The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by piinsmtn, 2021-06-07 02:31:53

ตัวอย่าง

ยกร่างเนื้อหาวิชาการในการผลิตสื่อถ่ายทอดความรู้ทางการเกษตร ปี 2564

โปสเตอร์ (ออกแบบอาร์ตเวิร์ค) เรื่อง การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร
แผ่นที่ 1


การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร



หมายถึง การเกื้อหนุน และช่วยเหลือให้ครัวเรือนเกษตรกรมีอาหารบริโภคอย่างเพยงพอ อาหารมีความ

ื่
ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมเพอการมีสุขภาวะที่ดี โดยการใช้รูปแบบ เทคนิค วิธีการส่งเสริมด้วย
ื่
การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับครัวเรือนเกษตรกร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการเก็บรักษา เพอเป็นแหล่งอาหารของ
ครัวเรือนและชุมชน ลดการพึ่งพาอาหารจากภายนอก มีการส ารองอาหารไว้บริโภคทั้งในสภาวะปกติและเกิดภาวะ
วิกฤต


ซึ่งมองค์ประกอบส าคัญ 4 มติ

1. การมีอาหารเพียงพอ (Food Availability) 2. การเข้าถึงอาหาร (Food Access)
3. การใช้ประโยชน์จากอาหาร (Food Utilization) 4. เสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability)


กระบวนการส่งเสริมความมนคงด้านอาหาร
ั่

1.สร้างกระบวนการเรียนรู้ :
จัดเวทีชุมชน วิเคราะห์พื้นที่ / ทาแผนความต้องการ

คัดเลือกครัวเรือนต้นแบบ







4. สรุปและขยายผล : 2. ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติ
สรุปบทเรียนเพื่อวางแผนต่อยอด / ขยายผลครัวเรือน เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเกษตร
ต้นแบบ เชื่อมโยงเครือข่าย ด้านเคหกิจเกษตร







3. สร้างแหล่งอาหาร :

รายบุคลและแปลงรวมของชุมชน /วางแผนการบริโภคและใช้ประโยชน์ /
แลกเปลี่ยนและกระจาย /เก็บส ารองอาหารและเมล็ดพันธุ์

ผลที่เกิดขึ้นกับครัวเรือนเกษตรกร
1. มีอาหารคุณภาพเพียงพอต่อความต้องการ 2. ใช้ประโยชน์จากอาหารได้คุ้มคา 3. มีสุขภาวะที่ดี

4. ลดการพึ่งพาจากปัจจัยภายนอก 5. มีการส ารองอาหารยามฉุกเฉิน




-โลโก้กรม-
เรียบเรียง : กองพัฒนาเกษตรกร

จัดท า : ส านักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

แผ่นที่ 2
การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร


มิติที่ 1 การมีอาหารเพียงพอ


การมีอาหารเพียงพอ คือ การมีอาหารเพียงพอในปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสม
เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิกในครอบครัว
เริ่มอย่างไรดี ?
ื่

ื้
ก่อนอนลองส ารวจบริเวณพนที่รอบ ๆ บ้านว่า บ้านเรามีพชผัก และอาหารโปรตีนที่มาจากสัตว์อะไรบ้าง
และ ยังมีพนที่ว่างในส่วนไหนบ้าง เช่น หน้าบ้าน หลังบ้าน ข้างบ้าน จากนั้นสังเกตว่าในจุดนั้นได้รับแสงตอนไหน
ื้

ื้

บ้าง เพราะการเจริญเติบโตของพชต้องการแสงในสภาพที่ต่างกัน และการจัดสรรพนที่ยังท าให้สามารถดูแลพชผัก
ื้
ไม้ผล รวมไปถึงบริเวณที่เลี้ยงสัตว์ได้อย่างสะดวก และมีสุขภาวะที่ดีด้วย เมื่อได้พนที่ที่ต้องการจึงจัดวางรูปแบบ
และเลือกพืชผัก ผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ ดังนี้
 ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคของสมาชิก
 ปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก

 ปลูกพืชผัก ผลไม้ และเลี้ยงสัตว์สัตว์ให้สามารถรับประทานได้ตลอดทั้งปี
 ปลูกพืชผักผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ตามหลักเกษตรที่เหมาะสม
 ปลูกพืชผัก ผลไม้ แบบปลอดสารเคม ี

ภาพตัวอย่างการจัดพื้นที่สร้างความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือน


































