การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
Plant Tissue Culture
จัดทำโดย
นายนันทพัทธ์ ใหม่เฟย นายศตวรรษ กันทะวงศ์
ก
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่ อเป็ นส่วนหนึ่ งในรายวิชาการดำรง
ชีวิตเเละครอบครัวเพื่อให้ศึกษาวิธีการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีเพาะเลี้ยง
เนื้ อเยื่ อโดยเนื้ อหาในรายงานนี้ผ่านการศึกษาผ่านเเหล่งความรู้ต่างๆ
การนํ าเสนอจึงสื่ อความหมายด้วยภาพและหวังเป็ นอย่างยิ่งว่า
เอกสารคําแนะนําเล่มนี้คงทําให้ ผู้อ่าน มีความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์
และความสําคัญของงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต่อการพัฒนาภาค การเกษตร
และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้มากยิ่งขึ้น
คณะผู้จัดทำ
ข หน้ า
สารบัญ ก
เรื่ อง ข
1
คำนำ 2
สารบัญ 5
8
บทนำ 9
ความหมายเเละประวัติการขยายพันธุ์พืช
ประโยชน์การขยายพันธุ์พืช 10
การขยายพันธุ์พืช
การขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ 11
ข้อดีเเละข้อเสียการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ 12
ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ 13
รูปแบบการเจริญเติบโตของเนื้ อเยื่ อ 15
17
ขั้นตอนในการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ 18
ประเภทของอาหารของเนื้ อเยื่ อ
การเตรียมชิ้ส่วนการผ่าตัดเเละ 19
การดูเเลเนื้ อเยื่ อระหว่างการเลี้ยงในขวด 20
การย้ายพืชออกจากขวด
บทสรุป
บรรณานุกรม
1
บทนำ
การขยายพันธุ์พืชจัดว่าเป็ นงานที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์
เพราะต้องมีการ ปฏิบัติที่ดี มีความรู้เบื้องต้นในการขยายพันธุ์พืช
โครงสร้างภายในต้นพืช และการเจริญเติบโต ของพืช นอกจากนี้ควร
มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับหลักพืชศาสตร์ พฤกษศาสตร์ สรีรวิทยาของ
พืชและพันธุศาสตร์อยู่บ้างจะช่วยให้เข้าใจถึงทฤษฎี และเหตุผลของ
การทำงานแต่ละ ขั้นตอนได้เป็นอย่างดี ทำให้เลือกวิธีการขยายพันธุ์
ได้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด อีกทั้ง สามารถใช้ความรู้ดังกล่าวช่วย
ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นช่วยประหยัดเวลา
และค่าใช้จ่าย การผสมผสานความรู้เหล่านี้เข้าด้วยกันจัดว่าเป็นศิลปะ
ในการขยายพันธุ์พืช
2
ความหมายของการขยายพันธุ์พืช
การขยายพันธุ์พืช (plant propagation) หมายถึง การเพิ่ม
จำนวนต้นพืชที่ต้องการให้ มีจำนวนมากขึ้น แต่ไม่รวมถึงการเพิ่ม
จำนวนต้นพืชที่น ามาจากที่อื่น โดยต้นพืชยังคงลักษณะ สมบัติ และ
คุณภาพของพันธุ์พืชเหมือนเดิมหรือดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจได้จาก
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การขยายพันธุ์โดยใช้เพศหรือไม่ใช้เพศก็ได้
ประวัติการขยายพันธุ์พืช
วิธีการขยายพันธุ์พืชมีมาตั้งแต่อดีตกาล กล่าวได้ว่ามนุษย์
รู้จักการขยายพันธุ์พืชตั้งแต่รู้จักปลูกต้นพืชแล้วและยังเห็นความ
สำคัญของพืชในการใช้ประโยชน์ทางด้านเป็นอาหาร โดยอาศัย
การเรียนรู้ และประสบการณ์ที่เกิดจากการสังเกตธรรมชาติรอบๆ
