ตำ ห นั ก โ ป ร่ ง ฤ ทั ย
อ.นาโยง จ . ต รั ง
www.reallygreatsite.com
SOCIAL PSYCHOLOGY | 72
ตำหนักโปร่งฤทัย
อ.นาโยง จ.ตรัง
ตำหนักโปร่งฤทัย เดิมเรียกว่า“พลับพลาช่อง” พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี
(คอซิมบี้ ณ ระนอง) สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อดำรง
พระอิสริยายศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในพ.ศ.๒๔๕๒ และได้เป็นที่รับรองบุคคลสำคัญ
อีกหลายครั้ง เช่น
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พ.ศ.๒๔๕๕
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พ.ศ.๒๔๕๕
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พ.ศ.๒๔๕๕
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.๒๔๕๘
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.๒๔๗๑
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พ.ศ.๒๔๗๖
ตำหนักสวนโปร่งฤทัย ถูกรื้อถอนไปในปีใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ปัจจุบันมีอาคารที่ขึ้น
ทะเบียน คือ พลับพลาธารหทัยสำราญและศาลาแปดเหลี่ยม
อายุสมัย ประกาศขึ้นทะเบียน
สมัยรัตนโกสินทร์ ช่วง ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๓
พุทธศตวรรษที่ ๒๕ ตอนพิเศษ ๕๐ ง
วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๙
ตำหนักโปร่งฤทัย
Aesthetic Minimalist Collection
อ.นาโยง จ..ตรัง
วัดจอมไตร
วัดจอมไตร
ประวัติและความสำคัญ พระพุทธจอมไตร
วัดจอมไตร เดิมชื่อ“วัดเจาะหรือกระเจาะ” สร้างเมื่อ พระพุทธรูปที่ทำพิธีหล่อ
ประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๓ และได้เปลี่ยนชื่อจากวัดเจาะหรือกระเจาะ ด้วยโลหะองค์แรกของ
เป็นวัดจอมไตรเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จังหวัดตรัง
เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๔ เมตร
ยาว ๓๐ เมตร ผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๖
สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็น
อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาซ้อนชั้นกัน ๓ ชั้น รูปแบบ
ทางสถาปัตยกรรมและเทคนิคการก่อสร้างอุโบสถหลังนี้ เป็น
ลักษณะของช่างพื้นเมืองอย่างแท้จริง ไม่ประดับช่อฟ้า ใบระกา
หางหงส์ หน้าบัน คันทวย เหมือนอย่างอุโบสถโดยทั่วไป ซึ่งอุโบสถ
รูปแบบนี้พบกระจายอยู่หลายแหล่งในเขตภาคใต้ มีอายุประมาณ ๗๐ ปี
ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ชื่อพระพุทธจอมไตร
สร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๘๘ หน้าตักกว้าง๓ ศอก ๔ นิ้ว สูง ๔ ศอก ๖ นิ้ว
วัดจอมไตร
อายุสมัย สมัยรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๕
ประกาศขึ้นทะเบียน ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๑๗ ง
วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๒
วัดมงคลสถาน
อ.นาโยง จ.ตรัง
วัดมงคลสถาน
ที่ตั้ง เลขที่ ๔๖ หมู่ที่ ๒ บ้านละมอ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
ประวัติและความสำคัญ
วัดมงคลสถาน สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๔๔๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เดิมชื่อว่า “วัดละมอ” โดยตั้งตามชื่อ
หมู่บ้าน ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดมงคลสถานหลังจากได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕
โบราณสถานที่สำคัญ คือ อุโบสถ สร้างขึ้นเมื่ อปี พ.ศ.๒๔๘๐ ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๘ เมตรโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ประตูทางเข้าอยู่ตรงกลาง ๑ ช่อง และเป็นช่องประตูที่ใหญ่กว่าด้านอื่น ๆ ผนังอุโบสถด้านข้าง
ทั้ง ๒ ด้านมีประตูทางเข้าอยู่ตรงกลางด้านละ ๑ ช่องโดยประตูจะอยู่ชิดผนังทางด้านทิศเหนือ
ลักษณะประตูหน้าต่างเป็นบานเปิดคู่แบบเรียบง่าย ช่องแสงเหนือบานหน้าต่างทุกบานประดับ
เป็นรูปดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้น มีรัศมีเป็นแฉกๆ อยู่ในกรอบครึ่งวงกลม ทุกช่วงเสาจะมีช่องแสง
เป็นรูปวงกลมคล้ายลายตอกพิกุลอยู่โดยรอบ ผนังด้านทิศใต้หลังพระประธาน เจาะช่องแสงยาว
เป็นซี่ลูกกรงเล็กๆ สวยงาม เพื่อเพิ่มความสว่างด้านหลังพระประธานรูปแบบทางสถาปัตยกรรม
และเทคนิคการก่อสร้างอุโบสถหลังนี้ เป็นลักษณะของช่างพื้นเมืองอย่างแท้จริงไม่ประดับช่อฟ้า
ใบระกา หางหงส์ หน้าบัน คันทวย เหมือนอย่างอุโบสถโดยทั่วไป
อายุสมัย สมัยรัตนโกสินทร์ ราวพุทธตศตวรรษที่ ๒๕
ประกาศขึ้นทะเบียน ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๑๑๗ ง
วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
พระปรมาภิไธยย่อ ปปร.,ภปร.
และนามาภิไธยย่อ สก.
พระปรมาภิไธยย่อ ปปร.,ภปร.
และนามาภิไธยย่อ สก.
ประวัติความเป็นมา
เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๑ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้เสด็จ
พระราชดำเนินจังหวัดตรังโดยทรงใช้รถยนต์พระที่นั่งเสด็จธารน้ำตกโตนปลิว เขากะช่องจากนั้นทรงจารึก
พระปรมาภิไธยย่อ “ปปร.” ที่ข้างลำธารตำหนักโปร่งฤทัย ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๒
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรที่ตำบลนาโยงเหนือ จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๒
จากนั้นท่านได้ทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร.” และพระนามาภิไธยย่อ “สก.” ไว้บนหน้าผาน้ำตก
ข้างกับพระปรมาภิไธยย่อ “ปปร.” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗
อายุสมัย สมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๕– ๒๖
ประกาศขึ้นทะเบียน ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๑๑๗ ง
วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
บ้ า น ต ร ะ กู ล คี รี รั ต น์
อ . ย่ า น ต า ข า ว จ . ต รั ง
บ้ า น ต ร ะ กู ล คี รี รั ต น์
ประวัติความเป็นมา
บ้านตระกูลคีรีรัตน์เป็นอาคารเรือนไม้ ๒ ชั้น เป็นบ้านของนายกีวด สร้างแล้วเสร็จราวพ.ศ.๒๔๙๐
ตัวบ้านล้อมด้วยกำแพง ๔ ด้าน โครงสร้างอาคารก่ออิฐสอปูน ตกแต่งด้วยลายปูนปั้ นแบบตะวันตก
มีลายฉลุไม้แบบจีนและแบบไทยมุสลิม หลังคาจั่วมนิลามุงกระเบื้องว่าว โครงสร้างหลังคาเป็นไม้พะยอม
ภายในอาคารชั้นล่างเป็นห้องกว้างพื้นปูนขัดมัน ชั้นบนปูพื้นด้วยไม้ตะเคียนทอง กั้นห้องด้วยไม้
ทังใช้ลายฉลุไม้แบบจีนตกแต่งช่องลม มีโต๊ะบูชาภาพเขียนเทพเจ้ากวนอูตั้งชิดผนังห้องโถง
ด้านนอกเป็นระเบียงเปิดโล่งมีบันไดลงสู่ชั้นล่างใกล้ประตูทางเข้า
รูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ปรากฏให้เห็นนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม
สิ่งก่อสร้างที่พบเห็นตามหัวเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคชายฝั่ งทะเลตะวันตก อาทิเช่น เมืองภูเก็ต เมืองตรัง
หรือต่างชาติ เช่น ปีนัง เป็นต้น เมื่อนำมาผสมผสานกับหลังคาเรือนไทยมุสลิมแล้วจึงทำให้บ้านหลังนี้
กลายเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่แสดงให้เห็นพัฒนาการของชุมชนได้อย่างชัดเจน
อายุสมัย สมัยรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๕-๒๖
ประกาศขึ้นทะเบียน ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๑๑๙ ง วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕
วันสถาปนา และข้อมูลติดต่อหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม
๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ โทรศัพท์ : ๑๗๖๕
กระทรวงวัฒนธรรม
www.m-culture.go.th โทรศัพท์ : ๐ ๒๒๐๙๓๖๙๙
โทรศัพท์ : ๐ ๒๒๒๕ ๒๖๕๒
๒๐ สิงหาคม ๒๔๘๔
๐ ๒๖๒๓ ๖๔๕๐
กรมการศาสนา
www.dra.go.th โทรศัพท์ : ๐ ๒๒๔๗ ๐๐๑๓
๒๗ มีนาคม ๒๔๕๔
กรมศิลปากร
www.finearts.go.th
๒๔ กันยายน ๒๕๕๓
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
www.culture.go.th
๓ ตุลาคม ๒๕๔๕
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
www.ocac.go.th โทรศัพท์ : ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๓๔
๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ www.bpi.ac.th
โทรศัพท์ : (วิทยาเขตศาลายา) ๐ ๒๔๘๒ ๒๑๗๖-๗๘
(วิทยาเขตวังหน้ า) ๐ ๒๒๒๔ ๔๗๐๔
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
www.sac.or.th โทรศัพท์ : ๐ ๒๘๘๐ ๙๔๒๙
๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ โทรศัพท์ : ๐ ๒๔๘๒ ๒๐๑๓
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
www.fapot.org
๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ โทรศัพท์ : ๐ ๒๖๔๔ ๙๙๐๐
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)
www.moralcenter.or.th
๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
www.thaimediafund.or.th โทรศัพท์ : ๐ ๒๒๗๓ ๐๑๑๖-๘
คณะที่ปรึกษา วัฒนธรรมจังหวัดตรัง
ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวัง
๑.จ่าเอกพิรพร อุลิตพล ทางวัฒนธรรม
๒.นางธมลวรรณ รักษ์สังข์ ผู้ อำ น ว ย ก า ร ก ลุ่ ม กิ จ ก า ร พิ เ ศ ษ
ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และ
๓.นางจิราภร อธิขจรฤทธิ์ วัฒนธรรม
๔.นายปีติชา เลาหประภานนท์
นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ
คณะทำงาน นักจัดการงานทั่วไป
นักวิชาการวัฒนธรรม
๑.นางสาวสมฤทัย บัวจันทร์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
๒.นางสาวบงกชเกศ วงษ์ขันธ์
๓.นายภานุวัตน์ ชูช่วย
๔.นางรัชนา วรรณบวร
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตรัง