145
14 กันยายน 2563
พช. สานความร่วมมือ โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข
“สระบุรีโมเดล”
15 กันยายน 2563
148
15 กันยายน 2563
วันอังคารท่ 15 กันยายน 2563 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการ
ี
ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนโครงการ
วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ณ วัดพระพุทธแสงธรรม ตำาบลหนองนาก อำาเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยมีพระเทพ
สังวรญาณ พระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี วัดพระพุทธบาท พระสุนทรธรรมภาณ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธแสง
ธรรม คณะสงฆ์ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ร้อยตำารวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ รองผู้ว่า
ำ
ู
ราชการจังหวัดสระบุรี นางสาวพัชรา สุคันธี ผ้อานวยการสานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี ร่วมการประชุมฯ ”
ำ
โอกาสนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้กล่าวสัมโมทนียกถาความว่า โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นหนึ่งใน
โครงการฯ ที่ดำาเนินการมาอย่างต่อเนื่องจากแนวคิดที่ว่า วิถีดั้งเดิมของคนไทย มีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็น
ี
ำ
เสาหลักในการพัฒนาคนในชุมชนให้มีคุณภาพท้งด้านสุขภาพกายสุขภาพใจ วัดจึงถือเป็นสถานท่สาคัญต่อวิถีชีวิตคน
ั
ไทย เป็นศูนย์กลางของประชาชน เป็นศูนย์กลางของชุมชน การดำาเนินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข มีตัวอย่าง
การดำาเนินการให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดลพบุรี สามารถดำาเนินโครงการได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ เนื่องด้วยการดำาเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม เป็นการเสียสละเพื่อส่วนร่วมด้วยความทุ่มเท จึง
จะประสบผลสำาเร็จอย่างแท้จริง บรรลุตามวัตถุประสงค์
โครงการฯ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นการขับเคลื่อนแบบบูรณาการ วัด + ประชา + รัฐ = สร้างสังคมแห่ง
ำ
ความสุข วัด ทาหน้าท่เป็นเสาหลัก สร้างความรับผิดชอบของครัวเรือน ให้ยึดหลักธรรมในการดาเนินชีวิต สร้างสรรค ์
ี
ำ
สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในชุมชน ประชา คือ ประชาชน ชุมชน ในการร่วมคิด ร่วมทำา ร่วมรับผิดชอบชุมชน รัฐ คือ ส่วน
ราชการ ภาครัฐ มีส่วนในการขับเคลื่อนนโยบาย โครงการ และรวมถึงนำาประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้าง
สังคมแห่งความสุข สามารถบูรณาการขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ร่วมกันคิด ร่วมกันทำาทั้ง 3 ฝ่าย เชื่อมั่น
ว่า ประชาชนในประเทศจะมีความสุข อันเป็นการส่งเสริมสร้างสังคมแห่งความสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืน ประกอบ
ด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการหมู่บ้านรักษาศีลห้า การอบรมประชาชนประจำาตำาบลจากคณะสงฆ์ และโครงการ
โคก หนอง นา โมเดล ซึ่งโครงการที่น้อมนำาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในพื้นที่ อันสามารถบูรณ
าการขับเคลื่อนร่วมกับโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ก่อให้เกิดเป็นสังคมแห่งความพอเพียง ประชาชนมีความ
สุข เป็นสังคมแห่งการแบ่งปันสิ่งดี ๆ มีภูมิคุ้มกันจากปัญหาต่าง ๆ ทำาให้ประชาชนอยู่ด้วยความพอเพียง สามารถ
พึ่งตนเองได้ อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทย
149
15 กันยายน 2563
150
15 กันยายน 2563
ในการนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมและบรรยาย
เรื่อง “ความร่วมมือ กรมการพัฒนาชุมชน กับ โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ใจความว่า โครงการวัด ประชา
รัฐ สร้างสุข เป็นโครงการที่สร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น ในการขับเคลื่อนการเสริมสร้างสังคมแห่งความสุข ให้คนทั้งชาติ
ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข สามารถบูรณาการการดำาเนินการร่วมกับโครงการ โคก
หนอง นา แห่งน้ำาใจและความหวัง ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการบูรณาการสืบสานพระราชปณิธาน และน้อม
ู
ำ
สานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอย่หัว รัชกาลท่ 10 ซ่งทรงพระราชทาน โครงการฯ
ึ
ี
ดั่งพระบรมราชโองการ เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งอาณา
ราษฎรตลอดไป ทรงพระราชทานโครงการฯ ด้วยความห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์ นอกจากนี้ได้เปิดโอกาสให้
กลุ่มนักโทษในเรือนจำา ดำาเนินโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำาใจและความหวัง หลักสูตร 14 วัน เป็นการน้อมนำา
ความรู้ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ทั้งการบริหารจัดการที่ดิน การห่มดิน การบริหาร
จัดการน้ำา คลองไส้ไก่ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง นำาไปปรับใช้ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสร้างความสุข
อย่างความยั่งยืน หลังจากพ้นโทษจากเรือนจำา
โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างทีมงาน โดย วัด เป็นผู้นำาในการขับเคลื่อน เพื่อเป็น
ำ
ึ
กลไกในการดาเนินงานบนศักยภาพของวัดซ่งเป็นท่นับถือของคนในชุมชน พัฒนารูปแบบและนาแนวคิดของ 5 ส
ำ
ี
ซึ่งประกอบไปด้วย สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐาน และสร้างวินัย ลงสู่บริบทของวัดและชุมชน การดำาเนิน
ื
โครงการปลูกผักสวนครัว เพ่อสร้างความม่นคงทางอาหาร สามารถส่งเสริมความสวยงามในการเพิ่มพ้นท่สีเขียว
ั
ื
ี
ในพื้นที่บริเวณวัด อีกทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างความสามัคคี ในการบูรณาการร่วมกันทั้ง 3
ภาคส่วน ทั้งวัด ประชาชน และภาคส่วนส่วนราชการ เพื่อร่วมกันสร้างสุขให้ชุมชนตามบทบาทภารกิจ และภาครัฐ
โดยผู้นำาชุมชนจะเป็นส่วนสำาคัญในการสนับสนุน เชื่อมโยงและร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกับวัดซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม
โครงการ ในการทำากิจกรรมสร้างสุขร่วมกันระหว่าง วัด และ คนในชุมชน เพื่อทำาให้วัดเกิดความมั่นคง และชุมชน
มีความเข้มแข็ง วัดเป็นผู้นำา เป็นหลักสำาคัญ ในการขับเคลื่อนการดำาเนินโครงการฯ เป็นแนวทางในการสร้างความ
ร่วมมือจากทุกภาคส่วน ท้ง ประชาชนผ้คนในชุมชน หน่วยงานราชการหน่วยงานรัฐ วัด คณะสงฆ์ สถาบันการ
ู
ั
ศึกษา องค์กรภาค ประชาชน สื่อมวลชน และภาคีเครือข่ายภาค เอกชน ซึ่งทำาให้ชุมชนเห็นตามและร่วมกันสร้าง
สุขในชุมชนนั้น เราจะร่วมกันทำาอย่างไรให้กิจกรรม “โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” เกิดความยั่งยืน ประสบ
ผลสำาเร็จที่เป็นรูปธรรม อันจะก่อให้ความสุขความเจริญ วัด คือศูนย์กลางของชุมชน เป็นหลักในการขับเคลื่อนโค
รงการฯ และบูรณาการร่วมกับ ภาครัฐ ภาคประชาชน ร่วมกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำา ร่วมกันขับเคลื่อน ดั่งภาษิต
“สัพเพสัง สังฆภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำาเร็จ” เพื่อให้
พัฒนาให้ประชาชนมีความสุข สังคมมีความสุขมีคุณธรรม ประเทศของเราก็จะเจริญรุ่งเรืองต่อไป อธิบดี พช. กล่าว
151
15 กันยายน 2563
