เรื่อง หนังตะลุง รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียน วิชาภาษาไทยเพิ่มเติม (วรรณกรรมท้องถิ่น) ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่ จัด จั ทำ โดย นาย ปริน ริ ทร นิลมล เลขที่ ๕ นาย ตะวัน วัสุข สุ เทีย ที บ เลขที่ ๗ นาย สีเเหละ สุข สุ สวรรค์ เลขที่ ๘ นางสาว ณัฐวดี โจ้ง จ้ บุต บุ ร เลขที่ ๑๑ นางสาว ศุภิ ศุ สภิ รา บุญบุ ชูวงศ์ เลขที่ ๑๓ นางสาว ฐิติญาภรณ์ บุญบุ ช่วย เลขที่ ๑๘ รายงาน เสนอ คุณ คุ ครูปริชริ าติ นวลวิจิต จิ ร
คำ นำ วิชวิ า ภาษาไทยเพิ่ม พิ่ เติม (วรรณกรรมท้อ ท้ งถิ่น ถิ่) รายงานเล่ม ล่ นี้จัด จั ทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ เป็น ป็ ส่วนหนึ่งของวิชวิ า การศึกษา วรรณกรรมพื้น พื้ บ้า บ้ น เพื่อ พื่ให้ไห้ ด้ศึกษาหาความรู้ใรู้ นเรื่อ รื่ งราว ของหนังตะลุง ลุ ภาคใต้ โดยได้ศึกษาผ่า ผ่ นแหล่ง ล่ ความรู้ต่ รู้ต่ างๆ อาทิเ ทิช่น ตำ รา หนังสือ หนังสือพิม พิ พ์ วารสาร ห้อ ห้ งสมุด มุ และ แหล่ง ล่ ความรู้จ รู้ ากเว็บ ว็ไซต์ต่ ต์ต่ างๆ โดยรายงานเล่ม ล่ นี้ ต้องมีเ มี นื้อหาเกี่ย กี่ วกับ กั ความหมายของ หนังตะลุง ลุ ประเภทของวรรณกรรมพื้น พื้ บ้า บ้ น และ ความสำ คัญของหนังตะลุง ลุ ต่อวัฒ วั นธรรมไทย ผู้จั ผู้ ด จั ทำ คาดหวัง วั เป็น ป็ อย่างยิ่งว่า ว่ การจัด จั ทำ เอกสารฉบับ บั นี้จะมีข้ มี อ ข้ มูล มู ที่เ ที่ป็น ป็ ประโยชน์ต่อผู้ที่ ผู้ ที่สที่ นใจศึกษา วรรณกรรมพื้น พื้ บ้า บ้ นในหัว หั ข้อ ข้ หนังตะลุง ลุ เป็น ป็ อย่างดี นายปรินริทร นิลมล ,นายตะวัน สุขสุเทีย ที บ, นายสีเเหละ สุขสุสวรรค์,นางสาวณัฐวดี โจ้ง จ้ บุตบุร, นางสาวศุภิศุสภิรา บุญบุชูวงศ์ ,นางสาวฐิติญาภรณ์ บุญบุช่วย คณะผู้จัด จั ทำ ก
สารบัญ บทที่ หน้า คำ นำ ก สารบัญ บั ข ๑. ประวัต วั ความเป็น ป็ มาของหนังตะลุง ลุ ๑ - ๖ ๒.ลัก ลัษณะรูปหนังตะลุง ลุ ๗-๑๗ ๓.องค์ประกอบในการแสดงหนังตะลุง ลุ ๑๘-๒๒ ๔.ขนบนิยมในการเล่น ล่ ๒๓ ๕การแกะหนังตะลุง ลุ ๒๔-๒๘ ๖.แนวทางส่งเสริม ริ ทางภูมิ ภู ปัมิ ญ ปั ญาการแกะหนังตะลุง ลุ ๒๙ ๗.เนื้อหาเพิ่ม พิ่ เติม ๓๐-๓๑ บรรณานุกรม ๓๒-๓๓ ประวัติ วัติ ผู้จั ผู้ ด จั ทำ ๓๔-๓๕ ข
ประวัติความเป็นมาของหนัง ตะลุง เชื่อว่า ว่ ประเทศไทยมีก มี ารแสดงหนัง(หนังใหญ่)ญ่ ก่อ ก่ นหนังตะลุงลุเพราะไทยรับ รั อิทอิธิพธิลความเชื่อ ตามคําสอนของพราหมณ์มาเป็น ป็ เวลานานมาก ดังมีห มี ลัก ลัฐานเรื่อ รื่ งรามเกีย กี รต์ิและการเคารพ นับถือ ถื พระฤๅษีและเทพเจ้า จ้ ต่างๆ เช่น พระอิศอิวร พระนารายณ์ พระพรหม เป็น ป็ ต้น ดังนั้นการแสดงหนังโบราณ(หนังใหญ่)ญ่ จึง จึ แสดงเฉพาะ เรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์เท่า ท่ นั้น ดังมีห มี ลัก ลัฐาน ตั้งแต่สมัย มั กรุงศรีอ รี ยุธยุยา สมเด็จพระเจ้า จ้ปราสาททองให้เ ห้ รีย รี กตัวปราชญ์ค ญ์ นหนึ่งชาวเวีย วี งสระ จัง จั หวัด วัสุรสุาษฏร์ธ ร์ านี ปราชญ์ผู้ ญ์ นี้ผู้นี้ เชี่ยวชาญโหราศาสตร์แ ร์ ละกวี ซึ่งต่อมาได้รับ รั การแต่งตั้งเป็น ป็ พระ มหาราชครูหรือ รื พระโหราธิบธิดี ทําทํหน้าท่ีเป็น ป็ พระอาจารย์ของสมเด็จพระนารายณ์ ต่อมาท่า ท่ นได้รับ รั คําสั่งให้ ฟื้น ฟื้ฟูกฟูารเล่น ล่ หนัง(หนังใหญ่)ญ่ อัน อั เป็น ป็ การละเล่น ล่ ที่เ ที่ ก่า ก่ แก่ม ก่ าแต่เดิม ดังปรากฏในสุนสุทรโฆษ คําฉัน ฉั ท์ว่ ท์ า ว่ ไหว้เ ว้ ทพยดาอา- รัก รัษ์ทั่ว ทั่ ทิศทิาดร ขอสวัสวั ดิขอพร ลุแลุก่ใก่ จดั่งใจหวัง วั ทนายผู้คผู้อยความ เร่ง ร่ ตามได้สิ่งเบื้อ บื้ งหลัง ลั จงเรื่อ รื่ งจําจํรัสรั ทั้ง ทั้ ทิศทิาภาคทุกทุพาย จงแจ้ง จ้ จ่า จ่ หลัก ลั ภาพ อัน อั ยงยิ่งด้วยลดลาย ให้เ ห้ ห็น ห็ แก่ท้ั ก่ ง ท้ั หลาย ทวยจะดูจดูงดูดดู คําว่า ว่ “หนัง” ในภาคกลางจึง จึ หมายถึง ถึ หนังใหญ่ ๑ บทที่ ๑
ข้อ ข้สันนิฐานแรก (เฉลีย ลี ว ด้วงสิน; ๒๕๕๒ ) ในประเทศอินอิเดีย ดี มีพ มี ราหมณ์เรีย รี กว่า ว่ “ฉายานาฏกะ” เป็น ป็ พราหมณ์ทำ หน้าที่แ ที่สดงหนังเรื่อ รื่ งมหากาพย์รามายนะ(รามเกีย กี รติ์)เพื่อ พื่ บูชบูาเทพเจ้า จ้ และสดุดีดุวี ดี ร วี บุรุบุ รุษ และใช้เป็น ป็ วิธีวิห ธี รือ รื เป็น ป็ช่องทางในการเผยแพร่คำ ร่ คำ สอนแก่ปก่ ระชาชน พระฤๅษีจึง จึฝากให้พ ห้ วกพราหมณ์ช่วย เผยแพร่ลั ร่ ท ลั ธิไธิสยศาสตร์ด้ ร์ด้ วย พราหมณ์กลุ่ม ลุ่ นี้คงนำ การแสดงหนังแพร่ไร่ ปที่ต่ ที่ต่ างๆ รวมทั้ง ทั้ แพร่เ ร่ ข้า ข้สู่แสู่ถบ ประเทศเอเชียอาคเนย์ พม่า ม่ ลาว เขมร ไทย ชวา มาเลเซีย ฯลฯ พราหมณ์พวกนี้คงเข้า ข้ มาทางเกาะ สุมสุาตรา แหลมมาลายู เดินทางเข้า ข้สู่ภสู่าคใต้ของไทยที่บ้ ที่ า บ้ นควนมะพร้า ร้ ว จัง จั หวัด วั พัท พั ลุงลุเป็น ป็ แห่ง ห่ แรกและ เปิดปิการแสดง นายคงคนในพื้น พื้ ที่ซึ่ที่ซึ่งเป็น ป็ นักแสดงพรานมโนราห์ มีค มี วามสนใจ จึง จึ ขอรับ รั การถ่า ถ่ ยทอด การแสดง นายคงนำ การแสดงหนังตะลุงลุแสดงไปยังที่ต่ ที่ต่ างๆ คนทั่ว ทั่ไปจึง จึ เรีย รี กว่า ว่ หนังควนตามชื่อบ้า บ้ น ควนมะพร้า ร้ ว แต่มีบ มี างคนเรีย รี กว่า ว่ หนังพัท พั ลุงลุตามชื่อจัง จั หวัด วั ต่อมาหนังควนได้รับ รั ความนิยมและแพร่ ขยายทั่ว ทั่ ภาคใต้ ได้รับ รัสมญาว่า ว่ หนังพิรพิาบหน้าทอง ซึ่งคำ ว่า ว่ “หน้าทอง”หมายถึง ถึ หน้ากากพรานที่น ที่ ายคง สวมใส่ในการแสดงมโนราห์นั่ ห์นั่นเอง ตัวหนังช่วงนั้นคงเป็น ป็ แผ่น ผ่ เดีย ดี วเคลื่อ ลื่ นไหวไม่ไม่ ด้เหมือ มื นปัจ ปั จุบัจุน บั ตัว หนังย่อเล็ก ล็ กว่า ว่ หนังใหญ่ ยุคยุแรกคงแสดงเรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์เหมือ มื นหนังใหญ่แ ญ่ ต่เปลี่ย ลี่ นบทพากษ์เป็น ป็ ภาษาท้อ ท้ งถิ่นถิ่เปลี่ย ลี่ นเครื่อ รื่ งดนตรีจ รี ากพิณพิพาทย์ ตะโพน ไปเป็น ป็ ทับ ทั กลอง ฉิ่งฉิ่ โหม่ง ม่ ซึ่งเป็น ป็ เครื่อ รื่ ง ดนตรีที่ รีที่มี ที่ อ มี ยู่เยู่ดิมของภาคใต้ คาดว่า ว่ หนังควนจากภาคใต้เข้า ข้ไปแสดงในกรุงเทพในสมัย มั พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้า ล้ เจ้า จ้ อยู่หัยู่ว หัโดยพระยาพัท พั ลุงลุ (เผือ ผื ก)นำ ไปเล่น ล่ ที่แ ที่ ถวนางเลิ้งลิ้คนกรุงเทพจึง จึ เรีย รี ก“หนังพัท พั ลุงลุ” ต่อมาคงเพี้ย พี้ นเป็น ป็“หนังตะลุงลุ”และเรีย รี กหนังที่มี ที่ อ มี ยู่เยู่ดิมว่า ว่ “หนังใหญ่”ญ่ เพื่อ พื่ไม่ซ้ำม่ ซ้ำ จนเกิดกิสับสน ต่อมาหนังตะลุงลุของภาคใต้คงได้รับ รั อิทอิธิพธิลจากหนังชวา วิวัวิฒ วั นาการจากรูปหนังแผ่น ผ่ เดีย ดี วทั้ง ทั้ ตัวเคลื่อ ลื่ นไหวไม่ไม่ ด้ให้สห้ ามารถเคลื่อ ลื่ นไหวได้ และมีก มี ารปรับ รัปรุง พัฒ พั นาต่อเนื่องจนถึง ถึปัจ ปั จุบัจุน บั หนังตะลุงเข้ามาประเทศไทยเมื่อใดและที่ใด ๒
ข้อ ข้สันนิษฐานที่สอง (สุชสุาติ ทรัพ รั ย์สิน; ๒๕๕๒) เชื่อว่า ว่ การแสดงเล่น ล่ เงาของไทยน่าจะเริ่มริ่ในสมัย มั อาณาจัก จั รศรีวิ รีชัวิชั ย เพราะเป็น ป็ อาณาจัก จั รที่เ ที่ จริญริรุ่ง รุ่ เรื่อ รื่ งมากและมีค มี นต่างชาติเดินทางเข้า ข้ มาค้าขาย พร้อ ร้ มกับ กั นำ ลัท ลั ธิขธิองตนเข้า ข้ มาเผยแพร่ด้ ร่ ด้ วย ชาวอาหรับ รั นำ ศาสนาอิสอิลามมาเผยแพร่ ชาวจีน จี นำ เสื้อผ้า ผ้ แพรไหมมาค้าขายและสอนให้ทำ ห้ ทำไร่ทำ ร่ ทำนาด้วยวัว วั ควาย อินอิเดีย ดี นำ ศาสนาพราหมณ์ฮินดูแดูละศาสนาพุทพุธ เข้า ข้ มาเผยแพร่ ซึ่งช่วงนี้เองที่พ ที่ ราหมณ์กลุ่ม ลุ่ หนึ่งจากอินอิเดีย ดี คงนำ หนังตะลุงลุเข้า ข้ มาแสดงเพื่อ พื่ บูชบูาเทพเจ้า จ้ พระอินอิทร์ พระนารายณ์ พระพรหม หนังตะลุงลุจึง จึ คงจะมีขึ้ มีขึ้ น ขึ้ในประเทศไทยแต่นั้นมา ปรากฏหลัก ลั อ้า อ้ งอิงอิ ว่า ว่ ในโบราณหนังตะลุงลุแสดงเฉพาะเรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์ แม้ปัม้ จ ปั จุบัจุน บั จะแสดงเรื่อ รื่ งอื่น อื่ ๆ แต่ในพิธีพิแ ธี ก้บ ก้ นยังต้อง แสดงเรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์เท่า ท่ นั้น การแสดงทุกทุครั้ง รั้ ต้องเริ่มริ่ด้วยพระฤๅษี พระอิศอิวร พระอินอิทร์ ซึ่งเป็น ป็ ตาม ลัท ลั ธิพธิราหมณ์ฮินดู การแสดงหนังตะลุงลุโบราณของไทยใช้ผู้แผู้สดงหลายคนคล้า ล้ ยของอินอิเดีย ดี สิ่งหนึ่งที่ สนับสนุนข้อ ข้สันนิษฐานนี้คือลัท ลั ธิพธิราหมณ์เจริญริมากในบริเริวณที่เ ที่ป็น ป็ จัง จั หวัด วั นครศรีธ รี รรมราชปัจ ปั จุบัจุน บั ๓
ข้อ ข้สันนิษฐานที่สาม (เสริมริวิทวิย เรณุมาศ) เห็น ห็ ว่า ว่ เรารับ รั วิธีวิก ธี ารแสดงหนังตะลุงลุมาจากชวา (ปัจ ปั จุบัจุน บั อยู่ใยู่นประเทศอินอิโดนีเซีย) โดยชวารับ รั มาจากอินอิเดีย ดี อีก อี ทอดหนึ่ง หนังชวาผ่า ผ่ นมาทางมลายูแยูละมาเริ่มริ่ขึ้น ขึ้ใน ภาคใต้ที่บ้ ที่ า บ้ นควนพร้า ร้ ว จัง จั หวัด วั พัท พั ลุงลุอนึ่ง เหตุที่ตุที่ไที่ ด้ชื่อว่า ว่ หนังตะลุงลุน่าจะสันนิษฐานได้ ๓ ทาง คือ ๑.มาจาก หนังไทลุงลุ (ไทลุงลุคือ ไทยที่อ ที่ พยพมาอยู่ทยู่างภาคใต้) ๒.มาจาก หนังฉะลุงลุฉะลุงลุหมายถึง ถึ เสาผูกผูช้าง ครั้ง รั้ แรกที่ห ที่ นังแขกเข้า ข้ มาแสดงได้ขึง ขึ จอกับ กั เสาผูกผู ช้าง ต่อมาเพี้ย พี้ นเสียง ฉะลุงลุเป็น ป็ ตะลุงลุ ๓.มาจาก หนังพัท พั ลุงลุคือ เมื่อ มื่ พ.ศ.๒๔๑๙ พระยาสุรสุวงศ์วัย วั วัฒ วั น์ (วร บุนบุนาค) นำ หนังจากพัท พั ลุงลุ ไปแสดงถวายทอดพระเนตรที่บ ที่ างปะอินอิ ชาวภาคกลางทราบว่า ว่ หนังไปจากพัท พั ลุงลุจึง จึ เรีย รี กว่า ว่ หนังตะลุงลุจาก บทกาศครูหนังตะลุงลุหลายสำ นวนกล่า ล่ วถึง ถึ ความเป็น ป็ มาของหนังตะลุงลุไว้ทำ ว้ ทำนองเดีย ดี วกัน กั ว่า ว่ ตาหนักทอง (บางสำ นวนว่า ว่ ตาฟัก ฟั ทอง) ตาก้อ ก้ นทอง (บางสำ นวนว่า ว่ ตาหนุ้ย) ทหารประจำ กองช้างเมือ มื ง นครศรีธ รี รรมราชได้เห็น ห็ หนังแขกที่เ ที่ มือ มื งยะโฮร์ (ปัจ ปั จุบัจุน บั อยู่ใยู่นประเทศสหพัน พั ธรัฐรั มาเลเซีย) เกิดกิชอบใจจึง จึ นำ มาเล่น ล่ ในกองช้าง ซึ่งเรีย รี กกัน กัในสมัย มั นั้นว่า ว่ ตะลุงลุหรือ รื หลุงลุเช่น "ครูฝัก ฝั ทองก้น ก้ ทองสองครูเฒ่า ฒ่ เป็น ป็ ครูแรกเดิมกล่า ล่ วนานหนักหนา เลีย ลี นเอาอย่างอ้า อ้ งเอาแบบแอบเอามา จากชวาคิดเล่น ล่ เป็น ป็ ทำ นอง ตามภาษาปราชญ์รั ญ์ ก รัในปัก ปัษ์ใต้ เมื่อ มื่ มีง มี านการแล้ว ล้ได้เล่น ล่ ฉลอง แบบครั้ง รั้ กรุงศรีวิ รีชัวิชั ยได้ปกครอง ด้ามขวานทองเมือ มื งนครโบราณกาล กองช้างศึกนครศรีก็ รี มี ก็ ค มี รบ ครั้น รั้ ว่า ว่ งรบแล้ว ล้ บรรดาโยธาหาญ สร้า ร้ งตะลุงลุหลุงลุลำ ประจำ การ พนักงานหนังตะลุงลุสนุกกลาง เอาไม้ไม้ ผ่สี่ผ่สี่ลำ ทำ จอหนัง ผ้า ผ้ ขาวบัง บั ข้า ข้ งในไฟสว่า ว่ ง รูปสมมติขุดขุกับ กั หนังโคบางบาง เอาตัวอย่างแบบวายังหนังชวา" ๔
ข้อ ข้สันนิษฐานที่สี่ (ธนิต อยู่โยู่พธิ์)ธิ์กล่า ล่ วว่า ว่ "มหรสพหน้าขึ้น ขึ้ ตาของชาวไทยในสมัย มัโบราณอีก อี อย่างหนึ่ง คือ หนัง ซึ่งเราเรีย รี กกัน กัในภายหลัง ลั ว่า ว่ หนังใหญ่ เพราะหนังตะลุงลุซึ่งเป็น ป็ หนังตัวเล็ก ล็ เกิดกิขึ้น ขึ้ อีก อี อย่างหนึ่ง จึง จึ เติมคำ เรีย รี กให้แ ห้ ตกต่างกัน กั ออกไป สำ หรับ รั หนังใหญ่ต ญ่ ามหลัก ลัฐานที่ปที่ รากฎในสมุทมุรโฆษคำ ฉัน ฉั ท์บ ท์ อกว่า ว่ มีม มี า ก่อ ก่ นสมัย มั พระนารายณ์ฯ"ดังนั้น ตามทรรศนะของธนิต อยู่โยู่พธิ์ หนังตะลุงลุจึง จึ เกิดกิขึ้น ขึ้ หลัง ลั รัชรั กาลดังกล่า ล่ ว แต่จะ เป็น ป็ช่วงใดไม่ไม่ ด้สันนิษฐานไว้ ข้อ ข้สันนิษฐานที่ห้า ห้(สมเด็จพระเจ้า จ้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ) ทรงกล่า ล่ วว่า ว่ หนังตะลุงลุ เป็น ป็ ของใหม่ เกิดกิขึ้น ขึ้ในสมัย มั พระบาทสมเด็จพระจุลจุจอมเกล้า ล้ เจ้า จ้ อยู่หัยู่ว หัโดยชาวบ้า บ้ นควนพร้า ร้ ว จัง จั หวัด วั พัท พั ลุงลุ คิดเอาอย่างหนังชวามาเล่น ล่ เป็น ป็ เรื่อ รื่ งไทยขึ้น ขึ้ ก่อ ก่ นแล้ว ล้ แพร่ห ร่ ลายไปยังที่อื่ ที่อื่น อื่ และในสมัย มั รัชรั กาลที่ ๕ นี้เองที่ห ที่ นัง ตะลุงลุได้แสดงถวายหน้าพระที่นั่ ที่นั่งเป็น ป็ ครั้ง รั้ แรก เมื่อ มื่ปีชปี วด พ.ศ.๒๔๑๙ ข้อ ข้สันนิษฐานที่หก (สุธิสุวธิงศ์ พงศ์ไพบูลบูย์) มีค มี วามเห็น ห็ ว่า ว่ หนังตะลุงลุคงได้รับ รั อิทอิธิพธิลจากวัฒ วั นธรรม ต่างชาติมากกว่า ว่ จะคิดขึ้น ขึ้ เอง และคงเป็น ป็ วัฒ วั นธรรมต่างชาติมากกว่า ว่ จะคิดขึ้น ขึ้ เอง และคงเป็น ป็ วัฒ วั นธรรมของ กลุ่ม ลุ่ ที่มี ที่ วั มี ฒ วั นธรรมอินอิเดีย ดีปนอยู่ด้ยู่ด้ วยโดยยกเหตุผตุลประกอบดังนี้ ๑. การออกรูปฤาษีและรูปพระอิศอิวรของหนังตะลุงลุมัก มั ขึ้น ขึ้ ต้นด้วย โอม ซึ่งเป็น ป็ คำ แทนเทพเจ้า จ้สามองค์ ของพราหมณ์ (โอม มาจาก อ + ม อ = พระวิษวิณุ, อุ = พระศิวะ, ม = พระพรหม) ๒. รูปหนังตัวสำ คัญ ๆ มีชื่มีชื่อเป็น ป็ คำ สันสกฤต เช่น ฤาษี อิศอิวร ยักษ์ นุด (มนุษย์ = รูปที่เ ที่ป็น ป็ พระ ราชโอรสของเจ้า จ้ เมือ มื ง) ชื่อตัวประกอบที่เ ที่ป็น ป็ ภาษาบาลีสัลีสั นสกฤตก็มี ก็มี เช่น ทาสี เสหนา (เสนา) ๓. ลัก ลัษณะรูปหนังตัวสำ คัญๆ มีสัมีสั ญลัก ลัษณ์ของวัฒ วั นธรรมอินอิเดีย ดี เช่น พระราชาทรงศรหรือ รืไม่ก็ ม่ ท ก็ รง พระขรรค์เครื่อ รื่ งทรงของกษัตริย์ริย์ ก็เ ก็ป็น ป็ แบบอินอิเดีย ดี รูปประกอบก็บ ก็ อกลัก ลัษณะวัฒ วั นธรรมอินอิเดีย ดี เช่น ปราสาท ราชวัง วั ต้นรัง รั(ต้นสาละ) ๔.. ลัก ลัษณะนิสัยตัวละครบางตัวมีสัมีสั ญลัก ลัษณ์ของวัฒ วั นธรรมอินอิเดีย ดี เช่น พระอินอิทร์ค ร์ อยช่วยเหลือ ลื ผู้ ตกยาก มียั มียั กษ์เป็น ป็ ตัวมาร ตัวละครบางตัวมีค มี วามรู้ท รู้ างไสยศาสตร์ ๕. เนื้อเรื่อ รื่ งแบบโบราณจริงริๆ นิยมเล่น ล่ เรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์ตอนหลัง ลั แม้จ ม้ ะเล่น ล่ เรื่อ รื่ งอื่น อื่ ๆ แต่ในพิธีพิแ ธี ก้บ ก้ นจะ เล่น ล่ เรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์ ๕
ข้อ ข้สันนิษฐานที่เจ็ด จ็ (อุดอุม หนูทอง) มีท มี รรศนะเกี่ย กี่ วกับ กัประวัติ วัติความเป็น ป็ มาของหนังตะลุงลุว่า ว่ หนังตะลุงลุ เป็น ป็ การเล่น ล่ ที่ไที่ ด้รับ รั อิทอิธิพธิลมาจากวัฒ วั นธรรมพราหมณ์อย่างชัดเจน ดังจะเห็น ห็ได้จากขนบนิยมในการแสดง และหลัก ลัฐานอื่น อื่ ๆ ดังนี้ ๑. เรื่อ รื่ งที่แ ที่สดง ปรากฏจากคำ บอกเล่า ล่ และบทกลอนไหว้ค ว้ รูหนังหลายสำ นวนว่า ว่ เดิมทีห ที นังตะลุงลุเล่น ล่ เรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์ดังตัวอย่างกลอนไหว้ค ว้ รูของหนังอนันต์ต ต์ อนหนึ่งว่า ว่ "เรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์เล่น ล่ แต่ตอนปลาย หนุมานพานารายณ์ไปลงกา" ๒. ลำ ดับขั้น ขั้ ตอนในการแสดง มีก มี ารออกลิงลิดำ ลิงลิขาวหรือ รื ออกลิงลิหัว หั ค่ำ (ปัจ ปั จุบัจุน บั เลิกลิไปแล้ว ล้) ออกฤาษี ออกโค (ออกรูปพระอิศอิวรทรงโค) ออกรูปฉะ คือ รูปพระรามกับ กั ทศกัณ กัฐ์ต่อสู้กัสู้น กั(ปัจ ปั จุบัจุน บั เลิกลิไปแล้ว ล้) ธรรมเนียมเหล่า ล่ นี้แสดงร่อ ร่ งรอยของอิทอิธิพธิลพราหมณ์ทั้ง ทั้สิ้น สรุปประวัติความเป็นมาของหนังตะลุง ความเป็น ป็ มาของหนังตะลุงลุเป็น ป็สิ่งที่ไที่ ม่มี ม่ ห มี ลัก ลัฐานชัดเจน จากหลัก ลัฐานที่มี ที่ ก มี ารบัน บั ทึก ทึ หนังตะลุงลุเป็น ป็ การละเล่น ล่ ที่เ ที่ พิ่งพิ่มีก มี ารประดิษฐ์ขึ้น ขึ้ในรัชรัสมัย มั พระบาทสมเด็จพระจุลจุจอมเกล้า ล้ เจ้า จ้ อยู่หัยู่ว หัโดยชาวบ้า บ้ นที่บ้ ที่ า บ้ นควนพร้า ร้ ว จัง จั หวัด วั พัท พั ลุงลุได้เลีย ลี นแบบมาจากหนังของชวาเปลี่ย ลี่ นเป็น ป็ การแสดงเรื่อ รื่ งไทยๆ และมีก มี ารแสดงถวายหน้าพระที่นั่ ที่นั่งเป็น ป็ ครั้ง รั้ แรกในสมัย มั รัชรั การที่ ๕ ตั้งแต่นั้นเป็น ป็ ต้นมา ก็เ ก็ป็น ป็ ที่รู้ ที่รู้จั รู้ ก จั กัน กัในนามของหนังพัท พั ลุงลุหรือ รื หนังตะลุงลุ ๖
