โครงงานภาษาไทย การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e – book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ชื่อหนังสือ “ลิลิตพระลอ” ผู้จัดทำ ๑. นายแอนดี้ วงศ์อิสรานุรักษ์ ม.๔/๑๕ เลขที่๑๐ ๒. นายรชานนท์ แก้วเขียว ม.๔/๑๕ เลขที่๑๕ ๓. นางสาวศุกลภัทร พิมพ์หล่อ ม.๔/๑๕ เลขที่๓๑ ๔. นางสาวกนกวรรณ ตัณฑชน ม.๔/๑๕ เลขที่๓๖ ๕. นางสาวภัทรชนก อมรไชย ม.๔/๑๕ เลขที่๓๗ ๖. น.ส.นันท์นิชา อารีพงษ์ ม.๔/๑๕ เลขที่๔๒ ครูที่ปรึกษาโครงงาน ครูสุธินรัตน์ พานอ่อน โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี รายงานนี้เป็นส่วนประกอบโครงงานวิชา ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน - ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๕
ก หัวข้อโครงงาน ลิลิตพระลอ ผู้จัดทำ ๑. นายแอนดี้ วงศ์อิสรานุรักษ์ ม.๔/๑๕ เลขที่๑๐ ๒. นายรชานนท์ แก้วเขียว ม.๔/๑๕ เลขที่๑๕ ๓. นางสาวศุกลภัทร พิมพ์หล่อ ม.๔/๑๕ เลขที่๓๑ ๔. นางสาวกนกวรรณ ตัณฑชน ม.๔/๑๕ เลขที่๓๖ ๕. นางสาวภัทรชนก อมรไชย ม.๔/๑๕ เลขที่๓๗ ๖. นางสาวนันท์นิชา อารีพงษ์ ม.๔/๑๕ เลขที่๔๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ครูที่ปรึกษาโครงงาน ครูสุธินรัตน์ พานอ่อน โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ บทคัดย่อ การศึกษา การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e – book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ชื่อหนังสือ “ลิลิต พระลอ” มีจุดประสงค์ในการศึกษา คือ จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e - book ) ประกอบการเรียนเรื่อง วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น เพื่อนำเสนอข้อมูลและเผยแพร่เกี่ยวกับลิลิตพระลอ โดยนำเสนอผ่านหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสวยงาม น่าอ่าน เชิญชวนให้ผู้คนสนใจเข้ามาศึกษา โดยมีการตั้งเป้าหมายการ ประเมินว่าจะต้องได้รับการประเมินในระดับ ดี - ดีมาก วิธีการศึกษา การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e – book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ชื่อหนังสือ “ลิลิตพระลอ” ได้แก่ ๑. ศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาวรรณคดี การจำทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และโปรแกรมในการจัดทำ ๒. ออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ๓. จัดพิมพ์ และออกแบบภาพประกอบ ๔. สร้างช่องทางในการอ่าน ผลการศึกษาพบว่า ลิลิตพระลอ เป็นวรรณคดีสมัย อยุธยาตอนต้น ไม่ทราบปีแต่ง และผู้แต่ง ลักษณะคำประพันธ์เป็นโคลงและร่าย สล้บกันไป มีจำนวนกว่า ๖๐๐ บท เป็นลิลิตโศกนาฏกรรมความรัก ที่แต่งขึ้นอย่างประณีตงดงาม มีความไพเราะของถ้อยคำ และเต็ม ไปด้วยสุนทรียศาสตร์ พรรณนาเรื่องด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ใช้กวีโวหารอย่างยอดเยี่ยม ในการบรรยาย เนื้อเรื่อง ที่มีฉากอย่างมากมาย หลากหลายอารมณ์ โดยมีแก่นเรื่องแบบรักโศก หรือโศกนาฏกรรม แฝงแง่ คิดถึงสัจธรรมของชีวิต และแผงด้วยข้อคิดต่าง ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยมี วัตถุประสงค์จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ประกอบการเรียนเรื่อง วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น
ข คำนำ โครงงานภาษาไทย เรื่อง การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดี ไทย ชื่อหนังสือ ลิลิตพระลอ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาหาความรู้และข้อคิดที่ได้จากเรื่องลิลิตพระลอ ซึ่ง ถ่ายทอดมาจากชีวิตจริงอย่างเห็นได้ชัดเจน วรรณคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ความโศกเศร้า จน กลายเป็นโศกนาฏกรรม อันเป็นเนื้อเรื่องของวรรณคดี ลิลิตพระลอเป็นวรรณคดีที่ทรงคุณค่าของไทยเพราะ ประพันธ์ด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ จุดเด่นคือ พรรณนาอารมณ์ความรู้สึกที่ ลึกซึ้ง วรรณคดีเรื่องนี้ได้รับยกย่อง จากวรรณคดีสโมสรเมื่อพ.ศ.2459 ให้เป็นยอดแห่งลิลิต คณะผู้จัดทำจึงได้ทำการศึกษา เรื่องลิลิตพระลอขึ้น เพื่อทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย และเผยแพร่ต่อไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่ต้องการศึกษา ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับลิลิตพระลอ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงงานนี้จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับผู้สนใจศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับลิลิตพระลอ และได้รับความรู้จากโครงงานนี้ ตามสมควร หากมีข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำ ขอน้อมรับความผิดไว้ ณ ที่นี้ คณะผู้จัดทํา
ค กิตติกรรมประกาศ โครงงานเล่มนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาและช่วยเหลือ จาก คุณครูสุธินรัตน์ พานอ่อน อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ที่ได้ให้คำเสนอแนะแนวคิด ให้ความช่วยเหลือ และช่วยปรับแก้ไขจุดบกพร่องของ โครงงานนี้มาโดยตลอด จนโครงงานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ ขอขอบคุณนักเรียนโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑๕ ทุกคนที่ให้ความร่วมมือ และคอยช่วยเหลือจนโครงงานเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณคณะผู้จัดทำทุกคน ที่ได้รับผิดชอบและร่วมมือร่วมใจแนะนำ และเสนอแนะ จนทำ โครงงานเล่มนี้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ และท้ายที่สุดนี้ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาของผู้ ที่มีความสนใจ และหากมีข้อผิดพลาดในประการใด คณะผู้จัดทำ ขออภัยไว้ ณ ที่นี้
ง สารบัญ หน้า บทคัดย่อ…………………………………………………………………………………………...............................................................…. ก คำนำ................................................................................................................................................... ข กิตติกรรมประกาศ……………………………………………………………….....................................................……….......……… ค สารบัญ……………………………………………………………………………………….............................................................…………. ง บทที่ ๑ บทนำ................................................................................................................................. ๑ ที่มาและความสำคัญของโครงงาน.................................................................................... วัตถุประสงค์...................................................................................................................... สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า....................................................................................... ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า.......................................................................................... บทที่ ๒ การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง............................................................................................... บทที่ ๓ อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้จัดทำ.................................................................................................. ขั้นตอนการจัดทำ............................................................................................................... บทที่ ๔ ผลการจัดทำและอภิปรายผล............................................................................................. บทที่ ๕ สรุปผลการจัดทำ................................................................................................................ ประโยชน์ที่ได้รับ................................................................................................................
บทที่ ๑ บทนำ ที่มาและความสำคัญของโครงงาน การศึกษาวิชาภาษาไทยมีประโยชน์ช่วยพัฒนาทักษะสื่อสารในชีวิตประจำ ภาษาไทยเป็นเครื่องมือ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การศึกษา รวมถึงการทำงาน หลักสูตรสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม กำหนดมาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ กำหนดสาระการเรียนรู้เรื่อง วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม สภาพ สังคม และเหตุการณ์บ้านเมือง ควบคู่กันไปกับวิวัฒนาการของวรรณคดีในสมัยอยุธยาตอนต้น อีกทั้งช่วย เพิ่มความเข้าใจและความซาบซึ้งในคุณค่าของวรรณคดี กลุ่มข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ศึกษาค้นคว้าเรื่อง ลิลิตพระลอ ซึ่งได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่าควร นำเสนอในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) เพราะสามารถอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างสรรค์หนังสือที่มีสีสัน ภาพ เสียง ที่น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อหน่ายได้และยังมี ประโยชน์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านวรรณคดีได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ได้ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม รู้จักการประสานงานร่วมกันที่ดี ฝึกทักษะการใช้ภาษา หรือการใช้ คำในการแต่งเรื่อง รวมถึงฝึกทักษะการเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์ ๑. จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ประกอบการเรียนเรื่อง วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น ๒. เชิญชวนผู้สนใจอ่าน อย่างน้อย ๒๐ คน ๓. ผู้อ่านมีความพึงพอใจต่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ที่จัดทำขื้น อยู่ในระดับดี – ดีมาก สมมุติฐานของการศึกษา หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย มีความสวยงาม เนื้อหาสาระดี สนุกสนาน น่าสนใจ ช่วยการเรียนรู้เรื่อง วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า ๑. เนื้อหาของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น เรื่องลิลิตพระลอ ๒. ระยะเวลาจัดทำ ตั้งแต่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ - ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ เชิญชวนผู้สนใจอ่านและสรุปรายงานผลการจัดทำโครงงาน พฤศจิกายน - ธันวาคม ๒๕๖๕ นำเสนอโครงงานภาษาไทยในชั้นเรียน ธันวาคม ๒๕๖๕
บทที่ ๒ การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดทำหนังสือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ชื่อหนังสือ ลิลิตพระลอ ในการดำเนินการจัดทำ กลุ่มข้าพเจ้าได้ศึกษาหาความรู้ ดังนี้ ๑. ศึกษาวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น เรื่องลิลิตพระลอ ๒. ศึกษาเรื่อง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ๓. ศึกษาเรื่อง โปรแกรมที่ใช้จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) โปรแกรม words ๑.วรรณคดีสมัยตอนต้นอยุธยา เรื่องลิลิตพระลอ ประวัติ ลิลิตพระลอ เป็นนิยายท้องถิ่นของไทยภาคเหนือ เข้าใจกันว่าเป็นเรื่องจริง ในหลักฐานพงศาวดาร กล่าวว่า พระลอเป็นคนสมัยเดียวกับท้าวฮุ่ง จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๑๖๑๖-๑๖๙๓ และยังสันนิษฐานกันว่า เมืองสรองคงจะเป็นตอนเหนือของอำเภอร้องกวาง จังหวัด แพร่ ส่วนเมืองสรวงคงจะเป็นเขตอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ลิลิตพระลอ เป็นวรรณคดีสำคัญอีกเรื่องหนึ่งของไทย วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดวรรณคดีประเภท ลิลิต ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่งและแต่งเมื่อใด มีผู้สนใจศึกษาค้นคว้าหาหลักฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและ ระยะเวลาใน การแต่งแต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าแต่งในสมัยใด ระหว่างสมัยสมเด็จพระบรมไตร