The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเขียนโครงการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buncha, 2020-03-09 23:27:56

วิชาโครงการ

การเขียนโครงการ

บทท่ี 3

การเขยี นโครงการ

ลกั ษณะของโครงการที่ดี

โครงการเปนการจัดกิจกรรมท่ีเปนระบบ เพ่ือการปฏิบัติหนาท่ีองคการใหบรรลุถึง
เปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการท่ีดียอมทําใหประสิทธิภาพของการดําเนินงาน และ
ผลตอบแทนที่องคการหรือหนวยงานจะไดรับอยางคุมคา อันจะนํามาซึ่งการพัฒนาของหนวยงาน
นั้นๆ ซึ่ง ประชุม (2535) ไดสรุปลักษณะท่ดี ขี องโครงการดังตอไปนี้

1. สามารถตอบสนองความตองการหรือแกปญ หาขององคการหรือหนวยงานได
2. มีวตั ถุประสงคแ ละเปา หมายทช่ี ดั เจน สามารถดําเนนิ งานและปฏิบตั ิได
3. รายละเอียดของโครงการตองสอดคลองและสัมพันธกัน กลาวคือ วัตถุประสงคของ

โครงการตองสอดคลองกับหลักการและเหตุผล วิธีการดําเนินงานตองสอดคลองกับ
วัตถุประสงคเ ปน ตน
4. รายละเอียดของโครงการสามารถเขาใจไดงาย สะดวกตอการดําเนนิ งานตาม
โครงการ
5. เปนโครงการที่สามารถนําไปปฏิบัติได สอดคลองกับแผนงานหลักขององคการและ
สามารถตดิ ตามประเมนิ ผลได
6. โครงการตองกําหนดขึ้นจากขอมูลท่ีมีความเปนจริง และเปนขอมูลท่ีไดรับการ
วิเคราะหอยา งรอบคอบ
7. โครงการตอ งไดรบั การสนบั สนนุ ในดานทรัพยากร และการบรหิ ารอยางเหมาะสม
8. โครงการตองมีระยะเวลาในการดําเนินงาน กลาวคือตองระบุถึงวันเวลาที่เร่ิมตน และ
ส้ินสุดโครงการ
ขอสังเกต โครงการทีก่ าํ หนดข้นึ แมเ ปนโครงการที่มีลกั ษณะดเี พียงใด แตตัวโครงการก็ไม
อาจแกไขปญหาตางๆ ขององคการ หนวยงาน หรือ สังคมของชนกลุมใหญ ตามที่ไดเขียนไวใน
โครงการไดท้ังหมด เพราะการดําเนินโครงการเพื่อแกไขปญหาตางๆ ในโครงการยังมีสวนประกอบ

L:\book181441\Book181441-3.doc 07/01/50

การเขยี นโครงการ

หรือปจจัยอ่ืนๆ อีกมากมายที่อาจทําใหการดําเนินงานของโครงการบรรลุถึงเปาหมายอยางดอย
ประสิทธภิ าพ นอกจากน้โี ครงการหน่ึงอาจเปนโครงการที่ดที ี่สดุ ในระยะหน่ึง แตอ าจเปนโครงการท่ี
ใชป ระโยชนไดนอ ยในอีกเวลาหนงึ่ กเ็ ปน ไปได

วธิ เี ขียนโครงการ

ในการเขียนโครงการนั้น รูปแบบหรือแบบฟอรมในการเขียนโครงการมีอยูดวยกันหลาย
แบบ ซ่ึงสามารถจําแนกออกไดเปน 2 ลักษณะคือ การเขียนโครงการแบบดั้งเดิม หรือการเขียน
โครงการแบบประเพณีนิยม (Conventional Method) และการเขียนโครงการเชิงเหตุผล หรือการ
จดั ทาํ โครงการแบบเหตผุ ลเชิงตรรกวทิ ยา (Logical Framework Method) ในการเขียนโครงการท้ัง
สองรปู แบบมแี นวคิดและวิธีการในการเขียน ซง่ึ จะขอแยกกลา วในแตละรปู แบบดงั นี้

1. การเขยี นโครงการแบบประเพณีนยิ ม (Conventional Method)

การเขียนโครงการในรูปแบบนี้เปนรูปแบบดั้งเดิมที่ทํากันมานานแลว ปจจุบันก็ยังเปนที่
นิยมเขียนกันอยู แตการเขียนโครงการในรูปแบบนี้มีขอจํากัดที่สําคัญอยูหลายประการอันไดแก
ลักษณะของโครงการมีความยาวเกินความจําเปนมุงเนนปริมาณมากกวาคุณภาพ ทําใหผูเขียน
โครงการพยายามอธิบายถึงหลักการและเหตุผลในการเขียนโครงการอยางมากมาย พรอมทั้งตั้ง
วัตถุประสงคไวอยางเลิศเลอ จนกระท่ังไมสามารถจะดําเนินงานบรรลุถึงวัตถุประสงคไดท้ังหมด
ผลที่ตามมาคือไมกอใหเกิดประโยชนอยางแทจริง ผลของงานมักขาดประสิทธิภาพและการ
พจิ ารณาเหน็ ชอบโครงการมักพิจารณาแบบแยกสวนเปนลักษณะรายการ (Item analysis) โดยไม
คํานึงถึงการวิเคราะหแบบองครวม การวางโครงการในลักษณะนี้มีตัวอยางใหเห็นมากมาย เชน
ขณะทข่ี าดครูในสาขาทีข่ าดแคลน แตร ฐั บาลมีโครงการใหขาราชการครูเกษียณอายุกอน 60 ป ทํา
ใหขาราชการครูในสาขาขาดแคลนลาออกเปนจาํ นวนมาก เปนตน

ถึงแมวา การเขียนโครงการในรูปแบบประเพณีนิยม จะมีขอบกพรองดังที่ไดกลาวมา
แลวแตการเขียนโครงการในรูปแบบน้ีก็ยังมีผูนิยมเขียนอยูเปนจํานวนมาก เนื่องจากความคุนเคย
ของทั้งผูเขียนและผูอานโครงการ และเมื่อมอบหมายใหเขียนโครงการจึงสามารถเขียนไดอยาง
รวดเรว็ ขณะเดยี วกนั ผูมอี าํ นาจในการอนุมัติโครงการกค็ ุน ชินกับโครงการในลักษณะนี้ จึงสามารถ
พิจารณาโครงการไดอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กท่ีไมมีความเก่ียวของ หรือสงผล
กระทบตอดานอ่ืนๆ มากนัก การเขียนโครงการในลักษณะนี้ นับวาเปนรูปแบบที่เหมาะสมและ

L:\book181441\Book181441-3.doc 50

การเขียนโครงการ

ยังคงมีประโยชนอยางมากเพียงปรับแกจุดออนและขอจํากัดที่มีของวิธีการเขียนโครงการใน
ลักษณะนี้

เมื่อรูปแบบการเขียนโครงการแบบประเพณีนิยม ยังเปนรูปแบบท่ีสมาชิกในองคการสวน
ใหญเขาใจได ดังน้ันจึงยังมีความจําเปนที่จะตองศึกษาองคประกอบและวิธีการเขียนโครงการ ใน
การเขียนโครงการจําเปนที่จะตองมีผูรับผิดชอบโครงการ เพ่ือท่ีจะดําเนินโครงการท่ีเขียนใหได
สําเร็จตามความตองการ ดังนั้นในลักษณะของโครงการบางโครงการ ผูเขียนหรือกลุมผูเขียน
โครงการอาจจะเปนคนละคนกบั ผูดาํ เนินงานตามโครงการหรอื อาจจะเปนคนๆ เดียวกันหรือกลุมๆ
เดียวกันก็ยอมได ท้ังนี้ข้ึนอยูกับลักษณะปจจัยหลายประการ เชน ขนาดและชนิดของโครงการ
ลักษณะของโครงการและอ่ืนๆ เปนตน อยางไรก็ตาม ไมวาโครงการจะมีขนาดเชนใด ชนิดและ
ประเภทใด ยอมตองมีรูปแบบ (Form) หรือโครงสราง (Structure) ในการเขียนที่เหมือนกันดังนี้
(ประชุม, 2535)

1. ชื่อโครงการ
2. หนวยงานทรี่ บั ผดิ ชอบโครงการ
3. ผูรับผิดชอบโครงการ
4. หลักการและเหตุผล
5. วตั ถปุ ระสงคแ ละเปา หมาย
6. วธิ ีดําเนนิ การ
7. แผนปฏบิ ัตงิ าน
8. ระยะเวลาในการดําเนินโครงการ
9. งบประมาณและทรัพยากรท่ตี องใช
10. การตดิ ตามและประเมินผลโครงการ

รปู แบบหรอื หัวขอ ในการเขยี นโครงการขา งตน อาจจะมีหัวขอและรายละเอียดแตกตางกัน
ไปตามลักษณะหรือประเภทของโครงการ บางโครงการมีรายละเอียดมาก บางโครงการมี
รายละเอียดนอย บางโครงการอาจตองเพิม่ เติมหัวขอทีม่ คี วามสําคัญเขาไป เชน โครงการทางดาน
วิชาการ อาจตองมีการเพ่ิมหัวขอเอกสารอางอิง เปนตน ทั้งนี้แลวแตผูเขียนโครงการจะพยายาม
จัดทําข้ึนหรือยึดถือโดยมุงหวังใหผูอานโครงการหรือผูปฏิบัติตามโครงการมีความชัดเจนและ
เขาใจโดยงา ยทส่ี ุด

L:\book181441\Book181441-3.doc 51

การเขียนโครงการ

เพ่ือความเขาใจท่ีชัดเจนในเรื่องของรูปแบบ หรือโครงสรางในการเขียนโครงการโดย
ละเอยี ด จึงขออธบิ ายรายละเอยี ดในแตล ะขอ ของรูปแบบ ในการเขียนโครงการลกั ษณะน้ี

L:\book181441\Book181441-3.doc 52

การเขียนโครงการ

1. ชือ่ โครงการ

การต้ังชื่อโครงการตองมีความชัดเจน เหมาะสม และเฉพาะเจาะจง เปนท่ีเขาใจได
โดยงา ยสําหรับผูนาํ โครงการไปใชหรอื ผูมสี ว นเกย่ี วของกบั โครงการ ช่ือโครงการจะบอกใหทราบวา
จะทําส่งิ ใดบาง โครงการทีจ่ ดั ทําขึ้นนัน้ ทําเพือ่ อะไร ชื่อโครงการโดยท่ัวไปควรจะตองแสดงลักษณะ
งานที่ตองปฏิบัติ ลักษณะเฉพาะของโครงการ และจุดมุงหมายของโครงการ เชน โครงการผัก
ศึกษา โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการวางแผนเขียนโครงการ โครงการขยายพันธุพืชเชิงธุรกิจ
เปนตน นอกจากนี้การเขียนโครงการบางโครงการ นอกจากจะมีชื่อโครงการแลว ผูเขียนโครงการ
อาจระบุช่ือแผนงานไวดวย ทั้งน้ีเพื่อใหเกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเปนการแสดงใหเห็นวา
โครงการท่ีกําหนดขึ้นอยูในแผนงานอะไร สามารถสนับสนุนและสอดคลองกับแผนงานน้ันได
หรือไม มากนอยเพียงใด การระบุระดับแผนงานทําใหมองเห็นภาพในมุมกวางมากข้ึน และชวย
ปองกนั ปญ หาการทําโครงการทค่ี ดิ แบบแยกสว นไดใ นระดบั หน่ึง

