ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนาและสถาบันกษัตริย์ “อธิบดี พช.”
เทิดวันพ่อแห่งชาติ ๒๕๖๓ เป็นประธานพิธีบรรพชาสามเณร ๙๘ คน
และอบรมศีลจาริณี ๖๙ คน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวง
รัชกาลที่ ๙
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ที่ศาลาค่ายพุทธบุตร วัดโพนงาม ต�าบลคู้ยายหมี อ�าเภอสนามชัยเขต
จังหวัดฉะเชิงเทรา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีโครงการ
บรรพชาสามเณร และอบรมศีลจาริณี เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจ�าปี 2563 เพื่ออุทิศถวายเป็นพระ
ราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ใน
โอกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าไตร 1 ไตร ถวายแด่พระปัญญาวิสุทธิโมลี เจ้า
คณะอ�าเภอเมืองฉะเชิงเทรา (ธรรมยุต) รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพนงาม พระอุปัชฌาย์ โดยนายไมตรี
ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเกียรติในพิธี และนายไชยสิทธิ์ ไพบูลย์ ผู้
อ�านวยการโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ฉะเชิงเทรา นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ตรวจราชการ
กรมการพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายธรา สุโพธิ์เงิน นาย
อ�าเภอสนามชัยเขต พ.ต.อ.ณัฐจักร จันลา ผกก.สภ.สนามชัยเขต นายอภินันท์ เกิดสุข พัฒนาการ
อ�าเภอสนามชัยเขต ข้าราชการส�านักงานพัฒนาชุมชน นักเรียน และประชาชนอ�าเภอสนามชัยเขต
ให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่าโครงการบรรพชาสามเณร และอบรมศีลจาริณี เนื่องใน
วันพ่อแห่งชาติ ประจ�าปี 2563 ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย
ฉะเชิงเทรา กับวัดโพนงาม เพื่อส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม เสริมสร้างความรักชาดิ
ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 ทั้งหมด โดยที่นักเรียน
ชายเข้ารับการบรรพชาเป็นสามเณร จ�านวน 98 คน นักเรียนหญิงเข้ารับการอบรมศีลจาริณี จ�านวน
69 คน ตั้งแต่วันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2563 ณ วัดโพนงาม
ทั้งนี้ ภายในกิจกรรมยังได้มีการจ�าหน่ายสินค้า หนึ่งต�าบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของ
จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อน�ารายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้มาร่วมพิธี
อย่างคึกคักจนสินค้าหมดในเวลาอันรวดเร็วด้วยความสนุกสนานและอิ่มบุญกันทั่วหน้า
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบดี พช. น�าคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร
วางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารง
ราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
เนื่องในวันด�ารงราชานุภาพ
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
วันนี้ (1 ธ.ค. 63) เวลา 06:59 น. ณ บริเวณพิธีหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก
อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ
พระอนุสาวรีย์สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ประจ�าปี 2563 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่
27 พฤศจิกายน 2544 ก�าหนดให้วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันด�ารงราชานุภาพ” โดยมี นาย
นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
มหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย สมาชิกราชสกุลดิศกุล และผู้
แทนหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมวางพวงมาลา ในการนี้ นายสุทธิพงษ์ จุล
เจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน น�าคณะผู้บริหารข้าราชการ กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมวางพวง
มาลาด้วย
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้กล่าวสดุดี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ารงราชานุ
ภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มีใจความตอนหนึ่งว่า “ด้วยส�านึกในพระกรุณาธิคุณของ
พระองค์ ที่ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่กระทรวงมหาดไทย และท�านุบ�ารุงแผ่นดินให้เกิดประโยชน์
สุขแก่ประเทศชาติ ทรงเป็นก�าลังส�าคัญยิ่งในการปฏิรูป การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินทั้งใน
ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทรงวางรากฐานการปกครองแบบเทศาภิบาล และสุขาภิบาล อันเป็นราก
เหง้าของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทรงตราพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่
งานต�ารวจภูบาลและภูธร และทรงก�าหนดความหมายของงานมหาดไทยให้ชัดเจนว่า “บ�าบัดทุกข์
บ�ารุงสุข” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชด�ารัสว่า “กรมด�ารงฯ มอบ
ดวงใจให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทย คือ ผู้ดูแลประเทศชาติ ชาวไทย ให้มีความ
ร่มเย็นเป็นสุข” และทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างสูง ดั่งปรากฏพระนามว่า ทรงเป็น
อัจฉริยะบุรุษแก่มหาชนในทุกสมัยจนเป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และในปี พ.ศ. 2505 องค์การ
ศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNESCO จึงถวายการสดุดีให้ สมเด็จฯ
กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ทรงเป็น “บุคคลส�าคัญของโลก” พระองค์แรกของประเทศไทย ซึ่งนับ
เป็นเวลาถึง 127 ปี ที่คนมหาดไทยได้ตระหนักในภาระหน้าที่และได้ร่วมปฏิบัติงานอ�านวยประโยชน์
สุขให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด และเต็มก�าลังความสามารถ เพื่อน�าบ้านเมืองไปสู่ความร่มเย็น
เป็นสุขดั่งปณิธาน “บ�าบัดทุกข์ บ�ารุงสุข” ตามเจตนารมณ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ
ตราบจนปัจจุบัน”
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
จากนั้นในเวลา 08:09 น. ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย
พรหมเลิศ น�าคณะผู้บริหารระดับสูงประกอบพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวง
มหาดไทย เพื่อบ�าเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ตลอดจนผู้มีพระคุณ
และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทยที่ล่วงลับไปแล้ว
และในเวลา 09:00 น. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและประกาศ
เกียรติคุณ โครงการนายอ�าเภอแหวนเพชร โครงการปลัดอ�าเภอแหวนทองค�า และโครงการประกวด
หมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทางแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจ�าปี 2563 จ�านวนรวม
38 รางวัล ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าว กรมการปกครอง ได้จัดท�าขึ้นเพื่อพิจารณาคัดเลือกนายอ�าเภอ
และปลัดอ�าเภอ ผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม และมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่
ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ และเพื่อสร้างแรงจูงใจและให้
รางวัลแก่คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ สามารถเป็นแบบอย่างใน
การปฏิบัติงานให้แก่หมู่บ้านอื่นๆ
๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
พช. ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ตามกลไกการ
ขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ ที่เมืองมรดก
โลก สุโขทัย อรุณรุ่งแห่งความหวังและความสุข ด้วยการน้อมน�าแนว
พระราชด�าริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ มาสืบสาน
รักษา และต่อยอด ภายใต้แนวพระราชด�าริ ” บวร “
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
13 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วม
กิจกรรมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของทีมวิทยากรจิตอาสาพัฒนาชุมชน ของกรมการพัฒนาชุมชน ที่
ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรวิทยากรผู้น�าการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จ�านวน
62 คน ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่
“โคก หนองนา โมเดล” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาชุมชนกสิกรรมวิถี เอามื้อสามัคคี บ้านห้วยมะนาว
ต�าบลบ้านแก่ง อ�าเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และมอบนโยบายการด�าเนินงานแก่ผู้เกี่ยวข้องทุก
ภาคส่วนตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่
“โคก หนองนา โมเดล” ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาชุมชนบ้านแม่ท่าแพ (อาศรมพระธรรมจาริก) หมู่ที่ 8
บ้านแม่ท่าแพ ต�าบลบ้านแก่ง อ�าเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมี ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล รศ.วร
วรรณ โรจนไพบูลย์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสรสาสน์ ศรีเพ็ง ผู้ตรวจราชการกรม
การพัฒนาชุมชน นางสาวนิภา ทองก้อน ผอ.ส�านักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน นายธวัช ใสสม
พัฒนาการจังหวัดสุโขทัย นายเทียนชัย วงศ์ษา ท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย นางรุ่งอรุณ ค�าโมง นายก
เทศมนตรีต�าบลหาดเสี้ยว พัฒนาการอ�าเภอจากทุกอ�าเภอในจังหวัดสุโขทัย และเครือข่ายจิตอาสา
พัฒนาชุมชน ร่วมกิจกรรม
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเงินกู้เพื่อฟื้นฟูหลังโควิด-19 ให้
ื
�
กรมการพัฒนาชุมชนดาเนินการโครงการพัฒนาพ้นท่ต้นแบบการคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่
ี
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กว่า 4,700 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมโครงการ 25,179 ครอบครัว
กระจายอยู่ใน 3,246 ต�าบล ทั่วประเทศไทยใน 73 จังหวัด โดยมุ่งหวังที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนได้
พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยน้อมน�าแนวพระราชด�าริของพระบาทสมเด็จพระบรมชน
กาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานให้คนไทยทุกคน
ว่า เศรษฐกิจพอเพียงหรือทฤษฎีใหม่ จะท�าความเจริญและช่วยให้ประเทศชาติรอดปลอดภัย นอกจาก
นี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา
ต่อยอดแนวพระราชด�าริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร โดยพระองค์ได้ทรงพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความสุข
ความหวัง ความรัก ความสามัคคี ที่เกิดขึ้นในครอบครัว นี่เป็นเครื่องยืนยันว่า โครงการนี้เป็นสิ่งที่ดี
ต่อพี่น้องประชาชน โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย มีมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
ของ ดร.วิวัฒน์ ศัลยก�าธร หรืออาจารย์ยักษ์ มีอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ
ทหารลาดกระบัง ที่ส่ง ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล หรือ อ.โก้ และ รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ หรือ อ.หน่า
มาช่วย
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
โครงการนี้สิ่งส�าคัญ คือ การพัฒนาคน ดังนั้น คนที่กรมการพัฒนาชุมชนรับสมัครมาท�างาน
ในแปลงเกือบหมื่นคนทั่วประเทศ รับเงินเดือน ๆ ละ 9,000 บาท 1 ปี เราจึงต้องเรียกผู้เข้าร่วม
โครงการว่า “นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ” คือ คนที่เข้ามาร่วมท�างานในศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ ไม่ใช่คนงาน
ไม่ใช่ลูกจ้าง เจตนารมณ์นอกจากเรื่องรายได้และการเป็นเพื่อนคู่คิดของเจ้าของแปลงแล้ว เป้าหมาย
สูงสุดคือ ได้ learning by doing เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากการปฏิบัติจริง โดย
เริ่มตั้งแต่การฝึกอบรมหลักสูตรเดียวกันกับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและครัวเรือนเป้าหมาย เมื่อท�างาน
ครบ 1 ปี ก็น�าไปต่อยอดปฏิบัติจริงในครัวเรือน เป็นการฝึกท�างานให้รู้จริงให้ชิน
ี
ี
ื
�
ิ
ี
ส่วนพ่น้องประชาชนทสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นเร่องทีน่ายินดท่รัฐบาลอนุมัตให้ดาเนินการ
่
่
ี
ขุดหนองกักเก็บน�้า ท�าโคกเพื่อปลูกไม้ 5 ระดับ ขุดคลองไส้ไก่และปลูกพืชในที่ของตนเองได้ จะได้ใช้
ประโยชน์ได้เต็มที่เพราะต้องดูแลเอง แต่รัฐบาลไม่ได้ให้เปล่า มีกระแสพระราชด�ารัสของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ว่า “ขาดทุนคือก�าไร” เช่น ที่จังหวัดสุโขทัยเกือบหมื่นชีวิตที่เกี่ยวข้อง
จะต้องยินยอมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบให้พี่น้องที่สนใจมาเรียนรู้ด้วย โดยเป็นศูนย์เรียนรู้ ให้การพัฒนา
พื้นที่ตามหลักทฤษฎีใหม่กระจายออกไป ท�าให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้ง มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
เป็นการกักเก็บน�้า ลดปัญหาน�้าท่วมน�้าแล้ง ซึ่งตรงกับพระราชด�ารัสเรื่อง “แก้มลิง” เก็บน�้าในหน้า
ฝนเพื่อมีเหลือพอใช้ในหน้าแล้ง ภัยแล้งก็จะลดลง ถือเป็นก�าไร และยังมีเรื่องไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4
อย่าง คือ ไม้ผล ไม้สร้างบ้าน ไม้ใช้ ประโยชน์ คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น และสิ่งที่จะได้
ก�าไรเพิ่ม คือ เรื่องสุขภาพจิตที่ดีจากสภาพแวดล้อมที่ดี พื้นที่ต้นแบบจะเป็นเหมือนรีสอร์ทของต�าบล
หมู่บ้าน อนาคตต่อยอดเป็นโฮมสเตย์ ท�าเป็นที่พัก ที่ส�าคัญคือ ไม่ใช้สารเคมี ดังนั้น ธรรมชาติก็กลับ
มาและความสุขก็กลับมา คนเต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสังคมแบ่งปัน รู้จักท�าบุญท�าทาน
แบ่งปันญาติมิตร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้มุ่งหวัง ท�าสิ่งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จริง ๆ
อีกประการคือ การขยับขยายเรื่องนี้ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยท�าศูนย์เรียนรู้เพิ่ม
ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน�้าแล้งน�้าท่วม บริหารจัดการพื้นที่ สร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้ง
บูรณาการกับเรื่องอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ไม่ต้องพึ่งบริษัทใหญ่ ๆ ต่อไป และเพิ่มการปลูกต้นไม้ให้เยอะ
ๆ เหมือนดาบวิชัยที่ศรีสะเกษ
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวต่อว่า โคกหนองนา ท�าให้ความหลากหลายทางพันธุกรรม
พืชฟื้นกลับมา เราต้องช่วยกันบูรณาการงาน ช่วยกันทั้งปกครอง ท้องที่ ท้องถิ่น พัฒนาร่วมกัน หลัก
การเรื่องนี้คือสามัคคีคือพลังค�้าจุนโลก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสอนให้เรา “รู้ รัก สามัคคี” รู้คือรู้กระบวนการ รู้หลักสูตรที่ถูกต้อง ผ่าน
เกณฑ์ประเมิน รวมทั้งเป็นนักพัฒนาพื้นที่ี้ต้นแบบ ลงแปลงเป็นผู้ช่วย เป็นเพื่อนคู่คิดเจ้าของแปลง รู้
อย่างเดียวไม่พอ ต้องรักกันสามัคคีกันด้วย มีคนเข้าร่วมกว่าสามหมื่นห้าพันคน เหล่านี้จะเป็น
ทรัพยากรบุคคลที่ส�าคัญของสังคม นี่คือก�าไรที่ภาครัฐได้มา
ส่วนการปรับปรุงพื้นที่รายครัวเรือน เรามีแบบมาตรฐานให้ มีสมาคมศิษย์เก่าวิศวะ
มหาวิทยาลัยขอนแก่นมาเป็นเครือข่ายช่วยดู แต่ต้องดูสภาพแวดล้อมด้วย ตอนอบรมก็มีวิชา
ออกแบบพื้นที่ เราก็สามารถออกแบบเองได้ ให้เจ้าของที่เลือกแบบเองได้ เราจะคุมแค่ปริมาตรดินที่
ขุด หมายความว่า ถ้าเรามีคลองเก่า หนองเก่า เราก็ดูดินที่ขุดขึ้นมา และ GISTDA มาช่วยตรวจ
สอบทางดาวเทียมดูก่อนขุด หลังขุด ตรวจสอบปริมาตรดินได้เลย มีระบบคุมอยู่
เรื่องการจัดเลี้ยงในกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ระดับต�าบลแปลงละ 7 ครั้ง ระดับครัวเรือน 3
ครั้ง เจ้าของครัวเรือนจัดซื้อวัสดุในท้องถิ่นประกอบเลี้ยง งบประมาณก็จะหมุนเวียนในชุมชน ท้องถิ่น
เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ สามารถเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม เช่น เรื่องการคลุมดินถ้าฟาง
ข้าวน้อย ก็ใช้ใบตองใบไม้ได้ หลักการ คือนอกจากการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนตามศาสตร์
พระราชาแล้ว ต้องให้เม็ดเงินเกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่น
“โดยรวมวันนี้ ขอฝากท่านพัฒนาการจังหวัด ท่านท้องถิ่นจังหวัด ให้คิดดูว่า ในชีวิต
ข้าราชการนี้ ไม่มีโอกาสที่จะสร้างจุดหักเหให้เกิดการพัฒนาต่อพี่น้องประชาชนที่แท้จริงได้เท่านี้มา
ก่อน โดยเฉพาะที่จังหวัดสุโขทัยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยม เพราะน�าหลักการพัฒนาที่พระบาทสมเด็จ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานไว้ในการน้อมน�าแนวพระราชด�าริของพระบรมชนกนาถของ
พระองค์มาใช้ขับเคลื่อน มีทั้ง ”บวร” (บ้าน วัด ราชการ) ศาสนาพุทธ “บรม” (บ้าน ราชการ มัสยิด)
ศาสนาอิสลาม และ “ครบ” (คริสต์ ราชการ บ้าน) ศาสนาคริสต์ มาใช้ในการพัฒนาชุมชน เป็นต้น
แบบให้จังหวัดอื่น ๆ ฝากพี่น้องชาวสุโขทัยต้องสนองแนวพระราชด�าริของในหลวง ช่วยกันพัฒนาคน
ให้ไปพัฒนาพื้นที่ พัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน และก็จะไปพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนต่อไป” อธิบดี พช.
กล่าวทิ้งท้าย
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
ส�าหรับสวนภูมิวนา บ้านห้วยมะนาว ต�าบล บ้านแก่ง อ�าเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้
จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีร่วมกับทีมวิทยากรจิตอาสาพัฒนาชุมชน ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร
วิทยากรและผู้น�าการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จ�านวน 62 คน จาก 6 จังหวัด
โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาชุมชนกสิกรรมวิถี เอามื้อสามัคคี เป็นสถานที่ในการฝึกปฏิบัติภาคสนาม มี
สวนผลไม้ ฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นพื้นที่ต้นแบบระดับต�าบล CLM ในการพัฒนาตามโครงการ
ู่
พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์ส “โคก หนอง นา โมเดล”
และศูนย์ศึกษาการพัฒนาชุมชนบ้านแม่ท่าแพ (อาศรมพระธรรมจาริก พระอาจารย์ชลชัย กิตฺติภทฺ
โท) หมู่ที่ 8 บ้านแม่ท่าแพ ต�าบลบ้านแก่ง อ�าเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เป็นพื้นที่ต้นแบบในการ
จัดกิจกรรมการฝึกอบรมกิจกรรมที่ 1 ฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะสั้นการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบ
เศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล จ�านวน 18 รุ่น ที่ด�าเนินการภายใต้แนวคิด “บวร”
หรือ บ้าน วัด ราชการ ที่เป็นการแสดงความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน วัด และส่วนราชการต่าง ๆ ใน
พื้นที่ แสดงถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีขึ้นในชุมชน ก่อให้
เกิดการกระจายรายได้ให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล เช่น งบประมาณค่าอาหาร ก็ใช้กลุ่มแม่
บ้านทุกหมู่บ้านในต�าบลบ้านแก่ง จ�านวน 13 หมู่บ้าน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดเลี้ยง โดยค่าใช้จ่าย
ต่างๆในเรื่องวัตถุดิบที่น�ามาประกอบอาหารเพื่อจัดเลี้ยง ก็น�ามาจากชาวบ้านและกลุ่มต่างๆที่เป็นผู้
ผลิตในพื้นที่ อาหารว่างก็น�ามาจากกลุ่มผลิตสินค้าโอทอป ที่มีการผลิตขนมต่างๆในพื้นที่น�ามาจัด
เลี้ยง วัสดุฝึกและอุปกรณ์การฝึกต่างๆ ก็จัดซื้อจากผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเน้นให้จัดซื้อตามผู้เข้า
