46 3) การใชสีกลมกลืนที่มีสีจ ากัดเพียง 2-4 สี แตใหดูแลวเหมือนกับการใชสีหลายสี ควรใชวิธีการใหมีความ แตกตางกันใหมีทั้งน ้าหนักออนแก (Lightness Darkness) ทั้งเปนสีสด และสีหมน (Brightness Dullness) การใชสีขางเคียงอาจจะดูคลายกับการใชสีเอกรงค แตแตกตางกันตรงที่สีรองที่น ามาใชรวมกับ สีหลักนั้นใชไดทั้งสีสดและหมน ซึ่งตางจากการใชสีเอกรงคที่สีรองนั้นตองเปนสีหมนเสมอ (Dancer in Blue by Degas) การใช้สีตัดกัน การใชสีตัดกัน เปนการใชสีคูตรงขามในวงลอสี โดยสีคูตรงขามจะยิ่งสรางความเเตกตาง เเละ ความโดดเดนขึ้น เพราะสีจะตัดกันสองโทนอยางชัดเจน กระตุนอารมณความตื่นเตน เเละสดใสใหกับภาพ ประกอบดวย 5 ประเด็น ไดแก สีคูตรงขาม,สีเกือบตรงขาม,สีตรงขาม 2 คู,สี 3 เสา และสี 4 เสา ดังนี้ สีคู่ตรงข้าม (Complementary Colors) สีคูตรงกันขาม (Complimentary Colors หรือ Dyads Colors) เปนการใชสีในลักษณะตาง ๆ มีเทคนิคและกลวิธีมากมาย การใชแมสี การใชสีใกลเคียง การใชสีเอกรงค ซึ่งสีเหลานี้จะเปนไปในทิศทาง เดียวกัน สัมพันธกัน หรือคลายคลึงกัน และยังมีกลวิธีการใชที่ตรงขามกัน ซึ่งขัดแยงกันแตกลับเพิ่มความ งดงามใหกับผลงานไดเชนเดียวกันนั่นก็คือ การใชคูสีตรงขาม เชน เขียวตรงขามกับแดง เหลืองตรงขาม กับมวง สมตรงขามกับน ้าเงิน ในการสรางสรรคผลงาน สีที ่มีขนาดของพื้นที ่นอยกวานั้นกลับมีความ โดดเดน คูสีตรงขามจึงดูขัดแยงกัน ดวยสัดสวนที่ไมเทากัน สีที่มีนอยกวาก็สามารถโดดเดนกวาสีสวนมาก ของภาพได สีตรงขามจะท าใหความรูสึกที่ตัดกันสรางความโดดเดน การใชสีตรงขามใหดูสวยงามตามหลัก ทฤษฎีสี สวนมากจะนิยมใชในอัตราสวนรอยละ 80 : 20 หรือหากตองการใหภาพสบายตาขึ้นหรือลดแรง สีที่ตัดกัน อาจเพิ่มสีขาวหรือสีด าในผลงานก็จะท าใหภาพดูเบาลงและสบายตาขึ้น คูสีอยูดานตรงขามของ วงลอสี หนึ่งสีมักเปนสีหลักและอีกหนึ่งสีมักเปนสีรอง คูสีหลักคือสีน้ าเงินและสีสม สีแดงและสีเขียว และสี เหลืองและสีมวง สี 3 เสา (Triadic Colors) หมายถึง การใช้สีในวงจรสีมาตรฐานที่มีต าแหน่งห่างทุก ๆ 3 สี มีลักษณะคล้ายกับคู่สีแต่ชุดค่า ผสมนี้รวมทั้งเฉดสีที่อยู่ใกล้เคียงกันสองสีเช่น สีเหลืองคู่กับม่วงฟ้าและม่วงแดง ในการเลือกใช้ยังสามารถ เลือก 3 สีที่มีการเรียงช่วงห่าง 2 ช่วงเท่ากัน และอีกช่วงสั้นกว่า ท าใหเ้้กิดรูปแบบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว (Split Complement)
47 ภาพแสดง สีแยกข้ามแบบช่วงห่างเท่ากัน สีเกือบตรงข้าม (Spit Complementary Colors) เป็นการจับคู่สีตรงข้ามที่ไม่ตัดกันรุนแรง เท่ากับการ จับคู่สีแบบ Complementary โดยใช้วิธี ผสมสีขั้วตรงข้าม เช่น การจับคู่กันของ สีแดงกับสีเขียวน ้าเงิน หรือสีเขียวเหลือง สีตรงข้าม 2 คู่ (Doule Complementary Colors) เป็นการใช้สีที่ต้องการความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งวธีนี้ตัดแปลงมาจากการใช้สีคู ่ตรงข้าม คือ แทนที่จะใช้สีตรงกันข้ามเพียงคู่เดียวก็ใช้ 2 คู่ จ านวน 4 สี เช่น คู่ของสีเหลืองและสีม่วง คู่ของสีเขียวและสี แดง ข้อดีของการใช้สีวิธีนี้ก็คือ ได้สีเพิ่มขึ้นท าให้มีความน่าสนใจมากขึ้น แต่สีที่หลากหฃายที่เพิ่มขึ้นนี้หาก ไม่ระมัดระวังให้ดีแล้วอาจจะท าให้เอกภาพในงานออกแบบนั้นเสียไปได้เช่นเดียวกันกับวธีการใช้สีคู่ตรงข้าม สี 6 เส้า (Hexads Colors) การใช้สี 6 สี ช่วงห่างเท่าๆ กัน หมายถึงการใช้ Triads ที่มีช่วงห่างเท่ากัน 2 คู่ในการใช้งาน ภาพแสดง การเลือกใช้สี 6 สี
48 สี 4 เส้า (Quadrileteral Colors) คล้ายกับการใช้สี Triadic แต่แตกต่างกันที่เป็นการใช้สี 4 สี คือเพิ่มเข้ามาอีก 1 สี และสีเหล่านี้ ก็มีระยะห่างจากตัวเองเท่า ๆ กันในวงจรสีเปรียบเหมือนมีรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่าวางอยู่บนวงสีและตรงมุม 4 มุมนั้นก็จะเป็นสี 4 สีที่เข้าชุดกัน ตัวอย่างเช่น ใช้สีส้มเหลือง เป็นสีที่ 1 จากนั้นก็เว้นไปอีก 2 สีตามเข็ม นาฬิกาก็จะได้สีเขียวเป็นสีที่ 2 เว้นไปอีก 2 สีก็จะได้สีม่วงน ้าเงิน เป็นสีที่ 3 จากนั้นก็เว้นไปอีก 2 สีก็จะได้ สีแดงเป็นสีที่ 4 จะเห็นสีไตรสัมพันธ์ (Triodic Color) จะก าหนดสีที่ 1 เป็นสีหลักก่อนและก าหนด สีที่ 2 สีที่ 3 และสีที่ 4 ในวงจรสี จากการเว้นระยะห่างกัน 2 สีเป็นสีร่วม สีจตุสัมพันธ์เป็นสีที่มีค่าของสีที่ตัดกัน โดยน ้าหนักไม ่ใช้ตัดกันโดยแท้จริง (True Contrast) หรือเป็นสีคู ่ (Complemen tary Colors) แต่ น ้าหนักที่ตัดกันนั้นน้อย กว่าสีไตรสัมพันธ์ และสีชุดจตุสัมพันธ์นี้จะเป็นสีที่อยู่ในวรรณะใดวรรณะหนึ่ง (Warm Tone or Cool Tone) อยู่ 2 สีและอีกวรรณะหนึ่ง 2 สีประสิทธิภาพของการใช้ สีไตรสัมพันธ์นี้ นอกจากค่าน ้าหนักและ ความจัดของสีไม่รุนแรงมากนักแล้ว ยังมีความหลากหลายของสีมากขึ้นซึ่งการ น าไปใช้ต้องพิจารณาร่วมกับความเหมาะสม ของแต่ละชิ้นงาน และแต่ละจุดประสงค์ด้วย การสร้างสรรค์ในงานคหกรรมศาสตร์ ภาพแสดง การใช้สีคู่ตรงข้าม
49 ภาพแสดง ตัวอย่างกันใช้สีแยกข้ามข้างเคียงทั้งสองด้าน 1.3 กระบวนการออกแบบทางคหกรรมศาสตร์ คหกรรมศาสตร์เป็นวิชาชีพที ่น าองค์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาบูรณาการกับ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น พื้นฐานทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในด้านงานอาหาร และโภชนาการ ด้านงานการออกแบบแฟชั ่น สิ่งทอและเครื่องนุ ่งห ่ม ที่มีบทบาทส าคัญต่อการพัฒนา คุณภาพชีวิต สร้างงานอาชีพ สร้างความมั่นคงของสถาบันครอบครัวและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถ จ าแนกออกเป็นกลุ่มการท างานในรูปต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้ กลุ่มวิชาการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ 1) พนักงานในหน่วยงานภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าส าเร็จรูป เช่น นักออกแบบเสื้อผ้า นัก ควบคุมคุณภาพเสื้อผ้า และช่างท าแบบตัดเย็บ เป็นต้น 2) เจ้าของกิจการการประกอบธุรกิจส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ 3) นักวิชาการด้านการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตัวอย่างการออกแบบเชงสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์ การพัฒนาลวดลายพิมพจากศิลปะอารตนูโวบนผาใยกัญชง เพื่อออกแบบชุดท างานสตรีกลุม ชาวมงที่นิยมทอผาจากใยกัญชง ผาทอใยกัญชงของกลุมทอผาชาวเขาเผามง เปนที ่ตองการของตลาดและสรางรายไดเปน อยางมาก แตลวดลายที่ปรากฏไมหลากหลายและใชเวลาในการทอนาน เพื่อเปนการเพิ่มมูลคาใหแกผาใย กัญชงและเปนการสงเสริมใหสตรีไทยหันมาสวมใสผลิตภัณฑที่ผลิตจากผาใยธรรมชาติ อีกทั้งเปนการเพิ่ม
50 รายไดใหแกผูประกอบการธุรกิจผาใยกัญชง สงเสริมใหเศรษฐกิจชุมชนและประเทศไทยเขมแข็ง ศึกษา แนวคิดศิลปะอารตนูโวเพื่อออกแบบลวดลายพิมพ 3 ลวดลาย ประกอบดวย ลายผีเสื้อ ลายดอกไม และ ลายเถาวัลย แลวน าลายมาสกรีนบนผาใยกัญชง จากนั้นมาตัด เย็บเปนชุดท างานสตรี ประกอบดวยชุด ติดกัน เสื้อคลุม และกระโปรง อาร์ตนูโว (Art Nouveau) คือหนึ่งในชื่อยุคส าคัญของศิลปะตะวันตก ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 จนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 (1890-1914) จุดเด่นของผลงานศิลปะที ่เห็นได้ชัดเจนในยุคนี้คือการ ผสมผสานของลายเส้นโค้งเว้า รูปร่าง รูปทรง และลวดลายตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ พืชพรรณธรรมชาติ และสัตว์นานาชนิด น ามาสร้างเป็นลวดลายที่งดงาม เปนศิลปะประยุกตที่มีจุดเดน คือใชรูปแบบลวดลาย แบบธรรมชาติ โดยเฉพาะ ดอกไม้และพืชพันธุหลายชนิด มาท าเปนลวดลายเสนโคงออนชอย (ราชบัณฑิตยสถาน, 2550) และเพี่อเปนการลวงตาใหผาใยกัญชงมีลักษณะออนชอยที่เกิดจากลายเสน ภาพพิมพ จากลักษณะเฉพาะของศิลปะอารตนูโวนี้ โดยการสรางสรรคแบบตัดทอน เพื ่อใชในการ ออกแบบชุดท างานสตรีวัยท างาน ที่เนนการสวมใสสบาย และเหมาะกับสภาพอากาศรอน ภาพแสดง ผลงานของมูคา หนึ่งในศิลปินชื่อดังของยุคอาร์ตนูโว ภาพแสดง ผาทอใยกัญชงของกลุมทอผาชาวเขาเผามง
51 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน แนวคิด ทฤษฎีและหลักเกี่ยวกับกระบวนการออกแบบ
52 ฃ
53 การสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์ (ประเภทงานเครื่องหอม) การสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์ (ประเภทเครื่องหอม) เครื่องหอม หมายถึง สิ่งของหรือวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งกลิ่นหอมสามารถรับความรู้สึกได้ด้วย การดม เครื่องส าอางไม่จ าเป็นจะต้องมีกลิ่นหอมก็ได้ เครื่องหอม ตามประวัติมีมาตั้งนานประมาณ 5000 ปี แล้ว ชาวอียิปต์สมัยนั้น ได้ใช้ยางไม้ชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมมาประดับกาย และได้คิดค้นเป็นนักผสมเครื่อง หอมชาติแรกของโลก ใช้ยางไม้ต่าง ๆ มาผสมเข้าด้วยกัน รวมทั้งใช้เนื้อไม้หอมบางชนิดมาป่นผสมกันเป็น เครื่องหอมเรียกว่า กาฟีชาวอียิปต์สมัยโบราณใช้เผาให้กลิ่นหอมเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าต่าง ๆ ในสมัยนั้น ต่อมามีการคิดค้นพัฒนาเครื่องหอม โดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ดอกไม้ เนื้อไม้บางชนิดมา ต้ม คั้น เพื่อให้น ้ามันหอมระเหยออกมาแล้วน าน ้ามันหอมนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อไป ปัจจุบันนี้มีการวิจัย พัฒนา สกัดน ้ามันหอมระเหยออกมาท าเป็นน ้าหอมต่าง ๆ มีกลิ่นหอมที่แตกต่างกันไป มากมายหลาย ชนิด ปัจจุบันสามารถแบ่งน ้าหอมออกเป็นระดับ แบ่งเป็นชั้น ๆ หรือเป็นเกรดของน ้าหอม ดังนี้ ชั้นที่ 1 เป็นน ้าหอมประเภทที่เรียกกันว่า เพอร์ฟูม เป็นน ้าหอมที่มีอัตราความเข้มข้น ของหัวน ้าหอม ตั้งแต่ 5 – 20 % ละลายอยู่ในแอลกอฮอล์ ชั้นที่ 2 เป็นน ้าหอมประเภทที่เรียกว่า โลชั่น คือ รองลงมาจากเพอร์ฟูม มีความเข้มข้น ของหัวน ้าหอม 2 – 5 % ละลายอยู ่ในแอลกอฮอล์ประมาณ 75 – 90 % และมีน ้ากลั ่นใช้ ละลายปน ชั้นที ่ 3 เป็นน ้าหอมที ่เรียกกันว ่า โอเดอโคโลญ ซึ ่งที ่จริงแล้วเป็นการเรียกที ่ผิด แต่อนุโลมเพราะเรียกกันจนติดปากแล้ว ที่ถูกเขาจะเรียกว่า เพอร์ฟูมโคโลญ มากกว่ามีความ เข้มข้นของหัวน ้าหอมเพียง 0.5% และแอลกอฮอล์มีเพียง 60 – 90% โอเดอโคโลญ ไม่ใช่น ้าหอม เพราะขาดคุณสมบัติของความเป็นน ้าหอม คือ กลิ ่นของมันจะระเหยและจางหายไปในเวลา อันรวดเร็วมาก ไม่คงทนและก็จะไม่มีความหอมอีกเลย
54 เครื่องหอมไทย เครื่องหอมของไทยนั้นไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้น ามาใช้ และเป็นที่นิยมกันมาตั้งแต่ ยุคสมัยใด ถ้าสันนิษฐานการเริ ่มต้นรู้จักเครื ่องหอมของคนไทยน่าจะเรียนรู้มาจากชาวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นชาติที่มีความใกล้ชิดสังคมไทยมาเก่าแก่กว่าชาติอื่น เครื่องหอมไทยถือเป็นเอกลัษณ์อย่างนึงไม่แพ้ อาหารไทย ทั้งศาสตร์การท าที ่ละเอียดอ่อน กลิ ่นหอมละมุนที ่ไม ่เหมือนใคร เริ ่มเป็นที ่นิยมในสมัย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 พระต าหนักในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ พระขนิษฐา (น้องสาว) ในล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงมีฝีพระหัตถ์ (ฝีมือ) ในการปรุงพระสุคนธ์และทรงมีหน้าที่ปรุง พระสุคนธ์ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยตรง ต่อมาไม่นานมีการปรับปรุงไว้ส าหรับ ใช้เองในบ้านเรือนเรียก “น ้าปรุง” จึงไม่ผิดนักหากจะบอกว่า “น ้าปรุง น ้าอบ กระแจะ” ต่าง ๆ นั้น เป็นเครื่องหอมไทยที ่มีต้นก าเนิดมาจาก “วังหลวง” เครื ่องหอมไทยอย่าง “บุหงาพัดโบก” ดอกไม้ แห้งอบปรุงประดิษฐ์ท าเป็นรูปพัดโบกจากห้องพระสุคนธ์ในวังหลวง ถูกท าเป็นของช าร่วยอีกด้วย จากเอกสารคนในสมัยอยุธยา มีการท า “น ้าดอกไม้เทศ” เพื่อใช้เป็นเครื่องประทินผิว ส าหรับ สตรี น ้าดอกไม้เทศนี้จะมีเพียงกลิ่นกุหลาบเพียงกลิ่นเดียว ซึ่งสันนิษฐานว่ามีรากฐานมาจากน ้าหอมของ ต ่างประเทศ ตามชื ่อ ดอกไม้เทศ ส ่วนใหญ ่จะนิยมดอกกุหลาบ ซึ ่งนิยมใช้แล้วในเปอร์เซีย เรียกว่า “ดอกไม้กุล” แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของไทยที ่มีต ่อต ่างประเทศในสมัยอยุธยาตอนปลาย พบหลักฐานว่ามีหมู่บ้านผลิตเครื่องหอมขายในเชิงพาณิชย์ จากเอกสารหอหลวง เรื่องค าให้การขุนหลวง วัดประดูทรงธรรมว่า “ บ้านริมวัดพร้าว พวกพราหมณ์แลไทย ท าแป้งหอม น ้ามันหอม กระแจะ น ้าอบ ธูปกระแจะ ธูปกระดาษ แลเครื่องหอมทาขาย ๑” การเปิดรับเอาวัฒนธรรมจากต่างประเทศเข้ามา ที่เห็น ได้ชัดเจนตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา น ามาซึ่งความเปลี่ยนแปลงกับวิถีชีวิตของคนไทยในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเมืองการปกครอง ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่าง ๆ รูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทย รวมไป ถึงการใช้เครื่องหอมของคนไทย ที่น าเอาผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจากต่างประเทศมาใช้แสดงถึงค่านิยมใหม่ ๆ ท าให้เครื ่องหอมของไทยถูกลดบทบาทลง เหลือใช้กันในประเพณีพิธีของไทย หรือกลุ ่มคนที ่มีความ อนุรักษ์และหวงแหนภูมิปัญญาของคนไทย ในการใช้ชีวิตตามวิถีของไทยที่มีมาอย่างยาวนาน
55 วัตถุดิบในการผลิตเครื่องหอมไทย เครื่องหอม ได้มาจาก 3 แหล่งส าคัญคือ 1.เครื่องหอมที่ได้จากพืช เนื่องจากเมืองไทยอยู่ในเขตร้อนและชุ่มชื้น และมีพรรณไม้หลายชนิดที่มีกลิ่นหอม และสามารถ น าส่วนต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้ เช่น 1.1 จากส่วนของดอก เช่น มะลิ มะลิลา (มะลิซ้อนไม ่นิยมน ามาใช้ในงานท าเครื ่องหอม) กุหลาบ (โดยเฉพาะกุหลาบมอญนิยมใช้มาก) พิกุล กระดังงาไทย พุทธชาด จันทน์กะพ้อ ล าเจียก จ าปี จ าปา ฯลฯ 1.2 จากส่วนของใบ เช่น เตยหอม เนียม มะกรูด ส้ม ตะไคร้หอม สะระแหน่ โหระพา กระเพรา ฯลฯ 1.3 จากส่วนของล าต้น โดยเฉพาะส่วนของ เปลือก เนื้อไม้ หรือแก่นไม้ เช่น จันทร์เทศ ผิวมะกรูด กฤษณา แก่นจันทน์ หญ้าฝรั่น ฯลฯ 1.4 จากยางไม้ เช่น ก ายาน หนาด กฤษณา ฯลฯ 1.5 จากเปลือก เช่น อบเชย ชะลูด ฯลฯ 1.6 จากผล เช่น ลูกจันทน์เทศ กานพลู ฯลฯ 1.7 จากเมล็ด เช่น ลูกจันทน์เทศ พริกไทยด า ฯลฯ 2.เครื่องหอมที่ได้จากสัตว์ น าเครื่องหอมที่ได้จากสัตว์มาใช้ร่วมกับเครื่องหอมที่ได้จากพืช แต่จะใช้จ านวนน้อยกว่าเครื ่อง หอมจากพืช เพราะเครื่องหอมจากสัตว์จะเป็นตัวจับกลิ่นท าให้ความหอมของกลิ ่นหอมทนทาน จึงไม่ จ าเป็นต้องใช้มาก เครื่องหอมที่ได้จากสัตว์ มักจะได้จากต่อมในตัวสัตว์ อาทิ ต่อมที่อยู่บริเวณใกล้กับ อวัยวะเพศตัวผู้ของชะมดเช็ด น ้ามันหอมจากต่อมน ้ามันในตัวบีเวอร์ น ้ามันหอมที่ได้จากมูลปลาวาฬ เรียกว่า "อ าพัน" (เป็นของเสียที่ออกมาจากส าไส้ปลาวาฬ ถ้าถูกกับอากาศจะแข็งตัว ลอยอยู่บนผิวน ้าใน ทะเล) ซึ่งมีราคาแพง โดยเฉพาะอ าพันสีเทาจะมีกลิ่นหอมมากและมีคุณภาพดีที่สุด แต่การน าเครื่องหอมที่ ได้จากสัตว์มาใช้นั้นไม่สามารถน ามาใช้ได้ทันทีเหมือนเครื่องหอมที่ได้จากพืช โดยเฉพาะเครื่องหอมจาก ชะมดเช็ดที่พบได้ในประเทศไทยนั้น ก่อนจะน ามาใช้ต้องท าการ "ฆ่าชะมดเช็ด" เสียก่อน วิธีฆ่าชะมดเช็ด ชะมดเช็ดเป็นเครื่องหอมที่ได้มาจากต่อมใกล้อวัยวะเพศตัวผู้ของตัวชะมด ต่อมนี้ จะมีกลิ่นสาบ ถ้าน ามาใช้เลยจะไม่หอม จึงต้องผ่านกรรมวิธีท าให้หอมเสียก่อนซึ่งเรียกว่า "การฆ่าชะมด" ท าโดยน าใบพลูสด (ใบพลูที่เคี้ยวกับหมาก) มาพับเป็นกรวย เอาด้านหลังใบให้อยู่ในกรวยใช้ไม้เล็ก ๆ
56 เช่น ไม้ก้านธูป หรือไม้เสียบลูกชิ้นปิ้ง ฯลฯ ตักชะมด ซึ่งมีลักษณะข้นเหลวคล้ายครีม ใช้ขนาดเท่าเมล็ด ถั่วเขียว วางบนริมใบพลู บีบน ้ามะกรูดลงไปบนก้อนชะมดพอท่วม จุดเทียนไข น าใบพลูที่มีชะมดและน ้า มะกรูดไปลนบนเปลวเทียน โดยไม่ให้ถูกเปลวไฟโดยตรงพอให้ได้ไอร้อน จนชะมดและน ้ามะกรูดเดือดเข้า กันดี เป็นน ้ามันลอยขึ้นมาน าน ้าส่วนนี้ไปใช้งาน ส่วนที่ตกตะกอนอยู่บนในใบพลูทิ้งไปไม่น ามาใช้ ชะมด เช็ดนี้มักน ามาใช้กับเครื่องหอมไทย เช่น การท าน ้าอบไทย แป้งร ่า เป็นต้น 3. เครื่องหอมสังเคราะห์ เครื่องหอมสังเคราะห์ เป็นเครื่องหอมที่มนุษย์ปรุงแต่งจากสารเคมี ท าเลียนแบบกลิ่นธรรมชาติ เช่น กลิ่นกุหลาบ กลิ่นมะลิ กลิ่นกระดังงา เป็นต้น วิธีการท าเครื่องหอมไทย การอบ การปรุงกลิ่นด้วยควันหรือปรุงกลิ่นด้วยดอกไม้หอม การอบ ให้มีกลิ่นหอมชั่วขณะหนึ่งกลิ่นหอม นั้นจะซึมซาบเข้าไปในของที่น าไปอบ โดยวัตถุที่ต้องการให้มีกลิ่นนั้นอยู่ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท การร ่า การอบกลิ่นหอมซับซ้อนหลายอย่าง และกระท าโดยใช้ภาชนะเผาไฟแล้วใส่เครื่องหอม เพื่อให้ เกิดควันที่มีกลิ่นหอม การปรุง , การผสม การรวมของหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างเข้า ด้วยกัน ประเภทเครื่องหอมไทย ประเภทแป้ง เครื่องหอมที่มีลักษณะเป็นผงแป้ง จากการน าแป้งหิน หรือ ดินสอพองมาสะตุให้สะอาดแล้วใช้ กระบวนการอบเครื่องก ายาน ควันเทียนอบ หรือกลิ่นของดอกไม้หอมต่าง ๆ ประเภทน ้า คนไทยมีการใช้การใช้เครื่องหอมที่มีลักษณะเป็นน้ าใน รูปแบบต่าง ๆ เช่น น้ าดอกไม้สด น้ าอบ น้ าปรุง น ้าปรุงเป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่ง ที่มีกลิ่นหอมเย็นให้ความรู้สึกแบบไทย ๆ ชวนให้ร าลึกถึงอดีตที่ น่าภูมิใจว่า สตรีในสมัยโบราณนอกจากจะมีการประแป้งแต่งตัว ลูบตัวด้วยน ้าอบน ้าปรุง แต่มาบัดนี้ สตรี ส่วนใหญ่รู้จักแต่น ้าหอม ออดิโคโลญจน์ มาแทน ประเภทเครื่องอบไทย
57 เป็นเครื่องหอมชนิดแรก ๆ และมีความเป็นมายาวนานด้วยเป็นการใช้ควันในการอบ เช่น การอบ ขนมต่าง ๆ หรือการท าให้ผ้า สถานที่หอม หมดกลิ่นสาบ จากการอบร ่าด้วยเครื่องก ายาน หรือน าผงไม้ หอมต่าง ๆ มาฟั่นเป็นธูปหอม ธูปก ายาน เพื่อจุดใช้ควันในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ หรือบุหงาร ่าไปที่มี กลิ่นหอม เป็นต้น ประโยชน์ของเครื่องหอม เครื่องหอมไทยมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกันรวมถึงปริมาณในการสัดส่วนใน การตวงจึงท าให้เกิดกลิ่นหอมที่แตกต่างกัน การใช้ประโยชน์ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 1) ประทินผิว เช่น การใช้ดินสอพอง แป้งร ่าในการผัดหน้า ทาตัว จะท าให้มีกลิ่นหอม เสริมความ งามกับร่างกาย 2) ใช้ในเทศกาลและงานพิธีส าคัญต่าง ๆ เช ่น การน าแป้งร ่าผสมกับน ้าอบไทยท าเป็นแป้ง กระแจะใช้ในการเจิม น ้าอบไทยนิยมใช้ในการสรงน ้าพระ รดน ้าผู้ใหญ่ในเทศกาลสงกรานต์ หรือการจุด ธูปก ายานหอม เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น 3) ใช้เป็นของช าร ่วย เช ่น การหยอดแป้งร ่าบนเส้นด้ายแล้วรวบเป็นแป้งพวงช าร ่วย การท า บุหงาสด บุหงาแห้ง บรรจุในถุงผ้า กล่องใบลาน ตกแต่งเป็นของที่ระลึก หรือการพับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูป ต่าง ๆ แล้วน ามาอบร ่าให้หอมใช้มอบในโอกาสพิเศษ 4) ใช้ในการบ าบัด กลิ่นของเครื่องหอมไทย เช่น แป้งร ่า น ้าอบ น ้าปรุง มีส่วนช่วยกระตุ้นการ ท างานของระบบประสาทท าให้รู้สึกผ่อนคลายอารมณ์สดชื่น และสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับบริเวณนั้น ๆ 5) ด้านอื่น ๆ เช่น ใช้เทียนอบขนมให้เกิดความหอมชวนรับประทาน น ้าดอกไม้สดใช้ดื่มหรือใช้ ผสมส าหรับท าขนม เครื่องหอมยุโรป ว่ากันว่ามีหลักฐานตอนหนึ่งจากภาพวาดฝาผนังในพระวิหาร ราชินีฮัตเชปซุต (Hatshepsut) ที่ประเทศอียิป มีภาพวาดหญิงสาวชาวอียิปต์ก าลังชโลมน ้าหอมลงบนศีรษะของตนเอง ซึ่งคาดว่าเกิดจาก ที ่นักเดินเรืออียิปต์ในสมัยนั้นได้น าเข้ามาจากดินแดนอื ่น และได้เกิดการคิดค้นน ้าหอมขึ้นในสมัยนั้น เป็นความหอมที่ได้จากไม้ยางหอมมีอยู่ในแถบ อราเบีย (Arabia) และแถบ โซมาเรีย (Somalla) ผู้ที่ท า น ้าหอมในสมัยนั้นจะเป็นผู้หญิงชาวอียิปต์เป็นส่วนใหญ่ ที่ได้รับการสืบทอดเป็นมรดกต่อ ๆ กันมา จากนั้นได้พัฒนาความหอมของน ้าหอมจนเป็นที่รู้จักในสมัยจักรวรรดิโรมัน และนิยมใช้ความหอม จากต้นไม้ยางหอมเป็นหลัก โดยสั ่งไม้ยางหอมประเภท Boswellia จากอราเบีย (Arabia) และเพิ่ม
58 ส่วนผสมที่หามาได้จากอินเดีย มาเป็นส่วนผสมน ้าหอมในรูปแบบของชาวโรมัน ค าว่าเพอร์ฟูม (Perfume) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินแปลว่า ควัน ในกรีกโบราณชาวโรมันที่ร ่ารวยจะนิยมใช้น ้าหอมเป็นอย่าง มาก ใช้ชนิดที่แบบฉีดน ้าหอมทุกพื้นที่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ฉีดตามก าแพงบ้าน ของตนเอง เศรษฐีชาวโรมันจะใช้น ้าหอมตามความชอบตามความพอใจแบบไม่มีค าว่าเสียดาย น ้าหอมเกิดความนิยมอย่างแพร่ในยุคกลาง ที่ชาวอาหรับได้คิดค้นน ้าหอมด้วยการกลั่นส าเร็จ ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ขนาดใหญ ่ในอาณาจักรเปอเซียร์ พัฒนาเป็นแปลงปลูกกุหลาบที่มีพื้นที ่และขนาด ใหญ่โตมาก เพื่อน ามาสกัดเป็นน ้าหอม จนเป็นที่เลื่องลือกันว่ากรุงแบกแดด (Baghdad) เป็นเมืองแห่ง น ้าหอม City of Fragrance ชาวอาหรับยังได้คิดค้นสูตรน ้าหอมในรูปแบบใหม่คือ การน าสารที่ได้จาก ตัวชะมด หรือกลิ่นชะมดผสมกับปูนขาว จากนั้นพวกเขาน าปูนขาวที่ผสมกับกลิ่นชะมดไปสร้างสุเหร่าและ พระราชวัง ซึ่งท าให้มีกลิ่นหอมไปทั่วทั้งเมือง จากนั้นในช่วงสมัยคลูเสด (Crusader) ได้น าน ้าหอมหรือ เครื่องหอมจากชาวอาหรับให้เป็นที่แพร่หลายในยุโรป แต่ที่เริ่มรู้จักจริง ๆ ในยุโรปนั้น เริ่มเมื่อศตวรรษที่ 16 เมื่อ แคทเธอรีน เดอ เมดีชี (Catherine de Medici) ได้มาที่ประเทศอิตาลี่ (Italy) เพื่อจะแต่งงานกับ อนาคตกษัตริย์สมัยนั้น จากนั้นท าให้น ้าหอมแพร่หลายและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ภาชนะบรรจุน ้าหอมของชาวอียิปต์โบราณ ภาชนะใส่น ้าหอมของชาวอียิปต์นั่นมีหลากหลายทั้งทีท่ามาจาก หิน, แก้ว, ไม้, กระเบื้องเคลือบ หรือแม้แต่ทอง เพื่อใช้แสดงฐานะและความมั่งคั่งของเจ้าของชาวอียิปต์ยังมีประเพณีความเชื่อที่จะน า น ้าหอมติดตัวไว้ใช้ทั้งตอนที่มีชีวิตอยู่และตอนตาย นักโบราณคดีมักพบเหยือกใส่น ้ามันหอมในสุสานของ ชาวอียิปต์ตั้งแต ่คนธรรมดาจนถึงฟาร์โร เมื ่อครั้งที ่นักโบราณคดีขุดค้นสุสานของฟาร์โรดตันคาเมน จากการตรวจสอบมัมมี่ นักโบราณคดีได้พบว่ามีการใช้เครื่องหอมมากมาย เช่น ยางไม้หอม และอบเชยใน ขั้นตอนของการท่ามัมมี่ โดยหลังจากเสร็จกระบวนการต่าง ๆ แล้วจึงค่อยน าศพไปดองในน ้าหอมเป็นเวลา ประมาณ 40 – 70 วัน ก่อนที่จะน่ามาห่อฝังและยังพบภาชนะที่ท าจากหิน ควอซบรรจุน ้ามันหอมที่ยังคง กลิ่นหอมไว้แม้เวลาจะผ่านมากว่า 3000 ปีแล้ว ชาวอียิปต์รู้จักที่จะท าการติดต่อซื้อขายเครื่องหอมกับชาติอื่น เช่น อินเดีย โดยได้มีการซื้อขาย เครื่องเทศต่าง ๆ อาทิ ขิง พริกไทย และไม้จันทน์ เพื่อน ามาท าเป็นเครื่องหอมหลากหลายชนิด รวมไปถึง ดอกไม้เช่น มะลิ ลิลลี่ กุหลาบ และรากของต้นออริส (Orris) ซึ่งการค้าขายที่มั่งคั่งอย่างมากนี้ท าให้อียิปต์ เป็นศูนย์กลางความเจริญทางด้านน ้าหอมในช่วงนั้น วัฒนธรรมการใช้น ้าหอมยังคงเจริญเติบโตมาอย่าง
59 ต่อเนื่องจนถึงยุคกรีกซึ่งสืบทอดวิธีการผลิตและใช้น ้าหอมมาจากชาวอียิปต์ก่อนจะส่งผ่านวัฒนธรรมนี้ไป ยังชาวโรมันอีกทอดหนึ ่ง ในสมัยกรีกน ้าหอมนั้นท ามาจากการน าผงไม้หอมบดละเอียดมาผสมกับ น ้ามันหอม ภาชนะที่ใช้ในการบรรจุน ้าหอมของชาวกรีกท ามาจาก alabaster หรือที่เรียกว่า เศวตศิลา มีลักษณะเป็นหินปูนสีขาวบริสุทธิ์น ามาท าเป็นหลอดยาวประดับด้วยทอง ในสมัยโรมันจักรพรรดิ Caracalla ทรงชื่นชอบน ้าหอมมากทรงสร้างห้องส าหรับเก็บเครื่องหอม โดยเฉพาะขึ้นในยุคของจักรพรรดิองค์นี้มีการใช้น ้าหอมอย่างมากมายและแพร่หลายจนแถบเกินความพอดี คนธรรมดาทั่วไปจะใสน ้าหอมวันละ 3 ครั้ง ในงานเลี้ยงผ้าและเครื่องเรือนต่าง ๆ ก็มีการประพรมน ้าหอม ตลอดเวลาและมีการน าน ้าหอมใส่ให้กับนกแล้วจึงน ามาปล่อยให้บินไปรอบห้องเพื่อโปรยกลิ่นหอม แม้กระ ทั้งสัตว์เลี้ยง เช่น หมา และม้า ที่ก็มีการประพรมน ้าหอม เหล่าคนใช้ก็จะมีเครื่องหอมเฉพาะตามส าดับชั้น ทางสังคมของตัวเอง เช่น เครื่องหอมที่มีกลิ่นสาบจากหนังสัตว์ กลิ่นมิ้นท์ และ กลิ่นของต้น Spikenard เป็นต้น หลังจากที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้รุกรานอียิปต์ในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลท าให้ วิทยาการต่าง ๆ ทางด้านน ้าหอมมีการพัฒนาและแพร่หลายมากขึ้น นักปรัชญาชาวกรีก Theophrastus ได้ท าการศึกษาเรื่องของกลิ่นการแพร่ของกลิ่น ตัวน ากลิ่น กลไกการได้กลิ่นของมนุษย์และความสัมพันธ์ ของกลิ่นและรสขึ้นอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกซึ่งเป็นส่วนส าคัญในการพัฒนาของน ้าหอมในยุคนั้น ภาพแสดง การบรรจุน ้าหอมของอียิปต์โบราณ น ้าหอมยุคใหม่ เมื่อเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 19 น ้าหอมได้เข้าสู่ช่วงของการผลิตแบบอุตสาหกรรมและแฟชั่นขึ้น โดย สุดยอดน ้าหอมในยุคแรกได้เกิดขึ้นในปี 1920 เมื่อ Emest Beaux นักท าน ้าหอมชาวรัสเซียซึ่งเดินทางมา อยู่ที่ปารีสและน าเสนอน ้าหอมให้กับ Gabrielle Bonheur Chanel หรือที่รู้จักกันในชื่อ Gabreille Coco Chanel นักออกแบบแฟชั่นชื่อดังผู้ก่อตั้งแบรนด์ Chanel โดยใช้ชื่อน ้าหอมว่า Chanel NO.5 ซึ่งได้รับ
60 การยกย่องว่าเป็นน ้าหอมที่โด่งดังที่สุดในโลกโดย Chanel NO.5 มี Top note เป็นกล่นของกระดังงาและ ดอกของต้นส้ม Middle note เป็นกลิ่นมะลิและกุหลาบ ส่วน Base note เป็นกลิ่นไม้ของไม้จันทน์และ หญ้า Vetiver Ton น ้าหอม Chanel NO.5 ได้รับการออกแบบให้เป็นกลิ่นที่เรียบง่ายสุด สามารถใช้ได้ ตลอดเวลาและเหมาะกับทุกโอกาส จากนั้นเป็นต้นมาอุตสาหกรรมน ้าหอมและแฟชั่นก็พัฒนาขึ้นทั้งวิธีการ และเทคนิคในการกลั ่นและผลิตน ้าหอม ณ ปัจจุบันมีน ้าหอมมากมายหลายยี ่ห้อหลากหลายกลิ ่นให้ เลือกสรรค์ บรรจุภัณ์ต่าง ๆ ยาดมสมุนไพร ภายใต้ยี่ห้อ “ANONA” ที่มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น คือ Lemongrass (กลิ่นตะไคร้), Wintergreen (กลิ่นน ้ามันระก า), Lime (กลิ่นมะนาว) และ Peppermint (กลิ่นเปปเปอร์มิ้นท์) ในกล่องบรรจุภัณฑ์ยังได้มีการใส่สตอรี่ของยักษ์ไทยแต่ละตัวที่อ้างอิงมาจากเรื่องราวในวรรณคดี รามเกียรติ์ เพื ่อให้ชาวต ่างชาติได้รู้จักยักษ์ไทยมากขึ้น และการอธิบายสรรพคุณอย ่าง น่าสนใจลงไป ภาพแสดง ยาดมสมุนไพร ภายใต้ยี่ห้อ “ANONA” Butterfly Thai Perfume คือ น ้าหอมแบรนด์ไทยที ่ด าเนินธุรกิจมานานกว ่า 10 ปี ซึ ่งมี ผลิตภัณฑ์น ้าหอมที่เป็นเอกลักษณ์หลากหลายกลิ่นด้วยกัน อาทิ กลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง กลิ่นผักชี กลิ่นว่านสาวหลง กลิ่นมะกรูดกานพลู กลิ่นส้ม กลิ่นบุหรี่กุหลาบ กลิ่นโคลนสาบควาย เป็นต้น
61 ภาพแสดง Butterfly Thai Perfume
62 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน การสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์ (ประเภทเครื่องหอม)
63