ท่ีกลาวมาขางตนเปนเพียงหลักการทั่วไปของการต้ังชื่อโครงการ แตสถานการณจริง บาง
กรณีการต้ังช่ือโครงการอาจตองนํากลุมเปาหมายเขามาพิจารณาประกอบดวย เชน
กลุมเปา หมายทเี่ ปนวัยรุนอาจตองนําคําท่ีดลใจวัยรุน หรือเมื่อวัยรุนเห็นชื่อโครงการแลวเกิดความ
สนใจตองการเขารวมโครงการ ในบางกรณีอาจตองพิจารณาแหลงทุนประกอบดวย เชน แหลง
ทุนใหงบประมาณในโครงการที่เก่ียวกับการจัดทําแหลงการเรียนรู ดังน้ันการตั้งชื่อโครงการก็
จําเปนตองมีคําสําคัญท่ีเก่ียวของกับการเรียนรูอยูในช่ือโครงการดวยจึงจะไดงบประมาณ
สนับสนนุ เชน โครงการเรยี นรูรว มกันสรรคส รา งชมุ ชน เปน ตน

2. หนว ยงานท่รี ับผิดชอบโครงการ

การเขียนโครงการจะตองระบุหนวยงานท่ีรับผิดชอบในการจัดทําโครงการนั้นๆ โดย
จะตองระบหุ นว ยงานตนสังกดั ทีจ่ ดั ทําโครงการ พรอ มทัง้ ระบุถึงหนวยงานท่ีมีอํานาจในการอนุมัติ
โครงการ เหตุที่ตองมีการระบุหนวยงานท่ีรับผิดชอบโครงการน้ันก็เพ่ือสะดวกตอการติดตามและ
ประเมินผลโครงการ

การระบุหนวยงานควรระบุหนวยท่ีเปนผูรับผิดชอบดําเนินโครงการโดยตรง และระบุ
หนวยงานที่มีอาํ นาจในการอนมุ ัติโครงการ เชน โครงการยุวเกษตรไทยใสใจสิ่งแวดลอม หนวยงาน
ที่รับผิดชอบดําเนินโครงการ คือ ภาควิชาอาชีวศึกษา หนวยงานท่ีมีอํานาจในการอนุมัติโครงการ
คอื คณะศึกษาศาสตร กาํ แพงแสน ดังนัน้ ในการเขียนหนว ยงานที่รบั ผดิ ชอบจงึ ควรเขียนวา

L:\book181441\Book181441-3.doc 53

การเขยี นโครงการ

“หนว ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบ ภาควิชาอาชวี ศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร กําแพงแสน”
ในกรณีที่เปนโครงการความรวมมือระหวางหนวย การเขียนหนวยงานท่ีรับผิดชอบก็ตอง
ระบุหนวยงานท่ีรับผิดชอบทั้งหมด เชน โครงการอบรมการเขียนบทความทางวิชาการ ซ่ึงเปน
ความรวมมือระหวาง ภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร กําแพงแสน รวมกับ กองบริการ
การศึกษา(กําแพงแสน) สํานักงานวิทยาเขตกําแพงแสน โดยมีภาควิชาอาชีวศึกษาเปนหนวยงาน
หลักในการดาํ เนนิ โครงการ การเขียนหนว ยงานรับผดิ ชอบกค็ วรเขยี นหนวยงานหลักขนึ้ กอนดังน้ี

“หนวยงานรับผิดชอบ ภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร กําแพงแสน
รว มกบั กองบรกิ ารการศึกษา (กาํ แพงแสน) สํานกั งานวิทยาเขตกาํ แพงแสน”

3. ผูร ับผดิ ชอบโครงการ

โครงการทุกโครงการจะตองมีผูทําโครงการรับผิดชอบดําเนินงาน ตามโครงการท่ีเขียนไว
ไมว า ตนเองจะเปนผูเขียนโครงการน้ัน หรือผูอ่ืนเปนผูเขียนโครงการก็ตาม จะตองระบุผูรับผิดชอบ
โครงการนั้นๆ ใหชัดเจน วาเปนใคร มีตําแหนงใดในโครงการน้ัน เชน นายประสงค ตันพิชัย มี
ตาํ แหนง เปน หวั หนาโครงการขยายพันธุพืช ก็ตอ งระบตุ ําแหนงในโครงการน้ันไปดวย สว นตําแหนง
อื่นๆ รองลงมาในโครงการอาจจะเขียนรวมๆ วาเปนผูรวมโครงการ หรือจะระบุตําแหนงหนาท่ีที่
รับผิดชอบจริงในโครงการดวยก็จะมีความชัดเจนยิ่งข้ึน เชน นายนิรันดร ยิ่งยวด มีตําแหนงเปน
เลขานกุ ารของโครงการขยายพันธุพชื เปนตน

ลําดับการเรยี งชือ่ ผูรบั ผิดชอบใหเ รยี งลําดับจากหัวหนาโครงการเปนลําดับแรก และลําดับ
สุดทา ยควรเปน เลขานุการของโครงการตวั อยางเชน

“ นายประสงค ตนั พิชัย หัวหนา โครงการ
นายสนั ติ ศรสี วนแตง รองหัวหนาโครงการ
นายอภิชาต ใจอารีย ผูรว มโครงการ
นางสาวปย ะนารถ จันทรเ ล็ก ผรู วมโครงการ
เลขานุการโครงการ…”
นายนิรนั ดร ยงิ่ ยวด

L:\book181441\Book181441-3.doc 54

การเขียนโครงการ

4. หลักการและเหตผุ ล

หลักการและเหตุผล เปนสวนสําคัญที่แสดงถึงปญหาความจําเปนหรือความตองการที่
ตองมีการจัดทําโครงการขน้ึ เพือ่ แกปญหา หรือสนองความตอ งการขององคการ ชมุ ชน หรอื ทองถ่ิน
นน้ั ๆ ดังน้นั ในการเขยี นหลักการและเหตผุ ลผูเขียนโครงการจําเปนตองเขียนแสดงใหเห็นถึงปญหา
หรือความตองการ พรอมท้ังระบุเหตุผลและขอมูลที่เกี่ยวของกับโครงการเพ่ือสนับสนุนการจัดทํา
โครงการอยางชัดเจน นอกจากนี้อาจตองเชื่อมโยงใหเห็นวาโครงการที่เสนอนี้สอดคลองกับแผน
กลยุทธ แผนยุทธศาสตร หรือนโยบายของชุมชน ทองถิ่น องคการ หรือหนวยงานเจาของโครงการ
และเปนการวางรากฐานไปสูสภาพที่พึงประสงคในอนาคตขององคการหรือหนวยงานท่ีเก่ียวของ
กบั โครงการท่ีไดจ ดั ทําขึน้

โดยสรุป ผูเขียนโครงการตองพยายามหาเหตุผล หลักการ และทฤษฎีตางๆ สนับสนุน
โครงการที่จัดทําข้ึนอยางสมเหตุสมผล ทั้งน้ีโดยมีจุดมุงหมายเพ่ือใหผูบริหารหรือผูมีอํานาจหนาที่
เห็นชอบและอนุมัติโครงการท่ีนําเสนอใหดําเนินการได พรอมท้ังใหการสนับสนุนในดาน
งบประมาณ บุคลากร และปจจัยสนับสนุนอ่ืนๆ เพ่ือใหเห็นแนวทางการเขียนหลักการและ
เหตุผลไดชดั เจนยง่ิ ขึน้ จึงขอนาํ เอาตัวอยางโครงการเล้ยี งไกไขม าเปน ตวั อยา งสาํ หรบั ศกึ ษา ดงั นี้

โครงการผลติ ไขไกอ นามัย

หลักการและเหตผุ ล

ภาควชิ าอาชวี ศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร กําแพงแสน มีหนาท่ใี นการผลติ บณั ฑติ เพ่ือเปนครเู กษตร หรือ
เปนผูนําในการประกอบอาชีพเกษตรที่มีคุณภาพและคํานึงถึงสิ่งแวดลอม ดังน้ันการเรียนการสอนจึงตองจัดท้ัง
ในดานการถายทอดความรแู ละทักษะทางดานการเกษตรควบคูกันโดยบูรณาการเขากับดานสิ่งแวดลอม สําหรับ
ทางดานการเกษตรนั้น นอกจากหลักสูตรจะกําหนดใหเรียนวิชาการเกษตรจากภาควิชาตางๆ ของคณะเกษตร
แลวยังกําหนดใหตองมีการฝกงานทางดานการเกษตรอีกไมนอยกวา 3 หนวยกิตอีกดวย เพื่อเสริมและฝกฝนให
นิสิตมคี วามรู ทักษะ และประสบการณมากยิ่งๆขึน้

เพ่ือใหนิสิตสาขาวิชาเกษตรและส่ิงแวดลอมศึกษา ไดรับประสบการณทางดานการเกษตรในรูปแบบ
ตางๆ ภายในฟารมของภาควิชาอาชีวศึกษาอยางหลากหลาย จึงเห็นสมควรจัดทําโครงการเลี้ยงไกไขเพื่อเปน
โครงการทางเลือกหน่ึงของนิสิต ซ่ึงนิสิตท่ีฝกงานในโครงการน้ีจะไดรับความรูและประสบการณตางๆ ทราบ
ปญหาและการแกไข นอกจากน้ันยังไดฝกความรับผิดชอบในการทํางานรวมกันเปนกลุม ซ่ึงจะเปนประโยชนใน
งานของครเู กษตรหรือผนู ําในการประกอบอาชพี เกษตรท่ีจะทําในโอกาสตอไป

กรอบท่ี 3.1 ตัวอยา งการเขยี นหลกั การและเหตุผลของโครงการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 55

การเขียนโครงการ

5. วัตถปุ ระสงคแ ละเปาหมาย

โครงการทุกโครงการจําเปนตองมีวัตถุประสงคและเปาหมายเปนเคร่ืองชี้แนวทางในการ
ดําเนินงานของโครงการ โดยวัตถุประสงคจะเปนขอความที่แสดงถึงความตองการท่ีจะกระทําสิ่ง
ตางๆ ภายในโครงการใหปรากฏผลเปนรูปธรรม ซึ่งขอความที่ใชเขียนวัตถุประสงคจะตองชัดเจน
ไมคลุมเครือ สามารถวัดและประเมินผลได โครงการแตละโครงการสามารถมีวัตถุประสงคได
มากกวา 1 ขอ ลักษณะของวัตถุประสงคข้ึนอยูกับระดับและขนาดของโครงการ เชน ถาเปน
โครงการขนาดใหญ วัตถุประสงคก็จะมีลักษณะท่ีกวางเปนลักษณะวัตถุประสงคท่ัวไป หากเปน
โครงการขนาดเลก็ สามารถลงปฏบิ ัตกิ ารในพืน้ ทเี่ ปา หมายหรือปฏบิ ัตงิ านในลักษณะท่ีแคบเฉพาะ
เร่ืองเฉพาะอยาง วัตถุประสงคก็จะมีลักษณะเฉพาะ หรือโดยทั่วไปจะเรียกวาวัตถุประสงคเฉพาะ
ถึงอยางไรก็ตามการเขียนวัตถุประสงคในโครงการแตละระดับ แตละขนาดจะตองมีความสัมพันธ
สอดคลองกันวัตถุประสงคของโครงการยอย จะตองสัมพันธและสอดคลองกับวัตถุประสงคของ
โครงการขนาดใหญ

ในสวนน้ีหากนิสิตไดเรียนเกี่ยวกับเรื่องการสอนมาแลว คงจะมีความเขาใจมากขึ้น
กลาวคือถาจะเปรียบเทียบใหเห็นภาพชัดเจน เม่ือนิสิตไดรับมอบหมายใหสอนวิชาเกษตรใน
รายวิชาใดวิชาหนึ่งในหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน นิสิตก็จะตองมีการเตรียมโครงการสอนระยะ
ยาว ซ่งึ ในโครงการสอนระยะยาว ก็จะมีสวนของวัตถุประสงคอยูดวย วัตถุประสงคตรงสวนนี้ จะมี
ลักษณะท่ีกวางหรือทั่วไปมากกวาเพ่ือเปนเคร่ืองชี้แนวทางวาในรายวิชาที่นิสิตรับผิดชอบสอนน้ัน
ตองการใหผูเรียนไดรับความรูอะไรบาง จากนั้นในการสอนแตละคร้ังนิสิตก็จะตองเตรียมโครงการ
สอน ประจําวัน หรือท่ีเรียกกันท่ัวไปวา แผนการสอนประจําวัน (Lesson plan) ซ่ึงในแผนการสอน
ประจําวันก็จะมีวัตถุประสงคอยูในแผนการสอนประจําวันน้ันดวยแตลักษณะของ วัตถุประสงคจะ
แตกตางจากวัตถุประสงคของโครงการสอนระยะยาว วัตถุประสงคของแผนการสอน ประจําวันจะ
มุงเนนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม หลังจากท่ีนิสิตไดทําการสอนเรียบรอยแลว วัตถุประสงค
ชนิดน้ีจึงเรียกวาวัตถุประสงคเฉพาะหรือวัตถุประสงคเชิงพฤติกรรมในทํานองเดียวกัน ลักษณะ
ของวตั ถปุ ระสงคใ นการเขียนโครงการกจ็ ะคลายคลึงกัน

การเขยี นวตั ถปุ ระสงคค วรจะตอ งคํานงึ ถึงลักษณะท่ดี ี 5 ประการ หรือจะตอ งกาํ หนดข้นึ
ดวยความฉลาด (SMART) ซึ่ง ประชุม (2535) ไดอธิบายความหมายไวดงั น้ี

S = Sensible (เปนไปได) หมายถึง วัตถุประสงคจะตองมีความเปนไปได ในการ
ดําเนนิ งานโครงการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 56

การเขียนโครงการ

M = Measurable (วัดได) หมายถงึ วัตถุประสงคทดี่ ีจะตอ งสามารถวัดและประเมินผลได
A = Attainable (ระบุสิ่งท่ีตองการ) หมายถึง วัตถุประสงคท่ีดีตองระบุสิ่งท่ีตองการ
ดําเนนิ งาน อยางชัดเจนและเฉพาะเจาะจงมากท่ีสุด
R = Reasonable (เปนเหตเุ ปน ผล) หมายถึง วัตถุประสงคท ดี่ ตี องมีความเปน เหตุเปน ผล
ในการปฏิบตั ิ
T = Time (เวลา) หมายถึง วัตถปุ ระสงคท ีด่ ีจะตองมขี อบเขตของเวลาทีแ่ นนอนในการ
ปฏิบัตงิ าน

การเขียนวัตถุประสงคของโครงการมีลักษณะเปนวัตถุประสงคเชิงปฏิบัติการ ท่ีสามารถ
แสดงใหเห็นถึงแนวทางในการปฏิบัติงานไดอยางชัดเจนและเขาใจงาย ดังนั้นการเขียน
วัตถุประสงคจึงควรใชคํา ท่ีแสดงถึงความต้ังใจและเปนลักษณะเชิงพฤติกรรมเพื่อแสดงใหเห็นถึง
การดําเนินงานโครงการ เชนคําวา อธิบาย พรรณนา เลือกสรร ระบุ สรางเสริม ประเมินผล ลําดับ
แยกแยะ แจกแจง กําหนดรูปแบบ และแกปญหา เปนตน ดังตัวอยางการเขียนวัตถุประสงค
โครงการ เชน

- เพ่อื ใหสามารถอธบิ ายถึงวธิ กี ารเขยี นโครงการได
- เพ่อื ใหส ามารถเลอื กสรรวธิ ีการอนั เหมาะสมในการพฒั นาคณุ ภาพนสิ ิตฝกสอน
- เพ่อื ใหส ามารถระบขุ ้นั ตอนในการเตรยี มโครงการสอนเกษตรได
- เพ่อื ใหส ามารถจาํ แนกแยกแยะขอ ดแี ละขอเสียของการฝก งานเกษตรภายในฟารม

นอกจากนี้ยังมีคําท่ีควรหลีกเล่ียง ในการใชเขียนวัตถุประสงคของโครงการ เพราะเปนคํา
ท่ีมีความหมายกวาง ไมแสดงแนวทางการปฏิบัติใหบรรลุวัตถุประสงค ยากตอการวัดและ
ประเมินผลการดําเนินงานได คําดังกลาวไดแกคําวา เขาใจ ทราบ คุนเคย ซาบซึ้ง รูซ้ึง เชื่อ สนใจ
เคยชนิ สํานกึ และยอมรับ เปน ตน ดังตวั อยา งประโยค ตอ ไปน้ี

- เพือ่ ใหเ ขา ใจถึงการดําเนนิ งานโครงการ
- เพ่อื ใหส ามารถทราบถงึ ความเปนมาของปญหาการปฏบิ ัตกิ าร
- เพ่อื ใหเ กดิ ความซาบซง้ึ ในพระศาสนา

ในการเขียนคําหนาประโยคของวตั ถุประสงคโครงการน้ัน ประชุม (2535) ไดแนะนําคําท่ี
ควรใชแ ละคําท่คี วรหลกี เลย่ี ง โดยแปลจากคาํ ในภาษาอังกฤษ ดงั นี้

L:\book181441\Book181441-3.doc 57

การเขยี นโครงการ

คําทค่ี วรใช = เพอ่ื กลาวถึง
= เพอื่ อธบิ ายถงึ
To state = เพือ่ พรรณาถึง
To explain = เพื่อเลือกสรร
To describe = เพือ่ ระบุ
To select = เพ่อื จาํ แนกแยกแยะ
To identify = เพอ่ื ลําดับ หรือเพือ่ แจกแจง
To distinguish = เพ่ือประเมิน
To list = เพื่อสรางเสริม
To evaluate = เพอื่ กําหนดรปู แบบ
To construct = เพื่อแกป ญหา
To design
To solve

คําท่ีควรหลกี เลย่ี ง

To understand = เพอื่ เขา ใจถึง

To know = เพ่อื ทราบถึง

To be familiar with = เพ่อื คนุ เคยกับ

To appreciate = เพ่ือซาบซง้ึ ใน

To be aware of = เพ่อื รูซึง้ ถึง

To be interested in = เพ่อื สนใจใน

To be acquainted with = เพื่อเคยชนิ กับ

To be recognize = เพือ่ ยอมรับใน

To believe = เพือ่ เชอื่ ถอื ใน

To realize = เพอ่ื สํานกึ ใน

สําหรับการเขียนเปาหมาย ตองเขียนใหชัดเจนเพื่อแสดงใหเห็นผลงานหรือผลลัพธที่ระบุ
คุณภาพ หรือปริมาณงานท่ีคาดวาจะทําใหบังเกิดขึ้นในระยะเวลาท่ีกําหนดไว ซ่ึงการกําหนด
ผลงานอาจกําหนดเปนรอยละ หรือจํานวนหนวยท่ีแสดงปริมาณหรือคุณภาพตางๆ เชน โครงการ
ปลกู ขา วโพดฝก ออ น เปาหมาย คอื ไดผ ลผลติ ขาวโพดฝกออนคุณภาพชั้นที่ 1 จํานวน 10 ตัน หรือ

L:\book181441\Book181441-3.doc 58

การเขยี นโครงการ

โครงการอบรมการขยายพันธุพืช เปาหมาย คือ เม่ือส้ินสุดโครงการ ผูที่เขารับการอบรมรอยละ 80
สามารถขยายพันธุพ ชื ไดอ ยา งถูกวธิ ี เปนตน

6. ระยะเวลาในการดาํ เนนิ โครงการ

ระยะเวลาในการดําเนินงานโครงการ เปนการระบุระยะเวลาต้ังแตเริ่มตนโครงการ
จนกระทั่งถึงเวลาส้ินสุดโครงการวาใชเวลาท้ังหมดเทาใด โดยแสดงใหเห็นจุดเริ่มตนและส้ินสุด
ของโครงการโดยระบุ วันเดือน ป ท่ีเร่ิมทําและส้ินสุด ถาหากเปนโครงการระยะยาว และมีหลาย
ระยะก็ตองแสดงชวงเวลาในแตละระยะของโครงการนั้นดวย เพื่อใชเปนรายละเอียดประกอบการ
พจิ ารณา อนมุ ัตโิ ครงการ

7. วิธีดาํ เนนิ การ

วิธีดําเนินการเปนงานหรือกิจกรรมท่ีกําหนดข้ึน เปนขั้นตอนตามลําดับกอนหลังเพ่ือใช
ปฏิบัติใหบรรลุตามวัตถุประสงคของโครงการ วิธีการดําเนินการจึงนําวัตถุประสงคมาจําแนกแจก
แจงเปนกิจกรรมยอยหลายกิจกรรม โดยจะแสดงใหเห็นอยางชัดเจนต้ังแตตนจนจบกระบวนการ
วามีกิจกรรมใดท่ีจะตองทําเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงค ซึ่งกิจกรรมตางๆ เหลานี้จะนําไปอธิบายโดย
ละเอียดในสวนของแผนการปฏิบัติงานหรือปฏิทินปฏิบัติงานอีกคร้ังหนึ่ง ตัวอยางในการเขียน
วิธีดําเนินการ ดังกรอบที่ 3.2

ตัวอยางนี้เปนเพียงตัวอยางหนึ่งในการเขียนวิธีดําเนินการ รายละเอียดในการเขียนแตละ
โครงการจะแตกตางกันไป แตจะตองยืดหลักวากิจกรรมตางๆ ท่ีกําหนดข้ึนจะตองเปนข้ันตอน
เพอื่ ใหบ รรลุวตั ถปุ ระสงคของโครงการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 59

การเขยี นโครงการ

โครงการผลติ ไขไกอ นามยั

วิธีดาํ เนนิ การ

1. การเตรยี มงาน
1.1 แจง ใหน สิ ติ และผูเกย่ี วของทราบ
1.2 ช้แี จงรายละเอียดตา งๆ และขอ ตกลงรวมกันใหนสิ ิตทราบ
1.3 ศึกษาวิธีการเลี้ยงไกไขจ ากผูร ู หองสมุด ฟารม เอกชนจนเปน ทเ่ี ขา ใจ

2. การเริ่มงาน
2.1 ปรบั ปรุงโรงเรือนท่ีใชเลีย้ งไกไขเ ดิมใหอ ยูในสภาพท่ีใชง านได
2.2 เตรียมกรงตับและอุปกรณตา งๆ สาํ หรับใชเ ล้ยี งไกไ ขใหเรยี บรอ ย
2.3 ทําความสะอาดพรอมฆา เชอ้ื ภายในและบรเิ วณโรงเรอื น
2.4 สง่ั ซอ้ื พนั ธุไกสาว อายุ 20 สปั ดาห จาํ นวน 150 ตัว
2.5 ส่งั ซือ้ อาหารและยาสําหรับไกไ ข

3. ปฏบิ ัติการเลย้ี งไกไ ข
3.1 นาํ พันธุไกสาวเขาเลย้ี งในกรงตับทีเ่ ตรียมไว
3.2 จัดการเลี้ยงไกไข ในเร่อื งการใหอาหาร การเก็บไข การบนั ทึกขอ มูล ฯลฯ
3.3 การจาํ หนา ยผลผลติ (ไขไ ก)

4. ประเมนิ ผลและจดั ทํารายงาน

กรอบท่ี 3.2 ตัวอยางการเขยี นวธิ กี ารดาํ เนนิ งาน

8. แผนการปฏบิ ัตงิ าน

การเขียนแผนปฏิบัติงานเปนการนําเอาขั้นตอนตางๆ ในการดําเนินงานมาแจกแจง
รายละเอียดใหผูทําโครงการสามารถลงมือปฏิบัติงานได โดยจะเขียนรายละเอียดแตละงานท่ีตอง
ทํา มีใครเปนผูรับผิดชอบในงานน้ันบาง จะทําเมื่อใด และมีวิธีการในการทําอยางไร ซึ่งในการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 60

การเขยี นโครงการ

เขียนแผนการปฏิบตั ิงาน เพ่ือใหสะดวกและเขา ใจไดง าย จงึ มีการนํามาทําเปนตารางการปฏิบัติดัง
ตัวอยา งตอ ไปน้ี (ตารางที่ 3.1)

ตารางที่ 3.1 ตัวอยา งแผนปฏิบัติงานในโครงการผลติ ไขไกอ นามยั

งาน วิธีการและสถานที่ เวลา ผูรบั ผดิ ชอบ หมายเหตุ
1. แจง ใหนสิ ติ และ แจง ใหน ิสติ ทีจ่ ะเขารวมโครงการทราบโดยการ 15 ก.ค. 48 ประสงค
ปด ประกาศไวท ่ฟี ารมและคณะศกึ ษาศาสตร สนั ติ
ผูเกย่ี วขอ งทราบ พรอมนดั ประชุมในวันที่ 18 กรกฎาคม 2548 18 ก.ค. 48 สนั ติ
2. ชีแ้ จงรายละเอียด นัดประชุมนิสติ ทีเ่ ขารว มโครงการท่ีฟารม คณะ ประสงค
ศกึ ษาศาสตร เวลา 16:30 น.
ตา งๆ ใหนิสิตทราบ สนั ติ
3. ศึกษาถึงวิธี ศกึ ษาวธิ กี ารเลี้ยงไกไขจ ากเอกสารตา งๆ และ 18-22 ประสงค
บรษิ ทั หรือฟารม ไกไ ขของเอกชนจนเขา ใจถึง ก.ค. 48 ประสงค
การเลย้ี งไกไข กระบวนการตางๆ ในการเลยี้ งไกไข 25-27 ประสงค
4. ปรับปรุงโรงเรือน ใชโรงเรอื นไกเ น้ือขางบอ ปลา โดย ก.ค. 48 สันติ
ปรับปรงุ ซอมแซมสวนทีช่ ํารดุ ใหใ ชการไดดี
5. จดั ทํากรงตับและ และสง่ั อุปกรณทีใ่ ชส รา งกรงตับสาํ หรบั 1 ส.ค. 48 สนั ติ
อุปกรณต างๆ แมไก จํานวน 150 ตวั 2 ส.ค. 48
ประกอบกรงตับพรอมอปุ กรณต างๆ เชน
6. สั่งพันธุไกอ าหาร รางอาหาร รางนาํ้ ใหพ รอมทใ่ี ชงานไดท นั ที 15 ส.ค. 48
และยา ส่ังแมไกท่ีมีอายปุ ระมาณ 4 เดอื นครึ่ง 15 ส.ค. 48
จาํ นวน 150 ตวั จากฟารม ของเอกชน
7. นําแมไกไขม าเล้ยี ง และส่งั ซอื้ อาหารและยาสาํ หรับไกไข ถงึ
8. ปฏบิ ัติการเล้ียงไก นําแมไ กไ ขล งเลี้ยงในกรงตบั จํานวน 150 ตวั 15 ก.ย. 48

9. การประเมนิ ผล งานทจ่ี ะตอ งทําในชวงทเี่ ลย้ี งไกไ ข 30 ก.ย. 48
1. ใหอ าหารและน้ํา
2. ใหยารักษาโรค
3. การเกบ็ ไขไ ก
4. จดบนั ทึกขอ มลู ตางๆ เชน จํานวนไข,
อาหาร ฯลฯ (ตามแบบฟอรม การบันทกึ )
5. คดั ขนาด คณุ ภาพ และการจัดจาํ หนา ย
6. คัดไกไขท ่ีไขนอ ยออกจําหนา ย
ประเมินผลและจดั ทํารายงาน

L:\book181441\Book181441-3.doc 61

การเขียนโครงการ

เพ่ือใหแผนปฏิบัติงานสามารถดูไดโดยงาย และใชเปนเคร่ืองมือในการควบคุมโครงการ
มักนิยมเขียนเปนแผนภูมิแทงหรือแผนภูมิของแกนท และเพื่อใหเห็นภาพของแผนภูมิไดชัดเจน
ย่ิงขน้ึ จึงขอนําเสนอตวั อยางการเขยี นแผนภมู ิ (ตารางที่ 3.2)

ตารางที่ 3.2 ตัวอยา งการเขยี นแผนภมู ิแสดงระยะเวลาในการปฏิบตั งิ านในแตล ะกิจกรรม

ระยะเวลา ปการศึกษา2548 หมายเหตุ

กจิ กรรม มยิ กค. สค. กย. ตค. พย. ธค. มค. กพ. มคี . เมย. พค.

1. แจง ผเู ก่ยี ว

ขอ งทราบ

2. ซอม

โรงเรือน

3. สั่งซือ้

พันธไุ กไข

4. สัง่ ซอื้ สัง่ เปนงวด

อาหาร ตงั้ แต

เดือน ม.ิ ย.

5. นาํ ไกไ ข

เขามาเลย้ี ง

6. ปฏิบัติการ

เลย้ี งไกไข

7. จัดจําหนา ย

8. ประเมิน

ผลและจดั

ทาํ รายงาน

L:\book181441\Book181441-3.doc 62

การเขียนโครงการ

9. งบประมาณและทรพั ยากรทตี่ องใช

งบประมาณและทรพั ยากรทีต่ อ งใชเปน การระบุถึงจํานวนเงนิ จํานวนบคุ คล จํานวนวัสดุ
ครุภัณฑแ ละปจ จัยอื่น ๆ ท่ีจาํ เปน ตอการดําเนนิ โครงการนั้น ๆ

หลักในการกําหนดงบประมาณและทรัพยากร ในการเสนองบประมาณเพื่อดําเนินงาน
โครงการนั้น ผูวางโครงการควรคํานึงถึงหลักสําคัญ 4 ประการในการจัดทําโครงการ โดยจะตอง
จัดเตรียมไวอยางเพียงพอและจะตองใชอยางประหยัด หลักการในการจัดทําโครงการดังกลาว
ไดแ ก (ประชมุ , 2535)

1. ความประหยัด (Economy) การเสนองบประมาณโครงการจะตองเปนไปโดยมีความ
ประหยัด ใชท รัพยากรทุกอยา งใหค มุ คา ทสี่ ุด และไดคุณภาพของผลงานดีทสี่ ดุ

2. ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) โครงการทุกโครงการจะตองมีคุณคาเปนที่ยอมรับ
และทุกคนมีความพึงพอใจในผลงานที่เกิดข้ึน โดยใชทรัพยากรนอยท่ีสุด ประหยัด
ทีส่ ดุ และไดรบั ผลตอบแทนคมุ คา

3. ความมีประสิทธิผล (Effectiveness) โครงการทุกโครงการจะตองดําเนินงานเปนไป
ตามวตั ถุประสงคและเปาหมายท่ีกําหนดไว นําผลที่เกิดขึ้นเทียบกับวัตถุประสงคที่ต้ัง
ไวหากไดต ามวตั ถุประสงคท ่ตี ัง้ ไวก็ถอื วา มีประสิทธผิ ล

4. ความยุติธรรม (Equity) การจัดสรรทรัพยากรทุกชนิด หรือการใชจายทรัพยากร
จะตองเปนไปตามเกณฑที่กําหนดไว ทั้งนี้เพื่อใหทุกฝายปฏิบัติงานไดอยางตอเน่ือง
คลอ งตวั และมปี ระสิทธิภาพสูงสดุ

หลักการในการจัดทํางบประมาณโครงการและจัดสรรทรัพยากร โครงการดังกลาว
บางครั้ง เรียกวา 4E'S ซง่ึ เปนหลกั สาํ คัญของการบริหารงานโดยทวั่ ไปหลกั การหนึ่ง

นอกจากน้ีควรท่ีจะระบุแหลงท่ีมาของงบประมาณและจํานวนทรัพยากรอ่ืนๆ ที่ตองใช
ควรระบุแหลงที่มาของงบประมาณและทรัพยากรดวย เชน จากงบประมาณแผนดิน งบประมาณ
เงินรายไดของหนวยงาน งบประมาณจากการชวยเหลือของตางประเทศ งบประมาณจากการ
บริจาคของหนวยงานหรือองคกรเอกชน นอกจากนี้อาจเปนงบประมาณที่ไดจากการเก็บ
คาลงทะเบียนของผูเขารวมโครงการ ซึ่งงบประมาณในลักษณะหลังน้ีมักนิยมใชกับโครงการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 63

การเขยี นโครงการ

ฝกอบรมเปนสวนใหญ และเปนโครงการท่ีสามารถดําเนินการไดโดยงาย เนื่องจากไมตองพ่ึงพา
งบประมาณจากภายนอก

การเขียนแสดงรายการงบประมาณและทรัพยากรท่ีตองใชในโครงการควรแจกแจง
รายละเอียดใหชัดเจน หากเปนหนวยงานของรัฐบาลท่ีใชงบประมาณแผนดิน ผูเขียนโครงการควร
ศึกษาระเบียบการเงินและพัสดุของสํานักนายกรัฐมนตรีใหเขาใจ หากเปนงบประมาณเงินรายได
ของหนวยงานก็ตองศึกษาระเบียบการ ใชเงินรายไดของหนวยงานใหถองแท หรือหากใช
งบประมาณจากแหลงอ่ืนก็ตองศึกษาระเบียบปฏิบัติในการใชงบประมาณ ทั้งน้ีเพ่ือลดปญหาใน
ข้ันตอนของการเบิกจายงบประมาณในระหวางการดําเนินโครงการ นอกจากนี้ยังจะตองแจง
ออกเปนรายละเอียดในการใชอยางชัดเจนอีกดวย เพื่อท่ีจะชวยใหการพิจารณาสนับสนุน และ
อนมุ ัติโครงการเปนไปดว ยดี

เพ่ือประโยชนของนิสิตในการใชความรูเรื่องการเสนองบประมาณในโครงการ ระหวางที่
กําลังศึกษาอยูในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร และเมื่อสําเร็จการศึกษาแลวทํางานในสวนของ
ราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จึงไดสรุปหลักการจําแนกประเภทรายจายตามงบประมาณที่เกี่ยวของ
และจาํ เปน ตองใช ซึ่งสํานกั กฎหมายและระเบียบสาํ นักงบประมาณไดจ ัดทาํ ขึ้นดังน้ี

รายจายของสวนราชการและรัฐวิสาหกิจ หมายถึง รายจายซึ่งกําหนดไวสําหรับแตละสวน
ราชการและรฐั วสิ าหกจิ โดยเฉพาะ จําแนกออกเปน 5 ประเภทงบรายจา ย ไดแก

1.1 งบบคุ ลากร
1.2 งบดําเนนิ งาน
1.3 งบลงทนุ
1.4 งบเงนิ อดุ หนนุ
1.5 งบรายจา ยอืน่
1.1 งบบุคลากร หมายถึง รายจายที่กําหนดใหจายเพื่อการบริหารงานบุคคลภาครัฐ
ไดแก รายจายท่ีจายในลักษณะเงินเดือน คาจางประจํา คาจางชั่วคราว และคาตอบแทน
พนักงานราชการ รวมถึงรายจายท่ีกําหนดใหจายจากงบรายจายอ่ืนใดในลักษณะรายจาย
ดังกลาว
1.2 งบดําเนินงาน หมายถึง รายจายที่กําหนดใหจายเพื่อการบริหารงานประจํา ไดแก
รายจายท่ีจายในลักษณะคาตอบแทน คาใชสอย คาวัสดุ และคาสาธารณูปโภค รวมถึงรายจายที่

L:\book181441\Book181441-3.doc 64

การเขยี นโครงการ

กาํ หนดใหจ า ยจากงบรายจายอนื่ ใดในลกั ษณะรายจายดังกลา ว
1.2.1 คาตอบแทน หมายถึง เงินที่จายตอบแทนใหแกผูที่ปฏิบัติงานใหทาง

ราชการตามที่กระทรวงการคลังกําหนด เชน เงินคาเชาบานขาราชการ เงินตอบแทนตําแหนงเงิน
ประจําตําแหนงผูบริหารในมหาวิทยาลัย เงินสมนาคุณอาจารยสาขาวิชาท่ีขาดแคลนใน
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ คาจางนอกเวลา คาอาหารทําการนอกเวลา คาพาหนะเหมาจาย และ
คาเบยี้ ประชมุ กรรมการ เปนตน

1.2.2 คาใชสอย หมายถึง รายจายเพ่ือใหไดมาซึ่งบริการ (ยกเวนบริการ
สาธารณูปโภค ส่ือสารและโทรคมนาคม) รายจายท่ีเก่ียวกับการรับรองและพิธีการ และรายจายท่ี
เก่ียวเนือ่ งกบั การปฏิบตั ริ าชการทไ่ี มเ ขา ลักษณะรายจา ยอืน่ ๆ

รายจายเพือ่ ใหไดมาซึง่ บรกิ าร เชน
1) คาปกเสาพาดสายภายนอกสถานท่ีราชการเพ่ือใหราชการไดใชบริการ

ไฟฟา รวมถงึ คาตดิ ตั้งหมอ แปลง เครื่องวัด และอปุ กรณไ ฟฟาซง่ึ เปน กรรมสทิ ธิข์ องการไฟฟา
2) คาจางเหมาเดินสายไฟฟาและติดต้ังอุปกรณไฟฟาเพิ่มเติมรวมถึงการ

ซอ มแซม บาํ รุงรกั ษาหรือปรับปรงุ ระบบไฟฟา การเพ่ิมกาํ ลงั ไฟฟา การขยายเขตไฟฟา
3) คาวางทอประปาภายนอกสถานท่ีราชการ เพื่อใหราชการไดใชบริการ

นํ้าประปา รวมถึงคา ตดิ ตั้งมาตรวดั น้ําและอปุ กรณป ระปา ซึ่งเปน กรรมสิทธ์ขิ องการประปา
4) คาจางเหมาเดินทอประปาและติดตั้งอุปกรณประปาเพิ่มเติม รวมถึงการ

ซอ มแซม บํารงุ รักษาหรอื ปรับปรุงระบบประปา
5) คา ใชจ ายในการตดิ ตั้งโทรศัพทพ ้ืนฐาน
6) คาเชาทรัพยสิน รวมถึงเงินที่ตองจายพรอมกับการเชาทรัพยสิน เชน คา

เชา รถยนต คา เชาอาคารส่ิงปลูกสราง คาเชาท่ีดิน คาเชารับลวงหนา ยกเวนคาเชาบานและคาเชา
ตไู ปรษณีย

7) คาภาษี เชน คาภาษีโรงเรือน เปนตน
8) คา ธรรมเนียม ยกเวน คาธรรมเนียมการโอนเงนิ ผา นธนาคาร
9) คาเบ้ยี ประกนั
10) คาจางเหมาบรกิ าร เพื่อใหผ รู ับจางทาํ การอยา งหน่งึ อยางใดซึ่งอยใู น
ความรับผดิ ชอบของผรู ับจา ง แตมใิ ชเปนการประกอบ ดัดแปลง ตอ เตมิ หรือปรบั ปรุงครุภณั ฑ
ท่ดี นิ และส่งิ กอ สราง

11) คาซอ มแซมบํารงุ รกั ษาทรพั ยส นิ เพ่อื ใหส ามารถใชง านไดตามปกติ

L:\book181441\Book181441-3.doc 65

การเขยี นโครงการ

กรณีเปนการจางเหมาท้ังคาส่ิงของและคาแรงงาน ใหจายจากคาใชสอย
สว นกรณีที่สว นราชการเปน ผูด าํ เนนิ การซอ มแซมบํารุงรักษาทรพั ยส นิ เองใหป ฏิบัติ ดงั น้ี

1) คาจางเหมาแรงงานของบคุ คลภายนอกใหจ า ยจากคาใชส อย
2) คาส่ิงของท่ีสวนราชการซื้อมาใชในการซอมแซมบํารุงรักษาทรัพยสินให
จายจากคาวสั ดุ
รายจายเกยี่ วกบั การรบั รองและพิธีการ เชน
1) คา รบั รอง หมายถงึ รายจายในการเลย้ี งรบั รองของทางราชการ
2) คารับรองประเภทเครอื่ งด่มื
3) คา ใชจ ายในพธิ ที างศาสนา
รายจายเกี่ยวเนื่องกับการปฏบิ ตั ิราชการที่ไมเ ขาลักษณะรายจา ย อน่ื ๆ เชน
1) คาใชจายในการเดินทางไปราชการ (ในประเทศ) เชน คาเบ้ียเลี้ยง คาเชาท่ี
พกั คา พาหนะ เปนตน

2) คา เบี้ยเล้ยี งทหาร หรือตาํ รวจ

3) คาเบีย้ เลี้ยงพยาน หรอื ผตู องหา
4) คา ของขวญั ของรางวลั หรือเงนิ รางวลั
5) คา พวงมาลัย ชอดอกไม กระเชา ดอกไม หรือพวงมาลา
6) คาชดใชคาเสียหาย คาสินไหมทดแทน กรณีเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากการ
ปฏบิ ตั ิงานราชการ
7) เงนิ รางวลั ตํารวจคมุ กันทรัพยส นิ ของทางราชการ
8) เงินรางวลั เจาหนา ที่
9) เงินประกันสงั คม (ในฐานะนายจา ง)
10) คา ตอบแทนผูเ สียหายในคดอี าญา
11) คาทดแทนและคา ใชจายแกจ ําเลยในคดีอาญา
12) คา ตอบแทนและคา ใชจ า ยแกพยาน
1.2.3 คา วัสดุ หมายถึง รายจายดังตอไปนี้
1) รายจา ยเพอื่ จดั หาสิง่ ของซงึ่ โดยสภาพเมอ่ื ใชแลว ยอมส้นิ เปลือง หมดไป แปร
สภาพ หรือไมคงสภาพเดิม หรือสิ่งของท่ีมีลักษณะคงทนถาวร และมีราคาตอหนวยหรือตอชุดไม
เกิน 5,000 บาท รวมถึงคาใชจายที่ตองชําระพรอมกัน เชน คาขนสง คาภาษี คาประกันภัย
คา ตดิ ต้งั เปนตน

L:\book181441\Book181441-3.doc 66

การเขียนโครงการ

2) รายจายเพื่อจัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอรที่มีราคาตอหนวยหรือตอชุดไม
เกิน 20,000 บาท

3) รายจายเพ่ือประกอบดัดแปลง ตอเติม หรือปรับปรุง ครุภัณฑที่มีวงเงินไม
เกิน 5,000 บาท ทีด่ ินและหรือส่ิงกอ สรา ง ท่มี วี งเงนิ ไมเกนิ 50,000 บาท

4) รายจา ยเพ่ือประกอบ ดัดแปลง ตอเติม หรือปรับปรุงครุภัณฑคอมพิวเตอร
ท่มี ีวงเงนิ ไมเ กิน 5,000 บาท

5) รายจายเพื่อซอมแซมบํารุงรักษาทรัพยสินเพ่ือใหสามารถใชงานได
ตามปกติ

1.2.4 คาสาธารณูปโภค หมายถึง รายจายคาบริการสาธารณูปโภค ส่ือสาร
และโทรคมนาคม รวมถึงคาใชจายท่ีตองชําระพรอมกัน เชน คาบริการ คาภาษี เปนตนตาม
รายการ ดงั น้ี

1) คาไฟฟา
2) คา ประปา คา น้ําบาดาล
3) คาโทรศัพท เชน คาโทรศัพทพื้นฐาน คาโทรศัพทเคลื่อนที่ รวมถึงบัตร
โทรศัพท บตั รเติมเงนิ โทรศพั ท
4) คาบรกิ ารไปรษณยี โ ทรเลข เชน คาไปรษณีย คาโทรเลข คาธนาณตั ิ
คาดวงตราไปรษณยี ากร คา เชาตูไปรษณีย คา ธรรมเนยี มการโอนเงนิ ผา นธนาคาร เปนตน
5) คาบริการสื่อสารและโทรคมนาคม รวมถึงคาใชจายเพ่ือใหไดมาซ่ึงบริการ
ส่ือสารและโทรคมนาคม เชน คาโทรภาพ (โทรสาร) คาเทเลกซ คาวิทยุติดตามตัว คาวิทยุสื่อสาร
คาส่ือสารผานดาวเทียม คาใชจายเก่ียวกับการใชระบบอินเทอรเน็ต รวมถึงอินเทอรเน็ตการด และ
คา ส่ือสารอ่นื ๆ เชน คา เคเบล้ิ ทีวี คา เชา ชองสัญญาณดาวเทยี ม เปนตน
1.3 งบลงทุน หมายถึง รายจายท่ีกําหนดใหจายเพื่อการลงทุน ไดแก รายจายที่จายใน
ลักษณะคาครุภัณฑ คาท่ีดินและสิ่งกอสราง รวมถึงรายจายท่ีกําหนดใหจายจากงบรายจายอ่ืนใด
ในลกั ษณะรายจายดังกลาว
1.3.1 คาครุภัณฑ หมายถึง รายจายดังตอ ไปน้ี

1) รายจายเพ่ือจัดหาส่ิงของที่มีลักษณะคงทนถาวร และมีราคาตอหนวย
หรือตอชุดเกินกวา 5,000 บาท รวมถึงคาใชจายที่ตองชําระพรอมกัน เชน คาขนสง คาภาษี
คาประกนั ภยั คา ติดตง้ั เปนตน

2) รายจายเพื่อจัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอรที่มีราคาตอหนวยหรือตอชุด

L:\book181441\Book181441-3.doc 67

การเขยี นโครงการ

เกนิ กวา 20,000 บาท
3) รายจายเพื่อประกอบ ดัดแปลง ตอเติมหรือปรับปรุงครุภัณฑ รวมทั้ง

ครุภณั ฑค อมพวิ เตอรท ่มี วี งเงนิ เกินกวา 5,000 บาท
4) รายจายเพ่ือซอมแซมบํารุงรักษาโครงสรางของครุภัณฑขนาดใหญ เชน

เคร่อื งบิน เคร่ืองจกั รกลยานพาหนะ เปน ตน
5) รายจา ยเพอื่ จา งทป่ี รกึ ษาเพอ่ื การจดั หาหรอื ปรับปรงุ ครภุ ณั ฑ

1.3.2. คาที่ดินและส่ิงกอสราง หมายถึง รายจายเพ่ือใหไดมาซ่ึงที่ดินและหรือ
ส่ิงกอสราง รวมถึงสิ่งตางๆ ซึ่งติดตรึงกับท่ีดินและหรือส่ิงกอสราง เชน อาคาร บานพัก สนามเด็กเลน
สนามกฬี า สนามบิน สระวา ยนาํ้ สะพาน ถนน รัว้ บอน้าํ อางเกบ็ น้าํ เขือ่ น เปนตน
รวมถงึ รายจา ยดังตอไปน้ี

1) คาติดต้ังระบบไฟฟา หรือระบบประปา รวมถึงอุปกรณตางๆ ซ่ึงเปนการ
ติดตั้งครั้งแรกในอาคารหรือสถานที่ราชการ ท้ังท่ีเปนการดําเนินการพรอมการกอสรางอาคารหรือ
ภายหลงั การกอสรา งอาคาร

2) รายจายเพ่ือประกอบ ดัดแปลง ตอเติม หรือปรับปรุงที่ดินและ หรือ
ส่ิงกอสรา ง ทีม่ วี งเงินเกินกวา 50,000 บาท เชน คา จัดสวน คาถมดิน เปนตน

3) รายจายเพื่อจางออกแบบ จางควบคุมงานท่ีจายใหแกเอกชน หรือ
นิติบุคคล

4) รายจายเพ่ือจางที่ปรึกษาเพื่อการจัดหา หรือปรับปรุง ที่ดินและหรือ
สิง่ กอ สรา ง

5) รายจายที่เกี่ยวเนื่องกับท่ีดินและหรือสิ่งกอสราง เชน คาเวนคืนท่ีดิน
คาชดเชยกรรมสิทธิ์ท่ีดนิ เปนตน

1.4 งบเงินอุดหนุน หมายถึง รายจายท่ีกําหนดใหจายเปนคาบํารุงหรือเพื่อชวยเหลือ
สนับสนุนการดําเนินงานของหนวยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือหนวยงานของรัฐ ซ่ึงมิใชราชการ
สวนกลางตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน หนวยงานในกํากับของรัฐ องคการ
มหาชน รัฐวิสาหกิจ องคกรปกครองสวนทองถิ่น สภาตําบล องคการระหวางประเทศ นิติบุคคล
เอกชนหรือกิจการอันเปนสาธารณประโยชน รวมถึงเงินอุดหนุนงบพระมหากษัตริย เงินอุดหนุนการ
ศาสนา และรายจายทส่ี ํานกั งบประมาณกําหนดใหใ ชจ ายในงบรายจา ยนี้

1.5 งบรายจายอ่นื หมายถงึ รายจา ยทไ่ี มเ ขาลักษณะประเภทงบรายจายใดงบรายจายหนึง่
หรือรายจา ยท่สี ํานกั งบประมาณกําหนดใหใ ชจ า ยในงบรายจายน้ี เชน เงินราชการลบั

ท่ีมา: สํานกั กฎหมายและระเบียบ สํานกั งบประมาณ

L:\book181441\Book181441-3.doc 68

การเขยี นโครงการ

10. การตดิ ตามและประเมนิ ผลโครงการ

ในสวนน้ีจะแสดงถึงการติดตาม การควบคุม การกํากับ และการประเมินผลโครงการ
เพื่อใหโครงการบรรลุถึงวัตถุประสงคที่ไดกําหนดไวอยางมีประสิทธิภาพ ผูเสนอโครงการควรระบุ
วิธีการที่ใชในการควบคุม และประเมินผลโครงการไวใหชัดเจน ทั้งน้ีอาจจะตองระบุบุคคลหรือ
หนวยงานท่ีรับผิดชอบในการประเมินโครงการ พรอมท้ังบอกรูปแบบการประเมินผลโครงการ เชน
ประเมนิ กอนดําเนนิ การ ขณะดาํ เนนิ การ หลังการดําเนินการ หรือจะระบุเวลาชัดเจนวาจะประเมิน
ทุกระยะ 3 เดือน เปนตน สําหรับรายละเอียดเก่ียวกับวิธีการประเมินผลวิธีตางๆ จะไดกลาวใน
บทท่ี 5 ตอ ไป

11. ประโยชนที่คาดวา จะไดร บั

สวนน้ีจะเปนการบอกถึงวาเมื่อโครงการท่ีทําส้ินสุดลง จะมีผลกระทบในทางท่ีดีที่คาดวา
จะเกิดขึ้นโดยตรงและโดยออม โดยระบุใหชัดเจนวาใครจะไดรับผลประโยชนและผลกระทบน้ัน
ไดรบั ในลกั ษณะอยา งไร ทัง้ ในเชิงปริมาณและเชิงคณุ ภาพ

นอกจากสว นประกอบท้งั 11 รายการท่ไี ดกลาวแลว การเขยี นโครงการแบบประเพณนี ิยม
ยังอาจมีสว นประกอบอนื่ ๆ อกี เชน

1. หนวยงานท่ีใหการสนับสนุน หมายถึง หนวยงานท่ีใหความรวมมือ หรือใหงบประมาณ
สนบั สนนุ ในการดาํ เนินงานเพื่อใหโ ครงการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคท่กี าํ หนดไว

2. ผูเสนอรางโครงการ หมายถึงผูเขียนและทําโครงการข้ึนเสนอใหผูมีอํานาจในการ
พิจารณาอนมุ ตั ิโครงการ ใชในกรณที ี่ผูท ําโครงการไมไ ดเปนผเู ขียนโครงการเอง

3. เอกสารอางอิง หมายถึง เอกสารที่เปนแหลงคนควาอางอิงในการทําโครงการในเรื่อง
นั้น และใชสาํ หรบั ศึกษาคนควา เพม่ิ เติมเมือ่ ผูปฏบิ ตั ิโครงการเกิดขอ สงสยั

จากรูปแบบการเขียนโครงการท่ีกลาวมาทั้งหมด เปนเพียงรูปแบบท่ีใชกันโดยท่ัวไป จึง
อาจจะมีลักษณะอยางอื่นท่ีแตกตางกันออกไปในสวนของรายละเอียด ขึ้นอยูกับแตละหนวยงาน
จะเปนผูกาํ หนดไวเ พอ่ื เปนแนวทางสําหรับผูเขียนโครงการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 69

การเขียนโครงการ

สรุปแลวการเขียนโครงการแบบประเพณีนิยมจะตองมีเนื้อหาสาระท่ีละเอียดชัดเจน
เฉพาะเจาะจง โดยรูปแบบของโครงการจะสามารถตอบคาํ ถามดังตอไปน้ีได คือ (ประชุม, 2535)

1. โครงการอะไร หมายถึง ช่ือโครงการ
2. ทําไมตอ งทําโครงการนัน้ หมายถงึ หลักการและเหตผุ ล
3. ทาํ เพื่ออะไร หมายถงึ วตั ถปุ ระสงค
4. ทาํ ในปริมาณเทาใด หมายถึง เปาหมาย
5. ทาํ อยางไร หมายถงึ วธิ ีดาํ เนินการ
6. ทําเมือ่ ใดและนานแคไหน หมายถึง ระยะเวลาดําเนนิ การ
7. ใชทรัพยากรอะไร เทา ใด และไดจากไหน หมายถงึ งบประมาณและทรพั ยากรอ่ืนๆ
8. ใครทํา หมายถงึ ผูร บั ผดิ ชอบโครงการ
9. ตองทํากับใคร หมายถึง หนวยงานหรอื บคุ คลทใ่ี หการสนับสนนุ
10. ทําไดบรรลุวัตถปุ ระสงคแ ละเปาหมายหรือไม หมายถึง การประเมินผล
11. เกิดอะไรขน้ึ เมื่อสิ้นสุดโครงการ หมายถงึ ผลทค่ี าดวาจะไดร บั
12. มปี ญหาอุปสรรคหรือไม หมายถึง ขอเสนอแนะ

โครงการทุกโครงการ หากผูเขียนโครงการสามารถตอบคําถามทุกคําถามดังกลาวได
ท้ังหมด อาจถือไดวาเปนการเขียนโครงการท่ีมีความสมบูรณในรูปแบบ และหากการตอบคําถาม
ไดอยางมีเหตุผลและมีหลักการ ยอมถือไดวาโครงการที่เขียนข้ึนน้ันเปนโครงการที่ดี นอกจากจะ
ไดรบั การพจิ ารณาอนมุ ตั ิโดยงา ยแลว ผลของการดําเนินงานมกั จะมีประสทิ ธิภาพดวย

L:\book181441\Book181441-3.doc 70

การเขยี นโครงการ

2. การเขียนโครงการแบบตารางเหตุผลตอเน่ือง (Logical Framework
Method)

การเขียนโครงการแบบด้ังเดิมหรือแบบประเพณีนิยมน้ัน มีความบกพรองหลายประการ
เชน โครงการมีการเขียนหลักการและเหตุผลท่ีมีความยาวเกินไป โดยหวังเพื่อยกแมน้ําทั้งหา หรือ
เหตุผลนานาประการมาแสดงใหเห็นถึงความสําคัญของโครงการท่ีนําเสนอ วัตถุประสงคของ
โครงการมีหลายขอและเปนวัตถุประสงคที่ขาดความแนนอนชัดเจน คาใชจายหรืองบประมาณ
ของโครงการไดแยกออกเปนสวนๆ แบบเบ้ียหัวแตก เน่ืองจากมุงสนับสนุนวัตถุประสงคแตละขอ
เปน สําคญั จงึ ทําใหก ารใชง บประมาณและทรัพยากรในภาพรวมของโครงการไมประหยัดและขาด
ประสิทธิภาพ การเขียนโครงการไมพิจารณาเหตุผลเชิงตรรก เนื่องจากเปนการเขียนโดยพิจารณา
จากงานทต่ี องการจะทาํ กอน แลว จึงกําหนดวัตถุประสงคข้ึนภายหลังใหสอดคลองกับงานท่ีจะตอง
ทํา ซึ่งสรางปญหายุงยากแกการตัดสินใจของผูพิจารณาอนุมัติโครงการ และผูปฏิบัติโครงการไม
อาจเขาใจไดอยางชัดเจน เมื่อเปนเชนนี้ การเขียนโครงการในลักษณะท่ีพิจารณาเหตุผลเชิงตรรก
มีเหตุผลตอเนื่องกันตลอดไดรับพิจารณาใหนํามาใชเปนทางเลือกในการเขียนโครงการ ที่เรียกวา
การเขยี นโครงการแบบตารางเหตผุ ลตอเนื่อง

ขอดีของการเขียนโครงการแบบตารางเหตุผลตอเนื่อง

1. รวบรวมองคประกอบท่ีสําคัญของโครงการมาไวในแหลงเดียวกัน ซึ่งจะมีประโยชน
มากหากตองมีการเปล่ียนแปลงผูรวมโครงการ จะไดเขาใจภาพรวมของโครงการได
อยา งชัดเจน

2. มีการนําเสนออยางเปนระบบ รวบรัด และสอดคลองกัน ในการกําหนดกิจกรรมตางๆ
ในโครงการ

3. แยกลําดับชั้นของวัตถุประสงค ชวยใหแนใจวาปจจัยนําเขาและผลผลิตไมขัดแยงกับ
วตั ถปุ ระสงคในแตละระดับ

4. แสดงความชัดเจนของความสัมพันธของกิจกรรมในโครงการ เพื่อใชในการตัดสินใจ
ทําโครงการทีม่ ปี ระสิทธิภาพและประสิทธผิ ล

5. กําหนดปจจยั หลกั ทส่ี งผลตอความสําเรจ็ ของโครงการ
6. กําหนดตัวชวี้ ัดพืน้ ฐานเพือ่ การติดตามและประเมินโครงการ
7. สนบั สนุนการใชสหวิทยาการในการเตรียมโครงการและนเิ ทศโครงการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 71

การเขยี นโครงการ

การจัดทําโครงการแบบตารางเหตุผลตอเน่ือง เปนการแสดงข้ันตอนการทํางานท่ีเปนเหตุ
เปนผลซ่ึงกันและกัน และสามารถตรวจสอบความสอดคลองภายในตัวเองได รายละเอียดของ
โครงการมีความกระชับชัดเจนงายตอความเขาใจ งายตอการวิเคราะหและงายตอการประเมิน
โดยจะสรุปรายละเอียดของโครงการลงในตาราง 16 ชอง (ตาราง 4x4) ในแตละชองจะแสดงให
เหน็ ถงึ ความสอดคลองกันทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เพ่ือความเขาใจไดโดยงายจะไดแสดงสาระที่
กําหนดไวใ นแตล ะชอ งดังน้ี

สาระสาํ คญั การ ตวั บงชคี้ วามสําเร็จ แหลงตรวจสอบและ ขอ สมมติฐานท่ี
ดาํ เนนิ งานโดยสรปุ ของโครงการ วดั ความสําเรจ็ สําคญั (Important
(Objectively (Means of Assumptions: IA.)
(Narrative Verifiable
Summary: NS.) Indication: OVI.) Verification: MOV.) 1-4
ปจ จัยภายนอกท่ี
1-1 1-2 1-3 สําคญั สําหรับ
วัตถปุ ระสงคของ ส่ิงทแ่ี สดงถึง แหลงขอมลู อา งอิง วัตถปุ ระสงคใ นการ
แผนงาน ความสําเรจ็ ตาม ความสาํ เรจ็ ของ ดาํ เนนิ การระยะยาว
วตั ถปุ ระสงคของแผน วตั ถุประสงคข องแผน อยางยั่งยนื
2-1 ท้งั ในเชิงปริมาณและ
วตั ถุประสงคของ คุณภาพ 2-3 2-4
โครงการ แหลงขอ มูลอา งอิง เงื่อนไขภายนอก
2-2 ความสาํ เรจ็ ตาม โครงการทสี่ ําคญั
สิง่ ท่ีแสดงถึง วัตถปุ ระสงคของ เพอ่ื ใหบรรลุ
ความสาํ เรจ็ ตาม โครงการ วัตถุประสงคข อง
วัตถปุ ระสงคโครงการ โครงการและสนบั สนนุ
ท่ีสามารถวัดในเชิง วตั ถปุ ระสงคข อง
ปรมิ าณและหลกั ฐาน แผนงาน
ในเชิงคุณภาพ

L:\book181441\Book181441-3.doc 72

การเขยี นโครงการ

สาระสําคัญการ ตวั บงชค้ี วามสําเรจ็ แหลงตรวจสอบและ ขอสมมตฐิ านที่
ดําเนนิ งานโดยสรปุ ของโครงการ วัดความสาํ เร็จ สําคญั (Important
(Objectively (Means of Assumptions: IA.)
(Narrative Verifiable
Summary: NS.) Indication: OVI.) Verification: MOV.) 3-4
3-2 สมมตฐิ านที่กอใหเกดิ
3-1 3-3 ความสําเร็จของ
ผลงาน ความสําเรจ็ จากการ แหลงขอ มูลอา งอิง วตั ถปุ ระสงคโครงการ
ดาํ เนินการทแ่ี สดงใน ความสําเรจ็ ของงาน
4-1 รูปของประเภทเชิง 4-4
กจิ กรรมหรอื ปจ จัย ปริมาณและคุณภาพ 4-3 สมมตฐิ านซงึ่ เปน
นาํ เขา แหลงทีม่ าของ แหลง ท่ีมาของ
4-2 งบประมาณและ งบประมาณและ
คา ใชจ า ยและ ทรัพยากรในแตล ะ ทรัพยากร
ทรพั ยากรทจี่ ะตอ งใช กิจกรรม
ในแตละ
กิจกรรม

จากตารางดังกลาวขางตนจะเห็นวามีสวนประกอบท่ีสําคัญตามแนวนอนในการเขียน
โครงการอยู 4 สวน ซ่ึงในแตละสวนจะประกอบไปดวยตารางตามแนวตั้ง สวนละ 4 ตาราง รวม
ทั้งส้ิน 16 ตาราง มรี ายละเอยี ดดงั น้ี

1. สาระสําคัญการดําเนินงานโดยสรุป (Narrative Summary: N.S.) เปนการแสดง
ลําดับองคประกอบท่ีสําคัญเพื่อใหโครงการสามารถดําเนินการไปไดตองมีรายละเอียดที่จะตอง
กระทาํ 4 ประการ คือ

1.1 วัตถุประสงคของแผนงาน หมายถึง วัตถุประสงคที่ระบุเปนขอความกวางๆ
ซ่ึงหากไดดําเนินโครงการตางๆ ในแผนงานที่กําหนดไวท้ังหมดก็จะบรรลุ
วตั ถปุ ระสงคข องแผนงานทต่ี ้งั ไว

1.2 วัตถุประสงคของโครงการ หมายถึง วัตถุประสงคเฉพาะของโครงการท่ี
ตองการใหเกิดข้ึนจากการดําเนินงานตามโครงการท่ีไดกําหนดข้ึน และ

L:\book181441\Book181441-3.doc 73

การเขยี นโครงการ

จะตองสอดคลองในเชิงเปนเหตุเปนผลซ่ึงกันและกันกับวัตถุประสงคของ
แผนงานในขอ 1.1

1.3 ผลผลิตหรือผลงาน หมายถึง ผลงานท่ีเกิดจากการดําเนินงานตาม
วัตถุประสงคของโครงการ ผลผลิตหรือผลงานอาจเปนรูปธรรม เชน
ส่ิงกอสรางตางๆ หรือเปนนามธรรม เชน ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เจตคติ
คานยิ ม ก็ได

1.4 กจิ กรรมและปจ จัยนําเขา หมายถงึ กิจกรรมตา งๆ และประเภทของทรัพยากร
ท่ีจะตองนํามาใชเพ่ือใหเกิดผลผลิตหรือผลงานของโครงการ โดยจะตองจัด
ใหเอ้ือตอ การไดม าซึง่ ผลผลิตหรอื ผลงาน

2. ตัวบงชี้ความสําเร็จของโครงการ (Objective Verifiable Indicators: O.V.I) เปน
ขอความทแ่ี สดงใหเ หน็ ความสาํ เร็จของโครงการ โดยสามารถช้ีวัดความสําเร็จนั้นไดท้ังเชิงปริมาณ
และคุณภาพ

3. แหลงตรวจสอบและวัดความสําเร็จ (Means of Verification: M.O.V.) เปน
ขอความท่ีแสดงใหเห็นวาตัวบงช้ีความสําเร็จ ในการทําโครงการในแตละชองของตาราง สามารถ
ตรวจสอบหรืออางอิงไดจากอะไร จะใชขอมูลใดในการอางอิง และสอดคลองกันกับขั้นตอนตางๆ
ในการดาํ เนินงานของโครงการหรอื ไม

4. ขอสมมติฐานที่สําคัญ (Important Assumptions: I.A.) เปนปจจัยภายนอกหรือ
เงื่อนไขท่ีสําคัญตอการที่ดําเนินโครงการใหสําเร็จ กลาวโดยงายคือการที่จะดําเนินโครงการให
ประสบความสําเร็จขึ้นอยูกับปจจัยหรือเงื่อนไขที่สําคัญอะไรบาง ถาไมมีปจจัยดังกลาวการดําเนิน
โครงการก็จะไมป ระสบความสําเรจ็

ความเปนเหตเุ ปนผลของตารางโครงการ

1. ความเปนเหตุเปนผลในแนวต้ัง สามารถแบงออกไดเปน 2 ลักษณะ คือความเปน
เหตเุ ปน ผลจาก "บน" ลง "ลาง" และความเปนเหตเุ ปน ผลจาก "ลาง" ขึ้น "บน"

1.1 ความเปนเหตุเปนผลในลักษณะจาก "บน" ลง "ลาง" จะเปนความสัมพันธ
ระหวาง วัตถุประสงคของแผนงานกับวัตถุประสงคของโครงการ

L:\book181441\Book181441-3.doc 74

การเขยี นโครงการ

ความสมั พันธร ะหวา งวตั ถุประสงคของโครงการกบั ผลงาน และความสัมพันธ
ระหวางผลงานกับทรัพยากรท่ีตองใช ลักษณะของความสัมพันธทั้ง 3 ระดับ
จะเปนในลกั ษณะวาถาตองการใหส ่ิงหนึง่ สิง่ ใดเกิดขึ้นแลว จะตองทําอยางไร
บาง ตัวอยางเชน ตองการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตสาขาวิชาเกษตรและ
สิ่งแวดลอมศึกษา ทําไดโดยพัฒนาการเรียนการสอนภายในคณะ
ศึกษาศาสตร ซ่ึงการพัฒนาการเรียนการสอนภายในคณะศึกษาศาสตร
สามารถทําไดโดยอาจารยตองมีความสามารถในการจัดการเรียนรู มี
เคร่ืองมือทางการศึกษาท่ีเอ้ือตอการเรียนรู มีอาคารสถานท่ีพรอมสมบูรณ
เปนตน ซึ่งในการที่ไดอาจารยท่ีมีความรูในการจัดการเรียนรูไดดีน้ันมี
แนวทางในการจัดการคือการจัดการฝกอบรม ศึกษาดูงาน หรือสนับสนุนให
ศกึ ษาตอในระดับท่สี งู ข้นึ

ตวั อยางความเปนเหตเุ ปนผลในลกั ษณะจาก "บน" ลง "ลาง"

วัตถปุ ระสงคแ ผนงาน พัฒนาคณุ ภาพบณั ฑิตสาขาเกษตรและสิง่ แวดลอมศึกษา
ทําอยา งไร?

วัตถปุ ระสงคข องโครงการ ⇓

พฒั นาการเรียนการสอน
ทาํ อยา งไร?



ผลงาน อาจารยมคี ุณภาพในการจดั การเรยี นรู
ทําอยา งไร?

ทรัพยากรท่ตี องใช ⇓
ฝกอบรม ศึกษาดูงาน ศกึ ษาตอ

1.2 ความเปนเหตุเปนผลจาก "ลาง"ข้ึน"บน" จะเปนความสัมพันธของความเปน
เหตุเปนผลของขอความในแตละชองของตาราง ในทิศทางที่ตรงกันขามกับ
ความเปนเหตุเปนผลจากบนลงลาง โดยจะเปนการตอบคําถามวา "ทําไม
(why) จึงตองทําในส่ิงนั้น" ตัวอยางเชน ทําไมถึงตองใหบุคลากร ไปฝกอบรม
ศึกษาดูงาน หรือศึกษาตอ ที่ตองทําเชนน้ีเพ่ือเปนการพัฒนาคุณภาพ

L:\book181441\Book181441-3.doc 75

การเขียนโครงการ

อาจารย ทําไมถึงตองพัฒนาคุณภาพบุคลากร ท่ีตองทําเชนนี้เพ่ือเปนการ
พัฒนาคุณภาพการเรียน ทําไมถึงตองพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ที่
ตองทําเชนน้ีเพ่ือพัฒนาคุณภาพของบัณฑิตสาขาเกษตรและสิ่งแวดลอม
ศกึ ษา เปนตน

ตวั อยา งความเปนเหตุเปนผลในลักษณะจาก "ลาง" ขึ้น "บน"
วตั ถุประสงคแ ผนงานพฒั นาคุณภาพบัณฑติ สาขาวิชาเกษตรและสงิ่ แวดลอมศกึ ษา

วัตถปุ ระสงคของโครงการ ⇑
ผลงาน
ก็เพราะตองการ
พฒั นาการเรียนการสอน
ทําไมตอ งมกี าร



กเ็ พราะตองการ
พฒั นาคณุ ภาพอาจารย
ทําไมตองมกี าร



กเ็ พราะตอ งการ

ทรพั ยากรที่ตอ งใช ฝก อบรม ศกึ ษาดงู าน ศกึ ษาตอ
ทาํ ไมตองมีการ

2. ความเปนเหตุเปนผลในแนวนอน หมายถึง ความสัมพันธของขอความในแตละชอง
ของตารางจาก "ซาย" ไป "ขวา" จะตองเปนเหตุเปนผลกันในลักษณะที่ “จะตองทําอยางไร” และ
ในทํานองเดียวกันขอความในแตละชองของตารางจาก "ขวา" ไป "ซาย" ตองเปนเหตุเปนผลใน
ลกั ษณะวา “ทําไมตอ งทาํ ส่งิ น้สี ิง่ นัน้ ”

L:\book181441\Book181441-3.doc 76

การเขียนโครงการ

ตัวอยา งการเขยี นโครงการแบบตารางเหตผุ ลตอเน่ือง
(Logical Framework Matrix)

ชอื่ โครงการ: โครงการฝก ประสบการณทางดา นพชื ใหก ับนิสิตสาขาวิชาเกษตรและ

สิ่งแวดลอมศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
กําแพงแสน

โครงการลําดับที่1:

ระยะเวลาดําเนนิ การ: โครงการ 1 ป (มถิ นุ ายน 2546-พฤษภาคม 2547)

สาระสําคัญการ ตัวบง ช้ีงานสาํ เร็จของ แหลง ตรวจสอบและวดั ขอสมมุตฐิ านที่
ดาํ เนินงานโดยสรุป โครงการ (O.V.I.) ความสาํ เรจ็ (M.O.V.) สําคัญ (I.A. )

(N.S.) ความสามารถในทกั ษะ จากผลการเรียนใน นสิ ิตจะมี
เกษตรดา นพชื และดาน รายวิชา 181261 และ ความสามารถ
วัตถปุ ระสงคข อง สัตวเพ่ิมข้ึนจากเดิม 181361 ทางดา น การเกษตร
แผนงาน (Program ดานสตั วเพมิ่ ขน้ึ จาก เพิม่ ขนึ้
goal) เดิม ในระดบั มาก

เพอื่ ฝก ประสบการณ
ทางดา นการเกษตร
ใหกับนิสติ

วัตถปุ ระสงคของ

โครงการ (Projcet goal)

เพื่อฝก ทักษะทาง ดา น ความสามารถในการ ผลจากการวัดและ นสิ ติ มคี วามสามารถ
ประเมินผลในวชิ า ในทกั ษะการ
การขยายพันธพุ ชื ขยายพนั ธพุ ืชโดยวิธี 181261 ขยายพันธพุ ชื

ใหแ กนสิ ติ 1.การตอน

2.การทาบกง่ิ

3.การตดิ ตา

4.การเสยี บยอด

5.การปกชํา

6.การเพาะเมล็ด

L:\book181441\Book181441-3.doc 77

การเขียนโครงการ

สาระสาํ คญั การ ตวั บง ช้ีงานสาํ เร็จของ แหลง ตรวจสอบและวดั ขอสมมตุ ฐิ านที่

ดําเนนิ งานโดยสรุป โครงการ (O.V.I.) ความสําเรจ็ (M.O.V.) สําคัญ (I.A. )

(N.S.)

ผลงาน (Outputs)

1. การตอน 1. นิสติ สามารถตอนกิ่ง 1. ใหนสิ ติ นาํ กงิ่ ตอนท่ี 1. นิสติ ใหค วามรว มมอื

พชื ไดถ กู ตอ งตาม ออกรากแขง็ แรงมาสง ในการปฏบิ ัติงาน

ขนั้ ตอนจาํ นวน 10 กงิ่ 2. งบประมาณ

2. การทาบก่ิง 2. นิสิตสามารถทาบกิง่ 2. ใหนิสติ นํากิง่ มะมวงท่ี สนบั สนนุ จาก

มะมว งไดถ กู ตอ ง ทาบติดแลวมาสง ภาควชิ าอาชีวศึกษา

3. การตดิ ตา 3. นสิ ติ สามารถตดิ ตา 3. ใหนสิ ิตนาํ ตนกหุ ลาบที่ 3. สภาพดินฟา อากาศ

กหุ ลาบไดถ กู ตอง ตดิ ตาติดแลว มาสง เปน ไปตามปกติ

จาํ นวน 10 กิ่ง 4. ไมม ีโรคและแมลง

4. การเสยี บยอด 4. นสิ ติ สามารถเปลย่ี น 4. ใหน สิ ิตนาํ ตน เฟอ งฟา ที่ ระบาดอยา งรุนแรง

ยอดเฟอ งฟาได เสียบยอดตดิ แลว มาสง

ถกู ตอ งจํานวน 10 ตน

5. การปกชํา 5. นสิ ติ สามารถปก ชํา 5. ใหนิสิตนําตน เทียนทอง

เทยี นทองไดถ ูกตอ ง ทป่ี กชําตดิ แลว มาสง

จาํ นวน 100 ก่ิง

6. การเพาะเมล็ด 6. นสิ ติ สามารถเพาะ 6. ใหนสิ ติ นําตน ปาลม ท่ี

เมลด็ ปาลม ไดถกู ตอ ง งอกแลวมาสง

จํานวน ปาลม 50

ตน

L:\book181441\Book181441-3.doc 78

การเขียนโครงการ

สาระสําคญั การ ตวั บง ชง้ี านสาํ เรจ็ ของ แหลง ตรวจสอบและ ขอสมมุติฐานที่
ดาํ เนินงานโดยสรุป โครงการ (O.V.I.) วดั ความสําเร็จ สาํ คญั (I.A. )
(M.O.V.)
(N.S.) 1. คา ปรับพ้นื ท่ี ไดรับการอนมุ ัติ
ขอมลู นําเขา หรอื 10,000 บาท 1. จากงบประมาณ โครงการจาก
ทรัพยากร (Inputs) ของ ภาควชิ า คณะศึกษาศาสตร
1. ปรบั พื้นท่ี 2. คากอ สรา ง อาชีวศึกษา
20,000 บาท
2. สรางเรอื นเพาะชาํ 2. จากชุมนมุ โครงการ
3. คา วัสดุ ทดลองฟารม แบบ
3. จัดซือ้ วัสดุสําหรับใช 30,000 บาท ผสมผสาน
ในการขยายพันธุพ ชื
4. คาสรางแปลงพืช
4. สรา งแปลงพืชพนั ธดุ ี พันธุดี 20,000 บาท
สําหรบั ขยายพนั ธุ
5. คา ใชจ า ยในการ
5. ฝกอบรมทักษะการ อบรม 15,000 บาท
ขยายพันธุพืชแกนสิ ติ

ปญหาในการเขยี นโครงการ

ในการเขียนโครงการนั้นเปนการกําหนดกิจกรรมตางๆ หรือกิจกรรมท่ีจะทําในอนาคตโดย
อาศัยขอมูลตางๆ ท่ีมีอยูในปจจุบันเปนตัวกําหนดกิจกรรมในโครงการ เมื่อเปนเชนนี้หากเปน
โครงการท่ดี ยี อ มนํามาซ่ึงคณุ ภาพและประสิทธภิ าพของหนวยงาน โครงการบางโครงการเม่ือเขียน
ข้ึนมาแลวไมสามารถนําไปใชปฏิบัติได เนื่องจากปญหาตางๆ ซ่ึงสามารถสรุปไดดังนี้ (ประชุม,
2535)

1. ขาดบุคลากรที่มคี วามรูความสามารถท่ีแทจริงในการเขียนโครงการ โครงการจํานวน
ไมนอยทเี่ ขยี นขนึ้ โดยบุคคลที่ไมม คี วามรูความสามารถในเรอ่ื งนัน้ ขาดขอมลู ที่มีความเปน จรงิ หรือ
ขาดขอ มลู ที่จะตองใชจ รงิ ผเู ขยี นโครงการเขยี นโครงการโดยไดรับการมอบหมายจากผูบังคับบัญชา
ผลจากการเขียนโครงการในลักษณะนี้จะทําใหเกิดปญหาแกผูปฏิบัติโครงการในการจะนําเอา
โครงการไปปฏบิ ัตใิ หเกดิ เปนผลไดอยา งมีคุณภาพและประสิทธภิ าพ

L:\book181441\Book181441-3.doc 79

การเขยี นโครงการ

2. ระยะเวลาที่ใชในการเขียนโครงการ หลายโครงการประสบปญหาเก่ียวกับการจัดทํา
โครงการในระยะอันสั้น ทําใหไมสามารถที่จะศึกษาขอมูลพ้ืนฐานตางๆ ท่ีเกี่ยวของไดอยาง
ละเอียด ขอมูลบางชนิดขาดการวิเคราะหท่ีดีพอ เม่ือเขียนโครงการขึ้นมาแลวจึงขาดความชัดเจน
ของขอมลู จึงเปนปญ หายุง ยากในการนาํ เอาโครงการไปปฏิบตั ิ

3. ขาดวัตถุประสงคท่ีชัดเจน ในการเขียนโครงการบางโครงการขาดวัตถุประสงคที่
ชัดเจนในการเขียนโครงการ เปนผลใหเกิดความยุงยากตอการตรวจสอบ ควบคุมและติดตามการ
ดาํ เนินงาน และมผี ลสบื เน่อื งถงึ การประเมินผลโครงการดวย

4. การเขียนโครงการเปนเรื่องของอนาคต ที่อาจมีความไมแนนอนเกิดขึ้น อันเปนผลมา
จากตัวแปรตางๆ ที่ผูเขียนโครงการไมสามารถควบคุมได เชน ภัยธรรมชาติตางๆ หรือเหตุการณที่
ไมคาดคิด ไดแก การเมือง เศรษฐกิจ ส่ิงตางๆ เหลานี้ลวนมีผลกระทบตอการดําเนินงานทั้งสิ้น
และเปนส่ิงทีไ่ มสามารถควบคมุ ได จึงเปน ปญหาอยา งสําคญั ของการเขียนโครงการ

5. ขาดการสนับสนุนจากผูบริหารองคการ ในบางครั้งการเขียนโครงการ แมจะเขียนดี
เพียงใด หากผูบริหารไมใหความสนใจขาดการสนับสนุนในเร่ืองงบประมาณ และทรัพยากรตางๆ
ที่จําเปนตอการทําโครงการอยางเพียงพอ ยอมจะสรางปญหาใหแกการดําเนินโครงการได
เชนเดยี วกนั

6. ขาดการประสานงานและรวมมือจากผูมีสวนเกี่ยวของ โครงการบางโครงการจําเปนที่
จะตองมีการประสานงานกับองคกรหรือหนวยงานอื่นๆ เพื่อใหโครงการที่ทําอยูบรรลุวัตถุประสงค
ทีต่ ง้ั ไว โครงการท่จี ะสําเร็จไดจ ะตอ งไดรบั ความรวมมือจากองคกรหรือหนวยงานท่ีมีสวนเก่ียวของ
ในการปฏิบัติตามโครงการดวย หากขาดการประสานงานและรวมมือจากผูมีสวนเกี่ยวของแลวก็
จะทําใหเกิดปญหาในการทําโครงการ โครงการดังกลาวก็บรรลุวัตถุประสงคไดยากหรืออาจจะไม
บรรลุวัตถุประสงคก ็ได

L:\book181441\Book181441-3.doc 80


Click to View FlipBook Version
Previous Book
สมุดพกวิธวินท์
Next Book
garis panduan pelaksanaan pemakanan sihat