ลักษณะของรูปหนังตะลุง รูปหนังตะลุงลุแบบโบราณ มัก มั เป็น ป็สีดําตัวหนังจะยืนบนตัวพญานาค ต่อมาตัวหนังตะลุงลุในยุคยุหลัง ลั ตัว พญานาคจึง จึ หายไป และกลายมาเป็น ป็ ตัวหนังตะลุงลุระบายสีธรรมชาติ และมี ลัก ลัษณะการแต่งกายเหมือ มื นกับ กั คนจริงริๆ แต่ยังมีตั มีตั วหนังตะลุงลุอีก อี พวกหนึ่งที่ยั ที่ยั งคงทาสีดํา คือรูปกาก (ตัวตลก) เช่น เท่ง ท่ ทอง แก้ว ก้ หนูนุ้ย เมือ มื ง สะหม้อ ม้ บองหลา ฯลฯ ส่วนภาษาที่ใที่ช้เป็น ป็ ภาษาพื้น พื้ เมือ มื งภาคใต้ แต่หากเป็น ป็ รูปเชิด เช่น รูปพระ นาง ยักษ์ กษัตริย์ริย์ เทวดา ฯลฯ บทพากษ์เจรจามัก มัใช้ภาษากลาง ซึ่งเรีย รี กว่า ว่ ภาษาสิแนหรือ รื แหลงข้า ข้ หลวง คือภาษา เจ้า จ้ นาย ศิลปะในการสร้า ร้ งรูปหนังตะลุงลุของภาคใต้ในระยะเริ่มริ่แรกถ่า ถ่ ยทอดและยึดแบบมาจากรูปหนัง ภาย หลัง ลัได้ดัดแปลงปรับ รัปรุงไปตามท้อ ท้ งถิ่นถิ่และกาลเวลา รูปหนังที่เ ที่ป็น ป็ เพศชาย เช่น รูปหน้าบท เทวดา เจ้า จ้ เมือ มื ง นางเมือ มื ง กุมกุารหรือ รื เจ้า จ้ชายทั้ง ทั้ หลาย ยักษ์เมือ มื ง ลูกลูยักษ์ ฯลฯ หัน หั หน้าไปทางข้า ข้ งทั้ง ทั้ หมด ตัวละครสำ คัญ ๑.ฤาษี ฤาษีเป็น ป็ รูปครูที่มี ที่ ค มี วามขลัง ลั และศักดิ์สิทธิ์สธิ์ามารถป้อ ป้ งปัด ปั เสนียดจัญ จัไรและภยันตรายทั้ง ทั้ปวงทั้ง ทั้ช่วย ดลบัน บั ดาลให้ห ห้ นังแสดงได้ดีเ ดีป็น ป็ ที่ชื่ที่ชื่นชมของคนดู ๗ บทที่ ๒
๒.พระอิศอิ วร รูปพระอิศอิวร ถือ ถื เป็น ป็ รูปศักดิ์สิทธิ์ และเป็น ป็ เทพเจ้า จ้ แห่งห่ความบัน บั เทิงทิพระอิศอิวรจะทรงโคอุสุอุภสุราชหรือ รื นนทิ หนังเรีย รี กรูป พระอิศอิวรว่าว่รูปพระโค หรือ รื รูปโค หนังคณะใดสามารถเลือ ลื กหนังวัว วั ที่มี ที่ เ มี ท้า ท้ ทั้ง ทั้๔ เป็น ป็สีขาวโหนกสีขาว หน้าผากรูปใบโพสีขาว ขนหางสีขาว วัว วัประเภทนี้หายากมากถือ ถื เป็น ป็ มิ่งมิ่มงคล ตำ ราภาคใต้เรีย รี กว่าว่ตีน ตี ด่างหางดอก หนอกพาดผ้า ผ้ หน้าใบโพ เจ้า จ้ เมือ มื งหรือ รื พระราชา ในการแสดงจะเป็น ป็ พระบิดบิาของพระเอกหรือ รื นางเอก หรือ รื บางเรื่อ รื่ งเจ้า จ้ เมือ มื งอาจ จะมีบ มี ทบาทไม่ม ม่ ากนัก แต่ส่วนมากคณะหนังจะให้เ ห้ จ้า จ้ เมือ มื เป็น ป็ ตัวสำ คัญที่แ ที่ ละตัวชูโรง ๓.เจ้า จ้ เมือ มื ง ๘
๔.นางเมือ มื ง เป็น ป็ มเหสีของเจ้า จ้ เมือ มื งมีีบทบาทเป็น ป็ เพีย พี งผู้ตผู้ามแม้บ ม้ างครั้ง รั้ จะเห็น ห็ ว่าว่การที่เ ที่ จ้า จ้ เมือ มื ง สั่งลงโทษพระโอรสหรือ รื พระธิดธิา ไม่ เป็น ป็ การถูกถูต้องแต่มัก มั มิไมิด้คัดค้าน พระเอกในวรรณกรรมหนังตะลุงลุส่วนใหญ่จญ่ะเป็น ป็โอรสกษัตริย์ริย์ แต่บางเรื่อ รื่ งพระเอกอาจจะอยู่ใยู่นฐานะของลูกลูตายาย ซึ่งเป็น ป็ คนจน พระเอกจะมีคุ มี ณคุสมบัติ บัติเป็น ป็ ผู้มีผู้ค มี วามรู้ มีค มี วามสามารถ มีคุ มี ณคุธรรม มีอำ มี อำนาจวิเวิศษเหนือมนุษย์ธรรมดา มีข มี องวิเวิศษ เป็น ป็ อาวุธวุประจำ กายซึ่งอาจได้รับ รั จากฤาษีหรือ รื เทวดา ตัวเอกฝ่าฝ่ยชายส่วนใหญ่จญ่ะมีรู มีรูปร่าร่งงามสง่าง่กล้า ล้ หาญ แต่มัก มั จะเจ้า จ้ชู้มี ภรรยา มาก ๕.พระเอก ๙
๖.นางเบีย บี น นางเบีย บี น หรือ รื นางสองแขน หรือ รื อีท้ อี า ท้ ยเด้งหรือ รื นางกาข้า ข้ เป็น ป็ชื่อรูปหนังตะลุงลุตัวหนึ่ง เป็น ป็ ตัวนางฝ่าฝ่ยอธรรมรูปร่าร่ง ลัก ลัษณะ นางเบีย บี นมีห มี น้าตาขี้เ ขี้ หร่ ร่าร่งใหญ่ หน้าแบน คิ้วหยัก มัก มั มีไมีฝบนใบหน้า ผมยาวดัดลอนประบ่าบ่ก้น ก้ งอนเชิด แขนยาวเคลื่อ ลื่ นไหวได้ทั้ง ทั้สองข้า ข้ ง ลัก ลัษณะนิสัย นางเบีย บี นจะรับ รั บทเป็น ป็ ตัวโกงฝ่าฝ่ยหญิงญิโดยมากเป็น ป็ชายาฝ่าฝ่ยซ้ายของ เจ้า จ้ เมือ มื ง จะคบหากับ กั อำ มาตย์ผู้คิผู้คิดมิชมิอบต่อแผ่นผ่ดินคบหากับ กั ฤาษีผู้ไผู้ม่ตั้ม่ ตั้ งมั่น มั่ในธรรม เพื่อ พื่ แต่งกลและทำ คุณไสยให้เ ห้ จ้า จ้ เมือ มื งหลงรัก รั เข้า ข้ พระทัย ทั ผิดผิพระชายาฝ่าฝ่ยขวาลงโทษชายาฝ่าฝ่ยขวาและบุคบุคลอื่น อื่ ที่น ที่ างไม่ชม่อบ ตอนต้นเรื่อ รื่ งนางเบีย บี นจะ ทำ การได้สำ เร็จ ร็ แต่บั้น บั้ปลายเมื่อ มื่ ความจริงริทุกทุอย่างปรากฏชัด นางจะได้รับ รัโทษทัณ ทั ฑ์อ ฑ์ ย่างแสนสาหัสหั จากวรรณคดี เก่าก่ๆ ที่ห ที่ นังตะลุงลุนำ มา แสดง ตัวนางเบีย บี น ได้แก่นก่างจัน จั ทาในเรื่อ รื่ งสังข์ท ข์ อง และนางกาไวยในเรื่อ รื่ ง วรวงศ์ เป็น ป็ ต้น เวลาพูดพูแสดงอาการดัดจริตริลากเสียงแหยะ ๆ ก้อ ก้ ร่อร่ก้อ ก้ ติกไร้กิ ร้ ริกิยริาผู้ดีผู้ดี ลัก ลัษณะอาการทุกทุอย่าง ล้ว ล้ นเป็น ป็โทษสมบัติ บัติ และค่านิยมต่ำ ๑๐
๗.ยัก ยัษ์ ยักษ์เป็น ป็ ตัวละครที่มี ที่ ปมี รากฏในวรรณกรรมหนังตะลุงลุแทบทุกทุเรื่อ รื่ ง ยักษ์จะมีห มี ลายสถานภาพตั้งแต่กษัตริย์ริย์ ยักษ์ ธิดธิา ยักษ์ เสนายักษ์ ตลอดจนยักษีที่อ ที่ าศัยอยู่ใยู่นป่าป่หาสัตว์ป่ว์ าป่และผลไม้กิ ม้ นกิเป็น ป็ อาหารยักษ์มีรู มีรูปร่าร่งใหญ่โญ่ตน่ากลัว ลั มีเ มี ขี้ย ขี้ วงอก โง้ง ง้ มา นอกปาก ถือ ถืไม้ต ม้ ะบองเป็น ป็ อาวุธวุมีกิ มี ริกิยริาทะลึ่ง ลึ่ ตึงตัง ชอบทำ ลายระรานผู้อื่ผู้อื่น อื่ และมีค มี วามโลภ อยากได้อะไรก็ต้ ก็ต้ องได้ โดยไม่คำม่ คำนึง ถึง ถึ ความถูกถูผิดผิหรือ รื บาปกรรม ส่วนใหญ่มัญ่ก มั จะเป็น ป็ ผู้ร้ผู้า ร้ ยในเรื่อ รื่ ง แต่ช่วงปลายของเรื่อ รื่ งจะสำ นึกตัวกลับ ลั ตน เป็น ป็ คนดี ๑๑
ตัวตลก ตัวตลกหนังตะลุงลุหรือ รื ที่เ ที่ รีย รี กว่าว่ "รูปกาก" ส่วนใหญ่จญ่ะไม่ใม่ส่เสื้อ บางตัวนุ่งโสร่งร่ สั้นแค่เข่าข่บางตัวนุ่งกางเกง และส่วน ใหญ่จญ่ะมีอ มี าวุธวุประจำ ตัว ตัวตลกทุกทุตัวสามารถขยับมือ มื ขยับปากได้ หนังแต่ละคณะจะมีรู มีรูปตัวตลกไม่น้ม่ น้ อยกว่าว่๑๐ ตัว แต่ โดยปกติจะใช้แสดงในแต่ละเรื่อ รื่ งแค่ไม่เม่กินกิ ๖ ตัวเท่าท่นั้นงความถูกถูผิดผิหรือ รื บาปกรรม ส่วนใหญ่มัญ่ก มั จะเป็น ป็ ผู้ร้ผู้า ร้ ยในเรื่อ รื่ ง แต่ ช่วงปลายของเรื่อ รื่ งจะสำ นึกตัวกลับ ลั ตนเป็น ป็ คนดี ๑๒
๑. เท่ง ท่ เท่งท่เอาเค้ามาจากชาวบ้า บ้ นคนหนึ่งชื่อเท่งท่อยู่บ้ยู่า บ้ นคูขุคูดขุอำ เภอสะทิ้งทิ้พระ จัง จั หวัด วัสงขลา หนังจวนบ้า บ้ นคูขุคูดขุนำ มาตัดรูป ตลกเป็น ป็ ครั้ง รั้ แรก ต่อมาหนังคณะอื่น อื่ ๆ นำ ไปเลีย ลี นแบบ รูปร่าร่งผอมบางสูงสูท่อท่นบนยาวกว่าว่ท่อท่นล่าล่ง ผิวผิดำ ปากกว้า ว้ ง หัว หั เถิกถิผมงอหยิก ใบหน้าคล้า ล้ ยนกกระฮัง นิ้วมือ มื ขวายาวโตคล้า ล้ ยอวัย วั วะเพศผู้ชผู้าย นิ้งชี้กับ กั หัว หั แม่มืม่อ มืซ้ายงอหยิกเป็น ป็ วง เข้า ข้ หากัน กั นุ่งผ้า ผ้โสร่งร่ลายตาหมากรุก คาดพุงพุด้วยผ้า ผ้ ขะม้า ม้ไม่สม่วมเสื้อ ที่สที่ ะเอวเหน็บมีด มี อ้า อ้ ยครก (มีด มีปลายแหลมด้านงอ โค้งมีฝัมี ก ฝั) ชอบพูดพูจาโผงผาง ไม่เม่กรงใจใคร ขู่สำขู่สำทับ ทั ผู้อื่ผู้อื่น อื่ ล้อ ล้ เลีย ลี นเก่งก่เป็น ป็ คู่หูคู่กัหูบ กั อ้า อ้ ยหนูนุ้ย หนูนุ้ยนำ เค้ามาจากคนซื่อ ๆ แกมโง่ ผิวผิดำ รูปร่าร่งค่อนข้า ข้ งเตี้ย ตี้ พุงพุยานโย้คอตก ทรงผมคล้า ล้ ยแส้ม้า ม้ จมูกมู ปากยื่นออกไป คล้า ล้ ยกับ กัปากวัว วั มีเ มี ครายาวคล้า ล้ ยหนวดแพะ ใครพูดพูเรื่อ รื่ งวัว วั เป็น ป็ไม่พม่อใจ นุ่งผ้า ผ้โสร่งร่แต่ไม่มีม่ มี ลวดลาย ไม่สม่วมเสื้อ ถือ ถื มีด มี ตะไกรหนีบหมากเป็น ป็ อาวุธวุพูดพูเสียงต่ำ สั่นเครือ รื ดันขึ้น ขึ้ นาสิก ชอบคล้อ ล้ ยตามคน ยุยยุงส่งเสริมริแสดงความซื่อออกมาเสมอ ๒.หนูนุ้ย ๑๓
