พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ไทย
สมัยรัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น
เหตุผลของการตง้ั กรุงรตั นโกสนิ ทรเ์ ปน็ ราชธานี
• ท่ตี ้งั กรงุ ธนบรุ ีไม่เหมาะสม เพราะอยใู่ นท้องคุ้ง นา้ เซาะตลิ่งพังอยู่
เสมอ
• บริเวณพระราชวงั เดมิ ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชคบั แคบ ไม่
สะดวกต่อการขยายพระราชวงั ใหก้ วา้ งออกไป
• ฝัง่ กรุงเทพฯ มชี ัยภมู ิเหมาะ เพราะมีแม่น้าเจา้ พระยาเปน็ คูเมอื งท้งั
ดา้ นตะวนั ตกและดา้ นใต้ ประกอบกับพืน้ ทน่ี อกคเู มืองเดมิ เป็นพ้นื ท่ี
ลุ่มทีเ่ กดิ จากการตนื้ เขินของทะเล ข้าศึกจะยกทัพมาด้านนี้ ได้ยาก
แผนที่แสดงอาณาเขตของกรงุ รัตนโกสินทร์ สมัยรชั กาลท่ี 1
ปจั จัยท่สี ง่ ผลต่อความม่ันคงและความเจริญรุ่งเรอื ง
พระปรชี าสามารถ ศูนย์กลาง การมีลมมรสุม
ของ ของอาณาจกั ร พัดผ่าน ท้าให้
มีเส้นทางออก มีฝนตกชุก
พระมหากษตั ริย์
สทู่ ะเล การมีแม่นา้ หลาย
การเปน็ ศนู ย์ สายไหลผ่านออกสู่
รวมของการขยายตวั ปจั จัยท่สี ง่ ผลต่อ
ทางดา้ นวัฒนธรรม ความมน่ั คงและ ทะเลบรเิ วณ
อ่าวไทย
ความ
เจริญร่งุ เรืองของ
ไทย
พัฒนาการด้านการเมอื งการปกครอง
• การบรหิ ารราชการแผ่นดินในส่วนกลาง
พระมหากษัตรยิ ์
กรม กรม กรม กรม กรม กรม
มหาด กลา เมอื ง วงั ทา่ นา
ไทย โหม
• การบริหารราชการแผ่นดินในสว่ นหัวเมอื ง
การบริหารราชการแผน่ ดนิ ในสว่ นหวั เมือง
หวั เมืองช้นั ใน หัวเมอื ง หวั เมือง
ชน้ั นอก ประเทศราช
• การบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ในส่วนทอ้ งที่ ยงั คงประกอบด้วย หมบู่ ้านหรอื
บา้ น แตล่ ะหมบู่ ้านจะมผี ู้ใหญบ่ ้านซ่งึ เจา้ เมืองแตง่ ต้งั เป็นหวั หนา้ หลาย
หมบู่ ้านรวมเป็นตา้ บล แตล่ ะต้าบล จะมีกา้ นนั ซงึ่ เจา้ เมอื งแต่งตง้ั เป็นหวั หนา้
หลายตา้ บลรวมเป็นแขวง มีเจ้าแขวงเปน็ หวั หนา้ หลายแขวงรวมเป็นเมือง มี
เจา้ เมืองเป็นผมู้ อี ้านาจสูงสุดของเมืองน้นั ๆ นอกจากน้ี ในการปกครอง
บา้ นเมืองยงั มีการใช้กฎหมาย ทีเ่ รยี กว่า กฎหมายตราสามดวง เป็นหลักเพอื่
ความสงบเรยี บร้อยดว้ ย
ภาพวาดรัชกาลท่ี 1 โปรดเกลา้ ฯ
ใหต้ รวจช้าระกฎหมายขน้ึ ใหม่ เรยี กวา่
กฎหมายตราสามดวง
พัฒนาการดา้ นเศรษฐกิจ
• การค้าภายในประเทศ ลกั ษณะเศรษฐกจิ เปน็ แบบยังชีพโดยผลติ เพ่ือบริโภคใน
ครัวเรือน หากเหลอื จงึ น้าไปเสียภาษีอากรให้แก่ทางราชการและนา้ ไปแลกเปลี่ยน
