรรทัดฐานทางสังคม ไดแ้ ก่

2.1 ผูท้ ลี่ ะเมดิ ฝ่าฝนื วิถชี าวบา้ น จะได้รบั ปฏกิ ริ ิยาตา่ ง ๆ จากสมาชกิ ผูอ้ ื่น ไดแ้ ก่ การถูกติเตยี น นินทา
2.2 ผู้ทลี่ ะเมิดฝา่ ฝืนจารีต จะไดร้ ับการตอ่ ตา้ นสมาชกิ ผู้อื่นรุนแรงกว่าผ้ทู ี่ละเมดิ วิถีชาวบ้าน เชน่ การถกู
ประชาทณั ฑ์ หรอื ขับไล่ออกไปจากท้องถน่ิ
2.3 ผูท้ ี่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะได้รับการลงโทษตามกฎหมายกำหนด โดยหนว่ ยงานของรัฐและเจา้ หน้าทเ่ี ปน็ ผู้
ควบคุมบทลงโทษอย่างชัดเจน

เอกสารประกอบการสอนปรบั พืน้ ฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

26

ใบกจิ กรรมท่ี 1.7
การขัดเกลาทางสงั คม

คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนเขียนผงั ความคดิ ( Mind Map ) เกีย่ วกบั การขดั เกลาทางสงั คมมาใหเ้ ข้าใจ

ความหมาย........................................ จดุ ประสงคข์ องการขัดเกลา
.............................................................................. ............................................................................
.............................................................................. ..............................................................................
.................................................................... ..............................................................................
..................

การขดั เกลาทางตรง ได้แก่ การขัดเกลาทางสังคม การขัดเกลาทางอ้อม ได้แก่
....................................................... .........................................................
........................................................... ...........................................................
........................................................... ...........................................................
........................................................ ........................................................

ตวั แทนที่ทำหนา้ ท่ีในการขัดเกลา
...................................................................................
...................................................................................
.............................................................................

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วิชา สงั คมศึกษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ปีการศกึ ษา 2563

27

3. การเปล่ียนแปลงทางสงั คม

การเปลย่ี นแปลงเป็นส่ิงทเ่ี กิดขน้ึ อยตู่ ลอดเวลา และมีผลกระทบตอ่ เน่อื งกัน เมื่อมีการเปล่ียนแปลง
ในเรื่องใดเรอื่ งหนึ่ง ย่อมส่งผลไปถงึ สิ่งอ่ืน ๆ ด้วย การเปล่ยี นแปลงบางเรือ่ งเป็นไปอยา่ งช้า ๆ บางเร่ืองเปน็ ไป
อยา่ งรวดเรว็ การเปลีย่ นแปลงดงั กลา่ วนีส้ ่งผลตอ่ สังคม ทำให้เกดิ ปญั หาสังคมในวงกวา้ งทที่ ำใหต้ ้องแก้ไขอยา่ ง
เปน็ กระบวนการ

ความหมายของการเปล่ียนแปลงสงั คม (Social Change)

พจนานกุ รมศัพท์สังคมวทิ ยา ฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน (2524 : 337) ให้ความหมายของการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมไวว้ ่า การที่ระบบสงั คม กระบวนการ แบบอยา่ งหรือรูปแบบทางสังคม เช่น
ขนบธรรมเนียมประเพณี ระบบครอบครวั ระบบการปกครองได้เปล่ยี นแปลงไป ไมว่ ่าจะเปน็ ด้านใดกต็ าม การ
เปล่ยี นแปลงทางสังคมน้ี อาจจะเปน็ ไปในทางก้าวหน้า หรอื ถดถอย เปน็ ไปอยา่ งถาวรหรอื ช่ัวคราว โดย
วางแผนให้เปน็ ไปหรือเป็นไปเอง และท่เี ปน็ ประโยชน์ หรือให้โทษกไ็ ด้ทั้งสิน้

