The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การบวก และการลบเศษส่วน ที่ตัวส่วนไม่เท่ากัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by duangkhae21, 2022-08-29 09:18:05

การบวก และการลบเศษส่วน ที่ตัวส่วนไม่เท่ากัน

การบวก และการลบเศษส่วน ที่ตัวส่วนไม่เท่ากัน

1

2

ใบความรู้ท่ี 1
เร่ือง การบวกเศษส่วนที่ตวั ไม่ส่วนเท่ากนั

ตวั อย่างท่ี 1 2  3 =

6 12

3
12

2 ตอ้ งทำเศษส่วน
6 ใหม้ ีตวั ส่วนเท่ำกนั ก่อน

2 3  = 2  2  3
6 12 6 2 12

2 = 43
6 12
12 12

= 43

12

=7

12

กำรบวกเศษส่วนท่ีตวั ส่วนไม่เท่ำกนั จะตอ้ งทำตวั ส่วนใหเ้ ท่ำกนั ก่อน
แลว้ จึงหำผลบวก และผลบวกท่ีไดจ้ ำกกำรบวกเศษส่วน ควรทำใหเ้ ป็น “รูปอย่างง่าย”
ซ่ึงอำจอยใู่ นรูปเศษส่วนอยำ่ งต่ำ จำนวนคละ จำนวนนบั หรือ ศนู ย์

3

ตวั อย่างท่ี 2 5  2 = การบวกเศษส่วนทตี่ วั ส่วนไม่เท่ากนั

15 3

วธิ ที า 5  2  = 5  2 5
15 3 5
15 3
= 5 10
ตอบ ๑
15 15

= 15 15 เขียนในรูปจำนวนนบั ได้ 1

15 15

=1

ตัวอย่างท่ี 3 1 6 =
วธิ ที า
3 18

1 6 =  16  6
3 18 =
3 6 18
= 12 ทำเป็ นเศษส่วนอยำ่ งต่ำได้ 2
66
18 18 18 3

= 12 2
18 3

2
3

ตอบ 2
3

ตัวอย่างท่ี 4 53 = =  5  3 2 เพอื่ น ๆ อยา่ ลมื ทา
วธิ ที า = เปน็ รูปอยา่ งงา่ ยดว้ ยนะครบั
84 = 8 42
53 =
84 56
88
11 เขียนในรูปจำนวนคละได้ 13 11
8
88 183

ตอบ 1 3
8

4

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแสดงวธิ ีทำและหำคำตอบใหถ้ ูกตอ้ ง (ตอบเป็นรูปอยำ่ งง่ำย)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 2 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

ตัวอย่าง 1 4 =

5 10

วธิ ีทา 1  4  = 12  4
5 2 10
5 10

= 24
10 10 6 ทำเป็ นเศษส่วนอยำ่ งต่ำได้ 3
63
= 10 5 10 5

=3

5

ตอบ 3
5

1. 12  1 =

18 2

…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………….

5

2. 5  4 =

30 6

…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………….

3. 5  6 =

7 28

…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………….

ไปขอ้ ตอ่ ไปเลยครบั

6

4. 2  2 =

36

…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………….

5. 15  2 =

49 7

…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………….

เพื่อน ๆ ตรวจความถกู ต้อง
ไดท้ เี่ ฉลยนะคะ

7

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเติมคำตอบลงในช่องวำ่ งใหถ้ ูกตอ้ ง (ตอบเป็นรูปอยำ่ งง่ำย)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 1 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

ตวั อย่าง 3 1 = 1
2
7 14

1. 1  3 = 2. 4  3 =

39 6 18

3. 7  2 = 4. 13  3 =

20 4 28 7

5. 1  3 = 6. 23  2 =

2 14 40 5

7. 51  1 = 8. 15  5 =

66 11 36 9

9. 35  7 = 10. 2  3 =
7
100 20

8

71

93

9

ใบความรู้ท่ี 2
เร่ือง การลบเศษส่วนทต่ี ัวส่วนไม่เท่ากนั

ตวั อย่างที่ 1 12  1 =

16 4

12
16

1  4  4
4 4 16

1
4

วธิ ีทา 12  1  = 12  1  4
16 4 4
16 4
= 12  4
ตอ้ งทำเศษส่วน
16 16 ใหม้ ีตวั ส่วนเท่ำกนั ก่อน

