หัวใจชายหนุ่ม
ประวัติความเป็นมาของหัวใจชายหนุ่ม
หัวใจชายหนุ่ม เป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงใช้พระนามแฝงว่า
“รามจิตติ” เพื่อพระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์
“ดุสิตสมิต” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔
ประวัติความเป็นมาของผู้แต่ง
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่๖) แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ตลอด
ระยะเวลา๑๕ปีที่ทรงครองราชย์(พ.ศ.๒๔๕๓-๒๔๖๘)ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเป็นอเนก
ประการ ทรงพระปรีชาสามารถทั้งด้านการทหาร การปกครองการต่างประเทศ และโดยเฉพาะ
ด้านอักษรศาสตร์ พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์งานหลายประเภท เช่น บทละคร บทความ
สารคดี นิทาน นิยาย เรื่องสั้น พระบรมราโชวาท พระราชหัตถเลขา และทรงใช้พระราชนิพนธ์
เป็นสื่อแสดงแนวพระราชดำริในเรื่องต่างๆ
บทพระราชนิพนธ์หลายเรื่องได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดของ
วรรณคดีหรือเป็นหนังสือที่แต่งดี อาทิ หัวใจนักรบ เป็นยอดของบทละครพูดร้อยแก้ว มัทนะ
พาธา เป็นยอดของบทละครพูดคำฉันท์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงได้รับ
การถวายพระราชสมัญญาว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ซึ่งมีความหมายว่า นักปราชญ์ปู้ยิ่ง
ใหญ่ และใน พ.ศ.๒๔๑๕ พระองค์ยังได้รับการประกาศยกย่องจากองการการศึกษาวิทยา
ศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO) ให้ทรงเป็น ๑ ใน ๕ ของนักปราชญ์ไทย
ลักษณะของคำประะพันธ์
หัวใจชายหนุ่ม เป็นนวนิยายร้อนแก้วในรูปแบบของจดหมาย โดยมีข้อควรสังเกตสำหรับรูปแบบ
จดหมายทั้ง ๑๘ ฉบับในเรื่อง ดังนี้
๑) หัวจดหมาย ตั้งแต่ฉบับที่ ๑ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖- จนถึงฉบับสุดท้าย
วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖- จะเห็นว่ามีการเว้นเลขท้ายปี พ.ศ. ไว้
๒) คำขึ้นต้นจดหมาย ทั้ง ๑๘ ฉบับ ใช้คำขึ้นต้นเหมือนกันหมด คือ “ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก”
๓)คำลงท้าย จะใช้คำว่า “จากเพื่อน....” “แต่เพื่อน...” แล้วตามด้วยความรู้สึกของนาย
ประพันธ์ เช่น “แต่เพื่อนที่ใจคอออกจะยุ่งเหยิง” (ฉบับที่ ๑๐) มีเพียง ๙ ฉบับเท่านั้น ที่ไม่มีคำ
ลงท้าย
๔)การลงชื่อ ตั้งแต่ฉบับที่ ๑๔ เป็นต้นไป ใช้บรรดาศักดิ์ที่ได้รับพระราชทาน คือ “บริบาลบรม
ศักดิ์” โดยตลอด แต่ฉบับที่ ๑-๑๓ ใช้ชื่อ “ประพันธ์”
๕)ความสั้นยาวของจดหมาย มีเพียงฉบับที่ ๑๔ เท่านั้นที่มีขนาดสั้นที่สุด เพราะเป็นเพียง
จดหมายที่แจ้งไปยังเพื่อนว่าตนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์
จุดมุ่งหมายของหัวใจชายหนุ่ม
๑. เพื่อสะท้อนให้ผู้อ่านเห็นภาพสังคมไทยในขณะนั้น
๒. เพื่อสะท้อนมุมมองความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นใหม่ (นักเรียนนอก) ที่มีต่อวัฒนธรรม
และสังคมไทยในด้านต่าง ๆ
จดหมายฉบับที่ ๑ เรือ “ โอยามะมารุ ” เดินในทะเลแดง
วันที่ ๒๓ กันยายน , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก
ฉบับที่ ๑ นายประพันธ์ ประยูรสิริได้ส่งจดหมายถึงนายประเสริฐสุวัฒน์ซึ่งเป็นเพื่อน
รักกัน เป็นฉบับแรก เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงการเดินทางกลับมายังประเทศไทย
จาก ลอนดอนของนายประพันธ์ นอกจากนั้นยังบรรยายถึงความเสียใจที่ไปกลับ
ประเทศไทยและการดูถูกบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง และได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิด
ขึ้นระหว่างการเดินทางกลับภายในเรือโดยสารคือได้พบปะกับผู้หญิงคนหนึ่งที่
ตนเองสนใจ แต่ต้องผิดหวังเนื่องจากหล่อนมีหวานใจมารอรับที่ท่าเรืออยู่แล้ว
จดหมายฉบับที่ ๔ ถนนหัวลำโพง
วันที่ ๑ ธันวาคม , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๔ กล่าวถึงการกลับมาถึงประเทศไทยและการเข้ารับราชการซึ่งใช้เส้น แต่ไม่
สำเร็จผล นอกจากนี้คุณพ่อของนายประพันธ์ได้หาภรรยาไว้ให้นายประพันธ์แล้ว
หล่อนชื่อ กิมเน้ย เป็นลูกสาวของนายอากรเพ้ง ซึ่งพ่อของนายประพันธ์รับรองว่า
เป็นคนดี สมควรแก่นายประพันธ์ด้วยประการทั้งปวง แต่ด้วยนายประพันธ์เป็น
นักเรียนนอกจึง ไม่ยอมรับเรื่องการคลุมถงชนจึงได้ขอดูตัวแม่กิมเน้ยก่อน นอกจาก
นั้นในจดหมายได้ เล่าถึงการพบปะกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตนถูกใจที่โรงพัฒนากรด้วย
จดหมายฉบับที่ ๕ ถนนหัวลำโพง
วันที่ ๑๕ ธันวาคม , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๕ กล่าวถึงการได้เข้ารับราชการของนายประพันธ์ นายประพันธ์ได้เข้ารับ
ราชการ ในกรมพานิชย์และสถิติพยากรณ์ และนายประพันธ์ได้พอกับแม่กิมเน้ย
หน้าตาของ หล่อนเหมือนนางซุนฮูหยิน แต่ก็ยังไม่เป็นที่ถูกใจของนายประพันธ์
นอกจากนั้น นายประพันธ์ได้เล่าถึงผู้หญิงที่เจอในโรงพัฒนากรหล่อน ชื่อนางสาว
อุไร พรรณโสภณ เป็นลูกสาวของพระพินิฐพัฒนากร
จดหมายฉบับที่ ๖ ถนนหัวลำโพง
วันที่ ๑๑ มกราคม , พ.ศ. ๒๔๖ ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก
ฉบับที่ ๖ กล่าวถึงการได้นับพบแม่อุไรการไปเที่ยวในระหว่างงานฤดูหนาวทุกวันทุก
คืน และได้บรรยายถึงรูปร่างลักษณะองแม่อุไรว่าเป็นคนสวยน่ารัก และกล่าวว่าแม่
อุไร งามที่สุดในกรุงสยาม แม่อุไรมีลักษณะเหมือนฝรั่งมากกว่าคนไทย มีการศึกษาดี
โดย สิ่งที่นายประพันธ์ชอบมากที่สุดคือการเต้นรำ ซึ่งแม่อุไรก็เต้นรำเป็นอีกด้วย
จดหมายฉบับที่ ๙ หัวหิน