-โลโก้กรม-
เรียบเรียง : กองพัฒนาเกษตรกร

จัดท า : ส านักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

แผ่นที่ 3
การปลูกผักหลากหลายบริโภคตลอดปี


การเลือกปลูกผักบริโภคในครัวเรือน
 มีความหลากหลาย กินเป็นประจ า

 กินได้หลายส่วน เก็บกินได้ทุกวัน
 มีคุณค่าทางโภชนาการ
 พืชผักพื้นบ้านและสมุนไพร
 ไม่ใช้สารเคมี


ปฏิทินการเลือกปลูกผกบริโภคในครัวเรือน
โภชนาการ (100 g)
อายุเก็บเกี่ยว

เดือน ล าดับ ผักสวนครัว พลังงาน คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร วิตามิน A วิตามิน c
(วัน)
Kcal กรัม กรัม ไมโครกรัม มิลลิกรัม
มกราคม 1 ผักช ี 45 – 60 23 3.67 2.8 337 3,930
2 ผักขึ้นฉ่าย 45 – 50 67 3 1.6 22 3
3 พริกขี้หนู 80 – 100 76 12.4 5.2 242 44
4 แตงร้าน 45 – 60 15 2.7 0.4 462 18
5 ผัดกาดหอม 40 – 50 14 2.9 1.3 7,405 9.2
กุมภาพันธ์ 6 ผักบุ้งจีน 20 – 25 19 2.7 0.8 81 14
7 ถั่วแขก 55 – 60 31 5.5 1.0 60 32
8 พริกชี้ฟ้า 80 – 100 58 6.6 3.5 10,000 168
9 บวบ 50 – 60 15 2.6 0.7 7 20
10 มะเขือ 60 – 120 31 5.9 1.3 19 24
มีนาคม 11 คะน้า 45 – 60 31 6.2 1.2 419 147
12 มะระ 50 – 70 31 6.3 0.7 0 85
13 แตงกวา 35 – 40 15 2.6 0.7 7 20
14 ถั่วฝักยาว 50 – 60 39 5.9 1.9 113 12
15 ผักกาดหอม 40 – 50 14 2.87 1.3 7,405 9.2
เมษายน 16 ผักกาดเขียวกวางตุ้ง 45 – 50 13 2.2 1 4,468 45
17 ฟักเขียว 90 – 110 13 3 2.9 0 21
18 ผักช ี 45 – 60 23 3.67 2.8 337 3,930
19 ผักบุ้งจีน 20 – 25 19 2.7 0.8 81 14
20 แตงกวา 35 – 40 15 2.6 0.7 7 20
21 มะเขือ 60 – 120 31 5.9 1.3 19 24
22 บวบ 50 – 60 15 2.6 0.7 7 20
พฤษภาคม 23 ผักบุ้งจีน 20 – 25 19 2.7 0.8 81 14
24 หอมแบ่ง 50 – 60 34 5.8 1.1 228 52
25 มันเทศ 90 – 120 90 20.7 3.3 384 33
26 มะระ 50 – 70 31 6.3 0.7 0 85

มิถุนายน 28 หอมแบ่ง 50 – 60 34 5.8 1.1 228 52
29 ผักกาดเขียวกวางตุ้ง 45 – 50 13 2.2 1 4,468 45
30 มะเขือ 60 – 120 31 5.9 1.3 19 24
31 บวบ 50 – 60 15 2.6 0.7 7 20
กรกฎาคม 32 ผักบุ้งจีน 20 – 25 19 2.7 0.8 81 14
33 คะน้า 45 – 60 31 6.2 1.2 419 147
34 ถั่วแขก 55 – 60 35 7.88 3.2 633 9.7
35 ถั่วฝักยาว 50 – 60 39 5.9 1.9 113 12
สิงหาคม 36 พริกชี้ฟ้า 80 – 100 58 6.6 3.5 10,000 168
37 ผักบุ้งจีน 20 – 25 19 2.7 0.8 81 14

