หลกั สูตรบูรณาการท้องถ่นิ และ
STAR STEMS เพอ่ื เสรมิ สรา้ งสรรถนะนกั เรียน
ม.5
เรื่อง
รักษ์สง่ิ แวดล้อม นอ้ มนาเศรษฐกจิ พอเพียง
โรงเรียนกมุ ภวาปี อาเภอกุมภวาปี จงั หวดั อุดรธานี
สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษาอดุ รธานี
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
หลักสตู รบรู ณาการทอ้ งถิ่นและ STAR STEMS เพือ่ เสรมิ สร้างสมรรถนะนักเรยี น
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5
เร่ือง รักษส์ ง่ิ แวดลอ้ มนอ้ มนำเศรษฐกิจพอเพยี ง
เวลา 40 ชวั่ โมง
คณะผ้จู ดั ทำ
1. นายกันตเมศฐ์ วิธานฐิติชัย กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ประธานกรรมการ
2. นางสาวรัตนญ์ าณ์ดา ขาวกุญชร
3. นายวชริ วทิ ย์ คำตา กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ รองประธานกรรมการ
4. นางสาวอโนทัย ไกรยราช
5. นางอรรจมาภรณ์ กาลวิบูลย์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ กรรมการ
6. นางสาวประภาภรณ์ ดวงประเสริฐชยั
7. นางสาวทองประศรี เรอื งเศรษฐี กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ กรรมการ
8. นางสาวปิยะรตั น์ สคี ง
9. นางสาวจรณุ ี ศรีทาดี กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ กรรมการ
10. นางจิตรดา จนั ทะรัตน์
11. นางสาวสร้อยสวุ รรณ ยืนนาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ฯ กรรมการ
12. นางสาวณัฐนรี คณะเมือง
13. นางสุนทราวดี กมลเศษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ฯ กรรมการ
14. นางสาวภัทรา รกิ ำแง
15. นายณรงคช์ ัย บญุ พา กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ฯ กรรมการ
16. นางสาวสพุ ิศตรา เหมอื นตาล
17. นายณัฐวัฒน์ พลิ าวลั ย์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ฯ กรรมการ
18. นางสาวชลุ ติ า ดวงเทพจนั ทร์
19. นายนรภัทร จันทราช กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรฯ์ กรรมการ
20. นายธิตวิ ุฒิ พละจิต
21. นางสาวรชนกี ร จนั ทรพ์ ทิ กั ษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ฯ กรรมการ
22. นางสาวอรทยั จ่าเหลา
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ฯ กรรมการ
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กรรมการ
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู กรรมการ
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู กรรมการ
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพครู กรรมการ
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพครู กรรมการ
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู กรรมการ
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ฯ กรรมการและเลขานุการ
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ฯ กรรมการและผชู้ ่วยเลขานุการ
หลกั สูตรบรู ณาการทอ้ งถนิ่ และ STAR STEMS เพื่อพัฒนาสมรรถนะนักเรยี นเลม่ น้ี
เปน็ สว่ นหนง่ึ ของหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นกมุ ภวาปี
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษาอุดรธานี
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาประเภทและวธิ ีการจัดการขยะ เก็บรวบรวมและนำเสนอข้อมูล เผยแพร่ผลงานผ่านแผน่
พบั หรอื ป้ายรณรงค์ การเขียนรายงานการศกึ ษาค้นคว้า และการพูดรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้า พรอ้ ม
นำเสนอ ในรปู แบบโครงงาน การเขียนอ้างอิงข้อมลู สารสนเทศ ตลอดจนสร้างสรรคช์ ้ินงานหรอื นวัตกรรมจาก
ขยะตาม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และตระหนกั ถึงการมีส่วนรว่ มในการอนุรกั ษ์ ทรัพยากรและ
สิง่ แวดลอ้ ม เพือ่ การพัฒนาทย่ี ัง่ ยืน
โดยใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ข้อมูล ให้เหตผุ ลในการจดั การและนำเสนอขอ้ มูล การส่ือสาร การ
ตดั สินใจ และแกป้ ญั หาอย่างมวี จิ ารณญาณ
มคี วามใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น ม่งุ มน่ั ในการทำงาน มีความรับผดิ ชอบ การมีจติ สาธารณะ และสามารการ
ทำงานร่วมกบั ผอู้ ืน่ ได้อยา่ งมีความสุข
ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนออกแบบและประดษิ ฐ์ชนิ้ งานอย่างมีความคิดสรา้ งสรรค์
2. นกั เรียนเห็นประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ของวสั ดุเหลอื ใช้ตอ่ การประดษิ ฐเ์ ปน็ ชิน้ งาน
เป้าหมายวิชา
¨ IS 1 การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation) มงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นต้ัง
ประเดน็ ปัญหา ต้ังสมมุติฐาน ฝึกทกั ษะการศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้จากแหลง่ การเรยี นรทู้ ่หี ลากหลาย
การคิดวิเคราะห์ และสรปุ องคค์ วามรู้ เปน็ บันไดข้นั ท่ี 1 การต้งั ประเด็นปัญหา และสมมตุ ิฐาน (Hypothesis
Formulation) ขั้นที่ 2 การแสวงหาเพอ่ื สืบค้นสารสนเทศ (Searching for Information) ขน้ั ที่ 3 การสรุป
องค์ความรู้ (Knowledge Formation)
¨ IS 2 การส่อื สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) ม่งุ ให้ผ้เู รยี นนำความรู้ทไ่ี ด้จาก
การศกึ ษาค้นคว้ามาพัฒนาวิธีการถ่ายทอด ส่อื สารความหมาย แนวคิด ขอ้ มูล และองคค์ วามรดู้ ว้ ยวิธีการ
นำเสนอท่เี มาะสม หลากหลายรปู แบบ และมีประสิทธิภาพ เปน็ บนั ไดขัน้ ที่ 4 การส่อื สาร และการนำเสนอ
(Effective Communication)
¨ IS 3 การนำองค์ความรไู้ ปบริการสงั คม (Social Service Activity) ม่งุ ให้ผู้เรียนนำ และประยกุ ตอ์ งค์ความรู้
ไปสู่การปฏบิ ตั ิ หรือนำไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อสงั คม เกิดบรกิ ารสาธารณะ เป็นบนั ไดขนั้ ท่ี 5 การบรกิ าร
สังคม และจิตสาธารณะ (Public Service)
การเก็บคะแนน
ชิน้ งานยอ่ ย
1. ป๋ยุ หมักและแปลงสาธิตการใช้ปยุ๋ คะแนน 30 คะแนน (งานกล่มุ )
2. ผลิตภัณฑจ์ ากวัสดเุ หลือใช้ คะแนน 30 คะแนน (งานกลมุ่ )
ชนิ้ งานหลัก
โครงงานจากการจดั การขยะ (ปุย๋ หมักหรอื ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้) จำนวน 70 คะแนน (งานกลุม่ )
รวมท้ังสน้ิ 100 คะแนน
กรอบบูรณาการ STAR STEMS
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน Scientific Thinking ชิน้ งาน
- ความสามารถในการสอื่ สาร ปุ๋ยหมกั และแปลงสาธติ การใช้ปยุ๋ /
- ความสามารถในการคิด ศึกษาเก่ยี วกบั ส่ิงแวดลอ้ มกบั วัสดเุ หลอื ใช้และหลักการกำจัดขยะ ผลิตภัณฑจ์ ากวสั ดเุ หลอื ใช้
- ความสามารถในการแก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ Thai –Technology ชิน้ งานหลกั
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี โครงงานจากการจัดการขยะ
ศึกษาภูมิปญั ญาท้องถ่ิน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ Eng – Engineering
2. ซอ่ื สัตย์ สุจริต
3. มีวนิ ัย สามารถใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพ่อื การสอื่ สารได้อย่างถูกตอ้ ง
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยูอ่ ย่างพอเพียง Moral-Mathematics
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย ใช้เหตแุ ละผลในการเกบ็ รวบรวมและนำเสนอขอ้ มูลทางสถติ ิ
8.มีจติ สาธารณะ
Socio-geology
ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์และปฎิสมั พนั ธ์เชิงภมู ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถน่ิ
กรอบการบูรณาการ
เศรษฐกิจพอเพยี ง การบรู ณาการท้องถ่ิน ภาษาไทย
นักเรยี นใช้เวลาวา่ งในการ
การทำปยุ๋ หมกั ชีวภาพ จากขยะที่ 1. การเขียนรายงานการศกึ ษา
ดำเนนิ งาน สามารถกำหนดวนั เวลา สามารถย่อยสลายได้ ค้นคว้า
ในการดำเนนิ งานได้อยา่ งเหมาะสม
รวมถงึ ใช้ทรัพยากรที่มอี ยู่ให้เกิด ตระหนกั ถึงปญั หาของขยะ และ 2. การเขยี นอา้ งองิ ขอ้ มลู สาระ
ประโยชน์และมีคุณคา่ มากทสี่ ุด สามารถจัดการปริมาณขยะให้ลดลง สนเทศ
สิง่ แวดลอ้ ม
เรอื่ งรกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ มน้อมนำ 3. การพดู รายงานจาก
การจดั การเรียนการสอนบูรณา เศรษฐกจิ พอเพยี ง การศึกษาค้นคว้า