๓. ยอดทอง ยอดทอง เชื่อกัน กั ว่าว่เป็น ป็ชื่อคนจริงริชาวจัง จั หวัด วั พัท พั ลุงลุรูปร่าร่งอ้ว อ้ น ผิวผิดำ พุงพุย้อยก้น ก้ งอนขึ้นขึ้บนผมหยิกเป็น ป็ ลอน จมูกมูยื่น ปากบุ๋มบุ๋ เหมือ มื นปากคนแก่ไก่ม่มีม่ ฟัมี น ฟั หน้าเป็น ป็ แผลจนลายคล้า ล้ ยหน้าจระเข้ โครพูดพูถึงถึเรื่อ รื่ งจระเข้ไข้ ม่พม่อใจ นุ่งผ้า ผ้ ลายโจงกระเบน ไม่สม่วมเสื้อ เหน็บกริชริเป็น ป็ อาวุธวุประจำ กาย เป็น ป็ คนเจ้า จ้ชู้ ปากพูดพูจาโอ้อ อ้ วด ใจเสาะ ขี้ข ขี้ ลาด ชอบขู่หขู่ลอก พูดพูจาเหลวไหล ยกย่องตนเอง บ้า บ้ ยอ ชอบอยู่กัยู่บ กั นายสาว ที่มี ที่ สำมีสำนวนชาวบ้า บ้ นว่าว่ "ยอดทองบ้า บ้ นาย"นายยอดทองแสดงคู่กัคู่บ กั ตัวตลกอื่น อื่ ๆ ได้หลายตัว เช่น คู่กัคู่บ กั นายหลำ คู่กัคู่บ กั นายขวัญ วั เมือ มื ง คู่กัคู่บ กั นายพูนพูแก้ว ก้ คู่กัคู่บ กั นายดำ บ้า บ้ คู่กัคู่บ กั นายลูกลูหมี หรือ รื คู่กัคู่บ กั นายเสมีย มี น เป็น ป็ ต้น สีแก้ว ก้ เชื่อกัน กั ว่าว่เอาเค้ามาจากคนที่ชื่ที่ชื่อสีแก้ว ก้ จริงริๆ เป็น ป็ คนมีต มี ะบะ มือ มื หนักโกรธใครตบด้วยมือ มื หรือ รืชนด้วยศรีษรี ะ เป็น ป็ คนพูดพูจริงริทำ จริงริ สู้คสู้น ชอบอาสาเจ้า จ้ นายด้วยจริงริใจ ตักเตือ ตื นผู้อื่ผู้อื่น อื่ให้ปห้ ฏิบัฏิติ บัติดีปดี ฏิบัฏิติ บัติชอบตามทำ นองคลองธรรม รูปร่าร่ง อ้ว อ้ นเตี้ย ตี้ ผิวผิคล้ำ มีโมี หนกคอ ศรีษรี ะล้า ล้ น นุ่งผ้า ผ้โจงกระเบนลายตาหมากรุก ไม่สม่วมเสื้อ ไม่ถืม่อ ถื อาวุธวุใด ๆ ใครพูดพูล้อ ล้ เลีย ลี น เกี่ย กี่ วกับ กั เรื่อ รื่ งพระ เรื่อ รื่ งร้อ ร้ น เรื่อ รื่ งจำ นวนเงินงิมากๆ จะโกรธทัน ทั ที พูดพูช้า ๆ ชัดถ้อ ถ้ ยชัดคำ มีเ มี พื่อ พื่ นคู่หูคู่คืหูคื อนายยอดทอง ๔.สีแก้ว ก้ ๑๔
๕.สะหม้อ ม้ สะหม้อ ม้ หนังกั้น กั้ ทองหล่อล่นำ มาจากคนจริงริโดยได้รับ รั อนุญาตจากชาวอิสอิลามชื่อสะหม้อ ม้ อยู่บ้ยู่า บ้ นสะกอม อำ เภอจะนะ จัง จั หวัด วั สงขลา ต่อมาหนังตะลุงลุอื่น อื่ ๆ ที่นำ ที่นำ ไปเลีย ลี นแบบ รูปร่าร่งอ้า อ้ ยสะหม้อ ม้ หลัง ลัโกง มีโมี หนกคอ คางย้อย ลงพุงพุรูปร่าร่งเตี้ย ตี้ สวมหมวกแขก นุ่งผ้า ผ้โสร่งร่ ไม่สม่วมเสื้อ พูดพูล้อ ล้ เลีย ลี นผู้อื่ผู้อื่น อื่ได้เก่งก่ค่อนข้า ข้ งอวดดี นับถือ ถืศาสนาอิสอิลามแต่ชอบกินกิหมู ชอบดื่ม ดื่ เหล้า ล้ พูดพูสำ เนียงเนิบ นาบ รัว รัปลายลิ้ ขวัญ วั เมือ มื ง ไม่มีม่ ปมี ระวัติ วัติความเป็น ป็ มาเป็น ป็ ตัวตลกเอกของหนังจัน จั ทร์แ ร์ ก้ว ก้ จัง จั หวัด วั นครศรีธ รี รรมราช คนในถิ่นถิ่นั้นเขา เรีย รี กว่าว่ "ลุงลุขวัญ วั เมือ มื ง"แสดงว่าว่ ได้รับ รั การยกย่องจากคนในท้อ ท้ งถิ่นถิ่อย่างสูงสูเหมือ มื นกับ กั เป็น ป็ คนสำ คัญผู้หผู้นึ่ง ใบหน้าของ ขวัญ วั เมือ มื งคล้า ล้ ยแพะ ผมบางหยิกเล็ก ล็ น้อย ผิวผิดำ หัว หั เถิกถิจมูกมูโด่งโตยาว ปากกว้า ว้ ง พุงพุยานโย้ ก้น ก้ เชิด ปลายนิ้งชี้คล้า ล้ ย นิ้วมือ มื อ้า อ้ ยเท่งท่นุ่งผ้า ผ้ พื้น พื้ ดำ คาดเข็ม ข็ ขัด ขัไม่สม่วมเสื้อ เป็น ป็ คนซื่อ บางครั้ง รั้ แฝงไว้ซึ่ว้ซึ่งความฉลาด ชอบสงสัยเรื่อ รื่ งของผู้อื่ผู้อื่น อื่ พูดพูจาเสียงหวาน หนังจัง จั หวัด วัสงขลาได้นำ แสดงคู่กัคู่บ กัสะหม้อ ม้ หนังจัง จั หวัด วั นครศรีธ รี รรมราช แถวอำ เภอเชียรใหญ่ หัว หัไทร ปากพนัง ท่าท่ ศาลา ให้แ ห้สดงคู่กัคู่บ กั ยอดทอง หนังพัท พั ลุงลุตรัง รั นิยมให้เ ห้ป็น ป็ ตัวบอกเรื่อ รื่ งเฝ้า ฝ้ประตูเตูมือ มื ง ออกตีฆ้ ตี อ ฆ้ ง ร้อ ร้ งป่าป่ว ๖.ขวัญ วั เมือ มื ง ๑๕
๗. ผู้ใ ผู้ หญ่พู ญ่ น พู ผู้ใผู้หญ่พูญ่นพูน่าจะเลีย ลี นแบบมาจากผู้ใผู้หญ่บ้ญ่า บ้ นคนใดคนหนึ่ง รูปร่าร่งสูงสูใหญ่ จมูกมูยาวคล้า ล้ ยตะขอเกี่ย กี่ วมะพร้า ร้ ว ศรีษรี ะล้า ล้ น มีผ มี ม เป็น ป็ กระจุกจุรูปสี่เหลี่ย ลี่ มผืน ผื ผ้า ผ้ ตรงกลางกลวงอยู่ กลางพุงพุโย้ย้อยยาน ตะโพกใหญ่ขญ่วิดวิขึ้นขึ้บน เพื่อ พื่ นมัก มั จะล้อ ล้ เลีย ลี นว่าว่บนหัว หั ติดงวง ถัง ถั ตักน้ำ สันหลัง ลั เหมือ มื นเขาพับ พั ผ้า ผ้(อยู่รยู่ะหว่าว่งพัท พั ลุงลุ-ตรัง รั) นุ่งผ้า ผ้โจงกระเบน ไม่มีม่ล มี วดลาย ชอบยุยยุง โม้โม้ อ้อ อ้ วด เห่อห่ยศ ขู่ตขู่ะคอกผู้ อื่น อื่ให้เ ห้ กรงกลัว ลั ธาตุิแตุิท้เ ท้ป็น ป็ คนขี้ข ขี้ ลาดตาขาวชอบแสแสร้ง ร้ปั้น ปั้ เรื่อ รื่ งฟ้อ ฟ้ งเจ้า จ้ นาย ส่วนมากเป็น ป็ คนรับ รัใช้อยู่เยู่มือ มื งยักษ์หรือ รื กับ กัฝ่าฝ่ยโกง พูดพูช้า ๆ หนีบจมูกมู โถ เอาเค้ามาจากจีน จี บ๋าบ๋บา ชาวพัง พั บัว บั อำ เภอสะทิ้งทิ้พระ จัง จั หวัด วัสงขลา รูปร่าร่ง มีศมี รีษรี ะค่อนข้า ข้ งเล็ก ล็ ตาโตถลน ปาก กว้า ว้ ง ริมริฝีปฝี ากล่าล่งเม้ม ม้ เข้า ข้ใน ส่วนท้อ ท้ งตึง อกใหญ่เญ่ป็น ป็ รูปโค้ง สวมหมวกมีก มี ระจุกจุข้า ข้ งบน นุ่งกางเกงถลกขา ถือ ถื มีด มี บัง บั ตอเป็น ป็ อาวุธวุชอบร้อ ร้ งรำ ทำ เพลง ขี้ข ขี้ ลาดตาขาว โกรธใครไม่เม่ป็น ป็ ถือ ถื เอาเรื่อ รื่ งกินกิเป็น ป็ เรื่อ รื่ ง ใหญ่ ใครจะพูดพูเรื่อ รื่ งอะไรก็ต ก็ าม อ้า อ้ ยโถจะชักเรื่อ รื่ งที่พู ที่ ดพูวกเข้า ข้ หาเรื่อ รื่ งกินกิเสมอ ๘.โถ ๑๖
๙.แก้ว ก้ กบ แก้ว ก้ กบหรือ รื ลูกลูหมี เป็น ป็ ตัวตลกเอกของหนังจัง จั หวัด วั นครศรีธ รี รรมราช รูปร่าร่งอ้ว อ้ น ปากกว้า ว้ งคล้า ล้ ยกบ ชอบ สนุกสนาน พูดพูจากไม่ชัม่ ชั ด หัว หั เราะเก่งก่ ชอบพูดพูคำ ศัพท์ที่ ท์ที่ผิ ที่ ดผิๆ เช่น อาเจีย จี นมะขาม (รากมะขาม) ข้า ข้ วหนาว (ข้า ข้ วเย็น) ชอบร้อ ร้ งบทกลอน แต่ขาดสัมผัสผั เพื่อ พื่ คู่หูคู่คืหูคื อนายยอดทอง ตัวตลกหนังตะลุงลุ เป็น ป็ ตัวละครที่มี ที่ ค มี วามสำ คัญอย่างยิ่งและเป็น ป็ ตัวละครที่"ขาดไม่ไม่ ด้" สำ หรับ รั การแสดงหนังตะลุงลุ บทตลกคือเสน่ห์ห ห์ รือ รืสี สั น ที่น ที่ ายหนังจะสร้า ร้ งความประทับ ทัใจให้กั ห้ บ กั คนดู เมื่อ มื่ การแสดงจบลงสิ่งที่ผู้ ที่ ชผู้มจำ ได้และยังเก็บ ก็ ไปเล่าล่ต่อก็คื ก็คื อบทตลก นายหนังตะลุงลุคนใดที่สที่ ามารถสร้า ร้ งตัวตลกได้มีชีมีชี วิตวิชีวาและน่าประทับ ทัใจ สามารถทำ ให้ผู้ ห้ชผู้มนำ บทตลกนั้นไปเล่าล่ขานต่อได้ไม่รู้ม่รู้จ รู้ บ ก็ถื ก็ อ ถื ว่าว่เป็น ป็ นายหนังที่ปที่ ระสบความสำ เร็จ ร็ในอาชีพโดยแท้จ ท้ ริงริ ในการแสดงประเภท อื่น อื่ ๆ ตัวละครที่โที่ ดดเด่นและติดตาตรึง รึใจผู้ชผู้มที่สุที่ ดสุมัก มั จะเป็น ป็ พระเอก นางเอก แต่สำ หรับ รั หนังตะลุงลุตัวละครที่จ ที่ ะอยู่ใยู่น ความทรงจำ ของคนดูไดูด้นานที่สุที่ ดสุก็คื ก็คื อตัวตลก มีเ มี หตุผตุลหลายประการ ที่ทำ ที่ ทำให้บ ห้ ทตลกของหนังตะลุงลุติดตรึง รึใจผู้ชผู้มได้ มากกว่าว่บทพระเอกหรือ รื นางเอก ๑๗
องค์ประกอบในการแสดงหนัง ตะลุง ลุ ๑.คณะหนังตะลุง ลุ หนังตะลุงลุคณะหนึ่งเรีย รี กว่า ว่ ๑ โรง ในสมัย มั ก่อ ก่ นคณะหนังตะลุงลุมีปมี ระมาณ ๙-๑๒ คน ประกอบด้วย นาย หนัง (ผู้เผู้ล่น ล่ ) ๒ คนนั่งทาง หัว หั หยวก (ส่วนโคนของต้นกล้ว ล้ ยที่ใที่ช้ปัก ปั รูปหนัง) สำ หรับ รั พากย์รูปพระ รูปนางคน หนึ่งนั่งทางปลายหยวก สำ หรับ รั พากย์ยักษ์ ตัวตลกและ ตัวเบ็ด บ็ เตล็ด ล็ อื่น อื่ ๆ นายหนังทั้ง ทั้สองจึง จึ เรีย รี กกัน กัในสมัย มั ก่อ ก่ นว่า ว่ หัว หั หยวก - ปลายหยวก มีลู มี กลูคู่คคู่รบตามเครื่อ รื่ งดนตรี คือ คนตีทั ตี บ ทั ๒ คน (ต่อมาใช้คนเดีย ดี วตีทั ตี บ ทั ๒ ลูกลู ) กลอง ๑ คน ปี่ ๑ คน โหม่ง ม่ ๑ คน ฉิ่งฉิ่๑ คน กรับ รั ๑ คน (ตอนหลัง ลั คนตีโตี หม่ง ม่ ฉิ่งฉิ่และกรับ รัใช้คนเดีย ดี ว) และมีห มี มอทางไสยศาสตร์ปร์ ระจำ โรงอีก อี 1 คน ซึ่งเรีย รี กว่า ว่ หมอกบโรง ต่อมา เยี่ยมยง สุรสุกิจกิบรรหาร เล่า ล่ ว่า ว่ ระยะต่อมาหนังบัว บั(ประมาณ ๕๐-๖๐ ปีม ปี าแล้ว ล้) แห่ง ห่ เมือ มื ง นครศรีธ รี รรมราชเริ่มริ่คิดเล่น ล่ คนเดีย ดี ว คือทั้ง ทั้ พากย์และเชิดเอง หนังรุ่น รุ่ หลัง ลั จึง จึ เอาอย่างและปฎิบัฎิติ บัติสืบทอดมา จนถึง ถึ ทุกทุวัน วั นี้ ชื่อของคณะหนังตะลุงลุเรีย รี กชื่อตามนายหนังและนิยมต่อด้วย สร้อ ร้ ยนาม ซึ่งตั้งขึ้น ขึ้ในลัก ลัษณะต่างๆ กัน กั เช่น ตั้งตามชื่อตัวตลกที่เ ที่ ด่นสุดสุของคณะ เช่น หนังอิ่มอิ่เท่ง ท่ หนังช่วงดิก หนังปล้อ ล้ งไอ้ลู อ้ กลูหมี หนังแสงโถ ฯลฯ ตั้งตามคุณคุสมบัติ บัติที่ดี ที่ เ ดี ด่นของนายหนัง เช่น หนังแคล้ว ล้ เสียงทอง หนังจูลี่จูลี่เ ลี่สียงเสน่ห์ (เสียงดี)ดี หนังขำ พัน พั วาว (ตลกเก่ง ก่ ), ตั้งตามถิ่นถิ่อยู่ (มัก มั ตั้งในกรณีที่น ที่ ายหนังมีชื่มีชื่อตรงกัน กั) เช่น หนังเอี่ย อี่ มเกาะยอ (เกาะยออำ เภอเมือ มื ง สงขลา) หนังเอี่ย อี่ มเสื้อเมือ มื ง(บ้า บ้ นเสื้อเมือ มื ง อำ เภอสทิงทิพระ, จัง จั หวัด วัสงขลา) เป็น ป็ ต้น ๑๘ บทที่ ๓
องค์ประกอบในการแสดงหนัง ตะลุง ลุ ๒.เครื่อ รื่ งดนตรีข รี องหนังตะลุงลุ หนังตะลุงลุคณะหนึ่งมีเ มี ครื่อ รื่ งดนตรีปรี ระกอบการเล่นล่ ประมาณ ๖ อย่าง คือ ๑. กลอง ๑ ลูกลู (เป็น ป็ กลองขนาดเล็ก ล็ มีห มี นังหุ้มหุ้สองข้า ข้ ง หน้ากลองเส้นผ่าผ่นศูนศูย์กลางกว้า ว้ งประมาณ ๘-๑๐นิ้ว หัว หั-ท้า ท้ ยเล็ก ล็ กว่าว่ตรงกลางเล็ก ล็ น้อย กลองมีค มี วามยาวประมาณ ๑๐-๒๐ นิ้ว ใช้ไม้ตี ม้ตี๒ อัน อั) ๒ ทับ ทั๒ ลูกลู (๑ คู่)คู่ในสมัย มั ก่อก่นดนตรีห รี ลัก ลั มีทั มี บ ทั ๑ คู่สำคู่สำหรับ รั คุมคุจัง จั หวะและเดินทำ นอง (ทับ ทั ทำ ด้วยไม้ กลึงลึและเจาะข้า ข้ งใน ลัก ลัษณะคล้า ล้ ยกลองยาวแต่ส่วนท้า ท้ ยสั้นกว่าว่และขนาดย่อมกว่าว่หุ้มหุ้ด้วยหนังบางๆ เช่น หนังค่าง) ทับ ทั ทั้ง ทั้๒ ลูกลูนี้มีข มี นาดต่างกัน กั เล็ก ล็ น้อยเพื่อ พื่ให้ไห้ ด้เสียงต่างกัน กั และสมัย มั ก่อก่นมีข มี นาดโตกว่าว่ ปัจ ปั จุบัจุน บั ๓. ฉิ่งฉิ่๑ คู่ ๔.โหม่งม่๑ คู่ เสียงสูงสูลูกลูหนึ่ง ใช้สำ หรับ รัประกอบเสียงขับ ขั กลอน (โหม่งม่ทั้ง ทั้ คู่ แขวนตรึงรึขนานกัน กั อยู่ใยู่นราง ไม้ รูปสี่เหลี่ย ลี่ มผืน ผื ผ้า ผ้ ตัวโหม่งม่ทำ ด้วยทองเหลือ ลื งหรือ รื ทองแดง ถ้า ถ้ หล่อล่กลมแบบฆ้อ ฆ้ งขนาดฆ้อ ฆ้ งวงเรีย รี กว่าว่ "โหม่งม่หล่อล่ "ถ้า ถ้ ทำ เป็น ป็ รูปสี่เหลี่ย ลี่ มผืน ผื ผ้า ผ้ แล้ว ล้ ดุนดุให้ส่ห้ส่วนที่จ ที่ ะตีสูตี งสูกลมขึ้นขึ้กลางแผ่นผ่เรีย รี กว่าว่ โหม่งม่ ฟาก) ๕. ปี่ ๑ เลา ๖. กรับ รั หรือ รื แกระ ๑ คู่ (ใช้เคาะรางกับ กัโหม่งม่ ) สำ หรับ รัประกอบจัง จั หวะ บางคณะอาจจะมีซมี ออีก อี ๑ สาย เป็น ป็ซอด้วงมากกว่าว่ ซออู้ เพราะเสียงเข้า ข้ กับ กั เสี่ยงปี่ไปี่ ด้ การบรรเลงดนตรี นอกจากโหมโรง (ชาวใต้เรีย รี กว่าว่ลงโรง) แล้ว ล้ ก็บ ก็ รรเลงสลับ ลัไปตลอดการแสดง มัก มั บรรเลงตอนขับ ขั กลอน ตอนเจรจาจะหยุดยุบรรเลง (อาจจะตีเ ตี ครื่อ รื่ งให้จั ห้ ง จั หวะประกอบบ้า บ้ ง) เพลงที่ใที่ช้บรรเลง คือ เพลงโหมโรงใช้เพลงทับ ทั ตอนดำ เนินเรื่อ รื่ งใช้เพลงทับ ทั บ้า บ้ ง เพลงปี่บ้ ปี่ า บ้ ง (เพลงทับ ทั คือ เพลงที่ถื ที่ อ ถื เอาจัง จั หวะทับ ทั เป็น ป็ เอก เพลงปี่คื ปี่คื อเพลงที่ใที่ช้ปี่เ ปี่ ดินทำ นองเพลงซึ่งโดยมากใช้เพลงไทยเดิม แต่ปัจ ปั จุบัจุน บัใช้ เพลงไทยสากลและเพลงสากลก็มี ก็มี ปัจ ปั จุบัจุน บั หนังตะลุงลุนิยมนำ เครื่อ รื่ งดนตรีสรี ากลเข้า ข้ มาประสม เช่น บางคณะใช้กลองดนตรีสรี ากล ไวโอลินลิ กีต กี าร์ ออร์แ ร์ กน แทนเครื่อ รื่ งดนตรีเ รี ดิม ซึ่งเป็น ป็สิ่งที่น่ ที่น่าเสียดายยิ่ง ๑๙
องค์ประกอบในการแสดงหนัง ตะลุง ลุ ๓.โรงและอุป อุ กรณ์ประกอบโรง โรงหนังตะลุงลุต้องยกเสา ๔ เสา (ใช้ไม้ค้ำ ม้ค้ำ เพิ่มพิ่จากเสาได้) ขนาดโรงประมาณ ๒.๓ X ๓ เมตร พื้น พื้ ยก สูงสูเลยศีรษะผู้ใผู้หญ่เ ญ่ ล็ก ล็ น้อย และให้ล ห้ าดต่ำ ไปข้า ข้ งหน้านิดหน่อย หลัง ลั คาเป็น ป็ แบบเพิงพิหมาแหงน กั้น กั้ ด้านข้า ข้ ง และด้านหลัง ลั อย่างหยาบๆ ด้านหลัง ลั ทำ ช่องประตูพตูาดบัน บัไดขึ้น ขึ้โรง ด้านหน้าใช้ผ้า ผ้ ขาวบางขึง ขึ เป็น ป็ จอ จอก ว้า ว้ งและยาวประมาณ ๕* ๑๐ฟุตฟุในโรงมีต มี ะเกีย กี งน้ำ มัน มัไขสัตว์ห ว์ รือ รื ตะเกีย กี งน้ำ มัน มั มะพร้า ร้ ว หรือ รื ตะเกีย กี งเจ้า จ้ พายุหยุรือ รื ดวงไฟแขวนไว้ใว้ กล้จ ล้ อสูงสูจากพื้น พื้ ราว ๑ ฟุตฟุเศษและห่า ห่ งจากจอราว ๑ ศอก นอกจากนี้ยังมีต้ มีต้ น กล้ว ล้ ยวางไว้ข้ ว้ า ข้ งฝาทั้ง ทั้สองข้า ข้ งของโรง เพื่อ พื่ไว้ปัว้ ก ปั พัก พั รูปหนัง ประเภทรูปเบ็ด บ็ เตล็ด ล็ ส่วนบนเพดานโรงจะมี เชือกขึง ขึไว้สำว้สำหรับ รั แขวนรูปหนังประเภทรูปที่สำที่สำคัญซึ่งมีรู มีรูปพระ รูปนาง เป็น ป็ ต้น สำ หรับ รั จอหนัง ทำ ด้วยผ้า ผ้ ขาว รูปสี่เหลี่ย ลี่ มขนาดประมาณ ๑.๘ x ๒.๓ เมตรทั้ง ทั้๔ ด้านมอบริมริ ด้วยผ้า ผ้สี เช่น แดง น้ำ เงินงิขนาดกว้า ว้ ง ๔ - ๕ นิ้ว มีห่ มี ว ห่ งผ้า ผ้ เรีย รี กว่า ว่ หูรหูามเย็บไว้เ ว้ป็น ป็ ระยะโดยรอบ หูรหูาม แต่ละอัน อั จะผูกผูเชือกยาวประมาณ ๒ ฟุตฟุ๕ นิ้ว เรีย รี กว่า ว่ หนวดราม สำ หรับ รั ผูกผูขึง ขึไปประมาณ ๑ ฟุตฟุจะตี ตะเข็บ ข็ นัยว่า ว่ เป็น ป็ เส้นแบ่ง บ่ แดนกับ กั แดนมนุษย์ เวลาเชิดรูปมีเ มี ฉพาะรูปฤาษี เทวดา และรูปที่มี ที่ ฤ มี ทธานุภาพ เท่า ท่ นั้นที่เ ที่ชิดเลยเส้นนี้ได้ ๒๐
องค์ประกอบในการแสดงหนัง ตะลุง ลุ ๔.รูปหนัง หนังตะลุงลุคณะหนึ่งๆ มีรู มีรูปหนังประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ ตัว รูปหนังตะลุงลุที่ทุ ที่ กทุคณะจะต้องมีไมี ด้แก่ ฤาษี พระอิศอิวร ปรายหน้าบท เจ้า จ้ เมือ มื ง พระ นาง ตัวตลก เทวดา รูปเหล่า ล่ นี้จะมีห มี น้าตาทำ นองเดีย ดี วกัน กั ทุกทุ คณะ โดยเฉพาะตัวตลกแทบไม่มี ม่ อ มี ะไรผิดผิเพี้ย พี้ นกัน กั เลย นอกจากรูปดังกล่า ล่ วแล้ว ล้ แต่ละคณะจะตัดรูป เบ็ด บ็ เตล็ด ล็ส่วนหนึ่ง เช่น สัตว์ต่ ว์ต่ างๆ ต้นไม้ ภูเภูขา ภูตภูผี ยานพาหนะ อาวุธวุเป็น ป็ ต้น ทั้ง ทั้ นี้ขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่บ กั นิยายที่ใที่ช้ แสดงรูปหนังจะจัด จั เก็บไว้ใว้ น แผงหนัง โดยวางเรีย รี งอย่างเป็น ป็ ระเบีย บี บและตามศักดิ์ของรูป นั่นคือ เอารูป เบ็ด บ็ เตล็ด ล็ และรูปตลกที่ไที่ ม่สำม่ สำคัญซึ่งเรีย รี กรวมกัน กั ว่า ว่ รูปกาก ไว้ล่ ว้ า ล่ ง ถัด ถั ขึ้น ขึ้ มาเป็น ป็ รูปยักษ์ พระ นาง เจ้า จ้ เมือ มื ง ตัวตลกสำ คัญ รูปปรายหน้าบท พระอิศอิวร และฤาษี ตามลำ ดับ ถ้า ถ้ มีรู มีรูปศักดิ์สิทธิ์สำธิ์สำหรับ รัไว้บู ว้ชบูา ไม่ใม่ช่ใช้เล่น ล่ ด้วย รูปนี้จะเก็บแยกต่างหาก เช่น ใส่ในถุงผ้า ผ้ซึ่งตัดเย็บขึ้น ขึ้ เฉพาะ เมื่อ มื่ไปเล่น ล่ ที่ไที่ หนก็แขวนรูป ไว้บ ว้ นหัว หั เสาโรง ๒๑
องค์ประกอบในการแสดงหนัง ตะลุง ลุ ๕.โอกาสที่เล่น ล่ หรือ รื แสดงหนังตะลุง ลุ สมัย มั ก่อ ก่ นหนังตะลุงลุไม่นิ ม่ นิยมเล่น ล่ ในงานมงคล ส่วนใหญ่จ ญ่ ะเล่น ล่ ในงานนักขัต ขั ฤกษ์และงานสนุกทั่ว ทั่ไปหรือ รื เล่น ล่ เพื่อ พื่ประกอบพิธีพิก ธี รรมสำ หรับ รั แก้บ ก้ น แต่ปัจ ปั จุบัจุน บั เล่น ล่ ได้ทุกทุงาน เวลาที่เ ที่ ล่น ล่ เริ่มริ่ตั้งแต่ประมาณ ๒๑.๐๐นาฬิกฬิา พัก พั เที่ย ที่ งคืน ๑ ชั่วโมง แล้ว ล้ เล่น ล่ ต่อไปจนรุ่ง รุ่ สาง แต่ถ้า ถ้ในงานนั้นมีก มี ารละเล่น ล่ หลายอย่าง หนังตะลุงลุมัก มั จะเล่น ล่ ตอนมหรสพอื่น อื่ เลิกลิแล้ว ล้ นั่นคือเล่น ล่ ตั้งแต่เที่ย ที่ งคืนไปจนสว่า ว่ ง ๒๒