โภชนาการ (100 g)
อายุเก็บเกี่ยว

เดือน ล าดับ ผักสวนครัว พลังงาน คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร วิตามิน A วิตามิน c
(วัน)
Kcal กรัม กรัม ไมโครกรัม มิลลิกรัม
38 ผักกาดเขียวกวางตุ้ง 45 – 50 13 2.2 1 4,468 45
กันยายน 39 คะน้า 45 – 60 31 6.2 1.2 419 147
40 ฟักทอง 50 – 60 128 25.6 1 310 84
41 หัวไชเท้า 50 – 45 18 4.1 1.6 0 36
42 มะระ 50 – 70 31 6.3 0.7 0 85
43 แตงกวา 35 – 40 15 2.6 0.7 7 20
ตุลาคม 44 ผักช ี 45 – 60 23 3.67 2.8 337 3,930
45 กะหล่ าปลี 60 – 90 16 2.2 1.2 7 23
46 หัวไชเท้า 40 – 45 18 4.1 1.6 0 36
47 มะเขือเทศ 60 – 70 26 4.7 1.1 62 32
48 แตงร้าน 45 – 60 15 2.7 0.4 462 18
พฤศจิกายน 49 กะหล่ าดอก 60 – 90 16 2.2 1.2 7 23
50 ผักขึ้นฉ่าย 45 – 50 67 3 1.6 22 3

51 หอมแดง 60 – 80 72 16.8 3.2 0 8
52 พริกขี้หนู 80 – 100 76 12.4 5.2 242 44
53 กะเทียม 120 – 130 149 33.06 2.1 0 31.2
54 แครอท 55 – 75 42 7.9 1 1,166 3
ธันวาคม 55 กะหล่ าดอก 60 – 90 25 5 2 0 48.2
56 กะหล่ าปลี 45 – 50 16 2.2 1.2 7 23
57 หัวไชเท้า 40 – 45 18 4.1 1.6 0 36
58 พริกยวก 70 – 90 20 4.6 1.7 7 134
59 ถั่วลันเตา 60 – 90 81 14 5 765 40























-โลโก้กรม-
เรียบเรียง : กองพัฒนาเกษตรกร
จัดท า : ส านักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ตัวอย่าง รูปแบบภาพที่ต้องการสื่อในแผ่นที่ 3

แผ่นที่ 4



การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร

มิติที่ 2 การเข้าถึงแหล่งอาหาร



การเข้าถึงแหล่งอาหาร คือ การมีสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร/อาหารที่มีคณภาพ โดยการผลิต ซื้อขาย
แลกเปลี่ยนอย่างเพียงพอ ปลอดภัย มีคุณภาพ และต่อเนื่อง
วิธีการเข้าถึงแหล่งอาหารมีดังนี้
1. ผลิตเองภายในบ้าน

เป็นการเข้าถึงอาหารอันดับแรกของชีวิตประจ าวัน เพราะใช้เป็นอาหารในครัวเรือนที่มีความปลอดภัย มี
คุณภาพ ช่วยลดรายจ่าย และหากมีผลผลิตมากก็สามารถเพิ่มรายได้ในครัวเรือนได้อีกด้วย (ภาพเวคเตอร์บ้านและ
มีการผลิตอาหารไว้บริโภคในครอบครัว)



















2. แลกเปลี่ยนผลผลิตกับเพื่อนบ้าน
ด้วยวิธีการน าผลผลิตที่มีอยู่ในครัวเรือนของตนเอง เช่น เมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ หรือ ผลผลิตสดที่มีอยู่ไป
ื่
แลกเปลี่ยนกันแทนการใช้เงิน นอกจากจะได้อาหารที่มีความหลากหลายแล้ว ยังช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพอน
บ้านอีกด้วย (ภาพเวคเตอร์แลกเปลี่ยนผลผลิตกับเพื่อนบ้าน)

3. ซื้อหาจากร้านค้า หรือตลาดทั้งในและนอกพื้นที่
เป็นแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ระหว่างผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการกับผู้บริโภค ทั้งในรูปของวัตถุดิบและ
สินค้าส าเร็จรูปเป็นประจ า เป็นครั้งคราว หรือตามวันที่ก าหนด เช่น ร้านขายของช าในชุมชน ตลาดนัดชุมชน ตลาด

เกษตรกร เป็นต้น (ภาพเวคเตอร์ตลาด)





















-โลโก้กรม-
เรียบเรียง : กองพัฒนาเกษตรกร
จัดท า : ส านักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

แผ่นที่ 5


การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร

มิติที่ 3 การใช้ประโยชน์จากอาหาร


การใช้ประโยชน์จากอาหาร คือ การน าผลผลิตที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ถูกต้องตามหลัก
โภชนาการ และลดการเกิดขยะจากอาหารด้วยวิธีการต่างๆ
การใช้ประโยชน์จากอาหารสามารถท าได้โดย....

