The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศาสนิกชนที่ดี ป.4 สอนออนแฮนด์ 2 -15 สิงหาคม 64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ศาสนิกชนที่ดี ป.4

ศาสนิกชนที่ดี ป.4 สอนออนแฮนด์ 2 -15 สิงหาคม 64

สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

โรงเรียนวดั จันทร์นิรมติ ร

ศาสนกิ ชนท่ดี ี

กิจกรรม นาก่อนเรียน

เขียนการปฏบิ ตั ิตนเมอ่ื เขา้ ไปสถานที่ในภาพ

การปฏิบตั ติ นของฉันเมื่อไปศาสนสถาน

ศาสนาท่ีฉนั นับถือ คือ ..............................
ศาสนสถานของศาสนาทฉ่ี นั นับถอื คอื ...............
การปฏิบัติตนเมอื่ เข้าไปศาสนสถานทาได้ ดงั นี้

นกั เรยี นรู้หรือไม่

การปฏิบตั ิตนเปน็ ศาสนกิ ชนท่ดี ี
ส่งผลดตี อ่ นักเรียนอย่างไรบ้าง

การปฏบิ ตั ติ นต่อศาสนสถาน

ศาสนสถานเปน็ สถานทเี่ คารพบูชาของศาสนิกชน ซง่ึ แต่ละศาสนา
มีศาสนสถานที่แตกต่างกนั ไป

วดั

เปน็ ทีอ่ ยู่อาศยั ของพระภกิ ษุ
เป็นสถานที่ประกอบพธิ กี รรม

โบสถ์ครสิ ต์ มสั ยดิ

เปน็ สถานท่ปี ระกอบพิธีกรรม เปน็ สถานทป่ี ระกอบพธิ ีกรรม

เทวสถาน

เป็นท่ีประดิษฐานเทวรูปหรือ
เทพเจ้าสาคัญของศาสนา

เปน็ สถานท่ปี ระกอบพธิ กี รรม

การปฏบิ ัตติ นต่อศาสนสถาน

การแสดงความเคารพ

แต่งการเรยี บร้อยและแสดงกิรยิ า เคารพกฎระเบยี บและขอ้ ปฏิบัติ
วาจาสุภาพเม่อื เขา้ ไปศาสนสถาน ของศาสนสถานในแต่ละศาสนา

ไมท่ าความสกปรกหรอื เสียหาย มีความสารวมและปฏิบตั ิตาม
มารยาทของสงั คมน้นั ๆ

การปฏิบัติตนตอ่ ศาสนสถาน

การดูแลรกั ษา

บอกผู้ปกครองให้ซ่อมแซมศาสน บารงุ หรือตกแตง่ สภาพศาสนสถาน
สถานที่ทรุดโทรม ใหม้ ีความสวยงาม นา่ เคารพเชือ่ ถือ
ดูแลรกั ษาความสะอาดศาสนสถาน
ไม่นาสง่ิ ของเครอ่ื งใช้ศาสนสถาน
ไม่ทาให้ศาสนสถานเสยี หายทรุดโทรม มาใชจ้ นเกิดความเสียหาย

การปฏบิ ัตติ นเปน็ พทุ ธศาสนกิ ชนท่ดี ี

ศาสนิกชนท่ดี ีจะต้องปฏบิ ตั ติ าม
หลักธรรมของศาสนาท่ตี นนับถือ
อย่างเคร่งครัด ซ่งึ อาจจะแตกต่าง
กันตามวถิ ีชีวติ หรือวัฒนธรรม

การปฏิบัติตนตามหลักปฏิบัติ
ทางพระพุทธศาสนา

พุท ธ ศ าส นิ กชน ท่ี ดีจะต้อง ปฏิบัติตามห ลั กธ ร ร มขอ ง
พระพุทธเจ้าและปฏบิ ตั ิตนใหม้ ีคณุ ลักษณะเป็นพุทธศาสนิกชน

การสวดมนต์ไหวพ้ ระ
สรรเสริญคณุ พระรัตนตรยั และแผ่เมตตา

สามารถฝึกสวดมนตแ์ ละแผ่เมตตาง่ายๆ ดังนี้
บทสรรเสรญิ คณุ พระรตั นตรัย

อะระหงั สัมมาสมั พทุ โธ ภะคะวา พทุ ธงั ภะคะวนั ตงั อะภวิ าเทมิ
สวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม ธัมมงั นะมสั สามิ

สปุ ฏปิ นั โน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ สงั ฆงั นะมามิ

สัพเพ สตั ตา สัตวท์ ้ังหลายทง้ั ปวง ทีเ่ ป็นเพ่ือนทกุ ข์ บทแผเ่ มตตา
เกิด แกเ่ จ็บ ตาย ดว้ ยกันทัง้ หมดทัง้ สิน้

อะเวรา โหนตุ จงเป็นสขุ เปน็ สุขเถดิ อย่าไดม้ เี วรแก่
กนั และกันเลย

อะพะยา ปชั ฌา โหนตุ จงเป็นสขุ เปน็ สุขเถิด
อยา่ ได้เบียดเบยี นซ่ึงกนั และกนั เลย

อะนีฆา โหนตุ จงเปน็ สขุ เป็นสุขเถดิ อย่าได้มคี วาม
ทุกข์กาย ทกุ ข์ใจเลย

สุขี อตั ตานัง ปะริหะ รนั ตุ จงมคี วามสุขกาย สุขใจ
รกั ษาตนให้พน้ จากทุกข์ภยั ทง้ั ส้ินเทอญ

การบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญา

เปน็ การฝกึ จิตใจใหเ้ กดิ ความสงบม่ันคง ฝึกง่ายๆ ไดด้ งั น้ี

ข้ันตอนการบรหิ ารจิต บชู าพระรัตนตรัย นมัสการพระรัตนตรยั
และเจรญิ ปญั ญา

แผ่เมตตา ฝกึ สมาธิ สมาทานเบญจศีล
และอุทศิ ส่วน สมาทานสมาธิภาวนา
บญุ สว่ นกศุ ล

การฝกึ กาหนดความรสู้ กึ
ของประสาทสมั ผัสทงั้ 6

เปน็ การกาหนดใหร้ ้สู ึกตัว เมือ่ อวัยวะ
ต่างๆ ได้สัมผสั กับสง่ิ ต่างๆรอบกาย
ทาใหจ้ ิตใจเราเปน็ สมาธิ ทาอะไรก็
ระมดั ระวัง รู้ตัวว่าตวั เองทาอะไรอยู่
ความผิดพลาดจะไมเ่ กิดข้ึน

การฝกึ ยืน เดิน นั่ง และนอนอย่างมสี ติ

เปน็ การเคลอื่ นไหวร่างกายอยา่ งมสี ติซ่งึ จะทาให้เรามคี วามปลอดภยั
สามารถฝึกได้ ดงั น้ี

การยืนอย่างมสี ติ

การเคลื่อนไหว ยืนตัวตรง มอื ขวากุมมือซ้าย
อย่างมีสติ แล้วภาวนาในใจว่า พทุ -โธ

การเดนิ อย่างมีสติ

ก่อนก็จะเปลยี่ นอิรยิ าบถจากการยนื
เป็นการเดิน ใหก้ าหนดจิตใจ ดงั นี้

ระลึกถงึ การยืนภาวนาว่า

ยนื หนอ

ระลึกถงึ การเดนิ ภาวนาว่า

เดนิ หนอ

การน่ังอย่างมสี ติ

การฝึกนั่งโดยการกาหนด
ลมหายใจเขา้ -ออก เชน่

หายใจเข้าภาวนาวา่ พทุ
หายใจออกภาวนาว่า โธ

การนอนอยา่ งมสี ติ

ก า ร น อ น อ ย่ า ง มี ส ติ
เป็นการฝึกจิตใจให้สงบน่ิง
เมื่อหลับจะไม่ฝันร้ายและ
ชว่ ยใหต้ ืน่ ขึ้นมาอย่างสดช่นื

การฝึกสมาธิในการฟัง อา่ น คดิ ถามและเขยี น

เปน็ การฝึกปฏิบัติให้เกดิ การฟงั อา่ น คดิ และเขยี นที่มปี ระสิทธิภาพ

ฟัง จิตใจแนว่ แน่และต้ังใจ

จนเขา้ ใจเกดิ ความรู้

อา่ น มีสมาธิแน่วแนใ่ นการอ่าน

จนเข้าใจและอ่านได้รวดเรว็

คิด พจิ ารณาอย่างรอบคอบ มองให้เหน็

ขอ้ ดีขอ้ เสยี

ถาม มีสมาธใิ นการถาม ถามตรงประเดน็

ใช้ถ้อยคาสภุ าพ

เขยี น ฝึกจดบันทึกความรแู้ ละนามาใช้

เป็นข้อมลู ได้

ปฏิบัตติ นในศาสนพิธี

พุทธศาสนิกชนจะต้อง
เ ข้ า ใ จ พิ ธี ท า ง ศ า ส น า
และจะยึดถือปฏิบัติเป็น
แบบอยา่ งเดียวกัน

การอาราธนาศลี และสมาทานศลี

เป็นการขอศลี จากพระภกิ ษุก่อนประกอบศาสนพธิ ี

1 เจา้ ภาพจดุ ธปู เทียนบูชาพระรัตนตรัยพร้อมกับกลา่ วคาบชู า
พระรัตนตรยั และคาอาราธนาศีล
2 พระภิกษกุ ล่าวคานมัสการพระพุทธเจ้า บทสวดไตรสรณคมน์
3 สมาทานศลี โดยพระภกิ ษใุ ห้ศลี ทลี ะขอ้ และผู้รบั ศลี กลา่ วตาม
4 พระภกิ ษุสวดอานิสงค์ของศีล สวดจบผูร้ ว่ มพิธกี ล่าว“ สาธุ ”
แลว้ กราบแบบเบญจางคประดษิ ฐ์ 3 ครัง้

การอาราธนาพระปรติ ร

เปน็ ขน้ั ตอนที่ทาหลงั จากสมาทานศลี

1. เมือ่ พระให้ศลี จบ ผอู้ าราธนาจะกล่าว
คาอาราธนาพระปรติ ร

2. พระภิกษุเจริญพระพทุ ธมนต์ ผ้รู ว่ มพธิ ี
นัง่ พับเพียบ พนมมือฟงั ดว้ ยความเคารพ

การอาราธนาพระธรรม

เป็นข้นั ตอนทีท่ าหลงั จากที่ได้กลา่ วอาราธนาศลี และสมาทานศีล
โดยผเู้ ขา้ รว่ มพธิ ไี ม่ต้องกราบอีก

1. เม่อื กล่าวอาราธนาศีลจบ พระภิกษุจะแสดงธรรมคาสอน
ของพระพุทธเจ้า
2. เม่อื พระภกิ ษแุ สดงธรรมจบแล้ว ผู้ฟงั ธรรมกม้ กราบ 3
ครั้ง และถวายเครื่องกัณฑ์เทศน์
3. พระภกิ ษุใหพ้ รแกผ่ ทู้ าบุญซึ่งผ้ทู าบญุ จะกรวดนา้ และรบั พร
เป็นอันเสรจ็ พิธี

ระเบยี บพิธี และการปฏิบตั ิตนในวนั ธรรมสวนะ

วันธรรมสวนะ (วันพระ) เป็นวนั สาคัญทาง
พระพุทธศาสนาทีพ่ ระพุทธเจ้าทรงบัญญตั ไิ ว้
เพือ่ ใหพ้ ทุ ธศาสนิกชนสนใจปฏบิ ัติธรรมและ
หม่ันสร้างความดี ซงึ่ พระพทุ ธศาสนกิ ชน
สามารถปฏิบตั ไิ ดห้ ลายแบบ

ไปวัดฟังธรรม ทาบญุ ตักบาตร บรจิ าคทรพั ย์แก่คนจน เปน็ ตน้

ปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทของศาสนิกชนท่ดี ี

1. การปฏิบตั ติ นต่อพระภิกษุ

การสนทนากบั พระภกิ ษุ

สรรพนามแทนตัวเอง ใช้คาวา่ ผม กระผม ดฉิ ัน
สรรพนามแทนพระภกิ ษุ ใช้คาว่า หลวงพ่อ
ทา่ นพระครู ท่านเจ้าคณุ พระคุณเจา้
เวลารับคา ใช้คาว่า ครบั ขอรบั คะ่ เจ้าค่ะ

การแสดงความเคารพตอ่ พระภกิ ษุ

การไหว้ ถ้ากราบแบบเบญจาง

คประดษิ ฐไ์ ม่ได้ ใหใ้ ช้วิธีการไหว้
ใหน้ ิ้วหวั แมม่ อื มาอยูร่ ะหวา่ งคว้ิ
น้ิวช้ีจรดหน้าผาก

การกราบ ใช้การกราบแบบ

เบญจางคประดษิ ฐ์

2. การยืน เดิน และนั่งทีเ่ หมาะสมตอ่ พระภกิ ษุ

การยืน

ยืนตอ่ หนา้ พระภกิ ษุ ใหส้ ารวม
ยืนตัวตรง มอื ประสานกนั อยู่
ดา้ นหนา้ กม้ ศีรษะลงเลก็ นอ้ ย

หากมีการสนทนาใหย้ กมอื ประนมทห่ี นา้ อก หรอื ให้สารวม

การเดนิ

เม่ือเดินสวนทางกับพระภกิ ษุ
ให้ชิดซา้ ยมือของท่าน แลว้ ยืน
ตรงยกมือไหว้ รอจนทา่ นไป
แลว้ คอ่ ยเดินต่อ

กรณเี ดินตามพระภกิ ษุให้เดนิ เยอ้ื งไปทางซา้ ยมอื และให้สารวม

การนั่ง

การนง่ั ต่อหนา้ พระภิกษุควรนงั่ พับเพียบ
เกบ็ ปลายเทา้ น่งั ตวั ตรงมอื สองข้าง
ประสานกนั ที่หนา้ ตกั
หากมีการสนทนาควรยกมือ
ประนมทุกครั้ง


Click to View FlipBook Version