The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อารยธรรมกรีก E-book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nichapa8855, 2021-09-22 10:01:28

อารยธรรมกรีก E-book

อารยธรรมกรีก E-book

Keywords: History

อารยธรรมกรีก

นิชาภา เกศอรุณสกุล

0

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จัดทำขึ้นเป็นรายงานในวิชาประวัติศาสตร์
สากล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และมีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับอารยธรรมกรีกว่ามีที่มาและมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งทางผู้จัด
ทำหวังว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์บุ๊คที่มีประโยชน์และอ่านได้ง่ายและได้รับ
ความรู้ที่เหมาะสม

นิชาภา เกศอรุณสกุล

สารบัญ 1

กำเนิดอารยธรรมกรีก 2
อารยธรรมกรีกเริ่มต้น 4
ยุคมืดของอารยธรรมกรีก 9
อารยธรรมกรีกแท้ 14
มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก 19
บรรณานุกรม 28

2

กำเนิดอารยธรรมกรีก

อารยธรรมกรีก
อารยธรรมกรีกเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 750 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุง

เอเธนส์ (Athens) เมืองหลวงของประเทศกรีซในปัจจุบัน เป็นอารยธรรมที่เจริญ
รุ่งเรืองและมีอิทธิพลต่อโลกตะวันตกมาก อารยธรรมกรีกที่เป็นมรดกตกทอดมาถึง
ปัจจุบันนี้ประกอบด้วยอารยธรรมหลัก 2 ส่วน ได้แก่ อารยธรรมของชาวกรีกโบราณ
หรืออารยธรรมเฮลเลนิก (Hellenic Civilizaton, ปี 750-336 ก่อนคริสต์ศักราช)
และ อารยธรรมเฮลเลนิสติก (Hellenistic Civilization, ปี 336-31 ก่อนคริสต์
ศักราช) และเป็นอารยธรรมที่ผสมผสานกับความเจริญที่รับจากดินแดนรอบๆ ทะเล
เมดิเตอร์เรเนียน ปัจจัยที่สำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดอารยธรรมกรีกโดยรวม คือ ที่ตั้ง
ทางภูมิศาสตร์ ชาวกรีกโบราณ และระบอบนครรัฐกรีก

กำเนิดอารยธรรมกรีก 3

ที่ตั้ง
อารยธรรมกรีกเกิดขึ้นในบริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรบอลข่านและชายฝั่ งทะเล
อีเจียน ซึ่งกั้นระหว่างคาบสมุทรบอลข่านและเอเชียไมเนอร์ บริเวณเหล่านี้อยู่ในเขต
ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งรายรอบด้วยอารยธรรมสำคัญของโลก คืออารยธรรม
อียิปต์และเมโสโปเตเมีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ใกล้กับเกาะครีตซึ่งเป็นศูนย์กลาง
ของอารยธรรมมิโนน (Minoan Civilization ประมาณปี 2000-1400 ก่อนคริสต์
ศักราช) ที่เกิดจากการผสมผสานอารยธรรมของดินแดนในแถบรอบทะเล
เมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ชาวกรีกสมัยโบราณมีโอกาสรับและแลกเปลี่ยนความเจริญ
ด้านต่างๆ ของอารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์จากเกาะครีต

4

อารยธรรมกรีก (เริ่มต้น)

อารยธรรมมิโนน (2000-1400 ปี ก่อนคริสตศักราช)

อารยธรรมมิโนน เป็นอารยธรรมแบบการค้า เกิดขึ้นที่เกาะครีต ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่เกาะครีตคือ
ชาวครีตัน ชาวครีตันมีบทบาทในการเดินเรือและค้าขายกับดินแดงต่างๆ สินค้าส่งออกที่สำคัญ
คือ “น้ำมันมะกอก” รวมถึงน้ำเหล้าองุ่นและภาชนะโลหะ ซึ่งรัฐเป็นผู้ผูกขาดทางด้านการค้า

มิโนสหรือมินอส เป็นกษัตริย์ของเกาะครีต เป็นลูกของพระเจ้าเซอุส (ZEUS) และพระนางยุโรป
(EUROPE) มีสัญลักษณ์ประจำพระองค์เป็นรูปวัว ตามตำนานเล่าว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่รัก
ศิลปะ ในรัชสมัยของพระองค์มีศิลปินหลายคนที่สำคัญ คือ เดดาล (DEDALE) ผู้แต่งเรื่อง "ทาง
ปริศนา" (LABYRINTHE) และเรื่อง "วัวสัมริด" อักษรที่ใช้จากที่พบในแผ่นดินเหนียว พบว่าเป็น
ตัวอักษรแบบที่ เรียกว่า LINEAR A ประกอบด้วยอักษรประมาณ 90 ตัว ไม่ทราบที่มาเช่นเดียว
กับตราดินเหนียวทรงกลมมีรูปและอักษรสลักอยู่

LINEAR A เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
เพราะเป็นตัวอักษรที่ชาวครีตันใช้กันในเกาะครีต