การกบั สง่ิ แวดลอ้ ม ส่งผลให้ผเู้ รียน
เกิดความตระหนกั และมจี ติ สำนึกที่ อธิบาย บรรยาย กระบวนการ สงั คมศึกษา
ดใี นการอนรุ ักษ์ รักษาสงิ่ แวดลอ้ ม เปลี่ยนแปลงของสงิ่ แวดลอ้ มโดยใช้หลกั การ
ในโรงเรยี น ทางภาษา แลกเปล่ยี นความรดู้ ้วยดว้ ยการ 1. การมีสว่ นร่วมในการ
นำเทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสอื่ สารใน อนรุ กั ษ์ ทรัพยากรและ
สุขศกึ ษา การนำเสนอข้อมูล ดว้ ยกระบวนการทาง สง่ิ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาทยี่ ัง่ ยนื
วิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และบรู ณาการใน
1. การรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม การดำรงชวี ติ โดยวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 2. หลักปรัชญาของ
2. การแยกประเภทของขยะ ศกึ ษาผลกระทบทางสังคม เศรษฐกจิ และ
3. ความรับผดิ ชอบ การเมอื งโดยการสะทอ้ นสภาพสังคมปจั จบุ นั เศรษฐกจิ พอเพียง
ด้วยทักษะดา้ นศิลปะ ตลอดจนสร้างสรรค์
การงานอาชพี ชนิ้ งานหรอื นวัตกรรมจากขยะตามหลกั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. การค้นคว้าหาข้อมลู ในการ 1. ศกึ ษาการแยกชนดิ ของ
ทำปยุ๋ หมัก พลาสติกเปน็ 2 ประเภท คอื เทอร์
โมเซตและเทอร์โมพลาสติก
2. การทำปยุ๋ หมักอย่างเป็น
ขนั้ ตอน 2. ศึกษาชนดิ ของพลาสติก
(3Rs)
3. ทักษะการแก้ปญั หา
ภาษาองั กฤษ คณติ ศาสตร์ ศิลปะ
1. การออกเสียงคำศพั ท์ สำนวน
1. การเกบ็ รวบรวมและนำเสนอ การออกแบบชิ้นงาน
ประโยคได้ถูกตอ้ งตามหลักการอ่าน ข้อมลู
ออกเสยี ง
2. การใหเ้ หตุผลในการจัดการ
2. การเขียนโปสเตอรเ์ ชญิ ชวนให้ และนำเสนอขอ้ มูล
รักษาความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น
3. การพูดประโยคห้ามหรอื เชญิ
ชวนในการรกั ษาความสะอาดโรงเรยี น
โครงสรา้ งรายวชิ า
รายวชิ า หลกั สูตรบูรณาการ เรอื่ ง รกั ษส์ ่ิงแวดลอ้ มนอ้ มนำเศรษฐกิจพอเพยี ง
เวลา 2 คาบ/สัปดาห์ รวม 40 ช่ัวโมง
สัปดาห์ที่ กิจกรรม เวลา (ชว่ั โมง) ผูร้ บั ผิดชอบ
1-2 การรวบรวมขอ้ มลู (กิจกรรมภาคสนาม) 4 ครูอโนทยั
- การลงพ้นื ที่เพ่ือจดั หาวสั ดุในการทำปยุ๋ หรอื และคณะ
ผลติ ภัณฑ์
3-5 การรวบรวมขอ้ มูล (กิจกรรมภาคสนาม) 6 ครูรัตนศ์ ญาณ์ดา
- การเตรยี มแปลงและปลูกพืชทดลอง และคณะ
6-8 (กิจกรรมภาคสนาม) 6 ครูปยิ ะรัตน์
- ทำป๋ยุ หมกั ครสู ร้อยสวุ รรณ
- ผลิตภัณฑจ์ ากวัสดุเหลือใช้ และคณะ
9-11 (กจิ กรรมภาคสนาม) 6 ครอู รทัย
- ทำปยุ๋ หมัก ครูจติ รลดา
- ผลิตภัณฑ์จากวสั ดุเหลอื ใช้ และคณะ
12-13 การเขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้า 4 ครูสุนทราวดี ครูภทั รา
และคณะ
14-15 การพดู รายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ 4 ครูสนุ ทราวดี ครภู ทั รา
และคณะ
16-17 เตรียมจัดแสดงผลงาน 4 ครูณฐั นรี
18-19 จดั แสดงผลงาน 4 และคณะครูทุกท่าน
ครูสพุ ิศตรา ครูณัฐวัฒน์
ครูชุลติ า ครนู รภัทร
ครูธิตวิ ุฒิ และคณะครทู ุกท่าน
20 สอบปลายภาคเรยี น
หมายเหตุ : จะมีการนำเสนอชน้ิ งานหลกั ในงาน OPEN HOUSE ของโรงเรียน
แผนการจัดการเรยี นรู้ สัปดาห์ที่ 1-2 เวลาเรียน 4 ชว่ั โมง
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5
เรือ่ ง การเก็บรวบรวมและนำเสนอข้อมูล
หน่วยการเรยี นรู้ เร่อื ง รกั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มนอ้ มนำเศรษฐกจิ พอเพียง
1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู สามารถเก็บรวมรวมข้อมูลซึง่ อย่ใู นรูปขอ้ ความหรือตวั เลขดว้ ยวิธี ตา่ งๆ เช่น
การสมั ภาษณ์ การสอบถาม การสำรวจ การสังเกต และการทดลอง ส่วนการจำแนกข้อมูล เป็นการนำขอ้ มูล
มาจดั ให้เปน็ หมวดหมหู่ รือเรียงลำดับในลักษณะต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ที่จะนำ ขอ้ มลู ไปใช้ จากน้นั จึง
นำเสนอข้อมลู ในรปู แบบตา่ งๆ เช่น ตารางแจกแจงความถี่ แผนภูมิและกราฟ
2. สาระการเรียนรู้
การเกบ็ รวบรวมและนำเสนอข้อมลู
3. สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซ่อื สัตย์สุจรติ
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่เรยี นรู้
มีวินัย มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ
รักความเปน็ ไทย
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เม่อื เรียนจบแลว้ นักเรยี นสามารถ
1. บอกวิธกี ารเก็บรวบรวมข้อมูล จำแนกขอ้ มูลและนำเสนอข้อมูลได้
2. เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจำแนกขอ้ มูลและนำเสนอข้อมลู ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
3. นำความร้เู กี่ยวกับการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจำแนกข้อมลู และนำเสนอข้อมูลได้ไปใช้ในชีวติ จริงได้
6. ชิ้นงานหรือภาระงาน
1. ใบงาน การเก็บรวบรวมและจำแนกขอ้ มลู
2. ใบงาน การนำเสนอขอ้ มูล
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ 1-2
ขน้ั นำ
1. ครสู นทนาเร่ืองต่างๆ เก่ยี วกบั ตวั นักเรียนพรอ้ มบนั ทกึ ผลบนกระดาน เช่น
- จำนวนนกั เรียนในห้องมที ง้ั หมดก่คี น เป็นชายกคี่ น เปน็ หญงิ ก่คี น
- จำนวนนกั เรียนทีม่ าเรียนในวันนมี้ กี ค่ี น เปน็ ชายกคี่ น เปน็ หญงิ กคี่ น
- กีฬาทน่ี ักเรยี นชอบ มอี ะไรบา้ ง
- ผลไมท้ ี่นกั เรยี นชอบ มีอะไรบา้ ง
ครูแนะนำสงิ่ ทีก่ ลา่ วมาน้ีเรียกว่า ขอ้ มลู
ขั้นสอน
2. ครจู ัดกิจกรรมเสริมความฉลาดไปกับเยลลี่ โดยนำเยลล่ีคละสี 1 ถุง มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ให้
นักเรยี นบอกข้อมูลเกยี่ วกับเยลลใี่ นถงุ โดยครูอาจใชค้ ำถามนำ แล้วเขยี นคำตอบลงบนกระดาน เชน่
- เยลล่ใี นถงุ มที ้งั หมดกีส่ ี สอี ะไรบา้ ง
- เยลล่แี ต่ละสมี จี ำนวนเท่าใด ทำอยา่ งไรจึงจะหาคำตอบได้
- เยลลีแ่ ต่ละสมี ีจำนวนเทา่ กนั หรือไม่
- เยลลสี่ ีใดมีจำนวนมากที่สุด และสีใดมีจำนวนนอ้ ยทส่ี ดุ
โดยการให้ขอ้ มูลคร้งั นี้ ครูให้นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเกยี่ วกบั ข้อมลู จนได้ข้อสรปุ ว่า ขอ้ มูล
หมายถึง ขอ้ เท็จจรงิ ของสิง่ ทสี่ นใจ ซ่งึ ไดจ้ ากการเก็บรวบรวม อาจเป็นไปไดท้ ้ังขอ้ ความ และ ตวั เลข และวธิ ี
เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล อาจใชว้ ธิ กี ารสังเกต หรอื การสอบถามกไ็ ด้
3. ครูแนะนำเพ่ิมเติมว่า ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น ก่อนเกบ็ ขอ้ มลู เราควรรวู้ า่ ต้องการเกบ็
ขอ้ มลู เกีย่ วกบั อะไร ประเดน็ อะไรบ้าง หรือสนใจจะทราบเก่ียวกับอะไรบา้ งเพื่อที่จะได้ เก็บข้อมลู ได้ครบถ้วน
และไมเ่ สียเวลาไปกบั ขอ้ มูลทีเ่ ราไม่ต้องการ
4. ครูจดั กจิ กรรมโดยกำหนดประเดน็ วา่ เราต้องการสำรวจว่านักเรยี นในหอ้ งเรยี นน้ี ชอบดมื่ นมรส
ใดมากที่สดุ นมแต่ละรสทน่ี ักเรียนชอบมีกี่คน เป็นต้น ครูให้ตวั แทนนกั เรยี นกลมุ่ ละ 1 คน ชว่ ยกนั เก็บข้อมลู
ดังกลา่ วดว้ ยการสอบถาม แลว้ ให้นักเรียนแตล่ ะคนเลือกระดาษสีคนละ 1 แผ่น ตามรสนมทนี่ ักเรียนชอบมาก
ที่สดุ โดยครูกำหนดให้ 14 กระดาษสีขาวแทนนมรสจดื กระดาษสีชมพแู ทนรสสตรอเบอร่ี กระดาษสฟี ้าแทน
นมรสหวาน กระดาษสนี ้ำตาลแทนนมรสชอ็ คโกแลต ฯลฯ
5. จากนั้นใหน้ ำกระดาษท่ีเลอื กไว้มาติดบนกระดานตามใจชอบ แล้วใหน้ กั เรยี นทงั้ หมด ช่วยกัน
ตอบคำถาม จากขอ้ มูลท่ีนำมาติดบนกระดาน เชน่ - นมท่ีนักเรียนชอบมีรสอะไรบ้าง - มนี ักเรียนชอบนมแต่
ละรสกีค่ น - นมรสอะไรทีน่ กั เรียนชอบมากทส่ี ดุ - นมรสอะไรที่นกั เรยี นชอบนอ้ ยท่ีสดุ
6. ครูนำสนทนาถึงความไม่สะดวกของการใช้ข้อมูลท่กี ระจัดกระจายสำหรบั การตอบ คำถาม
ดงั กล่าว แลว้ นำอภปิ รายเพ่อื ใหน้ กั เรยี นเหน็ ว่า ถ้ามกี ารจัดข้อมูลท่ีเก็บไดม้ าแยกใหเ้ ป็น หมวดหม่จู ะชว่ ยให้
การอา่ นขอ้ มลู หรือตอบคำถามสะดวกมากยิ่งขนึ้ ครใู หน้ ักเรียนช่วยกนั คิดวิธี จัดเรยี งขอ้ มลู จำแนกหรือจดั
ประเภทข้อมลู แล้วนำเสนอ ซึง่ นักเรยี นอาจนำกระดาษสเี ดยี วกันมารวม ไว้ด้วยกัน หรือนับจำนวน
แผน่ กระดาษ เพื่อแสดงจำนวนนักเรยี นทีช่ อบนมรสต่างๆ เช่น นมจืด 8 คน นมรสหวาน 6 คน นมรสสตรอ