= 81

16 2

=1

2

ตอบ 1 8 ทำเป็นเศษส่วนอยำ่ งต่ำได้ 1
2
16 2

กำรลบเศษส่วนที่ตวั ส่วนไม่เท่ำกนั จะตอ้ งทำตวั ส่วนใหเ้ ท่ำกนั ก่อน
แลว้ จึงหำผลลบ และผลลบที่ไดจ้ ำกกำรลบเศษส่วน ควรทำใหเ้ ป็น “รูปอย่างง่าย”
ซ่ึงอำจอยใู่ นรูปเศษส่วนอยำ่ งต่ำ จำนวนคละ จำนวนนบั หรือ ศนู ย์ นะครับ

10

ตัวอย่างท่ี 2 2  4 = การลบเศษส่วนทตี่ วั ส่วนไม่เท่ากนั
7

วธิ ที า 2  4 =  2 7  4
7
17 7
= 14  4
77
= 10
7
= 173 7 เขียนในรูปจำนวนคละได้ 13

10 7

ตอบ 1 3
7

ตัวอย่างที่ 3 1 4 =  16  4
วธิ ที า 3 18 =
1 4 = 3 6 18
3 18
64
18 18 2 ทำเป็นเศษส่วนอยำ่ งต่ำได้ 1

21 18 9
18 9
=
1
= 9

ตอบ 1
9

ตวั อย่างที่ 4 1 2 =  12  2 0 มีค่ำเทำ่ กบั 0
วธิ ีทา 5 10 =
1 2 = 5 2 10 10
5 10
22 วธิ ีคิด 0  10 ได้ 0
= 10 10
0 =0
0
10 10

= 0

ตอบ ๐

11

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแสดงวธิ ีทำและหำคำตอบใหถ้ ูกตอ้ ง (ตอบเป็นรูปอยำ่ งง่ำย)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 2 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

ตัวอย่าง 6  12 =
8 32
6  12  = 6 4 12
วธิ ที า 8 32 8 4 32

นา 4 มาหาร = 24 12
ทงั้ เศษและสว่ น
32 32

= 12 3
32 8

3 =3
8
8

ตอบ

1. 3  10 =
5 25

………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………

………………..

12

2. 11 4 =

9 27

…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………

3. 42  3 =

45 5

……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
……………………………………………………………………
………………………………

13

4. 4  10 =
5 50

…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………

5. 5 6 =

7

…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………

14

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเติมคำตอบลงในช่องวำ่ งใหถ้ ูกตอ้ ง (ตอบเป็นรูปอยำ่ งง่ำย)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 1 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

ตัวอย่าง 17  5 = 1
9
18 6

1. 10  1 = 2. 6  8 =

12 3 7 14

3. 30  9 = 4. 13  2 =

26 13 15 3

5. 25  3 = 6. 5  19 =

28 4 7 42

7. 12  11 = 8. 4 14 =

20 60 5 45

9. 4 7 = 10. 7 3 =

11 9

15

บรรณานุกรม

กวนิ ยำ ศิลปพรหมมำศ. (2556). แบบฝึ กพชิ ิตโจทย์ปัญหาคณติ ศาสตร์ ป. 5. กรุงเทพฯ :
นิติกร ระดม. (ม.ป.ป). แบบฝึ กหัดคณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5. พมิ พค์ ร้ังที่ 5.

กรุงเทพฯ : อกั ษรเจริญทศั น์ อจท.
พงศศ์ กั ด์ิ วทญั ญำ. (ม.ป.ป). สนุกกบั โจทย์คณติ ศาสตร์ ป. 5. กรุงเทพฯ :เยลโล่ กำรพิมพ.์
สถำบนั พฒั นำคุณภำพวชิ ำกำร. (2560). คู่มือครูหนังสือเรียนคณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5.

กรุงเทพฯ : บริษทั พฒั นำคุณภำพวชิ ำกำร (พว.).
สถำบนั ส่งเสริมกำรสอนวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษำธิกำร. (2564). คู่มือครูรายวชิ า

พืน้ ฐานคณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลำดพร้ำว.
________. (2564). หนังสือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.
ลำดพร้ำว.
________. (2564). แบบฝึ กทกั ษะรายวชิ าพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค.
ลำดพร้ำว.
สำนกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ กระทรวงศึกษำธิกำร. (2560). ตัวชี้วดั และสาระการเรียนรู้
แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์กำรเกษตร
แห่งประเทศไทย.

