1 ประเพณี สงกรานต์ ๒๕๖๖ พุทธศักราช
ชื่อหนังสือ ประเพณีสงกรานต์ พิมพ์ครั้งที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ลำดับหนังสือ ....../๒๕๖๖ จำ นวนพิมพ์ 2,000 เล่ม พิมพ์ที่ โทร. ๐-๒๙๑๐-๗๐๐๑
3 ประเทศไทยเป็นประเทศที่รํ่ารวยด้วยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเป็นจำ นวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนมาตั้งแต่โบราณ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและประเพณี การสั่งสมภูมิปัญญาอันลํ้าค่าของบรรพบุรุษ ที่เป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่นในแต่ละภูมิภาค ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีที่สะท้อนถึงวิถีปฏิบัติอันงดงามของคนไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านศาสนา สังคม ประเพณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ บรรพบุรุษ ญาติผู้ใหญ่ หรือบุคคลที่เคารพ อันเป็นลักษณะนิสัยที่งดงามและพึงประสงค์ของคนไทย อีกทั้ง ยังเป็นประเพณีที่มีการสืบสานและเฉลิมฉลองในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยตามภูมิหลังของวัฒนธรรม ที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และยังเต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนาน ความอบอุ่น และการให้เกียรติเคารพซึ่งกันและกัน โดยการใช้นํ้าเป็นสื่อสัญลักษณ์ของประเพณี กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายในการส่งเสริมประเพณีและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยตามภูมิหลังทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริม สนับสนุน ตลอดจน การอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ประเพณีสงกรานต์ให้เป็นประเพณีที่ยั่งยืน เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ จึงได้จัดทำ หนังสือประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ กระผมหวังว่า หนังสือประเพณีสงกรานต์เล่มนี้ จะทำ ให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงความสำ คัญ ของประเพณีสงกรานต์ของประเทศไทยในฐานะที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อให้ ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สืบสานประเพณีสงกรานต์ให้คงอยู่สืบไป (นายอิทธิพล คุณปลื้ม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คำ ปรารภ ก
4 ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีที่มีความสำคัญและมีอัตลักษณ์โดดเด่นบนความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมในประเทศไทยที่หล่อหลอมรวมกันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันลํ้าค่า ของชาติ ซึ่งในประเทศไทยมีการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ภูมิภาคต่างๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศ ทำ ให้ประเพณีสงกรานต์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพราะเป็นประเพณีที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข สนุกสนาน อบอวลด้วย มิตรไมตรี โดยใช้นํ้าเป็นสื่อ ทั้งในมิติทางศาสนา สังคม เช่น การทำ บุญตักบาตร กรวดนํ้าให้บรรพบุรุษ สรงนํ้าพระ การรดนํ้าขอพรผู้ใหญ่ การเล่นสาดนํ้าระหว่างเพื่อนฝูงและคนรู้จัก ปัจจุบันประเพณีสงกรานต์ ถือเป็น Soft Power ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ช่วยสร้างคุณค่าทางสังคม และมูลค่าทางเศรษฐกิจ หนังสือประเพณีสงกรานต์ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดพิมพ์นี้ เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าและสาระของประเพณีสงกรานต์ที่ถูกต้อง ได้แก่ การปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามขนบธรรมเนียม การเล่นนํ้าสงกรานต์ตามหลักประเพณี การแสดงออกถึง ความรัก ความปรารถนาดี และนํ้าใจไมตรีที่มีให้กันของคนไทย ตลอดจนความเป็นมาและความเชื่อ อันเกี่ยวเนื่องกับประเพณีสงกรานต์ในฐานะที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ จึงหวังว่าจะเกิดประโยชน์ในการสืบสานประเพณีสงกรานต์ให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ของชาติสืบไป สาร (นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร) ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ข
5 คำ นำ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมไทยทุกแขนงและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมทั่วทุกพื้นที่ ของประเทศไทยตามภูมิหลังทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกัน รวมถึง การเผยแพร่องค์ความรู้ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันลํ้าค่าของไทย โดยในช่วงเดือนเมษายน ของทุกปี จะมีการสืบสานประเพณีสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นประเพณี ที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตสังคมเกษตรกรรมของคนไทย มีความเชื่อมโยงกับความศรัทธาและความเชื่อ ของพระพุทธศาสนา และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนาน ความอบอุ่น และการให้ เกียรติเคารพซึ่งกันและกันที่สะท้อนเอกลักษณ์โดดเด่นของชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้จัดพิมพ์หนังสือ “ประเพณีสงกรานต์” ทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษขึ้นมา เพื่อเผยแพร่ความหมาย คุณค่าสาระ ความเชื่อ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ ประเพณีสงกรานต์ ให้แก่ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้รับทราบถึงความงดงาม ของประเพณีสงกรานต์ในฐานะที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป (นายโกวิท ผกามาศ) อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ค
6 สารบัญ หน้า งง คำ�ปรารภ ก สาร ข คำ�นำ� ค ประเพณีสงกรานต์ปีใหม่แบบไทย ๑ ความหมายของคำ�ว่า “สงกรานต์” ๓ วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัว ๕ นางสงกรานต์เกี่ยวกับสงกรานต์อย่างไร ๗ ประกาศสงกรานต์ ปี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ๑๐ แนวทางปฏิบัติในวันสงกรานต์ ๑๑ สิ่งที่ควรละเว้นในประเพณีสงกรานต์ ๑๕ ประเพณีสงกรานต์ในแต่ละภูมิภาค ๑๗ ประเพณีสงกรานต์ในอาเซียน ๒๐ แนวทางและมาตรการรณรงค์เพื่อสืบสานคุณค่า ๒๖ ทางวัฒนธรรมเนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ “สืบสานสงกรานต์วิถีไทยร่วมสานใจ สู่สากล” ประเพณีสงกรานต์ในฐานะของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๒๙
1 ปัจจุบันแม้ไทยเราจะนับวันที่ ๑ มกราคมของทุกปี เป็นวันขึ้นปีใหม่แบบสากลนิยม แต่ด้วยลักษณะพิเศษ และ กิจกรรมที่คนในชุมชนได้ถือปฏิบัติสืบเนื่องอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการทำ บุญทำ ทาน การอุทิศส่วนกุศลแด่ บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ การสรงนํ้าพระ การรดนํ้าขอพรผู้ใหญ่ การเล่นสาดนํ้า และการละเล่น รื่นเริงต่าง ๆ ล้วนทำ ให้ ชาวไทยส่วนใหญ่ยังถือประเพณีปีใหม่แบบไทย ๆ ที่เป็น ประเพณีแห่งความเอื้ออาทรเกื้อกูลผูกพันซึ่งกันและกัน ช่วงประเพณีสงกรานต์จะตรงกับวันที่ ๑๓, ๑๔, และ ๑๕ สงกรานต์ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ ของไทยมาแต่โบราณ เป็นประเพณี ที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร และเต็มไปด้วยบรรยากาศ ของความกตัญญู ความสนุกสนาน ความอบอุ่น และการให้เกียรติเคารพซึ่งกันและกัน สะท้อนให้ เห็นถึงลักษณะของความเป็นไทยได้อย่างเด่นชัด โดยใช้นา้ํ เป็นสื่อในการเชื ่อมสัมพันธไมตรี ประเพณีสงกรานต์ ๑ ปีใหม่ไทย
2 นอกจากชาวไทยแล้ว ยังมีชาวมอญ พม่า เขมร ลาว รวมถึง ชนชาติไทยเชื้อสายต่าง ๆ ในสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐอินเดีย ต่างก็ถือตรุษสงกรานต์เป็นประเพณี ฉลองปีใหม่เช่นเดียวกัน เพียงแต่ในประเทศไทยได้มีการสืบสานและวิวัฒนาการประเพณี สงกรานต์จนมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นกลายเป็นวัฒนธรรมประจำ ชาติที่มีความพิเศษ จนเป็นที่สนใจและรู้จักประเพณีสงกรานต์เป็นอย่างดีของประเทศต่าง ๆ เมษายนของทุกปี ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ การต่อเนื่องกัน เพื่อให้ประชาชนที่ทำ งานในต่างท้องที่ได้กลับ ไปยังภูมิลำ เนาเดิมของตน เพื่อไปร่วมทำ บุญร่วมกับญาติผู้ใหญ่ และบุพการี ตลอดจนมีการละเล่นรื่นเริงร่วมกับครอบครัว และชุมชน ๒
3 คำ�ว่า “สงกรานต์” มาจากภาษา สันสกฤต แปลว่า “ก้าวขึ้น” หรือ “ผ่าน” หรือ “เคลื่อนย้าย” “สงกรานต์” ความหมายของคำ ว่า หมายถึง การเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่ง เข้าไปอีกราศีหนึ่ง เช่น เคลื่อนจากราศีสิงห์ไปสู่ราศีกันย์ซึ่งจะ เป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกเดือน เรียกว่า สงกรานต์เดือน ยกเว้นว่า เมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเมื่อใดก็ตาม ก็จะ เรียกชื่อเป็นพิเศษว่า “มหาสงกรานต์” อันหมายถึง การก้าว ครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งนับเป็นครั้งสำคัญ เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตามคติพราหมณ์ โดยเป็นการนับทางสุริยคติ ซึ่ง จะตกในราว วันที่ ๑๓, ๑๔ หรือ ๑๕ เมษายน ซึ่งแต่ละวันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้ ความหมายของคำ�ว่า ๓
4 ทั้งสามวันนี้ ถ้าหากดูตามประกาศสงกรานต์ อันเป็นการคำ นวณตามหลัก โหราศาสตร์จริง ๆ แล้ว ก็จะมีการคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันบ้าง เช่น วันมหาสงกรานต์ อาจจะเป็นวันที่ ๑๔ เมษายน แทนที่จะเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน แต่เพื่อให้จดจำ ได้ง่าย และไม่สับสน จึงกำ หนดเรียกตามที่กล่าวข้างต้น วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” หมายถึง วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอีกครั้ง หลังจากผ่าน เข้าสู่ราศีอื่นๆ แล้วจนครบ ๑๒ เดือน วันที่ ๑๔ เมษายน “วันเนา” แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอันเป็นราศีตั้งต้นปี เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า “วันเถลิงศก” เป็นวัน เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ถือเป็นวันเริ่มศกใหม่ การกำ หนด ให้อยู่วันนี้ ก็เพื่อให้แน่ใจว่าดวงอาทิตย์โคจรขาดจากราศีมีน มาสู่ราศีเมษแล้วอย่างน้อย ๑ องศา ๔
5 วันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปี นอกจากจะเป็น วันมหาสงกรานต์แล้วรัฐบาลยังกำ หนดให้เป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” อีกด้วย เพื่อให้ลูกหลาน ได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะ เป็นบุพการี ผู้อาวุโสหรือผู้ใหญ่ในชุมชนที่ได้ทำ คุณประโยชน์แก่สังคมนั้น ๆ มาแล้ว วันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันครอบครัว วันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปีนอกจาก จะเป็นวันมหาสงกรานต์แล้วรัฐบาลยัง กำ หนดให้เป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ๕
6 ส่วนวันที่ ๑๔ เมษายนของทุกปี รัฐบาล ก็ได้กำ หนดให้เป็น “วันครอบครัว” เพราะเห็นว่า ช่วงดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่ประชาชนส่วนใหญ่ เดินทางกลับไปหาครอบครัว จึงเป็นช่วงเวลา แห่งความรักความอบอุ่น ที่จะได้พบกันอย่าง พร้อมหน้าพร้อมตาและทำกิจกรรมกันในครอบครัว ๖
7 เมื่อทราบความหมายของคำว่า “สงกรานต์” และความหมายของวันต่าง ๆ หลายคน อยากทราบความเป็นมาของนางสงกรานต์ ซึ่งนางสงกรานต์ไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นคติ ความเชื่อที่ปรากฏอยู่ใน “ตำ นานสงกรานต์” ซึ่งรัชกาลที่ ๓ ให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้ใน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นเรื่องเล่า ถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว ซึ่งเป็นอุบาย เพื่อให้คนโบราณ ผู้ไม่รู้หนังสือได้รู้ว่าวันมหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ สมัยนั้นถือเป็น วันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใดโดยสมมุติ ผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ โดยมีเรื่องเล่าว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร จึงถูกนักเลงสุราข้างบ้าน ซึ่งมีบุตรสองคนกล่าวคำ หยาบคาย ดูหมิ่นในทำ นองว่า ถึงจะรํ่ารวยเงินทอง แต่ก็ไม่มีบุตรสืบสกุลตายไปสมบัติ ก็สูญเปล่าสู้ตนผู้มีบุตรก็ไม่ได้ เศรษฐีได้ฟังแล้วเกิด ความละอายจึงไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เมื่อเวลาผ่านไปสามปีก็ยังไม่มีบุตร อยู่มาวันหนึ่ง เป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ จึงได้ไปอธิษฐานขอบุตร จากพระไทร พระไทรสงสารจึงไปขอพระอินทร์ ท่านจึง ได้ส่งธรรมบาลเทวบุตรจุติมาเกิดเป็นลูกเศรษฐีมีชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร ซึ่งเมื่อเจริญวัยขึ้นก็รู้จักภาษานกและ เรียนไตรเพทจบเมื่ออายุเพียงเจ็ดปี ต่อมาได้เป็น อาจารย์บอกมงคลการต่าง ๆ แก่มนุษย์ แต่ขณะนั้น ท้าวกบิลพรหม เป็นผู้ทำ หน้าที่แสดงมงคลทั้งปวง แก่มนุษย์อยู่ก่อนแล้ว จึงเกิดความไม่พอใจไปท้า ธรรมบาลกุมารให้ตอบปริศนาสามข้อ โดยมีข้อแม้ว่า หากธรรมบาลกุมารตอบไม่ได้ จะต้องตัดศีรษะบูชาตน หากตอบได้ตนก็จะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมารแทน ปริศนาดังกล่าวมีอยู่ว่า ๑. ข้อที่ ๑ เช้า ราศีอยู่ที่ใด ๒. ข้อที่ ๒ เที่ยง ราศีอยู่ที่ใด ๓. ข้อที่ ๓ คํ่า ราศีอยู่ที่ใด (ราศี หมายถึง ความอิ่มเอิบ ความภาคภูมิ) ธรรมบาลกุมารขอผลัดไปเจ็ดวัน ปรากฏว่าเวลา ล่วงถึงวันที่หกก็ยังคิดหาคำ ตอบไม่ได้จึงไปนอนอยู่ ใต้ต้นตาล บังเอิญขณะนั้นได้ยินเสียงนกอินทรี สองผัวเมียคุยกันว่า วันรุ่งขึ้นจะได้กินศพธรรมบาลกุมาร เพราะตอบปริศนาไม่ได้ พร้อมกันนั้นนกตัวผู้ก็ได้ เฉลยคำตอบ นางสงกรานต์ เกี่ยวกับสงกรานต์ อย่างไร ๗
8 ๑. เช้า ราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงเอานํ้าล้างหน้า ๒. เที่ยง ราศีอยู่ที่อก มนุษย์จึงเอาเครื่องหอม ประพรมที่อก ๓. คํ่า ราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงเอานํ้าล้างเท้า ธรรมบาลกุมารได้ยินสามารถตอบปริศนาได้ ดังนั้น ท้าวกบิลพรหมจึงต้องตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ก่อนจะตัดศีรษะ ท้าวกบิลพรหมก็ได้เรียกนางธิดา ทั้งเจ็ดของตนที่เป็นบาทบริจาริกา (แปลว่านางบำ เรอ แทบเท้าหรือสนม) ของพระอินทร์มาสั่งเสียว่า ศีรษะตน นั้นหากตั้งไว้ในแผ่นดินไฟก็ไหม้ทั่วโลก หากทิ้งในอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าทิ้งในมหาสมุทรน้าก็จะแห้ง ดังนั้น จึงให้ธิดา ํ ทั้งเจ็ดนำ พานมารองรับศีรษะที่ถูกตัด แล้วนำ ไปแห่รอบ เขาพระสุเมรุ จากนั้นก็อัญเชิญไปประดิษฐานที่มณฑป ถ้าคันธุลี เขาไกรลาส ครั้นถึง ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมุติว่า ํ เป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ด ก็จะทรงพาหนะต่าง ๆ ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดา ออกแห่ โดยเทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์ เป็นประจำ จึงชื่อว่า “นางสงกรานต์” ส่วนท้าวกบิลพรหม ซึ่งมีอีกชื่อว่า ท้าวมหาสงกรานต์ นั้นโดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะ กบิล แปลว่า สีแดง จากตำ นานข้างต้น นางสงกรานต์จะมีด้วยกัน ทั้งหมด ๗ นาง ตามแต่ละวันในสัปดาห์ ส่วนจะเป็น นางสงกรานต์นางใดก็ขึ้นอยู่กับว่า วันมหาสงกรานต์ ปีนั้นตรงกับวันใด ทั้งนี้ นางสงกรานต์จะไม่ได้ขี่พาหนะ ตามปีนักษัตร แต่ละนางจะมีนาม อาหาร อาวุธ และสัตว์ที่เป็นพาหนะ ดังนี้ วันอาทิตย์ นาม นางทุงษะ ทัดดอกทับทิม เครื่องประดับปัทมราค หรือ ปัทมราช (พลอยสีแดง) ภักษาหารมะเดื่อ หัตถ์ขวาถือจักร หัตถ์ซ้ายถือสังข์ มีครุฑเป็นพาหนะ วันจันทร์ นาม นางโคราคะ ทัดดอกปีบ เครื่องประดับมุกดา (ไข่มุก) ภักษาหารน้ามัน ํ หัตถ์ขวาถือพระขรรค์ หัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า มีเสือเป็นพาหนะ ๘
9 วันอังคาร นาม นางรากษส ทัดดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต หัตถ์ขวาถือตรีศูล หัตถ์ซ้ายถือธนู มีสุกร (หมู) เป็น พาหนะ วันพุธ นาม นางมณฑา ทัดดอกจำ ปา เครื่องประดับไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย หัตถ์ขวาถือ เหล็กแหลม หัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า มีคัสพะ (ลา) เป็นพาหนะ วันพฤหัสบดี นาม นางกิริณี ทัดดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต หัตถ์ขวาถือขอช้าง หัตถ์ซ้ายถือปืน มีช้างเป็นพาหนะ วันศุกร์ นาม นางกิมิทา ทัดดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยนํ้าว้า หัตถ์ขวาถือขรรค์ หัตถ์ซ้ายถือพิณ มีกระบือ (ควาย) เป็น พาหนะ วันเสาร์ นาม นางมโหธร ทัดดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย หัตถ์ขวาถือจักร หัตถ์ซ้ายถือตรีศูล มีนกยูงเป็นพาหนะ ๙
10 ประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติตรงกับวันศุกร์ แรม ๙ คํ่า เดือน ๕ เวลา ๑๖ นาฬิกา ๐๑ นาที ๐๒ วินาที นางสงกรานต์ ทรงนามว่า กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้ว บุษราคัม ภักษาหารกล้วยนํ้า พระหัตถ์ขวา ทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จนั่งมา เหนือหลังมหิงสา (ควาย) เป็นพาหนะ วันที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๒๐ นาฬิกา ๐๒ นาที ๒๔ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๘๕ ปีนี้ วันเสาร์ เป็น ธงชัย, วันพุธ เป็น อธิบดี วันศุกร์ เป็น อุบาทว์, วันศุกร์ เป็น โลกาวินาศ ปีนี้ วันจันทร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๒๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๕๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๑๐๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๕๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๒๐๐ ห่า นาคให้นํ้า ๒ ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๖ ชื่อ ลาภะ ข้าวกล้า ในภูมินาจะได้ผล ๙ ส่วน เสีย ๑ ส่วน ธัญญาหาร ผลาหาร มัจฉมังษาหาร จะบริบูรณ์ อุดสมบูรณ์ เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีปัถวี (ดิน) นํ้างามพอดี ปีเถาะ (มนุษย์ผู้หญิง ธาตุไม้) เบญจศก จุลศักราช ๑๓๘๕ ทางจันทรคติเป็น อธิกมาส ทางสุริยคติเป็นปกติสุรทิน ๑๐
11 คือ “วันขึ้นปีใหม่ของไทย” ดังนั้นประเพณีสงกรานต์จึงถือเป็น ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ นอกจากเป็นช่วงเปลี่ยน ผ่านจากศกหรือจุลศักราชเก่าไปสู่ศกใหม่แล้วยังเป็นช่วงเวลา หลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก ผู้คนจึงว่างเว้นจากการเกษตรกรรมและจะมาประกอบกิจกรรม เฉลิมฉลองร่วมกันหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ปัจจุบันช่วงประเพณี สงกรานต์ คือ วันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายนของทุกปีและยังเป็น วันหยุดราชการ เอื้อให้ประชาชนที่อาศัยและประกอบอาชีพ นอกภูมิลำ เนาของตนได้เดินทางกลับบ้านเพื่อใช้เวลาร่วมกับ ครอบครัว และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน แนวทางปฏิบัติ ในวันสงกรานต์ สาระสำ คัญ ประเพณีสงกรานต์ใน ประเทศไทยถือเป็นช่วงเวลาสำ�คัญ ที่ผู้คนในครอบครัวหรือชุมชนจะได้ ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ชาวไทย ถือว่าประเพณีสงกรานต์ ๑๑
12 ความสำ คัญ อีกประการหนึ่งคือ ประเพณี สงกรานต์การเป็นวันแห่งการแสดงความเคารพ ต่อทั้ง ผู้อาวุโสในครอบครัว เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และผู้อาวุโสในชุมชน โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ วิธีการแสดงความเคารพ คือ การนานํ ้าอบน ํ ้าปรุงไปสรง ํ หรือรดแก่ปูชนียบุคคลนั้น ๆ ตลอดจนการสรงนํ้า พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะ เพื่อความเป็นมงคลในช่วงเถลิงศกใหม่ และการที่ ครอบครัวได้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันทำ ให้ ประเพณีสงกรานต์เป็น “วันของครอบครัว” และ “วันของผู้สูงอายุ” พร้อม ๆ กับการเป็นวันขึ้นปีใหม่ ไปด้วย กิจกรรมสำ คัญ ประเพณีสงกรานต์มักมีการ ประกอบพิธีกรรมหรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้าง สิริมงคลและเพื่อสร้างความรื่นเริง ผ่อนคลายจาก ความเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี รวมทั้งช่วยผ่อนคลาย ความร้อนในฤดูร้อน ประชาชนสามารถมารวมตัวกัน ทำกิจกรรมทั้งในครอบครัว และกิจกรรมของส่วนรวมได้ เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือน และพื้นที่สาธารณะ ในชุมชน มีการประดับตกแต่งสถานที่จัดงานด้วยงานช่าง ท้องถิ่น การทำ บุญ ตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระ ภิกษุที่วัด มีการสรงนํ้าพระพุทธรูปและสรงนํ้าพระภิกษุ การขนทรายเข้าวัดและการก่อเจดีย์ทรายอันเป็นการ สร้างเสริมกุศลและความเป็นมงคลแก่ชีวิต ตลอดจน การเล่นต่าง ๆ เพื่อการเสี่ยงทาย และความสนุกสนาน ทั้งการเล่นสาดน้า การเล่นแบบพื้นบ้าน และมหรสพต่าง ๆ ํ เป็นต้น ทั้งนี้กิจกรรมที่สำ คัญในประเพณีสงกรานต์ ที่ชาวไทยนิยมปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา สามารถสรุปได้ ดังนี้ ๑๒
13 ก่อนวันสงกรานต์ มักจะเป็นการเตรียม ความพร้อม เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจะเริ่มต้น ชีวิต วันขึ้นปีใหม่ เพราะการเตรียมตัวในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำความสะอาด การจัดทำอาหาร ไปทำ บุญ ฯลฯ จะทำ ให้รู้สึกสดชื่น มีความหวังและ รอคอยด้วยความสุข อีกทั้งการได้ทำความสะอาดบ้าน ก็เหมือนการได้ฝึกชำ ระจิตใจล่วงหน้าไปในตัว ช่วงวันสงกรานต์ เมื่อสงกรานต์มาถึงก็จะได้ เป็นเวลาที่ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส จิตใจสดชื่น เบิกบาน ซึ่งกิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ได้แก่ ทำ บุญตักบาตร หรือ นำ อาหารไปถวาย พระที่วัด ถือเป็นการสืบทอดและทำ นุบำ รุง พุทธศาสนา อีกทั้งช่วยกล่อมเกลาจิตใจ รู้จักการให้ การเสียสละ โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน ทำ บุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ หรือ การทำ บุญอัฐิ เป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และผู้ล่วงลับไปแล้ว การสรงน้าพระ ํ จะมี ๒ แบบ คือ การสรงน้าํ พระพุทธรูปและสรงนํ้าพระภิกษุ สามเณร เพื่อแสดง ความเคารพต่อปูชนียบุคคลที่ดำ รงสืบทอด พระพุทธศาสนา และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เมื่อเริ่มศักราชใหม่ การก่อพระทราย การก่อพระทรายนั้นมีทั้ง ประเพณีหลวงและประเพณีราษฎร์ ตามคติโบราณ อธิบายไว้ว่า เมื่อคนเดินเข้าวัดแล้วเดินออกไปจะมี เศษดินทรายติดฝ่าเท้าออกมา เมื่อถึงเทศกาล สงกรานต์จึงขนทรายเข้าไปในวัดเป็นการทดแทน อีกทั้งยังมีนิทานที่เล่าอธิบายความเชื่อเรื่องการ ก่อพระทรายไว้ว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปทาง เรือขนาน ประชาชนพากันก่อพระทรายข้างลำ น้าและ ํ ก่อในแพลอย เป็นพุทธบูชาและมีอีกเรื่องหนึ่งเล่าว่า มีอุบาสกคนหนึงแล่นเรือไปในคืนวันเพ็ญ เห็นแสงจันทร์ ส่องมากระทบหาดทรายทำ ให้ระลึกถึงพระฉัพพรรณรังสี ของพระพุทธเจ้า จึงยังเกิดความศรัทธา ก่อเจดีย์ทราย เป็นพุทธบูชา การรดนํ้าขอพรผู้ใหญ่ เป็นการแสดงความ เคารพและความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะผู้มีอาวุโสน้อยพึงปฏิบัติต่อผู้มีอาวุโสมาก เช่น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ผู้บังคับบัญชา เป็นต้น ๑๓
14 การเล่นรดน้าํ ระหว่างญาติพี่น้อง มิตรสหาย หรือระหว่างเด็กๆ หนุ่มๆ สาวๆ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างกัน ควรจะใช้น้าสะอาดผสมน ํ ้าอบ หรือน ํ ้าหอม ํ และเล่นสาดกันด้วยความสุภาพ มีไมตรีต่อกัน พร้อมกล่าวคำอวยพรให้ต่างมีความสุข และไม่เล่นกัน ด้วยความคึกคะนอง รุนแรง จาบจ้วง หรือตั้งใจ ล่วงเกินผู้อื่นจนทำ ให้เกิดการทะเลาะวิวาท การละเล่นรื่นเริงหรือมหรสพต่างๆ เป็นการเชื่อม ความสามัคคีและเพื่อความสนุกสนานรวมทั้งเป็นการสืบสาน มรดกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป เช่น ลิเก ลำตัด โปงลาง หมอลำ ผีตาโขน หนังตะลุง และโนรา เป็นต้น นอกจากกิจกรรมข้างต้นแล้ว บางแห่ง ยังมีการทรงเจ้าเข้าผีเพื่อความสนุกสนาน เช่น การเข้าแม่ศรี การเข้าผีลิงลม ฯลฯ รวมถึง มีการเล่นอื่นๆ เช่น เล่นสะบ้า มอญซ่อนผ้า งูกินหาง เล่นลูกช่วง เล่นเพลงพิษฐาน (อธิฐาน) เป็นต้น ๑๔
15 เพื่อให้ประเพณีสงกรานต์ยังคง ความหมายสาระและคุณค่าที่ดีงาม จึงควรที่ ทุกภาคส่วนของสังคมจะเน้นสิ่งที่ควร ปฏิบัติข้างต้น และละเว้นสิ่งที่จะทำ ลาย ความงดงามของประเพณีดังกล่าวลงไป อันได้แก่ สิ่งที่ควรละเว้น ในประเพณีสงกรานต์ ไม่มุ่งประกวดความงามของเทพีสงกรานต์แต่เพียง อย่างเดียว ควรเน้นให้เด็กรุ่นใหม่ ที่เข้าประกวดได้ร่วมทำ กิจกรรมบำ เพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อเป็นการสร้างให้รู้จัก จิตอาสา ไม่ดื่มเหล้าหรือเครื่องดองของเมาในวัดหรือในที่ สาธารณะ เพราะนอกจากจะไม่เหมาะสมแล้ว ส่วนใหญ่มักจะ เมาอาละวาด หรือแซวกันจนเกิดการทะเลาะวิวาท รวมทั้ง แสดงกิริยาอาการที่ไม่เหมาะสม และที่สำ คัญคือ มักเมา แล้วขับรถโดยประมาท ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมหรืออุบัติเหตุ อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อันเป็นสาเหตุแห่งความเดือดร้อน ทั้งตนเองและผู้อื่น จึงควรสำรวมในการดื่มเหล้า หรือควรดื่มกัน เฉพาะในหมู่ญาติมิตรเพื่อนฝูง และอยู่เป็นที่เป็นทางไม่ไป เกะกะระรานผู้อื่น หรือดื่มจนขาดสติ ๑๕
16 ไม่เล่นสาดนํ้ากัน ด้วยความรุนแรง ก้าวร้าว คึกคะนอง และไม่ใช้อุปกรณ์ที่อันตราย เพราะปัจจุบัน หลายคนจะเล่นด้วยความประมาท ผิดกาลเทศะ ทำ ให้ผู้อื่นเดือดร้อน รำ คาญ หรือสาดน้าเข้าไปยัง ํ รถที่กำลังวิ่ง ทำ ให้เกิดอุบัติเหตุที่น่าเศร้าสลด รวมทั้ง มีการใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้น้าผสมแป้งมัน ํ หรือ สี ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะทำ ให้สกปรกยากแก่การ ทำ ความสะอาดแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ได้ในภายหลัง จึงควรละเว้นการเล่นที่ไม่เหมาะสม เหล่านี้ และไม่ควรสาดน้าผู้อื่นที่มิได้เล่นร่วมกันหรือผู้ที่ ํ เดินทางไปกิจธุระ และไม่ควรกระทำสิ่งที่ผิดประเพณีต่อ ชาวต่างชาติ อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทย สรุป แม้ประเพณีต่างๆ จะมีการเปลี่ยนแปลง ไปตามกาลเวลา แต่เพื่อที่จะสืบสาน ประเพณี“สงกรานต์” ให้เป็นประเพณี ที่งดงามและน่าภาคภูมิใจของเรา ต่อไปแล้ว ก็เป็นหน้าที่ที่ทุกภาคส่วน ของสังคมต้องร่วมกันรักษาสิ่งที่ดีงาม ให้คงอยู่ และขจัดสิ่งที่ไม่ถูกต้องและ เบี่ยงเบนให้หมดไป ๑๖
17 ประเพณีสงกรานต์ ในแต่ละภูมิภาค ปัจจุบันแม้ประเพณีสงกรานต์ในหลายท้องที่จะมี รูปแบบที่หลากหลาย แต่ทุกภูมิภาคก็ยังมีแก่นสาระของ ประเพณีสงกรานต์เดียวกัน ทำ ให้สงกรานต์ในประเทศไทย มีความเป็นหนึ่งเดียวในความหลากหลาย เพราะแม้ว่า รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน ของทุกปี เป็นประเพณีสงกรานต์และเป็นวันหยุดราชการ หากแต่ การจัดประเพณีสงกรานต์ทั่วประเทศก็มีรายละเอียด แตกต่างกันไปตามแต่ละวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ดังจะเห็นว่าหลายท้องถิ่นมีการจัดประเพณีสงกรานต์ ตั้งแต่ ๓ – ๗ วัน ต่อเนื่องกันไป ทั้งยังมีชื่อเรียกประเพณี และวันต่างๆ ในประเพณีสงกรานต์ตามแต่ละวัฒนธรรม ด้วย กระนั้นแก่นประเพณีสงกรานต์ก็ทำ หน้าที่เป็น แกนหลักเชื่อมโยงสงกรานต์ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ ให้มีความคล้ายคลึงกัน ดังรายละเอียด ดังต่อไปนี้ ภาคเหนือ หรือที่เรียกว่า ล้านนา เขาจะ เรียกวันที่ ๑๓ เมษายน ว่า “วันสังกรานต์ล่อง” (อ่านสังขานล่อง) หมายถึง วันที่ปีเก่าผ่านไป หรือวันที่ สังขารร่างกายแก่ไปอีกปี วันนี้ตอนเช้าจะมีการยิงปืน หรือจุดประทัดเพื่อขับไล่เสนียดจัญไร จากนั้นก็จะมี การทำความสะอาดบ้านเรือน ชำระล้างร่างกาย รวมทั้ง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่เพื่อต้อนรับปีใหม่ วันที่ ๑๔ เมษายน เรียก “วันเนา” หรือ “วันดา” จะเป็นวันเตรียมงานต่างๆ เช่น เครื่องสังฆทาน อาหารที่จะไปทำ บุญและแจกญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน วันนี้บางที่เรียก “วันเน่า” เพราะถือว่าเป็นวันห้ามพูดจา หยาบคาย เพราะเชื่อว่าจะทำ ให้ปากเน่า ไม่เจริญ วันที่ ๑๕ เมษายน เรียก “วันพญาวัน” หรือ “วันเถลิงศก” ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่เป็นวันที่ ชาวบ้านจะทำ บุญประกอบกุศล เลี้ยงพระ ฟังธรรม อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ สรงน้าพระพุทธรูป ํ และพระสงฆ์ นำ ไม้ไปค้าต้นโพธิ์ รดน ํ ้าดำ ํ หัวขอพรผู้ใหญ่ คำว่า “ดำ หัว” ปกติแปลว่า “สระผม” แต่ใน ทางประเพณีสงกรานต์ หมายถึง การไปแสดงความ เคารพ ขออโหสิกรรมที่อาจจะล่วงเกินในเวลาที่ผ่านมา และขอพรจากท่าน โดยมีดอกไม้ธูปเทียน และนํ้าหอม ที่เรียกว่า “นํ้าขมิ้นส้มป่อย” (ประกอบด้วยนํ้าสะอาด ผสมดอกไม้แห้ง เช่น สารภี หรือดอกคำ ฝอย และ ผักส้มป่อยเผาไฟ) พร้อมทั้งนำ ของมามอบผู้ใหญ่ เช่น ผลไม้ เสื้อผ้า อาหาร ฯลฯ เมื่อผู้ใหญ่กล่าว อโหสิกรรม และอวยพร ท่านจะใช้มือจุ่มนํ้าขมิ้นส้มป่อย ลูบศีรษะตนเอง ๑๗
18 ภาคอีสานหรือตะวันออกเฉียงเหนือ ประเพณี สงกรานต์จะจัดกิจกรรม ๓ วันบ้าง ๕ วันบ้าง หรืออาจจะ ๗ วัน ก็แล้วแต่ท้องถิ่นกำ หนด โดยวันแรกจะตรงกับ วันที่ ๑๓ เมษายน กิจกรรมที่จัดจะคล้ายกับทางภาคเหนือ กิจกรรมหลัก ๆ คือ สรงนํ้าพระพุทธรูป ซึ่งส่วนใหญ่จะทำ อยู่วันเดียว โดยมากจังหวัดจะจัดขบวนแห่ ประกอบด้วย พระพุทธรูปและบริวารอื่น ๆ เมื่อแห่เสร็จก็จะมีการสรงนํ้า พระพุทธรูปและพระสงฆ์ตามลำดับ จากนั้นก็มักมีการทำ บุญอัฐิบรรพบุรุษ ที่เรียกว่า สักอนิจจา และในช่วงประเพณีสงกรานต์นี้ คนอีสานที่ไป ทำ มาหากินหรือตั้งถิ่นฐานอยู่ต่างถิ่น มักจะเดินทางกลับ ภูมิลำ เนาในวันสงกรานต์เพื่อรวมญาติและทำ บุญอุทิศส่วนกุศล ให้บรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้มีการปล่อยสัตว์ ปล่อยนกปล่อยปลา ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ก็มีการรดนํ้าขอพรผู้ใหญ่ การแสดง และ การละเล่นต่าง ๆ ตามประเพณีท้องถิ่น ด้านคนหนุ่มสาวและ เด็ก ๆ ก็จะเล่นสาดนํ้ากันด้วยความสนุกสนาน เชื่อมสัมพันธ์ กันและกัน โดยก่อนวันสงกรานต์จะมีการทำ ความสะอาด การเตรียมอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อม เพื่อจะได้งด การทำ ภารกิจต่าง ๆ ในช่วงสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันเฉลิมฉลอง ปีใหม่ที่ทุกคนรอคอย ถัดจากวันพญาวันเรียกว่า วันปากปี จะมีการทำ พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีสืบชะตา และการทำ บุญขึ้นท้าวทั้งสี่ (คือ การไหว้เทวดาประจำ ทิศ) รวมถึงการจุดเทียนต่ออายุชะตา ภายในบ้าน นอกจากนี้หลายท้องที่ยังจัดการละเล่นรื่นเริง สนุกสนาน มีมหรสพการแสดง หรือมีการจัดประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่นเสริมไปด้วย การประกวดกลองมองเซิง กีฬาพื้นเมือง เป็นต้น ๑๘
19 ภาคกลาง ประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางจะมี กิจกรรมหลัก ๆ คล้ายภาคอื่น ๆ เช่นกัน คือ การทำ ความสะอาดบ้านเรือน เครื่องใช้ต่าง ๆ ก่อนวันสงกรานต์ ครั้นถึงวันสุกดิบ (ก่อนสงกรานต์หนึ่งวัน) ก็จะเป็นการเตรียม อาหารคาวหวานไปทำ บุญตักบาตร หรือนำ ไปถวายพระที่วัด ซึ่งอาหาร/ขนมที่นิยมทำ ในเทศกาลนี้ ได้แก่ ข้าวแช่ ข้างเหนียวแดง กะละแม ลอดช่อง เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีการทำ บุญอุทิศส่วนกุศล แก่บรรพบุรุษ การสรงนํ้าพระพุทธรูปและพระสงฆ์ การรดนํ้าขอพรผู้ใหญ่ การละเล่นพื้นบ้าน การจัดงาน ประเพณีสงกรานต์ การจัดขบวนแห่ การขนทรายเข้าวัด และก่อพระเจดีย์ทราย เป็นต้น ภาคใต้ จะเรียก “วันสงกรานต์” ว่า “ประเพณี วันว่าง” ถือว่าเป็นวันละวางกายและใจจากภารกิจปกติ ซึ่งตามประเพณีจะจัดกิจกรรม ๓ วัน คือวันที่ ๑๓, ๑๔ และ ๑๕ เมษายนของทุกปี วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า “วันเจ้าเมืองเก่า” หรือ “วันส่งเจ้าเมืองเก่า” เพราะเชื่อว่าเทวดารักษาบ้านเมือง กลับไปชุมนุมกันบนสวรรค์ ในวันนี้มักจะเป็นวันทำ ความ สะอาดบ้านเรือน และเครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ รวมทั้งทำ พิธีสะเดาะเคราะห์ ที่เรียกว่า ลอยเคราะห์ หรือลอยแพ เพื่อให้เคราะห์กรรมต่าง ๆ ลอยตามไปกับเจ้าเมืองเก่าไป และมักจะมีการสรงนํ้าพระพุทธรูปสำคัญในวันนี้ วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า “วันว่าง” คือวันที่ ปราศจากเทวดาที่รักษาเมือง ดังนั้น ชาวบ้านก็จะงดงาน อาชีพต่าง ๆ แล้วไปทำ บุญที่วัด และรดนํ้าขอพรผู้ใหญ่ ส่วนวันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า “วันรับเจ้าเมืองใหม่” คือวันรับเทวดาองค์ใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแล เมืองแทนองค์เดิม วันนี้ชาวเมืองมักจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้า เครื่องประดับใหม่ แล้วนำอาหารไปทำ บุญที่วัด นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ชาวใต้ยังมีการ ปล่อยนกปล่อยปลา การก่อเจดีย์ทรายและการเล่นสาดนํ้า เช่นเดียวกับภาคอื่น ๆ และในสมัยก่อนแต่ละหมู่บ้านจะมี คณะเพลงบอกออกไปตระเวนร้องตามชุมชนหรือหมู่บ้าน โดยจะมีการร้องเป็นตำ นานสงกรานต์ หรือเพลงอื่น ๆ ตามที่เจ้าของบ้านร้องขอด้วย ๑๙
