The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการทัศนศึกษาเชิงเชิงวิทยาศาสตร์ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by marisa29164, 2021-09-01 02:10:20

สมุดกิจกรรมท่องโลกผจญภัยใน “ อัศจรรย์โลกสีคราม”

โครงการทัศนศึกษาเชิงเชิงวิทยาศาสตร์ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สมุดกจิ กรรมทอ่ งโลกผจญภัยใน “ อัศจรรยโ์ ลกสคี ราม”
โครงการทศั นศกึ ษาเชงิ เชงิ วิทยาศาสตร์ ณ อทุ ยานวิทยาศาสตรพ์ ระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัด

ประจวบครี ีขนั ธ์

ชอื่ ...........................................................................ชอ่ื เลน่ ......................
รายวิชา GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชิงวิทยาศาสตร์สำหรบั ครู
มหาวิทยาลัยราชภฏั จนั ทรเกษม

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

คำนำ

ด้วยรายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วิทยาศาสตร์สำหรับครไู ดก้ ำหนดจดั กิจกรรมปฏบิ ัติการ
ภาคสนาม เพือ่ ให้นักศึกษาเกดิ ประสบการณต์ รงและได้ลงมือปฏิบตั จิ รงิ จากแหลง่ เรยี นร้นู อกสถานที่ ณ
อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จงั หวัดประจวบคีรีขนั ธ์ โดยมบี ทปฏิบตั ิการเล่มน้ปี ระกอบ
ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมจะไดฝ้ ึกทำกิจกรรมการเรียนรูท้ างวิทยาศาสตร์ มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั เร่ืองราวในส่วน
ของพิพิธภณั ฑ์สัตว์นำ้ ทม่ี ที ้ังปลาทะเล ปลานำ้ จดื และปลาน้ำกรอ่ ย ในอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ
หวา้ กอ เพื่อมีการพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์การสงั เกต เกิดเจตคติทางวทิ ยาศาสตร์
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

ผู้จัดทำหวังเปน็ อยา่ งยิ่งว่าบทปฏิบตั ิการทัศนศึกษาเชิงวิทยาศาสตรเ์ ล่มน้ีจะเป็นประโยชนต์ อ่ การ
เรียนรเู้ กยี่ วกับสตั วน์ ำ้ ตา่ งๆ และช่วยสง่ เสริมความรูต้ ่อยอดไปส่กู ารศึกษาวิทยาศาสตรใ์ นอนาคตใหก้ บั ผูร้ ว่ ม
กิจกรรมไม่มากก็น้อย

ผูจ้ ัดทำ
นางสาวมาริษา บวั หอม

ค.บ.611(5)/3

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

บทปฏิบตั ิการท่ี 1 ป.ปลา นา่ รู้จัก

ชือ่ - นามสกุล ........................................................................................................

1.ข้อเทจ็ จริง
1. ประเภทของปลา
ปลาแบง่ ได้เปน็ 3 กล่มุ ใหญ่ ๆ ตามวิวัฒนาการของปลา คือ กล่มุ ปลาปากกลม (Cyclostomess)

กลุ่มปลากระดกู อ่อน ( Cartiaginous fish ) และกลมุ่ ปลากระดูกแขง็ (Bony fish)
1.1 กลุม่ ปลาปากกลม
คือ กลมุ่ ของปลาทีไ่ มม่ ีกระดูกขากรรไกร มีลกั ษณะโบราณและคาดว่ามีบรรพบุรุษซึ่งมีชีวิตอยู่

เมื่อประมาณ 400 ล้านปีมาแล้ว มีโครงเป็นกระดูกอ่อน ลำตัวยาวคล้ายปลาไหล ไม่มีเกล็ด มีเมือก
มาก ไม่มีแกนเหงือกโดยเหงือกจะมีลักษณะเป็นถุง ส่วนของโครงเหงือกติดกับกล่องสมองไม่มีครีบคู่
ไม่มีกระดูกซี่โครง มีรูจมูกรูเดียวอยูต่ รงกลาง เช่น ปลา Lamprey (วางไข่ในน้ำจืดแล้วกลับลงเจริญวัย
และหากินในทะเล) และ Hagfish (พบในทะเลเขตอบอุ่น ดำรงชีพโดยการกินซากสัตว์เน่าเปื่อยเป็น
อาหาร)

1.2 กลมุ่ ปลากระดูกอ่อน
คือ กลุ่มของปลาที่มีกระดูกขากรรไกร มีวิวัฒนาการสูงขึ้นกว่าปลาปากกลมมีโครงสร้างเป็น
กระดูกอาอนไม่มีแผ่นปิดเหงือกและไม่มีถุงลม ปลากลุ่มนี้เป็นที่รู้จักมากกว่าปลากลุ่มแรก เพราะ
สามารถนำมาประกอบอาหารและใช้ประโยชน์ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใช้ทำเครื่องหนัง
เครื่องประดับ อาวุธ ได้แก่ ปลาฉลาม (Sharks) ปลากระเบน (Rays) ปลา ratfish (พบในเขตอบอุน่ และ
เขตหนาว) ปลาโรนิน ปลาโรนนั (guitar fishes) และปลาฉนาก(saw fishes)
1.3 กลมุ่ ปลากระดูกแขง็
คือ ปลาที่มีการปรับตัวอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเกือบทุกแห่งทั่วโลกมีลักษณะโครงกระดูกเป็น
กระดูกแข็ง มีแผ่นปิดเหงือก ส่วนมากมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สามารถนำมาประกอบอาหารหรือ
นำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เช่น ปลามีปอด และปลากระดูกแข็งชนิดอื่นๆ เช่น ปลากะพง ปลาหมอ
ปลาไหล

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

2. สขี องปลาและการพรางตัว

ปลามีสสี นั ต่างๆ กนั ขึ้นอยกู่ บั การดำรงชีวิตและถิ่นทีอ่ ยู่อาศัย เช่น ปลาทีอ่ าศัยอยู่ในน้ำจืด ส่วน
ท้องจะมีสขี าวขุ่น ส่วนหลังจะเป็นสีนำ้ เงินเขม้ เขียว หรอื น้ำตาลเพือ่ ใหศ้ ตั รมู องจากด้านบนลงไปจะเห็น
สีของตัวปลากลมกลืนกับท้องน้ำ ส่วนปลาทีอ่ าศัยใกล้ผิวน้ำ เช่น ปลาฉลาม ปลามง ปลาจาระเม็ด จะ
มีส่วนท้องสีขาว ส่วนหลังจะเป็นสีเขียวเข้มดำหรือสีเงินวาว เพื่อให้เป็นการยากที่จะ ให้ศัตรูมองเห็น
นอกจากนี้สีของปลายังมีประโยชน์ในการพรางตัว หรือการเปลี่ยนสีของปลาที่เกิดขึ้นในเวลาที่ปลา
ตกใจ แสดงความดรุ ้าย หรอื เกีย้ วพาราสีในชว่ งผสมพนั ธ์ุ

3. ความสำคัญของสีต่อตัวปลา เพื่อการหลบซ่อนศัตรู หาอาหาร ความเด่นชัดสำหรับดึงดูด
เพศตรงขา้ มในการผสมพนั ธุ์ การป้องกันการถกู กินโดยปลาทีเ่ กื้อกลู กนั

4. การกินอาหารของปลา ปลาแต่ละชนิดจะกินอาหารไม่เหมือนกัน สามารถจำแนกชนิดของ
กลุ่มปลาตามอาหารที่กินได้ 6 กลุ่ม คือ ปลากินพืช ปลากินเนื้อ ปลากินทั้งพืชและสัตว ปลากินซาก
เหลือ ปลากินแพลงกต์ อน และปลาที่กินพาราสิต

5. การสบื พันธ์ุ การสบื พันธ์ุของปลาแบ่งออกเป็น 3 แบบ

5.1 ระบบสืบพนั ธุ์แบบอาศัยเพศ แยกเพศผเู้ มียชัดเจน

5.2 ระบบสืบพันธุ์แบบเพศรวม หมายถึง ปลาที่มีการพัฒนาจากเพศใดเพศหนึ่งก่อน เมื่อถึง
ระยะหนง่ึ ของการดำรงชีวติ กจ็ ะมีการเปลีย่ นเพศไปเป็นอีกเพศหนึ่ง

5.3 ระบบสืบพันธุ์ แบบไม่อาศัยเพศ หมายถึง การเกิดลูกปลาโดยที่ไข่ของปลาเพศเมียไม่ได้
รบั การผสมจากเชอื้ ตวั ผโู้ ดยตรง เช้ือตวั ผู้เปน็ เพียงตัวกระตุ้นใหม้ ีการพัฒนาลกู ปลาเปน็ ตวั เท่าน้ัน

6. ชนิดและการแพร่กระจายของปลาน้ำจืดในประเทศไทย

ปลาหายากเป็นปลาที่อาศัยอยู่เฉพาะถิ่นใดถิ่นหนึ่งหรือมีการแพร่กระจายค่อนข้างแคบใน
บริเวณทีม่ ปี จั จัยทางส่งิ แวดล้อมที่ค่อนข้างจำกัด ปลาหายาก มีดังต่อไปนี้ คือ

- ปลาจาดถ้ำ อาศัยอยเู่ ขตรักษาพันธ์ุสตั วป์ ่าภเู ขียว จงั หวัดชยั ภมู ิ

-ปลาพลวงถ้ำ อทุ ยานแหง่ ชาติท่งุ แสลงหลวง อำเภอเนินมะปราง จังหวดั พิษณุโลก

-ปลาผีเสอื้ ถ้ำ อาศัยอยูใ่ นถ้ำบริเวณเทือกเขาในเขต อ.ปางมะผา้ และ อ.ปาย จ.แมฮ่ ่องสอน

-ปลาคอ้ ถ้ำ อาศยั อยใู่ นถ้ำวังบาดาล อ.ไทรโยคน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ฯลฯ

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

ภาพ 1.1 ปลา Lamprey (กลมุ่ ปลาปากกลม)
https://www.nationalgeographic.com/animals/2019/01/amazing-pictures-of-fish-other-
freshwater-river-wildlife/

ภาพ 1.2 sharks (กลุ่มปลากระดูกอ่อน)
https://theconversation.com/amp/factfile-the-facts-on-shark-bites-and-shark-numbers-76450

ภาพ 1.3 ปลากะพง (กลมุ่ ปลากระดูกแข็ง)
https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Ftwitter.com
2.วตั ถุประสงค์
2.1 เพื่อให้สามารถอธิบายรูปรา่ งลกั ษณะและความหลากหลายของปลาได้อย่างถูกต้อง โดย
ผเู้ รียนสามารถเปรียบเทียบลกั ษณะการดำรงชีวติ ของปลาจากลักษณะภายนอก
2.2 เพื่อให้สามารถทราบถึงการแพร่กระจายของปลาในประเทศไทย ทราบชนิดพนั ธ์ปุ ลาทีใ่ กล้
สญู พนั ธ์ุ

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

3.วธิ ีปฏิบตั ิกิจกรรม

ศกึ ษาข้อมลู จากเว็บไซต์ http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-5-1.php
แล้วบนั ทึกผล

4.ผลการศึกษา

ตาราง 4.1 บอกลักษณะของปลา 3 ประเภท

ประเภทของปลา ลักษณะของปลา
1.กล่มุ ปลาปากกลม

2.กลุ่มปลากระดกู อ่อน

3.กลมุ่ ปลากระดูกแขง็

ตาราง 4.2 จำแนกชนิดของกล่มุ ปลาตามอาหารที่กิน

อาหารทีก่ ิน ตัวอยา่ งปลา

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

จงจัดกลมุ่ ชนิดของปลาทีก่ ำหนดให้โดยใช้ เกณฑต์ ามวิวัฒนาการของปลา

กลุ่มปลาปากกลม กลุ่มปลากระดูกออ่ น กลมุ่ ปลากระดกู แข็ง

5.คำถามท้ายกิจกรรม
5.1 จงบอกความสำคัญของสีปลาตอ่ ตวั ปลา

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

5.2 การสืบพนั ธ์ุของปลาแบ่งออกเปน็ กีแ่ บบ อะไรบ้าง ยกตัวอย่าง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