๑. พิธีพิเ ธี บิกบิโรง หนังตะลุงลุจะ นำ อุปอุกรณ์การแสดงทั้ง ทั้ หมดขึ้น ขึ้ ทางหน้าโรงหนัง ส่วนผู้ แสดงขึ้น ขึ้ ทางหลัง ลัโรงหนัง มีก มี ารตั้งเครื่อ รื่ ง และเบิกบิรูปหนังจัด จัให้เ ห้ป็น ป็ ระเบีย บี บ เจ้า จ้ ภาพจัด จั หมาก พลู ธูปเทีย ที นและอื่น อื่ ๆ ตามลัก ลัษณะของงานให้น ห้ ายหนัง ทำ พิธีพิเ ธี บิกบิโรง ๒. การโหมโรง คือการบัน บั เลงดนตรีก่ รี อ ก่ นการ แสดง นายหนังเป็น ป็ ผู้ปผู้ระเดิมในการ โหมโรงโดยการ ตีก ตี ลองนำ ลูกลูคู่ ๓. การออกลิงลิหัว หั ค่ำ หนังโบราณ จะออกลิงลิหัว หั ค่ำ ก่อ ก่ นฤาษี ปัจ ปั จุบัจุน บัไม่นิ ม่ นิยมอาจมีบ้ มี า บ้ งใน งานแก้บ ก้ น ๔. ออกฤาษี ฤาษีเป็น ป็ ตัวแทนครูหนัง เมื่อ มื่ เชิดรูปออก มัก มัปฏิบัฏิติ บัติดังนี้ ตั้งนโม 3 จบ ชุมนุมเทวดา ตั้งบทธรณีสาร ๕. ออกโคหรือ รื พระอิศอิวร เป็น ป็ ตัวแทนเทพเจ้า จ้ แห่ง ห่ ศิลปการ ร่า ร่ ยรำ แสดงถึง ถึ การรับ รั เอา วัฒ วั นธรรมอินอิเดีย ดี อย่างชัดเจน ๖. ออกรูป(อภิ)ภิปรายหน้าบท เป็น ป็ ตัวแทนนายหนัง กล่า ล่ วไหว้ค ว้ รู สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ธิ์ทั้ ง ทั้ หลาย ตลอดจนเจ้า จ้ ภาพและผู้ชผู้ม ๗. บอกเรื่อ รื่ ง มัก มั จะใช้รูปนายขัว ขั ญเมื่อ มื่ ง บอกให้ผู้ ห้ชผู้มทราบว่า ว่ คืนนี้จะแสดงเรื่อ รื่ งอะไร ๘. ตั้งเมือ มื ง เป็น ป็ การเปิดปิเรื่อ รื่ งโดยการเอารูปเจ้า จ้ เมือ มื งอัน อั เป็น ป็ เมือ มื งสำ คัญของเรื่อ รื่ ง แล้ว ล้ ดำ เนินเรื่อ รื่ งต่อไปจนกระทั่ง ทั่ เลิกลิ ขนบนิยมในการเล่น ล่ ๒๓ บทที่ ๔
ช่างแกะหนังลุงลุมีค มี วามสำ คัญ เพราะได้ช่วยบัน บั ทึก ทึ ของการเปลี่ย ลี่ นแปลงให้สัห้สั งคมของภาคใต้ อย่างชัดเจน เช่น การแต่งกาย ทรงผม อาวุธวุประจำ กาย เป็น ป็ ต้น ในสมัย มัโบราณหนังตะลุงลุของไทย แสดงเรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์ ตัวหนังทั้ง ทั้ ที่เ ที่ป็น ป็ มนุษย์ และยักษ์ทรงเครื่อ รื่ ง โบราณสวมมงกุฎกุเหยียบนาค มี อาวุธวุประจำ กายคือ พระขรรค์และคันศร ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูต่ดูต่ อมา เมื่อ มื่ หนังตะลุงลุเลิกลิ แสดงรามเกีย กี รติ์ ภาพหนังตะลุงลุก็มี ก็ ก มี ารเปลี่ย ลี่ นแปลงด้วย เจ้า จ้ เมือ มื งนางเมือ มื ง (ราชา ราชินี) สวม มงกุฎกุไม่เ ม่ หยียดนาค ส่วนพระเอกนางเอก ไว้จุ ว้ กจุเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ การแกะรูปหนังตะลุง ลุ การแกะหนังยุค ยุ เก่า ก่ การเปลี่ย ลี่ นแปลงรูปแบบการผลิตลิหนังตะลุงลุได้เริ่มริ่มีขึ้ มีขึ้ น ขึ้ในช่วง พ.ศ.๒๕๐๓กล่า ล่ วคือการ ผลิตลิหนังตะลุงลุสมัย มัโบราณ ช่างแกะหนังตัดรูปให้น ห้ ายหนังนำ ไปแสดงเพีย พี งอย่างเดีย ดี ว ช่างแกะหนัง ตะลุงลุของตัวเอง โดยไม่มี ม่ ก มี ารลอกเลีย ลี นกัน กั เหมือ มื นในปัจ ปั จุบัจุน บั นี้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๓ เป็น ป็ ต้นมามีชมี าวต่างชาติ เข้า ข้ มาเที่ย ที่ วในเมือ มื งไทยมากขึ้น ขึ้ ภาพหนังตะลุงลุ กลายเป็น ป็สินค้าของภาคใต้และประเทศไทย ทำ รายได้ให้ปห้ ระเทศปีล ปี ะรายพัน พั ร้อ ร้ ยล้า ล้ น ในขณะที่ การแสดง หนังตะลุงลุซบเซาลงไป แต่การผลิตลิหนังตะลุงลุยังเป็น ป็ ที่ต้ ที่ต้ องการของตลาดทั้ง ทั้ชาวไทยและ ต่างชาติที่เ ที่ ห็น ห็ คุณคุค่าของตัวหนังตะลุงลุได้นำ มาประดับตกแต่งบ้า บ้ นเรือ รื น ช่างแกะหนังจึง จึ มีม มี ากขึ้น ขึ้ และปัจ ปั จุบัจุน บัสามารถเลี้ย ลี้ งครอบครัว รัได้เป็น ป็ อย่างดีเ ดีช่นอาชีพอื่น อื่ วิวั วิ ฒ วั นาการการแกะหนัง รูปการแกะหนัง ๒๔ บทที่ ๕
ขั้น ขั้ เตรีย รี มหนัง หนังสัตว์ที่ ว์ที่ช่ที่ช่ างนิยมนำ มาแกะรูปหนังมี ๒ อย่าง คือ หนังวัว วั และหนังควาย เพราะหนังมีค มี วามหนาพอเหมาะ เหนียวทนทาน เมื่อ มื่ฟอกแล้ว ล้ จะโปร่ง ร่ แสง ครั้น รั้ ระบายสีและนำ ออกเชิดบนจอ (สำ หรับ รั หนังตะลุงลุ ) จะให้สีห้สีสั นสวยงาม ดูโดูปร่ง ร่ ไม่มื ม่ ด มื ทึบ ทึ อีก อี อย่างหนึ่งหนังวัว วั หนัง ควายไม่บิ ม่ ดบิงอหรือ รื พับ พั ง่า ง่ ยๆ เมื่อ มื่ ออกเชิดจึง จึ บัง บั คับการเคลื่อ ลื่ นไหวให้ ตัวหนังแสดงอิริอิยริาบถได้ดี และสมจริงริ สำ หรับ รั หนังสัตว์อื่ ว์อื่น อื่ ๆ เช่นหนังค่าง หนังอีเ อี ก้ง ก้ หนังหมี หนังเสือ ฯลฯ ก็ใก็ช้แกะรูปหนัง ได้แต่หนังสัตว์พ ว์ วกนี้ค่อนข้า ข้ งจะทึบ ทึ แสง ช่างจึง จึใช้แกะรูปที่ไที่ ม่ต้ ม่ ต้ องการโชว์ล ว์ ายแกะฉลุแลุละสี สั นของ ตัวหนัง เช่น รูปตลก และรูปกาก ทั้ง ทั้ หลาย การหมัก มั จะใช้เวลา ๓-๔ วัน วั ให้ก ห้ รดจากน้ำ หมัก มั กัด กั หนังให้ข ห้ าวและหนังนิ่มคืนสภาพเหมือ มื นหนังสดๆ จากนั้นจึง จึ นำ หนังมาล้า ล้ งเพื่อ พื่ ขูดขูขนออก วิธีวิฟธี อก หนังทั้ง ทั้สองแบบ แบบที่ห ที่ มัก มั น้ำ สับปะรดลงทุนทุสูงสูกว่า ว่ แต่สะดวกและรวดเร็ว ร็ เพราะวิธีวินี้ ธี นี้ เนื้อเยื่อ และขนจะหลุดลุออกจากหนังได้โดยง่า ง่ ย การฟอกหนังในปัจ ปั จุบัจุน บัสะดวกและรวดเร็ว ร็ กว่า ว่ สมัย มั ก่อ ก่ นมาก คือ ช่างจะแช่หนังที่ต ที่ ากแห้ง ห้ แล้ว ล้ในน้ำ ส้มสายชูซึ่งผสมน้ำ ให้พ ห้ อมีร มีสเปรี้ย รี้ วแช่ไว้ชั่ว้ชั่วโมงเศษๆ หนังก็จ ก็ ะคืนตัวนิ่มอย่างหนังสดๆ จากนั้นจึง จึ นำ ไปขูดขูขนออก การขูดขูขนต้องทำ ด้วยความระมัด มั ระวัง วั เพราะมีด มี อาจเฉือ ฉื นหนังให้เ ห้ กิดกิ รอยตำ หนิได้หรือ รืไม่ก็ ม่ ทำ ก็ ทำให้ห ห้ นังหนาบางไม่เ ม่ ท่า ท่ กัน กั เวลาขูดขูหนังช่างอาจขูดขูบนแผ่น ผ่ ไม้ห ม้ รือ รื อาจใช้ไม้ กลมรองแล้ว ล้ ขูดขูได้ แต่วิธีวิห ธี ลัง ลั นัยว่า ว่ สามารถขูดขูขนออกได้หมดจดกว่า ว่ เมื่อ มื่ ขูดขูหนังเรีย รี บร้อ ร้ ยแล้ว ล้ ทั้ง ทั้ ผืน ผื จะล้า ล้ งหนังด้วยน้ำ สะอาดแล้ว ล้ เอาขึง ขึ กับ กั กรอบไม้สี่ม้สี่เหลี่ย ลี่ มอีก อี ครั้ง รั้ หนึ่ง เพื่อ พื่ ผึ่ง ผึ่ ลมหรือ รื แดด อ่อ อ่ นๆ ให้ห ห้ นังค่อยๆ แห้ง ห้ ลงอย่างช้าๆ ช่างจะไม่เ ม่ อาหนังผึ่ง ผึ่ แดดจัด จั เพราะหนังจะแห้ง ห้ และหดตัวเร็ว ร็ เกิดกิการบิดบิตัวโค้งงอไม่สม่ วยงาม เมื่อ มื่ หนังแห้ง ห้สนิทจึง จึ แก้อ ก้ อกจากกรอบ ตัดหนังรอบนอกซึ่งมีร มี อย ตำ หนิทิ้งทิ้ก็จ ก็ ะได้หนังที่จ ที่ ะใช้แกะฉลุตลุามต้องการ ปัจ ปั จุบัจุน บั นี้ช่างบางคนมิไมิด้ฟอกหนังใช้เอง แต่จะรับ รัซื้อหนังที่ฟที่ อกแล้ว ล้ มาจากโรงงาน ทำ ให้ งานแกะรูปหนังลดขั้น ขั้ ตอนไปได้ขั้น ขั้ หนึ่ง แต่หนังที่ฟที่ อกจากโรงงานจะมีลั มี ก ลัษณะด้อยกว่า ว่ หนังที่ฟที่ อก เองมาก คือ มีค มี วามบาง เนื้อหนังค่อนข้า ข้ งยุ่ยยุ่ไม่ค ม่ งทนบิดบิงอง่า ง่ ย แชะค่อนข้า ข้ งทึบ ทึ แสง หนัง ประเภทนี้ช่างแกะหนังเรีย รี กว่า ว่ "หนังผ่า ผ่ "ด้วยเหตุที่ตุที่ห ที่ นังผ่า ผ่ มีคุ มี ณคุภาพต่ำ จึง จึไม่นิ ม่ นิยมใช้แกะรูปหนัง สำ หรับ รั เชิด รูปหนังประเภทใช้ประดับตกแต่งที่ต้ ที่ต้ องลงสีหลายๆ สีจึง จึไม่เ ม่ป็น ป็ ที่นิ ที่นิยม เพราะค่อนข้า ข้ ง ทึบ ทึ แสงดังกล่า ล่ วแล้ว ล้ หนังผ่า ผ่ จะใช้รูปแกะรูปประดับตกแต่งที่ล ที่ งสีดำ ทั้ง ทั้ ตัวเป็น ป็ส่วนใหญ่กั ญ่ บ กั หนังด้าน ในเพีย พี งด้านเดีย ดี วการแกะรูปหนังประเภทนี้มีวิ มี ธีวิเ ธี ตรีย รี มหนังต่างไปจากหนังที่ต้ ที่ต้ องขูดขูขนเล็ก ล็ น้อย กล่า ล่ วคือ ในขั้น ขั้ ตอนการฟอกหนังช่างจะผสมน้ำ ยากัน กั ขนร่ว ร่ งลงในน้ำ ส้มที่ฟที่ อกหนังด้วย การ ตกแต่งหนังก็ทำ ก็ ทำเฉพาะ ด้านในเพีย พี งด้านเดีย ดี ว กรรมวิธี วิธี การแกะหนัง ๒๕