ตัว โดยมีความเป็นมา ดังนี้
3
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
มนุษย์ได้เห็นปรากฏการณ์ที่เมล็ดหล่นลงพื้นดินและสามารถ
งอกได้เองตามธรรมชาติ จนต้นเติบโตเป็นต้นพืชและให้ผลคล้ายกับ
ต้นเดิม ในสมัยนั้นมนุษย์แทนที่จะต้องหาอาหารไกลๆ จึงได้มีการน
าเมล็ดพืชที่ตนเห็นว่าชอบมาปลูกไว้ใกล้ๆ บริเวณที่อยู่อาศัย ซึ่ง
เป็นการเรียนรู้ใน 2 ด้านขยายพันธุ์วิธีแรก เมื่อมนุษย์มีการติดต่อ
สมาคมกันมากขึ้น ได้มีการนำเมล็ดจากต่างถิ่นที่มี ความแปลกใหม่
หรือดีกว่าของเดิมที่ตนเคยมีมานำมาปลูกในที่ของตน
- การขยายพันธุ์ด้วยการตัดชำและการตอน
การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏ
แต่สันนิฐานว่าเกิดจาก การเลียนแบบธรรมชาติ เมื่อยอดหรือกิ่งของ
ต้นพืชล้มเอนไปสัมผัสกับพื้นดิน ถ้าพื้นดินมีความชุ่มชื้น กิ่งหรือยอด
นั้นสามารถเกิดรากและยอดขึ้นมาใหม่ หรือเมื่อทำการขุดแยกต้นพืช
ราก หรือส่วนของ พืชที่เหลือจากการตัดขาดจะเกิดเป็นพืชต้นใหม่ได้
อีก มนุษย์จึงได้เลียนแบบธรรมชาติ โดยการ แบ่งแยก ตัดชำ หรือ
ตอน เป็นต้น
4
- การขยายพันธุ์ด้วยวิธีติดตาต่อกิ่ง เพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อ
ความคิดเกี่ยวกับการติดตา ต่อกิ่ง เกิดขึ้นจากมนุษย์สังเกตเห็น
ว่า ถ้ามีกิ่งพืชสองกิ่ง อยู่ติดกัน กิ่งทั้งสองนั้นอาจติดเชื่อมเป็นเนื้อ
เดียวกันได้หากเกิดการเสียดสีกันเพราะลม จนบริเวณ ที่เสียดสีนั้นเกิด
เป็นแผล แล้วต่อมาบริเวณแผลของทั้งสองกิ่งจะเชื่อมติดกันได้เอง
มนุษย์จึงนำมา ดัดแปลงเป็นการติดต่อ ต่อกิ่ง และจากการสังเกตว่า
ในพืชชั้นบางชนิดที่เซลล์แต่ละเซลล์สร้าง ต้นพืชมาใหม่ได้จึงได้ค้นคิด
วิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีเลี้ยงเนื้อเยื่อขึ้น จีนเป็นชาติแรกที่รู้จัก
ดัดแปลงเหตุการณ์ที่เกิดในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในด้านการ ขยาย
พันธุ์ เช่น วิธีการตอนกิ่งแบบจีน (Chinese layerage) ซึ่งต่อมาเรียก
ว่า วิธีการตอนบนอากาศ แบบควั่นกิ่ง ต่อมาในสมัยกลาง วิธีการนี้ได้
แพร่เข้าสู่ประเทศตะวันตกและได้รับนิยมอย่างสูง โดย ถือกันว่าเป็น
ศาสตร์ที่ลี้ลับ และไม่ยอมเปิดเผยกัน ปัจจุบันวิชาการต่างๆ พัฒนาขึ้น
มาก ส่งผลให้การขยายพันธุ์พืชมีการเติบโตตามไป ด้วย นักขยาย
พันธุ์พืชหลายรายสามารถสร้างรายได้อย่างเป็ นกอบเป็ นกำและ
สามารถนำทักษะ ความรู้เกี่ยวกับการขยายพันธุ์พืชมาใช้เพื่อประกอบ
อาชีพได้อย่างมั่นคงอีกด้วย
5
ประโยชน์ และความสำคัญของกำรขยายพันธุ์พืช
ประโยชน์และความส าคัญของการขยายพันธุ์พืช แบ่งออกได้ 4 ด้าน
ดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ การผลิตผัก ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ ล้วน
เกี่ยวข้องกับการขยายพันธุ์พืชทั้งสิ้น เช่น การผลิตไม้ผลต้องใช้วิธีการ
ขยายพันธุ์พืชในการซ่อมแซมต้นพืชที่ได้รับอันตราย การค้ำยัน เพื่อ
เพิ่มความแข็งแรงให้กับพืชที่ปลูกอยู่ เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรง ทน
ลมแรงๆ ได้ หรือการ เสริมรากให้สามารถหาอาหารได้ดีขึ้น
งานอาชีพทางด้านพืชต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขยายพันธุ์พืชอยู่
ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าเกษตรกรได้รู้จักหลักการขยายพันธุ์พืชที่ถูกต้อง
แล้ว ย่อมช่วยให้ประสบความส าเร็จในการ ประกอบอาชีพมากยิ่งขึ้น
การขยายพันธุ์พืชจึงมีความส าคัญทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดรายได้ต่อ
เกษตรกร เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น และยังก่อให้เกิดอาชีพอื่นๆ ที่
เกี่ยวข้อง เช่น การบริการ ขนส่ง การจ าหน่ายวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่
เกี่ยวข้อง และงานรับจ้างจัดแต่งสวน เป็นต้น อีกทั้งคนที่ ทำอาชีพ
เกษตรกรไม่มีเวลาว่างไปเที่ยวเตร่หาความสำราญมากนัก ทำให้ลดราย
จ่ายที่ไม่จำเป็ นลงได้
6
ด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืช การขยายพันธุ์พืชมีความสำคัญต่อ
การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มุ่งเพิ่มปริมาณพืชให้มี จำนวนมากกว่าเดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพหรือมีความสำคัญ
ทาง เศรษฐกิจ แต่พันธุ์พืชที่มีประโยชน์เหล่านี้มีทั้งพันธุ์พืชที่แข็งแกร่ง
และอ่อนแอ ซึ่งโดยปกติต้นพืช จะถูกคัดเลือกจากสภาพแวดล้อมตาม
ธรรมชาติอยู่แล้ว ต้นพืชที่แข็งแรงจะสามารถทนทานต่อ สภาพ
แวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีชีวิตรอดอยู่ได้ไม่สูญพันธุ์
ไป ส่วนพืชชนิดใด ที่อ่อนแอก็จะตายและสูญพันธุ์ไป การขยายพันธุ์พืช
สามารถช่วยให้พืชอ่อนแอเหล่านี้ดำรงพันธุ์ ให้อยู่ต่อไปได้โดยนำพืช
เหล่านั้นมาปลูกภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแล้วทำการ ขยาย
พันธุ์เพิ่มปริมาณให้มากขึ้น
7
ด้านการวิจัย วิวัฒนาการทางการเกษตรในยุคปัจจุบัน มีลักษณะ
การผลิตเพื่อจำหน่ายเป็น จำนวนมาก และจะต้องมีคุณภาพตามความ
ต้องการของตลาดด้วย จึงจำเป็นต้องมีระบบการ พัฒนาที่ดีมี
ประสิทธิภาพ ทำให้มีงานวิจัยทดลองเกี่ยวกับการปลูกพืชและการ
ปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อ หาพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ด้านสุขภาพกายและจิต การประกอบกิจกรรมต่างๆ ในการ
ขยายพันธุ์พืช ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน คล้าย การฝึกสมาธิ และ
เป็นการพักผ่อน ได้ใช้ฝึกลูกหลานให้รู้จักการทำงานไม่เป็นคนหยิบ
โหย่ง ไม่มี เวลาไปมั่วสุมเกเร ทำให้เป็นคนตื่นนอนแต่เช้า เพื่อใช้เวลา
รดน้ำต้นไม้ในตอนเช้าก่อนไปทำงาน หรือทำธุระอื่น การตื่นนอนเช้า
ทำให้ร่างกายแข็งแรงเพราะอากาศตอนเช้าดีมาก การส่งเสริมให้มี การ
ปลูกต้นไม้เป็ นการรักษาสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติไม่ให้เป็ นพิษ
ประชาชนมีสุขภาพกาย และ จิตที่ดี เพราะบ้านเรือนร่มรื่นไม่มี
มลภาวะที่เป็ นพิษ
8
การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็ น 2 ประเภทดังนี้
การขยายพันธุ์แบบใช้เพศ (sexual propagation) การขยาย
พันธุ์พืชแบบใช้เพศเป็ นการขยายพันธุ์พืชโดยใช้ส่วนที่เกิดจากเซลล์
สืบพันธุ์นำไปเพาะให้เกิดต้นใหม่ เช่น เมล็ด และสปอร์ นิยมใช้ขยาย
พันธุ์พืชจ าพวกพืชล้มลุก เช่น ผัก พืชไร่ ไม้ดอก และไม้ประดับต่างๆ
การขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ (asexual propagation) การขยาย
พันธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศเป็นการใช้ส่วนต่างๆ ของพืชมาขยายพันธุ์ เช่น
ราก ลำต้น และใบ ด้วยการตัดชำ การตอนกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง การ
ใช้ล าต้นและรากแบบพิเศษ และการขยายพันธุ์โดยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
9
การขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (plant tissue culture หรือ
micropropagation หรือ in vitro culture) คือ การสร้างสายต้น
(clone) โดยการนำชิ้นส่วนพืช (explant) มาทำให้สะอาดปราศจาก
เชื้อโรค แล้ววางเลี้ยงบนอาหารวิทยาศาสตร์ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุ
น้ำตาล วิตามิน และสาร ควบคุมการเจริญเติบโต ในสภาพปลอดเชื้อ
จุลินทรีย์ (aseptic technique) ภายใต้สภาพแวดล้อม ที่สามารถ
ควบคุมได้
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อจัดเป็ นพื้ นฐานอันสำคัญของเทคโนโลยี
ชีวภาพ (biotechnology) เป็นการเอาสิ่งมีชีวิตหรือชิ้นส่วนของสิ่งมี
ชีวิตมาปรับปรุง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีประโยชน์ เพิ่มขึ้น เช่น
ในการปรับปรุงพันธุ์พืชโดยใช้เทคนิคการตัดต่อ-ย้ายยีน เพื่อสร้างสาย
พันธุ์ใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อสายพันธุ์
ใหม่ที่ได้สามารถมีชีวิตอยู่ได้และเจริญ เติบโตได้ดีความสัมพันธ์ของ
เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อพืชและเทคโนโลยีชีวภาพ
10
ข้อดีและข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
ข้อดี
สามารถเพิ่มปริมาณพันธุ์พืชที่ต้องการได้ในเวลาอันสั้น ต้นกล้าที่
ได้มีลักษณะที่สม่ำเสมอ (genetic uniformity) ต้นพืชที่ได้ปราศจาก
เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ผลิตต้นกล้าได้ทั้งปี โดยไม่ต้องคำนึงถึง
สภาพดินฟ้ าอากาศหรือฤดูกาลในการเพาะปลูก จึงทำให้เกษตรกรมี
รายได้ตลอดปี ช่วยในการขยายพันธุ์พืชในพืชที่ขยายพันธุ์เองได้ยาก
ในสภาพปกติใน ธรรมชาติ เช่น กล้วยไม้และสน
ข้อเสีย
มีขั้นตอนและวิธีการที่ยุ่งยาก ต้นทุนสูงกว่าการขยายพันธุ์พืชโดย
วิธีอื่น เสี่ยงต่อความเสียหายจากศัตรูพืชเนื่องจากพืชต้นใหม่ที่ได้มี
จำนวนมาก และมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกัน ทำให้การระบาด
ของโรคและแมลงศัตรูพืชเกิดได้ง่าย การแปรปรวนทางพันธุกรรม
(somatic variation) อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจาก การเพาะเลี้ยงในอาหาร
สังเคราะห์ซึ่งมีธาตุอาหารและฮอร์โมนอยู่สูง ต้นพืชอาจมีการ
แปรปรวน ทางพันธุกรรมเกิดขึ้นได้ แต่บางคราวการแปรปรวนกลับให้
ผลดี ทางด้านพันธุ์แปลกใหม่ เกิดการกลายพันธุ์ของไม้ดอกไม้ประดับ
เช่น กล้วยไม้แคระ
11
ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
พืชประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆมากมายซึ่งแต่ละอวัยวะ
ประกอบด้วยเนื้ อเยื่ อหลายชนิดประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
แบ่งตามส่วนของพืชที่นำมาขยายพันธุ์ได้เป็น 7 ประเภท ดังนี้
1.การเพาะเลี้ยงคัพภะ (embryo culture)
2.การเพาะเลีี้ยงอวัยวะ (organ culture)
3. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญ (meristem culture)
4.การเพาะเลี้ยงแคลลัส (callus culture)
5.การเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์(protoplast culture)
6.การเพาะเลี้ยงอับเรณูและละอองเรณู(anther and pollen culture)
7.การเพาะเลี้ยงเซลล์แขวนลอย (cell suspension culture)
12
รูปแบบการเจริญเติบโตและการพัฒนาของเนื้ อเยื่ อ
การเจริญเติบโตและการพัฒนาของชิ้นส่วนพืชที่นำมาเพาะเลี้ยง
บนอาหารสังเคราะห์ เพื่อให้เกิดเป็นต้นพืชที่สมบูรณ์ พบว่าเนื้อเยื่อมี
กระบวนการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในลักษณะต่างๆ ได้ 3 แบบ ดังนี้
1.เกิดแคลลัส (callus formation)
2.เกิดอวัยวะ หรือออร์แกโนจีเนซิส (organogenesis)
3 เกิดคัพภะ หรือเอ็มบริโอจีเนซิส (embryogenesis)
13
ขั้นตอนหลักในการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
1.ขั้นตอนการเตรียมต้นแม่พันธุ์(preparative stage)
การเพาะเลี้ยงต้นแม่พันธุ์(stock plant) ที่ต้องการในสภาพ
แวดล้อมที่ค่อนข้าง สะอาด เพื่อจะได้ต้นแม่พันธุ์ที่สะอาด และ
สมบูรณ์เต็มที่
2.ขั้นตอนเริ่มต้น (initiation stage)
การนำชิ้นส่วนของพืชที่เตรียมความพร้อมในขั้นตอนการเตรียม
ต้นแม่พันธุ์มาทำการฟอกฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ติดอยู่กับผิวพืช แล้วทำการ
ผ่าตัดเนื้อเยื่อในสภาพปลอดเชื้อภายในตู้ ย้ายเนื้อเยื่อ เลี้ยงบนอาหาร
วิทยาศาสตร์ที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว จนได้ต้นพืชที่ต้องการ
3.ขั้นตอนการเพิ่มปริมาณ (multiplication)
ขั้นตอนการเพิ่มปริมาณทำเมื่อเนื้อเยื่อพืชในขั้นตอนที่ 2 โตพอ
สมควรแล้ว จะทำ การเพิ่มปริมาณโดยการตัดแบ่งเนื้อเยื่อของออก
เป็นชิ้น และแยกไปเลี้ยงในอาหารใหม่ เรียกว่า การตัดแบ่ง
(sub cultures) ทำการตัดแบ่งไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ปริมาณที่
ต้องการ
4.ขั้นตอนการชักนำให้เกิดราก (root induction)
ต้นกล้ามีปริมาณตามจำนวนที่ต้องการแล้วจะทำการชักนำให้ออก
ราก และเลี้ยง จนเจริญเติบโตเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ
14
5. ขั้นตอนการเตรียมออกขวดและการย้ายออกปลูก
(acclimatization)
ต้นกล้าในขวดที่ทำการย้ายออกสู่สภาพภายนอกขวดมักมี
เปอร์เซ็นต์รอดต่ำเพราะถูกเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ และถูกเลี้ยงใน
สภาพที่แสงและอุณหภูมิค่อนข้างต่ำกว่าสภาพ ภายนอกมาก ดังนั้น
ก่อนการการย้ายออกนอกขวดเพาะจึงต้องมีการเพิ่มความเข้มแสง
ปรับ อุณหภูมิ พอต้นกล้ามีความพร้อมแล้วก็ทำการย้ายออกนอกขวด
นำไปเลี้ยงในโรงเรือนต่อไป ตัวอย่างเช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของ
กาแฟโรบัสตา
15
ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อเป็ นพื้ นที่ที่ประกอบด้วยการ
ทำงานทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การเตรียมชิ้นส่วนพืช การเตรียมอาหาร
การย้ายเนื้อเยื่อ การเพาะเลี้ยง จึงต้องมี ห้องปฏิบัติการที่จัดสรรไว้
อย่างเหมาะสม คือ
ห้องเตรียมอาหาร (media preparation room) ห้องเตรียมอาหาร