ู่
1. ประกอบอาหารอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ และบริโภคอาหารครบ 5 หม
การประกอบอาหารที่ดี ต้องใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ สะอาด และปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ
ื่
ครบถ้วน เพอสุขภาพอนามัยที่ดีของผู้บริโภค โดยเน้นให้มีการบริโภคอาหารที่หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณ
ที่เพียงพอ เหมาะสมในแต่ละวัย



ตัวอย่างส ารับอาหาร 5 หมู่ ได้แก ข้าวสวย / ต้มจืดฟกหมูสับ / ปลาทอดราดพริก / ไข่เจียวหมู
สับมะเขือเทศ / ผลไม้ตามฤดูกาล (ใส่รูปประกอบ)
ปัจจุบันคนหันมานิยมบริโภคอาหารจานเดียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ เช่น
ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ข้าวผัดน้ าพริกปลาทู ขนมจีนน้ ายา/น้ าเงี้ยว เป็นต้น (ใส่รูปประกอบ)

2. ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ลดการเกิดขยะจากอาหารในครัวเรือน
โดยยึดหลักการจัดการก่อนเป็นขยะอาหาร มุ่งเน้นที่การจัดการภายในครัวเรือนที่ใช้งบประมาณ
น้อย เพื่อน าไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้

 วางแผนก่อนการซื้อ : ตรวจสอบอาหารที่มีอยู่ วางแผนรายการอาหาร ซื้อวัตถุดิบให้
พอดีกับที่บริโภค และไม่กักตุนอาหารในปริมาณมาก
 เก็บรักษาอย่างถูกวิธี : เก็บรักษาให้เหมาะสมกับชนิดและประเภทของอาหารในอุณหภูมิ

ที่เหมาะสม หมั่นตรวจเช็คสภาพอาหารและวันหมดอายุอยู่เสมอ
 ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม : เตรียมอาหารให้พอเหมาะกับจ านวนสมาชิกในครอบครัว

 น ามาถนอมอาหารและแปรรูป : วัตถุดิบส่วนที่เหลือจากการบริโภคสามารถน ามาถนอม
อาหารหรือแปรรูปให้เก็บได้นานขึ้นหรือกลายเป็นอาหารชนิดใหม่

 รีไซเคิลขยะอาหาร : สามารถท าได้หลายวิธี เช่น น าไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ท าปุ๋ยหมัก/
น้ าสกัดชีวภาพ และผลิตก๊าซชีวภาพ หากมีพื้นที่มากพอ















-โลโก้กรม-
เรียบเรียง : กองพัฒนาเกษตรกร
จัดท า : ส านักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

แผ่นที่ 6


การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร


มิติที่ 4 การมีเสถียรภาพด้านอาหาร


ื่

การมีเสถียรภาพด้านอาหาร คือ การเข้าถงอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพ เพอการบริโภคได้อย่างเพียงพอ
ตลอดเวลา ไม่มความเสี่ยงจากการขาดแคลนอาหารและเมล็ดพันธุ์เมื่อเกิดภาวะวิกฤติต่างๆ

เราสามารถสร้างเสถียรภาพด้านอาหารได้อย่างไร?

1. รู้จักการเก็บรักษาอาหาร และถนอมอาหารไว้ใช้ในครัวเรือนอย่างถูกวิธี
โดยท าให้อาหารอยู่ได้นาน ไม่เน่าเสีย ช่วยยืดอายุอาหาร ไม่กอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งใน

ด้านสี กลิ่น รส เนื้อสัมผัส เพื่อเก็บรักษาอาหารให้มีคุณภาพ และยังคงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไว้
การเก็บรักษาอาหาร และถนอมอาหารไว้ใช้ในครัวเรือน

การถนอมอาหาร ท าเพื่อ... การเก็บรักษาอาหาร ท าได้โดย...
ยืดอายุของอาหาร แยกเป็นสัดส่วนไม่ปนกัน
รักษาคุณค่าทางโภชนาการ เก็บในอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม

ป้องกันจุลินทรีย์และสิ่งปนเปื้อน บรรจุในภาชนะที่สะอาด ปลอดภัย


วิธีการถนอมอาหารอย่างง่ายในครัวเรือน ได้แก่ ใส่รูปประกอบ
 ตากแห้ง คือ การท าให้น้ าหรือความชื้นที่มีอยู่ในอาหารลดลง ด้วยการตากแดดหรือการ
รมควัน เช่น ปลารมควัน เนื้อแดดเดียว และกล้วยตาก

 กวน คือ การใช้น้ าตาลผสมกบผักหรือผลไม้ ใช้ความร้อนกวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น

ลูกหยีกวน กล้วยกวน และมะม่วงกวน


 เชื่อม คือ การเพิ่มน้ าตาลในอาหารโดยใช้ความร้อนท าให้สุก จนน้ าตาลซึมเขาไปในเนื้อ
เช่น กล้วยเชื่อม ฟักทองเชื่อม และมันเชื่อม
 แช่อิ่ม คือ การแช่ผัก หรือผลไม้ในน้ าเชื่อม โดยเพิ่มปริมาณน้ าตาลขึ้นในแต่ละครั้ง จน

ิ่
ผักหรือผลไม้นั้นอิ่มตัวด้วยน้ าตาล เช่น มะม่วงแช่อิ่ม มะขามแช่อิ่ม และมะดันแช่อม
 ดอง คือ การแช่หรือหมักอาหารด้วยเกลือ หรือน้ าตาล หรือน้ าส้มสายชู ท าให้ได้รสชาติ
แปลกใหม่ขึ้น เช่น มะม่วงดอง ฝรั่งดอง หน่อไม้ดอง

2. รู้จักการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านไว้ใช้ในครัวเรือน

ซึ่งมีความจ าเป็นส าหรับการเพาะปลูก ท าให้มีเมล็ดพันธุ์ส าหรับปลูกอย่างสม่ าเสมอ เมื่อเกิดภัย
ธรรมชาติ เช่น น้ าท่วม ภัยแล้ง การเก็บส ารองเมล็ดพันธุ์จะท าให้มีเมล็ดพนธุ์ไว้ท าการเพาะปลูกต่อไปได้โดยไม่ขาด

แคลนเมล็ดพันธุ์

สภาพที่เหมาะสมกับการเก็บเมล็ดพันธุ์
 สภาพเมล็ดก่อนการจัดเก็บ : ต้องเป็นเมล็ดที่แก่จัดและมีความสมบูรณ์
 ความชื้นของเมล็ดและสภาพอากาศ : ผึ่งหรือตากเมล็ดให้แห้งและเก็บในที่แห้ง

 อุณหภูม : ควรเก็บในที่เย็น




-โลโก้กรม-
เรียบเรียง : กองพัฒนาเกษตรกร
จัดท า : ส านักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

วิธีการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้าน (ใส่รูปประกอบ)

 ตระกูลพริก เก็บผลสุกแก่ น าเมล็ดออกมาท าความสะอาด ตากแดด 2-3 แดด ผึ่งในร่ม
2 วัน เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท

 ตระกูลมะเขือ เก็บผลสุกแก่ น าเมล็ดออกมาท าความสะอาด ตากแดด 2-3 แดด ผึ่งใน
ร่ม 2 วัน เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
 ตระกูลบวบ เก็บผลแก่จัดแห้ง น าเมล็ดออกมาท าความสะอาด ตากแดด 2-3 แดด ผึ่งใน

ร่ม 2 วัน เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
 ตระกูลถั่วต่าง ๆ เก็บฝักแก่สีน้ าตาล ผึ่งลมให้แห้ง น าเมล็ดออกท าความสะอาด เก็บใน

ภาชนะที่ปิดสนิท
 ตระกูลกะเพรา เก็บดอกแก่จัด สีน้ าตาล น ามาสลัดเคาะเอาเมล็ดออกมา เก็บในภาชนะ
ที่ปิดสนิท


ื่
นอกจากนี้ครัวเรือนเกษตรกรสามารถรวมกลุ่มเพอสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับครัวเรือน
และชุมชน โดยการจัดตั้งกองทุนในรูปแบบเงินทุน สิ่งของ หรือปัจจัยการผลิต และมีการบริหารจัดการอย่าง
ต่อเนื่อง ท าให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้


ตัวอย่าง การตั้งกองทุนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับครัวเรือนและชมชน

 กองทุนเมล็ดพันธุ์

 กองทุนต้นพันธุ์

 กองทุนพันธุ์สัตว์

********************************************************



















-โลโก้กรม-
เรียบเรียง : กองพัฒนาเกษตรกร
จัดท า : ส านักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Brosur Dasar TS25 - 1
Next Book
Meena Bajar v.5(3-5,8-10) 1960-61