64 การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ Creative designs เป็นการออกแบบเพื่อน าเสนอความงามความพึงพอใจ เน้นความคิดสร้างสรรค์ แปลก ๆ ใหม่ๆ ให้เกิดความสะเทือนใจ เร้าใจ ซึ่งการสร้างสรรค์นี้อาจเป็นการพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่เดิมหรือสร้างขึ้นใหม่ ก็ได้งานออกแบบสร้างสรรค์นี้มี 5 ลักษณะ คือ 1. งานออกแบบจิตรกรรม (Painting) คืองานศิลปะด้านการวาดเส้น ระบายสี เพื ่อสื ่อแสดงอารมณ์และความรู้สึกในลักษณะ สองมิติจ าเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในผลงานแต่ละชิ้นของผู้สร้าง 2. งานออกแบบประติมากรรม (Sculpture) คืองานศิลปะด้านการปั้น การแกะสลัก เชื ่อมต ่อในลักษณะสามมิติคือมีทั้งความกว้าง ความยาว และความหนา 3. งานออกแบบภาพพิมพ์ (Printmaking) คืองานศิลปะที่ใช้กระบวนการพิมพ์มาสร้างสรรค์รูปแบบด้วยเทคนิคการพิมพ์ต่าง ๆ เช่น ภาพพิมพ์ไม้ โลหะ หิน และอื่น ๆ 4. งานออกแบบสื่อประสม (Mixed Media) คืองานศิลปะที่ใช้วัสดุหลากหลายชนิด เช่น กระดาษ ไม้ โลหะ พลาสติก เหล็ก หรือวัสดุ อื่น ๆ น ามาสร้างความผสานกลมกลืน ให้เกิดผลงานที่แตกต่างอย่างกว้างขวาง 5. งานออกแบบภาพถ่าย (Photography) ยุคนี้เป็นยุคที ่การถ ่ายภาพกลายเป็นเรื ่องง ่าย ๆ ส าหรับผู้ที ่สร้างสรรค์งานถ ่ายภาพ เพราะเทคโนโลยีการถ ่ายภาพ มีการพัฒนาไปอย ่างรวดเร็วด้วยการลงทุนสร้างสรรค์ที ่ไม ่แพงมาก การถ ่ายภาพอาจเป็นภาพคน สัตว์ สิ ่งของ ธรรมชาติทั ่ว ๆ ไป โดยมุ ่งเน้นการสร้างสรรค์เนื้อหาที่ แปลกใหม่เพื่อสนองความต้องการของผู้ถ่ายภาพ
65 แรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจ (Inspiration) หมายถึง พลังอ านาจในตนเองชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการขับเคลื่อนการ คิดและการกระท าใด ๆ ที่พึงประสงค์ เพื่อให้บรรลุผลส าเร็จได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งจูงใจ ภายนอกก่อให้เกิด แรงจูงใจขึ้นภายในจิตใจเสียก่อน เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการคิดและการกระท าในสิ่งที่ พึงประสงค์เหมือนเช่นปกติวิสัยของมนุษย์ส่วนใหญ่ ไม่ว่าสิ่งที่ตนกระท านั้นจะยากสักเพียงใด ตนก็พร้อม ที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายสู่ความส าเร็จที่ต้องการให้จงได้ แม้จะต้องเสียสละบางสิ่งของตนเองไปบ้าง ก็พร้อมที ่จะเสียสละได้เสมอ ถ้าจะช่วยน ามาซึ ่งผลส าเร็จที ่ต้องการนั้นได้จริง ๆ มนุษย์ส่วนใหญ่ที ่ใช้ พฤติกรรมทางอารมณ์น าหน้าสติปัญญาหรือยังไม่อาจเข้าถึงการใช้ปัญญาญาณได้ จะมีโอกาสรู้จักกับ อ านาจแห่งแรงบันดาลใจของตนเองน้อยมาก ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นเองโดยมิได้จงใจเจตนาเสียมากกว่า มนุษย์จึงไม่รู้ว่าแรงบันดาลใจ คืออ านาจภายในตนเองที่ยอดเยี่ยมอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเสริมอ านาจการเป็นผู้น า ของตนได้เป็นอย่างดี เพราะได้แต่ตกเป็นทาสของสิ่งแวดล้อม ตกเป็นทาสของสิ่งเร้า และตกเป็นทาสของ เงื ่อนไขที ่ผู้อื ่นจัดวางเอาไว้ตลอดเวลา จนต้องอยู ่ในสภาพของผู้ที่ไม ่มีอ านาจในตนเอง เพราะไม ่อาจ ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และความต้องการที่แท้จริงของตนเองได้ อ านาจทางการคิดและการ กระท าใด ๆ ในชีวิต ล้วนถูกจูงใจด้วยสิ่งเร้าแทบทั้งสิ้นการแสดงบทบาทใดในชีวิต จึงเป็นไปตามอ านาจ ของสิ่งเร้าภายนอกที่กระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจภายใน ไม่ใช่เกิดจากอ านาจการปลุกเร้าตนเองด้วยแรงบันดาล ใจภายในเลย ด้วยเหตุนี้จึงพอจะบ่งชี้ให้เห็นความแตกต่างของที่มาของค าสองค าได้อย่างชัดเจน ระหว่าง ค าว่า “แรงจูงใจ”กับค าว่า “แรงบันดาลใจ” โดยด้านของแรงจูงใจ ก็คืออ านาจรับรู้สิ่งเร้าที่เป็นเงื่อนไข อารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นตัวบงการให้เกิดพฤติกรรมภายนอกต่อไป ส่วนด้านของแรงบันดาลใจ ก็คือ อ านาจอันเกิดจากจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของตนเอง โดยใช้เงื่อนไขภายในจิตใจของตนด้วยตัวเอง ซึ่ง เรียกว่า “การส านึกรู้” แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เป็นความงดงามที่ลงตัว ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ทั้งบนโลกและจักรวาลอันกว้างไกลตามแต่ การค้นพบ ทฤษฎีด้านศิลปะทุกแขนงก็ต่างล้วนแล้วแต่ได้อิทธิพลจากธรรมชาติทั้งสิ้น นักออกแบบทุก แขนงที่ประสบความส าเร็จในระดับโลก ก็ได้แนวความคิดจากการสังเกตธรรมชาติ แรงบันดาลใจจาก ธรรมชาติจึงถือว่ามีมากที่สุดและหลากหลายที่สุด แรงบันดาลใจจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นความงามที่มีผลมาจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นแรงดลใจในการสร้างสรรค์และถ่ายทอด ออกมาเป็นผลงานศิลปะที่มีความงาม เช่น งานจิตรกรรม งานประติมากรรม และงานสถาปัตยกรรม เป็นต้น
66 ภาพแสดง ผลงานจิตรกรรมของ 2 ศิลปิน ประเทือง เอมเจริญ “รุ้งแม ่โพสพ หมายเลข 4, 2538” และ ไพรวัลย์ ดาเกลี้ยง “ชีวิตชนบทไทย ด้วยน ้าใจจงรักภักดี ภาพแสดง ผลงานประติมากรรมของ เขียน ยิ้มศิริ “ขลุ ่ยทิพย์” และ ชิต เหรียญประชา “ร ามะนา” 1. ภาพแวดล้อมรอบตัว ถนนหนทาง บริบทแวดล้อมทั้งสถาปัตยกรรมและ ผลของการก ่อสร้างทั้งอดีตและปัจจุบัน เป็นเหตุทeให้เกิดแรงบันดาลใจ เช่น นักออกแบบผู้หนึ่งได้ถ่ายทอดรูปแบบสถาปัตยกรรม ออกมาเป็น แฟชั่นร่วมสมัย 2. ประวัติศาสตร์, สังคม, รัฐ, เมือง, ชุมชน, สไตล์ต่างๆ การออกแบบที่อิงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต มีที่มาที่ไป มีรูปแบบที่ชัดเจน แรงบันดาลใจในการ ออกแบบลักษณะนี้ มีความหลากหลาย มีมิติโดยขึ้นอยู ่กับเนื้อหาสาระ และลักษณะเด ่นเฉพาะของ แหล่งที่มา เช่น แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ โดยผู้ออกแบบได้อ่านประวัติศาสตร์ศึกษา รูปแบบสไตล์
67 ต่าง ๆ ในยุคนั้นแล้วน าเอาลักษณะเฉพาะของยุคมาออกแบบ โดยถ่ายทอดออกมาเป็นรูปแบบที่สวยงาม จากสัดส่วน องค์ประกอบ ปรัชญาแนวคิดของศิลปะในยุคนั้น ๆ 3. ความเชื่อ ความศรัทธา เป็นแรงบันดาลใจที่มีน ้าหนัก มีพลังที่แรงมากเกิดจากความเชื่อและศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ศาสนา ปรัชญา ความคิด ลัทธิ การปกครอง สถาบัน ในอดีตที่ผ่านมา ศิลปินถ่ายทอดผลงานสร้างสรรค์ จากความศรัทธาและความเชื่อถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานจิตรกรรม ประติมากรรมมากมาย จนกลายเป็น ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ศิลปินเหล่านั้นต่างมีแรงบันดาลใจที่บริสุทธิ์ และเป็นเรื่องที่ส าคัญมากในการ ออกแบบตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน 4. ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งนามธรรมและกายภาพ ต่างมีความหมายและเป็นแหล่งเริ่มต้นของแรงบันดาล ใจ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี คือผลของการสร้างสรรค์ของมนุษยชาติที่มีความงดงามมากที ่สุด ท าให้ มนุษย์มีมรดกทางความคิดและปัญญา ท าให้วิถีชีวิตของมนุษย์มีคุณค่ามาก การหยิบยกเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาอย่างมีแบบแผน เรียงร้อยด้วยแรงบันดาลใจอย่างมีรสนิยม คือผลงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ 5. เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วัสดุ การทดลอง การทดสอบวัสดุ ปรากฏการทางวิทยาศาสตร์ แรงบันดาลใจของนักออกแบบยุคใหม่ บางครั้ง เกิดจากการทดสอบทดลองแล้วหาข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์อย่างมีเหตุผล มีที่มาที่ไปด้วยการสังเกตเห็น เทคโนโลยีต ่าง ๆ จนเกิดไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ความงามอันเกิดจากการสร้างของมนุษย์เรา สามารถต่อยอดได้ เช่น การคิดค้นและประดิษฐ์กระจกได้ เราเห็นความงดงามของกระจกแล้วคิดต่อยอด อย่างสวยงามออกมา เป็นผลิตภัณฑ์สวยงามที่ท าจากกระจก 6. ศิลปิน นักออกแบบ สถาปนิก ผลงานอันวิจิตรของศิลปินเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับนักออกแบบระดับโลกมากมาย ท าให้ สามารถสร้างสรรค์ผลงานด้วยแรงบันดาลใจที่ดีได้โดยส่วนใหญ่จะเป็นผลงานที่มีอิทธิพลต่อรุ่นหลัง ๆ เป็น ต้นแบบของนักออกแบบได้ดี เช่น ภาพจิตรกรรมของแวนโก๊ะ จนเราได้แรงบันดาลใจในการตกแต ่งที่ ละม้ายเสมือนอยู่ในภาพเขียนนั้น หรือเราเห็นผลงานของสถาปนิกผู้โด่งดัง จนท าให้เรามีแรงบันดาลใจใน การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีที่มาจากแนวคิดของสถาปนิกนั้น
68 ภาพแสดง โกลด มอแน (Claude Monet) จิตนาการ ความฝัน บางครั้งสิ ่งที่เราสัมผัสไม่ได้ด้วยสายตาหรือมือเปล ่าแต่รู้สึกได้ก็อาจจะเป็นส ่วนส าคัญของแรง บันดาลใจใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต จินตนาการของมนุษย์มีขอบเขตไม่จ ากัด สามารถเป็นอะไรก็ได้ หรือ อาจจะเกิดจากความฝันที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นจริง แต่สามารถเป็นจริงได้จากแรงบันดาลใจและการ ออกแบบ ซึ่งผลงานออกแบบดีๆ ในโลกนี้หลายโครงการก็มาจากจินตนาการและความฝันทั้งสิ้น เช่น ดิสนีย์แลนด์ และการ์ตูนดิสนีย์วรรณกรรมที่สร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์ที่ขายดิบขายดีหลายเรื่อง รูปทรงแปลกประหลาด ของสถาปัตยกรรม และผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์แนวหวือหวาเหนือจริงท้าทาย มากมาย ภาพแสดง ดิสนีย์แลนด์
69 อารมณ์ ความรู้สึก แรงกระทบอันท าให้เกิดแรงบันดาลใจที่หนักแน่นมาจากอารมณ์ความรู้สึกของผู้ออกแบบและ ศิลปินถ่ายทอด ออกมาเป็นผลงานที่แสดงความรู้สึกทางอารมณ์ได้ดีเยี่ยม มีให้เห็นมากมายหลายผลงาน และถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้ถ่ายทอดผลงานนั้น ๆ อารมณ์ ความรู้สึก สามารถก่อเกิดแรงบันดาลใจ ได้ทุกมุม ทุกมิติ เช ่น ความรักก ่อเกิดผลงานได้ ความโกรธ, ความกลัว, ความน ่าตื ่นเต้น ความเร้าใจ ความสนุกสนานก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้เช่นกันอารมณ์ความรู้สึกน ามาสู่การออกแบบสิ่งทอความ ไม่ยั่งยืน ระหว่างความเป็นและความตายใช้เทคนิคเลเซอร์บนผ้าโพลีเอสเตอร์ ท าให้เกิดการเผาไหม้ มีทั้ง ความเปราะบาง และความหนาแน่นของเส้นใย ภาพแสดง ผลงานของ Lomans ธุรกิจ การตลาด การค้าขาย การประกอบการธุรกิจก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้เช่นกัน โดยเฉพาะโครงการที่มี ผลต่อคนมากมาย ผู้ซื้อ ผู้บริโภค เช่น แรงบันดาลใจในการออกแบบจากความต้องการและรีเสริท์ทาง การตลาดที่แสดงให้เห็นถึงเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าจนสามารถออกแบบให้ลูกค้าประทับใจ และพึงพอใจอย่าง มากในการใช้บริการ เช่น ส านักงานแห่งหนึ่งมีความพยายามที่จะท าให้ภาพลักษณ์ขององค์กรน่าเชื่อถือ และเกิดความประทับใจจากลูกค้าที่มาเยือน จึงออกแบบผลงานให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายดังกล่าว อุปสรรค ปัญหา และข้อบกพร่องในอดีต นักออกแบบคนหนึ่งสังเกตเห็นความบกพร่อง ในการใช้งานของเก้าอี้ตัวหนึ่งจนเกิดไอเดียการ แก้ปัญหาออกมาเป็นเก้าอี้ตัวใหม่ที่ลดข้อบกพร่องลง สถาปนิกเห็นที่ดินแปลงหนึ่งมีรูปทรงไม่สมรูป จึงได้ แรงบันดาลใจสร้างผลงานในรูปทรงอิสระเป็นอาคารที่มีแกนหลักตามที่ดินไม่สมรูปนั้น นักคิดสร้างสรรค์
70 คนหนึ่งเห็นปัญหาการใช้พลังงานทดแทนและออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยที ่สุด อุปสรรค ปัญหาและข้อบกพร ่องมีส ่วนมากท าให้เกิดผลงานออกแบบ และท าให้โลกพัฒนาไปมากในปัจจุบัน สอดคล้องกับค ากล่าวที่ว่า “ วิกฤต คือ โอกาส” ตัวอย่างของแรงบันดาลใจ ภาพแสดง แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
71 ภาพแสดง แรงบันดาลใจสถาปัตยกรรม ภาพแสดง แรงบันดาลใจจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
72 ภาพแสดง การออกแบบสร้างสรรค์ด้านสิ่งทอ
73 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ Creative designs
74
75 นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการออกแบบทางคหกรรมศาสตร์ 22 นวัตกรรมแฟชั่นที่ไม่ซ ้าใครที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมในปี 2565 Creative Trends ในปี 2022 1. Metaverse โลกดิจิทัลเทคโนโลยีแห่งโลกเสมือนจริง โลกเสมือนแห่งอนาคต โลกเสมือนจริง 3 มิติ ที่ผู้คน สามารถปฏิสัมพันธ์กันได้ในรูปแบบของอวตาร (Avatar) โลกออนไลน์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ การ จัดตั้งร้านเสื้อผ้าดิจิทัล ของดีไซเนอร์ใน metaverse ซึ่ง ผู้ใช้สามารถซื้อเสื้อผ้าส าหรับตนได้ 2. Psychedelic Art ศิลปะที่ท าให้เกิดการลวงตา รู้สึกมึนงงได้หลังจากที่ดูไปนาน ๆ 3. AI-Generated Music เพลงที่สร้างโดย AI เพลงยุคใหม่ สมองกลอย่าง AI เข้ามามีบทบาท การท า Virtual Exhibition 4. Y2K Aesthetics การหวนกลับไปคิดถึงความสุขในอดีต โดยเฉพาะในวัยเยาว์ที่ทุกอย่างดูง่ายไปหมด และคนรุ่น Millenials และ Gen Z จึงเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่กลับไปดื่มด ่ากับสุนทรียศาสตร์ในยุค Y2K สุนทรียศาสตร์ และวัฒนธรรม ของ Y2K ได้กลับมาอีกครั้งกับ Generation Z วิธีการรวมเอาแนวคิดย้อนยุคใหม่ ๆ สรุปง่าย ๆ คือการน าเอาวัฒนธรรมเก่า ๆ มาใช้ใหม่ 5. Science, not Fiction ศิลปะ การออกแบบ และวิทยาศาสตร์ การออกแบบและวิทยาศาสตร์สามารถหลอมรวมกันเพื่อ สร้างสรรค์การแก้ปัญหาที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งการน าการออกแบบมาประยุกต์ใช้กับวิทยาศาสตร์ก็จะท าให้ วิทยาศาสตร์เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นด้วย 6. Acts of Self Love หันมาให้ความสนใจกับตนเองมากขึ้น การสื่อสารและภาพลักษณ์ เน้นความรู้สึกของลูกค้าเป็น ส าคัญ 7. The Art of Scrollytelling ศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง การออกแบบใส่ทั้ง เสียง วิดีโอ และ Animation เช่น หน้าเว็บไซต์ หรือ แอปฯ ที ่มาพร้อมกับองค์ประกอบที ่แตกต ่างออกไปจากเดิม เช ่น การเลื ่อนหน้าจอที ่ไม ่เหมือนเดิม
76 ตัวหนังสือที่ดูใหญ่กว่าปกติ รวมไปถึงภาพเคลื่อนไหวแบบสามมิติ และจะมีการเพิ่มเสียงหรือเพลงเจ๋ง ๆ การดาวโหลดและเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น App ต่าง ๆ ที่มีลูกเล่น 8. Immersive Everything ดื่มด ่าทุกสิ่ง สร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าท าให้ลูกค้ายังกลับมาใช้บริการแบรนด์อย่างต่อเนื่องได้ ก็ คือ การผสมผสานโลกแห่งความจริงกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน การโฆษณาแบบสามมิติ ที่น าเทคโนโลยีมา ผสมผสานเข้ากับความจริงที่สร้างความสะดวกสบาย และความสมจริงให้กับผู้ใช้มากขึ้นด้วย เช่น แบรนด์ เครื่องส าอางที่มีการท าโปรแกรมให้ลูกค้าแค่ถ่ายรูปผ่านมือถือก็เห็นแล้วว่าลิปสีนี้จะเข้ากับเขาไหมเป็นต้น เมื่อพูดถึงนวัตกรรมแฟชั่น การยอมรับของผู้บริโภคและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเป็น สิ่งส าคัญ เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรม (เทคโนโลยีและแฟชั่น) ขับเคลื่อนด้วยอนาคตและมุ่งเน้นผู้บริโภค เป็นหลัก การ น าไปใช้จึงเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ว่านวัตกรรมและการพัฒนาทางเทคโนโลยีทั้งหมด จะเหมาะกับอุตสาหกรรมแฟชั่น ตั้งแต่ผู้มีอิทธิพลทางดิจิทัลไปจนถึงนักออกแบบแฟชั่น AI และนวัตกรรม ด้านวัสดุ สิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรม 22อันดับแรก ที่สร้างแฟชั่นในปี 2022 1.ผู้มีอิทธิพลเสมือน ผู้มีอิทธิพลเสมือนจริงคนแรกของโลกและนางแบบดิจิทัล บุคคลเสมือนผู้มี อิทธิพลคนใหม ่ได้ปรากฏขึ้นแล้ว สร้างสรรค์โดยนักออกแบบและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ Joerg Zuber จากมิวนิก บุคคลดิจิทัลนี้ได้กลายเป็นบุคคลส าคัญในโลกแฟชั่น 2. Fabric From Seaweed ผ้าจากสาหร่ายทะเล Algiknit เป็นบริษัทที่ผลิตสิ่งทอและเส้นใย จากสาหร่ายเคลป์ สาหร่ายหลากหลายชนิด กระบวนการอัดรีดจะเปลี่ยนส่วนผสมของพอลิเมอร์ชีวภาพ ให้เป็นเส้นใยสาหร่ายทะเลที่สามารถถักนิตติ้งได้ หรือพิมพ์ 3 มิติ เพื่อลดของเสีย เสื้อถักสุดท้ายสามารถ ย่อยสลายได้ทางชีวภาพและสามารถย้อมด้วยเม็ดสีธรรมชาติในวงจรปิด 3. BA-X ได้สร้างซอฟต์แวร์นวัตกรรมบนคลาวด์ที่เชื่อมต่อการออกแบบแบบวงกลมกับโมเดล การขายปลีกแบบวงกลมและเทคโนโลยีการรีไซเคิลแบบวงปิด ระบบนี้ช ่วยให้แบรนด์แฟชั ่นสามารถ ออกแบบ ขาย และรีไซเคิลเสื้อผ้าในรูปแบบวงกลม โดยมีของเสียและมลพิษน้อยที่สุด เสื้อผ้าถูกต่อท้าย เป็นแท็กระบุตัวตนที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายซัพพลายเชนแบบย้อนกลับ
77 4. Textiles From Trees นุ ่นเป็นต้นไม้ที ่เติบโตตามธรรมชาติโดยไม ่ต้องใช้ยาฆ ่าแมลง นอกจากนี้ยังพบในดินที ่แห้งแล้งซึ่งไม ่เหมาะส าหรับการเกษตร เป็นทางเลือกที ่ยั ่งยืนแทนพืชเส้นใย ธรรมชาติที่มีการใช้น ้าสูง เช่น ฝ้าย 'Flocus' เป็นบริษัทที่ออกแบบเทคโนโลยีใหม่ในการสกัดเส้นด้าย ไส้ และผ้าจากธรรมชาติจากเส้นใยนุ่น 5. Leather From Apples เพกตินของ Apple เป็นผลิตภัณฑ์เสียจากอุตสาหกรรม ซึ่งมักถูก ทิ้งเมื ่อสิ้นสุดกระบวนการผลิต อย ่างไรก็ตามเทคโนโลยีใหม ่ที ่พัฒนาโดย Frumat ช ่วยให้สามารถใช้ เพคตินของแอปเปิลเพื่อสร้างวัสดุที่ย่อยสลายได้อย่างยั่งยืน ทางแบรนด์ใช้หนังแอปเปิ้ลท าวัสดุหนังวีแกน ทนทานและหรูหรามาก นอกจากนี้หนังแอปเปิ้ลวีแกนชนิดนี้สามารถย้อมและฟอกได้ โดยไม ่ต้องใช้ สารเคมีที่เป็นพิษ 6. Fashion Rating Apps จ านวนแอพให้เช่าแฟชั่นก าลังเพิ่มขึ้น ออกแบบมาเพื่อให้คะแนน ตามหลักจริยธรรมส าหรับแบรนด์แฟชั่นนับพัน การให้คะแนนขึ้นอยู่กับผลกระทบของแบรนด์ที่มีต่อผู้คน สัตว์และโลก รวมถึงมาตรฐานใบรับรองและข้อมูลสาธารณะ โมเดลนี้ส่งเสริมความโปร่งใสในอุตสาหกรรม แฟชั่นและช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้ออย่างมีสติ 7. Biodegradable Polyester Mango Materials โพลีเอสเตอร์ย่อยสลายได้ เป็นบริษัทแห่ง นวัตกรรมที่ผลิตโพลีเอสเตอร์ชีวภาพ ซึ่งเป็นรูปแบบของโพลีเอสเตอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ วัสดุใหม่ นี้สามารถย ่อยสลายได้ทางชีวภาพในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ รวมทั้งหลุมฝังกลบ โรงบ าบัดน ้าเสียและ มหาสมุทร นอกจากนี้วัสดุดังกล่าวยังสามารถป้องกันมลภาวะจากไมโครไฟเบอร์และยังช่วยสนับสนุน อุตสาหกรรมแฟชั่นแบบวงปิดที่ยั่งยืนอีกด้วย 8. Lab-Made Fabrics ผ้าที่ผลิตในห้องปฏิบัติการ ในที่สุดเทคโนโลยีก็มาถึงจุดที่เราสามารถตั้ง โปรแกรมการประกอบโมเลกุลคอลลาเจนด้วยตัวเองในห้องปฏิบัติการ และสร้างผ้าที ่เหมือนหนังได้ ในที ่สุด ผ้าเจเนอเรชันถัดไปเป็นทางเลือกที ่มีประสิทธิภาพและยั ่งยืนมากขึ้นส าหรับหนัง โดยไม ่ท า อันตรายต่อสัตว์ บริษัท Provenance และ Modern Meadow
78 9. Monitoring Services บรารตรวจสอบ 'ทรัพยากรย้อนกลับ' เป็นแพลตฟอร์มที ่ช ่วยให้ แบรนด์แฟชั่นและผู้ผลิตเสื้อผ้า สามารถจัดการกับของเสียก่อนผู้บริโภคส าหรับอัพไซเคิลอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้โรงงานตรวจสอบ ท าแผนที่และวัดเศษผ้าที่เหลือได้ เศษซากเหล่านี้สามารถ ตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดวงจรชีวิตต่อไปนี้ และสามารถแนะน าอีกครั้งในห่วงโซอุปทาน โดยจ ากัดการ ใช้วัสดุบริสุทธ์ 10. Knitting Robots Scalable Garment Technologies Inc. หุ่นยนต์ถักนิตติ้ง ได้สร้าง เครื่องถักแบบหุ่นยนต์ที่เชื่อมโยงกับซอฟต์แวร์การสร้างแบบจ าลอง 3 มิติ หุ่นยนต์สามารถสร้างเสื้อผ้าถัก แบบไม่มีรอยต่อแบบก าหนดเองได้ นอกจากนี้อุปกรณ์ถักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะนี้ ยังช่วยให้กระบวนการ ผลิตทั้งหมดเป็นแบบดิจิทัลและการผลิตแบบออนดีมานด์ 11. Rental Marketplaces ตลาดให้เช่า Style Lend เป็นตลาดเช่าแฟชั่นที่เป็นนวัตกรรม ใหม่ที่ใช้ AI และการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อจับคู่ผู้ใช้ตามความพอดีและสไตล์ การให้เช่าเสื้อผ้าเป็นรูปแบบ ธุรกิจใหม่ที่ขยายวงจรชีวิตของเสื้อผ้าและความล่าช้าจากการสิ้นสุดในหลุมฝังกลบ 12. Nanotechnology Materials วัสดุน าโนเทคโนโลยีสิ่งทอนาโนเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนแทน การใช้สารเคมีในการติดผิวผ้า วัสดุที ่เป็นนวัตกรรมใหม ่นี้ฝังผ้าส าเร็จรูปลงในเนื้อผ้าโดยตรงผ ่าน กระบวนการที่ เรียกว่า 'คาวิเทชัน' เทคโนโลยี Nano Textiles สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ประเภท เช่น พื้นผิวที่ป้องกันแบคทีเรียและป้องกันกลิ่น หรือการไม่ซับน ้า นอกจากนี้ระบบยังช่วยปกป้อง ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีอันตราย 13. Fibers From Oranges เส้นใยจากส้ม เส้นใยสีส้มสกัดจากเซลลูโลสที่พบในส้มที ่ถูกทิ้ง ระหว่างการกดและการแปรรูปทางอุตสาหกรรม จากนั้นเส้นใยจะเสริมด้วยน ้ามันหอมระเหยจากผลไม้ ตระกูลส้ม ท าให้เกิดเนื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยั่งยืน 14. Bio Packaging บรรจุภัณฑ์ชีวภาพ Paptic' เป็นบริษัทที ่ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ทางเลือก ชีวภาพที่ท าจากไม้ วัสดุที่ได้จะมีคุณสมบัติคล้ายกับกระดาษและพลาสติกที่ใช้ในอุตสาหกรรมค้าปลีก อย่างไรก็ตาม วัสดุนี้มีความทนทานต่อการฉีกขาดมากกว่ากระดาษ และสามารถน าไปรีไซเคิลควบคู่ไปกับ กระดาษแข็งได้
79 15. Microfibre Filteration ไมโครไฟเบอร์กรอง ต้องขอบคุณ 'PlanetCare' ที ่มีตัวกรอง ไมโครไฟเบอร์ที่สามารถรวมเข้ากับเครื่องซักผ้าเพื่อดักจับไมโครพลาสติกก่อนถึงน ้าเสีย ระบบนี้ใช้การ กรองแบบไมโครน ้าและท างานด้วยเส้นใยและเมมเบรนที่มีประจุไฟฟ้า เทคโนโลยีนาโนเทคโนโลยีนี้มีส่วน ช่วยในการลดมลพิษไมโครพลาสติกในน่านน ้าของโลก 16. Digital Runways รันเวย์ดิจิทัล เนื่องจากโควิด 19 และหลังจากการยกเลิกการแสดงแฟชั่น ในระดับโลก อุตสาหกรรมจึงมองหาสภาพแวดล้อมทางดิจิทัล ในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด โตเกียว แฟชั่นวีคได้ทบทวนการแสดงบนรันเวย์ใหม่ด้วยการสตรีมการน าเสนอแนวคิดทางออนไลน์โดยไม่ต้องมี ผู้ชมสด ด้วยแรงบันดาลใจจากความพยายามของโตเกียวเมืองอื่น ๆ ได้หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อสื่อสารกับ ผู้ชมที่ "อยู่บ้าน" ในตอนนี้ นอกจากนี้ยังมีงานอีเวนต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสัปดาห์แฟชั่นนานาชาติ ก าลังปรับโครงสร้างใหม่ท่ามกลางการระบาด ใหญ่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ตัวอย่างเช่น งานแสดงสินค้าได้รับการ จัดตั้งขึ้นใหม่เป็นกิจกรรมออนไลน์แบบสด และขณะนี้โชว์รูม LFW Designer ได้รับการแปลงเป็นดิจิทัล 17. Clothing Reward Programs โปรแกรมใหรางวัลเสื้อผ้า โปรแกรมการให้รางวัลเสื้อผ้า ก าลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “การน ากลับไปรีไซเคิล" หรือ "สวมใส่ให้นานขึ้น" ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Tommy Jeans Xplore ประกอบด้วยเทคโนโลยีชิปอัจฉริยะที่ให้รางวัลแก่ลูกค้า ทุกครั้งที่สวมใส่เสื้อผ้า สายผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 23 ชิ้น ฝังด้วยสมาร์ทแท็ก Bluetooth ซึ่งเชื่อมต่อกับแอป iOS Tommy Hilfiger Xplore คะแนนสะสมสามารถแลกเป็นส ่วนลดส าหรับผลิตภัณฑ์ Tommy ในอนาคตได้ 18. 3D Printed Sustainable Fashion แฟชั่นยั่งยืนจากกการพิมพ์ 3 มิติการวิจัยและพัฒนา อย่างต่อเนื่องในการพิมพ์ 3 มิติน าเราไปสู่จุดที่เราสามารถพิมพ์ด้วยวัสดุขั้นสูงได้แล้ว คาร์บอน นิกเกิล โลหะผสม แก้ว และแม้แต่หมึกชีวภาพเป็นเพียงพิธีการในอุตสาหกรรมแฟชั่นเราเห็นความสนใจที่เพิ่มขึ้น ในการพิมพ์หนังและวัสดุคล้ายขนสัตว์ 19. Fashion Blockchain แฟชั ่นบล็อคเชน ผู้ที ่สนใจนวัตกรรมแฟชั ่นก าลังมองหาการใช้ ประโยชน์จากพลังของเทคโนโลยีบล็อคเชน เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตที่เปลี่ยนโลกอย่างที่เรารู้ เทคโนโลยี บล็อคเชนมีศักยภาพในการปรับรูปแบบวิธีที่ธุรกิจจัดหาผลิตและขายแฟชั ่น บล็อกเชนสามารถสร้าง จักรวาลแห่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลในรูปแบบข้อมูลและประสบการณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดที่เราใช้ประโยชน์ ทุกเวลา
80 20. Virtual Clothes เสื้อผ้าเสมือนจริง 'Superpersonal' คือบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอังกฤษ ที ่ท างานในแอปที ่ช ่วยให้ผู้ซื้อได้ลองเสื้อผ้าแบบเสมือนจริง ผู้ใช้ฟีดแอปด้วยข้อมูลพื้นฐาน เช ่น เพศ ส่วนสูง และน ้าหนัก แอปสร้างเวอร์ชั่นเสมือนจริงของผู้ใช้และเริ่มผนวกเสื้อผ้าการสร้างแบบจ าลองดิจิทัล บนภาพเงาเสมือนจริง แอพนี้เปิดตัวที่งาน London Fashion Show ในเดือนกุมภาพันธ์และสามารถ ดาวน์โหลดได้แล้ว บริษัทยังมี Superpersonal เวอร์ชันเชิงพาณิชย์ส าหรับร้านค้าปลีก ช่วยให้ผู้ค้าปลีก สร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวส าหรับลูกค้าของตน 21. AI Designers and Stylists AI นักออกแบบและสไตลิสต์ขั้นตอนหรือล าดับการประมวลผล ในการแก้ปัญหาสมัยใหม่มีประสิทธิภาพปรับเปลี่ยนได้และใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น AI ท า ให้หุ่นยนต์ในร้านค้ารุ่นต่อไปมีสติปัญญาเหมือนมนุษย์AI ยังถูกใช้มากขึ้นเพื่อเพิ่มพลังให้แอพสร้างเครื่อง แต ่งกายและสไตลิสต์ดิจิทัล Intelistyle ในลอนดอนได้เปิดตัวสไตลิสต์ปัญญาประดิษฐ์ที ่คล้ายกันซึ่ง สามารถท างานร่วมกับผู้ค้าปลีกและลูกค้าได้ ส าหรับผู้ค้าปลีกนักออกแบบ AI สามารถ "ท าให้รูปลักษณ์ สมบูรณ์" โดยสร้างชุดหลายชุด โดยใช้ผลิตภัณฑ์เดียว นอกจากนี้ยังสามารถแนะน าทางเลือกอื่นส าหรับ สินค้าที่หมดสต็อก ส าหรับนักช้อป AI จะแนะน าสไตล์และเสื้อผ้าตามประเภทร่างกาย ผม สีตา และสีผิว สไตลิสต์ส่วนตัวของ AI สามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถย้าย ระหว่างการซื้อของ ออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างราบรื่น ในขณะที่อัลกอริธึม AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเราอาจได้ เห็นนักออกแบบ AI ที่โด่งดังเข้ามาแทนที่ความต้องการสไตลิสต์ที่เป็นมนุษย์และนักออกแบบแฟชั่น 22. นักออกแบบสิ่งทอมีคุณสมบัติมากมายและสามารถมอบ ความเชี่ยวชาญให้กับแบรนด์ของ คุณได้ องค์ประกอบหลักบางส่วนที่พวกเขาครอบคลุม ได้แก่ การสร้างภาพร่างและตัวอย่างส าหรับการ น าเสนอประสานงานกับทีมหรือซัพพลายเออร์ต่าง ๆ เช่น ผู้ผลิตและผู้ซื้อ การตีความแนวคิดและแนวคิด ของแบรนด์ การใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทางเพื่อช่วยในกระบวนการให้ค าแนะน าแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและ องค์ประกอบการออกแบบส าหรับผ้าที่เลือก จัดหาสิ่งทอที่เหมาะสมตามความต้องการของแบรนด์ ความรู้ ที่ทันสมัยของอุตสาหกรรมและแนวโน้ม
81 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการออกแบบทางคหกรรมศาสตร์
82
83 การสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์ (การออกแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้) หลักและองค์ประกอบของการสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์ประเภทงานบรรจุภัณฑ์ หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นักออกแบบต้องค านึงถึงศาสตร์และศิลป์ส าหรับใช้แก้ปัญหา การออกแบบบรรจุภัณฑ์แต่ละด้านให้เกิดผลลัพธ์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ในการบรรลุ วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์สองข้อคือ การออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ และการออกแบบกราฟิก บรรจุภัณฑ์ ที่ล้วนมีรายละเอียดที่ต้องค านึงทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้อง ข้อก าหนดในการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ ชนิดของวัสดุมีความเหมาะสม ป้องกันสินค้าได้ตลอดอายุการวางขาย รูปแบบกลมกลืนสอดคล้องกับสินค้า ขนาดพอดีและสามารถรับน ้าหนักสินค้าได้ การขึ้นรูป การบรรจุ เปิด-ปิดสะดวก ไม่ยุ่งยาก การออกแบบกราฟฟิคบนบรรจุภัณฑ์ การออกแบบและการจัดวางรูปประกอบตัวอักษร ลวดลาย ถ้อยค า เครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์ ทางการค้า โดยใช้หลักวิชาการทางศิลปะ การจัดภาพองค์ประกอบศิลป์เพื่อให้ผลงานมีความประสาน กลมกลืนกันอย่างสวยงามและสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ข้อมูลประกอบการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ข้อมูลด้านการตลาด ได้แก่ สถานที่จัดจ าหน่าย ฤดูกาล รูปแบบการกระจายสินค้า (ปลีก/ส่ง) พฤติกรรมผู้บริโภค ปริมาณและมูลค่าของสินค้าในตลาด (ส่วนแบ่งทางการตลาด ) ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ประวัติความเป็นมา ค าอธิบาย จุดเด่น ประโยชน์ ขนาดปริมาณบรรจุ ความถี่/ปริมาณการใช้ที่ใช้ต่อครั้ง ราคาและ ต้นทุน ข้อควรระวัง
84 หลักการออกแบบที่ควรรู้ไว้ การออกแบบโลโก้นั้นอย่างที่รู้ๆ กันว่าจะต้องใช้ความรู้ความเข้าใจที่ซับซ้อน ซึ่งกระบวนการของ การออกแบบโลโก้สักชิ้นหนึ ่งนั้นจะต้องผ่านการระดมสมอง ผ ่านกระบวนการคิด และความช านาญ อย่างลึกซึ้ง แต่ถึงไม่ได้ออกแบบโลโก้ที่มีความจริงจังมากนั้นก็ยังจ าเป็นที่จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องกฎและทฤษฎี พื้นฐานในการออกแบบโลโก้เช่นกัน ซึ่งมี 10 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1. ท าให้เรียบง่ายเข้าไว้โลโก้จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจในสิ่งที่แบรนด์ต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการเลือกออกแบบโลโก้ให้เรียบง่ายจึงตอบโจทย์มากที่สุด เนื่องจากโลโก้ที่เรียบง่ายนั้นสามารถท า ให้คนที่พบเห็นจดจ าได้ง่ายกว่า และใช้ได้ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ง่าย 2. อย่าเพิ่มโทน โทนมีความอันตรายต่อโลโก้ เพราะมันเพิ่มความหม่น และ ความรู้สึกน ่ากลัว โลโก้เราจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่ดีเลยทีเดียว 3. อย่าใช้ภาพ Raster ออกแบบ การใช้ภาพแรสเตอร์ในการออกแบบโลโก้ เรื่องที่“อย่าหาท า” เด็ดขาด!! เนื่องจากภาพแรสเตอร์เป็นภาพที่ขยับขยายขนาดไม่ได้ ย่อแตกท าให้เราน าไปใช้ต่อไปยากมาก ดังนั้นเวลาออกแบบเราต้องออกแบบเป็น Vector และสามารถน ามาท าเป็นภาพ Raster ทีหลังได้ในทุก ขนาดที่ต้องการอีกด้วย 4. ต้องปรับตัวได้โลโก้ที่ดีต้องออกแบบให้สามารถ ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม ได้ เช่น ขนาดจอเล็กก็ต้องมองเห็นและรู้ ว่าเป็นโลโก้ของเราอยู่ ขนาดใหญ่ก็ต้อง แสดงผลออกมาได้ดูดีอยู่ หากพื้นหลัง มืดหรือสว่างก็จะต้องมีการออกแบบวิธี ในการใช้โลโก้ที่เหมาะสมด้วย 5. ใช้สีให้น้อยเข้าไว้สีส่งผลอย่างไรกับแบรนด์ อย่างที่รู้กันว่า สี สามารถสื่อได้ถึงอามรณ์และ ความรู้สึก การใช้สีที ่มากไปในการออกแบบโลโก้จะท าให้เกิดความสับสน ดังนั้นควรใช้แต ่ทั้ง 2 สีที่ เลือกใช้นั้นจะต้องมั่นใจว่าเป็นคู่สีที่ส่งเสริมและเข้ากันได้ดี 6. เลือกฟอนต์ที่เหมาะที่สุด จิตวิทยากับการเลือกฟอนต์ในงานออกแบบ ฟอนต์ก็เหมือนกับสีที่ สามารถสื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกได้ ฟอนต์ต่างกันความรู้สึกก็ต่างกัน การใช้ฟอนต์หลายแบบในโลโก้ นั้นอาจจะเรียกว่าเป็นหายนะเลยก็ได้ ดังนั้นควรที ่จะเลือกใช้ให้พอดีไม ่เกิน 2 มากสุด 3 แบบฟอนต์ เท่านั้น
85 7. หยุดใช้เส้นขอบ การใช้เส้น outline อาจจะให้ความคมชัดในการออกแบบ แต ่กับการ ออกแบบโลโก้การใช้เส้น outline ท าให้โลโก้นั้นไม ่ชัดและสื ่อความหมายได้ยากในหน้าจอที่แสดงผล ขนาดเล็ก ดังนั้นการใช้เส้น outline เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรท านะ 8. ไม่ต้องมีข้อความ โลโก้นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ส าคัญของแบรนด์ เพราะโลโก้นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ สามารถท าให้คนจดจ าแบรนด์ได้ การใส่โลโก้ในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อออนไลน์ซึ่งจะ มีขนาดพื้นที่ที่แตกต่างกัน การใส่ตัวหนังสือบนโลโก้เยอะ ๆ นั้นจะท าให้ข้อความดังกล่าวอ่านยากและท า ให้ผู้ที่เห็นต้องคิดเยอะหรืออาจจะกวาดสายตาผ่านโลโก้เราไปโดยที่จ าเราไม่ได้เลย 9. โลโก้ไม่ชอบกรอบ อย่าเอากรอบมาครอบโลโก้ของคุณ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่การตีกรอบ ความสามารถโลโก้อย่างเดียว มันยังท าให้โลโก้ดูอึดอัดเหมือนถูกขังอยู่ในกรง ในความเป็นจริงไม ่ควร วางโลโก้ในกรอบใด ๆ ปล่อยให้โลโก้ได้หายใจสะดวก ๆ วางไว้ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีกรอบดีกว่า 10. แบนได้แต่ต้องครบ สมัยนี้อะไรก็ออกแบบให้ Flat เข้าไว้เสมอ แน่นอนว่า Flat Design ช่วยให้การออกแบบดูเรียบง่ายและไม่เลอะเทอะเกินไป แต่ระวังอย่าไปตัดส่วนที่เป็นจุดส าคัญที่สุดของ โลโก้ของคุณออกจนดูไม่รู้เรื่องว่าอะไรคือ essence ของโลโก้เพื่อแค่จะท าให้มัน Flat ภาพแสดง การออกแบบบรรจุภัณฑ์
86 องค์ประกอบของบรรจุภัณฑ์ การผลิตสินค้าหรือการสร้างแบรนด์สินค้าสักแบรนด์หนึ่ง สิ่งที่ต้องค านึงถึงและให้ความส าคัญ อย ่างยิ ่งในกระบวนการผลิตคือ กล ่องบรรจุภัณฑ์ซึ ่งหลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามความส าคัญสิ ่งนี้ไป อาจจะมองว่าใส่อะไรก็ขายได้ถ้าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่ดี หากแต่ว่าคุณคิดผิดเพราะบรรจุภัณฑ์ คือสิ่งแรกที่ลูกค้าจะมองเห็นเป็นอับดับแรกและเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้าให้อยากเห็นตัวสินค้า หากผลิตภัณฑ์ที่ เป็นของเหลวบรรจุภัณฑ์ก็ยิ่งมีความส าคัญเพิ่มขึ้น บรรจุภัณฑ์จึงมีความส าคัญ ดังนี้ 1. รักษาคุณภาพและปกป้องตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบเพื่อให้มีการเก็บรักษาผลผลิตหรือ ผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสียหายจากความร้อน แสงแดด หรือก่อให้เกิดการปนเปื้อนและช่วยปกป้องสินค้า ในระหว่างขนส่งด้วย 2. เพื่ออ านวยความสะดวกในการขนส่งและความสะดวกในการจัดเก็บ เพิ่มความรวดเร็วในการ ขนส ่งเพราะสามารถรวมหน ่วยของผลิตภัณฑ์เป็นอันเดียวกัน เพื ่อง ่ายต ่อการหยิบยกและ เคลื่อนย้าย เช่น เครื่องดื่มที่เป็นของเหลวสามารถบรรจุในขวดหรือกระป๋องที่ใส่ไว้ในลัง 3. เพื่อส่งเสริมการตลาด เพราะบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคมองเห็น บรรจุภัณฑ์จะต้องท า หน้าที่บอกถึงรายละเอียดทั้งหมดของสินค้าให้ครบถ้วน และจะต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม โดด เด่น ดึงดูดผู้บริโภคให้มีความต้องการในสินค้านั้น ลักษณะของการบรรจุภัณฑ์ 1. บรรจุภัณฑ์ขั้นที่หนึ่ง (Primary Packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่มาห่อหุ้มตัวสินค้า เพื่อป้องกัน รักษาไม ่ให้ตัวสินค้าได้รับความเสียหายหรือเพื ่อความสะดวกในการน าไปใช้งาน เช ่น หลอดยาสีฟัน ขวดแชมพูเป็นต้น 2. บรรจุภัณฑ์ขั้นที ่สอง (Secondary Packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่มาห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ขั้นที่ หนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวสินค้าได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า ช่วยในการ ขายสินค้าโดยการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค เช่น กล่องยาสีฟัน และกล่องใส่ขวดเบียร์ เป็นต้น 3. บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Shipping Packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่ท าหน้าที่ในการเก็บรักษา และขนส่งสินค้า เช่น ลัง ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น
87 องค์ประกอบของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 1. ชื่อสินค้า 2. ตราสินค้า 3. สัญลักษณ์ทางการค้า 4. รายละเอียดของสินค้า 5. รายละเอียดส่งเสริมการขาย 6. รูปภาพ 7. ส่วนประกอบของสินค้า 8. ปริมาตรหรือปริมาณ 9. ชื่อผู้ผลิตและผู้จ าหน่าย (ถ้ามี) 10. รายละเอียดตามข้อบังคับของกฎหมาย ภาพแสดง องค์ประกอบของการออกแบบบรรจุภัณฑ์
88 ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 1. ก าหนดกลุ่มเป้าหมาย ถือเป็นเรื่องส าคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพราะกลุ่มเป้าหมาย สามารถส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและเรียนรู้ความต้องการของตลาด และความต้องการของผู้บริโภค โดยก าหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้สามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้ตรงต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เช่น วัยรุ่น วัยท างาน แม่บ้าน เด็ก ฯลฯ เป็นต้น 2. ก าหนดชื่อตราสินค้า (Brand) ตราสินค้าใช้เป็นชื่อหรือเครื่องหมายส าหรับการเรียกขาน ผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจะต้องท าการก าหนดชื่อตราสินค้าให้เรียบร้อยก่อนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยก าหนดให้ชื่อตราสินค้ามีความเป็นเอกลักษณ์ ชัดเจน น่าสนใจ ที่ส าคัญจะต้องเป็นที่จดจ าได้ง่ายแก่ ผู้บริโภคตราสินค้าที่ดีนั้นสามารถยกตัวอย่างได้ดังนี้ คือตั้งตามชื่อเจ้าของกิจการ ตั้งตามความเชื่ออันเป็น มงคล ตั้งตามแหล ่งที ่มาของผลิตภัณฑ์ หรือตั้งโดยการผสมค าที ่มีความหมายให้เกิดเป็นค าใหม ่ที ่มี เอกลักษณ์ ฯลฯ เป็นต้น 3. วัสดุที่ใช้ท าบรรจุภัณฑ์ วัสดุมีความจ าเป็นอย ่างยิ ่งต ่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การที่ ผู้ประกอบการตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุอะไรมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์นั้น ท่านควรค านึงถึงความปลอดภัยของ ผู้บริโภค ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณสมบัติของวัสดุแต่ละประเภทที่จะน ามาผลิตบรรจุภัณฑ์ เป็นส าคัญ เนื่องวัสดุแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่เป็นข้อดีและข้อเสีย ในการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ให้คง คุณภาพ การยืดอายุผลิตภัณฑ์และการน ากลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ที่แตกต่างกันไป หากท่านเลือกใช้ วัสดุไม่ถูกต้องนอกจากจะท าให้เกิดผลกระทบต่อตัวผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็น สาเหตุให้เกิดต้นทุนในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย 4. รูปทรง บรรจุภัณฑ์ที่มีรูปร่างสวยงาม สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค ถึงแม้ ผู้บริโภคจะยังมิได้สัมผัสกับตัวผลิตภัณฑ์ที ่อยู ่ภายใน รูปทรงของบรรจุภัณฑ์สามารถสร้างความเป็น เอกลักษณ์ได้ กล่าวคือเมื่อผู้บริโภคเห็นรูปทรงสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นผลิตภัณฑ์อะไรและมีชื่อตรา สินค้าอะไร หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวแตกต่างกันที่ชื่อตราสินค้า 5. สีสันและกราฟฟิค สีสันและกราฟฟิคนี้คือการรวมของการใช้สัญลักษณ์ ตัวอักษร ภาพประกอบ ลวดลายและพื้นผิว ซึ ่งส ่วนประกอบทั้งหมดสามารถบ ่งบอกถึงชื ่อตราสินค้า ลักษณะ ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายในได้และสามารถแสดงถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ด้วย
89 การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้มีความสวยงามและความแปลกตา เท่านี้คงไม ่เพียงพอส าหรับ บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหาร เพราะหัวใจของบรรจุภัณฑ์ คือการเก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงอยู่ ยืนยาว ดังนั้นการออกแบบที่ดีผู้ประกอบการควรค านึงถึงหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์เป็นส าคัญ ดังนี้ 1. ป้องกันผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมในการบรรจุอาหารจะต้องสามารถป้องกันไม ่ให้ อาหารสัมผัสกับบรรยากาศภายนอก ซึ่งอาจจะเกิดการรั่ว การซึม แสง ความร้อนเย็น 2. เก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่ต้องสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์มิให้ เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหรือรสชาติ 3. ยืดอายุผลิตภัณฑ์ จะต้องสามารถน าเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนมาช่วยในการออกแบบ เพื่อให้ บรรจุภัณฑ์สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้มีอายุยืนยาว 4. ความสะดวกในการใช้งาน 5. ความประหยัดในการขนส่ง สีบนบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ สีนับว่าเป็นองค์ประกอบที่ส าคัญอย่างหนึ่ง เพราะสีเป็นสิ่งที่มีผลต่อ ประสาทสัมผัส เป็นเครื่องดูดความสนใจท าให้เกิดความรู้สึกอยากจับต้องอยากสัมผัส โดดเด่น ความหมายของสี เมื่อต้องการความสงบและการพักผ่อนจะใช้สีฟ้าและสีขาว เมื่อต้องการความส าคัญจะได้แก่ สีม่วง แดงองุ่น และขาว เหลืองทองค า และด า เมื่อต้องการความงดงาม ใช้สีซึ่งเข้ากันอย่างกลมกลืน และสมดุลย์ เมื่อต้องการความรื่นรมย์ให้ใช้สีฟ้าอ่อน ฟ้ากับขาว หรือขาวกับแดง เมื่อแต่ละตลาดมีลักษณะพิเศษของตนขึ้นอยู่กับรสนิยม ชนผิวสีไม่นิยมสีน ้าตาลไหม้ แต่จะชอบสี เหลือง ชาวตะวันออกชอบสีสดใสสว่าง
90 การพัฒนาที่ส่งผลต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ วิถีการด าเนินชีวิตผู้บริโภคสมัยใหม่ ที่ส่งผลต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ประชากรผู้บริโภคที่มีอายุสูงเพิ่มขึ้น การแต่งงานช้าลง ขนาดของครอบครัวเล็กลง การอพยพเข้ามาอยู่อาศัยและท างานในเขตเมืองมากขึ้น เวลาในการปรุงอาหารเองจ ากัด ค านึงถึงเรื่องสุขภาพมากขึ้น พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคนี้ การน าสินค้ามาไว้บนโลกออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ ผู้บริโภคปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์จึงเป็นสิ่งที่ส าคัญมากที่ต้องท าหน้าที่ขายให้จบเพียงหน้าเดียว และจาก พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ผู้ประกอบการน ามาสู่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้ว ่าจะ ออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างไรให้เกิดความต้องการซื้อหรือเกิดการชื่นชอบจนน ามาสู่การตัดสินใจ ซื้อตั้งแต่ ครั้งแรกที่เห็น จากข้อมูลจากงานวิจัยการตลาดของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU ที่เน้น เจาะกลุ่มผู้บริโภคสายกรีนรักษ์โลกของไทย 4 ประเภท อันประกอบด้วย 1. สายกรีนตัวแม่ จ านวน 37.6% 2. สายกรีนตามกระแส จ านวน 20.8% 3. สายสะดวกกรีน จ านวน 15.7% 4. สายโนกรีน จ านวน 26.0% ซึ่งท าให้พบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่สายกรีนรักษ์โลกไม่ได้จ ากัดที่อายุ แต่เป็น ‘พฤติกรรมใหม่’ เพราะ ส ารวจระบุว่า ‘กลุ่มเบบี้บูมเมอร์’ เป็นกลุ่มที่คว้าแชมป์ผู้บริโภครักษ์โลกมากที่สุด
91 กลุ่มสินค้าที่มาแรงในปี 2565 สินค้าที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและกลับมาใช้ซ ้า สินค้าหรือบริการที่ใช้พลังงานสะอาด สินค้า หรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินค้าอีโค่มีดีไซน์ตอบสนองพฤติกรรมใหม่ จากข้อมูลดังกล่าว ท าให้ เราเห็นชัดว่า “กระแสการรักษ์โลก” ไม่ได้จ ากัดที่คนรุ่นใหม่อย่างที่เคยเข้าใจกัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเรียก ให้ถูก คือพฤติกรรมและทัศนคติใหม ่ที่ไม ่จ ากัดอายุ ซึ ่งส ่วนนี้เองที ่แบรนด์อาจจะเคยเข้าใจว่าเฉพาะ คนรุ ่นใหม ่เท ่านั้นที ่มีทัศนคติที ่ดีต ่อสินค้าที ่ให้ความส าคัญต ่อจริยธรรม ความยั ่งยืนและเป็นมิตรต่อ สิ ่งแวดล้อมต้องปรับแนวคิดใหม ่ แต ่จริง ๆ แล้วคือคนทุกกลุ ่มที ่มีพฤติกรรมและความตระหนักรู้ต่อ ความส าคัญด้านสิ่งแวดล้อม โชคดีที่วันนี้มีคนคิดค้นบรรจุภัณฑ์ที ่เป็นมิตรต่อโลก ซึ่งเป็นแบบกระดาษ 100% ที่สร้างโดย นักเรียนชาวออสเตรเลีย Emily Enrica การออกแบบของเธอเรียกว่า Paper Noodle บรรจุภัณฑ์บะหมี่ กึ่งส าเร็จรูปจากกระดาษ โดยใช้เยื่อกระดาษซึ่งสามารถย่อยสลายได้ 100% น าไปรีไซเคิลได้ ใส่ไมโครเวฟ ได้และปลอดภัยต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตามหลายคนมองว่า Paper Noodle หรือถ้วยกระดาษไม่ใช่เรื่อง แปลกใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ในตลาดต่างประเท เดิมไม่นิยมใช้กระดาษท าบรรจุภัณฑ์ เพราะมองว่าเป็น ส่วนหนึ่งในการท าลายธรรมชาติ เพราะเยื่อกระดาษท ามาจากเนื้อไม้ ดังนั้นหากมีการใช้มากขึ้น เท่ากับ เป็นการส่งเสริมให้ตัดต้นไม้ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเด็นการน ามีรีไซเคิลก็เป็นต้นทุน ที่สูงเช่นกัน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีการซีไซเคิลพัฒนามากขึ้นท าให้มีมาตรฐานมากพอในการใช้ส าหรับบรรจุ ภัณฑ์อาหารและต้นทุนที ่ต ่าลง ขณะเดียวกับโลกเกิดกระแส Green Business มากขึ้น ธุรกิจ ผู้ผลิต ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสภาพแวดล้อมของโลก ดังนั้นบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งจะกลายเป็นขยะจ านวน มากย่อมเป็นมิตรต่อโลกมากขึ้นเช่นกันเสริมให้ตัดต้นไม้ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเด็น การน ามีรีไซเคิลก็เป็นต้นทุนที่สูงเช่นกัน
92 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน การสร้างสรรค์ทางคหกรรมศาสตร์(การออกแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้)
93 ประวัติผู้จัดท า ชื่อ นายชนัตชญาน์นันท์รัตน์บุญทอง รหัส 126570701509 - 3 ระดับการศึกษา คหกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต รุ่นที่ 16 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร