The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเขียนภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by threeporpnatnat, 2019-03-28 23:39:00

การเขียน

การเขียนภาษาไทย

ใบงานที่ 4 จงกาหนดตารางระยะเวลาในการปฏิบัตงิ านท่ีทาโครงงาน

ระยะเวลาปฏิบตั ิงาน

ที่ กิจกรรม

1
2
3
4

บันทกึ หลังกำรสอน
ขอ้ สรุปหลงั การจัดการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาอุปสรรคที่พบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ปัญหาและหรือพัฒนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนผงั ควำมคิด

หนว่ ยท่ี 5 เร่ือง กำรเขียนแสดงควำมคิดเหน็
ท่ีบูรณำกำรหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง

พอประมำณ
1. ผูเ้ รียนจดั สรรเวลาในการฝึกปฏบิ ตั ิตามใบงานได้อยา่ งเหมาะสม

มเี หตผุ ล ภมู คิ มุ้ กัน

2. จัดสรรเน้อื หา การจดั ทาโครงงาน ได้อยา่ งถูกต้อง มี 3. มีทักษะใน การสั่งซอ้ื ประยกุ ต์ ในชีวิต
เหตผุ ลและสามารถประยกุ ต์ใชใ้ นการดาเนนิ ธรุ กิจ และ ประจาได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ในชีวติ ประจาวันได้

การเขียนแสดงความคิดเหน็

ควำมร้+ู ทกั ษะ คณุ ธรรม
- มีขยัน อดทน
- มคี วามรเู้ บื้องต้นเก่ียวกับ การจัดทาโครงการ - มคี วามรับผดิ ชอบ
- มีความเขา้ ใจเกย่ี วกับ การจัดทาโครงการ - มคี วามประหยัด
- มีความเขา้ ใจการศกึ ษาค้นคว้าเอกสารท่ีเกีย่ วข้อง - แบง่ ปัน
- มคี วามเขา้ ใจการดาเนินงานการจัดทาโครงงาน
ส่ิงแวดล้อม
สงั คม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม 3

312

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ หน่วยที่ 5 สอนคร้งั ท่ี 1 - 2
จานวน 2 ชั่วโมง
รหัสวิชา 2000-1105 ชอ่ื วิชา การเขยี นในงานอาชพี
ชอื่ หนว่ ย การเขยี นแสดงความคิดเหน็

สำระสำคัญ
การจัดทาโครงงานการเป็นการลงมอื ปฏบิ ตั งิ านตามแผนการดาเนินงานทเ่ี สนิไวใ้ นโครงร่างโครงงาน

โดยต้องจดั ทารายละเอยี ด เพื่อบันทกึ ผลการปฏิบตั งิ านเป็นระยะ รายงานความก้าวหนา้ ของโครงงานและยังใช้
เป็นการนเิ ทศงาน ของอาจารย์ที่ปรกึ ษาโครงงานในการแนะนา ดแู ล แก้ไข ซงึ่ เป็นสว่ นหน่งึ ของการควบคุม
การจัดทาโครงงานให้มีประสิทธิภาพ

สว่ นการรายงานการจดั ทาโครงงานเป็นข้นั ตอนทต่ี ้องตระหนักและให้ความสาคัญอยา่ งยิง่
เพราะเปน็ ขั้นตอนท่จี ะสอ่ื สารใหผ้ เู้ ก่ียวขอ้ งทราบผลการจัดทาโครงการไดช้ ดั เจน ซ่ึงจะเป็นประโยชนต์ อ่ ผสู้ น
สนใจท่ีสามารถนาผลของโครงงานไปใช้ประโยชนห์ รือพัฒนาต่อไป

สมรรถนะประจำหน่วย
1. การศึกษาคน้ ควา้ เอกสารที่เก่ียวข้อง

2. การดาเนนิ งานจัดทาโครงงาน

3. การรายงานการจัดทาโครงงาน

จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
จุดประสงค์ทั่วไป
1. เพอื่ ให้ผู้เรียนสามารถสรปุ สาระสาคัญของจดหมายสง่ั ซ้ือและเขยี นจดหมายสั่งซ้ือได้ ทง้ั ในรปู
ของจดหมายและแบบฟอรม์ ในสงั่ ซ้อื

2. สามารถสรา้ งบทสนทนาสือ่ สารสัง่ ซอ้ื สินคา้ ได้

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถเข้าใจจุดมุ่งหมายของการศึกษาคน้ คว้าเอกสารทีเ่ กยี่ วขอ้ งในการทา
โครงการ

2. เพื่อให้ผเู้ รียนสามารถเข้าใจวิธกี ารดาเนนิ งานจดั ทาโครงงาน

3. เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนสามารถนาผลการดาเนนิ งานไปใช้ในการวิเคราะห์และสรุปผลการจดั ทา
โครงงาน

4. เพือ่ ให้ผเู้ รยี นสามารถปฏบิ ัติการจัดทาแลเขียนรายงานการจดั ทาโครงงาน

สำระกำรเรยี นรู้
1. เข้าใจจดุ มุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ เอกสารที่เก่ียวข้องในการทาโครงการ
2. เขา้ ใจวธิ กี ารดาเนินงานจัดทาโครงงาน
3. เพอื่ ให้ผูเ้ รียนสามารถนาผลการดาเนนิ งานไปใชใ้ นการวิเคราะห์และสรุปผลการจดั ทา
โครงงาน
4. ปฏิบัตกิ ารจัดทาแลเขยี นรายงานการจดั ทาโครงงาน

กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
ขนั้ นำ

1. ตรวจสอบรายชอ่ื นักศึกษาทีเ่ ขา้ เรยี น
2. ใหน้ ักศึกษาค้นควา้ การจดั ทาโครงงาน
3. ร่วมสนทนาเก่ยี วกับเร่ือง การจัดทาโครงงาน
ขนั้ สอน
1. บอกจดุ ประสงค์การเรียน
2. บรรยาย อธิบาย ยกตวั อย่าง แสดงวิธีการปฏิบัตใิ นแต่ ละหัวขอ้ การเรยี นและใหน้ ักศึกษาปฏิบตั ิไป

พรอ้ มกัน
3. ครบู อกวธิ ีการ และแนวคิดในการปฏบิ ตั ิทถี่ ูกตอ้ งให้แกผ่ ูเ้ รียน
4. ประเมินพฤติกรรมรายบคุ คลโดยครจู ะซักถามในแต่ละคน
ขน้ั สรปุ ทบทวนและสรุปเน้ือหำในบทเรยี น
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ สาระสาคญั
2. เปิดโอกาสให้นักเรียนซกั ถามข้อสงสยั
3. มอบหมายใหไ้ ปหัดทาและศกึ ษาเพ่ิมเตมิ
4. ทาแบบทดสอบ