พช. มอบประกาศเกียรติคุณ เกษียณอายุราชการ เชิดชูเกียรติบุคลากร
ดีเด่น พร้อมน้อมนำาหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์ สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”
ขับเคลื่อนงานพัฒนา บำาบัดทุกข์ บำารุงสุขสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
23 กันยายน 2563
154
23 กันยายน 2563
วันที่ 23 กันยายน 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน
ในพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณสาหรับข้าราชการท่ปฏิบัติงานครบเกษียณอายุราชการ ประจาปี พ.ศ.2563
ำ
ำ
ี
รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำาปี พ.ศ.2562 ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการดีเด่น ประจำาปี 2563
และรางวัลหน่วยงานพัฒนาชุมชนใสสะอาด ประจำาปี พ.ศ.2563 และบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ผู้บริหารกับการคิด
วิเคราะห์และการเสริมสร้างพลังเครือข่ายเชิงยุทธศาสตร์” โดยมี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรม
การพัฒนาชุมชน เข้าร่วมพิธี ณ โรงแรมอิงธารรีสอร์ท ตำาบลหินตั้ง อำาเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ แก่บุคคลากรและหน่วยงาน
ในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำาปี พ.ศ.2562-2563 จำานวน 7 ประเภท โดยมีข้าราชการ พนักงาน เจ้า
หน้าที่ในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณ จำานวน 79 รางวัล ได้แก่
– ประกาศเกียรติคุณข้าราชการที่ปฏิบัติงานครบเกษียณอายุราชการ ประจำาปี พ.ศ. 2563 จำานวน 23 รางวัล
โดยมี 1.นายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 2.นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรม 3.นาง
บุญย่ง เทศน้อย ผ้ตรวจราชการกรม 4.นางบุญทิวา วรรณประเวศ ผ้ตรวจราชการกรม 5.นางสาวนันทนา หวังธงชัย
ิ
ู
ู
เจริญ ผู้ตรวจราชการกรม 6.นายร่องกี้ พลเยี่ยม ผู้อำานวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน 7.นายชัยยา ขำาสะอาด ผู้
อำานวยการศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน 8.นายภูษิต ลัทธิธนธรรม ผู้อำานวยการกองการเจ้าหน้าที่ และผู้
บริหารระดับสูง พัฒนาการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่ครบเกษียณอายุราชการ อีกจำานวน 16 ราย
– รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำาปี พ.ศ.2562 (ครุฑทองคำา) จำานวน 2 รางวัล ได้แก่ 1.นายเทพวสันต์
จันพล นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำานาญการ สำานักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 2.นายชลิต นพรัตน์ นักทรัพยากร
บุคคลชำานาญการ กองการเจ้าหน้าที่
ำ
ำ
– รางวัลข้าราชการ ลูกจ้างประจาและพนักงานราชการดีเด่น กรมการพัฒนาชุมชน ประจาปี 2563 รับประกาศ
เกียรติคุณและเข็มเชิดชูเกียรติ (ทองคำา) จำานวน 10 รางวัล
– รางวัลหน่วยงานพัฒนาชุมชนใสสะอาด “ต้นแบบ” ประจำาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รับโล่รางวัลจำานวน 8
รางวัล
ำ
ำ
– รางวัลหน่วยงานพัฒนาชุมชนใสสะอาดดีเด่น ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รับโล่รางวัล จานวน 17 รางวัล
– รางวัลบุคคลต้นแบบ “การน้อมนาแนวพระราชดาริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน
ำ
ำ
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีสู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ที่มีผล
การดำาเนินงานร้อยละ 100 อันดับแรกของประเทศ รับโล่รางวัล จำานวน 16 รางวัล
– รางวัลประกวดภาพถ่าย ตามปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” รับโล่
รางวัลและเกียรติบัตร จำานวน 3 รางวัล
155