ซ้อื ขายกัน
• การค้ากับต่างประเทศ อยภู่ ายใต้การควบคุมของพระคลังสินค้าที่ผูกขาดการค้า
กับต่างประเทศ จนกระท่งั สมัยรัชกาลที่ 3 ไทยทา้ สนธิสญั ญาทางพระราชไมตรแี ละ
การพาณิชยก์ ับอังกฤษ (ท่ีเรียกวา่ สนธิสญั ญาเบอร์นยี )์ และกับสหรฐั อเมรกิ า ทา้ ให้
สนิ ค้าออกของไทย เชน่ ขา้ ว น้าตาล พริกไทย เป็นที่ต้องการของพ่อคา้ ต่างชาติ
จ้านวนมาก
ภาพวาดรชั กาลที่ 3 ทรงค้าส้าเภา
หลวง กับตา่ งประเทศเพื่อเพ่มิ พนู
รายได้ใหแ้ ก่ประเทศ
พฒั นาการด้านสงั คม
• โครงสรา้ งสังคมไทยสมยั รัตนโกสินทรต์ อนต้น
พระมหากษตั รยิ ์ พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง
• ทรงเปน็ พระประมุข • เป็นเครอื ญาตขิ อง • บุคคลท่ีรับ
ของราชอาณาจกั ร พระมหากษัตริย์ ราชการแผน่ ดิน
ทรงไดร้ บั การยกยอ่ ง มีศักดินาแตกต่าง มีท้ังศกั ดนิ า ยศ
ให้เป็นสมมติเทพ กนั ไปตามฐานะ ราชทนิ นาม
และทรงเป็น และต้าแหนง่
ธรรมราชา
ไพร่ ทาส พระภกิ ษสุ งฆ์
• ราษฎรที่ต้องถกู • บุคคลทีม่ ไิ ดม้ ี • บุคคลทส่ี บื ทอด
เกณฑแ์ รงงาน กรรมสทิ ธ์ใิ น พระพทุ ธศาสนา
ใหก้ ับทางราชการ แรงงานและชีวิต ซ่งึ ไดร้ บั การ
ทง้ั ในยามปกติ ของตนเอง ยกย่องและ
และยามสงคราม ต้องตกเปน็ ทาส ศรทั ธาจาก
และต้องสังกดั ของนายจนกว่า บุคคลทุกชนชนั้
มูลนาย จะได้ไถ่ตัว
พัฒนาการด้านความสัมพันธก์ ับรฐั เพือ่ นบ้าน
ความสัมพันธ์กบั พม่า
• ลักษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นการเผชญิ หน้าทางการทหาร โดยสงครามครัง้ ส้าคัญทส่ี ุด คือ
สงครามเกา้ ทพั ใน พ.ศ. 2328 ซึง่ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1
• สมัยรัชกาลที่ 2 และสมยั รชั กาลท่ี 3 แม้ความสัมพันธ์จะยงั เปน็ การทา้ สงครามต่อกนั
แต่ก็ค่อยๆ ลดลงตามล้าดบั ทง้ั น้ีเพราะพม่าตอ้ งหนั ไปเผชญิ หน้ากบั การคกุ คามของ
ลัทธิจกั รวรรดินิยมตะวนั ตก คือ องั กฤษ พมา่ จึงไม่ได้คุกคามไทยอกี
สมรภมู ิทุ่งลาดหญา้ จ. กาญจนบุรี ซง่ึ เป็น
สถานท่ที มี่ ีความเก่ยี วขอ้ งกับสงครามเกา้ ทพั
ความสมั พันธก์ ับลา้ นนา พระเจา้ กาวลิ ะ เจา้ เมอื ง
• ลักษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นพนั ธมติ รทีด่ ีต่อกนั เชียงใหม่ ทรงปกครองดูแล
• สมัยรัชกาลท่ี 1 ทรงส่งกองทัพไปชว่ ยขับไล่
หวั เมอื งเหนือทงั้ หมด
พม่าออกจากลา้ นนา และช่วยปรบั ปรุงการ
ปกครองภายในของลา้ นนาให้มปี ระสิทธภิ าพ
มากข้นึ
ทรงสง่ เสรมิ และยกยอ่ งเจ้าเมอื งเชยี งใหม่ เชน่
สถาปนาพระยากาวลิ ะ ซ่งึ รบชนะพมา่ ใหเ้ ปน็
พระเจ้าเชยี งใหม่
• สมัยรชั กาลที่ 3 ทรงกระชบั ความสัมพนั ธ์
ใหแ้ นน่ แฟน้ มากขึ้น ดว้ ยการชว่ ยเหลือกจิ การ
ตา่ งๆ ในเมืองเชียงใหมใ่ ห้เจริญกา้ วหนา้
ความสมั พนั ธก์ บั ล้านชา้ ง
• ลักษณะความสัมพนั ธม์ ีทง้ั การเมอื ง การผกู ไมตรี
และการเผชญิ หนา้ ทางทหาร
• สมัยรชั กาลที่ 1 ไทยสามารถขยายอทิ ธิพลเขา้ ไป
ในลา้ นช้างได้มากขน้ึ (ซ่งึ ล้านช้างแตกแยกเป็น
3 ฝ่าย คอื เวยี งจันทน์ หลวงพระบาง และ
จ้าปาศกั ดิ์ ต่างไมข่ ึ้นแกก่ นั และตกเป็นประเทศราชของ
ไทยมาตง้ั แต่ปลาย
สมยั ธนบรุ ีจนถงึ ตน้ รัตนโกสินทร)์
• สมัยรชั กาลที่ 3 เจา้ อนุวงศ์แห่งเวียงจันทนไ์ ด้ก่อ
กบฏข้ึน เพ่อื เปน็ อสิ ระจากไทย แต่ไทยก็ปราบปรามลง
ได้ในที่สุด พระบรมราชานสุ าวรียเ์ จา้ อนวุ งศ์
ความสัมพนั ธก์ บั เขมร
• ลกั ษณะความสัมพันธจ์ ะเป็นการเผชิญหนา้ ทางทหาร เพ่อื จะไดเ้ ขมรมาเปน็
รฐั กันชนระหว่างไทยกบั ญวน
• สมัยรชั กาลท่ี 1 ไทยจดั การแต่งตงั้ กษัตริย์ข้ึนปกครองเขมร
• สมยั รชั กาลท่ี 2 กษัตรยิ เ์ ขมรหันไปฝกั ใฝ่ญวน ไทยจึงเขา้ ไปแทรกแซง
การเมืองภายใน
• สมัยรัชกาลที่ 3 ไทยกบั ญวนไดส้ ้รู บกันในดินแดนเขมร ผลการส้รู บปรากฏวา่
ไทยกับญวนปกครองเขมรรว่ มกนั
ภาพวาดรชั กาลท่ี 3 โปรดเกล้าฯ
ใหเ้ จา้ พระยาบดนิ ทรเดชายกทัพไปปราบญวน
ท่ขี ยายอา้ นาจเขา้ ไปในดนิ แดนเขมร
ความสัมพันธ์กบั หัวเมอื งมอญ
• ลักษณะความสัมพนั ธเ์ ปน็ การผูกไมตรีและอุปถัมภพ์ วกมอญ
• สมยั รชั กาลท่ี 1 ทรงนา้ กองทัพไปชว่ ยพระยาทวายรบกบั พม่าท่ีครอบครอง
เมอื งทวายไว้
• สมัยรชั กาลที่ 2 ทรงอุปถัมภ์ชาวมอญท่ีอพยพเข้ามาโดยให้ไปตั้งถิ่นฐานที่
แขวงเมืองนนทบุรี ปทมุ ธานี และนครเข่อื นขนั ธ์(พระประแดง)
• สมัยรชั กาลที่ 3 เมอื งมะรดิ ทวาย ตะนาวศรี ตกเป็นของอังกฤษ ไทยจึงไมย่ ่งุ
เกี่ยวกบั หวั เมอื งมอญอกี
ภาพวาดรชั กาลที่ 1 ทรงนา้ ทัพ
ข้ามเขาตีเมืองทวายของมอญซงึ่ อยูใ่ ต้
การครอบครองของพม่าใน พ.ศ. 2330
ความสัมพันธก์ บั ญวน พระบรมสาทิสลกั ษณ์พระเจา้ เวยี ดนาม
• ลกั ษณะความสมั พันธเ์ ปน็ การเผชญิ หนา้ ยาลองหรือองเชยี งสือ
ทางทหารเพือ่ แยง่ ชิงดินแดนเขมร
• สมัยรชั กาลที่ 1 ญวนเกิดกบฏไกเซนิ (ไต
เซนิ ) องเชียงสือไดห้ ลบหนพี วกกบฏมา
พ่ึงไทย
• สมยั รัชกาลที่ 2 ไทยกบั ญวนบาดหมาง
กันเรอื่ งเขมร เนอ่ื งจากเกดิ ความขดั แยง้
