33
เน้อื เพลง
ดวงจันทรว์ ันเพญ็ ลอยเดน่ อยู่ในนภา
ทรงกลดสดสี รัศมที อแสงงามตา
แสงจันทรอ์ รา่ ม ฉายงามสอ่ งฟ้า
ไม่งามเทา่ หนา้ นวลนอ้ งยองใย
งามเอยแสนงาม งามจรงิ ยอดหญิงชาติไทย
งามวงพักตรย์ ิ่งดวงจนั ทรา จริตกิริยานมิ่ นวลละไม
วาจากงั วาน อ่อนหวานจับใจ
รปู ทรงสมส่วนย่ัวยวนหทัย สมเปน็ ดอกไม้ขวญั ใจชาติเอย
ความหมาย
พระจันทร์เต็มดวงท่ีลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นช่างดูสวยงาม เพราะเป็นพระจันทร์ทรงกลด คือมีแสง
เล่ือมกระจายออกรอบดวงจันทรท์ ้ังดวง แต่ถึงจะงามอย่างไรก็ยังไม่เท่าความงามของดวงหน้าหญิงสาว ท่ี
ดูผดุ ผอ่ งมนี า้ มีนวล อีกท้ังรปู รา่ งกด็ ูสมส่วน กริ ยิ าวาจากอ็ ่อนหวานไพเราะ สมแลว้ กบั ทเ่ี ปรียบว่าหญิงไทย
นีค้ อื ดอกไม้
4.2.6 เพลงดอกไมข้ องชาติ งามวิลาสนวยนาดรา่ ยรา (ซา้ )
เนื้อร้อง : ทา่ นผหู้ ญงิ ละเอยี ด พบิ ลู สงคราม ตามแบบนาฎศิลป์
ทานอง : อาจารย์มนตรี ตราโมท
เนื้อเพลง
ขวัญใจดอกไมข้ องชาติ
เอวองคอ์ ่อนงาม
34
ชี้ชาตไิ ทยเนาว์ถิ่น เจริญวฒั นธรรม
งานทุกส่ิงสามารถ สร้างชาตชิ ่วยชาย
ดาเนินตามนโยบาย สทู้ นเหน่อื ยยากตรากตรา
ความหมาย
ผู้หญิงไทยเปรียบเสมือนดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยการร่วมราด้วยการแสดงออก
อย่างออ่ นช้อย งดงามตามรปู แบบความเป็นไทยแสดงให้เห็นถึง ความเจรญิ ทางดา้ นวฒั นธรรมของคนไทย
นอกจากผู้หญิงจะดีเด่นทางด้านความงาม แล้วยังมีความอดทนสามารถทางานบ้านช่วยเหลืองานผู้ชาย
หรอื แม้งานสาคัญ ๆ ระดับประเทศก็สามารถช่วยเหลอื ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ไม่แพ้ผูช้ าย
4.2.7 เพลงหญิงไทยใจงาม แสงดาวประดบั สอ่ งให้เดอื นงามเด่น
คาร้อง : ทา่ นผหู้ ญงิ ละเอยี ด พบิ ูลสงคราม คณุ ความดที เ่ี ห็นเสริมให้เด่นเลศิ งาม
ทานอง : ครเู อื้อ สนุ ทรสนาน รูปงามวิลาสใจกล้ากาจเรอื งนาม
หญิงไทยใจงามย่งิ เดอื นดาวพราวแพรว
เนอื้ เพลง
เดอื นพราวดาวแวววาวระยบั
ดวงหนา้ โสภาเพียงเดือนเพ็ญ
ขวัญใจหญิงไทยส่งศรีชาติ
เกยี รติยศก้องปรากฏทวั่ คาม
ความหมาย
ดวงจันทร์ท่ีส่องแสงอยู่บนท้องฟ้ามีความงดงามมาก และยิ่งได้แสงอันระยิบระยับของดวงดาว
ด้วยแล้ว ยิ่งทาให้ดวงจันทร์นั้นงามเด่นยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนกับดวงหน้าของหญิงสาวท่ีมีความงดงามอยู่
แล้ว ถ้ามีคุณความดีด้วย ก็จะทาให้หญิงน้ันงามเป็นเลิศ ผู้หญิงไทยน้ีเป็นขวญั ใจของชาติ เป็นที่เชิดหน้าชู
ตาของชาติ รูปรา่ งกง็ ดงาม จติ ใจก็กล้าหาญ ดังทมี่ ชี ่อื เสยี งปรากฏอยทู่ ่วั ไป
35
4.2.8 เพลงดวงจนั ทร์ขวญั ฟ้า เนอื้ เพลง
คารอ้ ง : ท่านผหู้ ญงิ ละเอียด พบิ ลู สงคราม
ทานอง : ครูเอือ้ สุนทรสนาน ช่นื ชวี าขวญั พ่ี