ขั้น ขั้ ร่า ร่ งภาพ การร่า ร่ งภาพเป็น ป็ ขั้น ขั้ ตอนสำ คัญที่สุที่ ดสุในการแกะรูปหนัง ช่างส่วนหนึ่งไม่สม่ ามารถ ร่า ร่ งภาพได้ ทำ หน้าที่เ ที่ พีย พี งเตรีย รี มหนังแกะฉลุหลุรือ รื ลงสีเท่า ท่ นั้น งานร่า ร่ งภาพเป็น ป็ งานที่ปที่ ระณีตต้องมี ความสามารถในการออกแบบ ซึ่งต้องใช้ทั้ง ทั้ ความรู้ จินจิตนาการ ฝีมื ฝี อ มื และทัก ทัษะประกอบกัน กั การทำ รูปหนังเชิดไม่ค่ ม่ ค่ อยมีปัมี ญ ปั หาในการร่า ร่ งภาพมากนัก เพระมีแ มี บบให้เ ห้ ห็น ห็ อยู่มยู่ากมาย รูปที่แ ที่ กะก็แ ก็ ยกเป็น ป็ ตัวๆ มีข มี นาดไม่ใม่ หญ่แ ญ่ ละใช้กนกงกงอนไม่ม ม่ ากมายอย่างหนังใหญ่ แต่ถ้า ถ้ เป็น ป็ รูปจับ จั และรูปหนังใหญ่ แล้ว ล้ การร่า ร่ งภาพเป็น ป็ เรื่อ รื่ งใหญ่แ ญ่ ละยุ่งยุ่ยากมากโดยทั่ว ทั่ไปรูปจับ จั และรูปหนังใหญ่มั ญ่ ก มั เกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับ กั เรื่อ รื่ ง รามเกีย กี รติ์ ช่างต้องมีค มี วามรู้ค รู้ วามเข้า ข้ใจในเรื่อ รื่ งรามเกีย กี รติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องรู้จั รู้ ก จั รูปร่า ร่ งลัก ลัษณะ และนิสัยใจคอของตัวละครต่างๆ เป็น ป็ อย่างดี เพราะเวลาร่า ร่ งภาพต้องให้ลั ห้ ก ลัษณะภาพถูกถูต้องตาม ลัก ลัษณะรูปร่า ร่ งของตัวละครในรามเกีย กี รติ์ ทั้ง ทั้ ต้องร่า ร่ งภาพให้ไห้ ด้อารมณ์ตรงตามเหตุกตุารณ์ของเรื่อ รื่ ง และอุปอุนิสัยใจคอของตัวละครตัวนั้นๆ ในการร่า ร่ งภาพดังกล่า ล่ วนี้ช่างต้องศึกษาวรรณคดีแ ดี ละที่สำที่สำคัญ คือพยายามเก็บ ก็ ภาพเกี่ย กี่ วกับ กั เรื่อ รื่ งเหล่า ล่ นี้จากที่มี ที่ ผู้ มี ทำผู้ทำไว้แ ว้ ล้ว ล้ มาคิดเสริมริเติมแต่งขึ้น ขึ้ อีก อี ทีห ที นึ่ง ในการร่า ร่ งภาพที่ไที่ ม่ซัม่ ซั บซ้อนนัก ช่างนิยมใช้เหล็ก ล็ปลายแหลมที่เ ที่ รีย รี กว่า ว่ "เหล็ก ล็ จาร"ร่า ร่ งภาพลง ไปในแผ่น ผ่ หนังเลยทีเ ที ดีย ดี ว ที่ทำ ที่ ทำได้เช่นนี้เพราะรอยเหล็ก ล็ จารที่ปที่ รากฏบนแผ่น ผ่ หนังสามารถลบได้ง่า ง่ ย โดยใช้นิ้วมือ มื แตะน้ำ หรือ รื น้ำ ลายลูบลูเพีย พี งเบาๆ แต่สำ หรับ รั ภาพที่ซัที่ซั บซ้อนช่างจะร่า ร่ งภาพลงในกระดาษ ก่อ ก่ น ครั้น รั้ได้ภาพลงตามต้องการแล้ว ล้ จึง จึ จารทับ ทั ลงบนแผ่น ผ่ หนัง หรือ รื มิเมิช่นนั้นก็แ ก็ กะฉลุภลุาพแล้ว ล้ วาง ทาบบนแผ่น ผ่ หนังแล้ว ล้ พ่น พ่ สีทับ ทั ก็จ ก็ ะได้ภาพบนแผ่น ผ่ หนังตามต้องการ ช่างที่ทำ ที่ ทำหัต หั ถกรรมแกะหนังเป็น ป็ อาชีพได้นำ เอาเทคนิคใหม่ๆ ม่ เข้า ข้ มาใช้ในการร่า ร่ งแบบลงแผ่น ผ่ หนัง นั่นคือเมื่อ มื่ มีภ มี าพตัวแบบที่สที่ มบูรบูณ์ แล้ว ล้ ก็จ ก็ ะนำ ภาพนั้นมาทำ พิมพิพ์เ พ์ ขีย ขี วเพื่อ พื่ใช้เป็น ป็ แบบในการแกะรูปหนังต่อไป วิธีวิดั ธีดั งกล่า ล่ วนี้ รูปแบบ ของภาพที่แ ที่ กะจะออกมาเหมือ มื นๆ กัน กัสามารถสร้า ร้ งงานได้รวดเร็ว ร็ แต่ราคาต่ำ กว่า ว่ รูปที่ร่ ที่ า ร่ งภาพขึ้น ขึ้ เฉพาะรูปนั้นๆ เพีย พี งรูปเดีย ดี ว เนื่องจากตัวหนังต้องมีล มี ายกนกงกงอน ช่างบางคนจึง จึ อาศัยการศึกษา เรื่อ รื่ งลายไทยจากตำ ราต่างๆ แล้ว ล้ นำ เข้า ข้ มาประยุกยุต์ใต์ช้กับ กั รูปหนัง โดยคงเอกลัก ลัษณ์ความเป็น ป็ พื้น พื้ บ้า บ้ น เอาไว้วิ ว้ ธีวิปธี ระสมประสานเช่นนี้ ทำ ให้รู ห้รูปหนังได้พัฒ พั นาในส่วนละเอีย อี ดยิ่งๆ ขึ้น ขึ้ ขั้น ขั้ แกะฉลุ มื่อ มื่ ร่า ร่ งภาพเสร็จ ร็ ก็ถึ ก็ ง ถึ ขั้น ขั้ แกะฉลุขั้ลุขั้ น ขั้ นี้ต้องใช้ความชำ นาญและต้องพิถีพิพิ ถี ถัพิน ถั มาก เพื่อ พื่ให้ไห้ ด้ดอกลายอ่อ อ่ นงาม ช่วงจัง จั หวะของดอกลายหรือ รื กนกแต่ละตัวพอเหมาะพอดี ในการแกะฉลุ มีเ มี ครื่อ รื่ งมือ มื ที่สำที่สำคัญๆ ได้แก่ เขีย ขี งสำ หรับ รั รองแกะฉลุหลุนัง ๒ อัน อั เป็น ป็ชนิดไม้เ ม้ นื้อแข็ง ข็ เนื้อเหนียว ๑ อัน อั และไม้เ ม้ นื้ออ่อ อ่ นเนื้อเหนียว ๑ อัน อั มีด มี ขุดขุ๒ เล่ม ล่ เป็น ป็ชนิดปลายแหลมเล็ก ล็ ๑ เล่ม ล่ และปลายแหลมมน 1 เล่ม ล่ ตุ๊ดตุ๊ตู่หตู่รือ รื มุกมุ๑ ชุด มีชื่มีชื่อเรีย รี กแต่ละอัน อั ตามลัก ลัษณะปากต่างๆกัน กั เช่น มุกมุกลม มุกมุเหลี่ย ลี่ ม มุกมุ โค้ง มุกมุตา มุกมุดอก มุกมุวงรี และมุกมุปากแบน ค้อนตอกมุกมุ๑ อัน อั และเทีย ที นไขหรือ รืสบู่สำบู่สำหรับ รั จิ้มจิ้ ปลายมีด มี ขุดขุหรือ รืปลายมุกมุ๑ ก้อ ก้ น ๒๖
วิธี วิธี แกะ ถ้า ถ้ แบบตอนใดเป็น ป็ กนกหรือ รื ตัวลายจะใช้มีด มี ขุดขุการขุดขุจะใช้เขีย ขี งไม้เ ม้ นื้ออ่อ อ่ นรองหนัง แล้ว ล้ กดปลายมีด มีให้เ ห้ ลื่อ ลื่ นไปเป็น ป็ จัง จั หวะตามตัวลายแต่ละตัวโดยไม่ต้ ม่ ต้ องยกมีด มี ลายตัวใดใหญ่มี ญ่ ส่มีส่ วนโค้ง กว้า ว้ งก็ใก็ช้มีด มีปลายแหลมเล็ก ล็ ถ้า ถ้ แบบตอนใดต้องทำ เป็น ป็ ดอกลายต่างๆ หรือ รื เดินเส้นประ ก็ใก็ช้มุกมุตอก ตามลัก ลัษณะของปากมุกมุแต่ละแบบ การตอกมุกมุจะใช้ค้อนตอกโดยมีเ มี ขีย ขี งไม้เ ม้ นื้อแข็ง ข็ รองหนัง หลัง ลั จาก แกะฉลุส่ลุส่ วนภายในของตัวรูปสำ เร็จ ร็ ก็ใก็ช้มีด มี ขุดขุแกะหนังตามเส้นรอบนอก ก็จ ก็ ะได้รูปหนังแยกออกเป็น ป็ ตัว ถ้า ถ้ เป็น ป็ รูปหนังเชิดช่างจะใช้หมุดมุหรือ รื เชือกหนังร้อ ร้ ยส่วนต่างๆ ที่ต้ ที่ต้ องการให้เ ห้ คลื่อ ลื่ นไหวได้เข้า ข้ ตาม ส่วนต่างๆ ของรูป ซึ่งมีส่มีส่ วนของมือ มื แขน และปาก เป็น ป็ ต้น ขั้น ขั้ ลงสี การลงสีหนังขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่บ กั ลัก ลัษณะรูปและประโยชน์การใช้สอย รูปหนังสำ หรับ รั เชิดมีค มี วาม มุ่งมุ่หมายจะใช้แสดงนาฏกรรมเล่น ล่ แสง สี และเงา ต้องการความเด่นสะดุดดุตาช่างจึง จึ เลือ ลื กใช้สีฉูดฉูฉาด เอาสีที่ตั ที่ตั ดกัน กั มาใช้ร่ว ร่ มกัน กั ใช้หลายสีและเป็น ป็สีโปร่ง ร่ แสง เช่น หมึก มึสี หรือ รื ที่ช่ที่ช่ างแกะหนังเรีย รี กว่า ว่ "สี ซอง"หรือ รื "สีเยอรมัน มั" สีประเภทนี้เวลาใช้จะผสมด้วยสุรสุา น้ำ ร้อ ร้ น หรือ รื น้ำ มะนาว ยกเว้น ว้สีชมพูซึ่พูซึ่ง ผสมกับ กั น้ำ ร้อ ร้ นได้เพีย พี งอย่างเดีย ดี ว คุณคุสมบัติ บัติของสีชนิดนี้สามารถซึมติดอยู่ใยู่นเนื้อหนังและไม่ล ม่ อก ง่า ง่ ยๆ รูปหนังเชิดส่วนใหญ่จ ญ่ ะใช้สีชนิดนี้ เว้น ว้ แต่ตัวตลกหรือ รื รูปอื่น อื่ ๆ ที่ต้ ที่ต้ องการให้ดู ห้ ทึดูม ทึ ๆ ก็ใก็ช้สีทึบ ทึ แสง มีสีมีสี น้ำ มัน มั เป็น ป็ อาทิ สำ หรับ รั หนังใหญ่ห ญ่ รือ รื รูปจับ จั ถ้า ถ้ จะลงสีหลายสีก็ใก็ช้สีชนิดนี้ ขั้น ขั้ ลงน้ำ มัน มัชักเงา เมื่อ มื่ ลงสีรูปหนังเสร็จ ร็ ก็ถื ก็ อ ถื ว่า ว่ รูปหนังเสร็จ ร็สมบูรบูณ์แล้ว ล้ จะมีก มี ารลงน้ำ มัน มั ชักเงาหรือ รืไม่ก็ ม่ ไก็ ด้ แต่โดยทั่ว ทั่ไปถ้า ถ้ เป็น ป็ รูปหนังเชิดมัก มั จะลงน้ำ มัน มัชักเงาด้วย ทั้ง ทั้ นี้เพราะน้ำ มัน มัชักเงา ช่วยขับ ขัให้ตั ห้ตั วหนังเป็น ป็ มัน มั งาม เมื่อ มื่ ออกจอผ้า ผ้ ขาวจะดูสดูวยยิ่งขึ้น ขึ้ อนึ่ง รูปหนังชนิดนี้จะถูกถูใช้เชิดบ่อ บ่ ย ที่สุที่ ดสุการลงน้ำ มัน มัชักเงาจะช่วยรัก รัษาสภาพหนังมิใมิห้ชำห้ชำรุดเร็ว ร็ เกินกิไป การลงน้ำ มัน มัชักเงาทำ ได้ง่า ง่ ย เพีย พี งแค่เอารูปหนังวางราบบนกระดาษที่สที่ ะอาด ใช้พู่กั พู่ น กั แบนชุบน้ำ มัน มัชักเงาทาบตามตัวหนังด้านละ ๓-๔ครั้ง รั้ แล้ว ล้ วางไว้ใว้ ห้แ ห้ ห้ง ห้ ก็เ ก็สร็จ ร็ การแกะรูปหนังเป็น ป็ งานที่ล ที่ ะเอีย อี ดประณีต มีขั้ มีขั้ น ขั้ ตอนดำ เนินการค่อน ข้า ข้ งซับซ้อน ต้องใช้ความรู้แ รู้ ละทัก ทัษะหลายๆ ด้านประกอบกัน กั การแกะรูปแต่ละตัวๆ โดยเฉพาะรูป หนังใหญ่แ ญ่ ละรูปจับ จั ต้องใช้เวลาหลายวัน วัช่างที่เ ที่ป็น ป็ศิลปินปิต้องอาศัยความรัก รั งาน ความพิถีพิพิ ถี ถัพิน ถั ทุ่มทุ่ เท จิตจิใจในผลงานทั้ง ทั้ หมด เพื่อ พื่ให้ผ ห้ ลงานมีคุ มี ณคุค่าทางศิลปะ ดูแดูล้ว ล้ มีชีมีชี วิตวิวิญวิญาณ ฉะนั้นงานของศิลปินปิ ประเภทนี้จึง จึ มีร มี าคาสูงสูและหาซื้อไม่ไม่ ด้ตามท้อ ท้ งตลาดทั่ว ทั่ไป รูปหนังที่ว ที่ างหรือ รื เร่จำ ร่ จำหน่ายอยู่ใยู่นภาคใต้ ส่วนใหญ่นั้ ญ่ นั้ นเป็น ป็ฝีมื ฝี อ มื ของช่างแกะหนังที่มุ่ ที่ งมุ่ทางปริมริาณมากกว่า ว่ คุณคุภาพ อย่างไรก็ต ก็ ามช่างประเภท หลัง ลั นี้เมื่อ มื่ ทำ งานแกะหนังนานๆ ก็ค ก็ งมีบ มี างส่วนที่พั ที่ ฒ พั นาฝีมื ฝี อ มื ถึง ถึ ขั้น ขั้ เป็น ป็ศิลปินปิได้ ๒๗