อบรมที่มาจากอ�าเภอไหน ให้จัดซื้อจากผู้ประกอบการในอ�าเภอนั้นๆ เพื่อก่อให้เกิดการกระจายรายได้
อย่างทั่วถึง แต่ต้องถูกต้องตามวัตถุประสงค์และระเบียบราชการ
ทั้งนี้ จังหวัดสุโขทัย ได้รับงบประมาณเงินกู้ เพื่อด�าเนินงานโครงการนี้เป็นเงินจ�านวน
319,307,870 บาท มีพื้นที่ด�าเนินการตามโครงการทั้งหมด 3,640 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้ชุมชน
ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Community Lab Model for quality of life : CLM) ระดับต�าบล
59 ต�าบล มีพื้นที่ 885 ไร่ และพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Household Lab
Model for quality of life : HLM) ระดับครัวเรือน 1,147 ครัวเรือน รวมพื้นที่ 2,412 ไร่ มีจ�านวน
ผู้เข้าร่วมโครงการ จ�านวน 1,853 คน และผู้รับจ้างเหมาบริการปฏิบัติภารกิจในแปลงที่ต่อไปขอให้ทุก
ท่านเรียกว่า นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ จ�านวน 636 คน ทางกรมการพัฒนาชุมชน มีความคาดหวังว่า
งบประมาณที่ได้รับนี้ นอกจากจะช่วยสร้างและกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนแล้ว ยังสามารถช่วยยก
ระดับคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ให้กับพี่น้องประชาชนใน
จังหวัดสุโขทัยได้สมดังค�า “แก้ได้ หายจน ชีวิตมั่นคง ครอบครัวมั่งคั่ง ชุมชนยั่งยืน”
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบดี พช. ชวนคนไทยชื่นชม พระอัจฉริยภาพเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี
“ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เชิญช้อปสุดยอดเทศกาล OTOP วิถีไทย
ของขวัญปีใหม่ล�้าค่า ในงาน OTOP City 2020
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
วันที่ 14 ธันวาคม 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานใน
การแถลงข่าวการจัดงาน OTOP City 2020 ภายใต้แนวคิด “ของขวัญปีใหม่ ล�้าค่าถูกใจ รวมไว้ใน
OTOP City 2020” โดยมี นางวิไลวรรณ ไกรโสดา รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางรชตภร โต
ดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และรองประธานสภาสมาคม
สตรีแห่งชาติฯ นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางอารยา จันทร
โสภา รองกรรมการผู้อ�านวยการใหญ่ บริษัทสยามพิวรรธน์ นางสาวสกาวเดือน วงศ์ตระกูล ผู้
เชี่ยวชาญจากช้อปปี้ (ประเทศไทย) นายมีชัย แต้สุจริยา ครูศิลป์ของแผ่นดิน และแขกผู้มีเกียรติจาก
ภาครัฐ เอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ บริเวณไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ศูนย์การค้า
ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ
มหกรรมแห่ง OTOP ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของคนไทยครั้งยิ่งใหญ่ โดย กรมการพัฒนาชุมชน
กระทรวงมหาดไทย ประจ�าปี 2563 กลับมาอีกครั้งในงาน OTOP City 2020 ภายใต้แนวคิด “ของ
ขวัญปีใหม่ ล�้าค่าถูกใจ รวมไว้ใน OTOP City 2020” ระหว่างวันที่ 19 – 27 ธันวาคม 2563 ณ
อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี อ�าเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยได้รับพระ
มหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เป็นองค์ประธาน
ในพิธีเปิดงานในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิม
แพ็ค เมืองทองธานี
โดยการจัดงานในครั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน
เป็นหลักในการบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการด�าเนินงานโครงการผลิตภัณฑ์
OTOP เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะผ้าไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสืบสาน
ภูมิปัญญาการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เป็นการสร้างคุณค่ามรดกทาง
วัฒนธรรม พัฒนาศักยภาพ เพิ่มช่องทางตลาดเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ไป
ยังหมู่บ้าน/ต�าบลทั่วประเทศ มีเงินหมุนเวียนไปยังหลายหมื่นครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วย
สร้างเศรษกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า “งาน OTOP City ของเรา
ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี ยิ่งในปีนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
จาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน ใน
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2563 น�าความปลาบปลื้มใจมาสู่พี่น้องผู้ประกอบการ OTOP และผู้จัดงาน
ทุกคน นับเป็นบุญของชาวไทยที่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ได้ทรงด�าเนินตามพระราชปณิธาน
แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการ “สืบสาน รักษา
ต่อยอด” พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงงานด้วยพระองค์เอง
เพื่อพี่น้องชาวไทยกว่า 70 ปี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปี่ยม
ด้วยอัจฉริยภาพด้านการออกแบบ ด้านการสืบสานรักษาผ้าไทยนั้น พระองค์ทรงเป็นต้นแบบในการ
ฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทย ทรงทุ่มเทพระวรกายและสติปัญญาเสด็จพระราชด�าเนินไปยังภูมิภาคต่างๆ
เพื่อการรักษาและเพิ่มพูนศักยภาพผ้าไทย และทรงออกแบบลายผ้าที่มีความหมายลึกซึ้งเพื่อ
พระราชทานให้แก่วงการผ้าไทยโดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ของความเป็นไทยที่ผสมผสานความทันสมัย
เข้าไปอย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นโอกาสสุดพิเศษของทุกท่านที่มาในงานนี้ ที่จะได้ร่วมชื่นชมพระอัจฉริย
ภาพของพระองค์ ที่ได้จัดแสดงในงานนี้ด้วย
ด้วยรัฐบาลได้มีนโยบายให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ตลอดจนสถาบันอุดมศึกษา โดยกรมการ
พัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยเป็นหลักร่วมบูรณาการกันช่วยพี่น้อง OTOP คนไทย ให้สามารถ
เพิ่มพูน ยกระดับ พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นประจ�าทุกปี เพราะฉะนั้นยิ่งนาน
วันสินค้า OTOP ยิ่งมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่นเรื่องผ้าซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลก แต่
อย่างไรก็ดีด้วยนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การส่งเสริม OTOP ทุกแขนง
จึงยังคงเป็นเรื่องส�าคัญต่อไป การตลาดเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าหากเราสามารถกระตุ้นความต้องการของผู้
บริโภคให้มาก ก็จะสามารถท�าให้ผู้ประกอบการมีก�าลังใจในการผลิตสินค้าที่ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง
เพราะฉะนั้นงาน OTOP City ในทุกปีจึงเป็นการสร้างรายได้ เงินทองที่ทุกท่านใช้จ่ายไปในงานนั้น จะ
ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง นี่คืออีกหนึ่งเป้าหมายในการจัดงานในครั้งนี้
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวต่อไปว่า “การจัดงานในครั้งนี้ขอให้ความมั่นใจในมาตรการ
การป้องกันโควิด โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดนนทบุรี ใน
การจัดบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยในเรื่องการตรวจคัดกรอง ตามมาตรการของ ศบค. โดยเคร่งครัด
ด้านประตูก่อนเข้าเมืองทองธานีได้มีการปูพรมฆ่าเชื้อทุกจุด เพราะฉะนั้นขอจงมั่นใจในความ
ปลอดภัย เที่ยวชมอย่างสบายใจในวิถีใหม่แบบ New Normal วันที่ 19-27 ธันวาคม 2563 นี้ จึงขอ
เรียนเชิญทุกท่านชาวไทยร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP มาเลือกชมเลือกซื้อสินค้าจาก
ผลิตภัณฑ์ สินค้าจากชุมชน เพื่อเป็นของขวัญของฝากที่ล�้าค่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อกระตุ้น
เศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวและกระจายรายได้สู่ชุมชนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความเข้มแข็ง
เหนือกว่าการได้รับสินค้า ผลิตภัณฑ์ดีๆ จากทุกภูมิภาคที่น�ามาร่วมไว้ในงานนี้งานเดียวแล้ว อีกทาง
หนึ่งถือเป็นหนึ่งถือเป็นการท�าดีตอบแทนบุญคุณให้กับแผ่นดินอีกด้วย” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
กล่าว
ส�าหรับกิจกรรมไฮไลท์ในปีนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้ชื่นชมความงดงามแห่งพระมหากรุณาธิคุณ
ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นิทรรศการน�าเสนอสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ที่ทรงมีพระวินิจฉัย
ในการออกแบบสี ลวดลาย บนผืนผ้า การตัดเย็บ ในรูปแบบ “ผ้าไทย ใส่ให้สนุก” จากการเสด็จ ไป
ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ด้านผ้าและงานหัตถกรรม 3 ภูมิภาค โดยจัดแสดงกี่เจ้าฟ้าฯ ผ้าย้อมคราม
ลวดลายพระราชทานและชุดเสื้อผ้าทั้งหมด 18 ชุด และสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายตลอดทั้ง 9 วัน อาทิ
– นิทรรศการแพรพรรณชั้นเลิศ โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้เชิญผู้ประกอบการ OTOP น�า
เสนอผ้าที่มีความโดดเด่น มีอัตลักษณ์เช่น ผ้าทอโบราณ กลุ่มทอผ้าจันทร์โสภา จ.สุรินทร์ ผ้ากาบบัว
บ้านค�าปูน จ.อุบลราชธานี ผ้ายกอยุธยา แบรนด์กระหนก พัสตร์จ.พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ
– OTOP ของขวัญของฝาก จัดแสดงและจ�าหน่ายผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ส�าหรับการ
มอบเพื่อเป็นของขวัญ ของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่
– ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี น�าเสนอวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและ
ผลิตภัณฑ์ที่มีภายในท้องถิ่นหรือ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผล
ส�าเร็จโครงการหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
– ศิลปิน OTOP น�าเสนอผลงานที่มีอัตลักษณ์บ่งบอกถึงภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า
– Modern design น�าเสนอผลงานการออกแบบและการตัดเย็บผ้าไทย ของคนรุ่นใหม่ ใน
รูปแบบที่โดดเด่น สวยงาม เป็นการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับแฟชั่นที่ทันสมัย จัด Display ชุด
เสื้อผ้าที่ชนะเลิศการประกวด Young Designer Contest 2020 จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศซึ่งกลุ่ม
เป้าหมายเป็นบุคคลที่มีอายุ 15 – 30 ปีเป็นทายาท หรือลูกหลานผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า
นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
– First Lady น�าเสนอผลงานเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาของผืนผ้า และจ�าหน่ายผ้า
ส�าเร็จรูปพร้อม ตัดเย็บ คัดเลือกจากชุดเสื้อผ้าแฟชั่นระดับพรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมและมียอด
จ�าหน่ายสูง
– การแสดงและจ�าหน่ายสินค้า OTOP ทั่วไป ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมงาน
มากกว่า 3,500 ราย
– กิจกรรมหน่วยงานภาคี จากหน่วยงานภาคีทีร่วมสนับสนุน และส่งเสริมโครงการหนึ่งต�าบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ มากกว่า 13 หน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์กระทรวงอุดมศึกษาฯ กระทรวง
วัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ
– กิจกรรมการบริการ/โซนพิเศษ – OTOPชวนชิม จากทั่วประเทศ ๑๖๐ ราย เช่น ข้าวมันไก่
เบตงจังหวัดยะลาไก่ย่างเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ก๋วยเตี๋ยว จังหวัดสุโขทัย กาแฟ จังหวัด
เชียงราย หอยนางรมสด จังหวัดสุราษฎ์ธานีฯลฯ – Health & Spa ให้บริการสปา นวดตัว นวดเท้า
10 ร้านค้า
– กิจกรรมส่งเสริมการขายและการบริการ – จับรางวัล gift voucher แทนเงินสด มูลค่า
รางวัลละ 3,000 บาท จ�านวน 20 รางวัล รวม 60,000 บาทต่อวัน เพื่อน�าไปซื้อสินค้า OTOP ภายใน
งาน และรางวัลใหญ่วันสุดท้ายของการจัดงาน ทองค�าหนัก 1 บาท จ�านวน 22 เส้น รวมมูลค่า
มากกว่า 600,000 บาท
– การแสดงศิลปะ วัฒนธรรม ศิลปินนักร้อง ทุกวัน
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยร่วมกันอุดหนุนสินค้า
จากฝีมือคนไทย ส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ทรง
คุณค่า มรดกภูมิปัญญาจากท้องถิ่น แพรพรรณงานผ้าผลิตภัณฑ์สินค้าจากชุมชน ที่คัดสรรจาก 77
จังหวัด ร่วมสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายใต้
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป
๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบดี พช. น�าทัพข้าราชการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต
พร้อมก�าหนดทิศทางและนโยบายการพัฒนาชุมชน ปี 2564 ให้บรรลุ
เป้าหมาย และวิสัยทัศน์
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
22 ธันวาคม 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสื่อสารทิศทางและนโยบายการพัฒนาชุมชน และ
การประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต กรมการพัฒนาชุมชน ประจ�าปี 2564 พร้อมบรรยายพิเศษ
หัวข้อ “การขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมี นางวิไลวรรณ ไกรโสดา นาย