เบอร่ี 9 คน นมรสชอ็ กโกแลต 11 คน จากนนั้ ใหน้ กั เรียนตอบคำถามชุดเดิมอกี ครง้ั แลว้ ใหน้ ักเรียน
เปรียบเทยี บความ สะดวก รวดเร็วในการตอบคำถามจากข้อมูลท่กี ระจดั กระจาย ยงั ไม่มีการจำแนกกบั ขอ้ มลู
ทีม่ กี ารจำแนกแล้ว
7. ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมวา่ เมอ่ื จำแนกขอ้ มลู เป็นหมวดหมแู่ ล้ว เราจะมวี ธิ นี ำเสนอขอ้ มูลเพ่ือให้ดูเข้าใจ
งา่ ยและมปี ระโยชนใ์ นการนำไปใช้ เช่น ตารางแจกแจงความถี่ แผนภมู ิและกราฟ
8. ครยู กตัวอยา่ งวธิ ีนำเสนอข้อมูล
9. ครูใหน้ ักเรยี นศึกษาวธิ ีนำเสนอข้อมลู จากส่อื ออนไลน์
ชวั่ โมงท่ี 3-4
10. นักเรียนทำใบงาน การเก็บรวบรวมและจำแนกข้อมลู โดยแบง่ กลมุ่ ให้นกั เรยี นออกสำรวจเกบ็
รวบรวมข้อมูลและจำแนกข้อมลู เกี่ยวกบั ขยะภายในบริเวณโรงเรียน
11. นกั เรยี นทำใบงาน การนำเสนอขอ้ มลู โดยนกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอขอ้ มูลท่ไี ดจ้ ากการเก็บ
รวบรวมขอ้ มูล
12. นกั เรียนแต่ละกล่มุ นำเสนอผลงาน
ขน้ั สรปุ
13. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปบทเรียน ซึง่ อาจได้ข้อสรปุ ดังนี้
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล สามารถเก็บรวมรวมขอ้ มูลซง่ึ อยูใ่ นรูปขอ้ ความหรอื ตัวเลขด้วยวธิ ี ต่างๆ เชน่
การสมั ภาษณ์ การสอบถาม การสำรวจ การสังเกต และการทดลอง ส่วนการจำแนกขอ้ มลู เป็นการนำขอ้ มูล
มาจดั ให้เป็นหมวดหมู่หรอื เรียงลำดับในลักษณะต่างๆ ตามวัตถปุ ระสงค์ท่ีจะนำ ข้อมูลไปใช้ จากน้นั จงึ
นำเสนอขอ้ มลู ในรปู แบบตา่ งๆ เช่น ตารางแจกแจงความถี่ แผนภูมแิ ละกราฟ
8. ส่ือ อุปกรณ์ และแหล่งเรยี น
1. กระดาษชารท์
9. การวดั และการประเมินผล
รายการประเมิน วธิ กี ารวัดและประเมินผล เครอื่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ารวัด
และประเมินผล และประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) ได้คะแนน
70% ขึน้ ไป
1. บอกวธิ ีการเกบ็ รวบรวม 1. สังเกตพฤติกรรม 1. ใบงาน การเกบ็
ขอ้ มูล จำแนกข้อมูลและ ระหวา่ งเรียน รวบรวมและจำแนก
นำเสนอข้อมูลได้ 2. สังเกตจากการตอบ ขอ้ มลู
2. เก็บรวบรวมขอ้ มูลจำแนก คำถามและรว่ มกจิ กรรม 2. ใบงาน การนำเสนอ
ข้อมลู และนำเสนอขอ้ มูลได้ 3. ตรวจใบงาน การเก็บ ข้อมลู
อย่างถกู ตอ้ ง รวบรวมและจำแนกข้อมูล
รายการประเมนิ วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑก์ ารวัด
และประเมนิ ผล และประเมินผล
3. นำความรู้เกยี่ วกบั การเก็บ ใบงาน การนำเสนอข้อมลู
รวบรวมข้อมลู จำแนกขอ้ มลู
และนำเสนอขอ้ มูลไดไ้ ปใช้ใน
ชวี ติ จรงิ ได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ในการแก้ปัญหา 1. สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมินทกั ษะ/ ระดับ “ดี” ขึน้ ไป
กระบวนการ
2. ในการให้เหตุผล ระหวา่ งเรยี น
3. ในการสอ่ื สาร 2. สังเกตจากการตอบ
การส่ือความหมายทาง คำถามและร่วมกจิ กรรม
คณติ ศาสตร์และการนำเสนอ
4. ในการคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์
ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ 1. สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดับ “ด”ี ข้นึ ไป
ประสงค์ (A) ระหวา่ งเรียน อันพึงประสงค์
พฤตกิ รรม
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
10. กิจกรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
11. บันทกึ ผลหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
11.1 ผลการเรียนรู้
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
11.2 ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
12. แนวทางการปรบั ปรงุ และแก้ไขจากกจิ กรรม PLC
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................................ผู้บันทกึ
()
ตำแหนง่ ............... วทิ ยฐานะ..................
วันท่ี........... เดือน.........................พ.ศ. ..............
13. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู/้ ผ้ทู ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วนั ท.่ี .......... เดือน......................... พ.ศ. ..............
14. ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะ ของผู้บริหารสถานศึกษา/ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................................
()
ตำแหนง่ .............................................................
วนั ที.่ .......... เดอื น...................... พ.ศ. ..............
แผนการจดั การเรยี นรู้สปั ดาหท์ ี่ 6-8 เวลาเรียน 6 ชัว่ โมง
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
เรอื่ ง การทำปุ๋ยหมัก (กิจกรรมภาคสนาม)
หนว่ ยการเรียนรู้ เรื่อง รักษส์ งิ่ แวดลอ้ มนอ้ มนำเศรษฐกิจพอเพียง
1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ปุย๋ หมักสามารถแบง่ ตามลักษณะของส่วนผสมเป็น 2 ชนดิ คือ ปุย๋ หมกั ทวั่ ไป และปุย๋ หมักชวี ภาพ
1. ป๋ยุ หมักแบบทัว่ ไป เป็นป๋ยุ ท่ไี ด้จากการนำวัสดุอินทรยี ช์ นดิ ต่าง ๆ มาหมกั ตามกระบวนการทางธรรมชาติ
โดยไม่มีการเตมิ หวั เช้ือจุลนิ ทรียเ์ พ่ือเรง่ การหมกั ซึ่งการหมักจะเกดิ การย่อยสลายอินทรีย์วตั ถจุ ากจุลินทรีย์
ทำใหม้ ีการปลดปลอ่ ย ธาตุอาหารออกมาไดร้ วดเร็วขน้ึ 2. ปยุ๋ หมกั ชีวภาพ เปน็ วธิ ีการทำป๋ยุ หมักท่ีมีการ
พัฒนาขึ้น เพือ่ ให้การย่อยสลายเกดิ ขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ ด้วยการเติมหวั เช้ือจุลนิ ทรีย์ หรอื EM เพื่อเร่ง
กระบวนการหมัก ทำใหเ้ กดิ ปุย๋ จากอินทรีย์วัตถทุ ี่มกี ารปลดปลอ่ ยธาตุอาหารออกมาไดเ้ ร็วขึน้ แบง่ เปน็ ชนิด
ต่าง ๆ ได้แก่ ปยุ๋ หมกั จากปุย๋ คอก ปุ๋ยหมักจากพชื และปยุ๋ หมักชวี ภาพจากเศษอาหารและขยะ
2. สาระการเรียนรู้
2.1 การเตรียมความพรอ้ มในการทำป๋ยุ หมกั ประกอบไปด้วย การเตรียมพ้นื ที่ในการทำปยุ๋ หมกั
และวสั ดุอุปกรณ์ท่ีจะใช้ในการทำปยุ๋ หมกั
2.2 การทำปุ๋ยหมักตามขั้นตอนและกระบวนการท่ถี ูกตอ้ ง ซึ่งปยุ๋ หมักมี 2 ชนดิ คือ ปยุ๋ หมักทั่วไป
และปุย๋ หมักชีวภาพ
2.3 วิธีการดูแลรักษาปุ๋ยหมกั ทำได้โดยการรดนำ้ ให้ชมุ่ เปน็ ประจำ และการกลับกองป๋ยุ ทุกๆ 10-15
วนั เพ่ือระบายอากาศ
3. สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝ่เรียนรู้
มวี นิ ยั มุง่ มน่ั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ
รักความเปน็ ไทย
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
5.1 เตรียมพื้นที่และวสั ดใุ นการทำป๋ยุ หมกั ได้
5.2 ทำปยุ๋ หมักตามขั้นตอนและกระบวนการทีถ่ กู ต้องได้
5.3 สามารถดูแลรักษาปยุ๋ หมักไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
6. ช้ินงานหรอื ภาระงาน
6.1 ภาระงาน
1. ทำปยุ๋ หมกั
6.2 ชนิ้ งาน
1. ปุ๋ยหมกั
2. ผงั ความคิดลำดบั ข้นั ตอนการทำปุ๋ยหมกั
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1-3
7.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
(1) ถามนกั เรยี นว่า
o ป๋ยุ หมกั คืออะไร
o อะไร คือ สิ่งของเหลือใช้ภายในบ้าน ภายในโรงเรียน หรือชุมชนของนักเรียน สามารถ
นำไปใช้ประโยชนอ์ ะไรได้บา้ ง
o ถ้าใหน้ ักเรยี นสรา้ งงานจากสิง่ ของเหลือใช้ คนละ 1 อย่าง นักเรยี นจะทำอะไร (ครูทบทวน
ความรู้และประสบการณ์เดิมด้วยคำถามเพ่ือให้นักเรียนรู้จักความพอประมาณเกย่ี วกับความรู้ความเข้าใจของ
ตนเองในการเรียนรู้เหมาะสมกับเน้ือหาวัย เปน็ ข้อมลู พน้ื ฐานท่คี รูใชเ้ ป็นภูมิคุ้มกนั ในการจัดการเรยี นการสอน
และการปฏิบตั ิกิจกรรมขอนกั เรยี น)
(2) ครูแจ้งวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในชั่วโมง (ครูให้นักเรียนทราบวัตถุประสงค์ก่อนเรียนเพ่ือ
สร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนทราบและเข้าใจแนวทางการปฏิบัติภารกิจของตนเองล่วงหน้าเป็นการทบทวน
ความรู้ประสบการณ์เดิมทจี่ ะเช่ือมโยงเปน็ ความรู้ใหม)่
7.2 ข้นั กจิ กรรม
(3) ครูให้นักเรียนแบง่ กลุม่ นักเรียนกลุ่มละ 5-8 คน ให้แต่ละกลุ่มมหี ัวหน้าหรือประธาน เลขา
ทำหน้าที่บันทึก การเลือกหัวหนา้ และเลขานุการเพื่อทำหน้าทีป่ ระสานงานและบันทกึ การประชุมกลุม่ (โดย