อารยธรรมเริ่มต้น 5

อารยธรรมมิโนน (2000-1400 ปี ก่อนคริสตศักราช)

ด้านศิลปกรรม
อารยธรรมมิโนน รุ่งเรืองที่สุดที่เมืองคนอสซุส (KNOSSOS) ผู้ครองเมืองดำรงฐานะเป็นพระ-

กษัตริย์ซึ่งได้มีสถานที่อย่าง “พระราชวังคนอสซุส” คือ ศูนย์โบราณคดี ที่ใหญ่ที่สุดของ ยุคสัม
ริด บนเกาะครีต ที่อาจจะใช้เป็นสถานที่สำหรับบริหารราชการและทำพระราชพิธีของอารยธรรม
และวัฒนธรรมมิโนน มีร่องรอยทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและการสร้างห้องน้ำ
สุขาภิบาลรวมถึงการระบายน้ำต่างๆ พระราชวังเป็นกลุ่มห้องอันซับซ้อนที่ประกอบด้วยห้อง
ทำงาน , ที่อยู่อาศัย และ ที่เก็บของไม่ไกลจากจตุรัสกลางพระราชวัง บนผนังของพระราชวัง
เป็นภาพรายละเอียดของชีวิตชาวครีตในปลายยุคสัมริด ในปัจจุบันคนอสซุสเป็นสถานที่ดึงดูด
นักท่องเที่ยวเพราะตั้งอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่ เฮราคลิออน คนอสซุสได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์
เป็นอันมากโดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษชื่อ เซอร์ อาร์เธอร์ อีแวนส์

อารยธรรมเริ่มต้น 6

อารยธรรมมิโนน (2000-1400 ปี ก่อนคริสตศักราช)

ด้านจิตรกรรมและศาสนา
จิตรกรรมส่วนใหญ่เป็นภาพวาดปูนเปียกหรือที่เรียนกันว่า “เฟรสโก”ส่วนทางด้านศาสนา
ลักษณะพิเศษก็คือ บนเกาะครีตไม่มีวัดเนื่องจากชาวครีตันไม่นิยมสร้างวัด ดังนั้นเวลามีพิธีทาง

ศาสนาจะทำ กันตามถ้ำในภูเขาสูงหรือในห้องพิธีทางศาสนาของราชวัง ที่เป็นห้องขนาดย่อม พระ
ราชาผู้เป็นทั้งพระและกษัตริย์ก็จะเสด็จมาทำพิธี สิ่งที่ชาวครีตันนับถือนั้นเป็นรูปปั้ นผู้หญิงคน
เดียว เรียกกันว่า “เจ้าแม่” หรือ “พระมารดา” เช่นเดียวกันประเทศในเอเชียตะวันออกสมัยโบราณ
ส่วนมากรูปปั้ นเจ้าแม่จะอยู่ในลักษณะเปลือย คาดว่าคงเป็นธรรมเนียมทางศาสนา เพราะคน
ธรรมดาแต่งตัวอย่างสง่างามด้วยเสื้อที่ปกปิดมิดชิด การที่คนนับถือเจ้าแม่ทำให้สังคมยกย่อง
สตรี ดังนั้นเกาะครีตจึงมีสิทธิเสรีภาพของสตรีในการที่จะไปไหนมาไหนได้ตามต้องการ มีบทบาท
สำคัญ ในพิธีทางศาสนา ต่อมาผู้ชายสร้างพระเจ้าขึ้นมา แต่ก็ยังเป็นรองเจ้าแม่ เพราะจะออกมาใน
ฐานะเป็นลูกชายของเจ้าแม่และมีวัวกระทิงเป็นสัญลักษณ์

อารยธรรมเริ่มต้น 7

อารยธรรมไมซินี (1400-1120 ปี ก่อนคริสตศักราช)

เกิดขึ้นหลังจากพวกชาวเอเชียนหรือไมซินีรุกรานเกาะครีตและยึดครองได้
สำเร็จ อารยธรรมมิโนนจึงได้ล่มสลายไป เนื่องจากเมืองไม่มีป้อมปราการ
ป้องกันข้าศึก และยังเกิดเหตุภูเขาไฟปะทุจนบ้านเมืองได้รับความเสียหายถึง
สองครั้ง พวกไมซินีได้รับอารยธรรมมิโนนเป็นของตัวเอง อาศัยอยู่กันเป็น
ชุมชน โดยแต่ละชมุชนเป็นอิสระจากกันและมีป้อมปราการเป็นศูนย์กลาง มี
ความชำนาญในการเดินเรือ และมีความสามารถด้านการรบเป็นอย่างมาก
สามารถขยายอิทธิพลไปท่ัวดินแดนฝ่ังตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
และเข้ายึดเมืองทรอยคู่แข่งในสงครามโทรจันได้สาเร็จ อารยธรรมไมซินี
สินค้าสำคัญที่ส่งออกยังคงเป็นน้ำมันมะกอกเหมือนเดิม นอกจากนี้ด้านการ
ปกครองมีการจัดตั้งขุนนางเพื่อช่วยกษัตริย์บริหารจัดการบ้านเมืองอีกด้วย

8

อารยธรรมเริ่มต้น

อารยธรรมไมซินี (1400-1120 ปี ก่อนคริสตศักราช)

ด้านศิลปกรรม
โดยทั่วไปแล้วศิลปะไมซินีก็เป็นศิลปะที่แพร่หลายอยู่ทั่วไป ค่อน

ข้างเป็นอุตสาหกรรมมากกว่า โรงผลิตงานศิลปะมีอยู่หลายแห่ง
ในเมืองต่างๆ และรอบพระราชวัง เส้นทางคมนาคมมีทั่วดินแดน
การติดต่อทางทะเลมีมากขึ้น มีการผลิตและ ส่งแบบจำนวนมาก
เพราะมีลูกค้าต้องการมาก คุณภาพทางศิลปะจึงลดลง

ด้านศาสนา
นับถือเทพเจ้าหลายองค์ ได้แก่ รูปบูชาเทพซุส เฮรา และโพไซ

ดอน (เทพซุสนั้นในเวลาต่อมาชาวกรีกนับถือเป็นเทพเจ้าสูงสุด )
นอกจากนี้ำพวกไมซินียังชื่นชอบการเล่นกีฬาอีกด้วย

9

ยุคมืดของอารยธรรมกรีก

ในช่วง 1120 ปีก่อนคริสตศักราช เมื่อพวกดอเรียนเข้ามารุกรานพวกไมซินี อารยธรรมจึงต้อง
หยุดไปชั่วคราวเนื่องจากด้านศิลปกรรมไม่มีความรุ่งเรือง แต่ในช่วงยุคมืดนี้ได้เกิดงานประพันธ์
ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ชื่อว่า “มหากาพย์อีเลียดและโอนิสซีย์” ว่ากันว่าเป็นผลงานของ ‘‘โฮเมอร์’’ ซึ่งถือ
เป็นหลักฐานกึ่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญที่ใช้ในการสืบค้นอารยธรรมกรีก

10

อารยธรรมเริ่มต้น

อารยธรรมโฮเมอร์ (900 ปีก่อนคริสตศักราช)

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเป็นไปในลักษณะลึกซึ้งมีขึ้นเมื่อพวกดอเรียน นักรบผู้ชำนาญในการใช้
ม้าและอาวุธเหล็ก เข้ามารุกรานพวกเอเชียน พวกดอเรียนมีศิลปะในการรบเหนือกว่าพวกเอเชียนทั้งๆ ที่
ดั้งเดิมมาจากเชื้อสายเดียวกัน คือ ชาวอินโด-ยูโรเปี้ ยน แต่พวกดอเรียนได้รับอารยธรรมเอเชียนมาก่อน
หลายศตวรรษ เครื่องนุ่งห่มของพวกดอเรียนทอด้วยขนสัตว์ เรียกว่า ชไลนา หรือ เปโปล มีลักษณะเป็น
สี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดา จับจีบติดด้วยเข็มกลัด นับว่าแตกต่างจากเครื่องนุ่งห่มของพวกที่ได้รับ
อารยธรรมเอเจียนที่มีเสื้อผ้าหรูหรา เน้นรูปทรงที่เอว แม้แต่ทางสถาปัตยกรรมตกแต่งอันสวยงามแบบ
เอเชียนที่มีอยู่ต่อจากนี้ได้เริ่มหายไป วัดกับวังจะแยกจากกันไม่อยู่ในบริเวณเดียวกันเหมือนแต่ก่อน การ
สร้างวังก็ไม่พิถีพิถัน สร้างแบบง่ายๆ เป็นห้องโถง ธรรมดาและมีห้องติดต่อกันอีก 2-3 ห้อง ผังของห้อง
โถงเป็นลักษณะห้องยาวมีทางเดินเข้า ใช้เป็นห้องประดิษฐานเทพเจ้าต่างๆ ผังเมืองสร้างคล้ายตาหมาก
รุก มีถนน 2 สายตัดกันเป็นมุมฉาก ตรงทางแยกเป็นศูนย์กลางของเมืองทั้งทางการเมือง ทาง
เศรษฐกิจ และทางศาสนา

11

อารยธรรมเริ่มต้น

อารยธรรมโฮเมอร์ (900 ปีก่อนคริสตศักราช)