แตข่ วัญพีป่ ระจาใจ
ดวงจันทรข์ วญั ฟ้า เอกราชอธปิ ไตย
จนั ทรป์ ระจาราตรี คือขวญั ใจพีเ่ อย
ทีเ่ ทิดทูนคอื ชาติ
ถนอมแนบสนิทใน
ความหมาย
ในเวลาค่าคืนท้องฟ้ามีดวงจันทร์ประจาอยู่ในใจของชายก็มีหญิงอันเป็นสุดที่รักประจาอยู่เช่นกนั
ส่ิงที่เทิดทนู ยกยอ่ งไว้ก็คอื ชาตไิ ทยท่ีเป็นเอกราช มีอิสระแก่ตนไมข่ ้ึนกบั ใคร และสง่ิ ท่แี นบสนทิ อยู่ในใจของ
ชายกค็ อื หญิงอนั เปน็ สดุ ทีร่ กั
4.2.9 เพลงยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี
คาร้อง : ท่านผ้หู ญงิ ละเอียด พิบลู สงคราม กอบกรณยี ก์ จิ ชาติ
ทานอง : ครเู อ้อื สนุ ทรสนาน ไมข่ อเวน้ เดินตาม
ทาเตม็ ความสามารถ
เนอ้ื เพลง
โอย้ อดชายใจหาญ
นอ้ งขอร่วมชีวี
แม้สุดยากลาเคญ็
น้องจกั สพู้ ยายาม
36
ความหมาย
ขอผูกมิตรไมตรีกับชายผู้กล้าหาญ และจะขอมีส่วนในการทาประโยชน์ทาหน้าท่ีของชาวไทย แม้
จะลาบากยากแค้น กจ็ ะขอชว่ ยเหลือจนเต็มความสามารถ
4.2.10 เพลงบชู านักรบ เนอ้ื เพลง
คาร้อง : ทา่ นผ้หู ญิงละเอยี ด พิบูลสงคราม
ทานอง : ครูเอ้อื สนุ ทรสนาน ทม่ี ่ันคงที่มน่ั คงกลา้ หาญ
สมศักด์ิชาตนิ ักรบ
น้องรักรกั บชู าพ่ี ทมี่ านะทมี่ านะอดทน
เป็นนักสู้เช่ียวชาญ เกยี รติพ่ขี จรจบ
นอ้ งรักรักบูชาพ่ี ที่ขยนั ท่ขี ยนั กจิ การ
หนักแสนหนักพ่ีผจญ ทาทกุ ดา้ นทาทกุ ดา้ นครนั ครบ
นอ้ งรักรักบูชาพี่ ที่รักชาตทิ ่รี ักชาติยิ่งชวี ิต
บากบั่นสร้างหลักฐาน ชาติยงอย่ยู งอย่คู ู่พิภพ
นอ้ งรักรกั บชู าพ่ี
เลอื ดเน้ือพพ่ี ลีอทุ ิศ
ความหมาย
น้องรักและบูชาพี่ เพราะมีความกล้าหาญ เปน็ นักสู้ทเี่ ก่งกล้าสามารถสมกับเป็นชายชาติ นักรบท่ี
มีความมานะอดทน แม้วา่ จะยากเย็นแสนเข็ญ พ่กี ็ต่อสจู้ นช่ือเสียงเล่อื งลือไปทว่ั นอกจากน้ี ยงั ขยนั ขันแข็ง
37
ในงานทุกอย่าง อุตสา่ ห์สร้างหลกั ฐานใหม้ น่ั คง และพย่ี งั มคี วามรกั ในชาตบิ ้านเมืองย่ิงกวา่ ชวี ติ ยอมสละได้
แมช้ ีวติ และเลือดเน้อื เพ่ือใหช้ าติไทยคงอยู่คโู่ ลกต่อ
4.3 โอกาสทใ่ี ชใ้ นการแสดง
โอกาสที่ใช้แสดงเพลงราวงจะว่าใช้ในงานเทศกาลต่างๆ ที่ให้ความร่ืนรมย์ได้ทุกงานเพื่อสร้าง
ความสนกุ สนานสาหรบั ผ้เู ขา้ ร่วมกจิ กรรม และเปน็ การเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรมไทย
4.4 ลักษณะการแตง่ กาย
ราวงมาตรฐานนิยมเล่นในงานร่ืนเริงบันเทิงต่าง ๆ และยังนิยมนามาใช้เล่นแทนการเต้นรา
สาหรับเคร่ืองแต่งกายก็มีการกาหนดการแต่งกายของผู้แสดงให้มีระเบียบ ซึ่งคร้ังแรกปรากฏการแต่งกาย
แบบชุดสากลนิยมในสมยั น้ัน ประกอบดว้ ยผู้แสดง ดงั น้ี
1.นายธีรยทุ ธ ยวงศรี 2.นางสาวสุนันทา บุณยเกตุ
3.นายอาคม สายาคม 4.นางสวุ รรณี ชลานุเคราะห์
5.นายจานง พรพิสุทธิ์ 6.นางศิริวัฒน์ ดษิ ยนันทน์
ต่อมากรมศิลปากรได้กาหนดการแต่งกายชุดราวงมาตรฐานด้วยการใช้ชดุ ไทย และชุดสากลนิยม
โดยแตง่ เปน็ คู่ ๆ รับกนั ทงั้ ชายและหญิง แตง่ สืบมาจนถึงปจั จุบัน
นอกจากนี้การแสดงชุดราวงมาตรฐาน ยงั สามารถเลือกใช้การแต่งกายแบบชาวบ้าน แบบรชั กาล
ท่ี 5 แบบสากลนยิ ม แบบราตรีสโมสร รปู แบบใดรูปแบบหน่งึ มาแตง่ ก็ได้ ทง้ั น้ีขน้ึ อยูก่ ับจุดประสงค์ โอกาส
และความเหมาะสมของการนาไปใชใ้ นการแสดงแตล่ ะครงั้
เครอื่ งแตง่ กายของราวงมาตรฐาน ประกอบด้วย 4 แบบ ดังน้ี
แบบท่ี 1 แบบชาวบ้าน
ชาย : นุ่งผา้ โจงกระเบน สวมเส้ือคอพวงมาลัย เอวคาดผา้ หอ้ ยชายด้านหน้า
หญิง : นุ่งโจงกระเบน ห่มผ้าสไบอัดจีบ ปล่อยผม ประดับดอกไม้ท่ีผมด้านซ้าย คาดเข็มขัด ใส่
เครอื่ งประดบั
38
ภาพท่ี 24 เครื่องแต่งกายแบบชาวบ้าน
(คณะครุศาสตร์บณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พระนคร, 2564 : ออนไลน)์
แบบที่ 2 แบบรัชกาลท่ี 5
ชาย : น่งุ โจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน ใสถ่ งุ เท้า รอ้ งเท้า
หญิง : นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อลูกไม้ สไบพาดบ่าผูกเป็นโบว์ท้ิงชายไว้ข้างลาตัวด้านซา้ ย ใส่เคร่ืองประดับ
มกุ
ภาพท่ี 25 เคร่ืองแต่งกายแบบรัชกาลที่ 5
(คณะครศุ าสตร์บณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพระนคร, 2564 : ออนไลน)์
39
แบบท่ี 3 แบบสากลนิยม
ชาย : นุ่งกางเกง สวมสทู ผกู ไท้
หญงิ : นุ่งกระโปรงปา้ ยขา้ ง ยาวกรอมเทา้ ใส่เสอ้ื คอกลม แขนกระบอก
ภาพท่ี 26 เครอ่ื งแต่งกายแบบสากลนยิ ม
(คณะครศุ าสตรบ์ ัณฑิต มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพระนคร, 2564 : ออนไลน)์
แบบที่ 4 แบบราตรสี โมสร
ชาย : นุ่งกางเกง สวมเสอ้ื พระราชทาน ผา้ คาดเอวห้อยชายดา้ นหน้า
หญิง : นุ่งกระโปรงยาวจีบหน้านาง ใส่เส้ือจับเดรป ชายผ้าห้อยจากบ่าลงไปทางด้านหลัง เปิดไหล่ขวา
ศีรษะทาผมเกล้าเปน็ มวยสูง ใสเ่ กีย้ วและเครื่องประดับ
40
ภาพท่ี 27 เคร่อื งแต่งกายแบบราตรสี โมสร
(คณะครศุ าสตรบ์ ัณฑิต มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพระนคร, 2564 : ออนไลน)์
บทท่ี 5
สรปุ
รายงานเร่ือง ราวงมาตรฐาน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติ พัฒนาการ และรูปแบบของราวง
มาตรฐาน โดยอาศัยประวตั คิ วามเปน็ มาและทานองเพลงเป็นเคร่อื งบง่ ชี้ถึงท่ีมาของเพลง และบทบาทของ
เพลงราวงมาตรฐานที่นามาใช้ในปจั จุบนั
ยุคสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นยุคที่เพลงราวงมีบทบาททางการเมือง คือ การนาราวง
มาตรฐาน มาเป็นส่ือกลางระหว่างรัฐบาลและประชาชน มีแนวความคิดในการปรับปรุงวัฒนธรรมในแนว
ใหม่ โดยการปรับปรุงท่ารา ซงึ่ สามารถดแู ละเข้าใจสง่ิ ทเี่ กดิ ขึ้นในความคิดของการปรับปรุงวัฒนธรรม
