พระไตรปฎก
ฉบับ สงั เขปวัณณนา
พระไตรปฎก เลม ที่ ๓๖
สถาบนั พระไตรปฎ กศกึ ษา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
พระไตรปฎก
ฉบบั สังเขปวณั ณนา
พธระาอตภุกถธิ รารปมคุ ปคฎลกบเัญลมญทัต่ี ๓ิ
สถาบนั พระไตรปฎ กศึกษา
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
พระไตรปฎก
ฉบับ สงั เขปวณั ณนา
จัดทาํ โดย : ทีมสารสนเทศ สถาบนั พระไตรปฎกศกึ ษา
เผยแพร : เมษายน ๒๕๖๕
ลิขสิทธ์ิ : สถาบนั พระไตรปฎ กศึกษา
พระไตรปฎกภาษาไทย
ฉบบั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ISPN : 974-575-369-6
ขอมูลเฉพาะ
พระอภธิ รรมปฎ ก เลม ๓ : ธาตกุ ถา ปคุ คลบญั ญตั ิ
จํานวนหนา : ๒๓๒ หนา
ปท ่พี มิ พ : พ.ศ. ๒๕๓๙
พิมพที่ : โรงพิมพมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
ธาตกุ ถา ปคุ คลบัญญตั ิ
ธาตุกถา
คําอธิบายเร่อื งธาตุ มี ๕ มาตกิ า ไดแ ก
๑. นยมาตกิ า ๒. อัพภันตรมาตกิ า ๓. นยมขุ มาติกา
๔. ลกั ขณมาตกิ า ๕. พาหริ มาตกิ า
ปุคคลบัญญตั ิ
คมั ภีรท แี่ สดงปรมัตถธรรม มี ๖ ประการ ไดแ ก
๑. ขันธบญั ญตั ิ ๒. อายตนบัญญัติ ๓. ธาตุบัญญตั ิ
๔. สัจจบัญญตั ิ ๕. อนิ ทริยบัญญตั ิ ๖. ปุคคลบญั ญัติ
อรรถกถา
ปญจปกรณอฏั ฐกถา
ฎีกา
ปญจปกรณมลู ฎกี า, ปญ จปกรณอนุฎีกา
1
พธระาอตภุกถธิ รารปมคุ ปคฎลกบเัญลมญทัต่ี ๓ิ
พระไตรปฎ กเลม ๓๖ อภิธรรมปฎก มี ๒ คัมภรี คอื ธาตุ
กถา วา ดว ยคาํ อธบิ ายเรอ่ื งธาตุ มี ๕ มาติกา และปคุ คลบญั ญตั ิ
วาดวยคมั ภีรท่ีแสดงปรมัตถธรรม ๖ ประการ มีสาระสําคัญ
แตละคัมภรี ต อ ไปนี้
ธาตกุ ถา
ธาตกุ ถา แปลวา คาํ อธบิ ายเรอ่ื งธาตุ มุงถึงธาตุ ๔ มปี ฐวี
ธาตุเปนตน ธาตุ ๖ มปี ฐวธี าตเุ ปนตน มีวญิ ญาณธาตุเปนที่สุด
และธาตุ ๑๘ มจี ักขุธาตเุ ปน ตน มีธัมมธาตเุ ปน ทีส่ ุด
คัมภรี ธ าตุกถา พระผูม พี ระภาคทรงใชเวลา ๖ วนั ในการ
แสดงธาตุกถา ทรงนาํ สภาวธรรมแมบ ท(มาตกิ า) จาํ นวน ๓๗๑
บท มาแสดงดวยวธิ ีการตางๆ ๑๔ นัย เชน ทรงแสดงดว ยนัยท่ี
๑ วา สภาวธรรมแมบ ทเหลา นี้ บทไหนสงเคราะหเ ขา ไดก บั ขนั ธ
เทา ไร เขา ไดก บั อายตนะเทา ไร
2
การจัดแบง เนอื้ หาในคมั ภีรธาตุกถา
อุทเทส ประกอบดว ยมาตกิ า ๕ คือ
๑. นยมาตกิ า แปลวา มาติกาทก่ี ลา วถึงการจําแนก ขันธ
๕ เปน ตน โดยจาํ แนกออกแสดงเปน ๑๔ นยั มี สงคฺ โห อสงคฺ โห
สภาวธรรมทส่ี งเคราะหเ ขา ได สภาวธรรมทส่ี งเคราะหเขา ไมไ ด
เรียกวา สังคหาสงั คหนยั หรือมลู มาติกากไ็ ด
๒. อัพภนั ตรมาติกา แปลวา มาติกาท่เี ปนภายใน รวม
๑๒๕ บท มขี ันธ ๕ อายตนะ ๑๒ เปน ตน มีมนสิการเปน ทีส่ ดุ
ซงึ่ พระผมู พี ระภาคทรงยกข้ึนแสดงกอ นในนัยทัง้ ๑๔
๓. นยมุขมาติกา แปลวา มาติกาท่ีกลาววิธีแสดง โดย
ทรงวางหลักในการถามใหเหมาะสมแกนัยทง้ั ๑๔ นยั
๔. ลกั ขณมาตกิ า แปลวา มาติกาทีแ่ สดงวธิ ตี อบคําถาม
ในนยมุขมาติกา
๕. พาหิรมาติกา แปลวา มาติกาที่เปนภายนอก หมาย
ถึงมาติกาของธรรมสังคณี ๒๖๖ บท คือติกมาติกา ๒๒ ติกะ
รวม ๖๖ บท และทุกมาติกา ๑๐๐ ทุกะรวม ๒๐๐ บท
3
ปุคคลบัญญัติ
ปคุ คลบญั ญตั ิ มาจากคาํ ภาษาบาลี ๒ คาํ คอื คาํ วา ปคุ คฺ ล
และ ปฺญตตฺ ิ
คําวา ปคุ ฺคล ในพระอภิธรรม บคุ คลเปน เร่ืองสมมุติ ไมม ี
อยจู รงิ เชน นายดํา เปน คาํ สมมตุ เิ รยี กขนั ธ ๕ ทร่ี วมเขา เปน รปู
มีวิญญาณครอง เม่ือขันธแตกสลาย ช่ือนายดําก็หายไป เชน
เดียวกบั ชื่อรถ ช่อื เรอื น ชอ่ื ส่ิงตางๆ ลวนแตเ ปนเร่ืองสมมตุ ิ
คาํ วา ปญฺ ตตฺ ิ มี ๒ ความหมาย คอื ๑) การชแี้ จง (ปญฺ า
ปนา) การแสดง (ทสฺสนา) การประกาศ (ปกาสนา) ๒) การตั้ง
ไว (ฐปนา) การวางไว (นิกขฺ ิปนา)
ในคัมภรี ป ุคคลบญั ญตั ใิ ชท้งั สองความหมายนี้ กลา วคือ
คําวาบัญญัติในบัญญัติ ๖ ประการ มีขันธบัญญัติเปนตน
หมายถึงการช้ีแจง การแสดง การประกาศ ๖ ประการก็ได
หมายถงึ การตงั้ ไว การวางลง (เปน กฎหรอื เปน หลกั ) ๖ ประการ
ก็ได บัญญัติ ๖ ประการน้นั ไดแ ก
๑. ขันธบญั ญัติ การบญั ญัติสภาวธรรมทีเ่ ปนหมวดหมู
กนั วา เปนขันธ
๒. อายตนบญั ญตั ิ การบญั ญตั สิ ภาวธรรมทเ่ี ปน บอ เกดิ
วา เปนอายตนะ
4
๓. ธาตบุ ัญญัติ การบัญญัติสภาวธรรมท่ีทรงตัวอยูวา
เปน ธาตุ
๔. สัจจบัญญัติ การบัญญัตสิ ภาวธรรมทเ่ี ปนความจริง
วา เปน สจั จะ
๕. อินทรยิ บัญญตั ิ การบญั ญตั สิ ภาวธรรมท่เี ปน ใหญวา
เปน อินทรยี
๖. ปุคคลบญั ญัติ การบญั ญัติเหลาบคุ คลวา เปน บคุ คล
การจัดแบง เนอ้ื หาในคมั ภรี ป ุคคลบัญญตั ิ
เน้ือหาของปคุ คลบัญญัติ แบงเปน ๒ ภาค คือ
๑. ภาคอุทเทส
ภาคอุทเทส แบงเปน ๑๐ อุทเทส เรียกชื่ออุทเทสตาม
จํานวนบุคคลท่ียกข้ึนเปนบทมาติกาหมวดหน่ึงๆ เชน หมวด
บุคคล ๑ จําพวก เรยี กวา เอกกอุทเทส จนถงึ หมวดทีว่ าดวย
บุคคล ๑๐ จําพวก เรียกวา ทสกอุทเทส รวมบคุ คลในแตละ
อทุ เทสทท่ี านขยายไวแลว ในนิทเทส ดงั นี้
เอกกอุทเทส วา ดวยบคุ คล ๑ จาํ พวก จาํ นวน ๔๔ บุคคล
ทุกอุทเทส วา ดว ยบุคคล ๒ จาํ พวก ๒๖ คู จาํ นวน ๕๒
5
บุคคล
ตกิ อทุ เทส วา ดว ยบคุ คล ๓ จาํ พวก ๑๘ กลมุ จาํ นวน ๕๔
บคุ คล
จตกุ กอทุ เทส วาดวยบคุ คล ๔ จาํ พวก ๓๒ กลุม จํานวน
๑๒๘ บุคคล
ปญจกอุทเทส วา ดว ยบุคคล ๕ จําพวก ๖ กลุม จํานวน
๓๐ บุคคล
ฉกั กอุทเทส วา ดว ยบุคคล ๖ จาํ พวก ๑ กลมุ จํานวน ๖
บคุ คล
สัตตกอุทเทส วาดวยบุคคล ๗ จําพวก ๒ กลุม จํานวน
๑๔ บคุ คล
อัฏฐกอทุ เทส วาดว ยบคุ คล ๘ จาํ พวก ๑ กลุม จํานวน ๘
บคุ คล
นวกอุทเทส วา ดวยบุคคล ๙ จาํ พวก ๑ กลุม จาํ นวน ๙
บคุ คล
ทสกอทุ เทส วา ดว ยบคุ คล ๑๐ จาํ พวก ๑ กลมุ จาํ นวน ๑๐
บุคคล
รวม ๓๕๕ บคุ คล
6
๒ . ภาคนิทเทส
ภาคนทิ เทสก็แบงเปน ๑๐ นิทเทสเหมอื นในภาคอุทเทส
แตล ะนทิ เทสทรงนาํ บคุ คล แตล ะอทุ เทสมาอธบิ ายขยายความ
โดยใชวธิ ปี จุ ฉาและวิสชั นาแตล ะบุคคล เวนเฉพาะนทิ เทสที่ ๖
ท่ีไมทรงใชวิธีปุจฉาและวิสัชนา การเรียกช่ือแตละนิทเทส
ใชจํานวนบคุ คลแตล ะจําพวกเปนชื่อเรียก เชน
นทิ เทสท่ี ๑ วา ดว ยบคุ คล ๑ จําพวก เรยี กวา เอกกปคุ คล
บญั ญตั ิ
นิทเทสท่ี ๒ วา ดวยบคุ คล ๒ จาํ พวก เรยี กวา ทุกปคุ คล
บัญญตั ิ เชน นี้จนถึงนิทเทสท่ี ๑๐ ซงึ่ วา ดว ยบุคคล ๑๐ จาํ พวก
ก็เรยี กวา ทสกปคุ คลบัญญัติ
7
พระอภิธรรมปฎก เลมท่ี ๓
ธาตกุ ถา ปคุ คลบัญญัติ
จบ