เครื่อ รื่ งมือ มื ที่ใที่ช้ในการแกะหนัง ประกอบด้วย ก. กระดานเขีย ขี ง ต้องใช้สองแผ่น ผ่ แผ่น ผ่ หนึ่งเนื้อแข็ง ข็ อีก อี แผ่น ผ่ หนึ่งเนื้ออ่อ อ่ น เขีย ขี งเนื้อแข็ง ข็ใช้ สำ หรับ รั ตอกลายด้วยตุ๊ดตุ๊ตู่นิตู่นิยมใช้ไม้ห ม้ ยี ส่วนเขีย ขี งเนื้ออ่อ อ่ นใช้รองมีด มี ตัดหนัง นิยมใช้ไม้ทั ม้ ง ทั เพราะเนื้อ นิ่ม ปลายมีด มี ตัดหนังจะไม่ค่ ม่ ค่ อยหัก หั ข. มีด มี แกะ นิยมใช้มีด มีปลายเล็ก ล็ เล่ม ล่ หนึ่ง ปลายใหญ่เ ญ่ ล่ม ล่ หนึ่ง เพื่อ พื่ให้เ ห้ หมาะกับ กั งาน และหยาบ ตามลำ ดับ ค. ตุ๊ดตุ๊ตู่ นิยมใช้เบอร์ ๑๐-๑๗ มีจำ มี จำนวนหนึ่งชุด เพื่อ พื่ใช้ตอกตามลวดลายให้เ ห้ หมาะสมกับ กั ขนาด ของลาย ง. ค้อน นิยมใช้ฆ้อ ฆ้ งช่างทอง เพราะน้ำ หนักพอดีกั ดี บ กั งานแกะ จ. เหล็ก ล็ เขีย ขี นลาย เป็น ป็ เหล็ก ล็ เนื้อแข็ง ข็ ปลายแหลม มีด้ มีด้ ามจับ จั ขนาดเท่า ท่ กับ กัปากกา หรือ รื ดินสอ ฉ. สีผึ้ง ผึ้ มีไมี ว้เ ว้ พื่อ พื่ชุบปลายมีด มี หรือ รืปลายตุ๊ดตุ๊ตู่ เพื่อ พื่ให้เ ห้ กิดกิความลื่น ลื่ ทำ งานได้เร็ว ร็ ขึ้น ขึ้ เครื่อ รื่ งมือ มื การแกะหนัง รูปเครื่อ รื่ งมือ มื เครื่อ รื่ งใช้ในการแกะหนัง ๒๘
๑.แนวทางการอนุรัก รัษ์ก ษ์ ารแกะหนังตะลุงลุมีก มี ารส่งเสริมริให้ค ห้ นในชุมชน และเยาวชนได้สืบทอด ภูมิภูปัมิญ ปั ญาการแกะหนังตะลุงลุด้วยวิธีวิก ธี ารต่าง ๆ เช่น การสอนให้เ ห้ ยาวชน ได้ฝึก ฝึ ทา สอนให้เ ห้ ห็น ห็ คุณคุค่า ของหนังตะลุงลุในด้านกลุ่ม ลุ่ ชุมชนส่งเสริมริให้ผ ห้ ลิตลิเป็น ป็ อาชีพ ส่งเสริมริการตลาด ส่งเสริมริการ ประชาสัมพัน พั ธ์ ๒.แนวทางการพัฒ พั นากลุ่มลุ่และผลิต ลิ ภัณ ภั ฑ์ มีก มี ารพัฒ พั นากลุ่ม ลุ่ ริเริริมริสร้า ร้ งสรรค์ภูมิภูมิปัญ ปั ญาการ แกะรูปหนังตะลุงลุให้เ ห้ หมาะสมกับ กั ยุคยุสมัย มั และเกิดกิประโยชน์ในการดาเนินชีวิตวิ โดย ใช้ภูมิภูปัมิญ ปั ญาเป็น ป็ พื้น พื้ฐาน และส่งเสริมริให้ก ห้ ารนาความรู้ด้ รู้ด้ านเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อ พื่ ต่อยอดในการ ผลิตลิการตลาด และ การบริหริาร และการพัฒ พั นารูปแบบผลิตลิภัณ ภั ฑ์ใฑ์ ห้ทั ห้ น ทัสมัย มั มากยิ่งขึ้น ขึ้ ๓.แนวทางการฟื้น ฟื้ฟูกฟูารแกะหนังตะลุงลุการฟื้น ฟื้ฟูภูฟูมิภูปัมิญ ปั ญาการแกะหนังตะลุงลุจะเน้นให้ก ห้ าร เผยแพร่ ภูมิภูปัมิญ ปั ญาด้านการแกะรูปหนังตะลุงลุและการแลกเปลี่ย ลี่ นภูมิภูปัมิญ ปั ญาการทำ ศิลป หัต หั ถกรรมการแกะรูปหนังตะลุงลุโดยการเก็บ ก็ เกี่ย กี่ วข้อ ข้ มูลมูจัด จั ทาเป็น ป็ คู่มืคู่อ มืให้กั ห้ บ กั คนรุ่น รุ่ หลัง ลัสามารถนา ภูมิภูปัมิญ ปั ญาไปพัฒ พั นาต่อไป แนวทางการส่งเสริม ริ ภูมิ ภู ปัมิ ญ ปั ญาการแกะหนังตะลุง ลุ รูปผลิตลิภัณ ภั ฑ์จ ฑ์ ากตัวหนังตะลุงลุ ๒๙ บทที่ ๖
เนื้อหาเพิ่ม พิ่ เติม “หนังตะลุงลุ”หัต หั ถศิลป์พื้ ป์พื้ น พื้ บ้า บ้ น สืบสานตำ นานใต้ ประวัติ วัติความเป็น ป็ มาหนังตะลุงลุ ตัวตลกในหนังตะลุงลุ เล่า ล่ เรื่อ รื่ งตัวละคร หนังตะลุงลุ ประวัติ วัติความเป็น ป็ มาหนังตะลุงลุ ๓๐ บทที่ ๗
เนื้อหาเพิ่ม พิ่ เติม แผงรูปหนังตะลุงลุดนตรีห รี นังตะลุงลุ การทำ หนังตะลุงลุดนตรีห รี นังตะลุงลุ (ฉบับ บั เครื่อ รื่ งห้า ห้โบราณ) ๓๑
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒ วั นธรรม.(๒๕๕๑).ประวัติ วัติความเป็น ป็ มาของหนังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ,จาก https://www.kroobannok.com/2118 บดินทร จัน จั ทรธิบธิดี.(๒๕๕๘).ความเป็น ป็ มาของหนังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://www.lib.ru.ac.th/journal2/?p=5711 เทศบาลเมืองทุ่งทุ่ สง.(๒๕๔๗). ประวัติความเป็น ป็ มาหนังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ,,จากhttps://www.tungsong.com/NakhonSri/Cultures&Games_Nakhonsri/หนัง ตะลุงลุ /History.html ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ฉลองชัย ธีว ธีสุทสุรสกุลกุ.(๒๕๕๐).หนังตะลุงลุเข้า ข้ มาประเทศไทยเมื่อใดและทีใที ด. สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖,จากhttp://www.chanthaburi.buu.ac.th/~nangtalung /doc.pdf เอ็น อ็ จอย.(๒๕๕๒).ขั้น ขั้ ตอนการแสดงหนังตะลุงลุ.สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๓สิงหาคม ๒๕๖๖ ,จาก http://www.openbase.in.th/node/9372 ฐานข้อ ข้ มูลท้อ ท้ งถิ่นถิ่ภาคใต้มหาวิทยาลัย ลัสงขลานครินริทร์.ร์(๒๕๖๒).ลัก ลัษณะตัวละครหนังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://clib.psu.ac.th/southerninfo/contact วิยุทธ์ กาญจนกำ เนิด.(๒๕๕๗).ตัวตลกในหนังตะลุงลุภาคใต้.สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ ,จาก https://archive.clib.psu.ac.th/online-exhibition/talung/page7.html องค์การบริหริารส่วนจัง จั หวัดกระบี่.บี่(๒๕๖๓).ขนบนิยมในการเล่น ล่ หนังตะลุงลุ.สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๖๖,จาก https://www.krabipao.go.th/tradition/detail/11/data.html เทศบาลเมืองทุ่งทุ่ สง.(๒๕๔๗).การแกะหนังตะลุงลุ.สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ ,จากhttps://www.tungsong.com/NakhonSri/Cultures&Games_Nakhonsri/หนัง ตะลุงลุ /Engrave.html บรรณานุกรม ๓๒
Chaiwat Monday keys.วิดีวิโดี อเรื่อ รื่ งประวัติ วัติความเป็น ป็ มาหนังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://youtu.be/MKtdgfvpLuM Alive.(๒๕๖๐).วิดีวิโดี อเรื่อ รื่ งหนังตะลุงลุหัต หั ถศิลป์พื้ ป์พื้ น พื้ บ้า บ้ นสืบสานตำ นานแดนใต้. สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://youtube.com/@AlivebySpringNews Thairath Online.(๒๕๕๙).วิดีวิโดี อตัวตลกในหนังตะลุงลุ.สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่๑ ที่๘ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://youtu.be/TClvwV2cqNg น้องเอย.วิดีวิโดี อเล่า ล่ เรื่อ รื่ งตัวละคร.สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่๑ ที่๘สิงหาคม๒๕๖๖,จาก https://youtu.be/uxM7ivH3MzU Thai PBS.(๒๕๖๑).วิดีวิโดี อการทำ หนังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://youtu.be/RuEyIFaOCuc Thairath Online.(๒๕๕๙).วิดีวิโดี อแผงรูปหนังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://youtu.be/EKkWNvqoJqY หนังศักดิ์ เสรีศิรีศิลป์.ป์ วิดีวิโดี อดนตรีห รี นังตะลุงลุ. สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://youtu.be/uOJWH4B8v68 เกีย กี เมือ มื งตรัง รั แชนแนล.วิดีวิโดี อดนตรีห รี นังตะลุงลุ (ฉบับ บั เครื่อ รื่ งหาโบราณ).สืบค้นเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๖,จาก https://youtu.be/Xy3KPI_eVa4 บรรณานุกรม ๓๓
ประวัติ วัติ ผู้จัผู้ด จั ทำ ๓๔ นายปรินริทร นิลมล (อิงอิค์) เลขประจำ ตัว ๐๗๖๖๓ เลขที่ชั้ที่ชั้ นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๔/๕ สายไทย-สังคม โรงเรีย รี นกาญจนาภิเภิษกวิทวิยาลัย ลั กระบี่ นายตะวัน วัสุขสุเทีย ที บ (เพชร) เลขประจำ ตัว ๐๗๖๙๓ เลขที่๗ที่ ชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๔/๕ สายไทย-สังคม โรงเรีย รี นกาญจนาภิเภิษกวิทวิยาลัย ลั กระบี่ นายสีแหละ สุขสุสวรรค์ (แหละ) เลขประจำ ตัว ๐๗๗๔๒ เลขที่๘ที่ ชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๔/๕ สายไทย-สังคม โรงเรีย รี นกาญจนาภิเภิษกวิทวิยาลัย ลั กระบี่
ประวัติ วัติ ผู้จัผู้ด จั ทำ ๓๕ นางสาวณัฐวดี โจ้ง จ้ บุตบุร (เดย์) เลขประจำ ตัว ๐๗๕๔๑ เลขที่๑ ที่ ๑ ชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๔/๕ สายไทย-สังคม โรงเรีย รี นกาญจนาภิเภิษกวิทวิยาลัย ลั กระบี่ นางสาวศุภิศุสภิรา บุญบุชูวงศ์ (แบม) เลขประจำ ตัว ๐๗๕๗๘ เลขที่ ๑๓ ชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๔/๕ สายไทย-สังคม โรงเรีย รี นกาญจนาภิเภิษกวิทวิยาลัย ลั กระบี่ นางสาวฐิติญาภรณ์ บุญบุช่วย (แก้ม ก้) เลขประจำ ตัว ๐๗๖๓๑ เลขที่ ๑๘ ชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๔/๕ สายไทย-สังคม โรงเรีย รี นกาญจนาภิเภิษกวิทวิยาลัย ลั กระบี่