รายงาน
เร่ืองนทิ านพืน้ บ้านภาคกลาง
จดั ทาโดย เลขที่ ๒๔ ม.๑/๕
ด.ช. ณฏฐพล ภารังกลู เลขท่ี ๓๐ ม.๑/๕
ด.ช. ธาตรี อยู่ฤทธ์ิ เลขท่ี ๓๖ ม.๑/๕
ด.ช. ประพฒั น์ มาพนั ธ์ุ เลขที่ ๓๘ ม.๑/๕
ด.ช. เศรษฐกญั จน์ ไพโรจน์
เสนอ
อาจารย์ สุวณชิ ย์ ศิริจนั ทร์
รายงานเล่มนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของวชิ า ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย
ภาคเรียนที่ ๒ ปี การศึกษา ๒๕๖๔
โรงเรียนพษิ ณุโลกพทิ ยาคม
ก
คำนำ
รายงานเล่มน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของวิชาภาษาไทย โดยมีเน้ือหาเกี่ยวกบั นิทานพ้ืนบา้ นขนบธรรมเนียม
และประเพณีสาคัญภาคภาคกลางของประเทศไทย เพ่ือให้ได้ศึกษาเกี่ยวกับนิทานพ้ืนบ้านและ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย นิทานพ้ืนบา้ นในแต่ละเรื่องไดใ้ หค้ ุณค่าดา้ นความสนุกสนานเพลิดเพลิน
ตลอดจนใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจในขนบธรรมเนียมประเพณี วฒั นธรรมอนั ดีงามของไทย ใหม้ ีความอ่อนโยน
เมตตากรุณา ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน ซ่ึงสิ่งเหลา่ น้ีนิทานมีส่วนสาคญั ต่อการปฏิบตั ิตนทางจริยธรรมไม่นอ้ ย
นิทานพ้ืนบา้ นของแต่ละภาค จะมีเน้ือหาใหค้ วามเพลิดเพลินแก่ผอู้ ่าน โดยจะมีการแทรกเน้ือขอ้ คิด
คติสอนใจในนิทานเร่ืองน้นั ๆ โดยมีนิทานพ้ืนบา้ นของแต่ละภาคคือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน และ
ภาคกลาง โดยใหค้ ุณค่าดา้ นความสนุกสนานเพลิดเพลิน ตลอดจนใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจในขนบธรรมเนียม
ประเพณีวฒั นธรรมอนั ดีงามของไทยและยงั เป็ นการอนุรักษ์ไว้ช่วยให้เยาวชนของชาติมีโอกาสเรียนรู้
เก่ียวกบั วิถีชีวติ แห่งบรรพบุรุษของตนไดเ้ ป็นอยา่ งดี
การนาเอานิทานไปเล่าเรื่องประกอบคาสอนใหเ้ ด็ก ๆ ไดฟ้ ังยอ่ มจะเป็นเคร่ืองทาใหเ้ พลิดเพลินและ
เสริมความรู้ ไดข้ อ้ คิด นอกจากน้ีนิทานแต่ละเร่ืองยงั ใหข้ อ้ เทจ็ จริงและช่วยในดา้ นการอ่าน การเขียน การใช้
ภาษาท่ีถูกตอ้ ง เป็ นการเพิ่มทกั ษะในดา้ นการเห็น การฟัง และการทาตามเย่ียงอยา่ งอนั ดีน้นั ดว้ ยการศึกษา
เรื่องนิทานจึงเป็นปัจจยั ให้ เกิดความรู้ท้งั ทางทฤษฎีและแนวปฎิบตั ิดว้ ยท้งั สองทาง หากเกิดความผิดพลาด
ประการใดกข็ ออภยั มา ณ โอกาสน้ีดว้ ยครับ
สารบญั ข
เร่ือง หน้า
คำนำ ก
สำรบญั ข
ขอ้ มูลพ้ืนฐำนของภำคกลำง ๑
ขนบธรรมเนียมและประเพณีสำคญั ๒-๖
นิทำนพ้ืนบำ้ น เร่ือง ไกรทอง ๗-๙
นิทำนพ้ืนบำ้ น เร่ือง จระเขส้ ำมพนั ๑๐ - ๑๑
นิทำนพ้ืนบำ้ น เร่ือง พิกุลทอง ๑๒ - ๑๓
บรรณำนุกรม ๑๔
๑
ข้อมูลพื้นฐานของภาคกลาง
ลักษณะภูมิศาสตร์
ภาคกลางถือไดว้ า่ เป็นจุดศนู ยก์ ลางของประเทศไทย ท่ีครอบคลุมพ้ืนที่ราบลุ่มแม่น้าเจา้ พระยา ซ่ึงอยู่
ก่ึงกลางระหวา่ งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ส่วนใหญป่ ระกอบไปดว้ ยท่ีราบซ่ึงเกิดจากการที่แม่น้าพดั
พาเอาเศษหิน เศษดิน กรวดทราย และตะกอนมาทบั ถมพอกพนู มานบั เป็นเวลาลา้ น ๆ ปี บริเวณท่ีราบของ
ภาคน้ี กินอาณาบริเวณต้งั แต่ทางใตข้ องจงั หวดั อุตรดิตถล์ งไปจนจรดอา่ วไทย นบั เป็นพ้ืนที่ราบท่ีมีขนาด
กวา้ งใหญ่กวา่ ภูมิภาคอ่ืน ๆ ของประเทศ
ภาคกลางประกอบไปด้วย ๒๒ จงั หวดั ดังนี้
กรุงเทพมหานคร กาแพงเพชร ชยั นาท นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี
พระนครศรีอยธุ ยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี
สิงหบ์ ุรี สุโขทยั สุพรรณบุรี อา่ งทอง อุทยั ธานี
๒
ขนบธรรมเนยี มและประเพณีสำคญั
กำรแต่งกำย
ในปัจจุบนั การแต่งกายของแต่ละภาคไดร้ ับความกลมกลืนกนั ไปหมด เน่ืองมาจากถูกครอบคลุมส่ิง
ท่ีเรียกวา่ แฟชน่ั จึงทาใหก้ ารแต่งกายมีความคลา้ ยคลึงกนั ไปหมด จนแยกแยะไม่คอ่ ยออกวา่ บุคคลไหนอาศยั
อยใู่ นภาคใด แต่หากยอ้ นกลบั ถึงการแต่งกายในชีวิตประจาวนั ทว่ั ไป ผชู้ ายจะนุ่งกางเกงคร่ึงน่อง สวมเส้ือ
แขนส้นั คาดผา้ ขาวมา้ ส่วนผหู้ ญิง จะนุ่งซ่ินยาว สวมเส้ือแขนส้นั หรือยาว แต่หากเป็นชุดไทย สมยั ก่อนการ
เปล่ียนแปลงระบอบการปกครอง ผชู้ ายจะนิยมสวมใส่โจงกระเบนสวมเส้ือสีขาว ติดกระดุม 5 เมด็ ท่ีเรียกวา่
"ราชประแตน" ไวผ้ มส้นั ขา้ ง ๆ ตดั เกรียนถึงหนงั ศีรษะขา้ งบนหวแี สกกลาง ส่วนผหู้ ญิงจะนิยมสวมใส่ผา้ ซ่ิน
ยาวคร่ึงแขง้ ห่มสไบเฉียงตามสมยั อยธุ ยา ทรงผมเกลา้ เป็นมวย และสวมใส่เคร่ืองประดบั เพื่อความสวยงาม
ประเพณสี ำคัญ
ประเพณตี ักบำตรเทโวโรหณะ จังหวดั อทุ ยั ธำนี เทโวโรหณะ
“ข้ึนแรม ๑ ค่า เดือน ๑๑ ถึงกาหนด
เวยี นมาบรรจบ ณ วดั สงั กตั รัตนคีรี ประเพณีตกั
บาตรเทโว พระสงฆ์หลายร้อยรูปเดินลงยอด
เขาผา่ นบนั ได ๔๔๙ ข้นั สู่เบ้ืองล่าง ท่ีเนืองแน่น
ไปดว้ ยพทุ ธศาสนิกชนเรือนหมื่น ท่ียงั คงยดึ มนั่
ในวิถีปฏิบตั ิด้งั เดิม อนั สะทอ้ นภาพแรงศรัทธา
ท่ี สุ ก ส ว่ า ง ภ า ย ใ น จิ ต ใ จ ข อ ง ทุ ก ค น ”
อุทยั ธานี ชุมชนลุ่มแม่น้าสะแกกรังเมืองเล็กๆ
ที่อบอุ่น และมากดว้ ยไมตรีจิต ที่พร้อมมอบใหแ้ ก่คนต่างถิ่น และรอใหเ้ ขา้ มาสัมผสั วฒั นธรรม ประเพณี
ไทยท่ียงั คงเอกลกั ษณ์ และห่างไกลส่ิงเจือปนจากภายนอก บางคนมกั จะละเลยผ่านไป แต่ลองหยุดแวะ
พกั ค่อยๆ ปล่อยชีวิตใหเ้ ดินชา้ ลง คุณจะหลงรักเมืองแห่งน้ีไดไ้ ม่ยาก ณ บริเวณศูนยก์ ลางของเมืองยอดเขา
สะแกกรังยงั คงเป็นสถานที่ศกั สิทธ์ิ ท่ีมีความเชื่อมาแต่โบราณกาลวา่ เป็นท่ีต้งั ของซากโบราณสถานซ่ึงเม่ือปี
พ.ศ.๒๔๔๐ พระปลดั ใจ เจา้ อาวาสวดั ทุ่งแกว้ และชาวอุทยั ธานีไดล้ งแรงช่วยกนั สร้างมณฑปสิริมหา
มายากุฎาคาร พร้อมก่อสร้างวดั สังกตั รัตนคีรีมงคลประไพอุทยั เขตร์ข้ึน จนกลายเป็นศูนยร์ วมศรัทธาของ
พทุ ธศาสนิกชน ชาวอทุ ยั ธานีและชาวไทยเร่ือยมา
๓
ประเพณตี กั บาตรดอกไม้ จงั หวดั สระบุรี
“น้อมนมสั การรอยพระพุทธบาท ร่วมทาบุญตกั บาตรตามวิถีปฏิบตั ิในงาน ประเพณีตกั บาตร
ดอกไม้ เนื่องในเทศกาลวนั เขา้ พรรษาตลอดช่วงเชา้ และช่วงบ่ายพระสงฆห์ ลายร้อยรูปบิณฑบาต
ดอกเขา้ พรรษาสีเหลือง ขาว และน้าเงินม่วง ซ่ึงจะเบ่งบานในช่วงวนั เขา้ พรรษา ที่พุทธศาสนิกชนหลาย
หมื่นแสนต่างพร้อมใจนามาถวายดว้ ยศรัทธาอนั แรงกลา้ เร่ือยมาจวบจนปัจจุบนั ” ดอกเขา้ พรรษากาลงั เบ่ง
บานอยรู่ ายรอบภูเขา บริเวณใกลก้ บั วดั พระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร นบั เป็ นสัญญาณที่บอกให้ทราบวา่
ใกลถ้ ึงช่วงวนั เขา้ พรรษา แรม ๑ ค่า เดือน ๘ แลว้ ซ่ึงนบั วา่ เป็นวาระมงคลที่พทุ ธศาสนิกชน จะมาพร้อมกนั
เพื่อถวายดอกเขา้ พรรษาแก่พระภิกษุสงฆ์ เพ่ือนาไปสักการะแด่พระเจดียจ์ ุฬามณี ตามความเชื่อด้งั เดิม
ประเพณีตรุษจีนปากน้าโพ จงั หวดั นครสวรรค์ “ภูเขาต้งั ตระหง่านกลางเมือง แม่น้าปิ ง วงั ยม น่าน รวมเป็น
เจา้ พระยาสายใหญ่พาดผา่ นชุมชนภูมิศาสตร์ท่ีเหมาะสม ไดเ้ กิดการรวมตวั ของกลุม่ ชาวจีนโพน้ ทะเล
ท่ีต้งั รกราก ลงหลกั พกั อาศยั พร้อมนาวิถีวฒั นธรรมประเพณีด้งั เดิมมาปฏิบตั ิชวนใหเ้ ขา้ ไปสู่มนตเ์ สน่ห์แห่ง
งานตรุษจีนปากน้าโพ” แหล่งชุมชนชาวจีนเก่าแก่ท่ีสานต่อวฒั นธรรมประเพณีด้งั เดิมของบรรพบุรุษท่ีซ่ึง
เคารพนบั ถือ เจา้ พอ่ เทพารักษ์ – เจา้ พอ่ กวนอู – เจา้ แม่ทบั ทิม – เจา้ แม่สวรรค์ โดยต้งั ศาลข้ึน ๒ ศาล คือ
ศาลเจา้ พ่อเทพารักษ์ ต้งั อยรู่ ิมฝั่งแม่น้าเจา้ พระยา ทิศตะวนั ออกของตลาดปากน้าโพ และศาลเจา้ แม่หนา้ ผา
ริมฝ่ังแม่น้าปิ งทางเหนือของตลาดปากน้าโพ จากอดีตน้นั มีเรื่องเล่าสืบต่อกนั มาวา่ ตลาดปากน้าโพไดเ้ กิด
โรคอหิวาตกโรคระบาดผูค้ นลม้ ตาย ชาวจีนปากน้าโพไดน้ าเอา “กระดาษฮู”้ (กระดาษยนั ต)์ ของศาลเจา้ มา
เผา ไดเ้ ป็ นเถา้ จึงนามาผสมน้าดื่มจนหายจากโรคร้าย และเป็ นที่เล่ืองลือในความศกั ด์ิสิทธ์ ต้งั แต่น้ันมา
ประมาณช่วงเดือนกุมภาพนั ธ์ของทุกปี จะมีการแห่องคเ์ จา้ พ่อ – เจา้ แม่ไปรอบเมือง พร้อมดว้ ยขบวนการ
แสดงทางวฒั นธรรม อาทิ สิงโต เอง็ กอ ล่อโกว้ มงั กรทององคส์ มมุติเจา้ แม่กวนอิมรวมท้งั การแสดง แสง สี
เสียง บอกเล่าตานานความเช่ือของชาวปากน้าโพอยา่ งยง่ิ ใหญ่ ชาวนครสวรรคท์ ้งั เด็ก ผูใ้ หญ่ ต่างพร้อมใจ
กนั เขา้ ร่วมเป็ นส่วนหน่ึงของประเพณีอนั ย่ิงใหญ่ เด็กๆต่างเขา้ ร่วมสมาคมชมรมการแสดง ฝึ กซ้อมท่วงท่า
๔
ร่ายราให้พร้อมเพรียงสาหรับการแสดงตลอดสองฝ่ังถนนในตวั เมือง ชาวไทยเช้ือสายจีนต่างต้งั เครื่องเซ่น
ไหว้
บูชาบรรพบุรุษ คณะเอง็ กอกระชบั ไมก้ ระบองสองขา้ งไวแ้ น่น ทุกกา้ ว ทุกจงั หวะดูเขม้ แขง็ เด็กหญิงตวั เลก็
มือถือถว้ ยและตะเกียบไวใ้ นมือน้อยๆ เสียงกระทบถว้ ยชา้ ๆสอดรับดนตรีเพลงจีนเบาๆ เหล่าสิงโต เสือ
เคลื่อนไหวปี นป่ ายบนเสาดอกเหมยดว้ ยความสง่างาม
ประเพณีลอยกระทง
ตรงกบั วนั ข้ึน ๑๕ ค่า เดือน ๑๒ ของทุกปี หรือที่เรียกกนั ติดปากวา่ “วนั เพญ็ เดือน ๑๒” นนั่ เอง
ซ่ึงเป็นวนั ท่ีพระจนั ทร์เตม็ ดวง และเป็นช่วงที่น้าหลากเตม็ ตลิ่ง แต่เดิมเรียกประเพณีลอยกระทงวา่
พระราชพิธีจองเปรียงชกั โคม ซ่ึงเป็นพิธีของพราหมณ์ ประเพณีลอยกระทงของไทย มีมาต้งั แต่สมยั สุโขทยั
เรียกวา่ การลอยพระประทีป หรือลอยโคม ประเพณีลอยกระทงน้ีกระทาข้ึนเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะหแ์ ละ
ขอขมาต่อพระแม่คงคา ปัจจุบนั ประเพณีลอยกระทงของไทยถูกจดั ข้ึนในทุกพ้ืนท่ีทวั่ ประเทศ โดยเฉพาะ
อยา่ งยงิ่ บริเวณที่ติดกบั แหล่งน้า ในวนั ลอยกระทง ประชาชนจะพากนั ประดิษฐ์ “กระทง” จากวสั ดุ
ที่เป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มต่างๆ เช่น กา้ นกลว้ ย ดอกไม้ ใบไม้ ใหเ้ ป็นรูปทรงคลา้ ยดอกบวั บาน แต่ปัจจุบนั
มีการประดิษฐ์กระทงหลายรูปแบบมาก โดยส่วนใหญ่จะเนน้ รูปทรงที่สวยงาม เมื่อประดิษฐ์กระทงเสร็จ
แลว้ ก็จะทาการปักธูป เทียน ชาวบา้ นบางแห่งจะนิยมตดั เล็บ ตดั ผม หรือใส่เงินลงไปในกระทงแลว้ นาไป
ลอยในแหลง่ น้า (ในบริเวณพ้ืนที่ติดทะเล กน็ ิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเลดว้ ยเช่นกนั ) เชื่อวา่ การทาแบบน้ี
จะเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากน้ียงั มีความเช่ือวา่ การลอยกระทง เป็นการบูชาพร้อมท้งั ขอขมา
พระแม่คงคาอีกดว้ ย
๕
ประเพณที อดกฐิน
ประเพณีทอดกฐินจะทาในช่วงวนั แรม ๑ ค่า เดือน เกี๋ยงเหนือหรือเดือนตุลาคม ถึงวนั ข้ึน ๑๕ ค่า
เดือนยเี่ หนือ หรือเดือนพฤศจิกายน สมยั โบราณชาวลา้ นนาไม่นิยมทอดกฐินเนื่องจากวา่ จะตอ้ งใชป้ ัจจยั
(เงิน) คอ่ นขา้ งมาก ผทู้ ี่จะถวายกฐินไดจ้ ะตอ้ งมีฐานะดีและมีความต้งั ใจจริงเม่ือผใู้ ดมีความประสงคท์ ี่จะ
ถวายกฐิน จะตอ้ งจองกฐินที่วดั และบอกชาวบา้ นใหท้ ราบโดยทว่ั กนั เมื่อถึงวนั ทอดกฐินกจ็ ะมีการแห่กฐิน
มาทอดที่วดั และในบางวดั จะมีมหรสพในตอนกลางคืนดว้ ย
๖
การละเล่นพื้นบ้าน
การละเล่นพ้ืนบา้ นของภาคกลางน้นั มีท้งั การละเล่นท้งั แบบที่ใชอ้ ปุ กรณ์เป็นตวั เช่ือม หรือเรียก
อีกอยา่ งวา่ การละเลน่ เป็นกลุม่ บา้ งกเ็ ป็นการละเล่นแบบเด่ียว แต่ส่วนมากมกั จะมีการร้องเพลงประกอบ
การละเลน่ ต่าง ๆ อาทิ หมากเกบ็ , วา่ ว, ต่ีจบั , ราตง, การเลน่ โม่ง, สะบา้ ลอ้ , เพลงเรือบก, คาทาย (โจก๊
ปริศนา), เพลงปรบไก่, กลองยาว, หลุมเมือง, เพลงเรืออยธุ ยา, การแข่งขนั ววั ลาน, เพลงปรบไก่, การทอย
สะบา้ , นางลิงลม, การเขา้ ผีนางดง้ ฯลฯ
๗
นิทานพืน้ บ้าน
นิทานพ้ืนบา้ น ถือวา่ เป็นมรดกทางวฒั นธรรมที่เล่าสืบทอดต่อกนั มา สาหรับประเทศไทยกม็ ีนิทาน
พ้ืนบา้ นหลายต่อหลายเรื่องเลยทีเดียว ซ่ึงนิทานพ้ืนบา้ นของประเทศไทยน้นั มีโครงเรื่องง่ายๆไม่ซับซ้อน
มีวิธีการเล่าแบบตรงไปตรงมา และแน่นอนนิทานทุกเร่ืองจะแฝงไปดว้ ยคติธรรมสอนใจ ใหข้ อ้ คิดดี เพ่ือให้
เด็ก ๆ ไดน้ าไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาวนั วนั น้ีขอหยบิ ยกนิทานพ้ืนบา้ นของภาคกลางมาเล่าใหฟ้ ัง ขอบอก
เลยครับวา่ แต่ละเร่ืองน้นั สนุกๆไดข้ อ้ คิดดีๆท้งั น้นั เลยครับ
นิทานพืน้ บ้านภาคกลาง เร่ือง ไกรทอง (จ.พจิ ติ ร)
กาลคร้ังหน่ึง มีถ้าแกว้ วิเศษเป็ นที่อยู่ของจระเข(้ ใต)้ ในถ้ามีลูกแกว้ วิเศษที่ส่องแสงดุจเวลากลางวนั
จระเขท้ ุกตวั ที่เขา้ มาในถ้าจะกลายเป็นมนุษย์ มีทา้ วราไพ เป็นจระเขเ้ ฒ่าผทู้ รงศีล ไม่กินเน้ือมนุษยแ์ ละสตั ว์ มี
บุตรช่ือ ทา้ วโคจร ซ่ึงนิสัยแตกต่างจากพ่อโดยสิ้นเชิง ทา้ วโคจรมีบุตรชื่อ ชาละวนั วนั หน่ึง ทา้ วโคจร เกิด
ทะเลาะวิวาทกบั ทา้ วแสนตาและพญาพนั วงั (เหนือ) ทา้ วโคจรโกรธที่ทา้ วแสนตาฆ่าลูกนอ้ งของตนจึงเขา้ มา