กระบวนการเปลย่ี นแปลงสงั คม

นักสังคมวทิ ยา William Ogburn (อา้ งถึงใน Henslin 1996: 387-388)ได้กล่าวถงึ กระบวนการ
เปลีย่ นแปลงทางสังคม 3 กระบวนการ ทเ่ี ทคโนโลยีสามารถนำไปสกู่ ารเปลยี่ นแปลโดยผ่านการประดษิ ฐ์คิดคน้
การค้นพบ และการแพร่กระจาย

1. การประดิษฐค์ ิดค้น (Invention) Ogburn ไดน้ ิยามการประดิษฐ์คิดคน้ ใหมว่ ่าเปน็ การรวมกนั
ขององค์ประกอบทม่ี อี ยแู่ ล้วและอุปกรณ์เครอื่ งมอื เพอื่ สร้างสงิ่ ใหมข่ ึน้ ในขณะทเ่ี รามักจะคิดถึงการประดิษฐ์

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้ืนฐาน วชิ า สังคมศกึ ษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

28

คดิ คน้ ในแง่ของวตั ถุ เชน่ คอมพิวเตอร์ แต่ที่จรงิ แลว้ ยังมีการประดษิ ฐค์ ิดค้นทางสังคม (Social inventions)
เชน่ ทนุ นิยม และระบบราชการ ส่ิงประดษิ ฐท์ างสังคมสามารถมีผลสบื เนื่องแผ่ขยายกว้างไกลออกไปในสงั คม

2. การคน้ พบ (Discovery) เป็นวธิ ีการใหม่ของการมองความจรงิ โดยทว่ั ไปความจริงเป็นสิง่ ที่มี
อยู่แล้ว แตค่ นเพง่ิ จะพบมนั เปน็ ครัง้ แรก ยกตวั อย่างเช่น โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมรกิ าเหนือ ซึ่งผลทีต่ ่อเนือ่ งมา
มมี หาศาลถึงกบั เปล่ียนประวตั ิศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนกี้ ็เป็นการอธิบายถึงหลักการประการหนงึ่ คอื
การค้นพบทีน่ ำมาซึง่ การเปลี่ยนแปลงอยา่ งกว้างขวางได้น้นั ตอ้ งเกิดขึน้ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะท่จี ริงแล้ว
ชาวไวกง้ิ (Viking) ไดค้ ้นพบอเมรกิ ากอ่ นหน้าโคลมั บัสแต่ไมไ่ ด้สง่ ผลตอ่ เนื่องเท่ากบั การค้นพบของโคลมั บสั

3. การถา่ ยทอดลกั ษณะวฒั นธรรมหน่งึ ไปยังอกี วัฒนธรรมหนึง่ (Diffusion) เปน็ การแผข่ ยายการ
ประดิษฐค์ ดิ ค้นหน่ึง หรอื การค้นพบจากบรเิ วณหน่ึงไปยงั อกี บริเวณหนึ่ง และมีผลแผก่ ว้างขยายไปยัง
ความสัมพันธ์ของมนุษย์

3.1 ระดบั วฒั นธรรม (The Culture Level) หมายถงึ การเปลยี่ นแปลงในเจตคตแิ ละค่านยิ มใน
สังคม การเปล่ียนแปลงระดับนมี้ กั จะเปน็ การเปล่ียนแปลงท่ชี า้ ทส่ี ดุ ลา้ หลังนวัตกรรมและเทคโนโลยี เชน่
คา่ นิยมในการแขง่ ขนั กนั เขา้ ศึกษาในสถาบนั การศกึ ษาของรัฐที่มีชือ่ เสียง
ค่านิยมของไทยมีดังต่อไปน้ี

คา่ นยิ มของคนไทยทค่ี วรยกยอ่ ง คา่ นยิ มของคนไทยที่ควรแก้ไข

1. การจงรกั ภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา 1. การเห็นคณุ ค่าของเงนิ ตรามากเกนิ ไป