กำรบรู ณำกำรกบั หลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
หลกั ควำมพอประมำณ
1. ผู้เรียนจัดสรรเวลาในการฝกึ ปฏบิ ตั ิตามใบงานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. กาหนดเน้ือหาเหมาะสมกับเกณฑก์ ารประเมนิ การจดั ทาโครงงาน
3. ผู้เรียนรจู้ กั ใช้และจัดการวัสดอุ ปุ กรณ์ต่าง ๆ อยา่ งประหยัดและคมุ้ คา่
4. ผู้เรยี นปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผนู้ าและผูต้ ามท่ีดี
5. ผู้เรียนเป็นสมาชกิ ท่ีดีของกลุ่มเพือ่ นและสังคม
หลกั ควำมมเี หตุผล
1. เห็นคณุ ค่าของ การจัดทาโครงงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและชดั เจน
2. จดั สรรเน้ือหาของ การจัดทาโครงงาน ได้อย่างถูกต้องมีเหตุผลและสามารถประยุกต์ใช้
ในการดาเนินธุรกิจและในชีวติ ประจาวนั ได้
3. กลา้ แสดงความคิดอยา่ งมเี หตผุ ล
4. กลา้ ทกั ท้วงในสง่ิ ทไี่ มถ่ กู ตอ้ งอย่างถกู กาลเทศะ
5. กล้ายอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อ่นื
6. ใช้วสั ดถุ กู ต้องและเหมาะสมกับงาน
7. ไม่มเี รื่องทะเลาะววิ าทกับผอู้ น่ื
8. คิดสิ่งใหม่ ๆ ทเี่ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม
9. มคี วามคิดวเิ คราะหใ์ นการแกป้ ญั หาอยา่ งเปน็ ระบบ

หลกั ภูมคิ มุ้ กัน
1. มีทกั ษะใน การจดั ทาโครงงานประยุกตใ์ นชวี ิตประจาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
2. ผู้เรียนได้รับความรู้ท่ีถูกต้อง พร้อมท้ังกาหนดเนื้อหาได้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักการ การ
จัดทาโครงงาน ทด่ี แี ละมีสาระสาคัญทสี่ มบรู ณ์
3. มีการเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี นและการปฏบิ ัติงาน
4. กล้าซักถามปัญหาหรือข้อสงสยั ตา่ ง ๆ อย่างถกู กาลเทศะ
5. แกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ได้ด้วยตนเองอยา่ งเปน็ เหตเุ ป็นผล
6. ควบคุมอารมณข์ องตนเองได้
7. ควบคุมกริยาอาการในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดเ้ ป็นอย่างดี

เง่ือนไขคณุ ธรรม
1. ปฏบิ ตั งิ านทไ่ี ด้รบั มอบหมายเสรจ็ ตามกาหนด( ความรบั ผดิ ชอบ)
2. ใช้วัสดุอปุ กรณอ์ ยา่ งคุม้ ค่า ประหยัด (ความประหยัด)
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ
อดทน)
4. ให้ความรว่ มมอื กับการทากิจกรรมของส่วนรวม อาสาชว่ ยเหลืองานครแู ละผอู้ ่ืน(แบง่ ปนั )

เงอ่ื นไขควำมรู้
1. ผูเ้ รียนไดน้ ากระบวนการความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกบั การจัดทาโครงงาน
2. มคี วามรแู้ ละเขา้ ใจในหลกั การทางานและองค์ประกอบของ การจัดทาโครงงาน
3. ใชว้ ัสดอุ ย่างประหยัดและคุ้มค่า
4. ปฏบิ ัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ
5. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

กำรบูรณำกำรกบั นโยบำยสถำนศึกษำ 3 ดี
ด้ำนประชำธปิ ไตย (Democracy)
1. การรายงานหนา้ ชั้นเรยี นได้อยา่ งอิสระ
2. การให้ผฟู้ งั แสดงความคิดเหน็ ภายในชน้ั เรยี นได้อยา่ งอสิ ระ
ด้ำนคุณธรรมจริยธรรมและควำมเป็นไทย (Decency)
1. ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ ตามกาหนด(ความรับผิดชอบ)
2. ใชว้ ัสดุอุปกรณ์อย่างคุ้มคา่ ประหยัด (ความประหยัด)
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ
อดทน)
4. ใหค้ วามรว่ มมอื กับการทากิจกรรมของสว่ นรวมอาสาชว่ ยเหลอื งานครูและผู้อื่น(แบ่งปัน)
ดำ้ นภูมิคมุ้ กนั ภัยจำกยำเสพตดิ (Drug Free)
การปลูกฝังใหน้ ักศึกษาเอาใจใสใ่ นการเรียนรดู้ ูหนงั สืออยา่ งสมา่ เสมอ และส่งเสริมให้เลน่

กีฬาอยเู่ สมอเพื่อให้ร่างกายแขง็ แรงความจาดี เปน็ การใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ ซ่งึ สง่ ผลทาให้ห่างไกลจาก
ยาเสพตดิ อย่างแท้จริง

สือ่ กำรเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวชิ า

2. ใบความร้ปู ระจาหนว่ ย

3. ใบงานและแบบฝกึ หัด

4. ซีดีส่อื การสอน

5. ค้นคว้าข้อมูลจากระบบอนิ เตอรเ์ น็ต

6. ห้องสมุด

หลกั ฐำนกำรเรยี นรู้
หลกั ฐำนควำมรู้
1. แบบทดสอบ

2. แบบฝึกหัด

3. รายงาน

4. ใบงาน

หลกั ฐำนกำรปฏบิ ตั ิงำน
1. รวบรวมผลงานท่ีเป็นผลงานท่ีถูกต้องในภาระงานที่มอบหมาย และผู้เรียนทาการปรับปรุง

แกไ้ ขช้ินงานทยี่ งั ไม่ถูกตอ้ งใหถ้ ูกต้อง แลว้ จดั ทาเป็นแฟม้ สะสมผลงาน

2. แฟม้ สะสมผลงานการทดสอบของผเู้ รียน

กำรวัดผลและประเมนิ ผล
กำรวัดผล
- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมผ้เู รียน
- แบบทดสอบภาคความรู้
- แบบนาเสนอผลงาน
- แบบประเมนิ ชนิ้ งานที่มี
- แบบประเมินปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

กำรประเมินผล

เกณฑ์กำรประเมนิ ผล

วัดผลสัมฤทธจ์ิ ำกกิจกรรมกล่มุ และแบบฝกึ หัดมเี กณฑด์ ังน้ี

ร้อยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรียนดีมาก

ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียนดี

รอ้ ยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรียนปานกลาง

ร้อยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์

ตา่ กว่าร้อยละ 50 หมายถงึ ผลการเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์

แบบประเมินคณุ ธรรมจริยธรรม

18-20 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดีมาก

14-17 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

10-13 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมพอใช้

ต่ากว่า 10 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรับปรุง

แบบประเมินคณุ ธรรมจรยิ ธรรม

คำช้แี จง ใหข้ ีดเคร่ืองหมายถูก ในช่องพฤติกรรมของนักเรียนเพ่ือประเมิน

คุณธรรมจรยิ ธรรม

เกณฑก์ ำรตดั สนิ

4 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดมี าก

3 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

2 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้

1 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรับปรงุ

เกณฑ์กำรประเมิน

18-20 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดมี าก

15-17 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

10-14 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้

ต่ากวา่ 10 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ/งำนทมี่ อบหมำย (ถ้ำมี)
-ไม่มี-

เอกสำรอ้ำงองิ
วฒุ ิพงษ์ อินทิแสง.การเขยี นในงานอาชพี .2551. สานกั พิมพ์ ศูนยส์ ่งเสรมิ อาชวี ะ.กรุงเทพ.

ใบงานชิ้นท่ี 5 รปู แบบการเขียนโครงงาน







บนั ทกึ หลังกำรสอน
ขอ้ สรุปหลังการจัดการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาอุปสรรคที่พบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแก้ปัญหาและหรือพัฒนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนผงั ควำมคดิ

หน่วยที่ 6 เรื่อง กำรเขยี นรำยกำรประชุม
ทีบ่ ูรณำกำรหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

พอประมำณ
1. ผูเ้ รยี นจดั สรรเวลาในการฝึกปฏบิ ตั ิตามใบงานได้อยา่ งเหมาะสม

มเี หตุผล ภมู คิ ้มุ กนั

2. จดั สรรเน้อื หา การเสนอการจัดทาโครงงาน ไดอ้ ย่าง 3. มีทกั ษะใน การสมคั รงาน ประยุกต์ ในชวี ติ
ถูกต้อง มเี หตุผลและสามารถประยกุ ต์ใชใ้ นการดาเนิน ประจาได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ธุรกจิ และในชีวิตประจาวันได้

การเขยี นรายงานการประชุม

ควำมร้+ู ทักษะ คุณธรรม
- มีขยัน อดทน
- มคี วามรเู้ บ้ืองตน้ เกย่ี วกบั การเสนอผลการจดั ทาโครงงา - มคี วามรับผดิ ชอบ
- มีความเข้าใจเกย่ี วกับ การเสนอผลการจัดทาโครงงาน - มคี วามประหยัด
- มคี วามเขา้ ใจในการเสนอผลการจัดทาโครงงาน - แบ่งปนั

สงั คม เศรษฐกิจ วฒั นธรรม สิ่งแวดล้อม
3
312

แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ หน่วยท่ี 6 สอนครัง้ ที่ 1 - 2
จานวน 2 ชวั่ โมง
รหัสวิชา 2000-1105 ชอ่ื วชิ า การเขยี นในงานอาชีพ
ชือ่ หน่วย การเขียนรายงานประชุม

สำระสำคัญ
การนาเสนอผลงานจาการจัดทาโครงงาน เป็นขั้นตอนที่สาคัญ เพราะจะสะท้อนให้เห็นการทางาน

ความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับเรื่องท่ีทา บุคลิกภาพ ท่าทาง ท่วงที วาจา ปฏิภาณไหวพริบในการตอบข้อซักถาม
ความเชื่อมัน่ ในตนเอง กล้าแสดงออกในบุคลิกภาพการนาเสนอผลงานด้วยความสง่างามและภูมิใจจากผลงาน
การจัดทาโครงงานของตนเอง

สว่ นการประเมนิ ผลการจัดทาโครงการ เปน็ การให้ความสาคญั ต่อการดาเนินงานจัดทาโครงงานโดยจะ
ทาการประเมนิ จากสภาพจริงการประเมินโดยจะให้ความสาคัญต่อกานแสดงอกท่ีแท้จริง ขณะทากิจกรรมงาน
หรอื กิจกรรมทกี่ าหนด มแี นวทางไปสูค่ วามสาเรจ็ ของงาน
สมรรถนะประจำหนว่ ย

1. เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถใชเ้ ครื่องมือและภาพแสดงชนดิ ตา่ งๆในการนาเสนอ (Presentation Tools &
Illustrations) เพอ่ื ให้ง่ายตอ่ การทาความเข้าใจ

2. เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนสามารถทางานร่วมกันด้วยความสมัครสมานสามคั คี จากการเรียนรแู้ บบมีส่วนร่วม
(Collaborative Learning

จุดประสงค์กำรเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถเข้าใจหลักการประเมนิ ผลการประเมินการจัดทาโครงงาน

2. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นสามารถเข้าใจวิธีการและรูปแบบการนาเสนอผลงาน

3. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นมวี ธิ กี ารและรปู แบบการนาเสนอผลงานไปใช้งาน

จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. เพือ่ ให้ผเู้ รยี นสามารถบอกความสาคญั ของการประเมินผลการจัดทาโครงงานได้
2. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นสามารถอธิบายเกณฑ์การประเมินการจัดทาโครงงานได้
3. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถอธบิ ายรปู แบบการนาเสนอผลงานได้
4. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถบอกผลการพัฒนาตนที่เกดิ จากการนาผลงานได้
5. เพือ่ ใหผ้ ้เู รยี นสามารถนาเสนอผลงานการจดั ทาโครงงานได้
6. เพ่ือให้ผูเ้ รียนสามารถประเมินผลการจดั ทาโครงงานได้

สำระกำรเรียนรู้
1. การประเมินผลการจดั ทาโครงงาน

2. การนาเสนอผลงาน

3. ข้อคิดเกีย่ วกบั การนาเสนอผลงาน

กิจกรรมกำรเรยี นรู้
ขน้ั นำ

1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาทเี่ ขา้ เรียน
2. ใหน้ กั ศึกษาคน้ ควา้
3. รว่ มสนทนาการประชุม
ขน้ั สอน
1. บอกจุดประสงค์การเรยี น
2. บรรยาย อธบิ าย ยกตวั อย่าง แสดงวธิ กี ารปฏิบัติในแต่ ละหัวขอ้ การเรยี นและให้นักศกึ ษาปฏบิ ตั ิไป

พรอ้ มกัน
3. ครูบอกวธิ ีการ และแนวคิดในการปฏบิ ัตทิ ถ่ี ูกต้องใหแ้ กผ่ ้เู รียน
4. ประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยครจู ะซักถามในแตล่ ะคน
ขั้นสรุปทบทวนและสรุปเน้ือหำในบทเรียน
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ สาระสาคัญ
2. เปดิ โอกาสให้นักเรยี นซกั ถามขอ้ สงสัย
3. มอบหมายให้ไปหัดทาและศกึ ษาเพิ่มเติม
4. ทาแบบทดสอบ
กำรบรู ณำกำรกับหลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