สรปุ ประวัตแิ ละพัฒนาการของราวงมาตรฐาน
ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นยุคสมัยท่ีการปกครองในแบบคอมมิวนิสต์ และ
ประชาธปิ ไตย มรี ปู แบบและการแบง่ แยกทีช่ ัดเจน ในขณะเดียวกันการแบ่งแยกพวกพ้องหรือกลุ่มของการ
ปกครองเป็นส่งิ ท่ีแต่ละประเทศใหค้ วามสนใจ ทาใหป้ ระเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการ
ปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่ประชาธิปไตยเพื่อ ทาให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการครอบงา
จากต่างชาติทม่ี ีการล่าอาณานิคม
จอมพล ป. พิบูลสงคราม ไดใ้ ช้แนวคดิ ทางการปรับปรุงวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือของรฐั บาลในการ
ผลักดันให้ประเทศมีความเจริญทัดเทียมกับอารยประเทศ จึงได้ออกระเบียบและข้อกาหนดต่าง ๆ เพ่ือ
เป็นการควบคุมทางดา้ นวัฒนธรรม
ในขณะเดียวกับการเปล่ียนแปลงทางด้านวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในภาวะสงคราม การละเล่นราโทน
จึงได้รับความนิยมอย่างมาก อันเน่ืองจากประชาชนไม่สามารถแสดงการละเล่นอื่น ๆ ได้ เนื่องจากต้องใช้
ไฟเป็นส่วนหน่ึงในการแสดง แต่ด้วยภาวะสงครามไม่สามารถท่ีจะใช้ไฟฟ้าได้เพราะกลัวว่าเครื่องบินทิ้ง
ระเบิดจะมาในบรเิ วณนั้น การเล่นราโทนจึงเปน็ การละเล่นทส่ี ะดวกทส่ี ุดในภาวะสงคราม
การแพร่กระจายของเพลงราโทนได้กระจายอยู่ท่ัวประเทศ จนเป็นการละเล่นที่ช่ืนชอบของ
ประชาชนในยุคสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม รัฐบาลจึงได้นาเพลงราโทนมาพัฒนาให้สอดคล้องกับ
การดาเนนิ งานการปรับปรุงวฒั นธรรม เพ่อื ให้ตา่ งชาติเห็นการเปลี่ยนแปลงทางวฒั นธรรมที่ประเทศไทยมี
ความเจริญเช่นเดียวกับอารยะประเทศชาติหน่ึง จึงได้นาการละเล่นราโทนมาพัฒนารูปแบบของ
42
การละเล่น โดยการกาหนดการแต่งกายให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่มีการปรับปรุงใหม่ว่าด้วยเรื่องการ
กาหนดการแต่งกายของไทยจากนุ่งโจงกระเบนเปน็ นุ่งผา้ ซ่ิน และฝ่ายชายกบั ฝา่ ยหญิงไม่ถกู เนื้อต้องตัวกัน
หา่ งกนั หน่ึงชว่ งศอก เพลงท่ใี ชร้ ้องจะแต่งขึ้นใหม่ควบคมุ ให้เป็นบทที่เรยี บร้อย ไม่ใชค้ าหยาบโลน และตอ้ ง
เป็นในการส่งเสริมการปรับปรุงวัฒนธรรมของจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้เรียกลักษณะการปรับปรุง
ใหม่วา่ “ราวง” จากการที่ผู้เล่นเดนิ เปน็ วงในขณะรา
เพลงราวงมาตรฐานเกิดจากการส่งเสริมให้กิจกรรมราวงเป็นท่ีแพร่หลายกับประชาชน รัฐบาลจงึ
ได้ให้กรมศิลปากร และกรมประชาสัมพันธ์ ได้จัดการละเล่นราวงมาตรฐานข้ึนเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับ
ประชาชนได้เหน็ ถงึ วัฒนธรรมการละเล่นที่ไดร้ ับการปรบั ปรุงใหม่ว่ามลี ักษณะเชน่ ไร ดว้ ยการยกเพลงราวง
มาตรฐานขนึ้ มาเป็นประเด็นสาคญั เพอ่ื ให้ประชาชนไดเ้ ขา้ ใจถึงวธิ ีการในการปรับปรงุ วัฒนธรรม
ความคิดของการปรับปรุงท่าราของราโทนพ้ืนบ้าน ท่ีไม่มีรูปแบบของการทาอย่างแน่นอนให้มี
แบบแผนของการราโดยอาศัยถ้าราแม่บทของกรมศิลปากรเป็นแบบอย่างของการพัฒนาท่าราให้มีแบบ
แผนนามาประยุกต์ให้เข้ากับจังหวะ เพ่ือประกอบการแสดง เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมที่ได้รับการ
ปรบั ปรงุ จากแนวความคิดของจอมพล ป. พบิ ูลสงคราม ท่ใี ชว้ ฒั นธรรมเปน็ เครื่องแสดงออกของประเทศท่ี
มีความเจรญิ ดงั น้ี
1. เพลงงามแสงเดือน ใช้ท่าราสอดสร้อยมาลา
2. เพลงชาวไทย ใช้ท่าราชักแป้งผดั หน้า
3. เพลงรามาซิมารา ใช้ทา่ ราราส่าย
4. เพลงคืนเดอื นหงาย ใชท้ า่ ราสอดสรอ้ ยมาลาแปลง
5. เพลงดอกไมข้ องชาติ ใชท้ ่าราราย่วั
6. เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ ใช้ท่าราผาลาเพียงไหล่ และแขกเตา้ เข้ารงั
7. เพลงบชู านักรบ ผู้หญิงใชท้ า่ ราขัดจางนาง และล่อแล้ว
ผู้ชายใชท้ ่าราจันทรท์ รงกลด และขอแกว้
8. เพลงหญงิ ไทยใจงาม ใชท้ า่ ราพรหมสห่ี นา้ และยูงฟอ้ นหาง
9. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า ใชท้ ่าราช้างประสานงา และจันทร์ทรงกลดแปลง
10. เพลงยอดชายใจหาญ ผหู้ ญงิ ใช้ท่าราชะนีรา่ ยไม้ ผชู้ ายใช้ทา่ ราจ่อเพลงิ กาฬ
43
เพลงราวงมาตรฐาน เป็นการแสดงถึงการพัฒนาอย่างถึงที่สุดจากเพลงพื้นบ้าน เพ่ือใช้เป็น
ตัวอย่างของการพัฒนาอย่างถึงท่ีสุดของการแสดงราวง และรูปแบบของทานองเพลงราวงมาตรฐานยัง
ได้รับอิทธิพลจากเพลงไทย เป็นแนวทางของการประพันธ์ทานองเพลงราวง เพลงราวงมาตรฐานทั้ง 10
เพลงจงึ เปน็ แบบอยา่ งของการประพนั ธ์เพลงราวงในเวลาต่อมา
การแสดงราวงมาตรฐานเป็นการนารูปแบบของการฟ้อนราซง่ึ เป็นพ้นื ฐานทสี่ าคัญในปัจจุบันที่นา
กิจกรรมเพลงราวงมาตรฐาน จัดเป็นการเรียนการสอนถึงพ้ืนฐานทางดา้ นนาฏศิลป์และในยุคปัจจุบนั ยังมี
การนาเพลงราวงมาตรฐานเป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีการร่วมกิจกรรมของการเคล่ือนไหวโดยไม่
จาเปน็ ตอ้ งบังคับถ้าราในการกาหนดท่ารา อยา่ งของกรมศลิ ปากรที่ไดว้ างกาหนดไว้
เพลงราวงมาตรฐาน เป็นการพัฒนาสูงสุดในการแสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้ประพันธ์
ทานอง คือ ครูมนตรี ตราโมท และครูเอื้อ สุนทรสนาน ท่ีได้วางแนวทางของการประพันธ์เพลงราวง
มาตรฐานที่ยงั คงไดร้ บั ความนยิ มมาจนถงึ ปจั จุบนั
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. ราวง. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์การศาสนา, 2514.