ต้องมีเนื้อที่กว้างขวางพอที่จะปฏิบัติการได้อย่างสะดวก มีโต๊ะ
สำหรับปฏิบัติการ ตู้เย็นสำหรับเก็บสารละลายเข้มข้น หม้อนึ่งความ
ดันสำหรับฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เครื่องชั่ง เครื่องวัดความเป็นกรดด่าง
เตาหลอมอาหาร อ่างน้ำ ตู้เก็บสารเคมีและอุปกรณ์
ห้องย้ายเนื้อเยื่อ (transferation or incubation room) ห้องย้าย
เนื้อเยื่อต้องสะอาดและปลอดเชื้อ ควรเป็นห้องที่สร้างอย่างมิดชิด
และให้ ผู้คนเข้าออกน้ อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เครื่องมือสำคัญที่มีใน
ห้องนี้ คือ ตู้สำหรับถ่ายเนื้อเยื่อหรือย้าย เนื้อเยื่อซึ่งเป็นตู้ที่มีอากาศ
ถ่ายเทผ่านแผ่นกรองที่สามารถกรองเชื้อจุลินทรีย์ไว้ได้ตลอดเวลา
ทำให้ อากาศภายในบริเวณตู้เป็นอากาศบริสทุธิ์ลดภาวะเสี่ยงต่อการ
ปนเปื้ อนของจลุินทรีย์ในอากาศลง
16
ห้องเลี้ยงเนื้อเยื่อ (culture room) ห้องเลี้ยงเนื้อเยื่อต้องปลอดเชื้อ
อุปกรณ์ที่สำคัญในห้องนี้ได้แก่ ชั้นวางขวด เนื้อเยื่อ เครื่องเขย่า
ระบบให้แสงสว่างพร้อมเครื่ องปิ ดเปิ ดไฟอัตโนมัติและเครื่ องปรับ
อากาศ โดยทั่วไปมักจะปรับสภาพแวดล้อมภายในห้องให้มีอุณหภูมิ
ประมาณ 25± 2องศาเซลเซียส แสง 12 - 18ชั่วโมงต่อวัน ความ
เข้มของแสง 300-10,000 ลักซ์
ห้องย้ายเนื้อเยื่อ (transferation or incubation room) ห้องย้าย
เนื้อเยื่อต้องสะอาดและปลอดเชื้อ ควรเป็นห้องที่สร้างอย่างมิดชิด
และให้ ผู้คนเข้าออกน้ อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เครื่องมือสสำคัญที่มีใน
ห้องนี้ คือ ตู้สำหรับถ่ายเนื้อเยื่อหรือย้าย เนื้อเยื่อซึ่งเป็นตู้ที่มี
อากาศถ่ายเทผ่านแผ่นกรองที่สามารถกรองเชื้อจุลินทรีย์ไว้ได้
ตลอดเวลา ทำให้ อากาศภายในบริเวณตเู้ป็นอากาศบริสุทธิ์ลด
ภาวะเสี่ยงต่อ การปนเปื้ อนของจุลินทรีย์ในอากาศลง
17
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อเป็ นปั จจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อความ
สำเร็จในการ ขยายพันธุ์พืช การพิจารณาคัดเลือกอาหารเพื่อให้เหมาะสม
กับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชแต่ละชนิด นั้นขึ้นอยู่กับชนิดของพืช และ
จุดประสงค์การผลิต
ประเภทของอาหาร
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมี 2 ประเภท คือ อาหารแข็ง
(solid medium) กับอาหาร เหลว (liquid medium) อาหารแข็งใช้วุ้น
(agar) ในการปรับสารละลายอาหารให้มีสภาพเป็น ของแข็ง ความ
เข้มข้นของวุ้นที่ใช้กันแพร่หลายและได้ผลดี คือ 0.8 เปอร์เซ็นต์ของ
ปริมาตรอาหาร ทั้งหมด ส่วนอาหารเหลวเนื้อเยื่อจะจมหรือแขวนลอย
อยู่บนกระดาษกรองที่จุ่มในอาหารเหลว ตลอดเวลา เนื้อเยื่อที่จมอยู่ใน
อาหารเหลวอาจถูกคนที่ความเร็ว 100 - 160 รอบต่อนาที เพื่อช่วย ใน
การหายใจของพืช
18
การเตรียมชิ้นส่วนพืชการฟอกฆ่าเชื้อ
และการผ่าตัดเนื้ อเยื่ อ
การเลือกชิ้นส่วนของพืชที่จะนำมาเพาะเลี้ยง
เทคนิคการฟอกฆ่าเชื่อ
เทคนิคการฟอกฆ่าเชื่อ
การผ่าตัดเนื้ อเยื่ อพืช
การดูเเลเนื้ อเยื่ อระหว่างการเลี้ยงในขวด
ความสะอาดเป็ นสิ่งจำเป็ นอย่างมากในการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