โลกนาถ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ หรือสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ลักษณะคำประพันธ์ เป็นคำประพันธ์ประเภทลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพเป็นส่วนใหญ่ บางโคลงมี ลักษณะคล้ายโคลงดั้นและโคลงโบราณ และร่ายบางบทเป็นร่ายโบราณและร่ายดั้น ความมุ่งหมาย แต่งถวาย พระเจ้าแผ่นดิน เพื่อให้เป็นที่สำราญหฤทัย เนื้อหา เนื่องจากเมืองเหนือสองเมืองเป็นศัตรูคู่อริไม่ถูกกัน กษัตริย์เมืองสรวงพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระลอ พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระสิริวรกายงดงามหล่อเหลายิ่ง จนเป็นที่ปรากฏของหญิงทั้งหลายและ ยังมีเมืองอีกเมืองหนึ่ง ชื่อว่า เมืองสรอง เมืองนี้ปกครองโดยกษัตริย์พิชัยพิษณุกร กษัตริย์พิชัยพิษณุกรมีพระ ราชธิดาอยู่ 2 พระองค์ พระองค์พี่พระนามว่า พระเพื่อน พระองค์น้องพระนามว่า พระแพงพระราชธิดาทั้ง สองพระองค์ทรงต้องพระทัยในพระลอยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเห็น นางรื่นกับนางโรยสองพระพี่เลี้ยง รู้ความ จริงด้วยความสงสารจึงทูลอาสาเข้าช่วยเหลือ ให้สมกับพระประสงค์ พระพี่เลี้ยงของนางทั้งสองไม่รอช้า ส่ง
คนขับซอของราชสำนัก เข้าไปสืบความที่เมืองแมนสรวงทันที คนขับซื้อของเวียงสรอง ได้มีโอกาสเข้าเฝ้า พระลอ และได้ขับซอชมโฉมพระเพื่อนพระแพง ให้พระลอฟังทำให้พระลออยากจะเห็นนางทั้งสองเช่นกัน คนขับซอได้เดินทางกลับมาเฝ้าพระเพื่อนพระแพง พร้อมกับขับซอชมโฉมของพระลอให้พระนางทั้งสองฟัง เช่นกัน เมื่อนางทั้งสองได้ฟังถึงกับตกหลุมรักในทันที สั่งให้พระพี่เลี้ยงทั้งสองเดินทางไปหาปู่เจ้าสมิงพราย เพื่อทำพิธีให้นางทั้งสองได้สมปรารถนากับพระลอนางพี่เลี้ยงทั้งสอง เดินทางไปพบปู่เจ้าสมิงพรายเพื่อทำ เสน่ห์ ปู่เจ้าฯ นั้นมีญานวิเศษทราบว่าทั้งสามคนนั้นมีกรรมร่วมกัน มาแต่ชาติปางก่อนจึงตกลงทำพิธีให้ คืน นั้นระหว่างปู่เจ้าฯทำพิธีพระลอก็ทรงพระสุบินว่า มีเจ้าหญิงเลอโฉมสองนางมานอนเคียงข้างตื่นเข้ามาก็คุ้ม คลั่งอยากจะออกไปตามหานางทั้งสอง แม่ของพระองค์ได้เตือนสติว่าพระองค์มีมเหสีอยู่แล้ว ก่อนออก เดินทางพระลอเสด็จไปลาพระนางลักษณาวดี พระชายา พระนางคลี่พระเกศาเช็ดพระบาทพระลอเป็นการ อำลา ในที่สุดพระองค์ก็ออกเดินทางพร้อมพี่เลี้ยงสองนาย นายแก้วและนายขวัญระหว่างเดินทางพระองค์มา หยุดพักที่ริมแม่น้ำสรอง ในครั้งนั้นได้สติยั้งคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นไม่ถูกแต่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ ยังคงตั้งหน้าตั้ง ตาจะเดินทางต่อโดยระหว่างนั้น ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากจะไม่เหลือชีวิตรอดกลับไปเมืองแมนสรวงขอให้น้ำ ในแม่น้ำกลายเป็นน้ำวน ก็ปรากฏว่าหลังสิ้นคำอธิษฐานน้ำกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง พระองค์ทราบทันทีว่า จะต้องจบชีวิตลงที่เมืองนี้แน่นอน แต่ก็ยังดันทุรังที่จะไปด้วยอารมณ์ที่เหนือเหตุผลเมื่อปู่เจ้าฯทราบด้วยญาน ทิพย์ว่า พระลอเดินทางมาถึงเมืองสรองแล้ว จึงได้ปล่อยไก่ฟ้าไปล่อพระลอให้ตามมาจนถึงอุทยานหลวงเมื่อ เสด็จมาถึงอุทยานหลวงนางพี่เลี้ยงทั้งสองทูลเชิญพระลอ พักที่ตำหนักสวนเป็นการชั่วคราวพระเพื่อนพระ แพงตัดพ้อนางพี่เลี้ยงทั้งสอง ที่ไม่ยอมพาไปพบกับพระลอ ในที่สุดนางพี่เลี้ยงก็พาพระเพื่อนพระแพงเสด็จชม สวน เวลาผ่านไป 15 วัน พระบิดาของเจ้าหญิงทั้งสองทรงทราบ ก็โกรธมากแต่พระลอได้กล่าวคำขอโทษ และให้สัญญาว่า เมืองทั้งสองจะเจริญสัมพันธไมตรีเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เสด็จพ่อจึงตกลงจะทำพิธีแต่งงานให้ แต่เมื่อความทราบถึงเจ้าย่า ความแค้นที่พระสวามี หรือเสด็จปู่ของพระเพื่อนพระแพงเคยโดนพระบิดาของ พระลอฆ่าตาย นั้นทำให้เจ้าย่าส่งทหารมาสังหารพระลอ ด้วยความรักทำให้พระเพื่อนและพระแพงใช้ตัวบัง ลูกศรของเหล่าทหารจนเสียชีวิต ตัวพระลอเองก็ต้องศรเช่นเดียวกัน ทั้งสามคนนอนตายก่ายเกยกันอยู่บน เตียงนอนนั้นเอง ส่วนเจ้าย่าก็โดนเสด็จพ่อของนางประหารชีวิต ในพิธีศพพระนางลักษณาวดีพระมเหสีที่ถูกต้องตามกฎหมายของพระลอ เสด็จมาร่วมพิธีพระนางทรง กรรแสงด้วยความเสียใจ เสร็จงานอัฐิธาตุของทั้งสามถูกแบ่งเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งบรรจุไว้ที่เมืองสรอง ส่วน อีกส่วนพระนางลักษณาวดีได้นำกลับไปเมืองแมนสรวง บทวิเคราะห์วรรณคดี ๑. ด้านเนื้อหาลิลิตพระลอ เป็นวรรณคดีที่แสดงถึงปรัชญาสะท้อนวิถีชีวิต ซึ่งมีลักษณะเด่น แสดงออกถึง ความมีอำนาจ ความมีฤทธิ์ ความรัก ความหลง ความกตัญญู ความจงรักภักดี ความพยาบาท ผูกอาฆาต ความเศร้าโศก และความตาย อันเป็นกฎอนิจจัง โดยเนื้อหาของลิลิตพระลอ มีคุณค่าเป็นอย่างมากในเชิงคำ สอนต่าง ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น เมื่อวิเคราะห์ถึงแก่นของเนื้อหาที่เป็นคำสอนทาง พระพุทธศาสนาเกี่ยวกับ " ความพยาบาท " โดยใช้อารมณ์และความพยาบาทเหนือเหตุผล โดยกวีเลือกใช้ เจ้าย่าของพระเพื่อน พระแพง ที่มีความแค้นพยาบาทต่อพระลอ เพราะบิดาของพระลอได้ไปปลงพระชนม์
เจ้าปู่ของพระเพื่อน พระแพง เจ้าย่าจึงสั่งให้ทหารฆ่าพระลอเสีย ด้วยเหตุความพยาบาทอาฆาตของเจ้าย่านี้ ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมความรักที่ไม่มีใครอยากให้เกิด คือ พระลอ พระเพื่อน และพระแพง ได้เสียชีวิตพร้อม กันถึง 3 คน ดังบทประพันธ์ที่ว่า " ข่าวขจรไปถึงย่า ย่าไปว่าไปวอน อ้าภูธรธิบดี ลูกไพรีใจกาจ ฆ่าพระราช บิดา แล้วลอบมาดูถูก ประมาทลูกหลานเรา จะให้เอาจงได้ อย่าไว้ช้าดัสกร เราจะให้ฟอนให้ฟัน เราจะให้บั่น ให้แล่ ทุกกระแบ่จงหนำใจ วอนเท่าใดก็ดี "จะเห็นได้ว่าเจ้าย่า มีความโกรธและอาฆาตพระลอ เป็นอย่างมาก ถึงขนาดต้องสั่งให้ทหารตามฆ่าพระลอ ทั้งนี้เพราะเจ้าย่าใช้อารมณ์เหนือเหตุผล นำความโกรธเป็นที่ตั้ง จน เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น โดยกวีได้ชี้ให้เห็นถึงผลของการกระทำที่เกิดจากความพยายามอาฆาตแค้น จนเกิด โศกนาฏกรรมตามมา ๒. ด้านวรรณศิลป์ ๒.๑ การใช้ถ้อยคำ ลิลิตพระลอ ผู้ประพันธ์มีความสามารถในการเลือกใช้คำที่สื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึกได้อย่างงดงาม เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและฐานะตัวละคร ดังเช่นบทประพันธ์ที่ว่า " เจ็บรักเจ็บจาก ช้ำ เจ็บเยียว ยากนา เจ็บใคร่คืนหลังเหลียว สู่หย้าว เจ็บเพราะลูกมาเดียว แดนท่าน เจ็บเร่งเจ็บองค์ท้าว ธิ ราชร้อนใจถึง ลูกฤๅ ฯ " จากบทประพันธ์ มีการกล่าวย้ำคำว่า "เจ็บ" ของพระลอ ที่แสดงถึงความเจ็บและ ความเดียวดายที่ได้ห่างจากเมืองและครอบครัว " ไล่ฟอนฟันผันแทง แวงวัดตัดหัวขา ดูมหึมาทั้งสาม งาม เงื่อนดังราขสีห์ ครวีอาวุธองอาจ เอิบอำนาจบมิกลัว ยิ้มแย้มหัวเล่นพลาง กางกรรอนรำรบ น้าวพิภพสำทับ เขาขับกันเข้ารบรอบ ดุจหอบฟางทอดไฟ เขาอยู่แต่ไกลบมิใกล้ ให้โทรมยิงสามกษัตริย์ ธก็เอาดาบวัดกระจัด กระจาย " จากบทประพันธ์ มีการเลือกใช้คำว่า "ฟอนฟันผันแทง" "แวงวัดตัดหัวขา" เพื่อให้ผู้อ่านเกินจินต ภาพในกิริยาท่าทางการเคลื่อนไหวของทหารที่พยายามตามฆ่าหมายจะเอาชีวิตของพระลอ เพื่อแก้แค้นให้ เจ้าย่า ๒.๒ การใช้โวหาร ลิลิตพระลอ เลือกใช้โวหารที่ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพชัดเจน เช่น " ตาเหมือนตา มฤคมาศ พิศคิ้วพระลอราช ประดุจแก้วเกาทัณฑ์ ก่งนา ฯ" มีการใช้โวหารอุปลักษณ์ ในการเปรียบเทียบ ดวงตาของพระลอ ว่าเป็นตามฤคมาศ และคิ้วพระลอเหมือนดั่งแก้วเกาทัณฑ์"เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้ทุกเรือน ฉอกแผ่นดินดูเหมือน จักขวํ้า บเห็นตะวันเดือน ดาวมืด มัวนา แลแห่งใดเห็นนํ้า ย่อมนํ้าตาคน ฯ" มีการใช้อติ พจน์ คือการกล่าวเกินจริง โดยกวีได้ประพันธ์ถึงความโศกเศร้าของไพร่ฟ้าราษฎรต่อการจากไปของทั้ง ๓ พระองค์ ชาวเมืองได้น่ำไห้จนเหมือนแผ่นพสุธาจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ตะวัน เดือนก็มืดฟ้ามัวดิน ในแหล่งน้ำ แหล่งใดก็มีแต่น้ำตาของผู้คน - เสาวรจนี คือบทชมความงาม ซึ่งชมความงามของพระลอ ดังบทประพันธ์" รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า แหล่งให้คนชม แลฤๅ ฯ พระองค์กลมกล้องแกล้ง เอวอ่อนอรอร รแถ้ง ถ้วนแห่งเจ้ากูงาม บารนี ฯ โฉมผจญสามแผ่นแพ้งามเลิศงามล้วนแล้รูปต้องติดใจ บารนี ฯ ฦๅขจรใน แหล่งหล้า ทุกทั่วคนเที่ยวค้า เล่าล้วนยอโฉม ท่านแล ฯ" - นารีปราโมทย์ คือบทโอ้ลม เกี้ยวพาราสีหรือบท ปลอบใจ ตอนพระนางลักษณาวดีทูลทัดทาน พระลอจึงตรัสตอบและปลอบใจนางว่าโลกนี้ล้วนไม่เที่ยง แต่ บาปบุญยังเที่ยงแท้ เป็นดั่งเงาติดตัว ตามแต่บาปบุญที่ก่อเกื้อรักษาลูก ดังบทประพันธ์" สิ่งใดในโลกล้วน
อนิจจัง คงแต่บาปบุญยัง เที่ยงแท้คือเงาติดตัวตรัง ตรึงแน่น อยู่นา ตามแต่บุญบาปแล้ก่อเกื้อรักษา ฯ " - พิโรธวาทัง คือบทโกรธ ด่าทอ ต่อว่า ตอนเจ้าย่าทรงโกรธ เมื่อรู้ว่าพระลอเป็นลูกของคนที่ปลงพระชนม์ผัว ตัวเอง ดังบทประพันธ์" ข่าวขจรไปถึงย่า ย่าไปว่าไปวอน อ้าภูธรธิบดี ลูกไพรีใจกาจ ฆ่าพระราชบิดา แล้ว ลอบมาดูถูก ประมาทลูกหลานเรา จะให้เอาจงได้ อย่าไว้ช้าดัสกร เราจะให้ฟอนให้ฟัน เราจะให้บั่นให้แล่ ทุก กระแบ่จงหนำใจ วอนเท่าใดก็ดี " - สัลลาปังคพิสัย คือบทโศกเศร้า เสียใจ คร่ำครวญ ตอนที่ พระเพื่อน พระ แพง พระลอ ตาย สมเด็จดาราวดีแม่ของพระเพื่อน พระแพง ก็ทรงเสียใจเป็นอย่างมาก เหมือนจะขาดใจ ดัง บทประพันธ์" ส่วนสมเด็จดาราวดี พระชนนีรู้ข่าว ทะทึกท่าวทรุดสยบ ซรบซรอนลงฟะฟั่น สั่นหฤไทยทะ ทาว ชาวแม่ถนอมพระองค์ แล้วธก็ทรงคานหาม ไห้ตามเสด็จเดียรดาษ ถึงปราสาทสองศรี ภัควดีอ่อนละลวย ระทวยดุจวัลทองท่าว นํ้าตาคล่าวหลั่งหลาม ชูคานหามธขึ้น ถึงพ่างพื้นเรือนรัตน์ เห็นสามกษัตริย์สิ้นชนม์ ธก็ ทอดตนตีอก ผกกลิ้งเกลือกไปมา " ๓.๔ การเล่นเสียง เช่น การเล่นเสียงพยัญชนะ ดังบทประพันธ์" ลางลิง ลิงลอดไม้ลางลิง แลลูกลิงลงชิง ลูกไม้ลิงลมไล่ลมติง ลิงโลด หนีนา แลลูกลิงลางไหล้ลอดเลี้ยวลางลิง ฯ " ข้อคิด เพื่อให้ตระหนักเห็นโทษภัยของกิเลสต่างๆ ทั้งรัก โลภ โกรธ หลง ชี้ให้เห็นอารมณ์และกิเลสของมนุษย์นั้นมี อำนาจใหญ่หลวงนัก สามารถลิขิตชีวิตของตนเองได้ถ้าหากเราไม่รู้เท่าทันอารมณ์ ย่อมหลงไปตามอำนาจ กิเลสต่างๆ แล้วนำไปสู่การทำสิ่งไม่ดี ทางเสื่อม และภัยอันตรายต่างๆมาสู่ตนเองได้ ข้อคิดที่นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 1.ชีวิตคู่ที่ไม่ได้เกิดจากความรักความเต็มใจย่อมไม่ยั่งยืน 2.ความอาฆาตพยาบาทเป็นหนทางที่นำไปสู่ความสูญเสีย 3.โลกนี้ไม่เที่ยง แต่สิ่งที่เที่ยงแท้คือกฎแห่งกรรม 4.บิดามารดาย่อมรักลูกมากกว่าสิ่งใด 5.การเป็นผู้นำที่ดี
๒. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) e-Book ย่อ มาจากคาว่า Electronic Book หมายถึง หนงัสือท่ีสร้างขนึ้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีลักษณะ เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์โดยปกตมิกัจะเป็น แฟ้มข้อมลูที่สามารถอา่นเอกสารผา่นทางหน้า จอ คอมพิวเตอร์ทงั้ในระบบออฟไลน์และออนไลน์ คณุลกัษณะของหนงัสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถ เช่ือมโยงจดุ ไปยัง ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสั่ง พิมพ์เอกสารที่ ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ อีก ประการหนึ่งที่สำคัญ ก็คือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถปรับปรุงให้ทัน สมัย ได้ตลอดเวลา ซึ่งคุณสมบติเหล่านี้จะไม่ม่ีในหนังสือธรรมดาทั่วไป ๓. โปรแกรมที่ใช้จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) โปรแกรม words
บทที่ ๓ การดำเนินการโครงงาน วิธีการจัดทำ ๑. ศึกษาเนื้อหาวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น เรื่อง ลิลิตพระลอ ๒. ศึกษาเรื่องการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ๓. นำเนื้อหาวรรณคดีเรื่อง ลิลิตพระลอ มาออกแบบการดำเนินเรื่อง โดยกำหนดให้มีตัวละครและการ ดำเนินเรื่อง ๔. ออกแบบหนังสือฉบับร่างตามข้อกำหนด คือ ๑.๑ รูปเล่มหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ต้องมี ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง (ไม่น้อยกว่า ๑๐ หน้า) และบรรณานุกรม ๑.๒ เนื้อเรื่อง (ไม่น้อยกว่า ๑๐ หน้า) ต้องมีตัวละครและการดำเนินเรื่อง ๑.๓ เนื้อเรื่องต้องให้ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องที่ได้รับมอบหมาย ในด้าน ผู้แต่ง จุดประสงค์การแต่ง ลักษณะคำประพันธ์ เนื้อหา และความดีเด่นของวรรณคดี ๕. จัดพิมพ์และออกแบบภาพประกอบ ภาพเคลื่อนไหว ให้สวยงาม น่าสนใจ ๖. สร้างช่องทางการเข้าอ่านได้อย่างสะดวก รวดเร็ว การจัดแบ่งหน้าที่ ๑. ผู้เขียนเรื่องออกแบบการดำเนินเรื่อง ๑.๑.นางสาวกนกวรรณ ตัณฑชน ม.๔/๑๕ เลขที่๓๖ ๑.๒.นางสาวภัทรชนก อมรไชย ม.๔/๑๕ เลขที่๓๗ ๒. ฝ่ายพิมพ์ ออกแบบ จัดแต่งหน้าหนังสือ ภาพ กราฟิกต่าง ๆ ให้สวยงาม ชวนอ่าน ๒.๑.นางสาวนันท์นิชา อารีพงษ์ ม.๔/๑๕ เลขที่๔๑ ๒.๒.นายแอนดี้ วงศ์อิสรานุรักษ์ ม.๔/๑๕ เลขที่๑๐ ๓. ฝ่ายบรรณาธิการ อ่าน ตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสมของหนังสือทั้งเล่ม ๓.๑.นายรชานนท์ แก้วเขียว ม.๔/๑๕ เลขที่๑๕ ๔. ฝ่ายเชิญผู้อ่านเข้าอ่านหนังสือที่จัดทำขึ้น และจัดทำแบบประเมินให้ผู้อ่านได้ประเมินหนังสือ ๔.๑.นางสาวศุกลภัทร พิมพ์หล่อ ม.๔/๑๕ เลขที่๓๑ ๔.๒นางสาวภัทรชนก อมรไชย ม.๔/๑๕ เลขที่๓๗ ๕. ผู้รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำเล่มรายงานโครงงานภาษาไทย ๕.๑.นางสาวกนกวรรณ ตัณฑชน ม.๔/๑๕ เลขที่๓๖
บทที่ ๔ ผลการศึกษาและอภิปรายผลการศึกษา การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ชื่อหนังสือ ลิลิตพระลอ โดยมีวัตถุประสงค์จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ประกอบการเรียนเรื่อง วรรณคดีสมัยอยุธยา ตอนต้น และเชิญชวนผู้สนใจอ่าน อย่างน้อย ๒๐ คน ผู้อ่านมีความพึงพอใจต่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) ที่จัดทำขื้น อยู่ในระดับดี – ดีมาก สรุปผลการจัดทำได้ ดังนี้ ๑. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e – book) เรื่อง ลิลิตพระลอ มีเนื้อหาจำนวน ๑๙ หน้า มีภาพประกอบสวยงาม ๒. นำเสนอและเชิญชวนผู้สนใจอ่าน มีผู้อ่านจำนวน 20 คน ๓. ผู้อ่านมีความพึงพอใจ ดังนี้ ระดับปรับปรุง จำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐ ระดับพอใช้ จำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐ ระดับดี จำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐ ระดับดีมาก จำนวน ๒๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
บทที่ ๕ สรุปผลการศึกษา โครงงานการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e–book )ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย เรื่อง ลิลิตพระลอ และนำเสนอ เชิญชวนผู้อ่าน มีผู้สนใจร่วมอ่านหนังสือจำนวน ๒๐ คน โดยผู้อ่านมีความพึงพอใจต่อหนังสือ ที่จัดทำอยู่ในระดับ ดีมาก ประโยชน์ที่ได้รับ ๑. ได้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e–book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ประกอบการเรียนรู้เรื่อง วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น ๒. ได้ฝึกการทำงานเป็นหมู่คณะ ๑. ฝึกทักษะการใช้ภาษาไทย ๒. ฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยี ๓. ฝึกความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ ข้อเสนอแนะ ๑. เชิญชวนให้ผู้อ่านผ่านสื่อโซเชียลที่กว้างกว่าเดิม ๒. ต้องการให้ผู้อ่านมีความสนใจในวรรณคดีไทยมากขึ้น ๓. อยากให้ผู้อ่านได้ความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น
บรรณานุกรม "นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องลิลิตรพระลอ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก:https://w2help.com/ [ม.ป.ป.] สืบค้น ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ "คุณค่าของลิลิตพระลอ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://sites.google.com/site/lilitphralx52/khxmul-phu-cad- tha/khunkha-laea-prayochn/khunkha-khxng-li-lit-phra-lx [ม.ป.ป.] สืบค้น ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ "ลิลิตพระลอ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:https://th.m.wikipedia.org/wiki/ ลิลิตพระลอ [ม.ป.ป.] สืบค้น ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ "ลิลิตพระลอ วัชรญาณ" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://vajirayana.org/ [ม.ป.ป.] สืบค้น ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๕
