ก
รายงานการประเมนิ โครงการสหกรณน ักเรียนโรงเรียนบา นวงั ใหญ
สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 3
นางศรินทิพย ทะสะระ
ผูอำนวยการโรงเรยี นบานวังใหญ
บทสรุปผูบริหาร
การประเมินโครงการสหกรณนักเรียนโรงเรียนบานวังใหญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาสงขลา เขต 3 มีวัตถุประสงคเพ่ือประเมินโครงการสหกรณนักเรียนโรงเรียนบานวังใหญ
ปการศึกษา 2563 สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 โดยใชรูปแบบการประเมิน
แบบซิปป (CIPP Model) ) ซ่ึงประกอบดวย การประเมินดานบริบทหรือสภาวะแวดลอม (Context
Evaluation) การประเมินปจจัยเบื้องตนหรือปจจัยปอน (Input Evaluation) การประเมินกระบวนการ
(Process Evaluation) และการประเมินผลผลิต (Product Evaluation) กลุมเปาหมายที่ใชในการ
ประเมิน ไดแก ครู ตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ตัวแทนผูปกครองนักเรียน และตัวแทน
นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที่ 3 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 จำนวน 228 คน โดยเลือกกลุมตัวอยาง
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใชในการประเมิน ไดแก แบบสอบถามแบบมาตราสวน
ประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ วิเคราะหขอมูลโดยใชคารอยละ คาเฉล่ีย
และคาสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการประเมิน พบวา
ดานบริบทหรือสภาวะแวดลอม พบวาโดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด เม่ือพิจารณารายขอ
เรียงลำดับ
1. ผลการประเมินดานสภาวะแวดลอม (Context) ไดแก การประเมินจุดมุงหมาย สภาพ
ความตองการ ส่ิงอำนวยความสะดวก และความจำเปน ตามความคิดเห็นของผูบริหาร ครู
ผูปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และนักเรียน ผลประเมินโดยภาพรวมพบวาอยูในระดับ
มากที่สดุ
2. ผลการประเมินดานปจจัยนำเขา (Input) ไดแก การประเมินเก่ียวกับเอกสารวัสดุ
อุปกรณ งบประมาณ และบุคลากรในการดำเนินโครงการ ตามความคิดเห็นของผูบริหารและครู
ข
ผูปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และนักเรียน ผลประเมินโดยภาพรวมพบวาอยูในระดับ
มากท่ีสดุ
3. ผลการประเมินดานกระบวนการ (Process) ไดแก การประเมินเกี่ยวกับการวางแผน
การจัดการและกิจกรรมในการดำเนินโครงการ ตามความคิดเห็นของผูบริหาร ครู ผูปกครองนักเรียน
คณะกรรมการสถานศกึ ษา และนักเรียน ผลประเมินโดยภาพรวมพบวา อยใู นระดบั มากทสี่ ุด
4. ผลการประเมินดานผลลัพธ (Product) ไดแก การประเมินผลงานหรือการบรรลุ
เปาหมายตามวัตถุประสงคของโครงการ ตามความคิดเห็นของผูบริหาร ครู ผูปกครองนักเรียน
คณะกรรมการสถานศกึ ษา และนักเรียน ผลประเมินโดยภาพรวมพบวาอยูในระดับมากท่สี ดุ
บทนำ
“คำวา สหกรณ แปลวา การทำงานรวมกัน การทำงานรวมกันนี้ลึกซ้ึงมาก เพราะวาจะตอง
รว มมอื กนั ในทุกดา น ทงั้ ในดา นงานการทที่ ำดว ยรางกายทั้งในดานงานการท่ีทำดวยสมองและงานการทที่ ำ
ดวยใจ ทกุ อยางนข้ี าดไมไดตองพรอม.. การสหกรณนี้ถา เขา ใจ มแี ลวกเ็ ห็นไดว าเปนวิธที างเดยี วท่ีจะทำให
มคี วามเจรญิ กาวหนาของประเทศได. ..” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอ
ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันท่ี 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 จากพระราชดำรัสของ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองคทรงใหเห็น
ความสำคัญตอการสหกรณ วาเกิดจากการทำงานรวมกัน เกิดจากความรวมมือกันของทุกฝาย ซ่ึงจะชวย
ใหมีความเจริญกาวหนาในประเทศตอไปได และจากแนวพระราชดำรัสและการทรงงานของพระองค ใน
เร่ืองการสหกรณทำใหเกิดการพัฒนางานสหกรณไปยังที่ตาง ๆ ทั่วประเทศ จนเม่ือสมเด็จพระกนิษฐาธิ
ราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงงานแทนพระบาทสมเด็จพระบรมชน
กาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระองคทรงใหความสำคัญการสหกรณมาอยาง
ตอ เนอื่ ง
“...สวนใหญจัดเปนสหกรณรานคาและสหกรณออมทรัพย มีรานคาขายของใชจำเปน ขาพเจา
คิดวา ถาจะซื้อของมาใชในโรงเรียนก็ใหซื้อผานสหกรณ ก็จะไดเปนราคาขายสง ในการที่จะขายสินคา
ตา งๆ แมแ ตข ายของจากแปลงเกษตรเขา โรงครวั ก็ใหผา นสหกรณ การท่ีจะรว มมือกันหาตลาดผลิตภัณฑก็
ตองใหกรรมการสหกรณรับทราบการฝกหัดเด็กนักเรียนในเรื่องสหกรณ ทำใหเด็กไดฝกหัดทักษะหลาย
อยาง คือฝกหัดมาประชุมกัน ใชเหตุผลโตเถียงกัน อันเปนการฝกหัดการอยูในสังคมประชาธิปไตยเมื่อ
ประชุมก็ใหมีการจดบันทึก การประชุมเปนการฝกหัดเขียนหนังสือ ฝกหัดขาย เม่ือขายก็ตองรูจักการทำ
บัญชี ซ่ึงก็เปนอีกวิชาหนึ่ง...บางคร้ังกิจการรา นคาสหกรณเจริญรุงเรอื งมาก เด็กนักเรียนและครูพากันไป
ค
ขายของ ทำใหละเลยเร่ืองการเรียนการสอนก็ตองเตือนกัน...” (จากหนังสือ พระราชนิพนธสมเด็จพระ
กนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เก่ียวกับโรงเรียนตำรวจตระเวน
ชายแดน)
การสหกรณหรือการทำงานรวมกัน มีอยูจริงในการดำเนินชีวิตของทุกคนที่ดำรงตนอยูในสังคม
เพียงแตการใชถอยคำที่กลาวถึงการอยูรวมกัน เปนพยางคหรือประโยคหรือคำท่ีแตกตางกันไป ในการ
ดำเนินการนำการสหกรณสสู ถานศึกษามีความเดน ชัด เม่อื สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจากรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับส่ังในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2534 ใหอธิบดีกรมสงเสริม
สหกรณจัดใหสอนสหกรณในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในขณะท่ี บางสถานศึกษามีการจัดกิจกรรม
สหกรณเพ่ือการเรยี นรขู องนักเรียน โดยการเห็นประโยชนตอการเรียนรกู ารอยูรวมกนั บางโรงเรียนมีการ
จัดกจิ กรรมสหกรณตามสถานการณข องสภาพจริง การเรียนรู การสหกรณจงึ มคี วามหลากหลาย
โรงเรียนบานวงั ใหญเ ปน โรงเรยี นที่เปด สอนในระดับชนั้ กอนประถมศึกษาจนถงึ ช้ันมัธยมศึกษาป
ท่ี 3 โรงเรียนสง เสรมิ ใหน กั เรยี น คณะครู และผปู กครอง รวมกนั เปนสมาชิกและรวมกนั บริหารจดั การงาน
สหกรณ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนนิ งาน ใหสอดคลองกบั บรบิ ทของโรงเรียน จัดใหม ี การ
ประชุมช้ีแจงแนวทางการดำเนินงานสหกรณ แตงตั้งคณะกรรมการสหกรณท้ังนักเรียนและคณะครูเปน
ผูรับผิดชอบ โดยโรงเรียนไดเนินการสหกรณครบวงจรท้ังการดานการจัดการเรียนการสอน ดานรานคา
ฝายผลิต ฝายออมทรัพย และดานสวัสดิการ มีการเชิญภูมิปญญาทองถ่ินท่ีมีความรูความสามารถเฉพาะ
ดาน ในการใหความรูกับนักเรียน เชน การเพาะเห็ด การปลูกผัก การเลี้ยงปลา มีการดำเนินงานที่เปน
ระบบมากย่ิงขึ้น นอกจากน้ีมีการสงเสริมใหสมาชิกรูจักการวางแผนการใชเงิน การออมเงินไวใชยาม
จำเปน และใหมีการดำเนินกิจกรรมสงเสริมการผลิต ซึ่งไดมีการจัดเปนชุมนุมสหกรณ ขึ้นเพื่อใหนักเรียน
ไดเรียนรูเร่ืองวิชาสหกรณ ไดฝกลงมือปฏิบัติจริงในหองสหกรณและไดรวมกลุมกันผลิต และจำหนาย
สินคา สงผลใหผูเรียนมีความรูเร่ือง วิชาสหกรณ เกิดทักษะในการทำงาน ไดมีการฝกลงมือ ปฏิบัติจริง
เกิดเปนความรูความเขาใจ สามารถนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได มีการจัดหองสหกรณ ใหเปน
แหลงเรียนรูสำหรับนักเรียน คณะครู ผูปกครองและชุมชน มีการสงครูเขาอบรมเพิ่มเติมความรู เก่ียวกับ
การจัดกิจกรรมสหกรณใ นสถานศึกษาอยางตอ เนือ่ ง และยังเหน็ คามสำคัญของการนำวธิ ีการสหกรณสูการ
เรยี นรบู รู ณาการในทุกรายวิชา สง ผลใหน ักเรียนมคี วามรูค วามเขา ใจในวิชาการสหกรณ และสามารถนำส่ิง
ทไี่ ดเ รียนรูไปประยุกตใ ชในชีวติ ประจำวนั ได สามารถเตบิ โตเปน เยาวชนท่ดี ี เปนพลเมืองท่ีดใี นอนาคตได
ง
วตั ถุประสงคก ารประเมนิ
1. เพื่อประเมินผลดานสภาวะแวดลอม (Context) ไดแก การประเมินจุดมุงหมาย สภาพความ
ตอ งการ สงิ่ อำนวยความสะดวก และความจำเปน
2. เพื่อประเมินผลดานปจจัยนำเขา (Input) ไดแก การประเมินเกี่ยวกับเอกสารวัสดุ อุปกรณ
งบประมาณ และบคุ ลากรในการดำเนินโครงการ
3. เพื่อประเมินผลดานกระบวนการ (Process) ไดแก การประเมินเก่ียวกับการวาง แผนการ
จัดการและกิจกรรมในการดำเนินโครงการ
4. เพ่ือประเมินผลดานผลลัพธ (Product) ไดแก การประเมินผลงานหรือการบรรลุ เปาหมาย
ตามวัตถุประสงคของโครงการ
ขน้ั ตอนการดำเนินการประเมนิ
การประเมินโครงการสหกรณนักเรียนในโรงเรียนบานวังใหญ โดยใชรูปแบบการประเมินแบบ
CIPP MODEL ผูประเมินไดด ำเนนิ การตามลำดบั ดังนี้
1. ศึกษาแนวคิดการประเมนิ จากเอกสารและงานวจิ ัยตาง ๆ
2. ศกึ ษารายละเอยี ดโครงการ/เอกสาร/บคุ คลที่เกย่ี วขอ ง
3. กำหนดประเด็นการประเมิน ไดแก กำหนดตัวช้ีวัด กำหนดเกณฑการประเมิน กำหนด
กลุมผใู หข อ มลู กำหนดเครอ่ื งมือ และกำหนดการวเิ คราะหข อมูล
4. รางแบบประเมินสำหรับกลุมตัวอยาง 3 กลุม ไดแก กลุมท่ี 1 ครูผูสอน กลุมที่ 2
คณะกรรมการศึกษาข้นั พื้นฐาน และผปู กครอง และกลมุ ที่ 3 นกั เรยี น
5. นำแบบประเมนิ ทร่ี างเสนอตอผเู ช่ยี วชาญจำนวน 5 คน เพือ่ ตรวจหาคา IOC
6. นำแบบประเมนิ ปรบั แกต ามขอเสนอแนะของผูเ ช่ียวชาญ และจดั พมิ พเ ปนฉบบั สมบูรณ
7. นำแบบประเมินไปทดลองใชกับโรงเรียนมวงถ้ำ โรงเรียนวัดคงคาสวัสดิ์ ซึงเปนโรงเรียน
ในอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต 3 ท่ีเขารวมโครงการสหกรณนักเรียนใน
โรงเรียนจำนวน 3 กลุม ไดแก กลุมที่ 1 ครูผูสอน จำนวน 30 คน จำนวน กลุมท่ี 2 คณะกรรมการศึกษาขั้น
พื้นฐาน ผปู กครอง จำนวน 30 คน และกลุมที่ 3 นักเรยี น จำนวน 30 คน
8. นำแบบประเมินมาหาคา ความเทย่ี ง
9. นำแบบประเมินมาเก็บขอมูลตามตัวชี้วัด ดานสภาวะแวดลอม ดานปจจัยนำเขา ดาน
กระบวนการ และดา นผลลัพธ
10. วเิ คราะหขอ มลู และสรปุ ผลจากการวิเคราะห
จ
สรุปผลการประเมิน
โครงการสหกรณนักเรยี นโรงเรียนบานวังใหญ โดยใชรูปแบบการประเมินแบบ CIPP MODEL ผู
ประเมินไดสรุปผลการประเมินตามวตั ถุประสงคข องการประเมนิ ดงั นี้
1. ผลการประเมินดานสภาวะแวดลอม (Context) ไดแก การประเมินจุดมุงหมาย สภาพ
ความตอ งการ ส่งิ อำนวยความสะดวก และความจำเปน พบวา ผลการประเมินอยใู นระดับ มากทส่ี ดุ
2. ผลการประเมินดานปจจัยนำเขา (Input) ไดแก การประเมินเก่ียวกับเอกสารวัสดุ
อุปกรณ งบประมาณ และบคุ ลากรในการดำเนินโครงการ พบวา ผลการประเมินอยใู นระดบั มากที่สดุ
3. ผลการประเมินดา นกระบวนการ (Process) ไดแก การประเมนิ เก่ียวกับการวาง แผนการ
จัดการและกิจกรรมในการดำเนินโครงการ พบวา ผลการประเมนิ อยูใ นระดบั มากทสี่ ุด
4. ผลการประเมินดานผลลัพธ (Product) ไดแก การประเมินผลงานหรือการบรรลุ
เปา หมายตามวตั ถปุ ระสงคข องโครงการ พบวา ผลการประเมนิ อยใู นระดบั มากทีส่ ดุ
การอภปิ รายผล
การอภิปรายผลการประเมินโครงการคร้ังนี้ ผูประเมินอภิปรายผลตามวัตถุประสงคของ
การประเมิน ดานสภาวะแวดลอม ดานปจ จัยนำเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต โดยมรี ายละเอียด
ดงั น้ี
1. ผลการประเมินดานสภาวะแวดลอม (Context) ไดแก การประเมินจุดมุงหมาย สภาพ
ความตองการ สิ่งอำนวยความสะดวก และความจำเปน พบวา ผลการประเมินอยูในระดับมากท่ีสุดทุกขอ
แสดงใหเห็นวาในทัศนะของครู นักเรียน ผูปกครองและกรรมการสานศึกษา มีความคิดเห็นวาโรงเรียนจัด
กิจกรรมไดเหมาะสมกับสภาพของโรงเรียน จุดมุงหมายของการดำเนินโครงการเหมาะสมสอดคลองกับ
ความจำเปนของผูเรียน มีการแตงตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการและแจงใหผูเก่ียวของไดรับทราบ
สอดคลองกับผลการศึกษาของ ชมขวัญ ขุนวิเศษ (2561) การประเมินโครงการโรงเรียนพอเพียงทองถ่ิน
(Local Sufficiency School: LSS) โรงเรียนบ านท าแค (วัน ครู 2500) ผลการประเมินพ บ วา
1) ผลการประเมินพบวาดานบริบทของโครงการในภาพรวมมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด และผาน
เกณฑการประเมินท้ัง 4 ตัวชี้วัด และนอกจากนี้ยังสอดคลองกับอับดุลซอมะ เจะหลง (2562)
การประเมินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงดวยการมีสวนรวม ของโรงเรียนเทศบาล 1 (บานสะเตง) ผลการ
ประเมินพบวา 1) ความเหมาะสมดานบริบทของการประเมินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงดวยการมีสวน
รว มของโรงเรียนเทศบาล 1 (บานสะเตง) ในภาพรวมอยใู นระดับมากที่สุด
ฉ
2. ผลการประเมินดานปจจัยนำเขา (Input) ไดแก การประเมินเกี่ยวกับเอกสารวัสดุ
อุปกรณ งบประมาณ และบุคลากรในการดำเนินโครงการ พบวา ผลการประเมินอยูในระดับมากที่สุด
แสดงใหเห็นวาผูเก่ียวของมีการใหขอมูลและความรูเกี่ยวกับกิจกรรมแตละกิจกรรมที่ดำเนินการ
ในโครงการ มีงบประมาณท่ีเพียงพอตอการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณในแตละกิจกรรม มีเอกสารใหความรู
นักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมตาง มีผูเก่ียวของและรับผิดชอบในแตละกิจกรรมของโครงการเพียงพอ
เน่ืองจากบุคลากรไดรับการพัฒนาเพื่อเตรียมความพรอมกอนเริ่มโครงการ ทำใหบุคลากรมีความรู
ความสามารถและมีความพรอมในการปฏิบัตงิ าน นอกจากน้ีโครงการยงั ไดรับการสนับสนุนงบประมาณที่
เพยี งพอตอการดำเนินการอกี ดวย สอดคลองกับผลการประเมนิ ของ สมศักด์ิ จี้เพ็ชร (2562) การประเมิน
โครงการกิจกรรมเพ่ือสังคมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงโดยใชการประเมินแบบ CIPP Model
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห สิงหเสนี) นนทบุรี ผลการประเมินพบวา ดานปจจัยอยูในระดับมากที่สุด
รายการท่ีประเมิน คือ การดำเนินการไมขัดแยงกับกฎระเบียบของราชการงบประมาณมีความเหมาะสม
เพียงพอ และนอกจากนี้ยังสอดคลองกับยุทธพล ทับลา (2563) การประเมินโครงการสถานศึกษา
พอเพียง (การเรียนรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง) โรงเรียนวัดนาคราช อำเภอบางบอ สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมทุ รปราการ เขต 2 ผลการประเมินดานปจจัยนำเขา (Input)
ในภาพรวม พบวา ดานปจจัยนำเขามีความเหมาะสมอยใู นระดบั มากท่ีสุดซง่ึ ผา นเกณฑการประเมนิ
3. ผลการประเมินดานกระบวนการ การประเมินเกี่ยวกับการวางแผนการ และจัดการการ
ประเมินกิจกรรมในการดำเนินโครงการพบวา ผลการประเมินอยูในระดับมากท่ีสุดแสดงใหเห็นวา
ผูรับผิดชอบโครงการมีการแจงแผนการดำเนินงานในแตละกิจกรรมใหทราบกิจกรรมเปนไปตามแผนท่ี
กำหนดไว มีการกำหนดผูรับผิดชอบและแบงหนาที่อยางชัดเจน ครูมีสวนรวมในการดำเนินโครงการและ
แบงหนาท่ีอยางชัดเจนเหมาะสมกับความรูความสามารถ เปดโอกาสใหนักเรียนมีสวนรวมในโครงการ
สหกรณนักเรียนโรงเรียน อยางนอย 1 กิจกรรม นักเรยี นมคี วามรูความเขา ใจและสามารถทำกิจกรรมตาง
ๆ ในแตละกิจกรรมในโครงการไดและสอดคลองกับความสามารถของตนเองซึ่งสอดคลองกับ สมบัติ
จนั ทรบุญเรอื ง (2562) การประเมินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของโรงเรียน
บานเจะหลี ปการศึกษา 2562 สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากระบ่ีผลการประเมินพบวา 1)
ผลการประเมินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบานเจะหลี ป
การศึกษา 2562 สังกัดำสำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากระบ่ี ผลการประเมินปจ จัยนำเขาของ
การประเมินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบานเจะหลีปการศึกษา
2562 สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ดานปจจัยนำเขา มีคาเฉล่ียโดยรวมอยูใน
ระดบั มากท่สี ุด
ช
4. ผลการประเมินดานผลลัพธ ไดแก การประเมินผลงานหรือการบรรลุเปาหมายตาม
วัตถุประสงคของโครงการ ผลการประเมินอยูในระดับมากที่สุด แสดงใหเห็น วาโรงเรียนมีการสนับสนุน
และเปดโอกาสใหผูเรียนไดปฏิบัติจริง สามารถนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน ซ่ึงสอดคลอง
กับเยาวลักษณ เกสรเกศรา (2561) รายงานการประเมินโครงการสหกรณโรงเรียนแบบครบวงจร ตาม
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบานหมากหัววัง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ผลการประเมินพบ
ดานผลผลิต ของโครงการสหกรณโรงเรียนแบบครบวงจร ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียน
บานหมากหัววัง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด ซึ่งสอดคลองกับอุดม ยกพล
(2562) การประเมินโครงการนอมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสูสถานศึกษาโรงเรียนดาน
อุดมศึกษา อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ผลการประเมินดานผลผลิตของโครงการในภาพรวมอยูใน
ระดับมากท่ีสุด และนอกจากน้ียังสอดคลองกับสุวิทย กังแฮ (2563) การประเมินโครงการสงเสริมการ
เรียนรูของนักเรียนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง โรงเรียนบานโคกชะแง ปก ารศึกษา 2563 ผล
การประเมิน พบวา 1) ครู และคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน มีความคิดเห็นตอการประเมิน
โครงการสงเสริมการเรียนรูของนกั เรยี นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบานโคกชะแง ป
การศกึ ษา 2563 ดา นผลผลิต โดยรวมอยใู นระดับมากทสี่ ุด
ขอ เสนอแนะ
การจัดทำโครงการสหกรณนักเรียนโรงเรียนบานวังใหญ โดยใชรูปแบบการประเมินแบบ CIPP
MODEL ตองอาศัยการมีสวนรวมในการสงเสริมพัฒนาจากหลาย ๆ ฝาย ซึ่งประกอบดวยครู กรรมการ
สถานศึกษา ผูปกครองและนักเรียน ซ่ึงจะทำใหนักเรียนไดมีสวนรวมในการทำกิจกรรม เกิดทักษะในการ
ทำงานสามารถนำมาประยุกตใชในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญผลจากการดำเนินโครงการสหกรณนักเรียน
สงเสริมทักษะของผูเรียนในดานตาง ๆ ทั้งดานการเรียน การทำงานรวมกับผูอื่น ทักษะดานอาชีพ
โดยเฉพาะอยางยิ่งสงเสริมทักษะของผูเรียนท่ีสอดคลองกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ผลจากการประเมิน
โครงการทำใหไ ดขอสนเทศเพอ่ื เปนแนวทางการพัฒนาปรับปรงุ โครงการสหกรณนกั เรียนโรงเรียนบานวัง
ใหญและเปนแหลงเรียนรูสำหรับสถาน ศึกษา ชุมชนและหนวยงานอื่น ๆ ผลจากการประเมินโครงการ
เปนแนวทางใหโรงเรียนอื่นท่ีเขารวมโครงการสหกรณนักเรียนโรงเรียนใชเปนแนวทางในการดำเนินการ
และพัฒนาและการแกไขปญหาอยางจริงจัง จะเห็นไดวาควรดำเนินโครงการนี้ตอไปอยางตอเนื่อง ทั้งนี้
ผูเก่ียวของควรนำผลการประเมินไปปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินโครงการอยางตอเน่ืองเพื่อใหเกิด
ประสิทธภิ าพและประสิทธิผลตามขอเสนอแนะ ดงั น้ี
ซ
ขอเสนอแนะในการนำไปใช
1. จากผลการประเมินดานสภาวะแวดลอม (Context) ไดแก การประเมินจุดมุงหมาย
สภาพความตองการ สงิ่ อำนวยความสะดวก และความจำเปน พบวา ผลการประเมินอยูในระดับมากที่สุด
ซ่ึงแสดงใหเ ห็นวาผูรับผิดชอบมีการดำเนินการตาง ๆ ภายใตแผนหรือแนวทางท่ีไดกำหนดไว ดงั นั้นในการ
ทำกิจกรรมหรือโครงการใดก็ตามส่ิงที่ตองคำนึงถึงคือความตองการของนักเรียน ผูปกครอง และครู และ
กำหนดวัตถุประสงคของโครงการใหสอดคลองกับพระราชบัญญัติการศึกษาและกฎหมายท่ีเกี่ยวของกับ
การศึกษา หนวยงานตนสังกัด และสภาพปญหาของนักเรียน อันเปนการตอบสนองความตองการของ
นักเรียนอยางแทจ ริง
2. จากผลการประเมินดานปจจัยนำเขา (Input) ไดแก การประเมินเก่ียวกับเอกสารวัสดุ
อุปกรณ งบประมาณ และบุคลากรในการดำเนินโครงการ พบวา ผลการประเมินอยูในระดับมากท่ีสุด
ดังนั้นในการทำกิจกรรมหรือโครงการใด ผูบริหารจึงควรควรสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ เคร่ืองมือและ
เทคโนโลยีท่ีตองใชในการดำเนินงานโครงการใหเหมาะสมกับการทำกิจกรรม และควรสรางขวัญกำลังใจ
และพัฒนาศักยภาพบุคลากรอยางตอเน่ือง เพ่ือเพ่ิมพูนความรูและประสบการณใหพรอมกอนการ
ปฏิบัตงิ าน เพือ่ ใหการดำเนนิ โครงการมปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลสูงสดุ
3. จากผลการประเมินดานกระบวนการ (Process) ไดแก การประเมินเกี่ยวกับการวาง
แผนการจัดการและกิจกรรมในการดำเนินโครงการ พบวา ผลการประเมินอยูในระดับมากท่ีสุด แสดงให
เห็นถึงความรับผิดชอบของผูรับผิดชอบโครงการซึ่งควรยึดถือปฏิบัติในการดำเนินโครงการ นอกจากน้ัน
การปฏิบัติตามกิจกรรมของโครงการมีหลายกิจกรรมท่ีตองอาศัยบุคลากรท่ีมีความรูความสามารถเฉพาะ
ดาน เชน หากผูรับผิดชอบหรือครูขาดประสบการณหรือปญหาในเร่ืองท่ีดำเนินการสามารถเชิญวิทยากร
ทองถิ่นหรือผูที่มีความรูเก่ียวกับกิจกรรมท่ีดำเนินการมาใหความรูเพ่ือใหการดำเนินการบรรลุตาม
วตั ถุประสงคท ่วี างไว
4. จากผลการประเมินดานผลลัพธ (Product) ไดแก การประเมินผลงานหรือการบรรลุ
เปาหมายตามวัตถุประสงคของโครงการ พบวา ผลการประเมินอยูในระดับมากที่สุด แสดงใหเห็นวา
ผรู ับผิดชอบโครงการมีการวางแผนและการทำงานตาง ๆ อยา งเปนระบบ ซึ่งหากตองการใหเกิดผลลัพธท่ี
เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน ผูบริหารและครูอาจพัฒนาโดยการไปศึกษาดูงานโรงเรียนที่ทำกิจกรรม
เชนเดียวกันเพือ่ เกบ็ ขอมูลมาพัฒนาโครงการของตนเองตอไป
ฌ
ขอเสนอแนะในการประเมินครงั้ ตอไป
1. ควรทำการวิจัยหรือประเมินเก่ียวกับปจจัยท่ีสงผลตอความสำเร็จของการดำเนินโครงการ
สหกรณน ักเรยี นโรงเรียนบา นวังใหญ สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3
2. ควรมีการศึกษาวิจัยรูปแบบที่เหมาะสมตอการดำเนินรายงานการประเมินโครงการ
สหกรณนักเรียนโรงเรียนบานวังใหญ โดยใชรูปแบบการประเมินแบบ CIPP MODEL ตามขนาดโรงเรียน
เพ่อื ใหไดข อมลู สารสนเทศในแงมมุ อน่ื ทใี่ ชพฒั นาโครงการใหม ีประสิทธภิ าพตอ ไป
3. ควรประเมินเชิงสาเหตุเพ่ือจะไดทราบถึงสาเหตุท่ีมีอิทธิพลตอโครงการเพ่ือนำไปแกไข
ปรับปรงุ พัฒนาโครงการไดต รงตามสาเหตุและปญหาของการประเมนิ ตอไป
เอกสารอางองิ
กรมสงเสริมสหกรณ. (2556). การสง เสรมิ สหกรณท เ่ี ก่ียวของกับกฎหมายสหกรณ. กรุงเทพฯ:
โรงพมิ พชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำกดั .
ชมขวญั ขนุ วเิ ศษ. (2561). การประเมนิ โครงการโรงเรียนพอเพียงทองถนิ่ (Local Sufficiency
School: LSS) โรงเรยี นบานทา แค (วนั ครู 2500).อำเภอเมืองพัทลงุ จังหวัดพทั ลงุ .
จำเริญ จันทรป ระเทือง .(2542). การศึกษาการจดั กิจกรรมสหกรณด ีเดน ในโรงเรยี นประถมศกึ ษาสงั กัด.
สำนักงานการประถมศึกษาจงั หวดั ขอนแกน , ขอนแกน: มหาวทิ ยาลัยขอนแกน .
ณัฐธนพล ปะจีน. (2561). การประเมนิ โครงการเกษตรตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใน
โรงเรียนบานหนองปรือนอย สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา ปราจนี บุรี
เขต 1. จงั หวดั ปราจนี บรุ .ี
ประยงค จินดาวงศ. (2536). ตำรับอาหารแบบประหยดั และสงวนคณุ คา. พิมพครงั้ ที่ 4. กรงุ เทพฯ :
ไทยวฒั นาพานชิ .
ประดิษฐ มัชฌมิ า. (2550). สังคมวิทยาชนบท. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร.
พชิ ติ ฤทธ์จิ รญู .(2555). เทคนิคการประเมนิ โครงการ. กรงุ เทพ ฯ : เฮาสออ ฟเคอรม สี ท.
พสิ ณุ ฟองศร.ี (2556). การเขียนรายงานประเมินโครงการ. พิมพคร้ังท่ี 7. กรุงเทพ ฯ : เพชรรงุ การพิมพ.
ไพศาล หวังพานชิ . (2552). วธิ ีการวิจัย. กรุงเทพ ฯ : งานสงเสรมิ วิจยั และตำรากองบริหาร.
ยทุ ธพล ทบั ลา. (2563). การประเมินโครงการสถานศกึ ษาพอเพียง (การเรียนรตู ามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง) โรงเรยี นวัดนาคราช อำเภอบางบอ สังกดั สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษา
ประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2. จังหวดั สมุทรปราการ.
ญ
เยาวลกั ษณ เกสรเกศรา. (2561). การประเมนิ โครงการสหกรณโรงเรียนแบบครบวงจร ตามหลกั
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรยี นบา นหมากหัววัง อำเภอเมือง จงั หวัดลำปาง.
จงั หวดั ลำปาง.
รัชฎาภา อมาตยกุล. (2551). โครงการอาหารกลางวันในโรงเรยี นสงั กดั กรุงเทพมหานคร. หนว ย
ศกึ ษานเิ ทศก. กรงุ เทพฯ : สำนกั การศึกษากรงุ เทพมหานคร.
วาสนา ประวาลพฤกษ. (2550).หลกั การและเทคนคิ การประเมนิ ทางการศกึ ษา.กรุงเทพมหานคร :
เดอะมาสเตอรกรปุ แมเนจเมน ท.
วีระชยั ศรีเมอื ง. (2555). การประเมินผลโครงการอาหารกลางวนั ในโรงเรยี นประถมศกึ ษาสงั กัด
สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาสุรนิ ทร เขต 1. วทิ ยานพิ นธมหาบัณฑติ สาขา
บรหิ ารการศกึ ษา บณั ฑิตวทิ ยาลัย จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.
ศริ ิชัย กาญจนวาส.ี (2552).ทฤษฎีการประเมนิ . พิมพครงั้ ที่ 7. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพแหง จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย.
สมคิด พรมจยุ . (2550). เทคนคิ การประเมินโครงการ. พมิ พครั้งที่ 5. นนทบุรี : จตุพรดไี ซน.
สถาบันพัฒนาผูบ รหิ ารการศกึ ษา. (2541). หลกั การจดั การศึกษายุคใหม. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พค ุรสภา
ลาดพราว.
สมบตั ิ จันทรบ ุญเรือง. (2562). การประเมินโครงการวถิ ีชีวิตตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ของโรงเรยี นบา นเจะ หลี ปการศึกษา 2562 สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา
กระบ.่ี จงั หวัดกระบี่
สมศักด์ิ จเ้ี พ็ชร. (2562). การประเมินโครงการกจิ กรรมเพื่อสังคมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งโดยใชก ารประเมินแบบ CIPP Model โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห สงิ หเสน)ี
นนทบรุ ี.จังหวดั นนทบรุ .ี
สมหวัง พิธิยานุวฒั น. (2553). วิธวี ิทยาการประเมนิ ศาสตรแหงคณุ คา . พิมพค ร้งั ที่ 5. กรุงเทพ ฯ :
สำนกั พิมพแหงจุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย.
สุวิทย กงั แฮ. (2563). การประเมนิ โครงการสงเสริมการเรยี นรขู องนักเรียนตามหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจ พอเพียง โรงเรียนบานโคกชะแง. จังหวดั ตรงั .
สุภมาส อังศุโชต.ิ (2555).“รูปแบบการประเมินนโยบาย แผนงาน และโครงการ.” ใน ประมวลสาระ
ชดุ วิชาการประเมินนโยบาย แผนงาน และโครงการ. หนว ยท่ี 5. นนทบรุ ี :
มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช.
ฎ
โสพนิ ปน กาญจนโต. (2550). การศึกษาการดำเนินกิจกรรมสหกรณโ รงเรียนบา นเหลา กกหงุ สวา ง
ตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง. วิทยานิพนธปรญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาสงั คมการพฒั นา
บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยแมโจ.
อับดุลซอมะ เจะหลง. (2562). การประเมนิ โครงการเศรษฐกจิ พอเพียงดวยการมีสวนรว ม ของ
โรงเรียนเทศบาล 1 (บา นสะเตง). จงั หวัดยะลา.
อุดม ยกพล. (2562). การประเมนิ โครงการนอมนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสสู ถานศกึ ษา
โรงเรียนดา นอดุ มศึกษา อำเภอราษีไศล จงั หวัดศรสี ะเกษ. จังหวดั ศรสี ะเกษ.
Cronbach, Lee. J. (1973) . Essentials of Psychology Testing. 5th ed. New York : Harper
Collins Publishers Inc.
Kirkpatrick, D.L. (1985). Evaluating training programs : the four levels. 2nd.ed.
San Francisco: Berrett-Koehler.
Mehrens and Lehmann. (1978). Measurement and evaluation in education and
psychology. 2nd ed.. New York: Holt, Rinehart and Winoton.
Rossi, P.H. Lipsey, M.K. and Freeman, H.E. (2004). Evaluation: a systematic approach. 7th
ed.. Newbery Park, CA: Sage.
Stufflebeam, D.L. (1968). Systematic evaluation. Boston : Kluwer - Nijhoff.
Stufflebeam, D.L. and Shinkfield, A.J. (1990). Evaluation theory, models, and
applications. San Francisco: Jossey-Bass.