ด้านศิลปกรรม
ทางด้านศิลปะ ของอารยธรรมโฮเมอร์ เรารู้ไม่มากนัก แรกเริ่มเข้าใจ

ว่าเป็นแบบไมซินี จนกระทั่ง 800 ปีก่อนค.ศ. จึงเกิดรูปปั้ นศักดิ์สิทธิ์ ที่
เรียกกันว่า ซัวนา (Xoana) ที่ทำขึ้นมาอย่างหยาบๆ ด้วยดินเหนียวบ้าง
สัมริดบ้าง งาช้าง หรือตะกั่วบ้าง ล้วนรับอิทธิพลมาจากตะวันออก ใน
เรื่องของเซรามิค ก่อนหน้าที่จะมีแจกันลายเรขาคณิตไม่ปรากฏว่ามี
แจกันอย่างอื่น แจกันที่งามที่ ปัจจุบันถือว่ามีค่าที่สุด เป็น“แจกันของดี
ไพลอน” (Dipylon) ได้มาจากหลุมศพที่เอเธนส์ แจกันนี้สูงถึง 1.75
เมตร มีลายดำบนพื้นสีอ่อน เป็นลายซิกแซก ลายหมากรุกหรือลายคด
เคี้ยว ลายขบวนแห่งานศพ ลายรถลากด้วยม้าเรียงกันเป็นแถว ลาย
การต่อสู้ทางทะเล ทุกลายมีการวางภาพได้อย่างสวยงาม นับเป็น
ลักษณะเด่นของศิลปะโฮเมอร์

12

อารยธรรมเริ่มต้น

อารยธรรมโฮเมอร์ (900 ปีก่อนคริสตศักราช)

ด้านศาสนา
ทางด้านศาสนา มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ เทพเจ้าของทางผืนแผ่น

ดินเข้ามาแทนที่เทพเจ้าทางทะเลของพวกเอเชียน และเทพเจ้าแห่งท้องฟ้ามา
แทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน เทพเจ้าของกรีกตั้งแต่สมัยนี้เป็นต้นไปจะต้อง
หนุ่มและรูปร่างงาม ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเทพเจ้าเป็นไปในทาง
สังเวยและอธิษฐาน ความเร้นลับน่ากลัวที่ได้รับมาจากตะวันออกและปนมากับ
ศาสนา สมัยนี้การเผาศพเปลี่ยนไปเป็นฝังคนตายแทน ไม่มีประเพณีระลึกถึง
คนตาย ไม่มีของบูชาให้คนตาย และไม่มีการทำหลุมศพขนาดใหญ่ การละเล่น
ยังคงเหมือนเดิมจากที่รับถ่ายทอดมา แต่จุดประสงค์มุ่งเพื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่
ไม่มีการเชื่อเรื่องเบื้องบน ศาสนาของชาวกรีกกลายเป็นศาสนาที่นับถือ
เทพเจ้าหลายองค์ และเป็นแบบเทพนิยาย เป็นการดึงคนให้ออกมาจากความ
เชื่อในสิ่งที่เกินธรรมชาติแบบโบราณ และจากความหวาดกลัวกับเรื่องที่ว่า
ตายแล้วไปไหน

13

อารยธรรมเริ่มต้น

อารยธรรมโฮเมอร์ (900 ปีก่อนคริสตศักราช)

ด้านการปกครอง
ทางด้านการปกครอง มีการจัดระบบการปกครองใหม่ด้วยการยุบ
การปกครองแบบกลุ่มมาเป็นนครรัฐ หรือที่เรียกว่า โปลิส (Polis)
โดยสร้างตรงที่เป็นพระราชวัง เดิมของพวกไมเซเนียน ล้มเลิก
สังคมที่มีกษัตริย์และนักรบ มาเป็นสังคมที่มีชนชั้นขุนนาง เจ้าที่ดิน
ระบบกษัตริย์ให้มีแต่ในเขตชายแดนเท่านั้น โปลิสที่สำคัญ ได้แก่
เอเธนส์ คอรินท์ สปาร์ตา ทีบส์ และไมซินี

14

อารยธรรมกรีกแท้

ยุคเฮเลนิก( 700 ปี ก่อนคริสตศักราช)

มาจากคำว่า (Helen) ซึ่งชาวกรีกใช้เรียกตนเอง เป็นสมัยที่อารยธรรมกรีกมี
ศูนย์กลางอยู่ที่นครเอเธนส์ (Athens) รุ่งเรื่องอยู่ประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล
หลังจากถูกกองทัพเปอร์เซียรุกราน และชาวกรีกชนะเปอร์เซียได้อย่างเด็ดขาด
ในปี 479 เอเธนส์ได้บูรณะบ้านเมืองอย่างรวดเร็วจนมีความเจริญก้าวหน้าในทุก
ด้านกรีกประกอบด้วยเกาะนับร้อยและคาบสมุทรกรีกที่มีชายฝั่ งเว้าแหว่ง มี
ประโยชน์ต่อการค้าทางทะเล มีเมืองท่าอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ฝั่ งตะวันออกของ
คาบสมุทรเต็มไปด้วยอ่าวดังนั้นกิจกรรมต่างๆของกรีกจึงมุ่งหน้าไปทางตะวัน
ออก พื้นดินซึ่งปกคลุมไปด้วหินทำให้ชาวกรีกหันหน้าออกทะเล เพื่อทำมาหากิน
และตั้งอานานิคมโพ้นทะเลซึ้งมีอยู่ประมาณ 250 แห่ง ตั้งแต่สเปนทางตะวันตก
ไปจนถึงแหลมไครเมียทางเหนือ อาณานิคมเหล่านี้ล้วนผูกพันกับเมืองแม่ทาง
ด้านเศรษฐกิจและการค้าขาย

15

อารยธรรมกรีกแท้

ยุคเฮเลนิก( 700 ปี ก่อนคริสตศักราช)

ระบบการปกครองของแต่ละนครรัฐนั้นแตกต่างกัน อย่าง
“นครรัฐเอเธนส์” นั้นเป็นนครรัฐที่โดดเด่น โดยเฉพาะ
พัฒนาการของ ระบอบประชาธิปไตย (ซึ่งภายหลังแนวคิดได้
ถ่ายทอดให้แก่ชาวตะวันตก และพัฒนามาเรื่อยๆจนเป็น
ระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน)ในขณะที่ “นครรัฐสปาร์ตา”
มีพัฒนาการของระบอบการปกครองแบบเผด็จการทหาร
(ซึ่งเหมือนกับระบอบเผด็จการในปัจจุบัน)

16

อารยธรรมกรีกแท้

ยุคเฮเลนิก( 700 ปี ก่อนคริสตศักราช)

ในปี 492-449 ปีก่อนคริสตศักราช เกิดสงคราม ‘กรีก-เปอร์เซีย’ ขึ้นและกรีก
เป็นฝ่ายชนะ ทำให้เอเธนส์กลายเป็นนครรัฐผู้นำของนครรัฐอื่นๆจนเรียกได้
ว่าเป็น “ยุคทองของเอเธนส์” และใน 431 ปีก่อนคริสตศักราช เกิดสงคราม
‘เพโลพอนนีเซียน’ ระหว่างนครรัฐเอเธนส์และสปาร์ตาขึ้น ทำให้เกิดความเสีย
หายเป็นวงกว้าง นั่นทำให้มาซิดอนหรือมาซิโดเนียขยายอำนาจเข้ายึดครอง
ได้สำเร็จ ผู้นำในขณะนั้นคือ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช จนเกิดเป็นอีกยุค
หนึ่ง นั่นคือยุคเฮเลนิสติกส์

17

อารยธรรมกรีกแท้

ยุคเฮเลนิก( 700 ปี ก่อนคริสตศักราช)

โพลิสในนครเอเธนส์ สร้างด้วยหินอ่อน หลังคาหน้าจั่วมีเสาหินเรียงราย โครงสร้างได้สัดส่วนและสมดุลกัน และไม่
ประดับตกแต่งมากเกินไป แบบก่อสร้างของสถาปัตยกรรมกรีกแตกต่างกันไปตาม
ลักษณะหัวเสา แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
แบบดอริก ( Doric ) เป็นแบบดั่งเดิม ตัวเสาส่วนล่างใหญ่และเรียวขึ้นเล็กน้อย ตามลำเสาแกะเป็นทางยาว ข้างบน
มีหินปิดวางทับอยู่ สถาปัตยกรรมแบบดอริกเน้นความงามที่เรียบ แต่ให้ความรู้สึกมั่งคงแข็งแรง วิหารพาร์เธ
นอนเป็นสถาปัตยกรรมแบบดอริก
แบบไอออนิก ( Ionic )เสามีลักษณะเรียวกว่าแบบดอริก แผ่นหินบนหัวเสาเปลี่ยนจากแบบเรียบมาเป็นม้วนย้อย
ออกมาสองข้าง มีลักษณะงามแช่มช้อยมากขึ้น
แบบโครินเธียน ( Corinthian ) ดัดแปลงจากไอออนิก ลักษณะเสาเรียวกว่าแบบไดโอนิก หัวเสาตกแต่งเป็นรูป
ใบไม้ มีความหรูหรามากกว่า
ประติมากรรมของกรีกโบราณ
1.นิยมใช้หินอ่อนในการสลักเสลารูปร่างและเสื้อผ้าให้เหมือนจริง
2.นิยมสลักรูปทั้งที่เกี่ยวกับศาสนาและชีวิตประจำวันของคนโดยทั่วไป
3.นิยมแสดงสรีระของมนุษย์ตามธรรมชาติตลอดจนการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น รูปสลักนักขว้างจักร

18

อารยธรรมกรีกแท้

ยุคเฮเลนิสติกส์ ( 336 ปี ก่อนคริสตศักราช)

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหารโอรสของพระเจ้าฟิลิปได้ปกครองจักรวรรดิมาซิโดเนีย ได้
มีการสร้างเมืองอเล็กซานเดรียขึ้น พระองค์ได้ขยายอาณาจักรออกไปอย่างกว้าง
ขวางจนถึงเขตลุ่มแม่น้ำสินธุและได้ครอบครองแหล่งอารยธรรมต่างๆ ของโลก ได้แก่
อียิปต์ เมโสโปเตเมีย และเปอร์เซีย จึงมีการรับความเจริญจากแหล่งต่างๆ เหล่านั้นมา
ผสมผสานกับอารยธรรมกรีก เรียกว่า อารยธรรมเฮลเลนิสติกตามชื่อสมัยเฮลเลนิสติ
ก (Hellenistic) จนกระทั่งสิ้นสลายเมื่อประมาณปี 146 ก่อนคริสต์ศักราช จากนั้นดิน
แดนกรีกได้ตกอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมัน ความเจริญต่างๆ ที่ชาวกรีก
สั่งสมไว้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมโรมัน

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก 19

ชาวกรีกได้สร้างสรรค์ความเจริญให้เป็นมรดกแก่ชาวโลกจำนวนมาก ที่สำคัญ
ได้แก่ ความเจริญด้านศิลปกรรม ปรัชญา การศึกษา วรรณกรรมและวิทยาการ
ต่างๆ ดังนี้
1.) ศิลปกรรม ความเจริญด้านศิลปกรรมเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของอารยธรรม
กรีกซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของงานศิลปกรรมของโลก ส่วนใหญ่
เป็นงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความศรัทธาทางศาสนา โดยสร้าง
ขึ้นเพื่อแสดงความเคารพบูชาและบวงสรวงเทพเจ้าของตน ผลงานที่ได้รับการ
ยกย่องมีจำนวนมากที่สำคัญได้แก่ ด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม
จิตรกรรม และศิลปะการแสดง

ด้านสถาปัตยกรรม ชาวเอเธนส์ได้สร้างสรรค์งานด้านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น
ให้แก่ชาวโลกจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างอาคารเพื่อกิจกรรม
สาธารณะ เช่น วิหาร สนามกีฬา และโรงละคร ความโดดเด่นของงาน
สถาปัตยกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความใหญ่โตของสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นความงดงาม
ของสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ ตัวอย่างเช่น “วิหารพาร์เทนอน (Parthenon)” ที่ตั้ง
อยู่บนเนินเขาอะโครโพลิส (Acropolis) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีสัดส่วนงดงามทั้ง
ความยาว ความกว้างและความสูง จัดว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของโลก

20

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก

ด้านประติมากรรม ผลงานด้านประติมากรรมจัดว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงาน
ศิลปกรรมของกรีก ชาวกรีกสร้างงานประติมากรรมจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรูป
ปั้ นเทพเจ้าของกรีก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชาวกรีกยอมรับและเชื่อมั่นคุณค่า
ของมนุษย์ ผลงานประติมากรรมจึงดูเป็นธรรมชาติ ลักษณะของสรีระกล้ามเนื้อ
และเส้นเอ็นคล้ายมนุษย์ที่มีชีวิต ผลงานชิ้นเยี่ยมได้แก่ รูปปั้ นเทพเจ้าอะทีนา ที่
วิหารพาร์เทนอน และเทพเจ้าซุส ที่วิหารแห่งโอลิมเปีย ซึ่งรูปปั้ นเทพในช่วงเฮเลนิ
กและเฮเลนิสติกส์ยังมีความแตกต่างกัน เฮเลนิก เน้นหลักการ “ ธรรมชาตินิยม”
รูปปั้ นจึงมีความสวยงาม อ่อนช้อย เน้นสรีระ เปลือยกายและแข็งแรง แสดงให้
เห็นว่าช่วงนั้นเป็นยุคที่อารยธรรมเจริญรุ่งเรืองและสงบสุขที่สุด ในทางกลับกัน
ยุคเฮเลนิสติกส์นั้น รูปปั้ นมีอารมณ์ที่รุนแรง เน้นแสดงตามอารมณ์ ความรู้สึก
ของมนุษย์ มีอากัปกิริยาที่เจ็บปวด ไม่สวยงามตามอุดมคติอีกต่อไป แสดงให้เห็น
ว่าขณะนั้นชาวกรีกมีความทุกข์ทรมานและเจ็บปวดหลังจากถูกพระเจ้าอเล็กซาน
เดอร์มหาราชยึดครองเมืองสำเร็จ

21

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก

ด้านจิตรกรรม ที่ปรากฏอยู่ส่วนใหญ่เป็นลวดลายที่เขียนบนเครื่องปั้ นดินเผา
เช่น แจกัน คนโท ฯลฯ และจิตรกรรมฝาผนังที่พบในวิหารและกำแพง

2.) ศิลปะการแสดง ชาวกรีกได้คิดค้นศิลปะการแสดงประเภทต่างๆ ส่วนใหญ่
เป็นการจัดแสดงเพื่อเฉลิมฉลองพิธีบวงสรวงเทพเจ้าของตน เช่น ละครกลาง
แจ้งซึ่งเป็นต้นแบบของการแสดงละครในปัจจุบัน ดนตรีและการละเล่นอื่นๆ

3.) ปรัชญา ความเจริญด้านปรัชญาได้รับการยกย่องว่าเป็นความเจริญสูงสุด
ของภูมิปัญญากรีกเช่นเดียวกับความเจริญด้านศิลปกรรม นักปรัชญากรีกที่
มีชื่อเสียงโดดเด่น ได้แก่ โซเครติส เพลโต และอริสโตเติล