หลักควำมพอประมำณ
1. ผเู้ รยี นจดั สรรเวลาในการฝกึ ปฏบิ ตั ิตามใบงานได้อยา่ งเหมาะสม
2. กาหนดเน้ือหาเหมาะสมกับเกณฑ์การประเมิน
3. ผู้เรียนรูจ้ ักใชแ้ ละจัดการวสั ดอุ ุปกรณ์ตา่ ง ๆ อย่างประหยัดและค้มุ คา่
4. ผเู้ รยี นปฏิบัติตนเปน็ ผ้นู าและผ้ตู ามท่ีดี
5. ผเู้ รยี นเปน็ สมาชิกทีด่ ขี องกลุ่มเพอ่ื นและสงั คม

หลักควำมมเี หตุผล
1. เห็นคุณค่าของได้อย่างถูกต้องและชดั เจน
2. จดั สรรเน้อื หาของได้อย่างถูกต้องมีเหตุผลและสามารถประยุกต์ใช้ในการดาเนินธุรกิจและใน
ชีวิตประจาวันได้
3. กลา้ แสดงความคิดอย่างมีเหตุผล
4. กล้าทกั ทว้ งในสงิ่ ทไ่ี มถ่ ูกตอ้ งอย่างถูกกาลเทศะ
5. กล้ายอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผ้อู ื่น
6. ใช้วัสดถุ กู ตอ้ งและเหมาะสมกบั งาน
7. ไมม่ เี รื่องทะเลาะวิวาทกบั ผู้อ่ืน
8. คดิ สิง่ ใหม่ ๆ ท่ีเกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและสังคม
9. มคี วามคิดวิเคราะห์ในการแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ

หลักภมู ิคุม้ กนั
1. มีทกั ษะในประยุกต์ในชวี ติ ประจาได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
2. ผู้เรียนได้รับความรู้ที่ถูกต้อง พร้อมทั้งกาหนดเน้ือหาได้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักการ ท่ีดี
และมีสาระสาคัญที่สมบรู ณ์
3. มกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเรียนและการปฏบิ ัตงิ าน
4. กล้าซักถามปัญหาหรือข้อสงสยั ตา่ ง ๆ อย่างถูกกาลเทศะ
5. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดว้ ยตนเองอย่างเป็นเหตุเป็นผล
6. ควบคมุ อารมณ์ของตนเองได้
7. ควบคมุ กริยาอาการในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

เง่อื นไขคณุ ธรรม
1. ปฏิบัติงานที่ไดร้ ับมอบหมายเสร็จตามกาหนด( ความรับผิดชอบ)
2. ใช้วสั ดุอุปกรณ์อยา่ งค้มุ คา่ ประหยดั (ความประหยัด)
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ
อดทน)
4. ใหค้ วามร่วมมือกบั การทากิจกรรมของส่วนรวม อาสาชว่ ยเหลืองานครแู ละผ้อู ื่น(แบ่งปัน)

เงอื่ นไขควำมรู้
1. ผเู้ รียนไดน้ ากระบวนการความรเู้ บอื้ งตน้

2. มคี วามรู้และเขา้ ใจในหลกั การทางาน
3. ใชว้ ัสดุอยา่ งประหยัดและคุ้มค่า

4. ปฏบิ ตั ิงานด้วยความละเอียดรอบคอบ

5. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

กำรบรู ณำกำรกบั นโยบำยสถำนศึกษำ 3 ดี
ดำ้ นประชำธิปไตย (Democracy)
1. การรายงานหนา้ ชั้นเรียนไดอ้ ยา่ งอสิ ระ

2. การให้ผฟู้ ังแสดงความคดิ เห็นภายในชนั้ เรียนได้อย่างอิสระ

ด้ำนคุณธรรมจรยิ ธรรมและควำมเปน็ ไทย (Decency)
1. ปฏิบัติงานท่ไี ด้รบั มอบหมายเสรจ็ ตามกาหนด(ความรบั ผดิ ชอบ)

2. ใชว้ ัสดุอปุ กรณ์อย่างคุ้มคา่ ประหยดั (ความประหยดั )
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ

อดทน)

4. ให้ความรว่ มมือกบั การทากิจกรรมของส่วนรวมอาสาช่วยเหลอื งานครูและผู้อ่นื (แบ่งปนั )

ดำ้ นภมู คิ ุ้มกันภัยจำกยำเสพติด(Drug Free)
การปลูกฝงั ให้นักศึกษาเอาใจใส่ในการเรยี นรดู้ หู นังสอื อย่างสม่าเสมอ และส่งเสริมให้เลน่

กฬี าอยเู่ สมอเพ่ือให้ร่างกายแขง็ แรงความจาดี เป็นการใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ ซงึ่ ส่งผลทาให้ห่างไกลจาก
ยาเสพติดอย่างแท้จริง
สื่อกำรเรียนรู้

1. หนังสอื เรียนวชิ า

2. ใบความรู้ประจาหนว่ ย

3. ใบงานและแบบฝกึ หดั

4. ซีดสี อ่ื การสอน

5. คน้ คว้าข้อมลู จากระบบอนิ เตอร์เนต็

6. หอ้ งสมุด

หลักฐำนกำรเรยี นรู้
หลกั ฐำนควำมรู้
1. แบบทดสอบ

2. แบบฝึกหัด

3. รายงาน

4. ใบงาน

หลกั ฐำนกำรปฏบิ ตั งิ ำน
1. รวบรวมผลงานท่ีเป็นผลงานที่ถูกต้องในภาระงานที่มอบหมาย และผู้เรียนทาการปรับปรุง

แก้ไขช้นิ งานทย่ี งั ไมถ่ ูกต้องให้ถูกต้อง แล้วจัดทาเปน็ แฟม้ สะสมผลงาน

2. แฟม้ สะสมผลงานการทดสอบของผู้เรยี น

กำรวัดผลและประเมินผล
กำรวัดผล
- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมผู้เรียน
- แบบทดสอบภาคความรู้
- แบบนาเสนอผลงาน
- แบบประเมนิ ชนิ้ งานที่มี
- แบบประเมินปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
กำรประเมินผล

เกณฑก์ ำรประเมนิ ผล

วัดผลสัมฤทธจ์ิ ำกกจิ กรรมกลุ่มและแบบฝกึ หัดมเี กณฑ์ดังน้ี

รอ้ ยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรียนดมี าก

ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี นดี

ร้อยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง

รอ้ ยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์

ตา่ กว่ารอ้ ยละ 50 หมายถึง ผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์

18-20 คะแนน แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรม
14-17 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดีมาก
10-13 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดี
ตา่ กวา่ 10 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้
หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรับปรุง

แบบประเมนิ คณุ ธรรมจริยธรรม

คำชี้แจง ใหข้ ดี เคร่ืองหมายถูก ในชอ่ งพฤตกิ รรมของนักเรยี นเพอื่ ประเมิน

คณุ ธรรมจรยิ ธรรม

เกณฑ์กำรตดั สนิ

4 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดมี าก

3 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดี

2 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมพอใช้

1 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรบั ปรุง

เกณฑ์กำรประเมิน

18-20 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดมี าก

15-17 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดี

10-14 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมพอใช้

ตา่ กวา่ 10 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมต้องปรบั ปรงุ

กิจกรรมเสนอแนะ/งำนทีม่ อบหมำย (ถำ้ ม)ี
-ไมม่ ี-

เอกสำรอำ้ งอิง
วฒุ พิ งษ์ อนิ ทิแสง.การเขยี นในงานอาชพี .2551. สานักพิมพ์ ศนู ยส์ ง่ เสริมอาชวี ะ.กรงุ เทพ.

ใบงานท่ี 6 การเสนอผลงานลง power point

บนั ทกึ หลังกำรสอน
ข้อสรปุ หลงั การจัดการเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาอปุ สรรคท่ีพบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหาและหรือพัฒนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนผังควำมคิด

หนว่ ยท่ี 7 เรอื่ ง กำรพฒั นำผลงำน
ท่ีบรู ณำกำรหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

พอประมำณ
1. ผู้เรียนจัดสรรเวลาในการฝกึ ปฏิบตั ิตามใบงานได้อย่างเหมาะสม

มีเหตผุ ล ภูมคิ ุ้มกนั

2. จดั สรรเนือ้ หา การพฒั นาผลงาน การนดั หมายและ 3. มีทกั ษะใน การนัดหมายและการมาให้บริการ
การมาให้บริการ ไดอ้ ย่างถูกต้อง มีเหตผุ ลและสามารถ ประยกุ ต์ ในชวี ติ ประจาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประยุกตใ์ ช้ในการดาเนนิ ธรุ กิจ และในชีวิตประจาวันได้

กำรพัฒนำผลงำน

ควำมรู้+ทักษะ คุณธรรม
- มีขยนั อดทน
- มีความรู้เบ้ืองตน้ เกีย่ วกบั การพัฒนาผลงาน - มีความรบั ผดิ ชอบ
- มคี วามเข้าใจเก่ียวกบั การพัฒนาผลงาน - มคี วามประหยัด
- มคี วามรพู้ ฒั นาผลงานเพื่อรบั การค้มุ ครองทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา - แบ่งปนั
- มคี วามรกู้ ารพัฒนาผลงานสู่การประกวด
ส่ิงแวดล้อม
สงั คม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม 3

312

แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 7 สอนครง้ั ท่ี 1 - 2
จานวน 4 ชว่ั โมง
รหัสวชิ า 2000-1105 ชอื่ วชิ า การเขยี นในงานอาชพี
ชอื่ หนว่ ย การพฒั นาผลงาน

สำระสำคญั
การพัฒนาผลงานการจัดทาโครงงาน สามารถทาได้ 3 แนวทางด้วยกันคือ การพัฒนาผลงานเพ่ือรับ

การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาผลงานสู่เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลงานสู่การประกวด ซ่ึงทั้งน้ี
ไม่ได้หมายความว่าผลงานที่เกิดจากการจัดทาโครงงาน เพราะจุดมุ่งหมายของการจัดทาโครงงานการนั้น เพื่อ
ประโยชน์ทางการวิชาการ ท่ีมีส่วนช่วยให้เกิดการศึกษา การวางแผนการทางาน การริเริ่มปฏิบัติงานใหม่
โครงงานการจึงมีความจาเป็นและบทบาทสาคัญต่อการปฏิบัติงาน ที่นักศึกษาจะต้องศึกษาเพื่อประโยชน์ใน
อนาคตตอ่ ไป

สมรรถนะประจำหน่วย
1. เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นสามารถใช้อนิ เตอร์เนต็ เปน็ แหลง่ สืบค้นหางานได้ การนัดหมายและการมาให้บริการ

2. เพอื่ ให้ผู้เรยี นสามารถใชค้ าประสมชนิดต่างๆ (Compound Word) การนดั หมายและการมา
ใหบ้ ริการ ได้อย่างถูกต้อง

3. เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนสามารถทางานร่วมกนั ดว้ ยความสมัครสมานสามัคคี จากการเรยี นรแู้ บบมีส่วนร่วม
(Collaborative Learning)

จุดประสงค์กำรเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นสามารถอ่านทาความเข้าใจประกาศรบั สมัครงานได้ (Job Classified Ads)
2. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นสามารถเขยี นประวตั โิ ดยย่อ (Résumé / CV) เพอื่ การสมัครงานได้อยา่ ง
ถกู ต้องและมอี งคป์ ระกอบครบถ้วน
3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถกรอกใบสมคั รงาน (Job Application) โดยใช้คาศัพทแ์ ละสานวนได้
อย่างถูกต้อง
4. การนดั หมายและการมาให้บริการ
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนสามารถอธบิ ายความหมายและประเภทของทรัพย์สนิ ทางปัญญาได้
2. เพือ่ ให้ผูเ้ รยี นสามารถเปรียบเทยี บความแตกต่างระหวา่ งระหว่างสิทธิบตั รและอนุสทิ ธบิ ตั ร
ได้
3. เพื่อให้ผู้เรยี นสามารถอธิบายลกั ษณะของสินสทิ ธิไ์ ด้

4. เพื่อให้ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายความหมายและความสาคัญของแผนธุรกิจได้
5. เพ่อื ให้ผู้เรียนสามารถอธบิ ายวธิ ีการจดั ทาแผนธรุ กิจได้
6. เพอื่ ให้ผเู้ รยี นสามารถอธิบายความสาคัญและประโยชนข์ องการนาผลงานเข้าประกวดได้
สำระกำรเรียนรู้
1. การพัฒนาผลงานเพ่อื รบั การคุม้ ครอง
2. การพัฒนางานสเู่ ชงิ พาณิชย์
3. การพัฒนาผลงานสู่การประกวด
กจิ กรรมกำรเรียนรู้
ขัน้ นำ
1. ตรวจสอบรายชอ่ื นกั ศึกษาท่ีเขา้ เรยี น

2. ให้นักศึกษาค้นคว้า ขอ้ มลู อา้ งองิ

3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเร่ือง ข้อมลู อา้ งองิ

4. การนดั หมายและการมาให้บริการ

ขนั้ สอน
1. บอกจุดประสงค์การเรยี น

2. บรรยาย อธบิ าย ยกตวั อยา่ ง แสดงวธิ ีการปฏิบตั ใิ นแต่ ละหัวข้อการเรยี นและใหน้ ักศกึ ษาปฏิบัตไิ ป

พรอ้ มกัน

3. ครูบอกวิธกี าร และแนวคิดในการปฏิบัติที่ถูกตอ้ งใหแ้ กผ่ ู้เรยี น

4. ประเมินพฤติกรรมรายบคุ คลโดยครูจะซักถามในแตล่ ะคน

ขนั้ สรปุ ทบทวนและสรุปเนื้อหำในบทเรียน
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ สาระสาคัญ

2. เปิดโอกาสให้นักเรียนซกั ถามข้อสงสยั

3. มอบหมายใหไ้ ปหัดทาและศึกษาเพิ่มเติม

4. ทาแบบทดสอบ

กำรบรู ณำกำรกบั หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
หลกั ควำมพอประมำณ
1. ผู้เรียนจดั สรรเวลาในการฝกึ ปฏิบตั ติ ามใบงานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. กาหนดเนือ้ หาเหมาะสมกบั เกณฑก์ ารประเมิน ขอ้ มลู อา้ งอิง
3. ผูเ้ รยี นรจู้ ักใชแ้ ละจัดการวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ อยา่ งประหยัดและคมุ้ คา่
4. ผ้เู รยี นปฏิบัตติ นเปน็ ผู้นาและผู้ตามทีด่ ี
5. ผเู้ รียนเป็นสมาชิกทดี่ ีของกลุม่ เพอื่ นและสังคม
หลกั ควำมมีเหตผุ ล
1. เหน็ คุณค่าของ การนัดหมายและการมาให้บริการ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและชดั เจน
2. จัดสรรเน้ือหาของ การนัดหมายและการมาให้บริการ ได้อย่างถูกต้องมีเหตุผลและสามารถ
ประยกุ ตใ์ ช้ในการดาเนินธรุ กจิ และในชีวติ ประจาวันได้
3. กล้าแสดงความคิดอย่างมีเหตุผล
4. กลา้ ทกั ทว้ งในสง่ิ ทีไ่ มถ่ ูกตอ้ งอย่างถูกกาลเทศะ
5. กลา้ ยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อื่น
6. ใช้วัสดุถกู ตอ้ งและเหมาะสมกบั งาน
7. ไม่มเี รื่องทะเลาะววิ าทกบั ผ้อู ่ืน
8. คดิ สง่ิ ใหม่ ๆ ทเ่ี กิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
9. มคี วามคิดวเิ คราะหใ์ นการแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ระบบ
หลกั ภมู คิ ้มุ กัน
1. มที ักษะใน การนัดหมายและการมาให้บรกิ าร ประยกุ ต์ในชวี ิตประจาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
2. ผูเ้ รียนไดร้ บั ความรูท้ ถี่ ูกต้อง พรอ้ มทง้ั กาหนดเนอ้ื หาไดค้ รบถว้ นถูกต้องตามหลักการ การนัด
หมายและการมาให้บรกิ าร ท่ีดแี ละมสี าระสาคญั ทส่ี มบูรณ์
3. มีการเตรียมความพร้อมในการเรยี นและการปฏิบตั งิ าน
4. กล้าซักถามปัญหาหรือขอ้ สงสัยตา่ ง ๆ อยา่ งถูกกาลเทศะ
5. แกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ได้ด้วยตนเองอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล
6. ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
7. ควบคุมกรยิ าอาการในสถานการณต์ ่าง ๆ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

เง่ือนไขคณุ ธรรม
1. ปฏบิ ตั ิงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายเสรจ็ ตามกาหนด( ความรับผดิ ชอบ)
2. ใช้วัสดอุ ุปกรณ์อยา่ งคุม้ คา่ ประหยัด (ความประหยัด)
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ
อดทน)
4. ให้ความรว่ มมอื กบั การทากิจกรรมของสว่ นรวม อาสาชว่ ยเหลอื งานครแู ละผู้อน่ื (แบง่ ปนั )

เงอ่ื นไขควำมรู้
1. ผูเ้ รียนไดน้ ากระบวนการความรเู้ บ้อื งตน้
2. มคี วามรแู้ ละเข้าใจในหลกั การทางาน
3. ใชว้ ัสดุอย่างประหยัดและคุ้มคา่
4. ปฏิบัติงานดว้ ยความละเอยี ดรอบคอบ
5. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

กำรบูรณำกำรกบั นโยบำยสถำนศกึ ษำ 3 ดี
ด้ำนประชำธิปไตย (Democracy)
1. การรายงานหน้าชน้ั เรยี นได้อย่างอสิ ระ
2. การให้ผู้ฟังแสดงความคดิ เห็นภายในช้นั เรยี นได้อย่างอิสระ
ด้ำนคุณธรรมจรยิ ธรรมและควำมเป็นไทย (Decency)
1. ปฏิบตั ิงานทไี่ ด้รบั มอบหมายเสรจ็ ตามกาหนด(ความรบั ผดิ ชอบ)
2. ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์อย่างคุม้ ค่า ประหยัด (ความประหยดั )
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ
อดทน)
4. ให้ความรว่ มมอื กบั การทากจิ กรรมของส่วนรวมอาสาช่วยเหลืองานครูและผู้อน่ื (แบ่งปนั )
ดำ้ นภูมิคมุ้ กนั ภยั จำกยำเสพติด(Drug Free)
การปลกู ฝงั ให้นักศกึ ษาเอาใจใส่ในการเรียนร้ดู หู นังสืออยา่ งสม่าเสมอ และส่งเสริมให้เล่น

กีฬาอยเู่ สมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงความจาดี เป็นการใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ ซงึ่ ส่งผลทาใหห้ ่างไกลจาก
ยาเสพตดิ อย่างแท้จริง

สือ่ กำรเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวชิ า

2. ใบความร้ปู ระจาหนว่ ย

3. ใบงานและแบบฝกึ หัด

4. ซีดีส่อื การสอน

5. ค้นคว้าข้อมูลจากระบบอนิ เตอรเ์ น็ต

6. ห้องสมุด

หลกั ฐำนกำรเรยี นรู้
หลกั ฐำนควำมรู้
1. แบบทดสอบ

2. แบบฝึกหัด

3. รายงาน

4. ใบงาน

หลกั ฐำนกำรปฏบิ ตั ิงำน
1. รวบรวมผลงานท่ีเป็นผลงานท่ีถูกต้องในภาระงานที่มอบหมาย และผู้เรียนทาการปรับปรุง

แกไ้ ขช้ินงานทยี่ งั ไม่ถูกตอ้ งใหถ้ ูกต้อง แลว้ จดั ทาเป็นแฟม้ สะสมผลงาน

2. แฟม้ สะสมผลงานการทดสอบของผเู้ รียน

กำรวัดผลและประเมนิ ผล
กำรวัดผล
- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมผ้เู รียน
- แบบทดสอบภาคความรู้
- แบบนาเสนอผลงาน
- แบบประเมนิ ชนิ้ งานที่มี
- แบบประเมินปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

กำรประเมนิ ผล

เกณฑ์กำรประเมินผล

วัดผลสัมฤทธจ์ิ ำกกิจกรรมกลุ่มและแบบฝกึ หดั มีเกณฑด์ ังน้ี

รอ้ ยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรียนดมี าก

รอ้ ยละ 70-79 หมายถึง ผลการเรยี นดี

รอ้ ยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียนปานกลาง

รอ้ ยละ 50-59 หมายถงึ ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์

ตา่ กว่าร้อยละ 50 หมายถงึ ผลการเรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์