23 กันยายน 2563
156
23 กันยายน 2563
ในโอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุม กล่าวในการบรรยายพิเศษในหัวข้อผู้บริหารกับ
การวิเคราะห์และเสริมสร้างพลังเครือข่ายเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีประเด็นสำาคัญในการขับเคลื่อนงานกรมการพัฒนา
ชุมชน ดังนี้
“สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำารัสว่า
ำ
ี
่
ี
่
ิ
่
ี
ำ
่
่
่
้
“เกษยณอายุราชการได แตอยาเกษยณจากการทางาน” โดยเฉพาะอยางยงการทางานทสวนรวมไดรบผลประโยชน ์
ั
้
ี
ั
ู
ุ
้
ั
ี
ั
้
่
่
่
ุ
ุ
็
ื
่
ื
ุ
ี
ี
ทกทานทครบเกษยณอายราชการในครงนถอได้ว่าเปนบคลากรทมคณปการต่อการขบเคลอนงานพฒนาชุมชนจน
ี
ประสบความสำาเร็จ เมื่อทุกท่านพ้นจากตำาแหน่งหน้าที่แล้วจึงหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านจะช่วยเป็นแรงหนุนและให้
กำาลังใจพี่น้องกรมการพัฒนาชุมชน ที่จะต้องปฏิบัติภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติต่อไป
กรมการพัฒนาชุมชน ให้ความสำาคัญกับบุคลากรทุกตำาแหน่ง เนื่องด้วยทุกคนไม่ว่าจะตำาแหน่งใดต่างเป็นกลไก
ุ
ี
่
้
ในการสานประโยชนสประชาชน จึงขอฝากหลกการทจะสรางหมดหมายของความสาเรจในการทางานทกประการให ้
ั
ำ
ุ
ำ
็
์
ู
่
สาเร็จลุล่วง คือ ต้องมีใจท่ม่งม่นปรารถนาในการสร้างคุณประโยชน์อย่างแรงกล้า ตลอดจนมีความร้และทัศนคติท่ดี
ู
ำ
ี
ี
ุ
ั
ั
ำ
่
ี
่
ี
ึ
้
ำ
่
ื
่
ื
่
ำ
่
ิ
จะนาสความสาเร็จในภารกิจ โดยเฉพาะอยางยงงานเพอพนองประชาชน อีกประการหนงทสาคญคอการดาเนินการ
ำ
่
ู
เชิงมวลชนสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์ในภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนทุกมิติ ต้องนำาสู่การรับรู้ของสังคม ให้น้ำา
หนักกับทุกภารกิจเด่นชัดเท่ากัน กลไกขับเคลื่อนที่สำาคัญในส่วนนี้ต้องเริ่มที่บุคลากร หน่วยงานทุกภาคส่วนของกรม
ำ
การพัฒนาชุมชน ร่วมกันติดตาม เผยแพร่ข่าวสารส่วงกว้าง และสารวจทัศนคติจากคนภายนอกองค์กร (Outside-in)
ู
อาศัยภาคีเครือข่ายความร่วมมือที่ดีในการร่วมกันกระจายในทุกสื่อ ทุกช่องทาง เพราะการประชาสัมพันธ์ที่ดี เป็น
ยุทธศาสตร์หนึ่งที่นอกเหนือจากการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในใจคนแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสในการส่งเสริม พัฒนา
ื
บุคลากรของกรมการพัฒนาชุมชน ยกระดับศักยภาพในการเป็นนักส่อสารสร้างสรรค์องค์การอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ี
ี
ั
้
ึ
่
่
และเอ้อตอการสรางความไว้วางใจในการร่วมมอเปนทมกบทุกภาคส่วน (Inside-Out) ซ่งการได้มาซงทีมทดนน
ึ
ั
้
่
ื
็
ี
ื
ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชนจะต้องเป็นดังแม่เหล็ก ที่สามารถดึงดูด ยึดโยงความร่วมมือจากภาคีได้
ทุกขณะ ไม่ห่างเหินหรือละเลยมวลชน”
นายสุทธิพงษ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิต ได้น้อมนำาหลักทฤษฎีกว่า 40 ทฤษฎี ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพ
ี
ู
ชีวิตท่ดีของประชาชนชน โดยท่านพัฒนาการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ต้องสร้างความร้ความเข้าใจกับประชาชน
ในพื้นที่ โดยชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ในการดำาเนินโครงการ เช่น การปลูกป่า 3 อย่าง แต่ให้ประโยชน์ 4 อย่าง หลุม
ขนมครก การห่มดิน การดูทิศทางดิน น้ำา ลม ไฟ รวมถึงการกักเก็บน้ำาและการบำาบัดน้ำาต่างๆ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ
พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล และเพื่อพัฒนา
คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ดังนั้นสิ่งที่สำาคัญในการดำาเนินโครงการต้องเริ่ม
ู
