The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวิชาการ นางสาวการะเกตุ sec3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noon_16512, 2022-03-17 10:49:19

รายงานวิชาการ นางสาวการะเกตุ sec3

รายงานวิชาการ นางสาวการะเกตุ sec3

สายพนั ธุ์ขา้ วทนี่ ยิ มในประเทศไทย

การะเกตุ ทับเกลีย้ ง กลุ่ม 3 รหสั นักศึกษา 116110301080-6

รายงานนี้เป็นสว่ นหน่งึ ของการศึกษาวิชาสารนเิ ทศและการเขยี นรายงานทางวิชาการ
ภาควชิ าการผลิตพชื คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร
มหาวิทยลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563



สายพันธข์ุ ้าวทนี่ ิยมในประเทศไทย

การะเกตุ ทับเกลีย้ ง กลมุ่ 3 รหสั นักศกึ ษา 116110301080-6

รายงานนี้เปน็ สว่ นหนงึ่ ของการศึกษาวชิ าสารนเิ ทศและการเขียนรายงานทางวิชาการ
ภาควิชาการผลิตพชื คณะเทคโนโลยีการเกษตร
มหาวิทยลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 256



คำนำ

รายงานฉบบั นี้จดั ทำข้ึนเพื่อปฏิบตั ิการเขยี นรายงานการคน้ คว้าท่ีถูกตอ้ งอยา่ งเป็นระบบอัน
เป็นสว่ นหน่ึงของการศกึ ษารายวิชา 01-210-001 สารนเิ ทศและการเขยี นรายงานทางวิชาการซงึ่ จะ
นำไปใช้ในการทำรายงานค้นควา้ สำหรบั รายวิชาอ่นื ได้อีกตอ่ ไป การท่ผี ูจ้ ดั ทำเลือกทำเรอ่ื ง “ สาย
พนั ธข์ุ ้าวนิยมในประเทศไทย ” ซง่ึ เน้อื หาจะอธิบายใหเ้ ขา้ ใจสายพนั ธุข์ ้าวทีน่ ิยมเพาะปลกู ในประเทศ
ไทยและข้าวก็เปน็ ปัจจัยหลักของการทำการเกษตรไทยอีกดว้ ยซ่งึ คนไทยมากกวา่ 90เปอรเ์ ซ็น
รบั ประทานขา้ วเปน็ หลกั อกี ทง้ั ข้าวยังมปี ระโยชน์มากมายและยงั สามารถนำความรู้ท่ไี ด้ไปใช้ประโยชน์
แก่ตนเองและแก่สังคมไดอ้ กี ด้วย ดังนน้ั จึงมคี วามจำเป็นอย่างมากท่ีจะต้องนำมาเสนอความรู้ความ
เข้าใจทถ่ี ูกต้องเกี่ยวกบั สายพนั ธข์ุ า้ วท่ีนิยมในประเทศไทย

รายงานเลม่ น้กี ลา่ วถงึ เน้อื หาเกย่ี วกับสายพนั ธุ์ข้าวนิยมในไทย ลักษณะต่างๆ ของขา้ วแต่ละ
สายพันธ์ุ ประเภทของขา้ ว การเพาะปลกู ขา้ วแต่ละสายพนั ธ์ุในประเทศไทย การเก็บเมล็ดเชือ้ พันธ์ุ
ข้าว เหมาะสำหรับผทู้ ต่ี อ้ งการรับความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั สายพนั ธ์ุขา้ วทนี่ ิยมในไทยสำหรบั คนรัก
สุขภาพที่ถกู ต้องตลอดจนผ้ศู กึ ษาสามารถนำไปเป็นแนวทางการตัดสนิ ใจเพอื่ นำไปประยกุ ต์ใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้

ขอขอบคณุ ผู้ชว่ ยศาตราจารย์ ดร. พนดิ า สมประจบ ทก่ี รณุ าให้ความรแู้ ละคำแนะนำโดย
ตลอด และขอบคุณเจา้ ของเวบ็ ไซตท์ ่ใี ห้ความสะดวกในการค้าหาขอ้ มลู ทผ่ี ้เู ขียนใชอ้ ้างองิ ทุกท่านหาก
มีขอ้ บกพร่องประการใด ผเู้ ขียนขอนอ้ มรับไว้เพอื่ ปรบั ปรงุ ตอ่ ไป

การะเกตุ ทับเกลี้ยง
16 มนี าคม 2565



สารบญั

หนา้

คำนำ…………………………………………………………………………………………………………….. ก
สารบัญภาพประกอบ………………………………………………………………………………………. จ
บทที่
1
1.บทนำ…………………………………………………………………………………………………… 1
1.1 สายพันธุ์ข้าวทนี่ ิยมในประเทศไทย…………………………………………………. 2
1.1.1 ประเภทของข้าว แบ่งออกเปน็ 4 ประเภท……………………………. 2
1.1.2 ข้าวหอมมะลิ……………………………………………………………………. 2
1.1.2.1 ขา้ วหอมมะลิ 105………………………………………………. 2
1.1.2.2 ขา้ วหอมมะลิทุ่งกลุ า……………………………………………. 2
1.1.3 ขา้ วเหนยี ว………………………………………………………………………… 2
1.1.3.1 ขา้ วเหนียวพันธุ์ กข. 6………………………………………… 3
1.1.3.2 ข้าวเหนยี วเขาวงกาฬสนิ ธ…์ุ ………………………………… 3
1.1.3.3 ขา้ วเหนยี วเข้ยี วง…ู …………………………………………….. 3
1.1.3.4 ข้าวเหนียวดำหรอื ขา้ วกำ่ …………………………………….. 3
1.1.4 ขา้ วขาว……………………………………………………………………………. 3
1.1.4.1 ข้าวเหลืองประทวิ ชุมพร………………………………………. 3
1.1.4.2 ข้าวเจก๊ เชยเสาไห…้ ……………………………………………..



สารบญั (ตอ่ ) 4
4
1.1.5 ขา้ วเพือ่ สุขภาพ………………………………………………………………… 4
1.1.5.1 ข้าวมนั ป…ู …………………………………………………………
1.1.5.2 ข้าวสงั ข์หยดพทั ลุง…………………………………………….. 5
6
1.2 ลกั ษณะของแต่ละสายพนั ธุ์และแหลง่ ทีม่ า 6
1.2.1 ขา้ วหอมมะลิ 105…………………………………………………………… 7
1.2.2 ขา้ วหอมมะลทิ ุง่ กุลา………………………………………………………… 7
1.2.3 ข้าวเหนียวกข6……………………………………………………………….. 8
1.2.4 ข้าวเหนยี วเขาวง……………………………………………………………… 8
1.2.5 ข้าวเหนียวเขย้ี วงู……………………………………………………………… 9
1.2.6 ขา้ วเหนยี วดำ…………………………………………………………………… 9
1.2.7 ขา้ วเหลืองปะทิว………………………………………………………………. 10
1.2.8 ข้าวเจก๊ เชยเสาไห้…………………………………………………………….. 11
1.2.9 ข้าวกลอ้ ง………………………………………………………………………… 11
1.2.10 ขา้ วไรซเ์ บอรร์ …่ี ………………………………………………………………
1.2.11 ขา้ วมันปู……………………………………………………………………….. 12
1.2.12 ข้าวสงั ข์หยดพทั ลงุ ………………………………………………………….
12
2 การเพาะปลกู ข้าวแต่ละสายพันธ์ุในประเทศไทย……………………………………. 12
12
2.1 นิเวศการปลกู ขา้ ว……………………………………………………………………………… 12
2.1.1 ข้าวไร…่ ……………………………………………………………………………..
2.1.2 ขา้ วนาสวนนาน้ำฝน……………………………………………………………..
2.1.3 ข้าวนาสวนนาชลประทาน……………………………………………………..



สารบญั (ตอ่ ) 12
13
2.1.4 ข้าวนำ้ ลกึ และขา้ วขนึ้ นำ้ …………………………………………………… 13
2.2 แบ่งตามการตอบสนองต่อช่วงแสง……………………………………………………. 14
15
2.2.1 ข้าวไวตอ่ ช่วงแสง……………………………………………………………. 16
2.3 ศูนย์ปฏิบัตกิ ารและเก็บเมลด็ เชื้อพันธ์ุข้าวแหง่ ชาติ………………………………
3 สรุป………………………………………………………………………………………………………………
บรรณานกุ รม…………………………………………………………………………………………………



สารบญั ภาพประกอบ หนา้
5
ภาพที่ 6
1 ข้าวหอมมะลิ 105………………………………………………………… 6
2 ขา้ วหอมมะลิท่งุ กลุ า………………………………………………………… 7
3 ขา้ วเหนียวกข6……………………………………………………………….. 7
4 ขา้ วเหนียวเขาวง……………………………………………………………… 8
5 ขา้ วเหนยี วเขยี้ วงู……………………………………………………………… 8
6 ข้าวเหนยี วดำ…………………………………………………………………… 9
7 ขา้ วเหลอื งปะทิว………………………………………………………………. 9
8 ขา้ วเจ๊กเชยเสาไห…้ …………………………………………………………… 10
9 ข้าวกลอ้ ง………………………………………………………………………… 11
10 ข้าวไรซเ์ บอร์ร…่ี ……………………………………………………………… 11
11 ข้าวมันป…ู ………………………………………………………………………
12 ขา้ วสงั ข์หยดพทั ลุง…………………………………………………………..

1

บทท่ี 1
บทนำ

ประวตั คิ วามเปน็ มาของขา้ ว

ขา้ ว ของไทยเปน็ พืชอาหารประจำชาติที่มีตำนานประวัติศาสตร์มายาวนาน พระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหา ภมู ิพลอดุลยเดชรชั กาลท่ี 9 กบั “การพฒั นาข้าวไทย” ทรงทมุ่ เทพระวรกาย อทุ ิศ
กำลงั ความคดิ เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของ “ชาวนา” ให้มคี วามเป็นอยทู่ ี่ดขี ้นึ และเกิดกำลงั ใจในการ
ทำนาปลกู “ขา้ ว” ตามที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรม
นาถบพิตร (รัชกาลท่ี ๙) เม่ือครั้งเสดจ็ พระราชดำเนนิ ทอดพระเนตรโครงการโคกภแู ล จ.นราธิวาส
พ.ศ.2536 ทรงตรัสไว้ว่า “ข้าวตอ้ งปลูก เพราะอีก 20 ปี ประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไมพ่ อ
เราจะตอ้ งซือ้ ข้าวจากต่างประเทศ เรอ่ื งอะไร ประชากรคนไทยไมย่ อม คนไทยต้องมีขา้ ว แมข้ า้ วท่ี
ปลูกในเมอื งไทยจะสู้ข้าวทป่ี ลกู ในตา่ งประเทศไมไ่ ด้ เราต้องปลกู ” ดังมีมติ ครม. ว่าด้วยเร่ือง การ
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 5 เป็น “พระบดิ าแหง่ การปฏิรปู
ขา้ วไทย” และเฉลิมพระเกียรตพิ ระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ 9 เป็น
“พระบิดาแห่งการวจิ ยั และพฒั นาขา้ วไทย”(ไรเ่ ทพ, 2562 : ออนไลน์)
1.1 สายพันธขุ์ ้าวทีน่ ิยมในประเทศไทย

ข้าวแตล่ ะสายพนั ธ์มุ คี วามแตกต่างกนั ออกไปตามการเพาะปลูกและแหล่งการเพาะปลูกทงั้
ดนิ สภาพอากาศหรือแมก้ ระทง้ั ความตอ้ งการน้ำแรธ่ าตตุ ่างๆที่มซี ึง่ ข้าวบางสายพันธุเ์ พาะปลกู ได้เปน็
บางท่ี เชน่ ถา้ นำข้าวสายพนั ธ์ทุ เี่ พาะปลกู ทางเหนอื นำไปปลกู ทางใตก้ จ็ ะเกดิ การกลายพันธุ์หรอื
อาจจะไมม่ กี ารเจรญิ เตบิ โตเลย

2

1.1.1 ประเภทของข้าว แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. ข้าวหอมมะลิ มีถิน่ กำเนดิ ในไทย มลี กั ษณะกลิ่นหอมคลา้ ยใบเตย พันธุ์ทน่ี ิยมปลูก

และบรโิ ภคกนั อย่างแพรห่ ลาย
2. ขา้ วเหนยี ว พื้นท่ีปลกู ข้าวเหนยี วพันธ์ุดีส่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ทภี่ าค

ตะวันออกเฉยี งเหนือ
3. ข้าวขาว ข้าวขาวที่ปลูกกนั อยโู่ ดยทวั่ ไปมหี ลายพนั ธุ์
4. ขา้ วเพอ่ื สขุ ภาพ ข้าวพวกน้จี ะเปน็ ขา้ วท่ยี ังไม่ได้ผ่านการขัดสี ขา้ วทไี่ ดจ้ งึ ยงั คง

คณุ ค่าของวิตามนิ และกากใยไวส้ ูง
1.1.2 ขา้ วหอมมะลิ

1.1.2.1 ข้าวหอมมะลิ 105 เป็นสายพนั ธข์ุ ้าวที่มีกล่นิ หอมคล้ายใบเตย เป็นพนั ธ์ขุ า้ ว
ทีป่ ลกู ที่อื่นได้ไม่ดเี ท่ากับปลกู ในไทย และเปน็ พันธุข์ ้าวทที่ ำให้ขา้ วไทยเป็นสินคา้ สง่ ออกท่รี จู้ ัก
ไปทัว่ โลก ซ่ึงขา้ วหอมมะลิ 105 เปน็ ข้าวทม่ี ีต้นกำเนิดจาก จ.ฉะเชิงเทรา เปน็ ข้าวพนั ธเุ์ บาท่ี
ได้รับการปรับปรงุ พันธมุ์ าจากขา้ วขาวดอกมะลิ ซงึ่ เปน็ ขา้ วพ้นื เมอื งท่ีพบและรู้จักกันใน
อำเภอบางคลา้ จังหวดั ฉะเชงิ เทรา ด้วยคุณลักษณะอนั โดดเด่นยามหุงข้าว กลนิ่ จะหอมชวน
ให้รบั ประทานไม่เหมือนพนั ธ์ขุ ้าวใดในโลก

1.1.2.2 ข้าวหอมมะลิทุง่ กลุ า เปน็ ขา้ วพันธ์ทุ ม่ี าจากแหล่งปลกู ข้าวหอมมะลิทด่ี ที สี่ ุด
ในโลก นั่นกค็ อื ทรี่ าบอันมีอาณาเขตกวา้ งขวางใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ท่เี ราเรียกกนั ว่า “ทงุ่
กุลารอ้ งไห้” ซง่ึ เมลด็ ข้าวจะมลี ักษณะยาว เรียว และเมล็ดไมม่ หี างขา้ ว เมลด็ ข้าวที่ผา่ นการสี
แล้ว จะมคี วามเล่อื มมัน จมกู ข้าวเลก็ เมื่อหุงแล้วจะมกี ลนิ่ หอมและน่มุ

1.1.3 ข้าวเหนยี ว
1.1.3.1 ข้าวเหนียวพันธุ์ กข. 6 ขา้ วพนั ธม์ุ ลี กั ษณะเมลด็ ยาวเรียว มเี ปลือกสีนำ้ ตาล

เมลด็ มขี นสน้ั เป็นสายพันธุข์ ้าวเหนยี วหอม ไวต่อช่วงแสง เปน็ พนั ธข์ุ า้ วเหนียวทไี่ ด้รบั การ

3

ปรบั ปรุงพนั ธุ์มาจากขา้ วเจ้าพันธ์ขุ าวดอกมะลิ 105 เมอื่ นำไปหุงแลว้ ข้าวจะนุ่ม มี
กลิ่นหอม ทนแลง้ และมีคุณภาพการหงุ ต้มรบั ประทานดี เป็นขา้ วเหนยี วทีใ่ ห้ผลผลิตเฉล่ีย
สงู สุดเป็นอันดับหนึง่ ซง่ึ เปน็ พนั ธุ์ขา้ วเหนียวท่ีนิยมปลกู กนั แพรห่ ลายในภาคเหนือและภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ

1.1.3.2 ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสนิ ธ์ุ เป็นขา้ วเหนียวทีป่ ลกู ในพนื้ ท่อี ำเภอเขาวง
อำเภอกฉุ นิ ารายณ์ (เฉพาะตำบลนาโท และตำบลหนองห้าง) และก่ิงอำเภอนาคู (เฉพาะ
ตำบลนาคแู ละตำบลบ่อแก้ว) จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ ซึง่ เป็นพ้ืนท่ที มี่ แี คลเซียมและซลิ กิ อนสงู
อากาศเยน็ แหง้ น้ำนอ้ ย ส่งผลใหข้ า้ วเหนียวเขาวงกาฬสนิ ธุ์มีความนมุ่ และหอมมาก เมอ่ื นงึ่ สุก
จะหอมและนมุ่ ไม่แฉะตดิ มือ และขา้ วทนี่ ง่ึ แลว้ เม่อื เกบ็ ไว้ในภาชนะทีป่ ิดหลายชว่ั โมง จนขา้ ว
เยน็ ยังคงรกั ษาความอ่อนนมุ่ ไวไ้ ด้

1.1.3.3 ขา้ วเหนยี วเขย้ี วงู เปน็ ขา้ วที่มีเมด็ เรยี วยาว สขี าว และทนทานตอ่ โรคตา่ งๆ
ได้ดี เมื่อนำมาหุงใหส้ กุ เม็ดข้าวทไ่ี ดจ้ ะเหนยี วนุม่ เรียงตัวสวยไม่เละ มสี ีขาวในลักษณะเล่ือม
เปน็ มนั และมกี ลนิ่ หอมน่ารับประทาน ข้าวเหนียวเข้ยี วงเู ป็นพันธุ์ขา้ วเหนียวที่มีคุณภาพดีและ
เป็นสายพนั ธห์ุ นงึ่ ทีไ่ ด้รบั ความนยิ มในการนำมาทำขา้ วเหนียวมูน เป็นขา้ วท่ีปลูกในทาง
ภาคเหนอื นยิ มปลกู กนั มากในจังหวดั เชยี งราย

1.1.3.4 ข้าวเหนยี วดำหรอื ขา้ วก่ำ เมลด็ ข้าวมีสมี ว่ งดำ และเมล็ดค่อนข้างแข็ง เคย้ี ว
ละเอยี ดยากกว่า แต่นิยมนำมาทำเปน็ ขนมหวานมากกวา่ ขา้ วอ่นื ๆ และเป็นขา้ วท่ีชาวนายก
ยอ่ งใหเ้ ปน็ พญาข้าวเหนือข้าวพันธอ์ุ น่ื ๆ ซึ่งชาวนามีความเช่อื วา่ ขา้ วก่ำจะปกป้องคมุ้ ครอง
ข้าวพนั ธอ์ุ ่นื ท่ีอยู่ในทอ้ งนาไม่ใหถ้ กู แมลงกดั กนิ ทำให้ผลผลติ ในการเกบ็ เก่ียวข้าวได้ผลดี ขา้ ว
กำ่ ยงั ชว่ ยป้องกนั โรคหวั ใจ ลดคอเลสเตอรอล และยับย้ังการเจริญเตบิ โตของโรคมะเร็ง

1.1.4 ข้าวขาว

1.1.4.1 ขา้ วเหลืองประทวิ ชุมพรเปน็ ขา้ วพ้นื เมอื งด้งั เดมิ ของอำเภอปะทิว จ.ชมุ พร
เปน็ ขา้ วพันธห์ุ นกั ในฤดูนาปี เกบ็ เกย่ี วในช่วงเดอื นธนั วาคม มีจำนวนเม็ดตอ่ รวงจำนวนมาก
และปลกู ในทท่ี เ่ี ป็นดินเปรย้ี วได้ดี อีกทัง้ ยังทนต่อโรคของแมลงได้ด้วย ลักษณะเมล็ดมสี ี

4

เหลอื ง เลอื่ มมนั เมลด็ ยาว มีน้ำหนักเมล็ดทดี่ ี เม่ือนำไปหงุ แล้วข้าวขน้ึ หมอ้ จงึ เปน็
ข้าวที่ชาวนาชุมพรมกั นิยมปลูก เพราะปลกู งา่ ย ไดผ้ ลผลิตท่ดี ี เหมาะกับพ้นื ที่และสภาพ
อากาศ

1.1.4.2 ขา้ วเจ๊กเชยเสาไหพ้ ันธข์ุ ้าวพ้นื เมืองคณุ ภาพดีของอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี
ทีม่ าของชอ่ื มาจากชือ่ ผนู้ ำสายพนั ธข์ุ ้าวพันธุ์นเ้ี ข้ามาในพื้นท่ี คอื พอ่ คา้ ชาวไทยเชอื้ สายจีน ช่อื
“เจก๊ เชย” ซึ่งข้าวสายพนั ธน์ุ ี้มชี ื่อเสียงมายาวนานตงั้ แต่ตน้ รัชสมัยรตั นโกสินทร์ เป็นข้าวทห่ี ุง
ขึน้ หม้อ ไมแ่ ขง็ กระดา้ ง ทสี่ ำคัญไมบ่ ูดงา่ ย และไมย่ ุบตวั เมื่อราดแกง สามารถแปรรูปเป็น
ผลติ ภัณฑ์เสน้ และขนมไดด้ ี

1.1.5 ข้าวเพื่อสขุ ภาพ

1.1.5.1 ขา้ วมนั ปเู ปน็ ขา้ วที่ชาวจนี เรยี กวา่ ขา้ วแดง หรือชอื่ พ้ืนเมืองเรียกว่า อั้งค่ัก
มลี กั ษณะเยอ่ื หมุ้ เปลอื กขา้ วเปน็ สีแดงแบบสีมนั ปู จดั เป็นขา้ วกล้องหรือข้าวซอ้ มมอื ชนิดหน่งึ มไี ขมนั
ในปรมิ าณเดยี วกบั ขา้ วกลอ้ ง ซ่ึงสูงกว่าขา้ วขัดสีประมาณสองเท่า มีสารทีเ่ รยี กวา่ เคโรทนี ที่จะ
เปล่ยี นเปน็ วิตามนิ เอในรา่ งกายสงู กว่าข้าวขัดสี เมอ่ื หุงสกุ แล้วเน้ือข้าวจะเปน็ สีชมพูออ่ น มกี ล่ินหอม
เมล็ดนุม่ สวย ไมแ่ ฉะ ดูน่ารับประทาน ใชป้ ระกอบอาหารตา่ ง ๆ ได้อร่อย ไม่วา่ จะเป็นข้าวผดั ขา้ วอบ
ต่าง ๆ หรือเคยี่ วเป็นโจ๊ก

1.1.5.2 ข้าวสงั ขห์ ยดพัทลงุ ข้าวท่ีมกี ำเนดิ อยใู่ นจงั หวัดพทั ลุง เปน็ ข้าวทีม่ ีเมลด็ เล็ก
เรยี ว ทา้ ยงอน เยอ่ื หมุ้ เมล็ดจะมีสีแดงถึงแดงเขม้ เมื่อหุงสุกแลว้ เมล็ดขา้ วจะน่มุ และจบั ตวั กนั คล้าย
ข้าวเหนียว ขา้ วสังขห์ ยดมคี ุณค่าทางอาหารสูงกวา่ ข้าวพันธุ์อื่น ๆ มีเสน้ ใยสงู ชว่ ยชะลอความแก่ มี
ประโยชนใ์ นการบำรุงโลหิต ปอ้ งกนั โรคความจำเสอ่ื ม และช่วยลดอตั ราเสย่ี งของการเปน็ มะเร็ง(จิ๋วหิว
โซ, 2563 : ออนไลน)์

5

1.2 ลักษณะของแตล่ ะสายพันธแ์ุ ละแหลง่ ที่มา

ภาพท่ี 1 ขา้ วหอมมะลิ 105(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

1.2.1 ข้าวหอมมะลิ 105 เปน็ สายพนั ธข์ า้ วทม่ี ีกล่นิ หอมคล้ายใบเตย เปน็ ขา้ วท่มี ีต้นกำเนิด
จาก จ.ฉะเชิงเทรา(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

6

ภาพท่ี 2 ข้าวหอมมะลทิ ่งุ กลุ า(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.2 ขา้ วหอมมะลทิ ุ่งกลุ าเป็นขา้ วพันธท์ุ ี่มาจากแหลง่ ปลกู ข้าวหอมมะลทิ ่ีดีท่ีสดุ ในโลกเรา
เรียกกนั ว่า “ทงุ กลุ ารอ้ งไห”้ (Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

ภาพที่ 3 ขา้ วเหนียว กข.6(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.3 ข้าวเหนียวกข6 เป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่นิยมปลูกกันแพร่หลายในภาคเหนือและภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนอื (Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

7

ภาพที่ 4 ข้าวเหนียวเขาวง(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.4 ข้าวเหนียวเขาวงเป็นข้าวเหนียวที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเขาวง จังหวัดการฬสินธุ์ เมื่อน่ึง
สกุ จะหอมและนุ่มไม่แฉะติดมอื (Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

ภาพที่ 5 ข้าวเหนียวเข้ียวงู(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.5 ข้าวเหนยี วเข้ยี วงูเปน็ พนั ธขุ์ า้ วเหนียวทมี่ ีคณุ ภาพดที ี่ไดร้ ับความนิยมในการนำมาทำ
ขา้ วเหนยี วมูนเป็นข้าวทปี่ ลกู ในทางภาคเหนือ(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

8

ภาพท่ี 6 ขา้ วเหนียวดำ(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.6 ข้าวเหนียวดำเป็นข้าวเหนียวท่ชี าวนายกยอ่ งให้เปน็ พญาข้าว ซึ่งมีความเชื่อวา่ ขา้ วกำ่
จะปกปอ้ งคมุ้ ครองข้าวพนั ธ์ุอื่นไม่ให้ถูกแมลงกดั กนิ (Wongnai, 2563 : ออนไลน)์

ภาพที่ 7 ข้าวเหลืองปะทิว(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.7 ขา้ วเหลอื งปะทวิ เป็นขา้ วพืน้ เมอื งของ อำเภอ ปะทวิ จังหวดั ชุมพร เมล็ดมีสีเหลือง
เลอื่ มมนั เมลด็ ยาว มนี ้ำหนกั เมล็ดทีด่ ีหงุ ขนึ้ หม้อ(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

9

ภาพที่ 8 ข้าวเจก๊ เชยเสาไห(้ Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.8 ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้เป็นพนั ธขุ์ า้ วพนื้ เมืองคณุ ภาพดีของ อำเภอเสาไห้ จังหวดั สระบรุ ี
ซ่ึงขา้ วสายพันธน์ุ ี้มีช่อื เสียงมาตั้งแตต่ น้ รชั สมยั รตั นโกสนิ ทร(์ Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

ภาพที่ 9 ขา้ วกลอ้ ง(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.9 ขา้ วกล้องเป็นขา้ วอีกหน่ึงสายพนั ธ์ที่บางคนเขาเรียกกันตดิ ปากว่าข้าวซอ้ มมือ
เนือ่ งจากในสมัยโบราณชาวบา้ นใช้วิธตี ำข้าวกนิ กันเอง(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

10

ภาพที่ 10 ขา้ วไรซเ์ บอรร์ (ี Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.10 ข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวที่แตกต่างจากข้าวสายพันธุ์อื่นๆคือมีสีม่วงคล้ายกับลูกเบอร์รี
เนอ้ื สมั ผัสเหนยี วนมุ่ เนือ่ งจากผ่านการขัดสีเพยี งแคบ่ างส่วนเท่านน้ั (Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

ภาพที่ 11 ข้าวมนั ปู(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.11 ข้าวมันปูเป็นสายพันธุ์นี้เรียกว่าข้าวมันปูที่มีสารที่เรียกว่าเคโรทีน ที่จะเปลี่ยนเป็น
วิตามนิ เอในร่างกายสูงกว่าขา้ วขัดสี(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

11

ภาพท่ี 12 ขา้ วสงั ข์หยดพัทลุง(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)
1.2.12 ข้าวสงั ขห์ ยดพทั ลุงเป็นขา้ วสายพนั ธท์ุ ี่มีถ่นิ กำเนิดอยู่ใน จังหวดั พทั ลงุ เม่ือหุงสุกแลว้
เมลด็ ข้าวจะนุ่มและจบั ตัวกนั คล้ายขา้ วเหนียว ซึง่ มคี ณุ คา่ ทางอาหารมากกวา่ ขา้ วสายพนั ธุ์อื่นๆ
(Wongnai, 2563 : ออนไลน์)

12

บทท่ี 2

การเพาะปลกู ข้าวแตล่ ะสายพนั ธุ์ในประเทศไทย

การเพาะปลูกขา้ วแต่ละสายพนั ธ์ุในประเทศไทย
พนั ธุ์ขา้ วท่ใี ช้ปลูกในหลายพ้นื ทน่ี ั้นมีวิวฒั นาการท่ีแตกตา่ งกันไปตลอดระยะเวลายาวนาน

การใชพ้ ันธ์ขุ า้ วของเกษตรกรจะเปน็ ไปตามสภาพภมู ศิ าสตร์ วฒั นธรรม วถิ ีชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม
ในพ้นื ท่ีนั้นๆ พนั ธ์ุข้าวทม่ี อี ย่โู ดยทัว่ ไปนน้ั อาจแบ่งออก เป็นกลมุ่ ต่างๆ

2.1 นเิ วศการปลกู ข้าว
2.1.1 ข้าวไร่ ขา้ วที่ปลกู ในท่ดี อนหรือในสภาพไร่ บรเิ วณไหลเ่ ขาหรือพน้ื ท่ซี ึ่งไม่มีน้ำขัง ไมม่ ี

การทำคนั นาเพื่อกักเก็บนำ้
2.1.2 ข้าวนาสวนนาน้ำฝน ข้าวที่ปลูกในฤดูนาปี และอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ ไม่สามารถ

ควบคุมระดับน้ำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ การกระจายตัวของฝน ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาน้ำฝน
ประมาณ 70% ของพ้นื ทป่ี ลูกขา้ วทั้งหมด

2.1.3 ข้าวนาสวนนาชลประทาน ข้าวที่ปลูกได้ตลอดทั้งปีในนาที่สามารถควบคุมระดับน้ำได้
โดยอาศัยน้ำจากการชลประทาน ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาชลประทาน 24% ของพื้นที่ปลูกข้าว
ท้ังหมด และพน้ื ที่สว่ นใหญจ่ ะอยู่ในภาคกลาง

2.1.4 ข้าวน้ำลกึ และขา้ วขน้ึ นำ้ ขา้ วท่ีปลูกในนาทีม่ นี ำ้ ท่วมขังในระหว่างการเจรญิ เตบิ โตของ
ข้าว มีระดบั น้ำลกึ ตง้ั แต่ 1-5 เมตร เป็นเวลาไม่นอ้ ยกวา่ 1 เดือน ลกั ษณะพิเศษของข้าวข้ึนน้ำคอื มี
ความสามารถในการยืดปล้อง (internode elongation ability) การแตกแขนงและรากที่ข้อเหนือผวิ