20 ประเพณีสงกรานต์ ในอาเซียน ประเพณีหรือประเพณีไทย คือสิ่งดีงามซึ่งเราได้สืบทอด จากบรรพบุรุษต่อกันมาจนเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความเชื่อ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย และในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฯลฯ ก็จะมีวัฒนธรรม ความเชื่อที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกันกับประเทศไทย ซึ่งจะมี รายละเอียดของพิธีกรรมแตกต่างกันไป เช่น เทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง เป็นต้น ประเพณีสงกรานต์ คือการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นประเพณีร่วมกันของชาวพุทธศาสนา ที่อาศัยอยู่ในแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่เฉพาะของประเทศไทยเท่านั้น โดยประเทศในเขตอาเซียนที่มีการสืบสานประเพณีสงกรานต์ เหมือนกัน ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา และจีน ๒๐
21 ความเป็นมา เทศกาลตะจาน มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง การโคจรของพระอาทิตย์จากราศีมีนเป็นราศีเมษ เทศกาลดังกล่าวถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวพม่า อยู่ระหว่างกลางเดือนเมษายน เทศกาลตะจาน เป็นเทศกาลทางพุทธศาสนาที่เฉลิมฉลองเป็นระยะเวลา ๔-๕ วัน โดยช่วงเวลาดังกล่าวคำ นวนจากปฏิทินของพม่า และถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังถือเป็นวันหยุดภาคฤดูร้อนช่วงสุดท้ายของปีการศึกษา ด้วยเช่นกัน การสาดนํ้า หรือการราดนํ้าซึ่งกันและกัน จากภาชนะรูปร่างแบบใดก็ได้ถือเป็นจุดเด่นของเทศกาลนี้ โดยชาวพม่าจะสาดนํ้ากันในช่วงสี่วันแรกของเทศกาล ประเพณีสงกรานต์ ในประเทศพม่า เทศกาลตะจานสามารถเปรียบได้กับเทศกาล อื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น ประเพณีสงกรานต์ ในประเทศลาวและไทย เทศกาลปีใหม่ในประเทศ กัมพูชา การเฉลิมฉลองในปัจจุบัน ช่วงเทศกาลแห่งนํ้า รัฐบาลพม่าผ่อนปรน กฎระเบียบข้อบังคับการชุมนุม อดีตเมืองหลวง เมืองย่างกุ้ง รัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนมารวมตัวกัน ณ บริเวณ ถนน Kandawgyi Pet Lann และถนน Kabaraye มีการสร้างซุ้มฉีดนํ้าชั่วคราว และต่อเติมขยายพื้นที่ เพื่อการเต้นรำ อีกเท่าตัว เพื่อรองรับผู้มาร่วมงาน ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยซุ้มต่าง ๆ ได้รับการสนับสนุน จากครอบครัวและกลุ่มธุรกิจ ๒๑
22 ประเพณีสงกรานต์ ในประเทศลาว ปีใหม่ลาวในหลวงพระบาง ปีใหม่ลาว (ปีใหม่ลาวเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๔-๑๖ เมษายน) เป็นวันที่สำคัญที่สุดในปฏิทินประเทศลาว เทศกาลดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเฉลิมฉลองและความ สนุกสนานที่ไม่มีวันสิ้นสุด และถือเป็นวันหยุดที่มี การเฉลิมฉลองความเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติลาว เป็นช่วงเวลาเพิ่มความผูกพันของครอบครัว และ ต้อนรับโอกาสอันดีของปีใหม่ที่จะมาเยือน แม้ว่าเทศกาลปีใหม่ลาวจะมีการเฉลิมฉลอง ความสนุกสนานทั่วประเทศ แต่ไม่มีเมืองไหนที่จัด ประเพณีโบราณควบคู่ไปกับการประกวดนางงามได้ดี ไปกว่าเมืองมรดกทางวัฒนธรรมทางตอนเหนือ ของประเทศลาว ได้แก่ เมืองหลวงพระบาง แม้ว่า เทศกาลปีใหม่ลาวมีวันหยุดอย่างเป็นทางการ จำ นวน ๓ วัน แต่การเฉลิมฉลองที่หลวงพระบาง ยังคงมีต่อไปอย่างน้อย ๑ สัปดาห์ กิจกรรมสำ คัญ ชมเจดีย์ทรายริมฝั่งแม่นํ้าโขงจำ นวนนับพัน ถูกตกแต่งด้วยธงและเครื่องบูชา วัตถุประสงค์การ ตกแต่งเจดีย์ทรายดังกล่าวเพื่อหยุดวิญญาณปีศาจ ก้าวผ่านเข้าสู่ปีใหม่ (วันที่ ๑๔ เมษายน) การจัดขบวนแห่พระพุทธรูป “พระบาง” เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่มีการเฉลิมฉลองมากที่สุด ของประเทศลาว และเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง ในปี พ.ศ. ๒๐๕๕ คำ ว่าหลวง แปลว่า ยิ่งใหญ่ หรือ ราชวงศ์ พระพุทธรูป “พระบาง” ถูกนำ มา ประดิษฐานในขบวนแห่จากอดีตวังหลวง สู่วัดใหม่ โดยมีขบวนของพระสงฆ์จำ นวนหลายร้อยรูป ห่มจีวรสีส้ม พระพุทธรูป “พระบาง” ถูกประดิษฐาน ไว้ที่วัดใหม่ ดังนั้น ประชาชนสามารถสรงนํ้า “พระบาง” ได้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ลาว หลังจากนั้นสามารถ เก็บนํ้ามนต์ เพื่อนำกลับไปอวยพรและรดน้าให้เพื่อน ํ และครอบครัวได้ เมื่อมาถึงวัด พระพุทธรูปพระบาง ถูกประดิษฐานไว้ที่แท่นนอกอุโบสถ ตรงบริเวณเดียวกับ ที่บรรพบุรุษชาวลาวกลุ่มแรกสวดอธิษฐานขอพร ต่อพระพุทธรูปพระบาง ๒๒
23 ประเพณีสงกรานต์ ในประเทศกัมพูชา ประชาชนทั่วไปมักจะพูดเสมอว่าการเฉลิมฉลอง เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความสุข ที่ได้มีการ กำ หนดวันและการเตรียมความพร้อมที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อและประเพณี ของแต่ละพื้นที่ สำ หรับชาวกัมพูชานั้นได้ยึดถือปฏิบัติไว้ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เทศกาลปีใหม่ของกัมพูชาจะกำ หนดจัด ขึ้น ๓ วัน วันแรก คือ “Moha SANGKRAN” วันที่สองคือ “VORNBORTH” และวันที่สาม คือ “THNGAL LIENG SAK” เมื่อช่วงเวลา เปลี่ยนจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ เหล่านางฟ้า ชุดใหม่มารับหน้าที่ต่อจากเหล่านางฟ้าชุดก่อน ตามกฎที่กำ หนดไว้อย่างชัดเจน การเฉลิมฉลองในวันขึ้นปีใหม่ ชาวกัมพูชาจะ เฉลิมฉลองตามประเพณี ดังต่อไปนี้ สองสามวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ของชาวกัมพูชา ประชาชนจะเตรียมอาหาร ทำความสะอาดบ้านและ ซื้อของใหม่เป็นต้น เมื่อวันขึ้นปีใหม่มาถึง จะเตรียม สิ่งของ เช่น เทียน ๕ เล่ม ธูป ๕ ดอก Baysey ๕ คู่ (เครื่องบูชา) Baysey Baklam ๑ คู่ (เครื่องบูชา) และ Slathor ๑ คู่ (เครื่องประดับทำจากลำต้นกล้วยอบ) บุหรี่ ๑ ซอง ดอกไม้และผลไม้เพื่อถวายแก่สวรรค์ เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมทุกคนจะนั่งและจุดเทียน เพื่ออธิษฐานขอความสุขจากสวรรค์ใหม่ อย่างไรก็ตาม มีการเฉลิมฉลองที่แตกต่างกันออกไปในช่วง ๓ วัน ระหว่างวันขึ้นปีใหม่ ๒๓
24 ในวันแรก ชาวเขมรจะถวายภัตตาหารแด่ พระภิกษุสงฆ์ที่วัดในตอนเย็น ชาวบ้านนำ ทรายเข้าวัด และช่วยกันก่อภูเขาทรายรอบเจดีย์ หรือรอบต้นไทร ในช่วงหัวคํ่า ชาวบ้านถวายนํ้าแด่พระสงฆ์ที่ต้นไทร ในวันที่สอง เด็กให้เสื้อผ้าใหม่และเงินแก่ พ่อแม่และปู่ย่าตายายนอกจากนี้ยังให้ของขวัญ แก่แม่บ้านและคนยากจนอีกด้วย ในช่วงเย็นจะไป ก่อกองทราย ซึ่งถือว่าเข้าสู่ช่วง Cholamony Chedey และขอให้พระภิกษุทำ พิธีบังสกุลและถวายภัตตาหาร แก่พระภิกษุสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลแก่วิญญาณ บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ในตอนเช้าของวันที่สาม จะมีการนิมนต์พระสงฆ์ สวดมนต์ที่กองทราย ส่วนในช่วงเย็นชาวบ้าน สรง นํ้าพระสงฆ์และพระพุทธรูป นอกจากนี้ช่วงวันที่สาม จะมีการละเล่นพื้นเมือง เช่น การละเล่นขว้างผ้าพันคอ การละเล่นเตะถั่ว การเล่นชักกะเย่อ การเต้น Trot (ซึ่งส่วนมากจะเล่นบริเวณเมืองพระตะบองและ เสียมเรียบ) นอกจากนี้ชาวเขมรฟ้อนรำ เพลงพื้นบ้าน อาทิเช่น Rorm Vong, Rorm khbach เป็นต้น ๒๔
25 ประเพณีสงกรานต์ ในประเทศจีน ความเป็นมา ประเพณีสงกรานต์ส่วนใหญ่เฉลิมฉลอง โดย ชาวไต (ไทลื้อ) ในเขตการปกครองตนเองสิบสองปันนา และเขตปกครองตนเองชนชาติไทและจิ่งพัว เต๋อหง ในมณฑลยูนนาน หรือใช้ชื่อว่า“เทศกาลสรงนํ้าพระ” ซึ่งตรงกับวันแรกของปีปฏิทินชาวไต (ไทลื้อ) หรือวันขึ้นปีใหม่ไต เทศกาลดังกล่าวในภาษาไต พื้นเมืองเรียกว่า “สังกาน”มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า การหมุนเวียน หมายถึงการหมุนของ พระอาทิตย์เคลื่อนผ่านจักรราศีและวันปีใหม่มาเยือน จะมีการเฉลิมฉลองอย่างกว้างขวาง จากการวิจัยของนักวิชาการชาวจีน ได้มาจาก การบันทึกเทศกาลสงกรานต์ดังกล่าวในหนังสือของ ราชวงศ์โจวเหนือระบุว่า ผู้คนต่างสาดนํ้าซึ่งกันและกัน เพื่อความสนุกสนาน เทศกาลดังกล่าวได้รับความนิยม และได้รับการเฉลิมฉลองด้วยการร้องเพลง และเต้นรำ ช่วงสมัยราชวงศ์ถัง โดยมีการยืนยันจากหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์เป็นจำ นวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น กฎหมายท้องถิ่นในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติว่า ตั้งแต่วันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน ทั้งหมด ๓ วัน เป็นวันหยุด ตามกฎหมายเพื่อเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์ ในเขตการปกครองตนเองสิบสองปันนา การพัฒนา การท่องเที่ยวทำ ให้เทศกาลสงกรานต์ได้รับความนิยม และกลายเป็นงานเฉลิมฉลองแห่งโลกตะวันออก ปัจจุบันรัฐบาลระดับท้องถิ่นได้ให้ความสำ คัญ กับประเพณีสงกรานต์โดยมีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริม ประเพณี วัฒนธรรม ส่งเสริมคุณค่าชีวิตที่มีความ สนุกสนาน พัฒนาความสามัคคีและมิตรภาพของ ผู้คน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากธรรมเนียมประเพณี ยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลอง ได้แก่ การแสดงวัฒนธรรมในสถานที่สาธารณะ การประกวดนางงาม เทศกาลจำ หน่ายสินค้า เทศกาลอาหาร ที่ถูกจัดขึ้นเป็นงานเทศกาล ของชนชาติไต (ไทลื้อ) กิจกรรมที่พึงปฏิบัติ กิจกรรมตามธรรมเนียมปฏิบัติพื้นบ้าน ได้แก่ การแข่งเรือมังกร การยิงบ้องไม้ไผ่บิน การจุดพลุ ลอยโคม Kongming การปั้นทราย การละเล่นไก่ชน การจำ หน่าย สินค้า “Ganbai” การละเล่นโยนถุงหอม การละเล่น สงกรานต์ ฯลฯ กิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรม ได้แก่ การประกวด นางงาม การแสดงอย่างหลากหลาย การวาดภาพ นิทรรศการศิลป์ในการคัดลายมือ การแข่งขันว่ายนํ้า ลุ่มแม่นํ้าโขง การแข่งขันจักรยานยนต์ในเขตป่าร้อนชื้น พิธีการทางศาสนา ได้แก่ การสรงนํ้าพระ การสวดมนต์ การพรมน้า การสวดอ้อนวอน ํ การปล่อยสัตว์ ๒๕
26 แนวทางและมาตรการรณรงค์เพื่อสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรม เนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” สืบสานสงกรานต์วิถีไทย • การจัดกิจกรรมสืบสานและส่งเสริมประเพณี สงกรานต์ ที่ทรงคุณค่า สาระอันดีงาม • การจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ อย่างสร้างสรรค์ • การส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ให้เป็น ประเพณีที่ยั่งยืนด้านสังคม ได้แก่ ความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การอนุรักษ์ทรัพยากรน้า การเคารพและ ํ ปฏิบัติตามกฎจราจรและกฎหมายอื่นๆ ตลอดจนการปลอดภัยจากโรคและ ภัยสุขภาพของประชาชน • การสืบสานคุณค่าสาระของวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ตามภูมิหลังของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน • การเคารพสิทธิมนุษยชนในการเข้าร่วม กิจกรรมประเพณีสงกรานต์ของประชาชน ร่วมสานใจ สู่สากล • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ทั้งในระดับ ท้องถิ่นระดับประเทศ และระหว่าง ประเทศ • การเผยแพร่คุณค่าสาระของประเพณี สงกรานต์ที่แท้จริงต่อชาวต่างชาติ • การสร้างความตระหนักรู้ต่อประชาชน ชาวไทยเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ ที่มีโอกาสได้รับการพิจารณาจาก ยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการ ตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของมนุษยชาติ • รณรงค์ให้ประชาชนสืบสานคุณค่า สาระของประเพณีสงกรานต์และ อัตลักษณ์ความเป็นไทยในการเข้าร่วม กิจกรรม เพื่อสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ ความเป็นไทยในประเพณีสงกรานต์ ต่อชาวต่างชาติ • การสนับสนุนประเพณีสงกรานต์ตาม แนวคิด Soft Power ด้านอนุรักษ์และ ขับเคลื่อนเทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก การเสนอประเพณีสงกรานต์ ในประเทศไทย เป็นรายการตัวแทน มรดกวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ ของมนุษยชาติ ต่อยูเนสโก สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” ประเพณีสงกรานต์ได้รับการ อนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบสาน ตลอดจนมีการ เผยแพร่ต่อชาวต่างชาติตามหลัก คุณค่าสาระของประเพณีที่แท้จริง อย่างยั่งยืน ในฐานะที่เป็นมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย โดยความร่วมใจ ของทุกองคาพยพในประเทศ ๒๖
27 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓ เห็นชอบให้เสนอประเพณีสงกรานต์ ในประเทศไทย เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก เนื่องจาก ประเพณีสงกรานต์มีการเฉลิมฉลองทั่วทุกพื้นที่ของ ประเทศไทยตามภูมิหลังทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกันอันบ่งชี้ถึง ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีจุดร่วมกัน เพียงหนึ่งเดียว ทั้งยังสะท้อนถึงความสามารถ ในการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ตลอดจนการ ขึ้นทะเบียนสงกรานต์ในประเทศไทยจะกระตุ้น ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ทั้งในประเทศที่มีความเชื่อที่คล้ายคลึงกันและ แตกต่างกัน ตลอดจนเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มคน ได้เข้าร่วมประเพณีอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน โดยขณะนี้กระบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่าง การพิจารณาของยูเนสโก ความสำ คัญของการ จัดทำ แนวทางและมาตรการ รณรงค์เพื่อสืบสานคุณค่าทาง วัฒนธรรมเนื่องในประเพณี สงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” ๑. แนวคิด “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” สื่อความหมายได้ ดังนี้ ๑.๑ สืบสานสงกรานต์วิถีไทย หมายถึง การอนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ที่ทรงคุณค่า สาระ อันดีงาม และการปฏิบัติตามแบบของประเพณีวัฒนธรรม ที่เหมาะสมของแต่ละท้องถิ่นตามภูมิหลังของวัฒนธรรม ที่แตกต่างกัน โดยยังคงแก่นแท้ของประเพณีที่มีร่วมกัน ซึ่งสะท้อนถึงการแสดงออกที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร มีนํ้าใจไมตรีให้แก่กันและกัน และบรรยากาศแห่งการแสดง ความกตัญญูที่สามารถแสดงออกได้ ต่อครอบครัว บรรพบุรุษ บิดามารดา ผู้มีพระคุณ ตลอดจนศาสนาและความเชื่อ ที่นับถือ นอกจากนี้ยังรวมถึงค่านิยมในการเคารพมาตรการ รักษาความปลอดภัยในช่วงประเพณีสงกรานต์ และ การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการเคารพ ในสิทธิมนุษยชน ๑.๒ ร่วมสานใจ สู่สากล หมายถึง การส่งเสริม การเผยแพร่คุณค่าสาระที่ดีงามของประเพณีสงกรานต์ ในฐานะที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย และ การปฏิบัติตามแบบของประเพณีวัฒนธรรมที่เหมาะสม ของแต่ละท้องถิ่นตามภูมิหลังของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน สู่สายตาชาวต่างชาติ อีกทั้งมีการส่งเสริม การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ ในต่างประเทศ ตลอดจนมีการสร้างความตระหนักรู้ และหวงแหนต่อประเพณีสงกรานต์ของประชาชนชาวไทย ในฐานะที่ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีที่แสดงถึง อัตลักษณ์ของความเป็นไทยในทุกภูมิภาค และเป็นหนึ่งใน แนวคิด Soft Power ด้านอนุรักษ์และขับเคลื่อนเทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลกของรัฐบาล โดยอาศัยการบูรณาการ จากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ๒๗
28 ๒. แนวทางและมาตรการรณรงค์ เพื่อดำ เนินการ ประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ การรณรงค์ เรื่อง “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” ประกอบด้วย ๒.๑ ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันจัดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ มุ่งเน้นสืบสานคุณค่าสาระของประเพณีอันดีงาม พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่การรับรู้ของชาวต่างชาติ ๒.๒ ส่งเสริมให้จังหวัดต่าง ๆ ใช้พื้นที่จัดกิจกรรม ทางศาสนาและวัฒนธรรมในเทศกาลสงกรานต์ ร่วมกัน สืบสานประเพณีที่ดีงาม เหมาะสม ๒.๓ รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันสืบสานคุณค่า สาระและสิ่งที่ควรทำ ของประเพณีสงกรานต์ เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือน วัด ศาสนสถานที่นับถือ สถานที่สาธารณะ ทำ บุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ สรงนํ้าพระพุทธรูป ขอพรผู้สูงอายุ ๒.๔ รณรงค์ให้แต่งกายที่สร้างภาพลักษณ์ ความเป็นไทย เช่น ใช้ผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น ชุดไทยย้อนยุค หรือชุดสุภาพ เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ ถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยต่อชาวต่างชาติ ๒.๕ ขอความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุน ศิลปินพื้นบ้านในการจัดกิจกรรม การละเล่น และ การแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ตามแนวทาง มาตรการเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๖๖ เพื่อเป็นการถ่ายทอด มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และให้เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันสืบสานประเพณี โดยคำ นึงถึง วัฒนธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม และร่วมกันเฝ้าระวัง ทางวัฒนธรรม ๒.๖ หน่วยงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และด้านบริการประชาชน ให้รักษามาตรการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ สงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่สร้างความสุข ประชาชน และนักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ๒.๗ ขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้ยานพาหนะ และใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎจราจร อย่างเคร่งครัด รวมถึงช่วยสอดส่อง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ในกรณีพบเห็น ผู้ที่ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม ๒.๘ การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม ๖๐๘ (กลุ่มเสี่ยง) ให้รักษามาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา COVID-๑๙ และโรคทางเดินหายใจ ควรมีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้เข้าร่วมงาน ๒.๙ ส่งเสริมภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณีสงกรานต์ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และนานาชาติ ในโอกาสที่สงกรานต์ ในประเทศไทย เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ที่เข้าสู่การพิจารณา ของยูเนสโก ๒๘
29 ประเพณีสงกรานต์ ในฐานะของมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประเพณีสงกรานต์ประกอบด้วยมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอันหลากหลายของชุมชน ทั่วประเทศไทย การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมจะก่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญ ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่ง ณ ที่นี้ รวมไปถึงพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การสรงนํ้า พระพุทธรูปสำคัญในท้องถิ่น การรดนํ้าดำ หัวผู้สูงอายุ เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญู ตลอดจน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีความพิเศษเฉพาะ ช่วงเทศกาลงาน ได้แก่ เทศกาลรื่นเริง วรรณกรรม มุขปาฐะ ศิลปะการแสดง งานฝีมือของท้องถิ่น และอาหาร เมื่อชุมชนได้เกิดความรับรู้เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ ในฐานะที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแล้ว จึงจะสามารถเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างตนเอง กับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมได้ในที่สุด นำ มาสู่ การพัฒนาความเข้าใจของชุมชนที่มีต่อบทบาทความสำคัญ ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ก่อให้เกิดการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในชุมชน เกิดความภาคภูมิใจใน วัฒนธรรมท้องถิ่นของตน และยอมรับมรดกภูมิปัญญาที่ แตกต่างกันระหว่างชุมชนด้วย การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จะเป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เรื่องอัตลักษณ์และ ความหลากหลายของการเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์ ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ผู้คนในแต่ละภูมิภาค จะได้เรียนรู้วิธีคิดและวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน นำ ไปสู่ ความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม เกิดความภาคภูมิใจและการเชิดชูวัฒนธรรมอันเกี่ยวข้อง กับประเพณีสงกรานต์ในฐานะที่เป็นมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมของชาติ ๒๙
30 ที่ปรึกษา นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางมงคลทิพย์ รุ่งงามฤกษ์ ผู้อำ นวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา นางสาวชริดา สังข์ทอง เลขานุการกรม นายสาโรจน์ เล้าเจริญสมบัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา คณะทำ งาน นางสาวกิตติพร ใจบุญ นักวิชาการวัฒนธรรมชำ นาญการพิเศษ นางสลักจิตร ศรีชัย นักวิชาการวัฒนธรรมชำ นาญการพิเศษ นางสาวภธิตา เหมทานนท์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำ นาญการ นายธีรวิทย์ บุญราศี นักวิชาการวัฒนธรรมชำ นาญการ นางสาวพินท์ปภา พันธุ์พรหม นักวิชาการวัฒนธรรมชำ นาญการ นายปุญญภัค ถายา นักวิชาการวัฒนธรรมชำ นาญการ นางสาวอัญญณัฐ ภูกระทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำ นาญการ นายปรมจิต ศรีชัย นักวิชาการวัฒนธรรม ขอขอบคุณ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำ นักงานเลขานุการกรม ผู้สนับสนุนข้อมูลทุกท่าน คณะผู้จัดทำ ๓๐
1 Songkran Tradition 2566
Book name Songkran Tradition 1st Edition March 2023 Book order ...../2023 Number of copies 5,000 Printed at The War Veterans Organization of Thailand Under Royal Patronage Printing House Tel. 02 910 7001
3 Thailand is a country that is rich in a variety of intangible cultural heritage elements, most of which have been bonded with the way of life of the people since ancient times. This reflects the history and the accumulation of ancestors’ precious wisdom as a beautiful identity of the country. Songkran tradition is a tradition that reflects the beautiful practices of Thai people in many aspects in terms of religion, society, tradition, and especially the culture of expressing gratitude to parents, ancestors, elder relatives or respected persons, which is a beautiful and desirable character of Thai people. Also, it is a tradition that is inherited and celebrated in all regions of Thailand based on their different yet mutually focused cultural backgrounds, and it is filled with an atmosphere of fun, warmth and respect for each other, reflecting the unique identity of the nation by using water as a symbolic medium of the tradition. As Ministry of Culture has a policy to promote national traditions and intangible cultural heritage elements as well as cultural exchanges across all areas of Thailand based on different ethnic backgrounds, cultures, and customs, and because of our awareness of the importance of promoting, supporting, as well as safeguarding, inheriting, and disseminating Songkran tradition to become a sustainable and internationally recognized tradition, Department of Cultural on behalf of Ministry of Culture has thus prepared the book Songkran Tradition B.E. 2566. I hope that this Songkran tradition book will provide readers with the understanding of the importance of Songkran tradition of Thailand as the national intangible cultural heritage, so that everyone can take part in safeguarding and inheriting Songkran tradition. (Mr. Itthiphol Kunplome) Minister of Culture Foreword A
4 Songkran tradition is a tradition that is important and has a distinctive identity based on the cultural diversity in Thailand that has been fused together into the national invaluable intangible cultural heritage. It is also a tradition that is generally recognized by both Thai people and foreigners as a tradition of happiness and fun. In Thailand, there have been great events to safeguard Songkran tradition in many areas in both Bangkok and other regions, leading Songkran tradition even wider recognition. In order to get younger generations and foreigners to know about the true essential value of Songkran tradition, it is necessary to convey such essential value through the inheritance and the organizing of activities in an appropriate way based on the essential value of the tradition. In this regard, a conveyor must recognize the meaning and essential value of the tradition and the correct practices according to the tradition, the accurate manners of Songkran water play according to the tradition, the expression of love, goodwill, and kindness that is available to each other of Thai people, as well as the knowledge and understanding about Songkran tradition as the important national intangible cultural heritage. Ministry of Culture by the Department of Cultural Promotion has therefore published the book Songkran Tradition to disseminate the essential value, practice guidelines, background, and beliefs in relation to Songkran tradition. This allows readers to gain insight into and inherit the Songkran tradition of Thailand. Message (Mrs. Yupha Taweewattanakitborvon) Permanent Secretary for Culture B
5 Preface Department of Cultural Promotion, Ministry of Culture, has an important mission to safeguard, transmit and revive all branches of Thai arts and culture and to promote the exchange of cultural knowledge throughout all areas of Thailand according to different backgrounds of ethnicity, culture, and custom and the dissemination of knowledge of the invaluable intangible cultural heritage of Thailand. In April, Songkran tradition is inherited, which is regarded as the Thai New Year's Day. It is a tradition that is related to the way of life of Thai people’s agricultural society, is linked to the faith and belief of Buddhism, and filled with an atmosphere of fun, warmth and respect for each other, reflecting the unique identity of the nation. Department of Cultural Promotion has therefore published the book "Songkran Tradition" in both Thai and English versions to disseminate the meaning, essential value, belief and practice guidelines in relation to Songkran tradition for both Thai people and foreigners to get to know the beauty of Songkran tradition as the national intangible cultural heritage. (Mr. Kowit Pakamart) Director-General of Department of Cultural Promotion C
6 Contents Page D Foreword A Message B Preface C Songkran Tradition or Thai New Year 1 The Meaning of Songkran 3 National Elder’s Day and Family Day 5 The Myth of Songkran Tradition 7 Declaration of Songkran B.E. 2564 10 Practices for Songkran Tradition 11 Prohibitions for Songkran Tradition 15 Songkran Tradition in Each Region 17 Songkran Tradition in ASEAN 20 Campaign Guidelines and Measures for the Inheritance 26 of Cultural Values for Songkran Tradition B.E. 2566 “Safeguarding Songkran Towards the International Tradition” Songkran Tradition as an Intangible Cultural Heritage Element 29
1 At present, Thai people adopt International New Year day on 1st January, however, the activities and uniqueness of Thai new year practices which has been inherited through generations are making merits, giving merits to ancestral spirit, pouring water onto Buddha images, pouring water onto elders’ hand, splashing water, plays, etc. This is why most of Thai people still preserve Thai new year. Songkran is the traditional Thai New Year tradition since the former time. It is a celebration that embraces goodwill, love, compassion, and thankfulness, using water as the means of expression. Songkran Tradition or Thai New Year
2 The tradition of Songkran fall on the 13th, 14th, and 15th of April every year. The first day is known as Maha Songkran or the grand Songkran. The Thai government has declared Songkran tradition as extended public holidays to enable the people to return to their hometown for family reunions, merit-making and reuniting with others in their community. Not only Thai people, but also Mon, Myanmar, Laos, including other Thai families in China and India are sharing Songkran tradition. In Thailand, Thai people inherit and evolve Songkran tradition through generations until it becomes national culture with uniqueness which is well known globally.
3 ความหมายของคำ ว่า The word “Songkran” Brahmin solar system has a special name called “Mahasongkran”. It means “a great step” that falls on 13th, 14th, or 15th April. In each day, there are specific names as follows. TheMeaning of Songkran
4 According to Songkran manuscript, these three days in some years is inexact date. Such as “Wan Mahasongkran” could be on 14th April instead of 13th April. However, it is more practical and easier to remember if they are marked on certain dates as described above. On 13th April, it is called “Wan Mahasongkran” which means the day that sun moves to Aries again after it passed through all zodiacs in 12 months. On 14th April, it is called “Wan Nao” which means Staying day that marks the day of sun settle in Aries. On 15th April, it is called “Wan Thaloengsok” which marks the day of the beginning “Chulasakarat” (Thai minor era). It is to make sure that the sun has already moved from Pisces to Aries at least one degree.
5 The occasion marks the appreciation for the senior population for their years of contribution to the family and country. The 14th of April is designated as Family Day to celebrate family love and togetherness. What to do during Songkran Tradition To celebrate Songkran, there are many activities throughout Thailand which vary according to regional tradition. Some of the activities include: National Elder’s Day and Family Day April 13th is also declared the Day of the Senior or Elderly by the government.
6 Cleaning of houses and public places such as temples, schools, offices to welcome the New Year with cleanliness and fresh start. Merit making by offering alms to monks in dedication to the late ancestors, going to the temples to listen to Buddhist preaching. Releasing birds and fish back to their natural habitat is a common practice during Songkran. This act of giving freedom is a form of merit making. Sprinkling water onto Buddha images and monks is an auspicious act to receive blessings for the New Year. Building sand pagodas on temple ground. Bringing sand into the temple’s premise is considered a merit because the sand can be used or reused for construction or restoration by the temple. Pouring water onto the elderly members of the family and/or the society to show respect and gratefulness and to ask for their blessing. Folk performances and traditional games are organized for enjoyment as well as to preserve the Songkran tradition. Throwing water at each other in a friendly manner by using clean or scented water, exchanging New Year’s greetings during water play, and in case of doubt, ask permission before throwing water at someone because he or she may not wish to get wet.