ขอทา้ สู้ แต่ทา้ วแสนตาก็ไม่อาจสู้กาลงั ของทา้ วโคจรได้ พญาพนั วงั โมโหท่ีทา้ วโคจรฆ่าพ่ีชายของตนจึง
ข้ึนมาสูก้ บั ทา้ วโคจร สุดทา้ ยท้งั สามกจ็ บชีวิตลงจากบาดแผลท่ีเกิดจากการสู้รบกนั
หลงั จากน้นั พญาชาละวนั บุตรของทา้ วโคจร ก็ไดข้ ้ึนเป็ นผูป้ กครองถ้าบาดาลโดยไม่มีใครกลา้ ทา้
ทายอานาจ และไดจ้ ระเขส้ าวสองตวั เป็ นเมียคือ วิมาลา กบั เลื่อมลายวรรณ ดว้ ยความลุ่มหลงในอานาจ
ชาละวนั จึงมีนิสัยดุร้ายตอ้ งการกินเน้ือมนุษย์ และไม่รักษาศีลเหมือนทา้ วราไพผเู้ ป็นป่ ูแต่อยา่ งใด เพราะถือ
วา่ ตนเป็นผปู้ กครองถ้า มีอานาจอยากจะทาอะไรกไ็ ด้
ณ เมืองพิจิตร มีเหตุการณ์จระเขอ้ าละวาดออกมากินคนท่ีอยใู่ กลค้ ลอง วนั หน่ึง พ่ีนอ้ งคู่หน่ึง ช่ือนาง
ตะเภาแกว้ ผพู้ ่ี และนางตะเภาทอง ผนู้ อ้ ง ท้งั สองเป็นธิดาของเศรษฐี อยากที่จะลงไปเล่นน้าท่ีคลอง เศรษฐี
ห้ามแต่สองพ่ีนอ้ งก็ยงั รบเร้าที่จะไปโดยบอกว่ามีพี่เล้ียงลงไปดว้ ย เศรษฐีจึงใจอ่อนยอมให้ตะเภาแกว้ และ
ตะเภาทองลงไปเล่นน้า ในเวลาน้ัน ชาละวนั ซ่ึงกลายร่างเป็ นจระเข้ยกั ษ์นิสัยอนั ธพาล ได้ออกจากถ้า
อาละวาดล่าหามนุษยเ์ ป็ นเหย่ือ สร้างความวุ่นวายไปทวั่ เมือง และไดว้ ่ายน้าผ่านมาเห็นตะเภาทองท่ีแม่น้า
แถวบา้ นท่านเศรษฐี กเ็ กิดความลุ่มหลงทนั ทีจึงคาบตะเภาทองแลว้ ดาดิ่งไปยงั ถ้าทองดว้ ยความเหิมลาพอง
เม่ือนางตะเภาทองฟ้ื นข้ึนมา กต็ กตะลึงในความสวยของถ้า และไดเ้ ห็นพญาชาละวนั ซ่ึงกลายร่างเป็น
ชายรูปงาม ชาละวนั เก้ียวพาราสีแต่นางไม่สนใจ ชาละวนั จึงใชเ้ วทมนตร์สะกดใหน้ างหลงรักและยอมเป็น
ภรรยา เมียของชาละวนั คือ วิมาลา และเล่ือมลายวรรณ เห็นก็ไม่พอใจและหึงหวงแต่ก็หา้ มสามีไม่ไดท้ ่าน
เศรษฐีเสียใจมาก จึงประกาศไปว่าใครท่ีพบศพนางตะเภาทอง และสามารถปราบจระเขต้ วั น้ีไดจ้ ะมอบ
สมบตั ิของตนเองใหค้ ร่ึงหน่ึง และจะใหแ้ ต่งงานกบั นางตะเภาแกว้ แต่ไม่วา่ จะมีผมู้ ีอาคมอาคมมาปราบ
๘
ชาละวนั กี่คน ก็จะตกเป็นเหยอื่ ใหช้ าละวนั เอาไปนง่ั กินเล่นทุกราย และแลว้ ก็ได้ ไกรทอง หนุ่มรูปหล่อจาก
เมืองนนทบุรี ซ่ึงไดร้ ่าเรียนวิชาการปราบจระเขจ้ ากอาจารยค์ ง จนมีความเก่งกลา้ ฤทธ์ิอาคมแกร่ง ไดร้ ับอาสา
มาปราบชาละวนั ก่อนพบเจอเหตุร้าย ชาละวนั ได้นอนฝันว่า มีไฟลุกไหม้และน้าท่วมทะลักเข้าถ้า
เกิดแผ่นดินไหวแปรปรวน ทนั ใดน้นั ไดป้ รากฏร่างเทวดาฟันคอชาละวนั ขาดกระเด็น จึงไดน้ าความฝันไป
บอกกล่าวกบั ป่ ูทา้ วราไพ เพราะเหตุการณ์ในความฝันเป็นลางร้าย ชาละวนั ตอ้ งจาศีลในถ้า ๗ วนั ถา้ ออกไป
นอกถ้าจะพบภยั พิบตั ิถึงชีวิต วิมาลาจึงรับส่ังให้บริวารจระเขค้ าบกอ้ นหินมาปิ ดปากถ้าเอาไว้ เพื่อไม่ให้
มนุษยเ์ ขา้ มาในถ้า รุ่งเช้าไกรทองเริ่มต้งั พิธีบวงสรวงพร้อมท่องคาถา ทาให้ชาละวนั เกิดอาการร้อนรุ่ม
วิมาลาไดแ้ ต่คอยปลอบใจใหช้ าละวนั อดทนเขา้ ไว้ แต่สุดทา้ ยชาละวนั กต็ อ้ งออกจากถ้า แปลงกายเป็นจระเข้
ข้ึนมาบนผิวน้าเพ่ือต่อสู้กบั ไกรทอง การต่อสู้ของคนกบั จระเขจ้ ึงเริ่มข้ึนไกรทองกระโดดข้ึนบนหลงั จระเข้
ชาละวนั อย่างรวดเร็วและแทงดว้ ยหอกสัตตโลหะ ทาให้อาคมของเข้ียวเพชรเสื่อม หอกอาคมไดท้ ิ่มแทง
ชาละวนั จนบาดเจ็บสาหัส และมนั ได้รีบหนีกลบั ไปท่ีถ้าทองทนั ที แต่ไกรทองก็ใช้เทียนระเบิดน้าเปิ ด
ทางน้า ตามลงไปที่ถ้าทนั ที วิมาลาและเล่ือมลายวรรณตอ้ งการของร้องใหป้ ่ ูทา้ วราไพช่วย แต่ทา้ วราไพกไ็ ม่
สามารถช่วยได้ เม่ือมาถึงถ้าไกรทองไดพ้ บกบั วิมาลา ดว้ ยความเจา้ ชูจ้ ึงเก้ียวพาราสีจนนางใจอ่อนยอมเป็นชู้
จนนางตกใจว่ิงหนีเขา้ ถ้า ไกรทองจึงตามนางไป ส่วนชาละวนั ที่นอนบาดเจ็บอยกู่ ็รีบออกมาจากที่ซ่อนตวั
และไดต้ ่อสู้กบั ไกรทองต่อในถ้า จนชาละวนั สู้ไม่ไหวในท่ีสุดก็พลาดเสียท่าถูกแทงจนสิ้นใจตายตรงน้ัน
(บางสานวนก็บอกว่า ชาละวนั ถูกหอกอาคมของไกรทองแทงกลางหลงั แลว้ ร่างก็เปลี่ยนเป็ นจระเขย้ กั ษ์
นอนตายอย่กู ลางถ้าทอง) และไกรทองก็ไดพ้ านางตะเภาทองกลบั ข้ึนมา เศรษฐีดีใจมากที่ลูกสาวยงั ไม่ตาย
จึงจดั งานแต่งงานใหไ้ กรทองกบั นางตะเภาแกว้ พร้อมมอบสมบตั ิใหค้ ร่ึงหน่ึง แถมนางตะเภาทองใหอ้ ีกคน
ใจของไกรทองกลบั นึกถึงนางวมิ าลา จึงไปหาอยกู่ ินดว้ ย โดยทาพธิ ีทาใหน้ างยงั คงเป็นมนุษยแ์ มอ้ อกนอกถ้า
ทอง นางตะเภาแกว้ และนางตะเภาทอง จบั ไดว้ า่ สามีไปมาหาสู่ นางจระเขจ้ ึงไปหาเร่ืองกบั นางในร่างมนุษย์
จนนางวิมาลาทนไม่ไหวกลบั ร่างเป็ นจระเขแ้ ละไกรทองตอ้ งออกไปห้ามไม่ให้เมียตีกนั และอาลาจาก
นางวิมาลาดว้ ยใจอาวรณ์ สุดทา้ ยไกรทองกป็ รับความเขา้ ใจไดก้ บั ท้งั สองฝ่ ายและอยอู่ ยา่ งสนั ติ
๙
ข้อคิดท่ีได้รับเกย่ี วกบั นิทานพืน้ บ้าน เร่ืองไกรทอง
: แมต้ นจะเก่งกลา้ สามารถและวเิ ศษขนาดไหน ยอ่ มมีผทู้ ี่เหนือกวา่ ดงั คาท่ีวา่ “เหนือฟ้ายงั มีฟ้า”
: คนเราตอ้ งรู้จกั ความพอดี อยา่ โลภมาก
: ไม่ควรหลายใจเพราะจะทาใหค้ รอบครัววนุ่ วาย ควรรักเดียวใจเดียว
๑๐
นิทานพืน้ บ้านภาคกลาง เร่ือง จระเข้สามพนั
นิทานพ้ืนบา้ นเร่ืองจระเขส้ ามพนั เป็นนิทานพ้ืนบา้ นอาเภออู่ทองจงั หวดั สุพรรณบุรี เรื่องมีอยวู่ า่
วนั หน่ึงสองสามีภรรยาไดเ้ ดินทางไปพบเพอ่ื นชาวประมงผเู้ ล้ียงลูกจระเขไ้ วต้ วั หน่ึง ขอซ้ือลูกจระเขจ้ าก
เพอื่ นชาวประมงผนู้ ้นั ในราคา ๓,๐๐๐ เบ้ีย เมื่อจ่ายเงินกนั เป็นที่เรียบร้อยแลว้ สองสามีภรรยากน็ าลูกจระเข้
ดงั กลา่ วไปเล้ียงไวใ้ นบ่อขดุ ขา้ งบา้ นของตน ต่อมาจระเขน้ ้ีกเ็ จริญเติบโตข้ึนทุกวนั จนสองสามีภรรยา
ไม่สามารถจะหาอาหารมาใหจ้ ระเขก้ ินได้ จึงตดั สินใจปล่อยจระเขล้ งไปหากินที่ในแม่น้าหนา้ บา้ น
จระเขต้ วั น้นั เม่ือไปหาอาหารกินจนอิ่มหนาสาราญแลว้ กจ็ ะกลบั มานอนอยใู่ ตส้ ะพานท่าน้าของสองสามี
ภรรยาเป็นประจา ต่อมาจระเขต้ วั น้นั กเ็ ติบโตข้ึนทุกวนั จนสามารถกินคนได้ แต่สามีภรรยาคู่น้นั กห็ าอาหาร
มาเพิม่ เติมใหก้ ินอยเู่ สมอ ขณะที่จระเขต้ วั น้นั กาลงั นอนอยใู่ ตส้ ะพานท่าน้าอาจจะเป็นดว้ ยมนั หิวอาหารหรือ
อยากลิ้มรสเน้ือมนุษยข์ ้ึนมา พอชายสามีเดินลงมาท่าน้า เจา้ จระเขก้ ค็ าบเอาชายผเู้ คยเล้ียงมนั มาลงไปกินเสีย
ในน้า ฝ่ ายภรรยาเห็นเหตกุ ารณ์เช่นน้นั กไ็ ม่สามารถช่วยเหลือสามีได้ นางเสียใจและโกรธจระเขต้ วั น้นั มาก
ถึงกบั ร้องออกไปวา่ “เมื่อกินผวั ของขา้ แลว้ กจ็ งมากินขา้ ผเู้ ป็นเมียเสียดว้ ยซิ จะไดต้ ายไปดว้ ยกนั ” นางยงั ด่า
จระเขอ้ ยไู่ ม่ขาดปาก ในท่ีสุดกถ็ ูกจระเขค้ าบเอาไปกินเสียอีกคนหน่ึง ต่อมาชาวบา้ นในแถบน้นั ทราบเร่ืองท่ี
จระเขส้ งั หารสองสามีภรรยาผหู้ าเล้ียงมนั มาต้งั แต่เลก็ ๆ จึงเรียกจระเขต้ วั น้นั วา่ “จระเขส้ ามพนั ” ซ่ึงหมายถึง
ราคาท่ีสามีภรรยาซ้ือมาจากเพื่อนชาวประมงเป็นมูลค่า ๓,๐๐๐ เบ้ีย และแม่น้าที่จระเขต้ วั น้นั อาศยั อยู่
ชาวบา้ นเลยเรียกช่ือวา่ “แม่น้าจระเขส้ ามพนั ” อยจู่ นกระทงั่ ปัจจุบนั น้ี
๑๑
ข้อคิดทีไ่ ด้รับจากนิทานพืน้ บ้าน เรื่อง จระเข้สามพนั
: ทาคุณบูชาโทษ โปรดสตั วไ์ ดป้ าบ
: จะช่วยเหลือใคร ตอ้ งคิดใหด้ ีก่อน วา่ สิ่งที่ทาจะเป็นโทษกบั เราในภายหลงั หรือไม่
๑๒
นิทานพืน้ บ้านภาคกลาง เรื่องพกิ ลุ ทอง
กาลคร้ังหน่ึงนานมาแล้วมีหญิงสาวสวย คนหน่ึงช่ือว่า “พิกุล” กล่าวกันว่าเธอมีความสวยท้งั
หนา้ ตาและ กิริยามรรยาท มารดาของเธอตายต้งั แต่เธอยงั เล็กมาก ดงั น้นั เธอจึงไดร้ ับการเล้ียงดูจากแม่เล้ียง
ซ่ึงเธอเองกม็ ีลูกสาวคนหน่ึง ชื่อวา่ “มะลิ” แต่กโ็ ชคร้ายที่วา่ ท้งั แม่เล้ียงและลูกสาวของเธอน้นั เป็นคนใจร้าย
ท้งั คูจ่ ะบงั คบั ใหพ้ ิกลุ ทางานหนกั ทุกวนั
อยู่มาวนั หน่ึง หลงั จากตาข้าวเสร็จแล้วพิกุลก็ออกไปตักน้าที่ลาธารซ่ึงอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก
ในขณะเดินทางกลบั ทนั ใดน้นั ก็มีหญิงชราคนหน่ึงปรากฏอยเู่ บ้ืองหนา้ ของพิกลุ และขอน้าเธอดื่ม พิกุลดีใจ
มากที่ไดช้ ่วยหญิงชราคนน้นั เธอเอาน้าใหห้ ญิงชราและบอกใหเ้ ธอเอาน้าไปอีกเพ่ือจะไดล้ า้ งหนา้ และลา้ ง
ตวั ใหส้ ดช่ืน พิกลุ บอกหญิงชราวา่ ไมต้ อ้ งห่วงเพราะถา้ น้าไม่พอเธอจะไปตกั มาอีก หญิงชรายมิ้ และกล่าววา่
“เธอนี่นอกจากจะสวยแลว้ ยงั ใจดีอีกถึงแมว้ า่ ฉนั จะดูยากจน และมอมแมมเธอกป็ ฏิบตั ิกบั ฉนั เป็นอยา่ งดี”
หลงั จากกล่าวช่ืนชมพิกลุ แลว้ หญิงชราก็ใหพ้ รวิเศษกบั เธอ และดว้ ยอานาจของพรวิเศษน้ีจะทาใหด้ อกพิกุล
ทองคาร่วงออกมาจากปากของเธอ เมื่อใดก็ตามที่เธอรู้สึกสงสารใคร หลงั จากหญิงชราใหพ้ รวิเศษแก่พิกลุ
แลว้ ก็หายวบั ไปต่อหนา้ ต่อตาของเธอ พิกุลก็รู้ทนั ทีว่าแทท้ ี่จริงแลว้ หญิงผูน้ ้นั เป็นนางฟ้าจาแลงมาให้พร
วิเศษแก่ตน ทนั ทีท่ีกลบั ถึงบา้ นช้า เธอก็ถูกแม่เล้ียงดุด่าว่าไปเถลไถลเพ่ือหนีงาน ดงั น้ันพิกุลจึงเล่าเร่ือง
ท้งั หมดให้ผูเ้ ป็ นแม่เล้ียงฟังพร้อมกบั เกิดความรู้สึกสงสารใจ ขณะเล่าจึงทาใหด้ อกพิกุลทองคาร่วงออกมา
จากปากของเธอดว้ ย แม่เล้ียงจอมละโมบก็เปล่ียนอารมณ์จากโกรธเป็ นละโมบในทนั ทีพร้อมกบั ตะครุบ
ดอกพิกลุ ทองท้งั หมดไวใ้ นขณะที่ปากกส็ ง่ั ใหพ้ ิกลุ พดู ต่อไปเรื่อย ๆ เพอ่ื สนองความละโมบของเธอนนั่ เอง
นบั จากวนั น้นั เป็นตน้ มา แม่เล้ียงของพิกุลก็เก็บรวบรวมดอกพิกุลทองคาไวใ้ หม้ ากท่ีสุดเท่าที่จะทา
ได้ เพื่อนาไปขายและไดเ้ งินมามากมาย ชีวิตทุกคนตอนน้ีก็มีความเป็ นอยู่ท่ีดีข้ึน พิกุลเองก็ไม่ตอ้ งทางาน
หนกั เหมือนแต่ก่อน แต่กถ็ ูกบงั คบั ใหพ้ ูดท้งั วนั เพ่ือใหด้ อกพิกลุ ทองคาออกมาจากปากของเธอมากๆ นนั่ เอง
พิกุลทองอ่อนลา้ ไปกบั การตอบสนองความละโมบของแม่เล้ียง ตอนน้ีพิกุลเองเกิดเจ็บคอและกลายเป็นคน
เสียงแหบเสียงแห้งไปเลย เธอพูดไม่ไดไ้ ประยะหน่ึง อาการเช่นน้ีทาใหแ้ ม่เล้ียงโมโหมากข้ึนจนถึงข้นั ตบตี
พิกลุ เพอ่ื พยายามยงั คบั ใหเ้ ธอพดู แต่พิกลุ กพ็ ดู ไม่ไดแ้ มแ้ ต่คาเดียว
เพื่อตอบสนองความละโมบของตน ตัวแม่เล้ียงเองจึงตดั สินใจส่งลูกสาวของตนนามวา่ มะลิไปทาตามอยา่ ง
พิกุลบา้ ง มะลิถูกส่งไปยงั สถานที่เดียวกบั ท่ีพิกุลบอกไวแ้ ต่ว่าแทนที่จะไดพ้ บกบั หญิง ชราก็กลบั เป็ น พบ
หญิงสาวสวยสวมเส้ือผา้ งดงามยืนอยใู่ ตร้ ่มใหญ่ หญิงสาวผูน้ ้นั ขอน้ามะลิดื่มแต่ดว้ ยความริษยามะลิแสดง
อาการโกรธและคิดวา่ หญิงผนู้ ้นั ไม่ใช่นางฟ้า เธอจึงปฏิเสธและใชว้ าจาหยาบคายด่าทอนางฟ้าจาแลง ดงั น้นั
นางฟ้าจึงสาปแช่งมะลิว่า เมื่อใดก็ตามท่ีเธอโกรธและพูดออกมาแลว้ ไซร้ ก็จะมีหนอนร่วงออกมาจากปาก
ของเธอ เม่ือกลบั มาถึงบา้ นมะลิกเ็ ล่าเร่ืองท้งั หมดใหผ้ เู้ ป็นแม่ฟังและดว้ ยความโกรธ ในขณะ เล่าเร่ืองน้นั กท็ า
ให้บา้ นท้งั หลงั เต็มไปดว้ ยตวั หนอน ผูเ้ ป็ นแม่คิดว่าพิกุลอิจฉาลูกสาวของตน จึงแกลง้ บิดเบือนเร่ืองที่เล่า
จึงเป็นเหตุใหล้ ูกสาวของตนไม่ไดพ้ บกบั หญิงชราแม่เล้ียงจึงทุบตีพิกลุ และไล่เธอออกจากบา้ นไปดว้ ยความ
๑๓
เสียใจอย่างสุดซ้ึงพิกุลจึงท่องเท่ียวไปในป่ า แต่เพียงลาพงั โชคดีท่ีว่าเธอเดินไปในทิศทางท่ี เจา้ ชายหนุ่ม
กาลงั เพลิดเพลินอยู่กบั การข่ีมา้ ประพาสป่ ากับขา้ ราชบริพารผ่าน มาพอดีเม่ือทอดพระเนตรเห็นสาวนั่ง
ร้องไห้อยู่ทรงถามเรื่องราวความเป็ นมาท้งั หมด ทนั ทีท่ีพูดจบท่ีบริเวณน้ันก็เต็มไปดว้ ยดอกพิกุลทองคา
เจา้ ชายดีพระทยั ย่ิงนัก จึงขอนางอภิเษกสมรสดว้ ยและหลงั จากการอภิเษกสมรสท้งั สองพระองคก์ ็ไดข้ ้ึน
ครองราชยแ์ ละปกครองเมืองของพระองคด์ ว้ ยความร่มเยน็ เป็นสุขตลอดมา
ข้อคดิ ที่ได้จากนิทานพืน้ บ้าน เรื่อง พกิ ลุ ทอง
: จากเคา้ เรื่องนิทานน้ีจึงเป็นตน้ กาเนิดของสานวนไทยเปรียบเปรยคนที่ไม่คอ่ ยพดู หรือมกั พดู อบุ อิบอยแู่ ต่ใน
ปากวา่ “กลวั ดอกพิกลุ จะร่วง”
: “การคิดดีทาดี ยอ่ มไดร้ ับส่ิงท่ีดีตอบสนองเสมอ” อยา่ งเช่น พกิ ลุ
๑๔
บรรณานุกรม
วิกิพเี ดีย สารานุกรมเสรี. (๒๐๒๒). ไกรทอง. (ออนไลน์).แหลง่ ท่ีมา: https://th.wikipedia.org/w
/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87
&oldid=9851265. (วนั ท่ีคน้ ขอ้ มูล : ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕).
นิรนาม. จระเข้สามพนั . (ออนไลน)์ . แหลง่ ที่มา:https://sites.google.com › site › reuxng-crakhe-sam-phan.
(วนั ที่คน้ ขอ้ มูล : ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕).
นิรนาม. (๒๕๕๙). พกิ ลุ ทอง. (ออนไลน)์ . แหลง่ ท่ีมา: https://nitanstory.com
(วนั ที่คน้ ขอ้ มูล : ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕).