The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1. ชื่อหนังสือ : อักษรธรรมอีสานและไทยน้อย
2. ชื่อผู้แต่ง : พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ผศ.ดร.
3. ISBN : 978-616-413-459-9
4. จำนวนที่พิมพ์ : 1,000 เล่ม
5. ปีที่พิมพ์ : 2559
6. โรงพิมพ์ : หจก.โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา, ขอนแก่น
7. ราคา 70 บาท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by starsiam45, 2021-05-19 05:02:50

อักษรธรรมอีสานและไทยน้อย

1. ชื่อหนังสือ : อักษรธรรมอีสานและไทยน้อย
2. ชื่อผู้แต่ง : พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ผศ.ดร.
3. ISBN : 978-616-413-459-9
4. จำนวนที่พิมพ์ : 1,000 เล่ม
5. ปีที่พิมพ์ : 2559
6. โรงพิมพ์ : หจก.โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา, ขอนแก่น
7. ราคา 70 บาท

อกั แบษบเรรียนธรรมอีสานและไทยน้อย

Isan Dhamma and Thainoi Scripts

vlyD NiT,y <UlkO c]twmpoh Z

โดย
พระมหาดาวสยาม วชริ ปัญโญ, ดร.

Phramaha Daosayam Vajirapañño, Dr.
ป.ธ.๖, พธ.บ., ศศ.บ. M.A. (Sanskrit) Ph.D. (Pali & Theravada)

ศนู ยภ์ าษาภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมอาเชียน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน่

ชือ่ หนงั สอื : อกั ษรธรรมอสี านและไทยน้อย
Isan Dhamma and Thainoi Scripts
(Ancient Isan Scripts)

ผู้รวบรวม : พระมหาดาวสยาม วชริ ปญั โญ, ดร.
ISBN :

คณะกรรมการ : พระโสภณพัฒนบณั ฑิต, ดร. รองอธกิ ารบดี
(Peer Review) พระราชประสิทธคิ ุณ รองเจ้าคณะจงั หวดั ขอนแก่น

พระครสู โมธานเขตคณารกั ษ์ (สมเกยี รติ วรี ญาโณ) เจา้ คณะอ�ำเภอชมุ แพ
รศ. อดุ ม บัวศรี ผชู้ �ำนาญการพเิ ศษ
รศ.ดร. โสวิทย์ บ�ำรงุ ภักดิ์
ผช. ชอบ ดีสวนโคก ประธานชมรมรวมพลคนพุทธ
พระอาจารย์ ดร. พวงประเสรฐิ พมู วงศ์ ผอู้ �ำนวยการวทิ ยาลยั สงฆอ์ งคต์ อื้
เวียงจนั ทน์
คณะกรรมการศนู ยฯ์ อาเซยี น : อาจารยน์ ภกนก เมืองโคตร ผอู้ �ำนวยการศนู ย์ฯ
ดร.นิรัช เรอื งแสน อาจารยป์ ระจ�ำ
พระรัตนะ รตนสีโล เจ้าหน้าท่ีประจ�ำศูนยฯ์
พระต้เู หวียน ตรัน อนิ ทปัญโญ เจ้าหน้าทีป่ ระจ�ำศนู ยฯ์
กองบรรณาธิการ : พระมหาศริ ิศักดิ์ สิริวุฒิปญฺญาเมธี (มะสหี า)
พระสมปอน สจุ ิตโฺ ต (ศรปี ระเสรฐิ )
พระมหาก้องไกล กิตตฺ ิญาณกวี (เหมันต)์
สามเณรรัฐพล บรกิ ุล
สามเณรกอ้ งไพร ไชยแสง ประธานชมรมอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมอกั ษรอสี าน
ผสู้ นบั สนุน : ศนู ย์ภาษา ภมู ปิ ัญญา และวฒั นธรรมอาเซยี น
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตขอนแก่น
โทร. ๐๔๓-๒๘๓๕๔๖ ตอ่
ปก/รูปเล่ม พระธรี ศักด์ิ ธมมฺ วโร
[email protected]
พิมพ์ท่ี : หจก. โรงพิมพค์ ลงั นานาวทิ ยา
๒๓๒/๑๙๙ หมู่ ๖ ถ. ศรจี ันทร์ ต. ในเมือง อ. เมอื ง จ. ขอนแก่น
โทร. ๐-๔๓๓๒-๘๕๘๙-๙๑ แฟ็กซ์ ๐-๔๓๓๒๘๕๙๒
อเี มล์ : [email protected], [email protected]
จำ�นวนพมิ พ์ : ๑,๐๐๐ เล่ม
ปที ีพ่ ิมพ์ : พฤษภาคม ๒๕๕๙
สงวนลิขสิทธ์ิ :

คำ� นำ�

ในยุคบรรพกาล เมือ่ มนุษยร์ ู้จักสือ่ สารกันดว้ ยภาษาพดู ท�ำใหเ้ กดิ ความเข้าในระหว่างครอบครวั
และชมุ ชน แต่การสือ่ สารดว้ ยภาษาพดู มขี ้อจ�ำกดั หลายอยา่ ง เพราะในทไ่ี กลไม่สามารถได้ยิน และเกบ็
ไวน้ านไมไ่ ด้ อกี ทงั้ การสอื่ สารตอ่ ๆ กนั อาจจะท�ำใหผ้ ดิ เพยี้ นได้ มนษุ ยจ์ งึ เรม่ิ หาอกั ษรมาเขยี นสง่ิ ทต่ี อ้ งการ
สื่อความหมาย อักษรจึงได้ก�ำเนิดข้ึนเมื่อหน่ึงหม่ืนปีท่ีผ่านมา ตัวอักษรจึงเป็นมรดกที่ส�ำคัญที่สุดของ
มนษุ ยชาติ มนั ถกู สรา้ งขนึ้ มาเพอ่ื เกบ็ ภาษาพดู ใหเ้ ปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรอยา่ งแพรห่ ลายและมปี ระสทิ ธภิ าพ
มากกว่าภาษาพดู

ชนชาตไิ ทยนบั วา่ เปน็ ชาตทิ มี่ คี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งทางดา้ นวฒั นธรรมในดนิ แดนขวานทองมายาวนาน
ในชว่ งทเี่ รายงั ไมไ่ ดร้ บั อารยธรรมจากอนิ เดยี นนั้ ภาษาไทยเปน็ ภาษาค�ำโดด มรี ะบบโครงสรา้ งไมซ่ บั ซอ้ น
แต่เมื่อรับพุทธศาสนาและพราหมณ์เข้ามาท�ำให้ภาษาพูดและเขียนเร่ิมซับซ้อนมากขึ้น เราจะสังเกตว่า
ถา้ ภาษาไทยไมย่ มื ภาษาบาลสี นั สกฤตมาจากอนิ เดยี แลว้ ภาษาเขยี นของไทยจะมไี มเ่ กนิ ๒๘ ตวั แตไ่ มม่ ี
ภาษาใดทีไ่ ม่มีค�ำยมื เพราะต้องเกย่ี วเนอ่ื งกนั กบั ชนชาตอิ นื่ ๆ ไม่ว่าดา้ นใดก็ด้านหน่งึ

อกั ษรไทย จึงเป็นความภาคภมู ิใจของของชนชาตไิ ทย ซง่ึ หลายชาตเิ ชน่ เวียดนาม (เดิมใชอ้ ักษร
จีน) อนิ โดนีเซยี มาเลเซีย และฟิลปิ ปินสไ์ มม่ ีภาษาของตนเองใชเ้ หมือนพวกเรา จึงเปน็ ความภมู ใิ จอยา่ ง
หนงึ่ ของชนชาตนิ อกจากอกั ษรไทยกลางแลว้ หลายคนอาจจะยงั ไมท่ ราบวา่ ทอ่ี สี าน ดนิ แดนทเ่ี รยี กอยา่ ง
เป็นทางการวา่ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ มีอกั ษรใชอ้ ยา่ งนอ้ ย ๓ อยา่ งแลว้ คือ อักษรปลั ลวะ อักษร
ธรรมและไทยนอ้ ย สว่ นอกั ษรขอมนนั้ มีใช้บา้ งในจงั หวัดท่ีมเี ขตแดนติดกับกัมพชู า

หนังสืออักษรธรรมอีสานและไทยน้อยที่ท่านก�ำลังอ่านอยู่ขณะน้ี เป็นความพยายามท่ีจะรักษา
มรดกของชาติแขนงหนง่ึ เพราะมรดกชน้ิ นี้ได้เก็บรักษาประวัตศิ าสตร์ วัฒนธรรม ความเชือ่ ประเพณี
ศาสนา ปรชั ญา ต�ำรายาและอืน่ ๆ อกี มากมายในรปู แบบของใบลานและจารึกต่างๆ สง่ มาถึงคนยคุ เรา
ในปจั จุบนั ถ้าปราศจากอกั ษรแลว้ มรดกทสี่ �ำคัญเหลา่ น้ีจะไมเ่ หลือมาจนถึงปัจจุบนั

ในการเปิดศูนย์ภาษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอาเซียนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช-
วทิ ยาลัย วทิ ยาเขตขอนแกน่ ตง้ั แต่ภาคการศึกษา ๒๕๕๕ น้ี ทางศนู ย์ฯ มขี ้อบงั คบั ว่านสิ ติ ไทยตอ้ งเลือก
ภาษาองั กฤษ ๑ ภาษา และเลอื กอกี ๑ ภาษา นสิ ิตต่างชาติต้องเรียนภาษาไทย และเลอื กอกี ๑ วิชา จงึ
จะจบหลกั สตู รระดบั ปรญิ ญาตรที สี่ มบรู ณ์ เพอื่ เปน็ อปุ กรณส์ อื่ สารใหค้ นไดส้ ามารถตดิ ตอ่ กนั ได้ แตก่ รณี
อกั ษรธรรมและไทยน้อยนี้ แตกตา่ งออกไป เพราะเปน็ ภาษาที่ไมไ่ ด้ใช้ในชวี ิตประจ�ำวัน มเี ฉพาะในภาค
อสี าน และประเทศลาวเทา่ นน้ั และทงั้ สองแหง่ นมี้ ผี คู้ นนอ้ ยรายทจ่ี ะทราบและอา่ นออก แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม
ถ้านิสิตได้ศึกษาจนสามารถอ่านออกเขียนได้ จะท�ำให้ขุมทรัพย์ทางปัญญาท่ีเก็บรักษาไว้ในรูปแบบใบ
ลาน คมั ภรี ์ตา่ งๆ คงจะเผยโฉมให้คนทวั่ ไปไดร้ ูด้ ้วย ศูนย์ภาษาฯ เหน็ ความจ�ำเป็นในการสืบสานอนุรกั ษ์
วฒั นธรรมอสี านดา้ นภาษาใหส้ บื ทอดตอ่ ไป จงึ จ�ำเปน็ ตอ้ งผลติ คนรนุ่ ใหมท่ สี่ นใจดา้ นนม้ี าศกึ ษาเลา่ เรยี น
เพ่ือใหอ้ า่ นออกเขียนได้ จะไดเ้ ปน็ ตวั แทนสืบทอดต่อไป