วันที่ ๒๑ พฤษภาคม , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๙ กล่าวถึงการแต่งงานการแม่อุไรโดยรีบรัด เนื่องจากสาเหตุการนัดพบเจอ
กันบ่อย ครั้งจนทำให้แม่อุไรตั้งครรภ์ขึ้นมา ซึ่งการสู่ขอนั้นคุณพ่อได้ไปขอให้ท่านเจ้า
คุณ มหาดเล็กไปสู่ขอ หลังจากแต่งงานทั้งคู่ได้ไปฮันนีมูนที่หัวหินด้วยกัน
จดหมายฉบับที่ ๑๑ บ้านเลขที่ ๐๐ ถนนสี่พระยา
วันที่ ๒๑ มิถุนายน , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๑๑ ประพันธ์กลับกรุงเทพได้ ๓ อาทิตย์มาอยู่ที่บ้านใหม่ บ้านใหม่ที่เขาคิดว่า
ไม่มี ความสุขเลย ประพันธ์ได้เล่าให้พ่อประเสริฐฟังถึงตอนที่อยู่ที่เพชรบุรีว่าได้
ทะเลาะ กับแม่อุไรแล้วเลยกลับกรุงเทพ มีเรื่องขัดใจมีปากเสียงกันตลอดขากลับ เมื่อ
มาถึงที่บ้านใหม่ก็ต้องมีเรื่องให้ทะเลาะกันกับแม่อุไร เรื่องที่แม่อุไรไม่อยากจัด บ้าน
ขนของเพราะถือตนว่าเป็นลูกผู้ดี และนอกจากนั้นก็มีเหตุให้ขัดใจกันเรื่อย ๆ ไม่ ว่า
ประพันธ์จะทำอะไรแม่อุไรก็มองว่าผิดเสมอ
จดหมายฉบับที่ ๑๒ บ้านเลขที่ ๐๐ ถนนสี่พระยา
วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน , พ.ศ. ๒๔๖ ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๑๒ แม่อุไรได้แท้งลูกและสิ้นรักประพันธ์แล้ว แต่ประพันธ์ก็ยังทนอยู่กับแม่อุไร และ
ยอมฝืนรับชะตากรรม แม่อุไรชอบไปเที่ยวและชอบไปคนเดียวพอประพันธ์ถาม ว่าไปไหนแม่
อุไรก็โกรธฉุนเฉียว นานเข้าห้างร้านต่างๆก็ส่งใบทวงเงินมาที่ประพันธ์ ประพันธ์จึงเตือนแม่
อุไร แต่แม่อุไรกลับสวนกลับมาว่าประพันธ์ไม่สืบประวัติของเธอ ให้ดีก่อนและเธอก็จะไม่ปรับ
เปลี่ยนตัวเอง ประพันธ์จึงต้องไปขอเงินพ่อเพื่อใช้หนี้
ต่อมาพ่อของประพันธ์จึงลงแจ้งความในหนังสือพิมพ์เรื่องจะไม่ชดใช้หนี้ให้แม่อุไร เมื่อแม่
อุไรเห็นแจ้งความจึงลงย้อนกลับบ้าง แล้วแม่อุไรก็กลับไปอยู่บ้านพ่อของเธอ คุณหลวงเทพ
ปัญหามาหาประพันธ์คุยเรื่องต่างๆกันรวมถึงเรื่องแม่อุไรที่เที่ยวอยู่กับ พระยาตระเวนนคร
ด้วยความเป็นห่วงแม่อุไรจึงส่งจดหมายไปกล่าวเตือน แต่ถูกฉีกเป็น ชิ้น ๆ กลับมา ต่อมา
หลวงเทพก็มาหาประพันธ์เพื่อบอกว่าแม่อุไรไปค้างบ้านพระยา ตระเวนนครแล้ว และหลวง
เทพก็รับธุระเรื่องขอหย่าตอนนี้ประพันธ์จึงกลับมาโสด
จดหมายฉบับที่ ๑๓ บ้านเลขที่ ๐๐ ถนนสี่พระยา
วันที่ ๒๒ ธันวาคม , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๑๓ ประพันธ์มีความสุขที่ได้กลับมาเป็นโสดอีกครั้ง ส่วนแม่อุไรก็ไปอยู่กับ
พระยาตระเวนนคร และพระยาตระเวนนครมีนางบำเรออยู่ถึง ๗ นาง และทั้งหมดก็
แผลงฤทธิ์เวลาพระยาไม่อยู่ พระยาตระเวนจึงหาบ้านให้แม่อุไรอยู่อีก หนึ่งหลัง
ประพันธ์ได้ย้ายตำแหน่งการทำงานมาเป็นผู้ช่วยเจ้ากรมโรงเรียนใน พระบรม
ราชูปถัมภ์ทางเสือป่า
จดหมายฉบับที่ ๑๕ ที่พักกรมเสือป่าม้าหลวง ร.อ. พระราชวังสนามจันทร์
วันที่ ๒๓ มกราคม , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๑๕ ประพันธ์คิดว่างานเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาคงจะสนุกมาก พระยาตระเวนนคร
ก็สนุกเหมือนกัน เพราะไปไหนมาไหนเป็นชายโสด เนื่องจากพระยาตระเวนนคร กับแม่อุไรยัง
ไม่ได้เป็นผัวเมียกันตามกฎหมาย และตอนนี้พระยาตระเวนติดผู้หญิงที่ชื่อสร้อยมาก แต่แม่
อุไรก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้
จดหมายฉบับที่ ๑๗ บ้านเลขที่ ๐๐ ถนนสี่พระยา
วันที่ ๓ มีนาคม , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๑๗ ประพันธ์ไปอยู่ที่ค่ายตอนนี้ได้เลื่อนยศเป็นนายหมู่ใหญ่ขึ้น พอกลับบ้านแม่อุไรก็มา
หาประพันธ์ที่บ้านหล่อนมาง้อประพันธ์ให้ชุบเลี้ยงหล่อน อีกครั้งเพราะหล่อนไม่มีที่ไป บ้านที่
หล่อนเคยอยู่พระยาตระเวนนครก็ยกให้แม่ สร้อย จะไปหาพ่อก็เคยพูดอวดดีกับพ่อของตนไว้
แต่ประพันธ์เห็นว่าให้หล่อนกลับไปง้อ พ่อจะดีกว่าหล่อนจึงไปง้อพ่อแล้วก็กลับไปอยู่กับพ่อ
จดหมายฉบับที่ ๑๘ บ้านเลขที่ ๐๐ ถนนสี่พระยา
วันที่ ๑๓ เมษายน , พ.ศ. ๒๔๖- ถึงพ่อประเสริฐเพื่อนรัก.
ฉบับที่ ๑๘ ท้ายที่สุดแม่อุไรได้แต่งงานกับหลวงพิเศษ ผลพานิชพ่อค้ามั่งมี ประพันธ์จึงคลาย
ห่วง ส่วนประพันธ์ก็ได้รักชอบพอกับนางสาวศรีสมาน ลูกสาวพระยาพิสิฐเสวก และได้เชิญ
ชวนให้คุณประเสริฐเพื่อนรักของเขา มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอีกด้วย
คําทับศัพท์ที่ปรากฎในเรื่องหัวใจชายหนุ่มพร้องคำเเปล
-อันศิวิไลซ์ หมายถึง ความเจริญ
-แบซะเลอร์ หมายถึง ชายโสด
-ฟรี หมายถึง เป็นอิสระจากกฎเกณฑ์การควบคุม
-แฟแช่น หมายถึง สมัยนิยม แบบหรือวิธีการที่นิยมกันทั่วไปในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
-โฮเต็ล หมายถึง โรงแรม
-ศิวิไลซ์ หมายถึง ไม่มีความเจริญ
-ปอปูล่าร์ หมายถึง เป็นที่นิยม
-สัปเป้อร์ หมายถึง อาหารมื้อเย็น
-เอดูเคชั่น หมายถึง การศึกษา
-โช หมายถึง แสดง
-เร็สตอรังต์ หมายถึง ร้านอาหาร
-ฮันนี่มูน หมายถึง การทัศนาจรหรือพักผ่อนหย่อนใจของคู่สมรส
-อินเตอเร็สต์ หมายถึง ซึ่งสนใจ
-อ๊อกซ์ฟอร์ด หมายถึง รองเท้าหนังแบบที่มีเชือกผูกด้านหน้า เมืองอ็อกฟอร์ด
สุภาษิตที่ได้รับจากเรื่องหัวใจชายหนุ่ม
ฉบับที่ 4
- เดินเข้าท้ายครัว = โดยทั่วไปหมายความว่า เข้าทางภรรยา ในที่นี้หมายถึงใช้ความรู้จักคุ้นเคยกันเป็นส่วน
ตัวเป็นเครื่องช่วยให้ได้งานทำ
- หมอบราบคาบแก้ว = ยอมตามโดยไม่ขัดขืน
- คลุมถุงชน = การแต่งงานที่ผู้ใหญ่จัดการให้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้จักกันหรือไม่ได้รักกันมาก่อน
- ลงรอยเป็นท่าประนม = ในที่นี้ หมายถึง ยกมือไหว้บ่อยๆ จนมือแทบจะค้างอยู่ในท่านั้น
ฉบับที่ 6
- ทำตัวเป็นหอยจุ๊บแจง หอยจุ๊บแจง = เป็นชื่อหอยทะเลกาบเดี่ยว จะอ้าฝาเปิดปากในน้ำนิ่ง แต่เมื่อมีสิ่งใด
มากกระทบ ก็จะปิดฝาซ่อนตัวทันที = ในที่นี้หมายถึง ผู้หญิงที่มักเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ขี้อาย ไม่รู้จักเข้า
สังคม
- ค้อนเสียสามสี้วง
ฉบับที่ 7
- โรงเรียนฝึกหัดเจ้าชู้ = เป็นคำที่คุณพ่อของนายประพันธ์พูดถึงนางอุไรว่า เป็นผู้หญิงที่คุ้นเคยกับผู้ชาย
หลายคน
- ชิงสุกก่อนห่าม = ทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัย หรือยังไม่ถึงเวลา มักหมายถึง การลักลอบได้เสียกันก่อน
แต่งงาน
ฉบับที่ 9
- เมฆทุกก้อนมีซับในเป็นเงิน ( Ever cloud has a silver lining ) = เป็นสำนวนอังกฤษ หมายความว่าในอุป
สรรค์หรือความทุกข์ก็ยังมีสิ่งดีๆ หรือความสุขแทรกอยู่บ้าง
- อุทิศตัวเป็นพรหมจรรย์ = ประพฤติตนเหมือนนักบวชโดยเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์
ฉบับที่ 15
- ขนมปังครึ่งก้อนยังดีกว่าไม่มีเลย ( Half a loaf is better than none ) = เป็นสำนวนอังกฤษ หมายความ
ว่า แม้จะไม่ได้สิ่งใดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ถ้าพอมีอยู่บ้างก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
ฉบับที่ 17
- ขุดอู่ = เปลเด็ก มาจากสำนวนว่า ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ผูกอู่ตามใจผู้นอน ซึ่งหมายความว่า ทำตามความ
พอใจของผู้ที่ได้รับผล โดยตรง “ขุดอู่” ในที่นี้หมายถึง การเลือกคู่ครองด้วยตนเอง
ฉบับที่ 18
- เทวดาถอดรูป = มีรูปร่างหน้าตาดีราวกับเทวดา
ข้อคิดที่ได้รับจากเรื่องหัวใจชายหนุ่ม
๑) พฤติกรรมของนายประพันธ์เป็นพฤติกรรมที่เลียนแบบพฤติกรรมของปุถุชนที่มี
ทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งความถูกต้องและผิดพลาด เปรียบเสมือนกับมนุษย์ที่สามารถ
ผิดพลาดได้ตลอดเวลา แต่อย่าลืมนาความผิดพลาดนั้นมาใช้ในการแก้ไขตนเอง
และปรับทัศนคติที่ผิดอยู่ให้ดีขึ้น จนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความ
สุขต่อไป
๒) อย่าหลงวัฒนธรรมตะวันตกจนลืมจิตสานึกแห่งความเป็นไทย ควรเก็บสิ่งที่ดีมา
ปฏิบัติ แล้วเก็บสิ่งที่ไม่ดีไว้เป็นอุทาหรณ์ ขณะเดียวกันก็อย่าดูถูกบ้านเกิดเมืองนอน
ว่าหัวโบราณ เก่าคร่าครึ เพราะวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยนี้แลจึงสามารถจรรโลง
ประเทศให้อยู่ได้มาสืบทุกวันนี้
๓) การแต่งงานของหนุ่มสาวที่มาจากการชอบพอกันแค่เพียงเปลือกนอก
ขาดการรู้จักและเข้าใจกันอย่างแท้จริงย่อมไม่ยั่งยืนและอับปางลงอย่างง่ายดาย
เช่นกรณีของประพันธ์ และแม่อุไรที่รักเร็วใจเร็ว ทาให้ความรักนั้นจบลงในเวลาอัน
สั้น
๔) การใช้เสรีภาพในทางที่ผิดโดยปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนกระทั่งพลาดพลั้งชิงสุก
ก่อนห่ามจะต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้าย ดังแม่อุไรที่ปล่อยตัวได้เสียกับ
ประพันธ์ทาให้ไม่เป็นที่พอใจของผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย นาไปสู่การหย่าร้างกันวัน
ข้างหน้า
๕) คนเราควรดาเนินชีวิตในทางยุติธรรม ดังเช่นประพันธ์ เขาไม่ชอบการใช้เส้นสาย
แต่ไม่สามารถหางานได้ด้วยตนเอง จึงต้องยอมรับงานที่ผู้ใหญ่ฝากฝังให้ แต่ก็ได้
ใช้ความสามารถของตนเองทาให้มีความก้าวหน้าในราชการ ได้รับพระราชทาน
บรรดาศักดิ์เป็นหลวงบริบาลบรมศักดิ์ในที่สุด
คุณค่าที่ได้รับจากเรื่องหัวใจชายหนุ่ม
๑) คุณค่าด้านวรรณศิลป์ มีการเริ่มต้นเรื่องได้อย่างหลงใหลและน่าติดตาม อีกทั้งการดา
เนินเรื่องก็ชวนให้ติดตามไปจนจบเรื่อง สานวนภาษาในการเขียนจดหมายและการเลือกใช้
คาทับศัพท์ภาษาอังกฤษ รวมทั้งคาแสลงมากมายสอดคล้องกับลักษณะของประพันธ์ผู้
ยังอยู่ในวัยหนุ่มและเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศใหม่ๆ นอกจากนั้นเนื้อความของจดหมาย
ก็เป็นมุมมองหรือทัศนะที่ตรงไปตรงมาเหมือนจดหมายส่วนตัวทั่วๆ ไป กลวิธีที่กล่าวมา
ทั้งหมดนี้ทาให้หัวใจชายหนุ่มมีความสมจริงเป็นอย่างยิ่ง และสามารถสื่อแนวคิดที่
ต้องการนาเสนอได้แจ่มแจ้งชัดเจน
๒) คุณค่าด้านเนื้อหา มีการสร้างตัวละครได้อย่างสมจริง แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของ
ปุถุชนที่มีทั้งสิ่งที่ถูกต้องและผิดพลาด และมีทั้งความสมควรและไม่สมควร โดยมีลักษณะ
ที่สมจริง สมเหตุสมผล โดยประพันธ์ถือเป็นคนที่มีแนวคิดสมัยใหม่ซึ่งบางครั้งตรงกันข้าม
กับความเป็นไทยที่เหมาะสม แต่ยังสามารถกลับตัวกลับใจมาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้
จึงมีความสมบูรณ์ทั้งตัวละคร และเนื้อหาของตัวละครด้วย
๓) คุณค่าด้านสังคม บทกวีย่อมสะท้อนสภาพสังคมของกวีตามมุมมองของกวี ซึ่ง
สามารถเข้าถึงสังคมไทยในสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งแตกต่างกับสังคมยุคปัจจุบันอย่างมาก
ทั้งในด้านของการปกครองที่กล่าวไว้ในเรื่องว่า “ท่านว่าขายของได้ดีอย่างไรๆ ก็จะเป็น
อะไรไม่ได้ นอกจากขุนนางกรมท่าซ้าย ทั้งกว่าจะได้เป็นหลวงก็อีกหลาย แล้วอาจจะเป็น
หลวงตั้งแต่อายุ ๓๐ เมื่ออายุ ๔๕ จึงได้เป็นพระ แล้วก็ยังเป็นพระจนทุกวันนี้ และไม่แลเห็น
ทางที่จะเป็นพระยาด้วย” แสดงให้เห็นว่าบ้านเมืองในอดีตกับปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป
มาก ทั้งสภาพจิตใจคนในสมัยต่างๆ ก็แตกต่างกันไปด้วย ทางที่ดีหากเราสามารถกระทา
ความดีได้ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใดก็ตาม ก็ควรหมั่นทาความดีไว้ เพราะแม้ตัวได้วายลง แต่
ความดีมิได้วายตามไปด้วยอย่างแน่นอน
ตัวละครสำคัญภายในเรื่องหัวใจชายหนุ่ม
๑) นายประพันธ์ ประยูรสิริ: หนุ่มไทยดีกรีนักเรียนนอกจากอังกฤษที่เดินทางกลับไทย ต่อมาได้
เข้ารับราชการในกรมพานิชย์และสถิติพยากรณ์และได้เลื่อนขั้นเป็นหลวงบริบาลบรมศักดิ์
ประพันธ์เป็นคน ‘หัวนอก’ คือมีความคิดก้าวหน้าอย่างคนหนุ่ม และด้วยความที่เพิ่งกลับจาก
เมืองนอก จดหมายของประพันธ์จะติดการใช้สแลงและคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่เสมอ ๆ
๒) นายประเสริฐ สุวัฒน์: เพื่อนของนายประพันธ์ที่ยังศึกษาอยู่ที่อังกฤษ
๓) ลิลี่: คนรักชาวอังกฤษของประพันธ์
๔) กิมเน้ย: หญิงสาวเชื้อสายไทยจีน ลูกสาวของอากรเพ้ง โดยพ่อของประพันธ์หวังจะให้
กิมเน้ยหมั้นหมายกับประพันธ์ แต่ประพันธ์ไม่ค่อยชอบกิมเน้ยนัก เพราะเธอใส่เครื่องเพชรรุงรัง
และมีหน้าตาแบบสาวหมวย (ประพันธ์กล่าวว่าหน้าตาเจ้าหล่อนเหมือนนางซุนฮูหยิน) และ
ประพันธ์ก็ไม่ชอบการคลุมถุงชนแบบธรรมเนียมโบราณของไทย จึงไม่ยอมรับการแต่งงาน
ครั้งนี้เด็ดขาด
๕) อุไร พรรณโสภณ : สาวฮอตประจำเมืองลูกสาวของคุณพระพินิฐพัฒนากร อุไรเป็นคนสวย
และเป็นผู้หญิงอย่างสมัยใหม่ ได้รับการศึกษา อ่านเขียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ ด้วยเหตุ
นี้เธอจึงเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากหน้าหลายตา และขึ้นชื่อว่าเป็น ‘โรงเรียนฝึกหัดเจ้าชู้’
๖) พระยาตระเวนนคร : เสือผู้หญิงและเพลย์บอยประจำเมือง เป็นคนมีฐานะร่ำรวยและมีชื่อ
เสียง พระยาตระเวนนครถือเป็นตัวแทนของความนิยม “มีเมียคราวละมาก ๆ” เพราะมีเมียอยู่
แล้วถึง 7 คนก่อนที่จะมาพบกับอุไร
๗) หลวงพิเศษผลพานิช: พ่อค้าซึ่งมีฐานะดี แม้จะบุคลิกลักษณะไม่ดีนักแต่ก็มีจิตใจที่ดีและได้
แต่งงานกับอุไรในภายหลัง
๘) ศรีสมาน: หญิงสาวผู้เป็นความรักครั้งใหม่ของประพันธ์ ศรีสมานเป็นลูกสาวของพระยา
พิสิฐเสวก ซึ่งสนิทสนมกับพ่อแม่และครอบครัวประพันธ์อยู่แล้ว การแต่งงานครั้งใหม่ของ
ประพันธ์จึงดูราบรื่นสดใสมาก
บรรณานุกรม
หัวใจชายหนุ่ม.//ประวัติความเป็นมาของหัวใจชายหนุ่ม/สืบค้นเมื่อน ๑๔ กรกฏาคน
๒๕๖๕.//จาก https://prezi.com/cj73wy3zmok3/presentation/
หัวใจชายหนุ่ม.//ประวัติผู้แต่งของหัวใจชายหนุ่ม/สืบค้นเมื่อน ๑๔ กรกฏาคน
๒๕๖๕.//จาก http://21596thnheart.blogspot.com/
หัวใจชายหนุ่ม.//ลักษณะคำประพันธ์/สืบค้นเมื่อน ๑๔ กรกฏาคน ๒๕๖๕.//จาก
http://21596thnheart.blogspot.com/p/blog-page_11.htm
หัวใจชายหนุ่ม.//ข้อคิดที่ได้รับ/สืบค้นเมื่อน ๑๔ กรกฏาคน ๒๕๖๕.//จาก
http://www.satriwit3.ac.th/files/1110061212443058_12083116162416.pdf
ผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท๓๑๑๐๑
เสนอ
ครูสุชาติ พิบูลย์วรศักดิ์
จัดทำ โดย
นายญาณกร สมจารี เลขที่ ๒
นายธนัญชัย จุ้ยเล็ก เลขที่ ๓
นายรณกฤต อุบลแย้ม เลขที่ ๕
นายศุภกร สุริยะวงศ์ เลขที่ ๗
นายจิรภัทร แสงทิพย์ เลขที่ ๘
นายธัชพล ภารเพิง เลขที่ ๑๐
นายวรุตม์ สุวรรณพันธ์ เลขที่ ๑๓
นายเจษฎา แซ่แต้ เลขที่ ๑๘
นายพีรภาส ศรีคำภา เลขที่ ๒๐