22

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก

นักปรัชญาที่สำคัญ
1.โซเครติส (Socrates) เกิดที่นครเอเธนส์ มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 469-399 ก่อน
คริสต์ศักราช เขาสอนให้คนใช้เหตุผลและสติปัญญาในการแสวงหาความจริง
เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ วิธีสอนของเขาซึ่งเรียกว่า “Socretic method” ไม่เน้นการ
ท่องจำ แต่ใช้วิธีตั้งคำถามโดยไม่ต้องการคำตอบ แต่ให้ผู้ถูกถามขบคิดปัญหา
เพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง แม้โซเครติสจะสั่งสอนลูกศิษย์มากมาย แต่ก็ไม่เคยมี
ผลงานเขียนของตนเอง ดังนั้นปรัชญาและทฤษฎีของเขาที่รู้จักกันสืบมาจึงเป็น
ผลงานที่ถ่ายทอดโดยลูกศิษย์ของเขา

2.เพลโต (Plato) เป็นศิษย์เอกของโซเครติส เกิดที่นครเอเธนส์ประมาณ 429 ปี
ก่อนคริสต์ศักราชและเป็นผู้ถ่ายทอดหลักการและความคิดของโซเครติสให้ชาว
โลกได้รับรู้ เพลโตได้เปิดโรงเรียนชื่อ “อะแคเดอมี” (Academy) และได้เขียน
หนังสือที่สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับการปกครอง การศึกษา ระบบยุติธรรม ผลงาน
ที่โดนเด่นและทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งปรัชญาการเมืองสมัย
ใหม่คือหนังสือชื่อ สาธารณรัฐ (Republic) ซึ่งเสนอแนวคิดในการปกครอง
ประเทศและมีอิทธิพลต่อความคิดทางการเมืองของผู้คนทั่วโลก

23

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก

3.อริสโตเติล (Aristotle) เป็นทั้งนักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ เขาเป็นศิษย์
ที่ชาญฉลาดของเพลโตและเคยเป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์
มหาราชแห่งมาซิโดเนีย อริสโตเติลเป็นทั้งปราชญ์และนักวิจัยที่มีความสนใจ
หลากหลาย นอกจากปรัชญาทางการเมืองแล้ว เขายังสนใจวิทยาการใหม่ๆ
อีกมาก เช่น ชีววิทยา ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ หลักตรรกศาสตร์ วาทกรรม
จริยศาสตร์ ฯลฯ ผลงานที่โดดเด่นของเขาคือหนังสือชื่อ การเมือง (Politics)
ซึ่งเป็นการวิจัยรูปแบบการปกครองของนครรัฐต่างๆ ถึง 150 แห่ง

24

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก

4.) การศึกษา การศึกษามีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวกรีก เพราะทำให้มี
สถานะที่ดีในสังคม ผู้ที่ได้รับการศึกษาสูงจะมีส่วนร่วมทางการเมืองการ
ปกครอง โดยเฉพาะชาวเอเธนส์เชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยจะประสบความ
สำเร็จได้ถ้าหากผู้นำมีการศึกษา ดังนั้นจึงจัดการศึกษาขั้นประถมให้แก่เด็ก
ชายโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ในสมัยนั้น วิชาที่สอนในระดับประถมศึกษา
ได้แก่ ไวยากรณ์กรีก ซึ่งรวมถึงมหากาพย์ อีเลียด (Iliad) และ โอนิสซีย์
(Odyssey) ของโฮเมอร์ (Homer) ดนตรี และยิมนาสติก หลักสูตรนี้เน้นการ
ฝึกฝนความรู้ด้านภาษา อารมณ์ และความแข็งแกร่งของร่างกาย ส่วนเด็ก
โตจะศึกษาวิชากวีนิพนธ์ การปกครอง จริยศาสตร์ ตรีโกณมิติดาราศาสตร์
วาทกรรม เมื่อสำเร็จหลักสูตรแล้ว เยาวชนชายเหล่านี้ก็มีความสมบูรณ์ทั้ง
สติปัญญาและร่างกายและพร้อมเป็นพลเมืองกรีกเมื่ออายุครบ 19 ปี รวมถึง
มีวิธีจัดหลักสูตรที่สร้างความพร้อมให้แก่พลเมืองทั้งด้านสติปัญญา
อารมณ์ และร่างกายนี้ เป็นแบบอย่างที่นักการศึกษาของโลกตะวันตกนำมา
พัฒนาใช้จนถึงปัจจุบัน

25

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก

วรรณกรรม วรรณกรรมของกรีกได้รับการยกย่องอยู่ในกลุ่ม
วรรณกรรมที่ดีที่สุดของโลก วรรณกรรมที่โดดเด่นได้แก่ มหากาพย์ของ
โฮเมอร์เรื่อง อีเลียด และ โอเดสซี ซึ่งแต่งขึ้นประมาณช่วงศตวรรษที่ 8
ก่อนคริสต์ศักราช เพื่อสะท้อนความรู้สึกของกวีต่อโศกนาฏกรรมใน
สงครามกรุงทรอย (Troy) นอกจากความงดงามของภาษาและการดำเนิน
เรื่องแล้ว มหากาพย์ทั้งสองเรื่องนี้ยังให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ
วิถีชีวิต ประเพณีและความคิดของชาวกรีกในช่วง 1000-700 ปีก่อน
คริสต์ศักราช

นอกจากผลงานที่ยิ่งใหญ่นี้แล้ว กรีกยังมีผลงานด้านวรรณกรรมอีก
จำนวนมาก เช่น โศลก กวีนิพนธ์ วรรณคดี และบทละคร ซึ่งมีทั้งประเภท
โศกนาฏกรรมและสุขนาฏกรรม จัดเป็นต้นแบบของการแสดงละครของ
ชาวตะวันตกที่สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน

26

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก

5.) วิทยาการ ความเจริญของวิทยาการต่างๆ กรีกเป็นต้นแบบของโลกตะวัน
ตกในการพัฒนาความเจริญด้านวิทยาการต่างๆ

-ประวัติศาสตร์ กรีกเป็นชาติแรกในโลกตะวันตกที่เริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ตาม
แบบวิธีการทางประวัติศาสตร์ซึ่งได้แก่ การสืบค้นข้อมูล การตรวจสอบหลักฐาน
และการเลือกใช้ข้อมูล นักประวัติศาสตร์กรีกคนแรกที่เริ่มเขียนงานประวัติศาตร์
ในลักษณะนี้คือ เฮโรโดตัส (Herodotus) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่ง
ประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตก นอกจากนี้ยังมี ทูซิดิดีส (Thucydides) นัก
ประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องด้านการสร้างผลงานทางประวัติศาสตร์และ
มาตรฐานของวิธีการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ยึดถือ
กันอยู่ในปัจจุบัน

-คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เจริญรุ่งเรืองมากตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสต์
ศักราช นักคณิตศาสตร์ชาวกรีกค้นพบทฤษฎีทางเรขาคณิตและพีชคณิต ซึ่ง
เป็นพื้นฐานของการคำนวณและประมวลผลขั้นสูง นอกจากนี้กรีกยังมีความ
ก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยมีอริสโตเติลเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาวิชา
พฤกษศาสตร์ สัตวแพทย์ และกายวิภาค

มรดกทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของอารยธรรมกรีก 27

-ด้านการแพทย์ ฮิปโปเครตีส (Hippocrates) เป็นแพทย์ชาวกรีกที่มีชื่อ
เสียง และค้นพบว่าโรคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากธรรมชาติไม่ใช่การ
ลงโทษลงพระเจ้า เขาเชื่อว่าวิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการควบคุมด้าน
โภชนาการและการพักผ่อน นอกจากนี้ ฮิปโปเครตีสยังเป็นผู้ริเริ่มวิธีการรักษา
โรคด้วยการผ่าตัด และกำหนดหลักจรรยาแพทย์ที่ถือปฏิบัติต่อมาจนถึง
ปัจจุบัน

-ดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ ความก้าวหน้าด้านคณิตศาสตร์ ช่วยให้นัก
ดาราศาสตร์ชาวกรีกคำนวณตำแหน่งของดวงดาวและระบบสุริยะจักรวาล นัก
ดาราศาสตร์กรีกบางคนเชื่อว่าโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่นหมุนรอบดวง
อาทิตย์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถโน้มน้าวให้ชาวกรีกยอมรับการค้น
พบนี้ อนึ่ง นักภูมิศาสตร์กรีกยังเชื่อว่าโลกกลมซึ่งทำให้สามารถเดินเรือจาก
กรีกไปถึงอินเดียได้ รวมทั้งยังค้นพบว่าการขึ้นลงของกระแสน้ำเกิดจาก
อิทธิพลของดวงจันทร์

บรรณานุกรม 28

1.อารยธรรมกรีก ประวัติศาสตร์สากล.สืบค้นจาก
https://sites.google.com/site/historyinter123/xarythrrm-tawan-tk-smay-
boran/xarythrrm-krik
2.ณัฐกานต์ ชิณวงษ์.(2550).ที่มาประวัติศาสตร์สากล.สืบค้นจาก
https://nattakan18.weebly.com/360736373656361736343611361936323623363
3360536363624363436263605361936603626363435853621.html
3.พรพิมล พลทองวิจิตร.(2564).อารยธรรมโฮเมอร์.สืบค้นจาก
https://pornpimonpon.wordpress.com/อารยธรรมกรีกโบราณ/อารยธรรมโฮเมอร์/
4.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา โรงเรียนสิริเกศ.Western Art and culture-ศิลป
วัฒนธรรมตะวันตก.สืบค้นจาก http://art-west.weebly.com/index.html
5.จิรายุ ไชยมงคล.(2558).ยุคอารยธรรมที่สำคัญ สืบค้นจาก
https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/arrayathamgreek/yukh-xarythrrm-
thi-sakhay


Click to View FlipBook Version