นิวัติ น้อยผาง นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธี ซึ่งการประชุมด�าเนิน
การระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคม 2563
โดยมีกลุ่มเป้าหมายจ�านวน 376 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารส่วนกลาง พัฒนาการจังหวัด
และผู้อ�านวยการกลุ่มงานสังกัดส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง ณ ห้องประชุมจูปีเตอร์ 4-7 อาคารชาเลน
เจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี อ�าเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวเน้นย�้าในการประชุมว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผมมาเป็นอธิบดี
กรมการพัฒนาชุมชน 1 ปีกว่า ผมก็ได้ทบทวนการท�างานของผม การเป็นผู้น�านั้นจะต้องมีกาลเทศะ
เพราะฉะนั้นต้องทบทวน ได้เข้าใจว่า ผู้บริหารทุกคนอยากให้ทุกคนมีความก้าวหน้า แต่ความก้าวหน้า
ต้องอยู่บนพื้นฐานของเรื่องของกฎเกณฑ์ ท�าอย่างไรถึงให้เกิดการยอมรับ หากเราสามารถบอกได้ว่า
งานพัฒนาชุมชนไม่ได้ด้อยไปกว่าหน่วยงานอื่น ซึ่งงานพัฒนาชุมชนเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
ต่อประเทศชาติ มีความส�าคัญต่อการอยู่รอดของประเทศชาติ
ในแง่ของการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการ
พัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระราชทานแนวพระราชด�าริ แก่ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ณ เขื่อนน�้าพุงไว้ คนในสังคม
เข้าใจว่าความมั่นคงเกี่ยวกับทหารจะต้องเกี่ยวกับอาวุธรั้วของชาติเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ ไม่ใช่
งานของพัฒนาชุมชนเป็นงานการให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน เป็นงานที่ท�าให้ประเทศชาติมีความ
มั่นคง เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น มีนัยว่า เราเป็นคนท�าให้ประเทศนี้เกิดความเข้ม
แข็งอย่างยั่งยืน คนกรมการพัฒนาชุมชนทุกคนต้องเข้าใจให้ตรงกันว่างานเราส�าคัญเกี่ยวพันกับ
ความอยู่รอดของประเทศชาติ จากการด�าเนินงานที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนมีผลงานมากมาย
แต่เนื่องจากผมอยากท�าให้องค์กรของเราเป็นองค์กรชั้นเลิศ พัฒนาการจังหวัดทุกคนมีโอกาสก้าวสู่
ต�าแหน่งที่ส�าคัญ
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
เพราะฉะนั้นจุดแรกของปี 2564 จึงอยากให้พวกเราได้ร่วมกันตั้งจิตศรัทธาร่วมกันในการที่จะ
ปลุกเร้าตัวเองให้น�าพากรมการพัฒนาชุมชนไปสู่องค์กรที่เป็นที่ยอมรับนับถือโดยไม่มีใครสงสัย ด้วย
การทุ่มเททุกวินาทีในการที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่ให้บังเกิดผลดีแก่พี่น้องประชาชน ผมอยากให้ทุกคน
พิสูจน์การท�างานในพื้นที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ค้นหาสิ่งที่เรามั่นใจในการท�างาน ส่งเข้า
ประกวดรางวัลเลิศรัฐ ในปี 2564 ประเด็นหลักในการพิจารณาส่งเข้าประกวดคือผลงานที่โดดเด่น
ของพื้นที่ หรือโครงการและหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักคืออยากให้
พัฒนาการจังหวัดเป็นที่ยอมรับ เพื่อเป็นการสร้างบ้าน สร้างรากฐาน สร้างถนนให้กับพี่น้องของกรม
การพัฒนาชุมชน ให้มีที่ยืนที่มั่นคงและสง่างาม ประโยชน์เหนืออื่นใดของการส่งเข้าประกวดรางวัล
เลิศรัฐ คือ วิธีการบังคับตัวเราและน้องๆ ในส�านักงานพัฒนาชุมชนทุกคนไม่หยุดนิ่งในการพัฒนางาน
และเพียรพยายามท�างานให้เป็นไปตามหลักการบริหารงานที่ดี ยกตัวอย่างจังหวัดนครพนมที่ได้รับ
รางวัลเลิศรัฐ สาขาการมีส่วนร่วม ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน คือ โครงการนครพนม
สร้างสังคมอุดมสุข โดยการออกแบบโมเดลการแก้ไขปัญหาความยากจนให้ทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วน
ร่วมตั้งแต่ ต้นน�้า กลางน�้า ปลายน�้า ซึ่งงานในหน้าที่จะสัมฤทธิ์ผลได้จะต้องผ่านกระบวนการการ
วางแผน เขียนโครงการ และขับเคลื่อนร่วมกันกับภาคีเครือข่าย ทุกคนมีส่วนร่วม ก็จะเกิดการสื่อสาร
ที่ดี
และงานที่เป็นภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนจะส่งผลกระทบโดยตรงในทางที่ดี คือ เรื่อง
การรวมกลุ่ม กลุ่มออมทรัพย์ OTOP เราต้องบูรณาการงานให้ได้ สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้เราว่า ทฤษฎีใหม่ มี 3 ขั้นตอน เริ่มจากระดับครัวเรือน ชุมชน ต�าบล
อ�าเภอ จังหวัด ที่ส่งผลเกื้อกูลกับคนทั้งโลก ถ้ามีคนเข้าร่วม 6 ล้านครัวเรือน เราจะมีต้นไม้เป็นพัน
ล้านต้น โลกจะดีขึ้น พอมี พอกิน พอใช้ คนในครัวเรือนมีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิต เลี้ยงดูตัวเองได้
เกิดการรวมกลุ่ม ด�าเนินกิจกรรมต่างๆ การลงแขกเอามื้อ สวัสดิการชุมชน แต่ขั้นก้าวหน้าจะท�าให้
เรามีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโคกหนองนา ทุกคนได้ประโยชน์ ท�าให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ท�าให้เกิดการพัฒนา
ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน
ี
่
้
ั
ื
ั
ั
ี
ิ
ุ
ี
ื
ฝากเรองโครงการพฒนาพนทต้นแบบการพฒนาคณภาพชวตตามหลกทฤษฎใหม่
่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งเป็นเงินกู้ฟื้นฟูโควิด-19 สิ่งส�าคัญคือแต่ละครัวเรือนต้องเลี้ยง
ตัวได้ ซึ่งจะต้องมีองค์ความรู้ สร้างความเชื่อมั่น จะก่อให้เกิดคนที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีจิตใจ
ที่เสียสละ การช่วยเหลือ การลงแขก การช่วยงาน ออกความคิด ให้ก�าลังใจ จะก่อให้เกิดสิ่งที่สืบ
เนื่องตามมา เราได้ช่วยการปฏิบัติตนตามปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่
พระองค์ทรงต้องการ สืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชด�าริของพระบรมชนกนาถของพระองค์
ท่าน ในเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถสืบสานศาสตร์พระราชา รักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น
ต่อยอดด้วยการน�าเทคโนโลยีสร้างนวัตกรรม โครงการนี้ Gistda และ Earth Safe ได้น�าเอา
นวัตกรรมมาช่วย รวมทั้งปราชญ์ชาวบ้าน จะก่อให้เกิดผลในเรื่องของการฟื้นฟูทรัพยากร ดิน น�้า ลม
ไฟ และรักษาสังคมที่ดีงาม วัฒนธรรมแห่งความรัก ความสามัคคี ในการยึดมั่นในภูมิปัญญาของ
บรรพบุรุษ
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
“หลักการพัฒนาต้องยึดหลัก บวร (บ้าน วัด ราชการ) บรม (บ้าน ราชการ มัสยิด) ครบ
(คริสต์ ราชการ บ้าน)ยึดสถาบันหลักของชุมชน และท้องถิ่นเป็นภาคีเครือข่ายในการท�างาน ยึดหลัก
คุณธรรม อนุรักษ์ พัฒนาควบคู่กัน ท�าให้เกิดสังคมแห่งอุดมคติ จะกลายเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความ
สามัคคี มีรอยยิ้ม การท�างานจะต้องมีคุณธรรมเป็นฐาน ให้อนุรักษ์ และพัฒนา การพัฒนาต้องไม่
ท�าลาย สังคมจะอยู่ได้ ทุกคนทุกอาชีพทุกเพศทุกวัย ด้วยความรักความสามัคคี เป็นพื้นฐานที่ส�าคัญ
ในการพัฒนาชุมชน ดังค�าขวัญเนื่องในวันพัฒนา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานด�ารัสไว้ว่า “พัฒนา คือ สร้างสรรค์” สุดท้ายก็คือ
ทุกคนต้องมีใจในการท�างาน เพราะฉะนั้นปีใหม่นี้ผมขอให้คนกรมของกรมการพัฒนาชุมชนมีใจที่มุ่ง
มั่นที่จะท�างาน แต่ที่ส�าคัญต้องรักในความเป็นข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รักษา
ชื่อเสียงของกรมการพัฒนาชุมชนให้เป็นที่ยกย่อง ขอให้เรารักองค์กร และท�างานเป็นทีมเพื่อพี่น้อง
ประชาชน”
“ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะพัฒนาการจังหวัดทั้ง 76 คน ต้องท�างานให้
สังคมยอมรับ คือต้องมีผลงาน มีภาวะผู้น�า ส่วนใหญ่มีผลงานดีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าดีสุด
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนต้องเพิ่ม คือ ภาวะผู้น�า ตลอดระยะเวลาที่ผมรับ
ราชการ พวกเรามีธรรมชาติของการเป็นทีมที่ดี ท�างานดี ได้รับการชื่นชมและความไว้วางใจจากผู้
�
�
บังคับบัญชา สิ่งที่เอื้อปัจจัยต่อความสาเร็จในการทางาน คือจะต้องมีทัศนคติที่ดี มีความเชื่อมั่นในค่า
�
นิยมของการท�างาน มีแรงบันดาลใจในการทางานให้ประสบผลส�าเร็จ มีเป้าหมายในการท�างานที่ดี
กว่าเดิม และ Change for Good เพื่อให้เกิดผลดีกับส่วนรวม
ทุกคนต้องมีใจในการท�างาน เพราะฉะนั้นปีใหม่ 2564 นี้ ผมขอให้คนกรมของกรมการพัฒนา
�
ี
ี
ชุมชนมีใจท่มุ่งม่นท่จะทางานแต่ท่สาคัญต้องรักในความเป็นข้าราชการท่ดีของพระบาทสมเด็จ
ั
ี
�
ี
พระเจ้าอยู่หัว รักษาชื่อเสียงของกรมการพัฒนาชุมชนให้เป็นที่ยกย่อง ขอให้เรารักองค์กร และ
ท�างานเป็นทีม เพื่อให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณของเรา ให้พี่น้องประชาชนได้รับสิ่งที่ดีจาก
เรา ผมหวังว่าพวกเราทุกคนจะช่วยกันด้วยหัวใจของคน พช.” อธิบดี พช. กล่าวทิ้งท้าย
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
พช.จับมือ กลุ่มเซ็นทรัล พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ OTOP จากท้องถิ่น
สู่สากล สร้างโอกาส สร้างรายได้ สู่ชุมชนเข้มแข็ง อย่างยั่งยืน
๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลา 14.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการ
พัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
(MOU) ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กับ กลุ่มเซ็นทรัล บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จ�ากัด บริษัท
เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จ�ากัด โดยมี นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล นางสาวเซิ่น ไฉ
อิง Head of Business Transformation บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จ�ากัด และ นายสมนึก
ยอดด�าเนิน Head of Farmers, Quality Line & local sourcing บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จ�ากัด
ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ�าเภอ
ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การร่วมลงนามในครั้งนี้ นับว่า
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกรมการพัฒนาชุมชน และขอขอบคุณผู้บริหารของเซ็นทรัลกรุ๊ป ที่ได้กรุณา
ให้ความส�าคัญกับพี่น้องประชาชนที่เป็นเสมือนฐานรากของประเทศ ท�าให้ประเทศชาติมีความมั่นคง
เข้มแข็ง และยั่งยืน ตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรม
นาถบพิตร ได้พระราชด�ารัสต่อข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ในภาคอีสาน ณ เขื่อนน�้าพุง ไว้ว่า
“คนในสังคมเข้าใจว่าความมั่นคงของประเทศ มักเกี่ยวข้องกับทหาร การมีกองทัพที่เข้มแข็งและมี
อาวุธจ�านวนมาก ท�าให้ประเทศชาติเข้มแข็ง มีความมั่นคง แต่แท้ที่จริงแล้วการที่จะท�าให้ประเทศมี
ความมั่นคงได้นั้น จะต้องท�าให้พี่น้องประชาชนได้มีความรู้ มีอาชีพที่มั่นคง จึงจะท�าให้ประเทศชาติมี
ความเข้มแข็ง”
โดยกลุ่มในเครือเซ็นทรัลอันประกอบด้วย เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ และเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล
และกลุ่มเซ็นทรัลที่เป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรมและรีสอร์ท ที่จะช่วยกันสนองตามแนวพระราชทาน
ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด สิ่งที่เป็นพระราชปณิธาน
ของพระราชด�าริของสมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ท่าน เรื่องของการใช้ประโยชน์จากความรู้
ความสามารถของพี่น้องผู้ประกอบการ OTOP ที่มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 100,000 ผลิตภัณฑ์ ในจ�านวน
นี้มีอยู่ 30,000 – 40,000 ผลิตภัณฑ์ที่เปรียบเสมือนสินค้า Premium สามารถช่วยในการพัฒนา
ผลิตภัณฑ์เพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่ดีขึ้น แต่ที่ส�าคัญที่สุดคือ เราต้องมีช่องทางการตลาดที่สามารถ
เข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่ผ่านมาผมเองก็ได้รับรายงานอยู่เสมอ ทั้งจากท่านผู้ว่า
ราชการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด ว่าทางเซ็นทรัลได้มีการสนับสนุนในงานการพัฒนาเศรษฐกิจ
ฐานรากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย รับเป็นหน้าเสื่อของรัฐบาล ใน
หัวเมืองต่างๆ เช่น พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช รวมทั้งกรุงเทพมหานคร
และนนทบุรี ที่ได้รับความร่วมมือจากเครือเซ็นทรัล ให้ความช่วยเหลืองานจากกรมการพัฒนาชุมชน
ด้วยดีตลอดมา ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ทางราชการและพี่น้องประชาชนที่ได้รับโอกาสและความช่วยเหลือ
สนับสนุนจากกลุ่มเซ็นทรัล ท�าให้เกิดการพัฒนาในระดับท้องถิ่น หัวเมืองต่างๆ และในกรุงเทพมหานคร
เป็นอย่างยิ่ง
๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวต่อว่า ในวันนี้ผมถือว่าเป็นโอกาสที่
ดีของพี่น้องผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้มีการลงนามในบันทึกความตกลงร่วมกันที่จะสร้างโอกาส
เกื้อกูลที่ดีต่อกัน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนมีความใกล้ชิดกับผู้ประกอบการ OTOP ส่วนทางกลุ่ม
เซ็นทรัล รวมทั้งเจดี คอมเมิร์ซ และเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ
การส่งเสริมช่องทางการตลาด ที่จะช่วยเสริมจุดแข็ง จุดอ่อนระหว่างกัน ท�าให้ผู้ประกอบการได้มี
โอกาสที่ดีขึ้น กรมการพัฒนาชุมชน ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนข้อมูล การประสานงาน รวมถึง
เรื่องอื่นๆ ที่ทางทั้ง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเซ็นทรัล บริษัทเซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จ�ากัด และบริษัท เซ็นทรัล
ฟู้ด รีเทล จ�ากัด ต้องการให้กรมการพัฒนาชุมชนช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้พี่น้องผู้ประกอบการ
OTOP ได้มีโอกาสที่ดีขึ้นต่อไป
อีกทั้ง ในอนาคตอันใกล้ก็จะมีพี่น้องประชาชนจ�านวนมากที่เป็นภาคีเครือข่ายในโครงการ
พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”
ซึ่งจะมีพืชผลและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษ จากแปลงโคก หนอง นาโมเดล จ�านวนมาก และคาด
การณ์เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี โดยปีที่แล้วมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ 1,500 ครอบครัว ในระหว่างนี้มี
จ�านวนเพิ่มขึ้นอีก 26,000 ครอบครัว และคาดการณ์ว่าภายในปีงบประมาณ 2564 จะมีเพิ่มขึ้นอีก
14,000 กว่าครอบครัว ซึ่งในแต่ละครอบครัวก็จะมีพื้นที่ 1 ไร่ 3 ไร่ 5 ไร่ 15 ไร่ ตามบริบทของแต่ละ
พื้นที่ และเป็นหน่วยในการขับเคลื่อน ในเรื่องของอาหารปลอดภัย ซึ่งจะมีมูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น�้า
(Earth Safe) มาช่วยเหลือสนับสนุนในการวางมาตรฐานของพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นอีกช่อง
ทางหนึ่งในอนาคตที่ทางเซ็นทรัลจะเข้ามาช่วยเหลือ เป็นภาคีเครือข่ายในการรองรับการกระจาย
สินค้าดีๆ จากชาวบ้านสู่ผู้บริโภค
ท้ายนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กราบขอบพระคุณทุกท่าน โดย
เฉพาะคุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัลที่กรุณาให้ความช่วยเหลือต่อกรมการ
พัฒนาชุมชนด้วยดีตลอดมา และขอให้พวกเราทุกคนมั่นใจได้ว่า การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
(MOU) ในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนจ�านวนมาก ไม่เพียงแต่พี่น้องผู้ประกอบการ OTOP เท่านั้น
แต่หมายถึง ผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของเครือเซ็นทรัลทั้ง 3 กลุ่ม ที่จะมีโอกาสได้รับสิ่งที่ดี ในราคาที่
ยุติธรรมและช่วยเหลือ เจือจุน อุดหนุน เกื้อกูลให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยได้มี เศรษฐกิจฐานรากที่
มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่เข้มแข็งดีขึ้น อันเป็นการตอบโจทย์ได้ว่าประเทศชาติของเรานั้นจะมั่นคงได้
อย่างยั่งยืน และขอให้ค�ามั่นสัญญาว่ากรมการพัฒนาชุมชนจะเป็นภาคีเครือข่ายที่ดีของท่าน ในการที่
จะตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มก�าลังความสามารถตลอดไป
๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบดี พช. ปลุกพลังสตรี ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓
๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวง
มหาดไทย (พช.) เป็นประธานเปิดงาน และบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สตรี Change for Good” ใน
โครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สร้างพลังสตรี สร้างความสุข สร้างรายได้สู่ชุมชน รุ่นที่ 2
ระหว่างวันที่ 25 – 26 ธันวาคม 2563 โดยมีนายภูษิต ลัทธิธนธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล
นางทรงลักษณ์ วรภัย ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อ�านวยการส�านักงานกองทุนพัฒนาบทบาท
สตรี คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน พนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประคณะ
กรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด หัวหน้าคณะท�างานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับจังหวัด/
ต�าบล/เทศบาล และกลุ่มอาชีพที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งครั้งนี้เป็นการ
ด�าเนินการ รุ่นที่ 2 มีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจากภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ จัด
ขึ้น ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อ�าเภอ
ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ทิศทางการด�าเนินงานกองทุน
พัฒนาบทบาทสตรีในอนาคต นั้น คือการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ในที่ประชุมแห่งนี้ พี่ๆ
น้อง ๆ ล้วนอยากให้คนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้กว้างขวางมากขึ้น ต้องมีใจปรารถนาดี มีความรัก รัก
ครอบครัวเรา รักสตรีไทยในพื้นที่ที่เรารับผิดชอบขับเคลื่อนผ่านกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ถ้าเริ่มต้น
ที่ใจ สิ่งที่จะ Change for good ก็ได้ผลเกินครึ่งแล้ว หลักการที่ส�าคัญ คือ ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว
ถ้าใจบอกว่าเราจะต้องท�า ต้องรู้ ต้องช่วยเหลือ เราก็จะท�าตามใจเราปรารถนา วันนี้เรามีเป้าหมายไม่
เปลี่ยนแปลง คือ ให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นเครื่องมือช่วยเหลือคนไทย ได้มีโอกาสในการเอา
ทุนไปใช้ประกอบสัมมาอาชีพ สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว ให้กับสตรีไทย ซึ่งก็ล้วนเป็นญาติ ๆ
ของเรา เราต้องไปพูดคุย ทั้งเรื่องการรวมกลุ่ม เพื่อคิดเรื่องมาหากิน เช่น กลุ่มท�าขนม กลุ่มปลูกพืช
ผักสวนครัว กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีท�าให้พวกเราเข้าถึงได้ง่าย กลุ่มละ 3 คน เสนอสิ่งที่อยากให้ท�า
ให้มีต้นทุนดอกเบี้ยต�่า 0.1% ต่อปี หรือเพียงแสนละร้อยบาทต่อปีเท่านั้น
กรมการพัฒนาชุมชน ท�าให้เราคิดเรื่องรวมกลุ่มประกอบอาชีพดอกเบี้ยต�่า ถ้าท�าตามหลักเกณฑ์จะ
ไม่มีหนี้เสีย เราลงทุนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้ลงทุนหนัก เราท�าตามความถนัด
ของเราอยู่แล้ว คนที่พลาดพลั้งไปท�าให้หนี้เสีย ส่วนหนึ่งเพราะเข้าใจผิดคือคิดว่า เงินกองทุนพัฒนา
บทบาทสตรีคือเงินฟรี ส่วนหนึ่งคือฝากคนอื่นไปคืนแล้วถูกยักหยอกไว้ ส่วนหนึ่งคือเอาไปลงทุนแล้ว
ขาดทุน เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ขาดทุนแล้วเป็นดินพอกหางหมู มีหลายเหตุผล เราคุยกันมาตั้งแต่
ปีที่แล้ว ให้พวกเราไปท�าความเข้าใจว่า เงินกองทุนนี้เป็นทุนที่ช่วยให้พี่น้องสตรีไทย ให้มีโอกาสดีของ
ชีวิต ซึ่งคือคนทุกเพศทุกวัยในครอบครัว เพราะสังคมไทยอยู่ได้เพราะผู้หญิง