ภาคผนวก • ภาพการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e–book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย • ผลงานหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e–book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย • แบบประเมินหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e–book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย
แบบประเมินหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e–book ) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ชื่อหนังสือ ลิลิตพระลอ คำชี้แจง การประเมินมี ๕ ด้าน ดังนี้ ๑. ด้านรูปเล่ม รูปเล่มสวงยงาม ดึงดูดใจ จำนวนหน้าเหมาะสม ส่วนประกอบของหนังสือครบถ้วน ๒. ด้านการจัดภาพ ภาพประกอบเหมาะสม สวยงาม สอดคล้องกับเรื่อง ช่วยให้เข้าเรื่อง จัดวางภาพและ ข้อความเหมาะสม ๓. ด้านการดำเนินเรื่องตัวละครเหมาะสมกับเรื่อง ดำเนินเรื่องชวนติดตามโดยตลอด คำเนินเรื่องต่อเนื่องเหมาะสม ๔. ด้านเนื้อหา เหมาะกับวัยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน และได้รับ ความรู้เรื่องวรรณคดีไทยที่ได้รับมอบหมาย ๕. ด้านภาษา ขนาดตัวอักษรเหมาะสมกับวัยคนอ่าน ชัดเจน อ่านง่าย ภาษาสุภาพเหมาะสมกับวัย ๖. ช่องทางการเข้าอ่าน ชี้แจงช่องทางการเข้าอ่าน ผู้อ่านสามารถเข้าอ่านได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ระดับ ดีมาก ให้ ๕ คะแนน ระดับ ดี ให้ ๔ คะแนน ระดับ ปานกลาง ให้ ๓ คะแนน ระดับ พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ระดับ ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน
สรุปผลตามฐานนิยม คือ หาตัวที่ซ้ำกันมากที่สุดว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับใด ที่ ชื่อ สกุล ชั้น ระดับความคิดเห็น สรุปผล อยู่ใน ระดับ รูปเล่ม (๕) การจัด ภาพ (๕) การ ดำเนิน เรื่อง (๕) ด้าน เนื้อหา (๕) ด้าน ภาษา (๕) ช่อง ทางการ เข้าอ่าน (๕) 1. น.ส.จินตกัญญา สมพร ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 2. น.ส.นริสา เจริญทัศน์ ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 3. น.ส.วริศรา ชาญจิตร ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 4. น.ส.ธนพร ธิติเชษฐ์ตระกูล ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 5. น.ส.ปาณิสรา อุทุมพร ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 7. น.ส.พรณะรินทร์ สาระ ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 8. น.ส.ณัฐวลัญช์ สลักเพช ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 9. น.ส.ลภัสรดา ศิริวิริยะมงค ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 10. นายชินาธิป หวานใจ ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 11. นายธัญพิสิษฐ์ ด่านจอมฟ ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 12. นายวรวิทย์ ศรีสวัสดิ์ ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 13. นายกิตติยา จารัตน์ ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 14. น.ส.นาริศา ใจยาว ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 15. น.ส.จารุกัญญ์ ที่มา ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 16. น.ส.อาภาพภัสส์ พันธ์สว่าง ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 17. น.ส.รวิภาพร สุดถนอม ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 18. น.ส.จิรัชญา เสาร์ค า ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 19. นายชนะศกัดิ์สมบุตร ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก 20. นายชัยวัฒน์ ผลสุข ม.๔ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ดีมาก