5.3 ยกตวั อย่างปลาที่หายาก พร้อมบอกถิ่นที่อยู่
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

5.4 จงบอกลักษณะของปลาที่ใกล้สญู พนั ธุ์ พรอ้ มยกตัวอย่าง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

บทปฏิบัติการท่ี 2 ทายทักหม่มู จั ฉาในน้ำจดื

ชือ่ – นามสกุล .......................................................................................
1.ขอ้ เท็จจริง

พันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีการแพร่กระจายค่อนข้างกว้างและมีความหลากหลายของสายพันธุ์และ
รูปร่างอย่างมากมาย สามารถดำรงชีวิตอยู่ในแหล่งน้ำต่างๆกันทั่วโลก ตัวอย่างพันธุ์ปลาน้ำจืดที่
นา่ สนใจ ได้แก่

พันธ์ปุ ลาน้ำจดื ท่ไี ม่มีเกลด็ ของไทย เช่น
1. ปลาแค้, ตุ๊กแก GIANT BAGARIUS, GOONCH : Bagarius yarrelli รูปร่างคล้าย

ปลากด หัวโตและแบนราบ ตาเล็ก มีตุ่มเล็กอยู่บนผิว ครีบหลังมีก้านครีบแข็งยื่นยาวออกไปเป็นเส้น
ยาว ครีบหางมีปลายเรียวยาวเป็นเส้น ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแก่มีลายดำพาดขวาง ท้องสีน้ำตาลอ่อน
ครีบต่าง ๆ สีนำ้ ตาล

ภาพ 1.1 ปลาแค้
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-1.php
2. ปลาสายยู, เผือก, เผาะ SNAIL EATER PANGASIUS : Pangasius conchophilus
ปากอยดู่ ้านล่างของจะงอยปาก หนวดยาว แถบฟนั บนเพดานเชือ่ มติดกันเป็นรูปเหลี่ยม ก้านครีบแข็งที่
หลงั คอ่ นขา้ งยาวและใหญ่ หวั และลำตัวสเี ทา หรอื เขียวมะกอก ไม่มีแถบคล้ำ

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

ภาพ 1.2 ปลาสายยู
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-1.php
3. ปลาแขยงธง BOCOURT’S RIVER CATFISH : Heterobagrus bocourti มีรูปร่างยาวเรียวแบน
ข้าง ปากเล็ก มีหนวด 4 คู่ ครีบหลังมีขนาดใหญ่และยาวสูงเด่นคล้ายชายธง ครีบอกมีเงี่ยงแหลมคม
ครีบไขมันมขี นาดใหญ่และยาว ครีบหางเว้าลกึ

ภาพ 1.3 ปลาแขยงธง
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-1.php
4. ปลาบึก MEKONG GIANT CATFISH : Pangasianodon giga ส่วนหัวใหญ่ ตาเล็ก ไม่มีฟัน มี
หนวดสั้น 1 คู่ซ่อนอยู่ในร่องตรงมุมปาก ลำตัวจะเป็นสีเทา ครีบทุกครีบสีเทาจาง ๆ อยู่รวมกันเป็นฝูง
บริเวณเขตน้ำลึก

ภาพ 1.4 ปลาบึก
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-1.php
พันธ์ุปลาน้ำจืดท่มี ีเกล็ดของไทย เช่น
1. ปลาสร้อยนกเขา หรอื ข้ีขม, ซา่ , นกเขา, พรมหัวเหม็น(ภาคกลางและใต้), อีไทย(ภาคเหนือ
และอีสาน), อิกนั ตโู บ(มลายู) HARD - LIPPED BARB : Osteochilus hasselti

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

2. ปลากระสบู ขีด TRANSVERSE-BAR BARB : Hampala macrolepidota
3. ปลากาดำหรอื ปลาเพีย้ SAILFIN SHARK : Morulius chrysophekadion
4. ปลาสร้อยขาว (ปลาสรอ้ ย หรือ ปลาสร้อยหวั กลม) JULLIEN'S MUD CRAP :
Henicorhynchus siamensis
พันธ์ุปลานำ้ จดื ของไทยทใ่ี กล้สญู พนั ธ์ุ เช่น
1. ปลาหางไหม้, หางเหยี่ยว BALA SHARK : Balantiocheilos melanopterus จัดเป็นปลาน้ำจืด
ที่สวยงามที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง รูปร่างเพรียว ครีบหางเว้าลึก ข้างลำตัวสีเงินวาว ครีบทุกครีบยกเว้น
ครีบอกเหลืองขลิบดำ สามารถกระโดดได้สูงถึง 2 เมตร ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ มีขนาด 15 - 20
เซนติเมตร กินกุ้งขนาดเล็ก ตัวอ่อนแมลงน้ำและสัตวเ์ ลก็ ๆ อื่น ๆ นำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ภาพ 1.5 ปลาหางไหม้
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-1.php
2. ปลายี่สกไทย JULLIEN'S GOLDEN PRICE CARP : Probarbus Jullieni ลำตัว มีแถบสีดำพาด
ตามยาว 7 แถบ ตาสีแดงสด ริมฝีปากบนมีหนวดส้ัน ๆ 1 คู่ ขนาดความยาวประมาณ 1 เมตร กินหอย
น้ำจดื และสตั วน์ ้ำขนาดเล็ก เปน็ อาหาร
3. ปลากระโห้ SIAMESE GIANT CRAP : Catlocarpio siamensis เป็นปลาวงศ์ตะเพียนที่มี
ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง หัวใหญ่ ลำตัวค่อนข้างป้อมแบนข้าง ตัวสีเทาแซมชมพู ปากกว้าง ไม่มี
หนวด เกล็ดใหญ่ขอบเรียบทุกอันมีสีแดงปน เป็นปลาใกล้สูญพันธุ์ มีขนาดประมาณ 1 - 2 เมตร กิน
แพลงกต์ อน พืชนํ้า เปน็ อาหาร
4. ปลาสะตือ FEATHER - FINNED FISH : Chitala lopis รูปร่างคล้ายปลากราย มีเกล็ดเล็ก
มาก สีพื้นลำตัวเป็นสีเทาเงิน มีแก้มสีดำที่ฐานครีบอก มีขนาด 70 - 80 เซนติเมตร กินปลาและกุ้ง เป็น
อาหาร

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

พนั ธปุ์ ลาท่มี ีอวยั วะพิเศษช่วยหายใจ เชน่
1. ปลาแรด GIANT GOURAMI : Osphronemus goramy เป็นปลาขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์ปลา
หมอ ปากเล็กมีฟันแข็งแรง ส่วนหัวมีโหนกสูงในตัวผู้ครีบหลังและครีบก้นค่อนข้างยาว ครีบท้องมี
ลักษณะเปน็ เส้นเรียวยาวเลยไปถึงปลายหาง ครีบหางมนกลม อาศยั ในแมน่ ้ำ ลำธารในป่า
2. ปลาหมอไทย,หมอ , สะเด็ด ,เข็ง COMMON CLIMBING PERCH : Anabas testudineus
รูปร่างป้อมแบนข้าง กระดูกขอบเหงอื กหยกั เป็นฟันเลื่อย ซึง่ เรียกกนั ท่ัวไปว่า เหงอื กปลาหมอ ใช้ในการ
เคลื่อนไหวไปบนบก ครีบหลัง ครีบก้นค่อนข้างยาว ครีบหางตัดตรงขอบมนเล็กน้อย ตัวสีน้ำตาลปน
เหลืองส่วนท้องสีจาง มีอวัยวะช่วยหายใจอยขู่ ้างเหงือก
3. กะสง, กะจน, ช่อนไซ BLOTCHED SNAKE – HEAD FISH : Channa lucius มีรูปร่างคล้าย
ปลาช่อนแต่มีส่วนหัวเรียวกว่า มีดวงสีดำที่ข้างแก้ม ลำตัวตอนบนสีน้ำตาลแก่และมีจุดดำทั่วไป ข้าง
ลำตัวมีแถบสีดำ ท้องสีเหลอื งจาง ครีบทุกครีบสีดำคล้ำ
4. ปลาชะโด GIANT SNAKE - HEAD FISH : Channa micropeltes เป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุดในสกุล
ปลาช่อน ลูกปลาชะโดเมือ่ ยงั เล็ก ลำตัวมีสนี ้ำตาลและแถบสีเหลืองอมส้มพาดตามยาว โดยบริเวณโคน
หางมสี ีแดงสด เมือ่ โตขึน้ ส่วนบนของลำตวั มีสเี ขียวอมน้ำเงินเข้มคล้ายสีแมลงภู่ ส่วนท้องสีขาว กึ่งกลาง
ลำตวั มีแถบดำพาดไปตามความยาวของลำตวั มีฟนั แหลมคม
พนั ธุ์ปลานำ้ จดื สวยงามของไทย เช่น
1. ปลากาแดง RED – FINNED BLACK SHARK : Epalzeorhynchos frenatum ลำตัวยาวเรียว
ส่วนท้องแบน ปากอยู่ตอนล่าง มีหนวด 2 คู่ ครีบหลังมีขนาดใหญ่ ครีบหางเว้าลึก สีของลำตัวมีตั้งแต่
น้ำตาลจาง น้ำตาลเข้มไปจนถึงสีน้ำเงินปนดำ บริเวณหัวมีแถบสีดำพาดจากปลายสุดของปากไปสุดที่
ขอบฝาปิดเหงอื ก มีจุดสีดำกลมขนาดใหญ่ทีโ่ คนหาง ครีบทกุ ครีบมีสแี ดงปนส้ม

ภาพ 1.6 ปลากาแดง

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-2.php
2. ปลาทรงเครือ่ ง ,หางแดง , ฉลามนำ้ จดื RED – TAILED BLACK SHARK : Epalzeorhynchos
bicolor รูปร่างเพรียวยาวแบนข้าง หัวเล็ก ปากเล็กอยู่ด้านล่าง มีหนวดสั้น 2 คู่ ครีบหลังสูง ตัวสี
ดำหรือน้ำเงินปนดำ มีจุดสีดำที่ข้างตัวอยู่เหนือครีบอกข้างละจุด ครีบหางเว้าลึกเป็นแฉกสีแดงปนส้ม
เช่นเดียวกับครีบอก ปลายขอบครีบหลังเปน็ สีขาว เป็นปลาทีน่ ักเลี้ยงปลาขนานนามว่า “ฉลามหางแดง”

ภาพ 1.7 ปลาทรงเครื่อง
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-2.php
3. ปลาหมอตาล, จูบ, อีตาล, ใบตาล, วี, ปากง่าม TEMMINCK’S KISSING GOURAMI,
TEMMINCK’S KISSING : Helostoma temmincki รูปร่างแบนข้างมากกว่าปลาหมอ ปากเล็กยืดหดได้
ครีบท้องมีปลายเรียว พืน้ ลำตวั เป็นสีเขียวปนเทา ข้างลำตัวมีเส้นลายดำพาดตามยาว
4. ปลากระดีน่ างฟ้า BLUE GOURAMI,COSBY STRAIN : Trichogaster trichopterus sumatranus
รูปร่างเพรียวแบนคล้ายปลากระดี่ ตัวสีฟ้าสลับลวดลายสีฟ้าอมน้ำเงินจนถึงดำ ครีบใต้ท้องเรียวยาว
เป็นเส้น สว่ นครบี หลัง และครีบก้นมีก้านแข็ง
พนั ธ์ปุ ลานำ้ จดื สวยงามต่างประเทศ เช่น
1. ปลาสอด SWORDTAIL : Xiphophorus helleri เพศผู้มีก้านครีบหางตอนล่างยาวเลยขอบหาง
มีลักษณะเรียวแหลมคล้ายดาบ พบ มีขนาดเฉลี่ย 12.5 เซนติเมตร กินพืชน้ำ แพลงก์ตอนสัตว์และตัว
ออ่ นแมลง

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

2. ปลาเซลฟิน SAILFIN MOLLY, MOLLIES : Poecilia velifera ลำตัวค่อนข้างยาวแบน ครีบ
หลังใหญ่ เลี้ยงงา่ ย สามารถเลีย้ งรวมกับปลาอ่นื ได้ดี และเปน็ ปลาทีอ่ อกลกู เป็นตวั เช่นเดียวกับปลาหาง
นกยูง หรอื ปลาสอด มีขนาด 5 – 7 เซนติเมตร กินอาหารสำเรจ็ รปู ไรแดง ลกู น้ำ

ภาพ 1.8 ปลาเซลฟิน
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-2.php
3. ปลาบอลลูน BOLLOON, PLATY : Xiphophorus maculatus รูปรา่ งค่อนขา้ งกลม โคนหาง
แบนข้าง ตาค่อนข้างโต หางกลมมน ลำตัวมีสีแดงสด เทา หรือดำ ส่วนท้องค่อนข้างกลมคล้ายลูกโป่ง
ครีบและหางอาจมสี ีจาง ๆ ตอนปลายใสไม่มสี ี ชอบวา่ ยน้ำตลอดเวลาและอยู่รวมกันเปน็ ฝงู
4. ปลาหมูอินโด LIVEBEARER : Chromobotia macracanthus รูปร่างคล้ายปลาหมูแต่ลำตัว
แบนข้างกวา่ ครีบหางใหญ่เว้าลึก ตัวมีสสี ้มสดหรือชมพูอมเหลือง มีลายดำพาดตามขวาง 3 แถบ ครีบ
หลงั สคี ล้ำ ครีบหางแดงสด

ภาพ 1.9 ปลาหมอู ินโด
http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-2.php
2.วัตถุประสงค์
สามารถบอกลกั ษณะและยกตวั อยา่ งพนั ธุส์ ัตวน์ ้ำจดื ชนิดตา่ ง ๆ
3.วธิ ีปฏิบัติกิจกรรม
ศกึ ษาข้อมลู จากเว็บไซต์ http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam2-6-1.php
แล้วบันทึกผล

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

4.ผลการศึกษา

ตาราง 4.1 ยกอยา่ งพันธ์ุปลานำ้ จดื ทีไ่ ม่มเี กล็ด และพนั ธุ์ปลานำ้ จดื ทีม่ เี กลด็ ของไทยอย่างนอ้ ย
2 ชนิด พร้อมบอกลกั ษณะ

พันธุ์ปลา ชื่อปลา ลักษณะของปลา
พนั ธ์ปุ ลานำ้ จดื

ทีไ่ ม่มเี กลด็

พันธุ์ปลานำ้ จดื
ทีม่ เี กล็ด

ดรู ปู ภาพแล้วตอบคำถามต่อไปนี้
1. ชื่อปลา :
2. ประเภทพันธ์ปุ ลา :
3. ลักษณะ :

ปลาแรด

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

1. ชือ่ ปลา :
2. ประเภทพนั ธุ์ปลา :
3. ลกั ษณะ :

ปลากระดีน่ างฟ้า
5.คำถามท้ายกิจกรรม

5.1 พันธ์ปุ ลาน้ำจดื ของไทยทีใ่ กล้สูญมีพนั ธอุ์ ะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5.2 ปลาบอลลนู มีลกั ษณะเปน็ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5.3 ยกตัวอยา่ งพันธุป์ ลาที่มอี วัยวะพิเศษช่วยหายใจมา 2 ชนิด พร้อมบอกลักษณะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

บทปฏิบตั ิการท่ี 3 สารพัดมสั ยาทอ้ งทะเล

ชื่อ – นามสกลุ .......................................................................................
1.ข้อเท็จจริง

ปลาสามารถจำแนกตามลักษณะของแหล่งน้ำที่อาศัย แบ่งเปน็ 7 กลุม่ คอื
1) ปลาที่อาศัยตามท้องน้ำ (Demarsal fish) เป็นปลาทีอ่ าศยั ตามหนา้ ดินของแหล่งนำ้ ต่างๆ เชน่
ปลาบู่ ปลาดกุ ปลาล้ินหมา ปลาเห็ดโคน เปน็ ต้น
2) ปลาที่อาศัยอยู่ในส่วนที่เป็นน้ำ (Pelagic fish) เชน่ ปลาเสอื พ่นน้ำ (จืดและกรอ่ ย) ปลา
อินทรีย์ ปลาทู เป็นต้น
3) ปลาที่อาศยั อยู่ที่บริเวณผวิ น้ำในทะเลลึก (Oceanic fish) เช่น ปลานกกระจอก ปลาโอ ปลา
กระโทงแทง เปน็ ต้น
4) ปลาที่อาศยั ในบริเวณชายฝ่ัง (Inshore fish) เช่น ปลาช่อนทะเล ปลาเก๋า ปลากระทงุ เหว
ปลาใบโพธิ์ ปลากะตกั เป็นต้น
5) ปลาทะเลลึก (Deep-sea fish) เชน่ ปลาอีโต้มอญ ปลาทูน่า เป็นต้น
6) ปลาทีอ่ าศยั ในเขตน้ำขึน้ น้ำลง (Intertidal fish) เชน่ ปลาตีน ปลากะรงั ปลากระบอก เป็นต้น
7) ปลาในบริเวณปะการัง (Coral-reef fish) เช่น ปลากะรัง ปลากะพง ปลาสลิดหนิ ปลานกแก้ว
เปน็ ต้น
Big Tank จัดแสดงตวั อย่าง สตั วน์ ้ำในระบบนิเวศทะเลเปิด เช่น
1. ปลานกขุนทองหวั โหนก HUMPHEAD WRASSE : Cheilinus undulates ริมฝปี ากหนา บนหัวมี
โหนกเด่นชดั ในตัวผทู้ ี่เต็มวยั เมือ่ ตอนอายุน้อยกว่า 4 ปี จะเป็นตวั เมียกอ่ น ตัวสีนำ้ ตาลอมน้ำเงิน ขนาด
โตเต็มที่ประมาณ 1.5 เมตร กินสัตว์หน้าดินและปะการัง เป็นชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธ์จากการจับ
มากเกินไป

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

ภาพ 1.1 ปลานกขนุ ทองหัวโหนก

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Cheilinus_un
dulatus_by_Patryk_Krzyzak.jpg

2. ปลาโฉมงาม THREADFINNED TREVALLY : Alectis indica ลำตัวแบนข้าง แนวสันหลังลาด
ตรง ปลาขนาดเล็กครีบหลังและครีบก้นมีสายยาวคล้ายเส้นผม ครีบหางเว้าลึก พื้นลำตัวด้านหลังสี
เขียวไพลและมีแถบสีดำปนเทาคาดตามขวาง 6 – 8 แถบในตัวเล็ก ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 50
เซนติเมตร

3. ปลากระเบนจุดขาว, กระเบนแมลงวัน BANDED WHIP – TAIL STINGRAY : Dasyatis
(Himantura) gerradi แผ่นปีกค่อนข้างกลมมน มีหางยาวคล้ายแส้และมีตุ่มแข็งอยู่กึ่งกลางหลัง โคน
หางมีเงี่ยงที่มีปลายแหลม 1 อัน มีรอยคาดสีขาวเป็นปล้องสลับกันไปตามยาวของหาง ด้านบนมีสี
น้ำตาลออ่ นมีจุดเล็กสีขาว ขนาดโตเตม็ ทีป่ ระมาณ 120 เซนติเมตร

4. ปลากะพงขาว GIANT PERCH หรอื SEA BASS : Lates calcarifer รูปรา่ งยาวแบนข้าง หัวโต
ตาโต ปากกว้างยืดหดได้ มมุ ปากอยู่เลยลูกตา มีฟนั เขยี้ ว ขอบกระดกู แก้มเปน็ หนามแหลม ครีบหลังอัน
แรกมีก้านครีบเป็นหนามแข็ง อันที่สองเป็นก้านครีบอ่อนมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบหางใหญ่ปลายหาง
มน ตัวสีขาวเงินปนน้ำตาล แนวสนั ท้องสีขาวเงิน มีขนาด 20 - 60 เซนติเมตร

อุโมงค์ปลา จัดแสดงพันธุ์ปลาที่มีขนาดใหญ่และอาศัยในมหาสมุทร โดยเน้นการมองที่ท้อง
ปลา ปลาที่จดั แสดงได้แก่

1. ปลาฉลามเสือดาว LEOPARD SHARK : Stegostoma fasciatus ครีบอกใหญ่แผ่ออกเป็นปีก
ครีบหางยาว ปากเลก็ ตวั สีเหลอื งมลี ายจดุ ท่วั ตวั เหมอื นเสือดาว อาศัยตามพืน้ ทรายนอกแนวปะการัง

2. ปลาฉลามขี้เซา SLEEPY SHARK, NURSE SHARK : Ginglymostoma cirratum ปากเล็ก มี
หนวดส้ันที่จมูก ลำตวั ยาวเพรียว มีครบี หลงั ใหญ่ท้ัง 2 อัน ตัวสีเทาเข้มหรือน้ำตาล ด้านท้องสีจาง

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

ภาพ 1.2 ปลาฉลามขเี้ ซา

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Nurse_shark.j
pg

3. ปลาโรนัน WHITE-SPOTTED SHOVENOSE RAY : Rhynchobatus djiddensis ครึ่งหน้าคล้าย
กระเบนคือมีส่วนหัวแบนราบ ครีบอกใหญ่ ปากและช่องเปิดเหงือกอยู่ด้านล่าง ลำตัวด้านท้ายมีครีบ
หลงั สองอัน และมีหางเหมอื นปลาฉลาม

2.วัตถปุ ระสงค์

สามารถจำแนกสตั ว์น้ำทีอ่ าศัยอย่รู ะดบั น้ำที่มีความลึกแตกต่างกัน

3.วธิ ีปฏิบตั ิกิจกรรม

ศกึ ษาข้อมลู จากเวบ็ ไซต์ http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam4.php แล้ว
บันทึกผล

4.ผลการศึกษา

ตาราง 4.1 จำแนกประเภทของปลาตามลักษณะของแหลง่ นำ้ ทีอ่ าศยั

แหล่งน้ำ ตัวอย่างปลา
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

ตาราง 4.2 ลกั ษณะของปลาใน Big Tank และอโุ มงค์ปลา ลกั ษณะ

รปู ภาพ/ช่อื
1.ปลานกขนุ ทองหวั โหนก

2.ปลากะพงขาว
3.ปลาฉลามเสือดาว
4.ปลาฉลามข้ีเซา

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

5.คำถามทา้ ยกิจกรรม
5.1 ปลาชนิดใดมีแนวโน้มสูญพนั ธ์ุ เนือ่ งจากสาเหตุใด

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

5.2 ประโยชนข์ องปลากะพงขาว
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

5.3 ปลาโรนันมลี ักษณะเปน็ อย่างไร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

บทปฏิบัติการท่ี 4 อัศจรรยส์ ตั ว์น้ำ

ชื่อ – นามสกุล .......................................................................................

1.ข้อเทจ็ จริง

ตวั อย่างสตั ว์นำ้ ท่นี ำมาจัดแสดง ได้แก่
1. กลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีโครงสร้างเนื้อเยื่อแบบง่าย ๆ วิวัฒนาการไม่สูงนัก ได้แก่
ฟองนำ้ ปะการงั และกัลปงั หา
2. กลุ่มสัตวไ์ ม่มีกระดกู สันหลังที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม ได้แก่ หอยชนดิ ต่าง ๆ มีอวัยวะต่าง ๆ รวมอยู่
ใกล้กบั สว่ นเท้า ส่วนใหญ่สร้างเปลือก
3. กลมุ่ สตั วไ์ มม่ ีกระดกู สนั หลังที่มลี ำตัวเปน็ ข้อปล้อง ได้แก่ สตั วใ์ นกล่มุ ครัสเตเช่ยี น เช่น กุ้ง กั้ง
ปูและเพรียงชนิดตา่ ง ๆ เป็นสัตว์ที่มีร่างกายแบ่งออกเป็นปล้อง ๆ เชื่อมติดกันซึ่งแบ่งออกเปน็ สองส่วน
โดยทีส่ ว่ นหัวจะเชื่อมรวมกับส่วนอกและส่วนท้อง มีหนวด 2 คู่ มกั มีกระดองหรือเปลือกห่อหุ้มร่างกาย
หายใจโดยใช้เหงือก การเติบโตของสัตว์ชนิดนี้ ใช้วิธีลอกคราบเพื่อขยายขนาด ดำรงชีวิตเป็นสัตว์หน้า
ดิน ส่วนใหญ่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น กุ้งมังกร ปูม้า ปูทะเล กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย กั้งตั๊กแตน
ก้ังกระดาน เปน็ ต้น
4. กลุ่มสัตว์ที่มีหนามแหลมตามผิวหนัง จัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีวิวัฒนาการสูงสุด
อาศัยอยู่ในทะเลเท่านั้น ผิวหนังคลุมด้วยหินปูน บางชนิดอาจเปลี่ยนรูปเป็นหนามเพื่อป้องกันตัวเอง
เคลือ่ นที่โดยใช้เท้าที่มลี ักษณะเปน็ ปุ่มดูด ผสมพันธ์ภุ ายนอกร่างกาย กินซากพืชซากสัตว์ที่ตายแล้วเป็น
อาหาร ที่สำคัญ ได้แก่ ดาวทะเล เมน่ ทะเล
5. กลุม่ ปลา ปลาเป็นสตั ว์มีกระดูกสันหลังที่มีจำนวนมากที่สดุ ในโลก สามารถปรับตัวอาศัยอยู่
ในแหลง่ นำ้ ท่ัวโลก ปลาในโลกนีม้ ีมากกว่า 24,000 ชนิด แพรก่ ระจายอยไู่ ด้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อยและทะเล
ในทะเลพบปลามากกว่า 14,000 ชนิด

ปลาซีลาแคนธ์
ปลาซีลาแคนธ์(Caelacanth) ซึ่งเป็นปลาโบราณอาศัยอยู่ในทะเลลึก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Latimaria chalumnae J.L.B. Smith

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

เป็นปลาหัวโต ปากกว้าง มีฟันเขี้ยว มีครีบลักษณะพิเศษเป็นโคนครีบหนาที่ครีบหลงั ครีบท้อง
และครีบหาง เกลด็ ปลามีขนาดใหญ่ ผวิ หยาบ ตัวสีนำ้ เงิน ลายประขาว ครีบตา่ ง ๆ สามารถเคลื่อนไหว
ได้อสิ ระ และยามทีม่ ันกินอาหารส่วนหวั สามารถเปน็ อิสระจากปากล่าง

ต่อมาปีพ.ศ.2541 พบอีกชนิดหนึ่งที่บริเวณห่างจากจุดที่ค้นพบครั้งแรก เป็นระยะทาง 10,000
กิโลเมตร จากนอกชายฝั่งเมืองโมนาโด เกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย โดยนักวิทยาศาสตร์ชาว
อเมริกันและอินโดนีเซีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า L. menadoensis (Pouyoud et al. 1999) ลักษณะลำตัวสี
น้ำตาลทอง และมีส่วนหัวสั้นกว่า อาศัยอยู่บริเวณถ้ำใต้ทะเลที่มีความลึกตั้งแต่ 150-700 เมตร
โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้แนวภูเขาไฟใต้น้ำ ขยายพันธุ์โดยออกลูกเป็นตัวประมาณ 5-25 ตัว ตัวหนึ่งมี
ขนาด 38 ซม. ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบคือ ตัวเมียมีขนาด 1.8 เมตร ตัวผมู้ ีขนาด 1.5 เมตร เจริญพันธุ์ที่
อายุ 20 ปีขึ้นไป จับปลาและปลาหมึกกินเป็นอาหาร มนุษย์เคยคิดว่าปลาชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปนานแล้ว
เนื่องจากไม่มีหลักฐานทางฟอสซิลวิทยาเมื่อ 80 ล้านปีก่อนเลย จากหลักฐานซากฟอสซิลปลาซีลา
แคนธท์ ำให้ทราบว่าต้ังแต่ยุคสมัยไดโนเสารย์ ังครองโลกอยู่ ปลาชนิดน้ถี ือกำเนดิ ขนึ้ บนโลกเราเม่ือ 360
ล้านปีก่อน โดยยคุ ที่ปลาซีลาแคนธ์รงุ่ เรอื งที่สดุ คือเม่ือ 240 ล้านปีก่อน

ภาพ 1.1 ตัวอย่างปลาซีลาแคนทท์ ีถ่ ูกเก็บรักษาในพิพิธภัณฑป์ ระวัติศาสตรธ์ รรมชาติในกรงุ
ลอนดอน

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Coelacanth_specimen_NHM.jpg

เครื่องมือทำการประมง
1.เครื่องมือทำการประมงแบบพืน้ บ้าน
ได้แก่ เครอ่ื งมอื ที่ชาวประมงใช้จบั สัตว์น้ำเพื่อยังชีพ สว่ นใหญ่เปน็ อุปกรณ์ทีส่ ามารถหาและทำขึ้น
ได้ง่าย ๆ เช่น ลอบ ไซ อวน สุ่ม แห ส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือประมงสำหรับจับสัตว์น้ำจืด เครื่องมือ
ประมงกลมุ่ นมี้ ีผลกระทบตอ่ การทำลายทรพั ยากรธรรมชาตคิ อ่ นข้างนอ้ ย

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

ภาพ 1.2 ไซ ภาพ 1.3 ลอบ

https://www.gotoknow.org/posts/286716 http://marinerthai.blogspot.com/2012/01/trap.html

2. เครอ่ื งมอื ทำการประมงแบบพฒั นา

ได้แก่ เครื่องมือที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้สำหรับเรือประมงในเขตน้ำลึก อาทิ อวนล้อม อวนรุน
อวนครอบ เบด็ ราว ประกอบกับการใช้ควบคไู่ ปกบั เทคโนโลยีสมัยใหม่ เชน่ ดาวเทียม โซนาร์ ซาวเดอร์
ในการช่วยหาฝูงสัตว์น้ำ และเครื่องทุ่นแรงต่างๆ อาทิ กว้าน เครน และรอก เพื่อเพิ่มความสามารถใน
การจบั สัตว์น้ำใหไ้ ด้คราวละมากๆ และมีผลตอ่ การทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันได้
มีการพัฒนาเครื่องมือทำการประมงให้ก้าวหน้ามากขึ้นโดยนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น
เครื่องมือหาฝูงปลา ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีทำให้สามารถจับสัตว์น้ำในปริมาณมากขึ้น
นอกจากนั้นยังมีการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น การไฟฟ้า ยาเบื่อเมาและระเบิด ผลกระทบที่เกิดขึ้น
ทำให้สตั ว์น้ำที่จับได้ มีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชดั ทำให้สัตวน์ ้ำบางชนิดสูญพันธุ์ไป ได้แก่ เคร่ืองมือที่
ถกู พฒั นามาเพือ่ ใช้สำหรับเรอื ประมงในเขตน้ำลึก อาทิ อวนล้อม อวนรนุ อวนครอบ เบด็ ราว ประกอบ
กบั การใชค้ วบคไู่ ปกบั เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ดาวเทียม โซนาร์ ซาวเดอร์ ในการช่วยหาฝูงสตั วน์ ้ำ และ
เครื่องทุ่นแรงต่างๆ อาทิ กว้าน เครน และรอก เพื่อเพิ่มความสามารถในการจับสัตว์น้ำให้ได้คราวละ
มากๆ และมีผลตอ่ การทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างรวดเรว็

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องมือทำการประมงให้ก้าวหน้ามากขึ้นโดยนำเอาเทคโนโ ลยีที่
ทันสมัยมาใช้ เช่น เครื่องมือหาฝูงปลา ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีทำให้สามารถจับสัตว์น้ำใน
ปริมาณมากขึ้นนอกจากนั้นยังมีการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น การไฟฟ้า ยาเบื่อเมาและระเบิด
ผลกระทบที่เกิดขึน้ ทำให้สตั ว์น้ำที่จบั ได้ มีปริมาณลดลงอย่างเหน็ ได้ชดั ทำให้สตั ว์น้ำบางชนิดสญู พนั ธุไ์ ป

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

ภาพ 1.4 ลักษณะการวางอวนล้อม ภาพ 1.5 ลักษณะการวางอวนรุน

http://marinerthai.blogspot.com/2012/01/surrounding-nets.html http://marinerthai.blogspot.com/2012/01/push-nest.html

2.วตั ถุประสงค์

2.1 สามารถจำแนกสตั ว์น้ำทั้งมีกระดกู สันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังได้ โดยใช้เกณฑ์ที่
กำหนดให้

2.2 สามารถจำแนกเครือ่ งมือประมงประเภทต่าง ๆ ได้

3.วธิ ีปฏิบัติกิจกรรม

ศกึ ษาข้อมูลจากเวบ็ ไซต์ http://www.waghor.go.th/v1/elearning/nature/aquariam5.php แล้ว
บนั ทึกผล

4.ผลการศึกษา

ตาราง 4.1 จากข้อมลู ตัวอย่างสัตว์น้ำที่นำมาจัดแสดง จงจำแนกสตั ว์ที่ไมม่ กี ระดกู สันหลังดงั นี้

รายวชิ า GSCI4401 ทศั นศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

มีโครงสร้างเนือ้ เยือ่ กลมุ่ สตั วไ์ มม่ ีกระดสู นั หลัง มีหนามแหลมตาม
แบบงา่ ย ๆ มีลำตวั ออ่ นนุ่ม มีลำตวั เป็นขอ้ ปลอ้ ง ผิวหนงั

คำสั่ง ให้นักเรียนใส่ T (True) หนา้ ข้อความทีถ่ ูกต้อง และใส่ F (False) หน้าข้อความที่ไมถ่ กู ต้อง
.......... 1)ปลาซีลาแคนธ์(Caelacanth) เป็นปลาโบราณอาศยั อยูใ่ นทะเลลึก
.......... 2)ปลาซีลาแคนธ์(Caelacanth) ขยายพันธุ์โดยออกลกู เป็นไข่ประมาณ 5-25 ฟอง
.......... 3)ปลาซีลาแคนธ(์ Caelacanth) มีครบี ลกั ษณะพิเศษเปน็ โคนครีบหนาที่ครบี หลัง ครีบท้อง และ
ครีบหาง
.......... 4)ปลาซีลาแคนธ(์ Caelacanth) มีชื่อวทิ ยาศาสตร์วา่ Latimaria chalumnae J.L.B. Smith
.......... 5)ปลาซีลาแคนธ์(Caelacanth) เปน็ ปลาหัวโต ปากแคบ มีฟันเขยี้ ว เกลด็ ปลามีขนาดเล็ก ผวิ
หยาบ
5.คำถามท้ายกิจกรรม

5.1 ขอ้ ดีของการทำประมงแบบพืน้ บ้าน
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

5.2 ผลกระทบที่เกิดการใช้เครือ่ งมอื ทำการประมงแบบพัฒนา
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์

5.3 ถ้านักเรียนตอ้ งการจบั ปลา นักเรียนจะเลือกใช้เคร่ืองมอื ชนิดใด เพราะอะไร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

รายวชิ า GSCI4401 ทัศนศกึ ษาเชงิ วทิ ยาศาสตร์


Click to View FlipBook Version