ในบรรดาภาษาต่างๆ ทเ่ี ปิดสอนในศูนย์ฯ ทั้งหมด ๗ ภาษาคือ ภาษาไทย กัมพชู า ลาว เวียดนาม
จีน อังกฤษ และอักษรธรรมไทยน้อย ภาษาอักษรธรรมและไทยน้อยมีข้อดีอย่างหนึ่งคือ เพียงแต่จ�ำ
พยญั ชนะสระได้ ผสมกนั เปน็ ก็สามารถอา่ นได้แล้ว เพราะเปน็ ภาษาไทยเราเอง ไมต่ ้องจ�ำศพั ทห์ รือออก
ส�ำเนยี งใหถ้ ูกเหมือนภาษาอนื่ ๆ จงึ เป็นทางเลือกทด่ี ี และใช้เวลาในการศึกษาระยะส้นั ๆ กจ็ บแล้ว น้ัน
หมายถึงนิสิตจะมีเวลาท�ำอย่างอ่ืนได้อีกมาก จึงขอเอาก�ำลังใจช่วยนิสิตทุกคนท่ีสมัครเรียนวิชาน้ี จง
ประสบความส�ำเรจ็ ในจดุ ม่งุ หมายด้วยกนั ทกุ คน

ในการเขียนหนังสือเล่มนี้ ผู้รวบรวมขอขอบคุณท่านดังต่อไปน้ีท่ีท�ำให้ผู้เขียนมีความรู้ในอักษร
โบราณอสี านคอื

๑. พระราชประสิทธิคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ครูสอนอักษรธรรมในมจร. วิทยาเขต
ขอนแกน่ ผู้รวบรวมเปน็ ศษิ ยร์ ูปหนง่ึ ของทา่ น และยังมเี มตตาเขียนค�ำนยิ มไวด้ ว้ ย

๒. พระครูสโมธานเขตคณารักษ์, ดร. (สมเกยี รติ วรี ญาโณ) เจา้ คณะอ�ำเภอชมุ แพ ศิษยผ์ พู้ ี่ผู้
ศรัทธารักในมรดกดา้ นนอ้ี ย่างจรงิ จังกว่าผ้อู น่ื ในเขตจังหวดั ขอนแก่น

๓. อาจารยเ์ กษม สดี ากดู อดีตอาจารยส์ อนมจร. ซึ่งไดล้ าสกิ ขาไปเป็นเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ กรงุ เทพฯ ทว่ี างรากฐานงานวรรณกรรมอสี านดว้ ยการจดั ตงั้ ชมรมวรรณกรรมอสี านใน มจร.
ขอนแก่น ตง้ั แต่พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๓๘

๔. อาจารย์ รศ. กรรณิการ์ วิมลเกษม อาจารยม์ หาวิทยาลัยศลิ ปากร กรงุ เทพฯ แมจ้ ะไมไ่ ดส้ อน
โดยตรง แตไ่ ดใ้ หข้ อ้ มลู หนงั สอื อกั ษรธรรมโบราณหลายชนดิ อาจารยเ์ ปน็ ผชู้ �ำนาญการของมหาวทิ ยาลยั
ศิลปากรเร่อื งจารึกโบราณทัง้ ในอินเดียและอุษาคเนย์

๕. อาจารยว์ ัฒน ศรีสว่าง อาจารยผ์ ูช้ �ำนาญอักษรธรรม ไทยน้อย ขอม ได้แตง่ ต�ำราการเขียน
อักษร และที่ส�ำคัญคือการท�ำฟ้อนต์อักษรธรรมให้ใช้ฟรีทางคอมพิวเตอร์ซึ่งสะดวกในการจัดพิมพ์มาก
ชอื่ ฟอ้ นตค์ อื ธรรม2004 (Tham2004) ความจรงิ ฟอ้ นตอ์ กั ษรธรรมในคอมพวิ เตอรม์ หี ลายคนไดจ้ ดั ท�ำ
แต่ทส่ี วยทสี่ ดุ และครบบรบิ ูรณค์ ือฟอ้ นตธ์ รรม2004 ทคี่ ดั เลอื กใหใ้ ชพ้ มิ พ์ในหนังสอื เลม่ นี้

๖. อาจารยน์ ริ ชั เรอื งแสน, ดร. อาจารยป์ ระจ�ำศนู ยภ์ าษาและภมู ปิ ญั ญาอาเซยี น ทไี่ ดช้ ว่ ยในการ
แปลค�ำน�ำเปน็ ภาษาองั กฤษและค�ำแนะน�ำหลายอย่าง

ด้วยเมตตาธรรม
พระมหาดาวสยาม วชิรปัญโญ, ดร.
รองผูอ้ �ำนวยการวทิ ยาลยั สงฆ์ขอนแก่น

มจร. วิทยาเขตขอนแกน่
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙

Preface

At the early time, human communication mainly relied on a spoken language
to create comprehension within a family or community. However, spoken language
communication through clearly showed many limitations such as the inability to
deliver the message in the distance, incapacity to be stored as well as deficient
communication. The human, therefore, created the scripts to write the message they
want to express. The scripts so were created in thousands years ago. Thereafter they
become one of the most important heritages of the entire human race because of their
effectiveness in transforming a spoken language into a written form.

Thailand has been the country with cultural prosperity for a long period of time.
Before being influenced by Indian civilization, Thai language was an isolating
language with a non-complex structure. After the arrival of Buddhism and Brahmanism,
the language structure in both spoken and written forms has become more complex.
That is, without borrowing of Pāli and Sanskrit words or terms, the written scripts
were no more than twenty-eight alphabets in Thai language. Nevertheless, based on
international connection through many channels, language borrowing is unavoidable.

While many countries do not have their own script such as Vietnam (which

formerly used Chinese scripts), Indonesia, Malaysia and Philippine, Thai script is in
the pride of Thai people because they represent the uniqueness of Thai identity.
Besides the official Thai script, there are three more scripts used in the Northeast
region of the country: Pallawa, Dhamma and Thainoi. Additionally, Khmer scripts
are rarely used in the border region close to Cambodia.



The book "Isan Dhamma and Thainoi scripts" aims to preserve the national
heritages because they record history, cultures, belief, traditions, religions, philosophy,
medical scriptures and etc. in the Palm leaves and inscriptions for us in the present
time. Without these scripts, the important heritages will be lost.

Since establishment of ASEAN Languages, Wisdom and Cultural Studies
Center of Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Khon Kaen Campus in 2012,
to promote communicative language skills in daily life, the domestic students have
been required to study English and one more selective language. Also, international
students have to study Thai language and one more selective language to complete
the Bachelor degree course.

Isan Dhamma and Thainoi scripts are categorized into the group of selective
languages, although they are not used in daily life, but studying in this course provides
great benefits to the students. That is, the students who are able to read these scripts
can access or reveal the treasure of wisdom collected in the Palm leaves as the scriptures.
The language center realizes the importance of Isan culture preservation. So, teaching
the method for reading the scripts for those who are interested in is necessary.

Among all six languages at the language center, learning Isan Dhamma
language is advantageous in ease of making sense of its grammatical system. That is,
when learners memorize consonants and vowels, have ability in spelling, they will
be able to read because the Isan Dhamma is Thai language but written in Isan Dhamma
scripts. It is unnecessary to memorize vocabularies or to make the right pronunciation
as in other languages. Isan Dhamma learning is a good selective course and requires
a short time to study. So, I would like to give encouragement to the students enrolling
to study in this course and wish them all succeed in learning.



In writing this book, I would like to thank all the following persons who

provided the great contributions:

1. Phra Rajprasidhikhun, Provincial Sangha Vice Governor of Khon Kaen
Province, Instructor of Isan Dhamma Studies at MCU KK, who taught me methods
to read the scripts and gives acknowledgement in this book,

2. Phrakru Samodhankhetkhanarak, Dr. (Somkiet Viranano), District Sangha
Governor of Chumphae District, the elder disciple who has faith and love in studying
Isan Dhamma scripts,

3. Kasem Sidakud, a former lecturer of MCU, an officer of Thammasat
University, who laid the foundation of Isan literature studies and established the
Association of Isan Literature at MCU KK from 2530 to 2538 B.E.,

4. Kannika Vimolkasem, a lecturer of Silpakorn University, an expert in
ancient inscription in India and Southeast Asia, even if she does not teach reading the
scripts directly, she studies many types of ancient Dhamma scripts,

5. Watthana Srisawang, Expert in Dhamma scripts, Thainoi, Khmer who wrote
the scripture in writing the scripts and creates a Computer Dhamma Font called 2004
Dhamma Font, used in this book,

6. Niraj Ruangsan, Dr., Lecturer of ASEAN Languages, Wisdom and
Cultural Studies Centre for English consultation and provided beneficial recommen-
dations.

Yours in Dhamma

Phramaha Daosayam Vajirapañño, Dr.

Vice Director of Sangha College, MCU KK
15 May 2016

ค�ำนยิ ม

ต้งั แตต่ น้ ปพี .ศ. ๒๕๕๙ เปน็ ตน้ มาประชาคมอาเซยี นกไ็ ดร้ วมตวั กนั เปน็ หนงึ่ เดยี วโดยการรว่ มมือใน ๓
ด้าน คือ ๑. ประชาคมการเมอื งความมน่ั คงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community หรอื APSC)
๒. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) ๓. ประชาคมสังคมและ
วฒั นธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community หรอื ASCC) เรียกว่า ๓ เสาหลักของอาเซยี น

เพอื่ ใหน้ สิ ติ ตระหนกั ถงึ ความเปลยี่ นแปลงดงั กลา่ ว มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขต
ขอนแกน่ ไดเ้ ตรยี มความพรอ้ มในการรองรบั การเขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มของไทยในเวทอี าเซยี น ดว้ ยการจดั ตงั้ “ศนู ย์
ภาษาภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมอาเซียน” เมอื่ ปีพ.ศ. ๒๕๕๕ เปน็ ต้นมา เพอ่ื เปน็ ศนู ย์กลางการศึกษาศาสนา
ภาษาและศลิ ปวฒั นธรรมของประชาคมอาเซยี น โดยเปดิ การเรยี นภาษาอาเซยี น ๗ ภาษาคอื ๑. ไทย ๒. องั กฤษ
๓. ลาว ๔. เขมร ๕. เวยี ดนาม ๖. จีน และ ๗. อักษรธรรมและไทยนอ้ ย ในบรรดา ๗ ภาษาน้ัน มีภาษาอังกฤษ
และภาษาจนี ถงึ แมว้ า่ จะไมไ่ ดเ้ ปน็ ภาษาในอาเซยี น แตม่ คี วามส�ำคญั มากเพราะเปน็ ภาษาสากล เปน็ ภาษากลาง
ของอาเซยี น โดยภาษาจนี นนั้ เรมิ่ มบี ทบาทในอาเซยี นมากขนึ้ สว่ นภาษาและอกั ษรธรรมและไทยนอ้ ยเปน็ การ
อนุรักษภ์ มู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ ของอสี านอนั เป็นพันธกิจส่วนหนง่ึ ของมหาวิทยาลยั อย่แู ล้ว

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวมหาวิทยาลัยจึงมีข้อก�ำหนดให้นิสิตท่ีเข้ามาศึกษาในมจร.วิทยาเขต
ขอนแก่นในระดบั ปรญิ ญาตรี ทัง้ ภาคปกติและภาคสมทบ ทง้ั บรรพชติ และคฤหสั ถ์ตอ้ งเรยี น ๒ ภาษา คอื นิสติ
ไทยตอ้ งเรียนภาษาองั กฤษ และเลือกอกี ๑ ภาษา สว่ นนิสิตต่างชาตบิ งั คบั ภาษาไทยและเลือกภาษาใดภาษา
หนง่ึ

ขออนโุ มทนาในความวิรยิ ะอุตสาหะของพระมหาดาวสยาม วชริ ปญั โญ, ดร. อาจารยป์ ระจ�ำท่ีได้จัดท�ำ
“ต�ำราเรยี นอกั ษรธรรมและไทยนอ้ ย” เพอ่ื เปน็ คมู่ อื ศกึ ษาภาษาวฒั นธรรมของอสี านใหค้ งอยสู่ บื ไป และสามารถ
เชือ่ มโยงกบั อาเซียนคอื สปป.ลาวได้ เพราะทง้ั อกั ษรธรรมและไทยน้อยสามารถน�ำไปอ่านหรอื เทียบเคียงกับ
ภาษาลาวได้ เพราะเป็นภาษาตระกูลเดียวกนั

พระโสภณพฒั นบณั ฑิต, ดร.
รองอธิการบดี

วิทยาเขตขอนแกน่

ค�ำนิยม

ในบรรดาอกั ษรทคี่ นน�ำมาใชบ้ นั ทกึ เหตกุ ารณแ์ ละเรอื่ งราวตา่ งๆในโลกมอี ยมู่ ากมาย ในภาคอสี าน
ของประเทศไทยเรากม็ เี ชน่ กนั เช่นอกั ษรธรรม อักษรไทน้อย (ไทยน้อย) และอกั ษรขอม จะมีมาต้ังแต่
ยุคสมัยใดนัน้ ไม่ปรากฏหลักฐานทีช่ ดั เจนเหมอื นอักษรไทย (กลาง) ในปจั จบุ ัน คนในยคุ กอ่ นได้จารใส่
ใบลานเอาไว้จะมีมากท่สี ดุ ทภ่ี าคตะวันออกเฉียงเหนอื หรอื ภาคอสี าน

สว่ นส�ำนวนและค�ำศพั ทก์ จ็ ะใชส้ �ำนวนของคนอสี านเปน็ หลกั เวน้ ไวแ้ ตจ่ ะจารบทสวดมนต์ ค�ำถวาย
ทาน หรอื บทสวดมนต์ที่เป็นภาษาบาลี อกั ษรธรรมจะใช้มากเป็นอันดับ ๑ และอักษรไทน้อยใชม้ ากเป็น
อันดบั ๒ อกั ษรธรรมน้นั จะใช้จารเรื่องราวที่เป็นโหราศาสตร์ ฤกษย์ าม ค�ำสขู่ วญั และต�ำรายา ท่เี ก่ียว
เน่ืองกับคดธี รรม สว่ นอักษรไทน้อย จะจารเร่อื งราวตา่ งๆ ทเี่ กยี่ วเนอ่ื งกับคดีโลก ส่วนอักษรขอมมกั จะ
จารเก่ียวกบั ยนั ต์ เวทมนต์ คาถา และค�ำสอนทางศาสนา

ปัจจุบันต�ำราและคัมภีร์ต่างๆ ที่จารด้วยอักษรเหล่านี้มีไม่มากแล้ว และคนอ่านได้เขียนได้ก็มีไม่
มากเชน่ กนั ทถี่ กู สง่ ขายไปตา่ งประเทศกม็ ไี มน่ อ้ ย ทางมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั (มจร.)
วทิ ยาเขตขอนแกน่ ไดบ้ รรจไุ วใ้ นชน้ั เรยี นระยะหนง่ึ ขา้ พเจา้ กเ็ คยไดบ้ รรยายอยู่ ถา้ ท�ำตอ่ ไปอกี คงจะเปน็
ประโยชนไ์ มน่ อ้ ย ขอชมเชยทา่ นพระมหาดาวสยาม วชริ ปญั โญ, ดร. ทม่ี คี วามสนใจในเรอื่ งนขี้ อเปน็ ก�ำลงั
ใจให้และขอสนบั สนุนดว้ ย มีอะไรที่พอจะช่วยไดก้ ็ยนิ ดี และเต็มใจเสมอ

พระราชประสิทธิคุณ
รองเจ้าคณะจังหวดั ขอนแกน่
เจ้าอาวาสวัดเทพปรู ณาราม
อดตี รองอธกิ ารบดี มจร. วิทยาเขตขอนแก่น

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

สารบญั (Content) ๑๑
๑๓
บทท่ี ๑ ความเปน็ มาของอกั ษรธรรม ๑๔
๑.๑ อกั ษรธรรมกบั พระไตรปฎิ ก ๑๕
๑.๒ ความยุ่งยากของอกั ษรธรรม ๑๕
๑.๓ ท�ำไมจึงเรียกวา่ อักษรธรรม
๑.๔ อกั ษรธรรมปัจจบุ นั ๑๘
๒๒
๒๓
๒๓
บทที่ ๒ พยญั ชนะ
๒.๑ พยญั ชนะพรอ้ มเฟื้องหรือตวั เชงิ ๒๖
๒.๒ พยญั ชนะ ๓๓ ตัวตามแบบบาล ี ๓๑
๒.๓ พยญั ชนะบาลี ๓๓ ตวั พรอ้ มอกั ษรโรมนั ๓๑

๓๓
๓๔
บทท่ี ๓ พยญั ชนะเฟ้ืองและตัวเชงิ ๓๔
๓.๑ ขอ้ ยกเวน้ ของพยญั ชนะตัวเฟ้อื ง ๓๖
๓.๒ การนับเลข ๓๗
๓๘
บทท่ี ๔ สระ ๔๐
๔.๑ สระจม ๒๙ ตัว ๔๑
๔.๒ การผสมสระกบั พยัญชนะ ๔๒
๔.๓ การเขยี นพยญั ชนะพิเศษ ๕๒
๔.๔ วรรณยุกต ์ ๖๒
๔.๕ เครื่องหมายพเิ ศษ ๖๖
๖๗
๖๙
๗๑
บทที่ ๕ การผสมพยญั ชนะกับสระ ๗๖
๕.๑ ค�ำยอ่ (อักขรวธิ พี เิ ศษ)
๕.๒ การเขยี นอ่านภาษาบาล-ี สนั สกฤต
๕.๓ ความแตกต่างระหว่างอักษรธรรมอีสานและลา้ นนา



บทท่ี ๖ อกั ษรไทยนอ้ ย
๖.๑ พยญั ชนะที่มอี กั ษรน�ำหรือควบกล้ำ�
๖.๒ การประกอบพยัญชนะกับสระ
๖.๓ ขอ้ แตกตา่ งระหว่างอกั ษรไทยนอ้ ยและอกั ษรลาว
๖.๔ เปรยี บเทยี บอกั ษรชนิดต่างๆ ในไทยและประเทศใกล้เคียง



บรรณานกุ รม

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้

๑. เพอื่ เป็นอปุ กรณ์ศกึ ษาพระธรรม คมั ภรี โ์ บราณแล้วถา่ ยทอดขุมทรัพย์นใ้ี หค้ นทวั่ ไปรู้จัก
๒. เพื่อรักษาวฒั นธรรมทางดา้ นภาษาของบรรพบรุ ุษชาวอสี าน
๓. เพื่อใหท้ ราบถึงพัฒนาการของภาษาและอกั ษรไทย
๔. เพื่อใช้เปน็ อุปกรณ์เขยี นยันต์ ลงเลข ตามแบบโบราณ

เปา้ หมายการเรียนรู้

๑. สามารถศกึ ษาคมั ภรี ์โบราณไดถ้ กู ต้อง
๒. สามารถปริวรรตอักษรธรรมและไทยน้อยเป็นอักษรไทยได้
๓. สามารถจารคมั ภีรล์ งในใบลานได้
๔. สามารถน�ำอกั ษรธรรมไปเจิมปา้ ยและเขยี นอักขระไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
๕. สามารถศกึ ษาพระไตรปิฎกอกั ษรธรรมของลาวและของอสี านได้
๖. สามารถอ่านภาษาทใี่ กล้กับอักษรธรรมคอื ลา้ นนา (ตัวเมอื ง) ตวั ขนึ ตวั ขอม และพมา่ ได้

10 อกั ษรธรรมอสี านและไทยนอ้ ย


Click to View FlipBook Version