แบบประเมินคณุ ธรรมจรยิ ธรรม

18-20 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดมี าก

14-17 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

10-13 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมพอใช้

ตา่ กว่า 10 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรับปรงุ

แบบประเมนิ คณุ ธรรมจริยธรรม

คำช้แี จง ใหข้ ีดเครื่องหมายถูก ในชอ่ งพฤติกรรมของนักเรียนเพื่อประเมนิ

คุณธรรมจริยธรรม

เกณฑก์ ำรตดั สิน

4 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดีมาก

3 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

2 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้

1 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรับปรุง

เกณฑก์ ำรประเมิน

18-20 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดีมาก

15-17 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

10-14 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้

ตา่ กวา่ 10 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมต้องปรบั ปรงุ

กิจกรรมเสนอแนะ/งำนท่ีมอบหมำย (ถำ้ มี)
-ไม่มี-

เอกสำรอ้ำงองิ
วฒุ ิพงษ์ อนิ ทิแสง.การเขียนในงานธรุ กจิ .2551. สานักพิมพ์ ศูนย์สง่ เสรมิ อาชีวะ.กรงุ เทพ.

บนั ทกึ หลังกำรสอน
ข้อสรปุ หลงั การจัดการเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาอปุ สรรคที่พบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหาและหรือพัฒนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนผังควำมคิด

หน่วยที่ 8 เรอ่ื ง กำรจดั นทิ รรศกำร
ทีบ่ รู ณำกำรหลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

พอประมำณ
1. ผู้เรยี นจัดสรรเวลาในการฝึกปฏิบัตติ ามใบงานได้อยา่ งเหมาะสม

มเี หตุผล ภมู คิ ้มุ กนั

2. จดั สรรเนื้อหา การจดั นิทรรศการ ได้อยา่ งถูกต้อง มี 3. มที ักษะใน จัดงาน ประยกุ ต์ ในชวี ิตประจาได้อยา่ ง
เหตุผลและสามารถประยกุ ต์ใช้ในการดาเนินธรุ กจิ และ มปี ระสิทธิภาพ
ในชีวิตประจาวันได้

การจัดนิทรรศการ

ควำมร+ู้ ทักษะ คุณธรรม
- มีขยัน อดทน
- มคี วามรู้เบื้องตน้ เกย่ี วกับ การจัดแสดงผลงาน - มคี วามรบั ผิดชอบ
- มีความเขา้ ใจเกย่ี วกับ การจดั แสดงผลงาน - มีความประหยัด
- แบ่งปัน
สงั คม เศรษฐกิจ วฒั นธรรม
ส่งิ แวดล้อม
312 3

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ หน่วยท่ี 8

รหสั วชิ า 2000-1105 ชอ่ื วิชา การเขยี นในงานอาชพี สอนคร้งั ที่ 1 - 2

ช่ือหนว่ ย การจดั เสนอนิทรรศการ จานวน 2 ชวั่ โมง

สำระสำคัญ

เพ่ือให้นักเรียนนักศกึ ษามคี วามพร้อมในการจัดงานแสดงผลงานในการนาเสนอผลงานของตัวเองได้

อยา่ งถูกต้อง

สมรรถนะประจำหน่วย

1. เพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นสามารถทางานร่วมกันดว้ ยความสมัครสมานสามคั คี จากการเรียนร้แู บบมีส่วนรว่ ม

(Collaborative Learning)

จุดประสงค์กำรเรียนรู้

จดุ ประสงคท์ ่ัวไป

1. เพอ่ื ให้ผู้เรียนสามารถคาศัพท์ สานวนในการเขียนจดหมายสมัครงาน (Cover Letter) ได้

2. เพือ่ ให้ผ้เู รียนสามารถตอบคาถามการสัมภาษณง์ าน (Job Interview) ได้

จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

1. เพ่ือใหผ้ ้เู รียนสามารถทางานร่วมกนั ดว้ ยความสมัครสมานสามคั คี จากการเรยี นรู้แบบมสี ่วน

ร่วม (Collaborative Learning)

สำระกำรเรยี นรู้

1. เขา้ ใจวธิ กี ารพฒั นางานสกู่ ารประกวด

กจิ กรรมกำรเรยี นรู้

ขัน้ นำ

1. ตรวจสอบรายช่ือนกั ศึกษาทเี่ ข้าเรียน

2. ให้นกั ศึกษาค้นควา้ ขอ้ มลู สถานท่ี

3. รว่ มสนทนาเกยี่ วกบั เร่ือง ข้อมูลสถานท่ี

ขน้ั สอน

1. บอกจดุ ประสงค์การเรียน

2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธกี ารปฏิบตั ใิ นแต่ ละหัวขอ้ การเรยี นและให้นักศกึ ษาปฏิบัตไิ ป

พร้อมกนั

3. ครูบอกวธิ กี าร และแนวคดิ ในการปฏบิ ตั ิที่ถูกต้องให้แกผ่ ้เู รียน

4. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยครจู ะซักถามในแตล่ ะคน

ขนั้ สรปุ ทบทวนและสรุปเน้ือหำในบทเรยี น
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ สาระสาคัญ
2. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามขอ้ สงสัย
3. มอบหมายใหไ้ ปหดั ทาและศกึ ษาเพ่ิมเตมิ
4. ทาแบบทดสอบ

กำรบูรณำกำรกบั หลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
หลักควำมพอประมำณ
1. ผ้เู รยี นจดั สรรเวลาในการฝึกปฏิบัติตามใบงานไดอ้ ย่างเหมาะสม
2. กาหนดเนือ้ หาเหมาะสมกับเกณฑ์การประเมนิ ขอ้ มลู สถานที่
3. ผู้เรยี นรู้จกั ใช้และจัดการวัสดอุ ุปกรณต์ า่ ง ๆ อยา่ งประหยดั และคุ้มคา่
4. ผูเ้ รยี นปฏบิ ัตติ นเป็นผนู้ าและผู้ตามท่ดี ี
5. ผเู้ รียนเป็นสมาชกิ ที่ดขี องกลมุ่ เพอ่ื นและสังคม
หลกั ควำมมีเหตผุ ล
1. เห็นคณุ ค่าของ ข้อมลู สถานทไ่ี ด้อยา่ งถูกตอ้ งและชัดเจน
2. จัดสรรเนื้อหาของ ข้อมูลสถานที่ได้อย่างถูกต้องมีเหตุผลและสามารถประยุกต์ใช้ในการ
ดาเนินธุรกจิ และในชีวติ ประจาวนั ได้
3. กลา้ แสดงความคดิ อย่างมเี หตผุ ล
4. กล้าทกั ท้วงในสิ่งทไี่ มถ่ ูกต้องอย่างถกู กาลเทศะ
5. กลา้ ยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของผูอ้ นื่
6. ใชว้ ัสดถุ กู ต้องและเหมาะสมกับงาน
7. ไมม่ เี รื่องทะเลาะวิวาทกับผูอ้ ืน่
8. คดิ ส่งิ ใหม่ ๆ ท่เี กิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคม
9. มคี วามคดิ วเิ คราะห์ในการแกป้ ญั หาอย่างเป็นระบบ
หลักภมู ิคมุ้ กัน
1. มีทกั ษะใน ขอ้ มลู สถานที่ประยุกต์ในชีวติ ประจาไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
2. ผเู้ รยี นได้รับความรู้ที่ถูกต้อง พร้อมทั้งกาหนดเนื้อหาได้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักการ ข้อมูล
สถานที่ ที่ดแี ละมีสาระสาคญั ทีส่ มบรู ณ์
3. มกี ารเตรียมความพร้อมในการเรยี นและการปฏบิ ตั ิงาน
4. กลา้ ซักถามปัญหาหรอื ขอ้ สงสยั ตา่ ง ๆ อย่างถกู กาลเทศะ

5. แก้ปญั หาเฉพาะหน้าได้ดว้ ยตนเองอย่างเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
6. ควบคุมอารมณข์ องตนเองได้
7. ควบคุมกรยิ าอาการในสถานการณต์ า่ ง ๆ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
เง่ือนไขคณุ ธรรม
1. ปฏบิ ัตงิ านทีไ่ ดร้ ับมอบหมายเสร็จตามกาหนด( ความรับผิดชอบ)
2. ใช้วสั ดอุ ุปกรณอ์ ยา่ งคมุ้ ค่า ประหยดั (ความประหยดั )
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ

อดทน)
4. ใหค้ วามรว่ มมอื กับการทากจิ กรรมของสว่ นรวม อาสาชว่ ยเหลืองานครแู ละผอู้ นื่ (แบ่งปนั )
เงอ่ื นไขควำมรู้
1. ผู้เรียนไดน้ ากระบวนการความรูเ้ บื้องตน้ เก่ียวกับ ข้อมลู สถานที่
2. มีความรแู้ ละเข้าใจในหลกั การทางานและองค์ประกอบของ ข้อมลู สถานที่
3. ใชว้ ัสดุอย่างประหยดั และคุ้มค่า
4. ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความละเอยี ดรอบคอบ
5. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กำรบรู ณำกำรกบั นโยบำยสถำนศกึ ษำ 3 ดี
ดำ้ นประชำธปิ ไตย (Democracy)
1. การรายงานหนา้ ช้นั เรยี นได้อย่างอสิ ระ
2. การใหผ้ ้ฟู ังแสดงความคดิ เห็นภายในช้ันเรยี นไดอ้ ย่างอิสระ
ดำ้ นคุณธรรมจรยิ ธรรมและควำมเป็นไทย (Decency)
1. ปฏบิ ัตงิ านทไี่ ด้รบั มอบหมายเสร็จตามกาหนด(ความรับผดิ ชอบ)
2. ใชว้ สั ดุอปุ กรณอ์ ย่างคุ้มค่า ประหยัด (ความประหยัด)
3. มีความเพียรพยายามและกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏิบัติงาน(ความขยัน ความ

อดทน)
4. ใหค้ วามรว่ มมอื กบั การทากิจกรรมของส่วนรวมอาสาช่วยเหลืองานครแู ละผู้อ่ืน(แบง่ ปัน)
ด้ำนภูมิคมุ้ กนั ภัยจำกยำเสพตดิ (Drug Free)

การปลกู ฝังใหน้ ักศกึ ษาเอาใจใส่ในการเรียนรู้ดหู นงั สืออยา่ งสมา่ เสมอ และส่งเสริมให้เล่น
กฬี าอยู่เสมอเพื่อให้ร่างกายแขง็ แรงความจาดี เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึง่ สง่ ผลทาให้ห่างไกลจาก
ยาเสพตดิ อย่างแท้จริง

สือ่ กำรเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวชิ า

2. ใบความร้ปู ระจาหนว่ ย

3. ใบงานและแบบฝกึ หัด

4. ซีดีส่อื การสอน

5. ค้นคว้าข้อมูลจากระบบอนิ เตอรเ์ น็ต

6. ห้องสมุด

หลกั ฐำนกำรเรยี นรู้
หลกั ฐำนควำมรู้
1. แบบทดสอบ

2. แบบฝึกหัด

3. รายงาน

4. ใบงาน

หลกั ฐำนกำรปฏบิ ตั ิงำน
1. รวบรวมผลงานท่ีเป็นผลงานท่ีถูกต้องในภาระงานที่มอบหมาย และผู้เรียนทาการปรับปรุง

แกไ้ ขช้ินงานทยี่ งั ไม่ถูกตอ้ งใหถ้ ูกต้อง แลว้ จดั ทาเป็นแฟม้ สะสมผลงาน

2. แฟม้ สะสมผลงานการทดสอบของผเู้ รียน

กำรวัดผลและประเมนิ ผล
กำรวัดผล
- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมผ้เู รียน
- แบบทดสอบภาคความรู้
- แบบนาเสนอผลงาน
- แบบประเมนิ ชนิ้ งานที่มี
- แบบประเมินปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

กำรประเมินผล

เกณฑ์กำรประเมนิ ผล

วัดผลสัมฤทธจ์ิ ำกกิจกรรมกล่มุ และแบบฝกึ หัดมเี กณฑด์ ังน้ี

ร้อยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรียนดีมาก

ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียนดี

รอ้ ยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรียนปานกลาง

ร้อยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์

ตา่ กว่าร้อยละ 50 หมายถงึ ผลการเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์

แบบประเมินคณุ ธรรมจริยธรรม

18-20 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดีมาก

14-17 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

10-13 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมพอใช้

ต่ากว่า 10 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรับปรุง

แบบประเมินคณุ ธรรมจรยิ ธรรม

คำช้แี จง ใหข้ ีดเคร่ืองหมายถูก ในช่องพฤติกรรมของนักเรียนเพ่ือประเมิน

คุณธรรมจรยิ ธรรม

เกณฑก์ ำรตดั สนิ

4 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดมี าก

3 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

2 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้

1 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรับปรงุ

เกณฑ์กำรประเมิน

18-20 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดมี าก

15-17 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี

10-14 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้

ต่ากวา่ 10 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมต้องปรบั ปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ/งำนทีม่ อบหมำย (ถำ้ ม)ี
-ไมม่ ี-

เอกสำรอำ้ งองิ
วุฒพิ งษ์ อนิ ทิแสง.การเขยี นโครงการ.2551. สานักพิมพ์ ศูนย์สง่ เสริมอาชีวะ.กรงุ เทพ.

ใบงานท่ี 8 นาผลงานที่ทาเป็นรูปเล่มสง่ ครผู ทู้ ่รี ับผิดชอบในการสอน

บนั ทกึ หลังกำรสอน
ข้อสรปุ หลงั การจัดการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาอปุ สรรคท่ีพบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหาและหรือพัฒนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version