พืช ต้องมีการหมั่นตรวจดู ขวดหรือภาชนะที่เลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ถ้า
พบว่ามีเชื้อจุลินทรีย์เจริญขึ้นมาปะปนจะต้องรีบนำออกไป ต้มฆ่า
เชื้ อและล้างทันทีเพื่ อไม่ให้เป็ นที่สะสมเชื้ อจุลินทรีย์ซึ่งอาจจะแพร่
และฟุ้งกระจายอยู่ภายใน ห้องได้เนื้อเยื่อพืชที่เลี้ยงควรมีการ
เปลี่ยนอาหารใหม่ (subculture) ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง
19
การย้ายพืชออกจากขวด
เมื่ อพืชเจริญเติบโตเป็ นต้นที่สมบูรณ์แล้วจะทำการย้ายพืชออก
จากขวดเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อปลูกในกระถาง ควรใช้วัสดุปลูกที่มีส่วน
ผสมของทรายผสมขุยมะพร้าว หรือทรายผสมถ่าน แกลบ อัตราส่วน
1 : 1 สำหรับเลี้ยงต้นกล้าในระยะแรก โดยใช้ปากคีบนำต้นออกจาก
ขวดอย่าง ระมัดระวังอย่าให้รากขาดหรือเสียหาย ล้างเศษวุ้นที่ติดอยู่ที่
บริเวณรากออกให้หมดเพื่อไม่ให้เป็น อาหารของจุลินทรีย์นำต้นที่ล้าง
แล้วจุ่มด้วยยากันราก่อนปลูกลงในภาชนะที่ใส่วัสดุปลูกไว้ใน ระยะ
แรกต้องควบคุมสภาพ แวดล้อมให้เหมาะสม เช่น ความชื้น แสง
อุณหภูมิหรือนำไปไว้ใน กระบะพ่นหมอก เมื่อต้นเจริญเติบโตแข็งแรง
แล้วจึงย้ายออกปลูกในสภาพปกติต่อไป ขั้นตอนการ ผลิตต้นกล้วยจน
กระทั่งย้ายพืชออกปลูก
20
บทสรุป
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นความเจริญก้าวหน้ าในด้านการเกษตร
เกี่ยวกับพืชที่มีการ พัฒนาเทคนิคในการขยายพันธุ์ที่ทำให้ได้พืชต้นใหม่
จำนวนมากอย่างรวดเร็วในเวลาอันจำกัด และ มีคุณภาพดีเหมือนเดิม วิธี
การนี้ทำโดยนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะเนื้อเยื่อ
เซลล์หรือเซลล์ไม่มีผนัง มาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ
จุลินทรีย์ และอยู่ในสภาพ ควบคุมอุณหภูมิแสงและความชื้นเพื่อให้เจริญ
เติบโตได้ดีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชสามารถทำ การเพาะได้จากทุกส่วน
ของพืช ได้แก่ คัพภะ อวัยวะ เนื้อเยื่อเจริญ แคลลัส โปรโตพลาสต์ เซลล์
แขวนลอย อับเรณูและละอองเรณูชิ้นส่วนของพืชที่นำมาขยายพันธุ์จะมี
รูปแบบการ เจริญเติบโตและการพัฒนาของเนื้อเยื่อได้ 3 แบบ คือ เกิดเป็น
แคลลัส เกิดอวัยวะหรือออร์แกโนจีเนซิส หรือเกิดเกิดคัพภะ หรือเอ็มบริโอ
จีเนซิส การที่พืชจะเจริญไปเป็นแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ประการ
บรรณานุกรม
จิรา ณ หนองคาย. (2551). หลักและเทคนิคการขยายพันธุ์พืชในประเทศไทย.
กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์
ประศาสตร์ เกื้อมณี. (2536). เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ. กรุงเทพฯ:
ภาควิชา พฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พรชัย จุฑามาศ. (2544). เนื้อเยื่อพืช. [Online].
Available: http://www.ku.ac.th/e-magazine /july44/agri/plant1.html.
(2 มกราคม 2550)
สมพร ประเสริฐส่งสกุล. (2549). การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกับการปรับปรุงพันธุ์พืช.
กรุงเทพฯ: โฟร์เพซ.
พรชัย จุฑามาศ. (2544). เนืื้อเยื่ิิอพืช. [Online]. Available:
http://www.ku.ac.th/e-magazine /july44/agri/plant1.html. (2 มกราคม 2550)