โกวทิ ย์ ขันธศิริ. ดุรยิ างคศิลปต์ ะวนั ตก (เบ้ืองต้น). กรงุ เทพมหานคร : สานกั พมิ พ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย, 2550.
จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์. ราชอาณาจักรสยาม. กรุงเทพมหานคร : รงุ่ เรอื งรัตน์, 2544.
นิธิ เอยี วศรวี งศ์. ปากไกใ่ บเรอื . พิมพค์ รง้ั ท่ี 3. กรงุ เทพมหานคร : อมรินทรพ์ ร้นิ ตง้ิ แอนด์พับลิชชิง่ ,
2543.
บงั อร อนุเมธางกรู . พฤติกรรมการสอนนาฏศิลป์. ฉะเชงิ เทรา : คณะครุศาสตร์ สถาบนั ราชภฏั นครินทร์,
2542.
ปรานี วงษ์เทศ. สังคมและวัฒนธรรมในอุษาคเนย์. กรงุ เทพมหานคร : เรอื นแก้วการพิมพ์, 2543.
ปลกู ศรี กาวนิ จิ . ภาพลายเส้นทา่ ราแมบ่ ท. งานพระราชเพลิงศพ ปลูกศรี กาวินิจ, 2513.
เรณู โกศินานนท์. ราไทย. กรุงเทพมหานคร : ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว, 2535.
สจุ ติ ร ตุลยานนท์. ราวงและเพลงพืน้ เมือง. กรงุ เทพมหานคร : ชมรมพทิ ักษ์สง่ เสรมิ ภาษาและวัฒนธรรม
ไทย, 2546.
สมุ ติ ร เทพวงษ์. นาฏศิลป์ไทย. พมิ พค์ รั้งท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสโตร์, 2548.
สารานุกรม. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2520-2521.
“ราวงมาตรฐาน,” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก : https://www.finearts.go.th/performing/view/6954
[สบื ค้นเม่อื 30 กรกฎาคม 2564].
“ราวงมาตรฐาน,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ได้จาก : https://www.baanjomyut.com/library_4/standard_
dance/index.html [สบื ค้นเม่อื 30 กรกฎาคม 2564].
45
“รำวงมำตรฐำน,” [ออนไลน]์ . เข้ำถงึ ได้จำก : https://www.m-culture.go.th/lopburi/ewt_news.
php?nid=436&filename=index [สืบค้นเมอ่ื 30 กรกฎำคม 2564].
“รำวงมำตรฐำน,” [ออนไลน์]. เขำ้ ถึงไดจ้ ำก : http://patdramaa111.srp.ac.th/rawng-matrthan
[สืบค้นเมื่อ 30 กรกฎำคม 2564].
“รำวงมำตรฐำน,” [ออนไลน]์ . เข้ำถงึ ได้จำก : https://sites.google.com/site/tayakornwason
/home [สบื คน้ เมือ่ 30 กรกฎำคม 2564].
“รำวงมำตรฐำน,” [ออนไลน์]. เข้ำถงึ ไดจ้ ำก : https://www.pangpond.com/รำวงมำตรฐำน
[สบื ค้นเมอื่ 30 กรกฎำคม 2564].
“รำวงมำตรฐำน,” [ออนไลน]์ . เขำ้ ถึงไดจ้ ำก : https://www.silpa-mag.com/culture/article_31303
[สืบคน้ เมือ่ 30 กรกฎำคม 2564].
“รำวงมำตรฐำน,” [ออนไลน์]. เขำ้ ถึงได้จำก : https://hilight.kapook.com/view/78920
[สบื ค้นเม่ือ 30 กรกฎำคม 2564].
“รำวงมำตรฐำน,” [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก : http://narathiwat.nfe.go.th/sibanphot/2020/08/05/
รำวง-อำวุธของจอมพล-ป-ท/ [สบื คน้ เมือ่ 30 กรกฎำคม 2564].