วธิ ีการแบง่ กลุ่มนกั เรยี น แบ่งหน้าทต่ี ามความสมัครใจทเี่ น้นความสามารถ/ความถนดั ของแตล่ ะคนทจ่ี ะรว่ มกัน
ทำงาน เพื่อสนับสนุนการทำงานตามหน้าที่ของนักเรียนในกลุม่ ให้มีความพอประมาณกับความสามารถ และ
ศักยภาพของนักเรยี นแต่ละคนในกล่มุ ใหเ้ ข้าใจวิธคี ิดของครูในการจดั การเรียนรูพ้ อประมาณกับนักเรียนท่ีอยู่
ในห้องเรียนเดียวกันในการศกึ ษาและกำหนดหน้าทเ่ี พอ่ื นาความสามารถ/ความถนัดของนกั เรยี นแตล่ ะคนเป็น
ภูมคิ ุ้มกนั ในการทำงานกลุ่มในการเรยี นรู้)
(4) ครูนำตัวอย่างชิ้นงานมาใหน้ กั เรียนดู (เป็นภาพ หรอื วิดีโอ) ครกู ระตุน้ นักเรียนให้ทั่วถึงด้วย
คำถาม
- งานน้ีคอื อะไร ทำจากอะไร ด้วยวิธอี ะไร
- นักเรยี นจะทำอยา่ งไรถา้ ครจู ะให้ทำชิน้ งานจากสง่ิ ของเหลอื ใชท้ เ่ี หมอื นตัวอย่าง
- เพราะเหตุใด สิ่งต่อไปนี้ช่วยให้การทำงานการประหยดั ค่าใช้จ่าย เวลา รวมทั้งแรงงานผู้
ปฏิบัติ ที่ตอ้ งออกแบบวิธกี ารทำงานแตล่ ะอยา่ ง
1. การเตรยี มพืน้ ที่และวสั ดใุ นการทำปยุ๋ หมัก ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพอยา่ งไร
2. การทำปยุ๋ หมกั ตามขั้นตอนและกระบวนการทถ่ี กู ตอ้ งนักเรยี นจะทำอยา่ งไร
3. การสามารถดแู ลรักษาปุ๋ยหมักได้อย่างถูกตอ้ งนกั เรยี นจะทำอยา่ งไร
(นกั เรยี นไดค้ ดิ อยา่ งมีสติ ใชค้ วามรู้ที่ไดร้ ับมาพิจารณาเป็นเหตุเปน็ ผลในการอธิบายและ
สรุปเพือ่ ฝึกให้นกั เรยี นรับฟังความคิดเห็นของตนเองและผู้อ่นื )
ช่ัวโมงที่ 4-6
(5) ให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ออกแบบ วางแผน ระดมความคิดเกี่ยวกบั ทำปุ๋ยหมกั
1. หาแหล่งเรยี นรู้เพ่ือทำปยุ๋ หมัก
2. วางแผน ระดมความคิด ตามแผนการทำงาน
3. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั เขียนขัน้ ตอนการทำปยุ๋ หมักเพื่อมานำเสนอทีห่ น้าชน้ั
o การเตรียมพ้ืนทแ่ี ละวัสดุในการทำปุ๋ยหมกั
o การนำความรเู้ กยี่ วกบั การใช้อปุ กรณ์ เครอ่ื งมือท่ีถกู วธิ ี
o การทำป๋ยุ หมกั ตามขัน้ ตอนและกระบวนการท่ีถูกตอ้ ง
o การสามารถดแู ลรกั ษาป๋ยุ หมัก
(ครูเชอื่ มโยงความรู้ใหน้ ักเรยี นนำความรู้ความเข้าใจใหม่ท่ีตกผลกึ ในตัวนกั เรยี นเขียนเป็น
ภมู ิคุ้มกนั ของตนเอง ให้นำเสนอเป็นการออกแบบ วางแผน ตามความคดิ ท่ีชว่ ยกันระดมความคิดเกี่ยวกับการ
ทำปุย๋ หมักของตนเองให้ครูทราบ)
(6) ให้นักเรียนเตรียมพื้นที่ วัสดุอุปกรณ์ในการทำปุ๋ยหมกั ตามแผนการทำงาน (ครูให้นักเรียน
สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ทด่ี ีในการเตรียมตัวทำงาน จากความพอประมาณกับวัสดอุ ุปกรณ์ และเคร่ืองมือ แหล่งเรียนรู้
ของนักเรียนในการทำงานที่ตนเองมีอยูจ่ ำนวนพอดกี ับความต้องการในการทำปุ๋ยหมักเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันใน
การจดั การเรียนรู้ดว้ ยความรอบคอบในการทำงาน)
(7) ให้นักเรยี น
1. นำเสนอขน้ั ตอนการทำปยุ๋ หมักที่หน้าชนั้
2. สำรวจพน้ื ท่ี วัสดอุ ุปกรณ์ ในการทำปุย๋ หมักอยา่ งพอเพียง (นักเรียนได้ฝกึ คดิ การวางแผน
กอ่ นทำงานให้มคี วามรอบคอบ ปลอดภยั เป็นการสรา้ งภูมิคุ้มกนั กอ่ นทำงาน)
3. ใหน้ ักเรยี นทำปุ๋ยหมกั ตามแผนท่กี ำหนด (นกั เรยี นได้ฝึกการเรยี นรู้ในการอยูร่ ว่ มกนั เปน็
กลุ่ม)
4. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ต้ังเกณฑ์ประเมนิ ปุย๋ หมกั โดยครเู สนอแนะ
- ปยุ๋ หมกั ที่นักเรียนทำ มปี ระโยชน์ และมคี ณุ ค่าอยา่ งไร
5. ใหน้ ักเรียนนำผลงานทเี่ สรจ็ เรยี บร้อยแตล่ ะกลุ่มนำเสนอ หนา้ ชัน้ โดยใหต้ นเองและเพ่อื นๆ
ประเมนิ ให้คะแนน พรอ้ มบนั ทกึ หรือบอกข้อดี ขอ้ ด้อยทค่ี วรปรบั ปรุงของผลงาน (นักเรยี นไดค้ ิดอยา่ งมีสติ ใช้
ความรู้ท่ีไดร้ บั มาพิจารณาเปน็ เหตุเปน็ ผลในการกำหนดเกณฑป์ ระเมนิ ผลงาน การอธบิ ายและสรุปประโยชน์ท่ี
ได้จากปุ๋ยหมัก เพื่อฝึกให้นกั เรียนรบั ฟังความคิดเห็นของตนเองและผู้อ่ืน แสดงความคิดเห็นวพิ ากษ์วจิ ารณ์
ผู้อ่ืนอยา่ งมีเหตุผล บนพืน้ ฐานของความรู้ได้เหมาะสม และฝึกการอยอู่ ย่างพอเพยี งม่งุ มั่นในการทำงาน)
7.3 ขน้ั สรุป
(8) ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและสรุป ความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับกระบวนการปฏิบัติงาน
และผลงาน ตามหวั ขอ้ ต่อไปนี้
1. ความหมายของการทำป๋ยุ หมักจากส่ิงของเหลอื ใช้ในครัวเรือน โรงเรียน และชมุ ชน
2. วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือในการทำปุ๋ยหมัก นักเรียนต้องรู้จักใช้เคร่ืองมือและวิธีการ
ทำงาน ให้สอดคลอ้ งกบั ลักษณะของงานจงึ จะชว่ ยให้การทำงานนัน้ ประหยัดคา่ ใชจ้ ่ายเวลา
3. การออกแบบ และวางแผนการทำปุย๋ หมักตามข้นั ตอนและกระบวนการทถี่ ูกต้อง
4. การสามารถดูแลรกั ษาปุย๋ หมักไดอ้ ย่างถกู ต้อง
5. ป๋ยุ หมักที่นักเรียนทำมีประโยชน์ มคี ุณคา่ ตอ่ ตนเอง ครอบครัวและสังคม
(นักเรียนวิเคราะห์ทบทวนจากความรู้เดิมและประสบการณ์ของตนเอง จากการรวบรวม
ข้อมูลที่ได้รับ นักเรียนคิดเป็นขั้นตอนและคิดอย่างมีเหตุผล ครูเช่ือมโยงความรู้ให้นักเรียนนำความรู้ความ
เข้าใจใหม่ที่ตกผลึกในตัวนักเรียน ให้ร่วมกันสรุป นำเสนอเป็นความคิดของตนเองให้ครูทราบเขียนลงใน
แผนผงั ความคิดของตนเอง จากการใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ตกผลึกใหม่มาเป็นขอ้ มลู )
8. ส่อื อุปกรณ์ และแหล่งเรยี น
8.1 สอื่ การเรียนรู้
- สิง่ ของเหลอื ใช้
- ตวั อยา่ งงานวิดโี อ รูปภาพ
8.2 แหล่งเรยี นรู้
- โรงเรยี นกุมภวาปี
- ชมุ ชนในอำเภอกุมภวาปี
9. การวัดและการประเมินผล
รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
แผนผงั ความคิด ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70
1. เตรยี มพ้ืนทแี่ ละวัสดใุ นการ ตรวจแผนผัง ขึ้นไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70
ทำปุ๋ยหมกั ได้ ความคดิ ขน้ึ ไป
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70
2. ทำปุ๋ยหมกั ตามข้นั ตอน สงั เกตพฤตกิ รรม ขึน้ ไป
และกระบวนการทถี่ กู ตอ้ งได้
3. สามารถดแู ลรกั ษาป๋ยุ หมัก สงั เกตพฤติกรรม
ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
10. กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
จดั พ้ืนที่สำหรับกิจกรรมการป๋ยุ หมกั และพน้ื ทแี่ ปลงทดลองให้กบั นักเรียน ภายในบริเวณโรงเรียน
โดยมพี ื้นที่ชัดเจนและเพยี งพอ
11. บันทกึ ผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
11.1 ผลการเรียนรู้
จากการทำกิจกรรมการทำปยุ๋ หมกั จากขยะอินทรีย์ภายในโรงเรยี นนน้ั นกั เรียนมกี ารรวบรวมเศษ
ใบไม้ และขยะเศษอาหารจากบรเิ วณโรงอาหารมาใช้ทำปุย๋ หมัก เป็นการลดขยะอนิ ทรียภ์ ายในโรงเรียน แล้ว
นำมาตอ่ ยอดสรา้ งเป็นผลิตภัณฑ์ท่นี ำไปใช้ประโยชนไ์ ด้ ซง่ึ สามารถนำแนวคิด วิธกี ารทำกจิ กรรมที่ไดไ้ ปใช้ใน
ชวี ิตประจำวันของนักเรียนได้ ซงึ่ นกั เรยี นไดท้ ดลองนำปุย๋ หมกั ท่ที ำได้ไปทดสอบเพ่ือหาประสิทธิภาพกับพชื ผกั
ท่ีนักเรยี นสนใจแลว้
11.2 ปัญหาและอปุ สรรค
การทำกิจกรรมภาคสนาม การทำการทำปุ๋ยหมกั จากขยะอนิ ทรียภ์ ายในโรงเรียนในปีการศึกษา
2564 นัน้ อยูใ่ นช่วงการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 โรงเรียนต้องมกี ารแบ่งกลุ่มนกั เรยี น กลุม่ A และ B
สลบั กันมาเรยี น การทำกิจกรรมเลยตอ้ งเปน็ สปั ดาห์เว้นสปั ดาห์ ไมส่ ามารถทำกิจกรรมต่อเน่ืองได้ การดูแล
แปลงผกั ท่ีมอี ุปสรรคมากเนอื่ งจากนกั เรยี นกลุ่มเดียวกนั ตอ้ งสลบั กนั มาเรียน และพ้นื ทใี่ นการทำแปลงผกั ท่ียงั
ไม่มโี ซนการทำแปลงผักอยา่ งชดั เจน
12. แนวทางการปรบั ปรุงและแก้ไขจากกิจกรรม PLC
1. การวางแผนในการกำหนดระยะเวลาในการทำแตล่ ะกจิ กรรม เนื่องจากสถานการณ์การแพร๋
ระบาดของโรคโควิท-19
2. การวางแผนการจัดกิจกรรมในเหมาะสมกับระยะเวลา และสถาการณ์ท่ีตอ้ งมีการยืดหยุ่น
3. ออกแบบรปู แบบการนำเสนอชิ้นงานนกั เรยี น ที่สามารถเผยแพรไ่ ด้หลากหลาย เชน่ การเผยแพร่
ช้ินงานผา่ นแพลตฟอร์มออนไลนต์ า่ งๆ เปน็ ตน้
ลงชื่อ.......................................................ผู้บนั ทึก
()
ตำแหน่ง............... วิทยฐานะ..................
วนั ที่........... เดือน.......................พ.ศ. ..............
13. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนร/ู้ ผูท้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................................
()
ตำแหนง่ ........................................................
วนั ท.ี่ .......... เดือน....................... พ.ศ. ..............
14. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วันที่........... เดอื น....................... พ.ศ. ..............
แผนการจดั การเรยี นรู้สปั ดาหท์ ่ี 9-11 เวลาเรยี น 6 ช่วั โมง
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5
เรื่อง ผลิตภณั ฑ์จากวัสดุเหลอื ใช้
หน่วยการเรยี นรู้ เรือ่ ง รักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม น้อมนำเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การประดิษฐ์ของใชจ้ ากวัสดุเหลอื ใช้ ควรใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์และเคร่ืองมือในการทำงานอยา่ ง
เหมาะสม โดยนำความรู้ ความคิดสรา้ งสรรค์ประดิษฐข์ ึ้นแปลกใหม่ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทักษะ
การทำงานรว่ มกนั และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรมและลกั ษณะนิสยั ในการทำงาน มจี ติ สำนกึ
ในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และสง่ิ แวดล้อม เพือ่ ช่วยเพม่ิ คุณค่าผลงานและเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการ
ทำงาน
2. สาระการเรียนรู้
1. การทำงานแตล่ ะอยา่ งตอ้ งรู้จักใชเ้ ครื่องมอื และวธิ กี ารทำงานใหส้ อดคล้องกบั ลกั ษณะของงานจงึ
จะชว่ ยใหก้ ารทำงานนัน้ ประหยดั คา่ ใช้จา่ ย เวลา รวมทงั้ แรงงานผ้ปู ฏบิ ตั จิ ึงควรออกแบบวธิ ีการทำงานแต่ละ
อย่างโดยการรู้จกั เลือกใชเ้ คร่ืองมอื จดั ลำดบั วิธกี ารขั้นตอนใหเ้ หมาะสมกับงาน ปัญหา หรอื ความต้องการของ
ตนเอง แกไ้ ขดว้ ยการรวบรวมขอ้ มลู ออกแบบโดยถ่ายทอดความคดิ เป็นภาพร่าง ๒ มิติ และขน้ั ตอนในการ
ประดิษฐ์
2. ความรทู้ เี่ ก่ียวกับการใช้อุปกรณ์ เคร่อื งมอื ท่ีถกู วธิ จี ะชว่ ยให้การประดษิ ฐ์ของใชเ้ ปน็ ไปอยา่ งมี
ประสิทธิภาพ
3. ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ของใช้ที่ประดษิ ฐข์ นึ้ แปลกใหมแ่ ละเพม่ิ คุณค่า
3. สมรรถนะสำคญั ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ซ่อื สัตยส์ ุจรติ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรยี นรู้
มีวินยั มุง่ ม่นั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง มจี ิตสาธารณะ
รักความเปน็ ไทย
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นำความรูเ้ กย่ี วกับการใชอ้ ปุ กรณ์ เครอ่ื งมือที่ถูกวธิ ีไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการประดิษฐ์ (K)
2. เลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ที่เหมาะสมกับงานและประหยดั (P)
3. ออกแบบและประดษิ ฐข์ องใช้ อย่างมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ (P)
4. เหน็ ประโยชน์ คณุ ค่าของวสั ดเุ หลอื ใช้ตอ่ การประดษิ ฐเ์ ป็นของใช้ (A)
6. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
6.1 ภาระงาน
1. ออกแบบของใช้
6.2 ช้ินงาน
1. ผลงานสิ่งประดษิ ฐ์ของใชจ้ ากวสั ดุเหลอื ใช้ 1 ช้ินงาน
2. ผงั ความคิด “ประโยชนท์ ีไ่ ด้จากวสั ดเุ หลอื ใช้”
3. เขยี นแผนภมู ขิ นั้ ตอนการประดิษฐ์ของใช้จากวสั ดุเหลอื ใชh
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี 1-3
7.1 ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน
(1) ถามนกั เรียนว่า
o ความหมายของวัสดุเหลือใช้ คืออะไร
o อะไร คอื วัสดุเหลอื ใช้ภายในบ้านของนักเรียน และจะน าไปใชป้ ระโยชน์อะไรได้บ้าง
o ถา้ ใหน้ กั เรยี นประดิษฐ์ของใชจ้ ากวสั ดุเหลือใช้ คนละ 1 อย่าง นักเรียนจะทำอะไร (ครูทบทวน
ความรูแ้ ละประสบการณ์เดิมดว้ ยคำถามเพ่ือให้นักเรียนรู้จักความพอประมาณเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจของ
ตนเองในการเรยี นรเู้ หมาะสมกบั เน้อื หาวยั เป็นขอ้ มลู พืน้ ฐานทคี่ รใู ชเ้ ปน็ ภูมิคุ้มกันในการจดั การเรียนการสอน
และการปฏิบตั ิกิจกรรมขอนกั เรียน)
(2) ครูแจ้งวัตถุประสงค์การเรียนรูใ้ นช่ัวโมง (ครูให้นักเรียนทราบวัตถุประสงค์กอ่ นเรียนเพื่อสร้าง
ภูมิคุ้มกันให้นักเรียนทราบและเข้าใจแนวทางการปฏิบัติภารกิจของตนเองล่วงหน้าเป็นการทบทวนความรู้
ประสบการณเ์ ดมิ ทจ่ี ะเชอ่ื มโยงเปน็ ความรู้ใหม่ )
7.2 ขน้ั กจิ กรรม
(3) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 4-5 คน ให้แต่ละกลุ่มมีหัวหน้าหรือประธาน เลขาทำ
หนา้ ท่บี นั ทกึ ผู้วาดภาพ การเลอื กหวั หนา้ และเลขานุการเพ่ือทำหนา้ ท่ปี ระสานงานและบันทกึ การประชุมกลุ่ม
(โดยวิธีการแบง่ กลุ่มนักเรียน แบ่งหน้าท่ีตามความสมัครใจทีเ่ น้นความสามารถ/ความถนัดของแต่ละคนที่จะ
ร่วมกนั ทำงาน เพอื่ สนับสนนุ การทำงานตามหนา้ ทข่ี องนักเรียนในกลุม่ ใหม้ ีความพอประมาณกบั ความสามารถ
และศักยภาพของนักเรียนแต่ละคนในกลุ่ม ใหเ้ ข้าใจวิธีคิดของครูในการจัดการเรยี นร้พู อประมาณกับนักเรียน
ที่อยู่ในห้องเรียนเดียวกันในการศึกษาและกำหนดหนา้ ที่เพื่อนาความสามารถ/ความถนดั ของนักเรียนแตล่ ะ
คนเป็นภูมิค้มุ กนั ในการทำงานกลุ่มในการเรยี นร)ู้
(4) ครูนำตัวอย่างชิ้นงานที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ มาให้นักเรียนดู ครูกระตุ้นนักเรียนให้ทั่วถึงด้วย
คำถาม
- ชิน้ งานนค้ี ืออะไร ทำจากอะไร ดว้ ยวธิ ีอะไร
- นักเรยี นจะทำอย่างไรถ้าครจู ะให้ประดิษฐช์ ้ินงานจากวสั ดุเหลอื ใช้ท่เี หมือนตัวอยา่ ง
- เพราะเหตใุ ด สงิ่ ตอ่ ไปน้ชี ่วยใหก้ ารทำงานการประหยดั ค่าใช้จา่ ย เวลา รวมท้งั แรงงานผู้ปฏิบัติ
ทต่ี อ้ งออกแบบวธิ กี ารทำงานแตล่ ะอยา่ ง
1. การร้จู กั เลือกใชเ้ ครือ่ งมอื ใช้เครือ่ งมือ
2. วธิ กี ารทำงานใหส้ อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของงาน
3. การจัดลำดับวธิ ีการขัน้ ตอนให้เหมาะสมกับงาน การประดิษฐช์ นิ้ งานจากวัสดเุ หลอื ใช้
- การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือที่ถูกวิธีจะช่วยให้การประดิษฐ์ของใช้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไร
- ถ้าการประดิษฐ์ชนิ้ งานจากวสั ดุเหลือใช้ตามข้ันตอนในการประดษิ ฐม์ ีปัญหาการแก้ไขนักเรียน
จะทำอยา่ งไร
- ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ของใช้ที่ประดิษฐ์ขึ้นแปลกใหม่และเพิ่มคุณค่าอย่างไร (นักเรียนได้
คดิ อยา่ งมีสติ ใช้ความรู้ทไี่ ดร้ บั มาพิจารณาเปน็ เหตุเปน็ ผลในการอธิบายและสรปุ ประโยชน์ทไี่ ด้จากวัสดุเหลือ
ใช้ เพอ่ื ฝึกใหน้ กั เรียนรับฟงั ความคิดเห็น ของตนเองและผอู้ ืน่ )
ชว่ั โมงที่ 4-6
(5) ใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ ออกแบบ วางแผน ระดมความคิดเกีย่ วกับการประดษิ ฐข์ องใชเ้ ป็นช้นิ งาน
1. หาแหลง่ เรยี นร้เู พ่อื ปฏบิ ัติของใช้ทก่ี ลุม่ ออกแบบ
2. วางแผน ระดมความคดิ เกีย่ วกบั การประดิษฐ์ชิ้นงาน ตามแผนการทำงาน
3. ให้นักเรยี นรว่ มกันเขยี นแผนภูมิการประดิษฐ์ช้นิ งานตามลำดับขัน้ ตอนเพ่ือมานำเสนอที่หน้า
ช้ัน
o การเลือกใชว้ ัสดุเหลือใช้ อุปกรณ์ และเครือ่ งมอื ทเ่ี หมาะสมกบั สิ่งทจ่ี ะประดษิ ฐ์
o การนำความร้เู ก่ยี วกบั การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือท่ถี กู วิธไี ปประยุกต์ใช้ในการประดษิ ฐ์
o การออกแบบและประดิษฐ์ของใช้ อยา่ งมีความคดิ สร้างสรรค์
o การประดิษฐ์และประเมินผลงาน ของตนเองและผอู้ นื่