ภายในราชวงศเ์ ขมร ซ่ึงไทยกับญวนได้
สนบั สนุนราชวงศ์เขมรแตล่ ะฝา่ ย
• สมัยรัชกาลท่ี 3 ไทยกับญวนเรมิ่ ท้า
สงครามกันดว้ ยเรื่องเขมร ผลจบลงท่ที ้ัง
ไทยกับญวนรว่ มกนั ปกครองเขมร
ความสมั พันธ์กบั มลายู
• ลกั ษณะความสมั พันธ์เปน็ การขยายอทิ ธพิ ลไปครอบครองทัง้ ดา้ นการผูกมิตรไมตรี
และการเผชิญหน้าทางทหารในบางครง้ั
• สมัยรชั กาลที่ 1 ไทยเร่ิมขยายอิทธพิ ลเขา้ ครอบครองหวั เมอื งมลายู และใหเ้ จา้ ผ้คู รอง
เชือ้ สายเจา้ เมอื งเดิมปกครองสบื ต่อกันมา แต่มีบางเมือง คือ ปตั ตานีได้ยกทัพมาตี
สงขลา ไทยได้ยกก้าลังขับไลแ่ ละเขา้ ยดึ ปตั ตานีได้ จงึ แบง่ หวั เมอื งปัตตานีออกเปน็ 7
หัวเมือง และทรงใหข้ า้ ราชการไทยไปปกครองหวั เมอื งปัตตานี ส่วนหัวเมอื งทแี่ บง่
ออกใหมก่ ็ทรงใหค้ นไทยบา้ ง ชาวมลายูบา้ งไปปกครอง และอยู่ในความดแู ลของเมือง
สงขลา นอกจากนน้ั ยงั โปรดเกล้าฯ ใหช้ าวมลายปู กครองเมอื งไทรบุรี และหวั เมอื ง
ต่างๆ ทีแ่ บ่งแยกใหม่ และทรงพระราชทานอภยั โทษใหแ้ ก่เจา้ พระยาไทรบุรี (ปะแง
รัน) พรอ้ มกบั ทรงอนญุ าตให้กลบั มาปกครองหวั เมอื งไทรบุรใี นฐานะเมืองประเทศ
ราชดังแตก่ ่อน
พัฒนาการดา้ นความสมั พันธก์ บั จีน
• ลักษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นทางดา้ นเศรษฐกจิ ภาพวาดเมอื งกวางตงุ้ ประตูสเู่ มอื งจีนทเ่ี รือ
เพือ่ ผลประโยชน์ทางการคา้ ของราชทูตไทยตอ้ งมาขึน้ ฝั่งทน่ี ี่ก่อนเดนิ ทาง
• การคา้ ขายกบั จนี จะมีลักษณะพิเศษ ท่ี ตอ่ ไปยังปักก่งิ (ภาพวาดประมาณตน้
เรยี กวา่ การคา้ แบบรฐั บรรณาการ โดยถ้ารัฐ รัตนโกสินทร์ ในหนงั สอื The Opium War)
ใดแต่งตงั้ ทตู พรอ้ มกับน้าเคร่ืองราช
บรรณาการไปถวายจกั รพรรดจิ นี ราชสา้ นัก
จีนถอื ว่าเขา้ มาออ่ นนอ้ มและให้การรับรอง
กษตั ริยข์ องรัฐนัน้ ๆ และอนญุ าตใหซ้ ้ือขายกับ
จนี ได้ แต่ไทยได้สร้างความสมั พนั ธ์กับจีนก็
เพื่อต้องการผลประโยชน์ทางดา้ นเศรษฐกจิ
เทา่ นั้น มไิ ด้ คิดว่าจะต้องอ่อนน้อมต่อจนี
• แตอ่ ย่างใด
พฒั นาการดา้ นความสมั พนั ธ์กบั ประเทศแถบตะวันตก
ความสัมพันธก์ บั โปรตเุ กส
• ลกั ษณะความสมั พนั ธเ์ ป็นดา้ นเศรษฐกิจเพ่อื ผลประโยชน์ทางการค้า
• สมัยรชั กาลที่ 1 โปรตุเกสสง่ ทูตมาเจรญิ สมั พันธไมตรี
• สมยั รัชกาลท่ี 2 ผู้สา้ เรจ็ ราชการโปรตเุ กสที่เมอื งมาเกา๊ ส่งทตู คมุ เครือ่ ง
ราชบรรณาการเข้ามาถวายเพอื่ ขอเจริญพระราชไมตรกี บั ไทย นอกจากน้ี
รชั กาลท่ี 2 ทรงอนญุ าตใหช้ าวโปรตเุ กสเขา้ มาคา้ ขายในไทยได้ และตัง้
โรงต่อเรอื ทห่ี นา้ บ้านกงสลุ โปรตุเกสดว้ ย
ความสัมพนั ธ์กบั องั กฤษ สนธิสญั ญาเบอรน์ ยี ์
• ลกั ษณะความสมั พนั ธม์ ที ัง้ การทูต การคา้
และการเมือง
• สมัยรัชกาลที่ 2 องั กฤษส่งจอห์น ครอวเ์ ฟิรด์
มาเจริญสัมพนั ธไมตรีกับไทย เพอ่ื เจรจาเรอื่ ง
การค้า แต่ไมป่ ระสบความสา้ เรจ็
• สมยั รัชกาลที่ 3 อังกฤษสง่ รอ้ ยเอกเฮนรี
เบอร์นยี ์ เข้ามาเจรจากับไทย และได้ทา้
สนธิสัญญาทางพระราชไมตรแี ละการพาณิชย์
หรอื สนธิสัญญาเบอร์นยี ์ระหวา่ งกันเมอ่ื พ.ศ.
2369 ตอ่ มาอังกฤษส่งเซอร์เจมส์ บรูค เขา้ มา
แก้ไขสนธิสญั ญา เบอรน์ ียก์ บั ไทย แต่การ
เจรจาไม่ส้าเร็จ
ความสมั พนั ธ์กบั สหรฐั อเมรกิ า หมอบรัดเลย์ มชิ ชนั นารีอเมริกัน ผูไ้ ดช้ ือ่
• ลกั ษณะความสัมพันธ์มีทง้ั การค้า และ ว่าเป็นบิดาแหง่ การพิมพแ์ ละหนงั สอื พมิ พ์
วฒั นธรรมผ่านทางคณะมิชชันนารี ของเมืองไทย
• สมยั รชั กาลท่ี 2 ชาวอเมริกนั เรมิ่ เข้ามาค้าขาย
และเข้ามามากขน้ึ ในสมยั รัชกาลที่ 3โดยเฉพาะ
คณะมชิ ชันนารอี เมริกนั ที่เข้ามาเผยแพร่ความรู้
ด้านการพมิ พ์ และนา้ ความรทู้ างการแพทย์
สมัยใหม่เขา้ มา
• นอกจากน้ี สมัยรชั กาลที่ 3 สหรฐั อเมริกายังส่ง
เอดมนั ด์ รอเบติ ส์ เข้ามาท้าสนธสิ ญั ญาทาง
พระราชไมตรแี ละการพาณชิ ยก์ บั ไทย ซึง่ มี
สาระส้าคญั คลา้ ยกับสนธสิ ญั ญาเบอรน์ ีย์
การอพยพเข้ามาของชาวจนี ในสมัยรตั นโกสนิ ทร์
สาเหตุของการอพยพออก ปัจจยั ทท่ี าใหช้ าวจนี
นอกประเทศของชาวจีน อพยพเขา้ มาในไทย
การเมืองภายในของ ปัจจยั ด้านความอดุ ม
จีน สมบรู ณ์และความสงบสขุ
ภัยธรรมชาติ ของแผ่นดินไทย
การเพิ่มจ้านวน ปัจจัยจากการมชี มุ ชน
ของประชากร ชาวจีนขนาดใหญใ่ นไทย
ผลของการอพยพเขา้ มาของชาวจีน
ด้านการเพิ่มกาลังคน ซึ่งชว่ ยเพม่ิ แรงงานใหก้ ับเมืองไทยในเวลาท่ฟี ้ืนฟู
บ้านเมืองไดเ้ ป็นอย่างดี
ด้านการปกครอง ชาวจนี อพยพบางคนไดม้ บี ทบาททางการปกครอง
โดยเป็นขนุ นางไทย เชน่ ชาวจีนชื่อ เหยยี ง เปน็ พระยาสงขลา และ
เป็นต้นตระกูล ณ สงขลา
ดา้ นเศรษฐกจิ ชาวจีนอพยพประกอบอาชพี ต่างๆ เชน่ การคา้ ท้าสวน
ผกั เลย้ี งสัตว์ รวมถึงเจ้าภาษีนายอากร ซงึ่ มีความสา้ คัญทางเศรษฐกิจ
ของไทย
ดา้ นสังคม ชาวจีนอพยพบางสว่ นไดท้ า้ การละเมดิ กฎหมาย เชน่ มีการ
รวมตวั กันเปน็ อัง้ ย่ีหรือสมาคมลับ และลักลอบซอ้ื ขายฝิน่ ส่งผลให้ชาว
ไทยสบู ด้วย ทางราชการจงึ ต้องออกประกาศหา้ มการซ้ือขายและสบู ฝ่นิ
การจัดระเบยี บสงั คมชาวจีนในสมยั รัตนโกสินทร์
ใหช้ าวจนี จ่ายเงนิ ผูกป้แี ทนการ ในเมืองที่มชี าวจนี อพยพอย่มู าก
เกณฑ์แรงงาน ท้าให้มีรายได้ ใหม้ กี รมการเมอื งหรอื เจ้าหนา้ ที่
และควบคุมชาวจีน ของเมอื งเป็นชาวจีนด้วย
กวดขันให้หัวหน้าหรือเถ้าเก๋ ซึ่งเปน็ ในสมัยตอ่ มา คือ รัชกาลที่ 5 ทรงใหช้ าวจนี
นายทนุ ชาวจีนท่ีรับชาวจีนอพยพ ต้ังเป็นสโมสรการคา้ เปน็ สมาคมในลกั ษณะอนื่
เข้ามา ใหค้ วบคมุ ดแู ลชาวจีนใหด้ ี ได้ ซึง่ ต่อมาได้เปน็ สมาคมผู้บ้าเพญ็ ประโยชน์
เชน่ สมาคมมลู นิธิรว่ มกตญั ญู
รัชกาลที่ ๑
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก
สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จกั รี
สงครามเก้าทพั
กฎหมายตราสามดวง
พระพทุ ธมหามณรี ัตนปฏิมากร
วดั พระแก้ว
ยกั ษ์วดั โพธ์ิ
ยกั ษ์วดั โพธ์ิ
วดั เชตุพนวมิ ลมงั คลาราม ราชวรมหาวหิ าร
วดั เชตุพนวมิ ลมงั คลาราม ราชวรมหาวหิ าร
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระราชกรณียกจิ สาคัญ
• ดา้ นการเมอื งการปกครอง
ทรงสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานี
ทรงสถาปนาราชวงศจ์ กั รี
โปรดเกล้าฯ ใหม้ กี ารช้าระกฎหมาย เรยี กวา่ กฎหมายตราสามดวง
• ด้านความม่นั คง
ทรงป้องกนั ราชอาณาจกั รใหป้ ลอดภยั โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในสงครามเก้าทัพ
• ดา้ นศิลปวัฒนธรรม
โปรดเกล้าฯ ใหส้ งั คายนาพระไตรปิฎก
ทรงสนพระทัยวรรณคดี จึงมวี รรณคดีทส่ี ้าคญั หลายเรอื่ ง เช่น รามเกยี รติ์
รวมถงึ การแปลวรรณกรรมของตา่ งชาติ เช่น สามกก๊ และราชาธริ าช
รัชกาลท่ี ๒
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั
ยคุ ทองของวรรณคดไี ทย
ประกอบพธิ ีวนั วสิ าขบูชา
ธงเรือหลวง สัญลกั ษณ์ช้างเผือก
ยกั ษ์วดั แจ้ง
พระปรางค์วดั อรุณราชวราราม ราชวรมหาวหิ าร
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย
พระราชกรณียกจิ สาคญั
• ดา้ นความมั่นคง
โปรดเกลา้ ฯ ให้ครัวมอญไปต้งั ภูมลิ ้าเนาทแ่ี ขวงเมืองปทมุ ธานี
เมืองนนทบุรี และเมืองนครเขอ่ื นขนั ธ์
โปรดเกลา้ ฯ ให้ไพรม่ ารับราชการ 1 เดือน และอย่กู ับครอบครวั
3 เดือน
ทรงให้มกี ารตรากฎหมายหา้ มสบู และซอื้ ขายฝิน่
• ด้านศลิ ปวฒั นธรรม
ทรงมพี ระปรชี าสามารถดา้ นวรรณกรรมประเภทต่างๆ
โปรดเกลา้ ฯ ให้สรา้ งพระปรางค์วดั อรณุ ราชวราราม