13

ดิน (upper nodal tillering and rooting ability) และการชรู วง (kneeing ability) ข้าวท่ี
ปลกู ในพื้นทีน่ ำ้ ลกึ ระดบั นำ้ ในนามากกว่า 50 เซนติเมตร แตไ่ ม่เกิน 100 เซนตเิ มตร (กรมการข้าว,
2549 : ออนไลน์)

2.2 แบง่ ตามการตอบสนองตอ่ ชว่ งแสง
2.2.1 ขา้ วไวต่อชว่ งแสง

เปน็ ขา้ วที่ออกดอกเฉพาะเมอ่ื ช่วงเวลากลางวันสน้ั กว่า 12 ชว่ั โมง โดยพบวา่ ขา้ วไวตอ่ ช่วงแสงใน
ประเทศไทยมกั จะออกดอกในเดือนทีม่ คี วามยาว ของกลางวันประมาณ 11 ชว่ั โมง 40 นาที หรอื สั้น
กวา่ น้ี ดังนั้นข้าวท่อี อกดอกได้ในเดือนทมี่ คี วามยาวของกลางวนั 11 ช่ัวโมง 40-50 นาที จึงไดช้ ่อื วา่
เป็นขา้ วที่มีความไวต่อชว่ งแสงนอ้ ย (less sensitive to photoperiod) และพันธท์ุ ีอ่ อกดอกเฉพาะใน
เดือนทีม่ คี วามยาวของกลางวันประมาณ 11 ชวั่ โมง 10-20 นาทีกไ็ ดช้ ่อื ว่าเป็นพันธุ์ทีม่ ีความไวตอ่ ชว่ ง
แสงมาก (strongly sensitive to photoperiod) พันธุข์ า้ วประเภทนีจ้ งึ ปลูกและใหผ้ ลผลติ ได้ปลี ะ
หนงึ่ ครัง้ หรือปลูกได้เฉพาะในฤดูนาปี บางคร้ังจงึ เรยี กว่า ข้าวนาปี พนั ธขุ์ ้าวในประเทศไทยท่เี ป็นพันธุ์
พ้นื เมอื งสว่ นใหญ่เปน็ พันธ์ุท่ีมีความไวต่อชว่ งแสง(กรมการขา้ ว, 2549 : ออนไลน์)

14

2.3 ศูนย์ปฏิบตั กิ ารและเกบ็ เมลด็ เชอ้ื พนั ธุ์ขา้ วแหง่ ชาติ

ศนู ย์ปฏบิ ตั กิ ารและเกบ็ เมล็ดเช้อื พนั ธ์ุขา้ วแหง่ ชาติ ได้เร่ิมดำเนนิ การสำรวจ รวบรวม เชอื้
พนั ธข์ุ ้าวจากแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศ ตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นตน้ มา ปจั จบุ นั มเี ชอ้ื พันธข์ุ ้าวทีร่ วบรวม
และอนรุ กั ษ์ไวไ้ มน่ ้อยกว่า 20,000 ตวั อย่างเช้ือพนั ธ์ุ ประกอบดว้ ยข้าวพันธพ์ุ ืน้ เมือง ข้าวสายพันธดุ์ ี
ข้าวจากตา่ งประเทศ และข้าวปา่ นอกจากนี้ ยงั ดำเนินการศกึ ษา วจิ ัย ดา้ นการจำแนก ประเมนิ
ลกั ษณะพนั ธุ์ ประเมนิ คุณค่าเช้อื พันธ์ุ จัดทำแปลงอนรุ ักษข์ ้าวป่าในถ่นิ เดิม ตลอดจนใหบ้ ริการข้อมูล
และเมลด็ เชอื้ พันธ์ขุ า้ วแกห่ น่วยงานราชการ สถานศกึ ษา และกลุ่มเกษตรกร เชอื้ พันธขุ์ ้าวทีอ่ นรุ ักษไ์ ว้
ในศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารและเกบ็ เมลด็ เช้อื พันธุ์ขา้ วแหง่ ชาติ เป็นทรัพยากรท่ีมีคณุ คา่ และศกั ยภาพในการ
นำไปใชป้ ระโยชน์ด้านตา่ งๆ ทั้งทางตรงและทางออ้ ม เชน่ การคดั เลอื กและพฒั นาพันธุ์ การแปรรปู ใน
อตุ สาหกรรม การใชเ้ ป็นแหลง่ พนั ธุกรรมในการปรับปรงุ พนั ธ์ุ เปน็ ตน้ ตวั อย่างข้าวพันธ์ุพื้นเมอื งที่
เกษตรกรนิยมปลกู ในอดีต เชน่ พวงเงนิ ทองระยา้ ดำ ขาวทดลอง ป่นิ แกว้ จำปาซ้อน นางตานี ฯลฯ
(กรมการข้าว, 2549 : ออนไลน์)

15

บทท่ี 3

สรปุ

พนั ธขุ์ า้ วเป็นปัจจยั หนง่ึ ทมี่ คี วามสำคญั อนั ดบั แรกในการเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลิตข้าว โดย
ไม่ตอ้ งเพ่มิ ต้นทนุ การผลติ พนั ธุข์ า้ วเหล่านี้มีท้งั ชนดิ ข้าวเจา้ และขา้ วเหนียว มที ั้งพันธุท์ ีป่ ลูกเฉพาะนาปี
และปลุูกไดต้ ลอดปี และมบี างพนั ธุ์เป็นขา้ วหอม พนั ธ์ุข้าวส่วนใหญเ่ ปน็ พนั ธุ์ทใ่ี ห้ผี ลผลติ สงู มีความ
ต้านทานตอ่ โรคและแมลงที่สำคัญ มีคณุ ภาพการหุงตม้ ตามความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจน
ทนทานตอ่ สภาพแวดลอ้ มที่เป็นปญั หาสำคญั อยา่ งไรกต็ ามงานปรับปรงุ พันธ์ุขา้ วยงั คงตอ้ งดำเนินการ
ตอ่ ไปอย่างต่อเนื่อง เพราะพนั ธุท์ อ่ี อกแนะนำแล้วปัจจุบันบางพันธุ์เกษตรกรอาจจะยงั คงนิยมปลกู อยู่
แต่บางพนั ธุ์เกษตรกรอาจเลกิ ปลูก เนื่องจากมีข้อดอ้ ยบางประการ การนำเอาพันธุ์ขา้ วเหล่านน้ั ไปใช้
ของเกษตรกรจึงเปน็ ไปในลกั ษณะของการแกป้ ญั หาเฉพาะหน้าในระยะท่อี อกพันธข์ุ ้าวนนั้ เทา่ นัน้
รวมท้งั บางพนั ธุ์เมอ่ื แนะนำใหป้ ลูกไปในชว่ งระยะเวลาหน่ึงแล้วอาจไมม่ คี วามเหมาะสมในระยะเวลา
ต่อมา เนื่องจากสภาพแวดลอ้ มเปลี่ยนแปลง หรอื โรค แมลงศตั รขู า้ วมกี ารเปล่ยี นแปลง รวมทงั้ ตอ้ งหา
พันธ์ทุ ่ีมีคุณภาพดีตามความตอ้ งการของตลาดโลก และมีศกั ยภาพในการแข่งขนั กับตลาดโลกได้ จึง
ตอ้ งดำเนนิ งานปรบั ปรุงพันธุ์โดยไมม่ ที ่ีสิ้นสุด

อย่างไรก็ตามเน่อื งจากปัจจุบนั วถิ ชี วี ติ การทำนาของเกษตรไดม้ กี ารเปลี่ยนแปลงไป มกี าร
ปลูกข้าวพันธ์ุผสมทใ่ี ห้ผลผลติ สูงและปลกู ไดต้ ลอดปี การปรบั เปล่ียนการทำเกษตรกรรมเป็นการเพิม่
ผลผลติ หรือให้เทคโนโลยีสมยั ใหมเ่ ขา้ มาใชใ้ นการผลิตขา้ ว ทำใหข้ า้ วพนั ธุ์ทเี่ ป็นท่นี ิยมมีคุณลกั ษณะดี
ดา้ นตา่ งๆ เพ่ิมมากขนึ้ ไม่วา่ จะเป็นคุณค่าทางโภชนาการ ความตา้ นทานโรคและแมลง ทนต่อ
สภาพแวดล้อมที่ไมเ่ หมาะสม และควรใหค้ นไทยตระหนักถึงคุณค่าและความสำคญั ของทรัพยากรสาย
พันธข์ุ ้าวทน่ี ยิ มในไทย

บรรณานกุ รม

ไร่เทพ. 2562. “12 สายพนั ธ์ุขา้ วในประเทศไทย,” [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ได้จาก:
https://raithep.com/12. [สบื คน้ 09 มีนาคม 2565].

จวิ๋ หิวโซ. 2563. “12 สายพนั ธข์ุ า้ วและประเภทของขา้ วในประเทศไทย,” [ออนไลน]์ .
เข้าถงึ ได้จาก: https://www.wongnai.com/food-tips. [สืบคน้ 09 มนี าคม 2565].

“ ลกั ษณะของแตล่ ะสายพนั ธแ์ุ ละแหลง่ ทม่ี า,” 2563. [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก:
https://www.wongnai.com/food-tips. . [สบื ค้น 09 มนี าคม 2565].

กรมการขา้ ว. 2549. “ชนิดของพันธขุ์ ้าว,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
http://prangku.sisaket.doae.go.th/learning/rice/varieties/index.php-

file=content.php&id=3.htm. [สืบค้น 13 มีนาคม 2565].
กรมการขา้ ว. 2549. “การอนุรักษพ์ นั ธุกรรมข้าว,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:

http://prangku.sisaket.doae.go.th/learning/rice/varieties/index.php-
file=content.php&id=3.htm. [สบื คน้ 13 มนี าคม 2565].
กรมการข้าว. 2549. “ธนาคารเชอื้ พันธุข์ า้ ว,” [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก:

http://prangku.sisaket.doae.go.th/learning/rice/varieties/index.php-
file=content.php&id=3.htm. [สบื ค้น 15 มนี าคม 2565].
กรมการข้าว. 2549. “นเิ วศการปลกู ขา้ ว,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ได้จาก:

http://prangku.sisaket.doae.go.th/learning/rice/varieties/index.php-
file=content.php&id=3.htm. [สืบค้น 15 มีนาคม 2565].




Click to View FlipBook Version