o การเหน็ ประโยชน์ คุณคา่ ของวสั ดเุ หลือใช้ต่อการประดิษฐเ์ ปน็ ของใช้ (ครูเชื่อมโยงความรู้
ให้นักเรียนนำความรู้ความเขา้ ใจใหม่ที่ตกผลึกในตัวนักเรียนเขียนเปน็ ภูมิคุ้มกนั ของตนเอง ใหน้ ำเสนอเปน็ การ
ออกแบบ วางแผน ตามความคดิ ท่ีชว่ ยกนั ระดมความคดิ เก่ยี วกบั การประดิษฐช์ ิ้นงาน ของตนเองให้ครทู ราบ)
(6) ให้นักเรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ตามแผนการทำงาน (ครูให้นักเรียนสร้างภูมิคมุ้
กันทดี่ ีในการเตรยี มตัวทำงาน จากความพอประมาณกบั วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือ แหล่งเรยี นรขู้ องนักเรียน
ในการทำงานท่ตี นเองมีอยู่จำนวนพอดีกับความต้องการในการประดษิ ฐข์ องนกั เรียนเพ่ือใหม้ ีภูมิคุ้มกันในการ
จัดการเรียนรดู้ ้วยความรอบคอบ ในการทำงาน)
(7) ให้นักเรยี น
1. นำแผนภมู กิ ารประดษิ ฐช์ ิน้ งานตามลำดบั ขัน้ ตอน นำเสนอทห่ี น้าช้นั
2. สำรวจวัสดุอปุ กรณ์ในการประดิษฐท์ ี่เตรียมมาประดิษฐ์ชนิ้ งานพอเพยี ง (นักเรยี นไดฝ้ กึ คิดการ
วางแผนกอ่ นทำงานให้มคี วามรอบคอบ ปลอดภยั เป็นการสร้างภูมิคุม้ กันก่อนทำงาน)
3. ให้ประดษิ ฐ์ชิ้นงาน ตามแผนท่ีกำหนด (นกั เรยี นได้ฝกึ การเรยี นรู้ในการอยู่ร่วมกนั เปน็ กลุ่ม)
4. ให้นกั เรียนร่วมกันตัง้ เกณฑป์ ระเมนิ ผลงาน โดยครูเสนอแนะ
- ผลงานทเ่ี ป็นของใชน้ ่าจะมีรูปรา่ งลกั ษณะ การนำไปใช้ประโยชน์ มีคุณคา่ อย่างไร
5. ให้นักเรียนนำผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแต่ละกลุ่มนำเสนอ หน้าชั้นโดยให้ตนเองและเพื่อนๆ
ประเมนิ ใหค้ ะแนน พรอ้ มบันทึกหรือบอกข้อดี ข้อดอ้ ยที่ควรปรับปรุงของผลงาน (นักเรยี นได้คิดอยา่ งมีสติ ใช้
ความร้ทู ี่ได้รับมาพิจารณาเป็นเหตเุ ปน็ ผลในการกำหนดเกณฑ์ประเมินผลงาน การอธบิ ายและสรปุ ประโยชน์ท่ี
ได้จากวัสดุเหลือใช้ เพื่อฝึกให้นักเรียนรับฟังความคิดเห็นของตนเองและผู้อื่น แสดงความคิดเหน็
วิพากษ์วิจารณ์ผู้อ่ืนอย่างมเี หตผุ ล บนพื้นฐานของความรู้ไดเ้ หมาะสม และฝึกการอยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน
การทำงาน )
7.3 ขัน้ สรุป
(8) ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายและสรุป นำเสนองานด้วยแผนผงั ความคิด ความรู้ความเข้าใจ
เกย่ี วกบั กระบวนการปฏิบัตงิ านและผลงาน ตามหวั ข้อต่อไปน้ี
1. ความหมายของการประดษิ ฐ์ของใช้จากวัสดเุ หลือใช้
2. วสั ดุอุปกรณ์ และเครื่องมือในการประดษิ ฐ์ การท างานแตล่ ะอย่างต้องรู้จักใช้เคร่ืองมือและ
วธิ ีการทำงานให้สอดคลอ้ งกบั ลักษณะของงานจึงจะช่วยใหก้ ารทำงานนน้ั ประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ยเวลา
3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ข้อที่ 5 อยู่อย่างพอเพียง ข้อที่ 6 มุ่งมั่นในการทำงานรวมท้ัง
แรงงานผู้ปฏิบัติจึงควรออกแบบวิธีการทำงานแต่ละอย่างโดยการรู้จักเลือกใช้เครื่องมือ จัดลำดับวิธีการ
ข้นั ตอนใหเ้ หมาะสมกับงาน
4. แนวคดิ จากการนำวสั ดุเหลอื ใช้ ประดิษฐเ์ ปน็ ของใชข้ องตนเองอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
5. ออกแบบ วางแผนและประดษิ ฐข์ องใช้ของตนเองตามลำดับขนั้ ตอน ความคดิ สรา้ งสรรค์ ทำ
ให้ของใช้ที่ประดิษฐข์ ึ้นแปลกใหม่และเพม่ิ คุณค่า
6. ผลงานทส่ี ำเรจ็ มีข้อดี ขอ้ ด้อยทคี่ วรปรบั ปรุง
7. ผลงานมีประโยชน์ มีคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม (นักเรียนวิเคราะห์ทบทวนจาก
ความรู้เดิมและประสบการณ์ของตนเอง เช่อื มโยงเรอ่ื งวัสดุเหลือใช้ สร้างสรรคป์ ระดษิ ฐ์ทีม่ ีความพอประมาณ
ของตนเอง จากการรวบรวมข้อมูลที่ไดร้ ับ นักเรียนคิดเป็นข้ัน ตอนและคิดอย่างมเี หตุผล ครูเชื่อมโยงความรู้
ใหน้ กั เรียนนำความรคู้ วามเข้าใจใหม่ท่ีตกผลึกในตัวนักเรียน ใหร้ ว่ มกนั สรุป นำเสนอเป็นความคิดของตนเอง
ให้ครูทราบเขียนลงในแผนผังความคิดของตนเอง จากการใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ตกผลึกใหม่มาเป็น
ขอ้ มูล )
8. สอ่ื อุปกรณ์ และแหลง่ เรยี น
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
- วัสดเุ หลือใช้
- ตวั อยา่ งงาน
8.2 แหล่งเรียนรู้
9. การวดั และการประเมนิ ผล
รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
แผนผังความคดิ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
1. นำความรเู้ ก่ียวกบั การ ใช้ ตรวจแผนผงั ความคิด ขึ้นไป
แบบสังเกต
อปุ กรณ์ เคร่ืองมือทถ่ี ูกวธิ ี ไป พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
ข้นึ ไป
ประยุกต์ใช้ในการ ประดษิ ฐ์
(ความร้)ู
2. เลอื กใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ สังเกตพฤติกรรม
เคร่อื งมือทเ่ี หมาะสมกบั งาน
และประหยดั (ทกั ษะ/
กระบวนการ)
3. ออกแบบและประดิษฐ์ ตรวจแผนผงั ความคิด แผนผังความคิด ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
ของใช้ อย่างมคี วามคิด ตรวจผลงาน ผลงาน ขน้ึ ไป
สร้างสรรค์ (ทกั ษะ/
กระบวนการ) ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70
4. ประดิษฐแ์ ละประเมนิ ผล ขน้ึ ไป
งาน ของตนเองและผ้อู นื่ ได้
(ทกั ษะ/กระบวนการ)
รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70
5. เหน็ ประโยชน์ คณุ ค่าของ สังเกตพฤตกิ รรม พฤตกิ รรม ขึน้ ไป
วัสดเุ หลอื ใช้ต่อการ ประดษิ ฐ์ แบบสังเกต ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70
พฤตกิ รรม ขึ้นไป
เปน็ ของใช้ (ค่านิยม)
6. วิเคราะหค์ ุณลกั ษณะอัน สังเกตพฤตกิ รรม
พงึ ประสงค์ ข้อท่ี 5 อยู่อย่าง
พอเพยี ง ข้อท่ี 6 มงุ่ มน่ั ในการ
ทำงาน
10. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
จากการทำกิจกรรมพบวา่ นกั เรียนเลอื กใชว้ สั ดุในการทำส่งิ ประดษิ ฐท์ ่ีเปน็ ขวดน้ำ และลงั กระดาษ
เปน็ ส่วนใหญ่ และรูปแบบส่ิงประดิษฐท์ ี่ซ้ำกัน ในการทำกิจกรรมในภาคเรียนถดั ไป จงึ ควรใหน้ ักเรียนได้
เลือกใชว้ ัสดทุ ี่หลากหลายมากยิง่ ขนึ้ รวมถงึ ออกแบบชน้ิ งานให้มีหลากหลายประเภท
11. บันทึกผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
11.1 ผลการเรียนรู้
การทำกจิ กรรมสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใชภ้ ายในโรงเรยี น นักเรียนมกี ารเลอื กใช้ขวดนำ้ ในการทำ
สิง่ ประดษิ ฐเ์ ป็นสว่ นมาก โดยออกแบบสร้างเปน็ ถังขยะ ซงึ่ พบว่ามปี ระโยชนใ์ นการลดปรมิ าณขวดน้ำทมี่ อี ยู่
มากภายในโรงเรียน และนอกจากนั้นก็มีลงั กระดาษทน่ี ักเรียนเลือกใช้โดยผลิตเป็นโคมไฟ เป็นผลิตภัณฑท์ ่ี
สามารถนำไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้ในชวี ิตประจำวนั สามารถออกแบบตกแต่งภายในบ้าน รวมถงึ เป็นแนวทางในการ
สร้างเป็นอาชพี ได้อกี ด้วย
11.2 ปญั หาและอุปสรรค
การทำกิจกรรมภาคสนาม การทำส่งิ ประดิษฐจ์ ากวัสดุเหลือใช้ภายในโรงเรยี นในปกี ารศึกษา 2564
น้ัน อยูใ่ นช่วงการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 โรงเรยี นตอ้ งมีการแบง่ กลมุ่ นกั เรยี น กลุม่ A และ B สลับกนั มา
เรยี น การทำกิจกรรมเลยตอ้ งเป็นสปั ดาห์เว้นสัปดาห์ ไมส่ ามารถทำกจิ กรรมต่อเน่ืองได้
12. แนวทางการปรับปรงุ และแกไ้ ขจากกิจกรรม PLC
1. การวางแผนในการกำหนดระยะเวลาในการทำแต่ละกิจกรรม เน่ืองจากสถานการณก์ ารแพร่
ระบาดของโรคโควทิ -19
2. การวางแผนการจดั กิจกรรมในเหมาะสมกับระยะเวลา และสถาการณ์ทตี่ อ้ งมีการยดื หย่นุ
3. ออกแบบรปู แบบการนำเสนอชน้ิ งานนกั เรียน ท่ีสามารถเผยแพรไ่ ด้หลากหลาย เชน่ การเผยแพร่
ชน้ิ งานผ่านแพลตฟอรม์ ออนไลน์ตา่ งๆ เป็นตน้
ลงชอื่ ......................................................ผู้บันทกึ
()
ตำแหน่ง............... วิทยฐานะ..................
วนั ที่........... เดือน.........................พ.ศ. ..............
13. ความเหน็ /ขอ้ เสนอแนะ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.........................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วนั ที่........... เดอื น......................... พ.ศ. ..............
14. ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .........................................................
()
ตำแหนง่ ........................................................
วนั ที.่ .......... เดือน......................... พ.ศ. ..............
เกณฑ์การประเมิน
เรอื่ งทีจ่ ะประเมนิ 0 (ปรับปรงุ ) เกณฑร์ ะดบั คณุ ภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดเี ยยี่ ม)
(K) 1.นำความรู้ 1. นำเสนอได้ตาม 1. ใชน้ ำเสนอได้ 1. นำเสนอได้ตาม 1. นำเสนอไดต้ าม
เกยี่ วกบั การใช้ ขนั้ ตอนโดยการ ตามขนั้ ตอนโดย ข้ันตอนโดยการ ขน้ั ตอนโดยการ
อปุ กรณเ์ ครื่องมือทถี่ กู บอกวัสดอุ ปุ กรณ์ การบอกวัสดุ บอกวสั ดอุ ุปกรณ์ บอกวัสดอุ ุปกรณ์
วธิ ไี ปประยุกต์ใช้ใน ไมค่ รบ ไม่บอกวธิ ี อปุ กรณ์ไมค่ รบ ครบ บอกวธิ ีทำ ได้ ครบ บอกวิธีทำได้
การประดิษฐ์ (ความร)ู้ ทำ บอกวธิ ที ำได้ ถกู ต้องบางข้นั ตอน ถูกตอ้ งทัง้ หมด
เขยี นเป็นแผนผงั ถกู ตอ้ งบางขั้นตอน
ความคิด
(P) 2.เลือกใชว้ ัสดุ 2.เลอื กใชเ้ คร่ืองมือ 2.เลือกใชเ้ คร่ืองมือ 2.เลือกใช้เครือ่ งมือ 2.เลอื กใช้เครื่องมอื
อุปกรณ์ และเคร่อื งมือ อปุ กรณ์และ อุปกรณ์และ อุปกรณ์และ อุปกรณ์และ
ท่เี หมาะสมกบั งาน ปฏบิ ตั งิ านไม่ ปฏิบัตงิ านได้ ปฏบิ ตั งิ านได้ ปฏบิ ัติงานได้
ประหยดั และคุ้มค่า ถูกต้องแต่ มี ถกู ตอ้ งน้อยและ มี ถูกตอ้ ง เปน็ ถูกตอ้ ง มผี ลงาน
ผลงานไม่ประหยดั ผลงานประหยดั บางสว่ นและมี ครบถ้วนประหยดั
และไม่ค้มุ ค่า และคมุ้ ค่า ผลงานประหยัด และคุ้มค่า
และคมุ้ ค่า
3. ออกแบบและ 3.การปฏิบัตงิ าน 3.การปฏบิ ัติงาน 3.การปฏบิ ตั ิงาน 3.การปฏิบตั งิ าน
ประดิษฐข์ องใชอ้ ยา่ งมี ไมเ่ ปน็ ไปตาม ตามข้ันตอนท่ี ตามขน้ั ตอนที่ ตามข้ันตอนที่
ความคิดสร้างสรรค์ ข้นั ตอนแต่มี ถูกตอ้ ง ผลงานไม่ ถูกตอ้ ง ผลงาน ถูกตอ้ ง ผลงาน
(ทกั ษะ/กระบวนการ) ผลงานปรากฏ สมบูรณ์ สมบรู ณ์ สมบูรณ์เป็นแบบ
บางสว่ น อยา่ งกบั ผู้อืน่ ได้
4. ประดษิ ฐ์และ 4.ผลงานต้องแกไ้ ข 4.ผลงานพอใช้ ไม่ 4.ผลงานดี 4.ผลงานดีเย่ียมมี
ประเมนิ ผลงาน ของ ไม่สวยงาม มั่นคง สวยงาม มน่ั คง สวยงาม ม่ันคง ความสวยงาม
ตนเองและผู้อ่นื ได้ ไมป่ ระณีต ประณีต ประณีต ประณตี
(ทักษะ/กระบวนการ)
5. เหน็ ประโยชน์ 5.ไม่เห็นประโยชน์ 5.เหน็ ประโยชน์ 5.เหน็ ประโยชน์ 5.เหน็ ประโยชน์
คณุ ค่าของวสั ดุเหลือ ไมเ่ หน็ คุณคา่ ของ เห็นคุณค่าของวสั ดุ คณุ ค่าของวัสดุ คุณค่าของวัสดุ
ใชต้ อ่ การประดิษฐ์เปน็ วัสดุเหลือใช้ตอ่ เหลือใช้ต่อการ เหลือใช้ต่อการ เหลอื ใชต้ ่อการ
ของใช้ (ค่านิยม) การประดษิ ฐ์เปน็ ประดษิ ฐเ์ ป็นของ ประดษิ ฐ์เปน็ ของ ประดิษฐเ์ ป็นของ
ของใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ชน่ื ชมภูมิใจ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12-13 เวลาเรียน 4 ชัว่ โมง
เร่อื ง การเขยี นรายงานการศกึ ษาค้นควา้ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
หนว่ ยการเรียนรู้ เร่อื ง รกั ษ์สง่ิ แวดล้อมน้อมนำเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การนำเสนอผลงานทไี่ ด้จากการศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูลในเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่งึ จากแหล่งข้อมูลตา่ ง ๆ แลว้
นำมาเรียบเรยี งอย่างมีระเบยี บแบบแผนและมีหลักฐานอ้างองิ ประกอบ โดยมีการวางแผนทำรายงานสำรวจ
และรวบรวมข้อมลู การศึกษารูปแบบและสว่ นประกอบของรายงาน การวเิ คราะห์และเรียบเรยี งข้อมลู และ
อา้ งองิ ขอ้ มูล
2. สาระการเรยี นรู้
1. การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้
2. การเขยี นรายงานโครงงาน
ท 2.1 ม.4-6/1 เขยี นส่ือสารในรปู แบบตา่ ง ๆ ให้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์โดยใชภ้ าษาเรียบเรยี งถกู ต้อง
มีข้อมลู และสาระสำคญั ชดั เจน
3. สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรยี นรู้
มีวินยั มุ่งม่นั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง มจี ติ สาธารณะ
รกั ความเป็นไทย
5. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เขยี นรายงานจากการศกึ ษาได้ถูกต้อง
2. เขียนรายงานโครงงานได้
6. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
1. นักเรียนในระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ทำรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า
2. นกั เรยี นในระดบั ช้นั มธยมศกึ ษาปีที่ 5 ทำโครงงานได้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี 1-2
(วธิ สี อนแบบบรรยาย วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการกลมุ่ และวิธีสอนโดยการบูรณาการ)
1. ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ
2. ครสู นทนากับนกั เรียนเก่ียวกบั ภาระงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากครใู นการเรยี นวชิ าต่างๆ แล้วถาม
นักเรยี นว่า งานในลกั ษณะใดท่นี ักเรียนคดิ ว่า เปน็ ภาระงานทีห่ นกั และตอ้ งใช้เวลาในการทำงาน
ส่งครู
3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตอบคำถามอย่างอิสระ เพื่อจะได้รับรู้ปัญหาและอธิบายให้นักเรียน
เขา้ ใจ
4. ครูชี้แจงใหน้ กั เรยี นทราบว่า การเขียนรายงาน เปน็ ภาระงานชิ้นสำคัญทม่ี ักจะได้รับมอบหมาย
จากครูผ้สู อน
5. ใหน้ กั เรยี นศึกษาความรู้เกีย่ วกบั การเขยี นรายงาน จากหนังสอื เรียน
6. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบที่สำคัญของการเขียนรายงาน แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย
เก่ียวกบั ขัน้ ตอนการเขียนรายงาน
7. ครูสรปุ หลกั การเขียนรายงานท่ถี ูกตอ้ ง และนำตวั อยา่ งของรายงานที่มคี วามสมบรู ณ์ ถกู ต้องมา
ให้นกั เรยี นศึกษาเปน็ ตัวอย่าง
8. ใหน้ กั เรยี นซกั ถามครใู นส่วนที่ยงั มีขอ้ สงสัย เพ่ือให้สามารถนำไปเขยี นรายงานไดอ้ ย่างถูกต้อง
ช่ัวโมงท่ี 3-4
1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกบั โครงงานตา่ งๆ ท่เี ป็นประโยชนต์ อ่ นกั เรยี นและชมุ ชน พรอ้ มให้
นกั เรียนชว่ ยกันอธิบายความหมายของคำวา่ “โครงงาน”
2. ครอู ธิบายความหมายของโครงงาน และประโยชน์ของการจดั ทำโครงงานเพ่ือให้นักเรยี นมคี วามรู้
ความเข้าใจ และกระตุ้นใหเ้ กิดความสนใจอยากลงมอื ปฏบิ ตั ิ
3. ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ หอ้ งละ 3 กลุม่ ใหญ่ กำหนดหมายเลขประจำกลมุ่ เป็น 1 2 3
4. ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาความรจู้ ากแหลง่ การเรียนรตู้ า่ งๆ เพ่ือปฏิบัตกิ จิ กรรม ดังนี้
- เรือ่ ง สง่ิ แวดล้อม
- เรือ่ งหลกั ปรญั ชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
- เรอื่ งการทำป๋ยุ
ครกู ำหนดชนิ้ งานในวัน OPENHOUSE
8. สื่อ อปุ กรณ์ และแหลง่ เรยี น
8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.5
2. ตวั อย่างรปู เล่มรายงานทสี่ มบรู ณ์
3. ตัวอย่างโครงงานท่ีสมบรู ณ์
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องสมดุ
2. อินเทอร์เนต็
3. วิทยากรภายนอก
9. การวดั และการประเมนิ ผล
รายการประเมนิ วิธีการวัดและ เครือ่ งมอื วดั ผล เกณฑ์การวัด
ประเมนิ ผล และประเมนิ ผล และประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (K) แบบประเมนิ รายงาน 17-20 ดมี าก
13-16 ดี
- หลักการเขียน สังเกต แบบประเมนิ โครงงาน 9-12 ปานกลาง
5-8 พอใช้
รายงานและโครงงาน ตรวจผลงาน แบบประเมนิ โครงงาน
ระดบั คณุ ภาพ 3 ผ่านเกณฑ์
- การเขียนรายงาน สอบถาม แบบประเมนิ การ ระดบั คณุ ภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์
นำเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 3 ผ่านเกณฑ์
- การเขียนโครงงาน สมั ภาษณ์ แบบประเมินตาม รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์
สภาพจรงิ
ดา้ นทกั ษะ/ แบบทดสอบหลังเรยี น ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 3 ผ่านเกณฑ์
กระบวนการ (P) นกั เรียนร่วมกจิ กรรม แบบประเมนิ โครงงาน ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินการ ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
- เขยี นรายงาน โครงงาน นำเสนอผลงาน
- เขียนโครงงาน นักเรียนนำเสนอผลงาน
นักเรียนเข้าร่วมกจิ กรรม
ในชน้ั เรียน
นกั เรียนทำแบบทดสอบ
หลงั เรยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์ (A) 1. มีวินยั
- รูป้ ระโยชน์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
และคุณค่าของ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน
การเขยี น 4. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
รายการประเมนิ วธิ ีการวัดและ เครอื่ งมือวดั ผล เกณฑ์การวัด
ประเมนิ ผล และประเมินผล และประเมินผล
แบบประเมินตาม
สภาพจรงิ
แบบทดสอบหลังเรียน
10. กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
-
11. บนั ทึกผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
11.1 ผลการเรียนรู้
11.1.1 นกั เรียนทผ่ี า่ นตวั ช้วี ดั /ผลการเรยี นรู้
มีจำนวน 400 คน คิดเป็นร้อยละ 70
11.1.2 นักเรียนท่ีไมผ่ ่านตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้
มจี ำนวน 100 คน คดิ เป็นร้อยละ 30
คือ นักเรยี นที่ขาดระเบียบวนิ ยั และไมม่ คี วามรบั ผิดชอบ พฤตกิ รรมการเรียนรู้ คอื นกั เรียนไม่
ตั้งใจเรยี น ไม่เข้าชน้ั เรียน โดดเรียน
11.1.3 นกั เรียนที่มคี วามสามารถพิเศษ
คือ มีความรู้และประสบการณ์จากการศกึ ษาค้นควา้ และความสนใจและต้ังใจเรียนเปน็ พิเศษ
แนวทางการสง่ เสรมิ ครูมอบหมายให้เป็นหวั หนา้ กลุ่มและดแู ลติดตามการทำงานให้ความสำคัญในดส้ ง่ เสริม
ความร้ใู ห้ศึกษาเพ่มิ เติมจากแหล่งความรูต้ ่างๆ
11.1.4 นกั เรยี นไดร้ บั ความรู้
เรอ่ื งการทำรายงานเชิงวิชาการและการทำโครงงาน
11.1.5 นกั เรยี นเกิดทักษะกระบวนการ
เรยี นรายงานและเขียนโครงการ
11.1.6 นกั เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
มีสติ รู้คิดรธู้ รรม มีระเบียบวินัย ใฝห่ าความรู้ รู้จักดำรงตนโดยใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพียง คำนึงถึงประโยชนส์ ่วนรวมมากกว่าประโยชนส์ ว่ นตน
11.2 ปญั หาและอุปสรรค
จำนวนนกั เรียนทรี วมกนั เป็นจำนวนมากมปี ญั หาในเร่ืองสถานท่ี สงิ่ แวดลอ้ ม บรรยากาศการเรียน
การสอน เชน่ เสยี งดัง อากาศร้อน ฝน หนาว โรคระบาดโควคิ 19
11.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข จัดในสภาพทมี่ ีความเหมาะสมกบั สถานการณ์
ลงช่อื .......................................................ผู้บนั ทกึ
()
ตำแหน่ง............... วทิ ยฐานะ..................
วนั ท.่ี .......... เดือน.........................พ.ศ. ..............
12. ความเหน็ /ข้อเสนอแนะ ของหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้/ผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วันท่ี........... เดอื น......................... พ.ศ. ..............
13. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................
()
ตำแหนง่ ........................................................
วันที.่ .......... เดือน......................... พ.ศ. ..............
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 14-15 เวลาเรียน 4 ชั่วโมง
เร่อื ง การพูดรายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5
หน่วยการเรียนรู้ เร่อื ง รกั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มนอ้ มนำเศรษฐกจิ พอเพียง
1. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การพดู รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ เป็นการพดู ทางวชิ าการ ผพู้ ดู ตอ้ งปฏิบัติตามหลกั การพดู รายงาน
การศึกษาค้นคว้าและพูดตามรูปแบบ โดยบอกรายละเอยี ดตา่ งๆ ของเร่ืองให้ครบถ้วน เพอ่ื ให้การพูด
รายงานนน้ั มปี ระสิทธิภาพ อกี ท้งั ยังทำให้ผูฟ้ งั ไดร้ ับความรูค้ รบถ้วน
2. สาระการเรยี นรู้
การพดู รายงานเร่ืองหรอื ประเดน็ ที่ศกึ ษาคน้ คว้าจากการอ่าน การฟัง การดู และการคน้ ควา้ ทดลอง
เปน็ วิธีการท่ีเหมาะสำหรบั แลกเปล่ียนความรู้ การพดู รายงานอาจพูดเพื่อนำเสนอทฤษฎี นำเสนอวธิ กี าร
นำเสนอเรือ่ งราวต่างๆ ได้อยา่ งมมี ารยาท
หลักการพูดรายงาน
1. เร่มิ พดู รายงานด้วยการกลา่ วนำ เช่นผู้รว่ มงาน จดุ ประสงค์ แหล่งข้อมูล
2. ในขณะเร่มิ รายงานควรพูดให้ชดั เจน ออกเสียงถกู ต้อง เสยี งดงั พอประมาณ น้ำเสยี งนุม่ นวล
นา่ ฟัง
3. รายงานเรอื่ งตามลำดับเนอ้ื หา ลำดบั ขัน้ ตอนหรอื ลำดบั เหตกุ ารณ์ให้ถูกต้องและต่อเน่อื ง
สัมพันธ์กนั
4. มีบคุ ลกิ ภาพท่ดี ี ยนื หรอื น่งั อย่างสำรวม
5. รักษาเวลาในการพูดตามที่กำหนด ไมพ่ ดู ยืดเยื้อวกวน
6. เมอ่ื พดู รายงานจบ ควรเปิดโอกาสใหผ้ ู้ฟังถามหรือแสดงความคดิ เห็น
7. กล่าวขอบคุณเมอ่ื ได้รบั คำชมเชย หรอื ขอ้ คิดเห็นเรอื่ งต่าง ๆ
3. สมรรถนะสำคญั ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
4. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝเ่ รยี นรู้
มีวินัย มุ่งม่นั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง
รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เมอื่ เรยี นจบแล้วนักเรยี นสามารถ
1. นักเรียนเข้าใจหลกั การการพดู รายงานการศึกษาคน้ ควา้ ต่อท่ีประชุมชน
2. นักเรียนสามารถพูดนำเสนอรายงานผลการศึกษาค้นควา้ ตอ่ ทีป่ ระชมุ ชนได้
3. นักเรยี นมมี ารยาทในการฟังการดแู ละการพูด
6. ช้ินงานหรือภาระงาน
1. ลำดบั ขน้ั ตอนการพูดรายงานการศึกษาคน้ ควา้
2. พดู รายงานการศึกษาค้นควา้ จากเรอื่ งทสี่ นใจ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
1. ครูใหน้ กั เรยี นออกมาพูดแนะนำตัวเองหนา้ ชน้ั เรยี นโดยให้เวลาคนละ ๑ นาที
2. ครูและเพื่อนในห้องรว่ มกันใหค้ ะแนนการพูดของนกั เรียน
ขั้นสอน
3. ครใู หค้ วามรนู้ กั เรยี น ในเร่อื ง หลกั การและมารยาทในการพูดรายงานการศึกษาค้นคว้าต่อท่ี
ประชมุ ชน
4. ให้นักเรยี นแบ่งกลุม่ ๆ ละ 5 คน แล้วให้แต่ละกลุม่ สืบค้นข้อมลู ทสี่ นใจ แล้วมานำเสนอหนา้ ชั้น
เรียน ในช่วั โมงที่ ๒
ขน้ั สรุป
5. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาจดุ เดน่ และจุดที่ควรปรบั ปรุงของแต่ละกลุ่ม
8. สอื่ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้
1. ใบความรูเ้ รื่องหลักการพูดรายงานและมารยาทในการพดู
2. แหล่งเรียนรตู้ ามความสนใจ หอ้ งสมุด อินเทอร์เน็ต ฯลฯ
9. การวดั และการประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือวัดผล เกณฑก์ ารวัด
และประเมินผล และประเมินผล
มากกว่ารอ้ ยละ 80
ด้านความรู้ (K)
มากกว่ารอ้ ยละ 80
- หลกั การพูดรายงานทาง - การตอบคำถาม - แบบประเมนิ การพูด
วชิ าการ - ใบงาน
- มารยาทในการพูด - การนำเสนองาน
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- นักเรยี นมที กั ษะการทำงาน -สงั เกตพฤตกิ รรมการ -แบบสังเกตพฤติกรรม
ทำงานกล่มุ
ดา้ นคุณลักษณะอันพึง - สังเกตพฤติกรรม -แบบประเมนิ มากกวา่ ร้อยละ 80
ประสงค์ (A)
- มวี นิ ยั คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คุณลกั ษณะอันพึง
- อยู่อย่างพอเพียง
- รกั ความเป็นไทย ประสงค์
- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ ม่ันในการทำงาน
10. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
11. บันทึกผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
11.1 ผลการเรยี นรู้
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
11.2 ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
12. แนวทางการปรับปรงุ และแกไ้ ขจากกิจกรรม PLC
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................................ผู้บนั ทกึ
()
ตำแหนง่ ............... วทิ ยฐานะ..................
วันที่........... เดอื น.........................พ.ศ. ..............
13. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของหวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนร/ู้ ผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .........................................................
()
ตำแหนง่ ........................................................
วันท.่ี .......... เดอื น......................... พ.ศ. ..............
14. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา/ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .........................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วนั ท่ี........... เดอื น......................... พ.ศ. ..............
ภาคผนวก
ภาพกจิ กรรมการทำป๋ยุ หมักของนกั เรยี น
นกั เรียนเกบ็ เกบ็ ใบไม้แหง้ เพอ่ื ใชท้ ำปยุ๋ หมกั
นกั เรยี นลงมอื ทำป๋ยุ หมักจากขยะอนิ ทรยี ์
นักเรียนทำแปลงผักสาธติ ทดลองการใช้ปุ๋ยหมกั
นกั เรยี นทำแปลงผักสาธิตทดลองการใชป้ ยุ๋ หมัก
ภาพกิจกรรมการสรา้ งผลิตภัณฑจ์ ากขยะและเศษวสั ดเุ หลอื ใช้
นกั เรยี นประดษิ ฐถ์ ังขยะจากขวดพลาสตกิ
ตวั อย่างส่ิงประดษิ ฐ์อน่ื ๆ จากนักเรยี น
โคมไฟจากตะเกยี บ
โคมไฟจากลังกระดาษ
ตวั อยา่ งสง่ิ ประดษิ ฐอ์ ื่นๆ จากนักเรียน
ถังขยะจากฝาขวดน้ำ
โคมไฟจากกระดาษ
ตวั อย่างส่ิงประดษิ ฐ์อื่นๆ จากนกั เรยี น
เครือ่ งดนตรจี ากกลอ่ งขนม
นักเรยี นสาธติ การใช้เครอื่ งดนตรี