1|Page
กระบวนการข้ึนรปู โลหะแผ่น
(Sheet Metal Forming Process)
1. วัตถุประสงค์
1. เพอ่ื ให้นักศกึ ษามีความรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั ประเภทต่างๆ ของการขึ้นรปู โลหะแผน่ ได้
2. เพอ่ื ให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจการเลอื กประเภทการขึ้นรปู โลหะแผ่นให้เหมาะสมกับงาน
3. เพอ่ื ให้นักศึกษามีความร้คู วามเขา้ ใจ สว่ นประกอบตา่ งๆ ของแมพ่ ิมพ์และการเลือกแม่พิมพ์หมาะสมกบั ประเภท
การข้ึนรูปโลหะแผ่น
4. เพอ่ื ให้นักศึกษามีความรคู้ วามเข้าใจ เร่ืองการดดี ตวั กลับของชิ้นงาน (Spring back)
2. ทฤษฎีที่เก่ียวขอ้ ง
กรรมวิธีการขึ้นรูป (Forming) หรือกระบวนการข้ึนรูปโลหะ (Metal Forming Process) หมายถึง กระบวนการ
ผลิตประเภทหนึ่งที่เปลี่ยนรูปร่างของวัตถุดิบ (Raw Material) ให้เป็น ผลิตภัณฑ์ (Product) หรือช้ินงานที่มีรูปร่างตาม
ต้องการ โดยใช้แม่พิมพ์หรือเคร่ืองมือเฉพาะ (Die หรือ Forming Tool) ในการขึ้นรูปขณะท่ีวัตถุดิบอยู่ในสภาวะของแข็ง
โดยไม่มีการเสยี เศษ และไม่มี การเปล่ยี นแปลงองคป์ ระกอบภายในของวัสดุนน้ั ๆ จึงเรียกกระบวนการน้ีว่า งานข้ึนรูปโลหะ
(Metal Forming Process) หรืองานเปลี่ยนรูปโลหะในช่วงการเปลี่ยนรูปถาวร (Metal Deformation Process หรือ
Deformation Process
ประเภทของกระบวนการข้นึ รปู โลหะ
กระบวนการข้ึนรูปโลหะแบ่งเป็น 2 ประเภท โดยพิจารณาจากวัสดุเริ่มต้น ถ้าวัสดุเร่ิมต้นเป็นโลหะแผ่น จะเป็น
กลุ่มกระบวนการข้ึนรูปโลหะแผ่น (Sheet Metal Forming Process) และถ้าวัสดุเริ่มต้นมีลักษณะเป็นก้อน (Bulk Metal
Forming Process) จะเป็นกระบวนการขนึ้ รูปโลหะกอ้ น
กระบวนการข้ึนรูปโลหะแผ่น (Sheet Metal Forming Process) เช่น กระบวนการตัด เฉือน (Blanking
Process) กระบวนการพับขึ้นรูป (Bending Process) และกระบวนการลากข้ึนรูปลึก (Deep Drawing Process) ) แสดง
ดังในรูปท่ี 1
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
2|Page
รูปที่ 1 กระบวนการขนึ้ รูปโลหะแผน่
กระบวนการข้ึนรูปโลหะก้อน (Bulk Metal Forming Process) เชน่ กระบวนการทบุ ขึ้น รปู (Forging Process)
กระบวนการอัดรดี ขึ้นรปู (Extrusion Process) และกระบวนการรีดขึ้นรูป ดงั รปู ที่ 2
รปู ที่ 2 กระบวนการข้ึนรปู โลหะก้อน
องคป์ ระกอบในการขึน้ รูปโลหะแผน่
การทางานและการผลิตช้ินงานด้วยกระบวนการป๊ัมโลหะ เพ่ือให้ได้ช้ินงานท่ีสมบูรณ์ถูกต้องเที่ยงตรงตามความ
ต้องการรวมถึงกระบวนการผลิตที่ดูแลรักษาง่ายไม่เกิดค่าใช้จ่ายสูงเกินไปอยู่ในขอบเขตท่ีควรจะเป็นจาเป็นต้องมีการดูแล
เชือ่ มโยงอย่างเป็นระบบโดยมีองคป์ ระกอบดังน้ี
1. กลไกการเปล่ียนรูปถาวรของวัสดุและการไหลตัวสภาวะความเค้นท่ีเกิดข้ึนในบริเวณต่างๆ เพื่อวางแผนการ
ออกแบบแม่พิมพ์ให้มีประสิทธิภาพสามารถทานายตาแหน่งหรือโอกาสในการ เกิดความเสียหายขณะทาการข้ึนรูป เพ่ือหา
แนวทางในการแก้ไขปอ้ งกนั เพื่อใหไ้ ดช้ ิน้ งานท่สี มบูรณ์
2. สมบตั ิของวัสดเุ ร่มิ ต้น องค์ประกอบทางเคมี ความแข็งแรงของวสั ดุ ความสามารถในการ ไหลตัว ความแข็งแรง
ทเี่ พมิ่ ขน้ึ ในขณะข้ึนรูป (Work Hardening) สมบัติทางด้านทิศทางตามแนวรดี ของวสั ดุ สมบัตทิ างโลหะวทิ ยา รวมถึงการ
ปรับปรุงโครงสรา้ งโดยใช้ความรอ้ น (Heat Treatment) ก่อนขึ้นรูปดว้ ย
3. สมบัติของวัสดุหลงั การขึ้นรูป หมายถึง สมบัติทางกลลักษณะของผวิ สาเร็จ ความเที่ยงตรงของขนาดในบางกรณี
การเกิดความเครยี ดในเน้อื วสั ดุอาจสง่ ผลตอ่ การนาไปใช้งาน จึงตอ้ งคานงึ ถงึ การปรบั ปรงุ สมบตั ิดว้ ยความรอ้ นก่อนนาไปใช้
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
3|Page
4. บริเวณผวิ สมั ผสั ระหวา่ งช้นิ งานและแม่พิมพ์ เปน็ บริเวณทเี่ กดิ ความเสียดทานท่ีต้านการไหลตัวของวัสดุ จึงควร
มีความเข้าใจในศาสตร์ของการหล่อลื่นและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาวะผิวของแม่พิมพ์และชิ้นงาน รวมถึงการสึก
หรอทผ่ี วิ ของแม่พิมพ์ภายใตส้ ภาวะการป้ัมโลหะด้วย
5. ความเขา้ ใจในกระบวนการทางานของแมพ่ ิมพ์ ตวั แปรท่ีมีผลต่อความสาเร็จในการขึ้นรูปทาให้เกิดการออกแบบ
ที่เหมาะสมในการใช้งานและซ่อมบารุงได้ง่าย รวมถึงความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการผลิตเพื่อให้เกิดความเค้นตกค้าง
นอ้ ยท่ีสดุ และไม่ทาให้เกดิ ความเสียหายกับช้ินสว่ นแม่พิมพไ์ ดง้ ่าย
6. เคร่ืองป้ัม เป็นตัวส่งผ่านแรงในการประกบชุดแม่พิมพ์เข้าหากันเพื่อข้ึนรูปชิ้นงาน การเลือกใช้เครื่องปั้มท่ี
เหมาะสม ความเขา้ ใจในกลไกการทางาน วิธกี ารติดตัง้ แมพ่ ิมพบ์ นเครื่องปั๊มและการปรับต้ังเงื่อนไขตา่ งๆ ในการปั้มโลหะ
กรรมวิธที ี่ใชใ้ นงานป้ัม (Stamping Process)
กรรมวธิ ีทใี่ ชใ้ นงานป๊ัมขน้ึ รูปโลหะแผน่ มหี ลายกรรมวธิ ี แต่แบง่ ได้เป็น 3 กรรมวิธพี ื้นฐานหลกั คอื
1. การตัดเฉอื น (shearing) ซ่ึงแบ่งเปน็ การป้ัมเจาะ(blaking) และการตัดเจาะรู (piercing) 2. การตัด (bending) หรือการ
ข้นึ รูป (forming) และ 3. การลากข้นึ รปู (drawing) นอกจากนี้ยงั มกี รรมวิธีดังเดิมอื่นๆ เช่น การป๊ัมนูน (embossing) การ
ปั้มจม (coining) การบีบอัด(swaging) การฝานขอบ(shaving) และการตัดขอบ(trimming) การผลิตชิ้นงานโลหะแผ่น
จะต้องใช้หลายกรรมวิธที ่ีกลา่ วมาแต่ไม่จาเป็นตอ้ งใชก้ รรมวิธีทัง้ หมด กรรรมวิธีทก่ี ลา่ วทัง้ หมดมีลักษณะการทางานดังน้ี
1. Blanking เป็นขน้ั ตอนแรกท่ีจะต้องทาในการผลิต โดยจะเปน็ การตัดแผน่ โลหะดว้ ยพ้ันซ์และดายให้ไดร้ ูปร่าง
ตามที่ต้องการ แผน่ โลหะทตี่ ัดออกมานจี้ ะนาไปผา่ นกรรมวธิ ีอนื่ เพอ่ื ผลติ เปน็ ช้ินงานต่อไป
2. Piercing โดยทวั่ ไปเปน็ ขั้นตอนทต่ี ่อจาก blanking โดยจะตัดแผ่นโลหะใหเ้ ปน็ รูตามตาแหน่งที่ต้องการบางครั้ง
blanking และ piercing สามารถทาพร้อมกันไดใ้ นขนั้ ตอนเดียว ข้อแตกต่างระหวา่ ง blanking และ piercing จะใช้แผน่
โลหะทต่ี ัดออกมาดว้ ยพัน้ ซ์และดายเป็นชิ้นงาน ส่วน piercing จะใช้แผ่นโลหะท่ีถูกตดั เป็นรูเปน็ ชิ้นงาน
3. Bending เป็นการตดั พื้นผิวระนาบของโลหะทามุมกันต้ังแตห่ นง่ึ มมุ ข้ึนไปโดยความหนาของแผน่ โลหะไม่
เปลย่ี นแปลงและรัศมกี ารดัดจะต้องมากกว่าหรือเทา่ กบั ความหนาของแผ่นโลหะ
4. Drawing เป็นการสาลขึน้ รูปโลหะแผ่นดว้ ยพ้ันซเ์ ขา้ ไปในโพรงของดายโดยปราศจากการยดื ของแผ่น
โลหะ ดังนัน้ ชอ่ งวา่ งระหว่างพ้ันซแ์ ละดายจะเทา่ กับความหนาของแผ่นโลหะ
5. Embossing เป็นการขึ้นรูปแผ่นโลหะให้เปน็ หลมุ หรอื ปุ่มตนื้ ๆ โดยทีค่ วามหนาไมเ่ ปลี่ยนแปลง ปกตทิ าแผน่
ป้ายต่างๆ ที่มตี วั อักษรนูน
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
4|Page
6. Coining เปน็ การขึน้ รปู แผ่นโลหะใหเ้ ปน็ ลวดโดยการบบี อัดแผน่ โลหะในแมพ่ ิมพ์ปดิ ลวดลายทั้งสองดา้ นจะไม่
เหมอื นกันก็ได้ เช่น การทาเหรียญ
7. Swaging เปน็ การขึน้ รปู โลหะโดยการบีบอัดในแม่พมิ พ์เปิด โลหะจะสามารถไหลผ่านแม่พิมพ์ออกมาได้อย่าง
อิสระ
8. Shaving เป็นการตดั แตง่ ขอบแผ่นโลหะผา่ นการ blanking หรือ piercing มาแลว้
9. Trimming เปน็ การทางานคลา้ ย blanking เพื่อตัดโลหะส่วนเกินออก วิธีนจี้ ะทาทีหลังสดุ เมือ่ แผ่นโลหะผา่ น
กรรมวธิ อี ่นื ๆ มาแลว้
ประเภทของแมพ่ ิมพข์ น้ึ รูปโลหะแผน่
1. แม่พิมพ์เดี่ยว (Single Die) หมายถึง ชุดแม่พิมพ์ที่มีหนึ่งสถานีการทางานและทางานเพียงรูปแบบเดียว เช่น
แม่พมิ พต์ ดั เฉือน แมพ่ มิ พ์เจาะรู แม่พิมพพ์ ับ เป็นตน้ ตวั อย่างแม่พมิ พ์เดยี่ วแสดงดงั ในรปู ที่ 3
รูปท่ี 3 แม่พิมพ์เดี่ยว
2. แม่พิมพ์ผสม (Compound Die) หมายถึง ชุดแม่พิมพ์ที่มีหน่ึงสถานีการทางาน แต่มีการทางานสองรูปแบบขึ้น
ไป เช่น ตัดขอบและเจาะรู ตัดขอบและขึ้นรูป เป็นต้น ซ่ึงมักจะออกแบบบนเส้นแกนกลางร่วมกัน การทางานทั้งหมดจะ
เสร็จส้นิ ในสโตรกเดยี วของเคร่ืองปม๊ั โลหะ ตวั อย่างแม่พิมพ์ผสมแสดงดังในรูปท่ี 4
รูปท่ี 4 แมพ่ ิมพ์ผสม
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
5|Page
3. แม่พมิ พ์ตอ่ เน่ือง (Progressive Die) หมายถึง ชดุ แม่พิมพท์ ่ีมีมากกว่าหนึ่งสถานี ชิน้ งานจะถูกปอ้ นผา่ นคร้ังละ
สถานีจนไดร้ ปู รา่ งของชิ้นงานที่ตอ้ งการ การป้อนชิ้นงานครั้งละสถานี จะท าโดยใช้สว่ นของแผ่นสตริปเอง (Strip) การตดั
เฉอื นเพ่ือแยกชน้ิ งานออกจากแผ่นสตรปิ จะท า ในข้ันตอนสุดท้าย ตวั อยา่ งของแมพ่ ิมพ์ตอ่ เน่ือง แสดงดังในรูปท่ี 5
รูปท่ี 5 แมพ่ ิมพ์ต่อเนื่อง
4. แม่พิมพ์ส่งผ่าน (Transfer Die) หมายถึง ชุดแม่พิมพ์ท่ีมีมากกว่าหน่ึงสถานีการทางาน การตัดเฉือนส่วนของ
ช้ินงานออกจากแผ่นสตริป จะท ในสถานีแรก การส่งผ่านชิ้นงานจะใช้กลไกภายนอกทาการเคลื่อนย้ายในขณะที่แม่พิมพ์
เปิดแตล่ ะจงั หวะแสดงดังในรูปที่ 6
รปู ที่ 6 แมพ่ ิมพ์ส่งผ่าน
ทฤษฎีการงอ (Bending Theory)
ในการขึ้นรูปโลหะโดยการงอขึ้นรูปน้ัน เราต้องให้แรงแก่ช้ินงานทั้งนี้ เพ่ือให้ช้ินงานน้ันเปลี่ยนรูปร่างอย่างถาวร
ซงึ่ แรงที่ให้แก่ช้ินงานนั้นจะต้องไม่ทาให้ความเค้นที่เกิดขึ้นบนชิ้นงานมากกว่าความเค้นดึงสูงสุดของชิ้นงานนั้น และจะต้อง
ไมน่ ้อยกวา่ จุดยืดหยนุ่ จากดั ของช้ินงานนนั้
เม่ือเราให้แรงแก่ช้ินงานเพื่อทาการงอจะปรากฏว่าความเค้นของชิ้นงานที่เกิดข้ึนจะเร่ิมจากบางจุดท่ีต่ากว่า
ความแขง็ แรงสูงสุดของโลหะน้นั และความเคน้ ที่เกิดขน้ึ นนั้ จะแผ่กระจายไปยงั ส่วนต่างๆ ของช้ินงาน ซ่ึงขณะท่ีแผ่กระจาย
นนั้ ความเคน้ ทเ่ี กดิ ขน้ึ บนช้ินงานก็จะคอ่ ยๆ ลดลงดว้ ยจนถึงบรเิ วณที่ความเคน้ ท่ีเกิดขึ้นบนชิ้นงานเป็นศูนย์ ซ่ึงลักษณะการ
เกิดความเค้นบนช้ินงานแบบนี้ จะทาให้เกิดการบิดงอของชิ้นงานมากกว่าจะเกิดการฉีดขาด สาหรับการเปล่ียนแปลง
รูปร่างอย่างถาวรของโลหะน้ันความเค้นท่ีเกิดข้ึนบนชิ้นงานจะต้องผ่านจุดยืดหยุ่นจากัดและจุดล้าตัวด้วย จากรูปที่ 7 น้ัน
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
6|Page
เป็นการแสดงถึงการเกิดแรงท่ีใช้ในการงอบนดาย์ชนิดต่างๆ กัน สาหรับวี-ดาย์ (V-die) น้ันเราจะพบว่ามีการแผ่กระจาย
ของแรงเกิดข้ึนมากท่ีสุด ส่วน ยู-ดาย (u-die) และวิปป้ิง-ดาย (Wiping-die) นั้นนิยมใช้ในการผลิตชิ้นงานมาก และยู-ดาย
มกั จะนยิ มเรยี กวา่ ชาเน็ล ดาย (channel die)
รูปที่ 7 แม่พมิ พพ์ บั แผน่ โลหะแบบตา่ งๆ
การกระเด้งตัวกลับของชิน้ งาน (Spring back)
เมอ่ื ได้ทาการงอชนิ้ งานแล้วจะมีความเค้นเกิดข้ึนในบริเวณท่ีทาการงอ และความเค้นท่ีเกิดขึ้นน้ีจะมีความแตกต่าง
กนั คอื ไม่เหมอื นกันทุกจดุ ซงึ่ จะเป็นผลทาใหเ้ กิดการกระเด้งตวั กลับของชน้ิ งาน ความเคน้ ดึงจะเกิดข้ึนมากท่ีสุดท่ีผิวหน้าด้าน
นอกของการงอและจะคอ่ ยๆ ลดลงเรือ่ ยๆ เม่ือระยะของชน้ิ งานเข้าใกล้เส้นศูนย์กลางของความหนา ซึ่งความเค้นที่เกิดข้ึนน้ี
จะกลายเปน็ ศนู ยท์ เี่ ส้นแกนกลาง จากรูปที่ 8 เปน็ การแสดงถึงการเปล่ียนแปลงของความเค้นดึงและความเค้นอัดในบริเวณ
ท่ีมีการงอจากรูปจะเห็นได้ว่าที่จุด 0 น้ัน ความเค้นดึงจะมีค่าเป็นศูนย์ซ่ึงจุดนี้จะอยู่บนเส้นแกนกลาง และค่าความเค้นจะ
เพิม่ ขน้ึ มากเรื่อยๆ จนกระทงั่ ถึงจุด x ท่ผี ิวดา้ นนอกของชิ้นงานทจี่ ุด x นจี้ ะมีค่าความเคน้ ดงึ เกดิ มากท่ีสดุ
รปู ที่ 8 การเปลี่ยนรปู แบบของความเคน้ ในการงอโลหะ
จากรูปที่ 8 เราจะเห็นได้ว่าบริเวณส่วนท่ีใกล้กับเส้นแกนกลางน้ันจะมีความเค้นท่ีเกิดข้ึนต่ากว่าจุดยืดหยุ่น
จากัด สาหรับโลหะส่วนน้ีนั้นได้ถูกแสดงด้วยแถบเล็กๆ ท่ีเรียกว่าแถบยืดหยุ่น (elastic band) แถบเล็กๆ น้ีจะอยู่ท้ังสอง
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
7|Page
ข้างของเส้นแกนกลาง โลหะท่ีอยู่ห่างไปจากแถบกลางของชิ้นงานจะมีความเค้นเกิดข้ึนมากกว่าจุดความแข็งแรงล้าตัวของ
ชิ้นงานน้ัน และที่บริเวณนี้จะมีการเปล่ียนแปลงของโลหะอย่างถาวร เมื่อได้ทาการงอชิ้นงานแล้วและขณะท่ีดึงเอาพันช์
ออกไปน้ัน ส่วนท่ีเป็นแถบยืดหยุ่นเล็กๆ ก็จะพยายามดึงตัวกลับเข้าอยู่ในตาแหน่งเดิม แต่ก็ไม่สามารถจะดึงตัวกลับคืนได้
หมด เพราะว่ามีความต้านทานของส่วนท่ีมีการเปลี่ยนแปลงของโลหะอย่างถาวร ดังน้ันจึงมีการกระเด้งกลับเพียงเล็กน้อย
เท่านั้นการท่ีโลหะกระเด้งตัวกลับน้ีเรียกว่า “Spring back” สาเหตุที่โลหะต้องกระเด้งกลับก็เพราะว่าต้องการให้อยู่ใน
สภาวะสมดุลน่ันเอง สาหรับส่วนท่ีเป็นแถบยืดหยุ่นเล็กๆ นั้นจะเป็นตัวทาให้เกิดแรงของการกระเด้งกลับรอบจุด 0 ดังที่
แสดงไว้ในรูป ความจริงแล้วในช่วงของการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรของโลหะ (plastic deformation) ก็ยังคงมีส่วนท่ีเป็น
ความยืดหยนุ่ ปนอยู่เลก็ น้อยซึ่งสว่ นน้ีจะไปเพิม่ แรงในการกระเด้งตัวกลับใหม้ ากขน้ึ
วิธีปอ้ งกันการเกดิ การกระเด้งตวั กลบั (Overcoming springback)
1. การงอให้มากกวา่ ความต้องการ วิธนี ี้เป็นการงอโลหะให้มากเกินจานวนท่ีต้องการ ซ่ึงเม่ือดึงพันช์กลับคืนไปจะ
ทาใหโ้ ลหะน้นั กระเดง้ ตวั กลับไปเล็กน้อยและได้มุมทต่ี ้องการพอดี
2. การกดกระแทกชน้ิ งานตรงบริเวณทง่ี อใหเ้ ป็นรอย วิธนี ้ีเป็นการใช้พัน้ ชก์ ดกระแทกโลหะอย่างแรงที่บริเวณรัศมี
ที่งอของชิ้นงาน ซ่ึง ณ ที่ตาแหน่งนี้โลหะจะได้รับความเค้นอย่างมาก ซ่ึงจะเป็นผลทาให้เกิดการอยู่ตัวของ
โลหะท่บี ริเวณน้นั ผ่านจดุ ความแข็งแรงล้าตัวของโลหะนัน้ วิธีการกดกระแทกชน้ิ งานตรงบรเิ วณท่งี อให้เป็นรอย
ควรจะตอ้ งทารอยนูนขนึ้ มาบนพนั้ ช์ เพ่อื ใชใ้ นการกระแทกบรเิ วณพืน้ ที่ที่ถูกงอ
3. การยืดช้ินงานก่อนงอ วิธีนี้เป็นการยืดชิ้นงานนั้นเกิดความเค้นเลยจุดความแข็งแรงล้าตัวของช้ินงานนั้น
จากนั้นก็ใช้แรงกดช้ินงานน้ันลงบนพันช์ซึ่งได้ตั้งรับช้ินงานไว้แล้ว วิธีการนี้จะมีการกระเด้งกลับของช้ินงาน
เกดิ ข้ึนเลก็ น้อย และเหมาะสมสาหรับใช้กบั การขน้ึ รปู งานต้ืนๆ เชน่ กระโปรงครอบหน้าหม้อรถยนต์
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
8|Page
3. เคร่ืองมอื และอปุ กรณ์
1. เครอ่ื งปั้มแผน่ โลหะ 2. แมพ่ มิ พ์
3. แผ่นโลหะกลม 4. แผ่นโลหะสี่เหลย่ี ม
5. Profile Projector 6. Vernier Caliper
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
9|Page
4. วธิ ีการทดลอง
1. ใหน้ ักศึกษาทาการตดิ ตั้งแม่พมิ พส์ าหรบั ตัดแผน่ โลหะเข้ากบั เคร่ืองปม้ั แผ่นโลหะ
2. ใหน้ ักศกึ ษาทาการทดลองโดยตดั แผ่นโลหะแบนสีเ่ หลีย่ มใหก้ ลายเป็นแผ่นกลมและคานวนคา่ Maximum
Cutting Force
3. ให้นกั ศึกษาทาการทดลองโดยขน้ึ รูปแผน่ โลหะกลมให้กลายเป็นฐานเสาธง
4. ให้นักศกึ ษาทาการดัดแผน่ โลหะใหเ้ กิดการงอตัว เพ่ือศึกษาคุณสมบตั กิ ารดีดตวั กลบั ของโลหะเหลก็ และ
อะลมู เิ นยี ม
5. ให้นกั ศกึ ษาทาการวดั มมุ การดดี ตวั กลบั ของช้ินงานและคานวนคา่ การดีดตวั กลบั (K)
5. ผลการทดลอง, วเิ คราะห์ผล, สรุปผลการทดลอง
Blanking & Drawing
- วเิ คราะห์ชนิ้ งาน Appearance บน-ลา่ งว่าอะไรขึน้ เกดิ ได้อยา่ งไร , M.C.F เปน็ อยา่ งไร
- วเิ คราะหก์ ารขน้ึ รปู ชนิ้ งานเกิดในช่วงการเปลี่ยนแปลงคุณสมบตั ิวัสดอุ ย่างไร
- สรปุ ตามผลการทดลอง
Bending & Spring Back
- สร้างกราฟเทียบวัตถกุ บั มมุ ของงานทีว่ ดั ไดจ้ รงิ
- วเิ คราะห์เปรียบเทยี บมุมดดั กับความหนา แม่พิมพก์ ับอะลูมิเนยี ม, แม่พมิ พก์ ับเหล็ก, อะลูมเิ นยี มกับเหล็ก
- เปรียบเทยี บผลของสัมประสิทธค์ิ า่ K
- สรุปตามผลการทดลอง
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY
10 | P a g e
6. คาถามท้ายการทดลอง
ให้นักศกึ ษาหาตวั อยา่ งผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจาวันที่ข้นึ รปู ด้วยวิธีการดังตอ่ ไปนี้ พรอ้ มบอกเหตุผลทาไม
ต้องใชก้ ระบวนการดงั กล่าว 1 ชิน้ /กระบวนการ
- Blanking
- Piercing
- Drawing
- Stretching
- Bending
- Coining
536440 MANUFACTURING AND INDUSTRIAL AUTOMATION LABORATORY