พระมหากษัตริย์ 2. การชอบเสี่ยงโชคและถือโชคลาง

2. ความซอ่ื สัตยส์ จุ ริต 3. การขาดระเบยี บวนิ ยั

3. ความขยนั ขนั แข็งมมี านะอดทน 4. การนิยมใชข้ องทม่ี าจากตา่ งประเทศ

4. การยกย่องผทู้ ่ีทำความดี 5. การไมร่ ้จู ักประมาณในการใช้จา่ ย

5. ความกตญั ญกู ตเวที 6. การไม่ชอบเห็นใครดีเด่นกวา่ ตนเอง

6. การเคารพผู้อาวุโส

7. การไมผ่ ูกพยาบาท

8. การนยิ มของไทย

9. การเหน็ แกป่ ระโยชนข์ องสว่ นรวม

10. ความเอื้อเฟ้อื เผอื่ แผ่

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วชิ า สังคมศึกษา ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปกี ารศึกษา 2563

29

ใบกจิ กรรมท่ี 1.8
การเปล่ียนแปลงทางสงั คม

คำสั่ง : ให้นักเรยี นตอบคำถามลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

1. การเปล่ยี นแปลงทางสังคม หมายถึง

................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................

2. นกั สงั คมวทิ ยา William Ogburn (อา้ งถงึ ใน Henslin 1996: 387-388)ได้กลา่ วถงึ
กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางสังคม 3 กระบวนการ ไดแ้ ก่

.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วิชา สงั คมศึกษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศกึ ษา 2563

30

3. ให้นกั เรยี นยกตัวอย่างผลดี และผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงทางสังคม

ผลดขี องการเปล่ียนแปลงทางสังคม ผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงทางสังคม

1 มกี ารส่อื สารทร่ี วดเร็ว 1 ทำใหม้ นษุ ยต์ ้องมีคา่ ใช้จ่ายเพมิ่ มากข้นึ

2 ทำให้การเดินทางรวดเร็ว 2 อาจก่อให้เกิดอบุ ัตเิ หตุ ทำให้เกิดความสญู เสยี เกดิ ข้นี

3 ทำใหม้ ีสงิ อำนวยความสะดวกใช้ใน 3 ทำใหม้ นุษย์ตอ้ งสูญเสียทรัพยากรมากขึ้นตามไปดว้ ย
ชวี ิตประจำวันมากยงิ่ ขน้ึ

4…………………………….. 4………………………….

5…………………………………. 5………………………….

4. ให้นักเรียนยกตัวอยา่ งของคา่ นิยมในสงั คมไทยต่อไปน้ี

ค่านยิ มของคนไทยท่คี วรยกย่อง ค่านิยมของคนไทยทค่ี วรแก้ไข

เอกสารประกอบการสอนปรบั พื้นฐาน วชิ า สังคมศกึ ษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ปีการศกึ ษา 2563

31

4. ปญั หาสังคม

กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมทำให้เกดิ ปญั หาสงั คม ท่ีประเทศชาติกำลังเผชญิ อยู่ หนว่ ยงาน
ต่าง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ งทัง้ ภาครัฐและเอกชนต่างกแ็ สวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอยา่ งรีบด่วนเพือ่ ไมใ่ ห้เกิดวิกฤตการณ์
ทางสังคม ทเี่ รยี กว่าเป็นปญั หาสังคมซึ่งมสี าเหตขุ องปญั หาคอื

1. สภาพพยาธวิ ิทยาทางสงั คม คอื เป็นสภาพทีส่ งั คมเหมอื นร่างกายของมนษุ ย์มกี าร
เจบ็ ปว่ ยเนือ่ งจากผู้คนในสังคมละเมิดศลี ธรรม ขาดคณุ ธรรมจริยธรรม ไม่ยึดถอื ความดีเป็นแนวทางในการดำเนิน
ชีวิต

2. การเสยี ระเบียบทางสังคม หมายถึงเมือ่ สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงจากวฒั นธรรมเก่ามาสู่
วัฒนธรรมใหม่ผู้คนเกิดการไมเ่ ข้าใจถ่องแทเ้ กิดความวุ่นวายสบั สนอลหมา่ น

3. การขดั กันในค่านิยม หมายถึงสภาพสงั คมที่ไม่สอดคลอ้ งกบั คา่ นิยมของสังคมเชน่ การแย่ง
ชิงด้านวตั ถุ เงนิ ทอง ชื่อเสยี ง อำนาจตำแหน่ง

4. ภาวะพฤตกิ รรมเบยี่ งเบน หมายถงึ สภาพคนท่ลี ะเมิดไมย่ ึดถอื บรรทดั ฐานของสงั คมมี
พฤติกรรมท่แี ปลกแยกออกไปเปน็ พฤตกิ รรมที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรบั

5. การขนานนาม หมายถงึ ปัญหาสังคมทเ่ี กิดจากการท่คี นสำคญั หรือคนท่มี ีอิทธพิ ลเรียกช่อื
สถานการณ์ใดสถานการณ์หน่ึงให้เปน็ ปญั หาแลว้ ใหค้ นในสงั คมเชือ่ ตาม

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วิชา สังคมศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

32

ปญั หาสังคมท่สี ำคญั

ปญั หาสงั คมมสี าเหตมุ าจากสภาพต่างๆทก่ี ลา่ วมาซึ่งภาวะต่างๆเหล่านส้ี ง่ ผลให้เกดิ ปญั หาสังคมใน
ดา้ นต่างๆท่ีเกีย่ วข้องกับสถาบันหลกั ทางสังคมดังน้ี

1. ปัญหาดา้ น
เศรษฐกิจ

สถาบนั เศรษฐกจิ คือสถาบันทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับการผลิต การแจกจำหน่ายและบริโภคภายในประเทศ
รปู แบบของสถาบนั เศรษฐกจิ มดี ังน้ี

- ทนุ นิยม เอกชนมกี รรมสิทธใ์ิ นทรัพย์สนิ มอี ิสระดำเนนิ การอยา่ งเสรี
- สังคมนิยม รัฐบาลเข้าควบคมุ ดำเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจเปน็ ส่วนใหญ่
- แบบผสม รัฐบาลเข้ามามีบทบาทในการผลติ บางประเภท
- แบบคอมมิวนสิ ต์ รัฐกำหนดใหบ้ ุคคลใหส้ วัสดิการทางเศรษฐกิจตอ่ กันและควบคุมมใิ ห้มีการ
ผูกขาดทางเศรษฐกิจ เพือ่ ความเป็นธรรมในสังคม
สาเหตขุ องปญั หา
- การสง่ ออก ปัญหาคือ คุณภาพสินค้าไม่มีคุณภาพมาตรฐาน
- การลักลอบนำเขา้ ปญั หาคอื การลกั ลอบนำสนิ ค้าเข้าโดยไม่เสยี ภาษี ทำใหท้ ำลายเศรษฐกิจของ

ชาตอิ ยา่ งมาก
- ค่านยิ มการใช้สนิ ค้าไทย ปัญหาคือ คนไทยนิยมสินคา้ ตา่ งประเทศทำให้เม็ดเงินตกไปอยกู่ บั

ต่างชาตทิ ำให้การหมนุ เวยี นเศรษฐกิจไมด่ ี
ผลกระทบต่อการศึกษา เศรษฐกิจไม่ดี ผปู้ กครองตกงาน ไมม่ ีรายได้
แนวทางในการแก้ไข

- ปรบั ปรุงระบบงบประมาณ
- อัตราครูต่อนักเรียน เพื่อให้ไดค้ ณุ ภาพ
- พฒั นาระบบอาชวี ศึกษาใหม้ ฝี มี ือแรงงานทีม่ ีคุณภาพ
- ปรบั ปรงุ ประสิทธภิ าพการบรหิ ารการศึกษา

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้ืนฐาน วิชา สังคมศกึ ษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ปกี ารศึกษา 2563

33

2. ปญั หาด้านการเมอื ง

สถาบนั การเมอื งมอี ทิ ธิพลในการกำหนดนโยบาย และควบคุมการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ ใน
รัฐธรรมนญู พระราชบัญญตั ิตา่ ง ๆ และแผนการศกึ ษาชาติ
สาเหตขุ องปญั หา

- การปรบั เปลี่ยนรัฐบาลทำให้มกี ารปรบั เปลีย่ นนโยบาย
- การใช้อำนาจโดยมิชอบ ไมม่ คี วามยตุ ธิ รรมในระบบราชการ การคอรับช่นั
ผลกระทบตอ่ การศึกษา
- การปฏบิ ตั งิ านบนนโยบายที่ไมแ่ น่นอน
- การสร้างประชาธิปไตยระดบั ทอ้ งถ่ิน ยังไม่เกดิ ข้ึนอยา่ งแท้จริง
- ความลา่ ช้าในการตัดสินใจ
- งบประมาณนอ้ ย
- ความเสมอภาค
แนวทางในการแก้ไข
- ทกุ ภาคส่วนตอ้ งเขา้ มามีส่วนรว่ มในทุกรูปแบบ
- สถาบันการศกึ ษาตอ้ งสอนใหเ้ ยาวชนเปน็ พลเมืองดขี องชาติ

3. ปัญหาดา้ นครอบครัว

สถาบันครอบครัว หมายถึง คนสองคนมาอยู่รวมกัน โดยมีความสัมพนั ธก์ นั ด้วยการแต่งงาน
ลกั ษณะเป็นครอบครวั เดีย่ ว ครอบครวั ขยาย

ครอบครัวเด่ยี ว หมายถึง ครอบครัวทม่ี คี นสองคนแต่งงานกนั ประกอบดว้ ยพอ่ แม่ ลกู อยดู่ ้วยกัน
แล้วแยกครอบครวั ออกไปอยตู่ ามลำพัง

ครอบครัวขยาย หมายถึง ซึ่งมีคนสามร่นุ อาศยั รวมกัน ไดแ้ ก่ ปูย่ า่ ตายาย พ่อแม่ และลูก
สาเหตุของปญั หา

เอกสารประกอบการสอนปรบั พนื้ ฐาน วิชา สงั คมศกึ ษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

34

บคุ ลิกภาพเบี่ยงเบน การใช้ความรนุ แรงในครอบครัว รายไดไ้ ม่พอค่าใชจ้ า่ ย ฯลฯ
ผลกระทบตอ่ การศึกษา

พฤติกรรมของผู้เรียน ค่าใช้จา่ ยในการเรียน การขาดสมาธใิ นการเรยี น ปญั หาวัยรนุ่ ฯลฯ
แนวทางในการแกไ้ ข

สถาบันการศกึ ษาควรเตรยี มทกั ษะเบอ้ื งตน้ ชวี ติ ครอบครัว ความรบั ผดิ ชอบต่อครอบครัว

4. ปญั หาสถาบนั ศาสนา

สถาบันศาสนา มีหน้าที่พเิ ศษในการศกึ ษาอบรมปลกู ฝงั คุณธรรมจรยิ ธรรม จิตสำนกึ ให้แกค่ นใน
ชาติให้รูผ้ ิดชอบชั่วดี
สาเหตขุ องปัญหา

ความประพฤติของพระสงฆ์ ทำใหข้ าดความเชอ่ื ศรทั ธาในศาสนา / การศึกษาของสงฆข์ าดการ
ดูแล
ผลกระทบต่อการศกึ ษา

ผูบ้ ริหาร ครู นักเรียน ไม่เชอ่ื คำส่ังสอนไมม่ ธี รรมะ ประพฤติผดิ
แนวทางในการแก้ไข

นมิ นต์พระสงฆท์ ม่ี ีคณุ ภาพเข้ามามีสว่ นรว่ มในการจัดการศกึ ษา

5. ปญั หาด้านสื่อมวลชน

ส่อื มวลชนมีบทบาทสำคญั ในการเข้าถึงแหล่งขอ้ มูลขา่ วสาร และให้ความรู้แกป่ ระชาชน ไดแ้ ก่
หนังสอื พิมพ์ โทรศัพท์ วิทยุ และอินเตอรเ์ น็ต

สาเหตุของปัญหา สื่อไมเ่ ปน็ กลาง ขาดจรรยาบรรณในวชิ าชีพมงุ่ แต่ผลประโยชน์
ผลกระทบตอ่ การศึกษา การใชเ้ วลาของเด็ก ทัศนคติเชิงลบและเลียนแบบ เดก็ ชอบบรรยากาศส่อื
มากกวา่ ในห้องเรยี น
แนวทางในการแกไ้ ข ใชส้ อ่ื มาประยุกต์ ให้เป็นบทเรยี นผู้สอนควรเลือกสื่อใหเ้ ปน็ ประโยชน์

เอกสารประกอบการสอนปรบั พื้นฐาน วชิ า สงั คมศกึ ษา ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

35

ใบกจิ กรรมท่ี 1.9

ปัญหาสงั คมและแนวทางการแก้ปัญหา

คำขี้แจง : ใหน้ ักเรียนยกตวั อยา่ งของปญั หาในสังคมไทย ท่ีนักเรียนคิดวา่ เป็นปัญหามากท่ีสดุ แล้วตอบคำถาม
ลงในชอ่ งว่างมาให้เขา้ ใจ

ช่ือปัญหาสงั คม สาเหตขุ องปัญหา………………………………………
…..………… ………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
……………….

ผลของของปญั หา………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
……………….

แนวทางแกไ้ ขปญั หา………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..

เอกสารประกอบการสอนปรบั พน้ื ฐาน วิชา สังคมศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

36

ใบกิจกรรมที่ 1.10

ปญั หาสังคมและแนวทางการแก้ปญั หา

คำชแ้ี จง : ในฐานะที่นกั เรยี นเป็นสมาชิกคนหน่งึ ในสังคม ใหน้ ักเรียนบอกถึงสาเหตุ ผลกระทบ และ
แนวทางแกไ้ ขปญั หา ตอ่ ไปน้ี

ชือ่ ปัญหา สาเหตุของปญั หา ผลกระทบของปัญหา แนวทางการแกไ้ ขปญั หา

เศรษฐกิจ …………………………… …………………………… ……………………………

…………………………… …………………………… ……………………………

………………………….. ………………………….. …………………………..

การเมือง …………………………… …………………………… ……………………………

…………………………… …………………………… ……………………………

………………………….. ………………………….. …………………………..

ครอบครัว …………………………… …………………………… ……………………………

…………………………… …………………………… ……………………………

………………………….. ………………………….. …………………………..

ศาสนา …………………………… …………………………… ……………………………

…………………………… …………………………… ……………………………

………………………….. ………………………….. …………………………..

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้นื ฐาน วชิ า สังคมศกึ ษา ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ปกี ารศกึ ษา 2563

37

ชอ่ื ปัญหา สาเหตขุ องปญั หา ผลกระทบของปญั หา แนวทางการแก้ไขปญั หา
สื่อมวลชน …………………………… …………………………… ……………………………
…………………………… …………………………… ……………………………
………………………….. ………………………….. …………………………..

เอกสารประกอบการสอนปรบั พ้ืนฐาน วิชา สงั คมศกึ ษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ปกี ารศกึ ษา 2563


Click to View FlipBook Version