16

แบบเฉลย

17

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแสดงวธิ ีทำและหำคำตอบใหถ้ ูกตอ้ ง (ตอบเป็นรูปอยำ่ งง่ำย)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 2 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

1. 12  1 =  = 12  1 9 ทาใหหเ้ ปน็ รปู อยา่ ง
18 2 9 งา่ ยดว้ ยนะคะ
18 2
= 12  9
วธิ ที า 12  1
18 18
18 2
= 21
นา 3 มาหาร
ทง้ั เศษและสว่ น 18

= 7 = 116
6

ตอบ 1 1
6

2. 5  4 =  = 5  4 5
30 6 5
30 6 5 4
30 6
วธิ ที า

= 5  20 นา 5 มาหาร
ทงั้ เศษและสว่ น
30 30

= 25

30

=5

6

ตอบ 5
6

18

3. 5  6 = 4. 2  2 =
7 28
36
 วธิ ที า 5  6 = 54  6  2  2  2
7 28 7 4 28 วธิ ีทา 2  2 =
32 6
36

= 20  6 = 42

28 28 66

นา 2 มาหาร = 26 นา 6 มาหาร =6
ทง้ั เศษและสว่ น ทง้ั เศษและสว่ น
28 6

= 13 =1

14

ตอบ 13 ตอบ 1
14

ตรวจแลว้ เปน็ ไง
บา้ งคะ…

5. 15  2 =
49 7

วธิ ีทา 15  2  = 15  2 7
49 7 7
49 7
= 15  14

49 49

= 29

49

ตอบ 29
49

19

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเติมคำตอบลงในช่องวำ่ งใหถ้ ูกตอ้ ง (ตอบเป็นรูปอยำ่ งง่ำย)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 1 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

1. 1  3 = 2 2. 4  3 = 5
3 6
39 6 18

3. 7  2 = 17 4. 13  3 = 25
20 28
20 4 28 7

5. 1  3 = 5 6. 23  2 = 39
7 40
2 14 40 5

7. 51  1 = 19 8. 15  5 = 35
22 36
66 11 36 9

9. 35  7 = 7 10. 2 3 = 23
10 7
100 20 7

20

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแสดงวธิ ีทำและหำคำตอบใหถ้ ูกตอ้ ง (ตอบเป็นรูปอยำ่ งง่ำย)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 2 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

1. 3  10 =  = 35 10 ทาใหหเ้ ปน็ รปู อยา่ ง
5 5 25 งา่ ยดว้ ยนะคะ
5 25
= 15  10
วธิ ที า 3 10
25 25
5 25
=5
นา 5 มาหาร
ทงั้ เศษและสว่ น 25

=1

5

ตอบ 1
5

2. 11 4 =  = 113  4
9 3 27
9 27
= 33  4
วธิ ีทา 11 4
27 27
9 27
= 29

27

= 12

27

ตอบ 1 2
27

21

3. 42  3 = 4. 4  10 =

45 5 5 50

วธิ ที า 42  3 =  42  3 9  วธิ ีทา 4 10 =
5 50
45 5 45 5 9 4 10  10
5 10 50
= 42  27
45 45 = 40  10

15 50 50
45
นา 15 มาหาร = นา 10 มาหาร = 30
ทงั้ เศษและสว่ น = 1 ทงั้ เศษและสว่ น
3 50

=3

5

ตอบ 1 ตอบ 3
3 5

เพ่ือน ๆ ทาถกู
กี่ขอ้ คะ

5. 5 6 =

7

วธิ ที า 5 6  = 57  6
7 17 7

= 35  6

77

= 29 297 ได้ 4 เศษ 1

7

= 41

7

ตอบ 4 1
7

22

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเติมคำตอบลงในช่องวำ่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ขอ้ ละ 1 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

1. 10  1 = 1 2. 6  8 = 2
2 7
12 3 7 14

3. 30  9 = 6 4. 13  2 = 1
13 5
26 13 15 3

5. 25  3 = 1 6. 5  19 = 11
7 42
28 4 7 42

7. 12  11 = 5 8. 4 14 = 22
12 45
20 60 5 45

9. 4  7 = 34 10. 7  3 = 6 2
11 11 9 3


Click to View FlipBook Version