้
ี
่
ู
้
้
ั
ำ
ั
จากการพฒนาคนเปนอนดบแรก โดยการสรางความรความเขาใจในหลกทฤษฎใหมและสามารถนาองค์ความรมา
ั
้
็
ั
แปลงสู่การปฏิบัติได้ โดยการให้ฝึกออกแบบพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก
หนอง นา โมเดล โดยใช้ทฤษฎีการดูทิศทางดิน น้ำา ลม ไฟ ตามบริบทในแต่ละสภาพพื้นที่ จากนั้นเมื่อออกแบบพื้นที่
157
23 กันยายน 2563
158
23 กันยายน 2563
ื
ี
ื
ี
ู
เสร็จ ต้องลงมือปฏิบัติในพ้นท่จริง โดยมีศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนทุกแห่งเป็นพ้นท่ต้นแบบเป็นสถานที่เรียนร้ และ
ฝึกปฏิบัติ โดยศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนต้องฝึกอบรมให้ความรู้กับบุคลากรของกรมให้เป็น นักวิจัย เช่น การเก็บ
ฐานข้อมูลต่างๆ ก่อนปฏิบัติ ในขณะปฏิบัติ และข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เพื่อจัดทำาฐานข้อมูลเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเกิด
การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน (Change for Good ) ซึ่งสามารถเป็นข้อมูลเชิงวิชาการที่สำาคัญของ
ประเทศ และทำาให้เกิดความหนักแน่นในการสร้างความมั่นใจสำาหรับการขยายผลในการดำาเนินการโครงการพัฒนา
พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้เต็มพื้นที่ทั่วประเทศ
้
ั
ื
ี
ี
ี
ุ
ุ
อกด้วย นอกจากนเน่องในโอกาสครบรอบ 60ป กรมการพฒนาชมชน ในป พ.ศ.2565 กรมการพัฒนาชมชนจะ
ี
กลายเป็น หนึ่งเดียวในโลก ที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้รวมหลักทฤษฎีมากกว่า 40 ทฤษฎี รวมเป็นหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์
สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ ในจังหวัดนครนายก โดยมีสถาบันการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงาน
หลักในการขับเคล่อนร่วมกับภาคการศึกษา โดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพ่อจัดต้ง
ั
ื
ื
มหาวิทยาลัยเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้หลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์แห่งแรกของโลกต่อไป”
ุ
่
่
ี
้
ั
ุ
ี
้
้
้
ั
ี
“ในทายน กรมการพฒนาชมชน กระทรวงมหาดไทย ขอขอบคณทกทาน ทไดสรางคณงามความดใหกบกรมการ
้
ุ
ุ
ื
ื
ู
พัฒนาชุมชนและประชาชนในหม่บ้าน ตาบลมาอย่างต่อเน่อง ยาวนาน และขอแสดงความช่นชมยินดีกับข้าราชการ
ำ
ดีเด่นทุกท่าน ที่ได้ช่วยกันปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ ตามที่ได้รับมอบหมายจนประสบผลสำาเร็จ เป็นที่ยอมรับของ
ื
ื
เพ่อนร่วมงานและผ้บังคับบัญชาการประกาศเกียรติคุณในวันน้ จึงถือได้ว่าท่านเป็นผ้หน่งท่ได้สร้างช่อเสียงให้กับ
ู
ี
ู
ี
ึ
กรมการพัฒนาชุมชนจนเป็นที่รู้จักยอมรับของบุคคลทั่วไป และหน่วยงานต่าง ๆ จึงขอให้ผลของการปฏิบัติดีนี้ครั้ง
นี้ขยายผลต่อไป” อธิบดี พช.กล่าว
159
23 กันยายน 2563
อธิบดี พช. เน้นย้ำาการน้อมนำาหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่
“โคก หนอง นา โมเดล” ขับเคลื่อนงานบำาบัดทุกข์ บำารุงสุขประชาชน
สู่เป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนมีความสุขอย่างยั่งยืน
26 กันยายน 2563
162
26 กันยายน 2563
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นวิทยากร
บรรยายหัวข้อ “การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก
หนอง นา โมเดล” ในโครงการศึกษาอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เพื่อมุ่งสู่
ความเป็นเลิศ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยเป็นกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ที่ปรึกษากระทรวง
ผู้ตรวจราชการกระทรวง รองอธิบดี รองผู้ว่าราชการจังหวัด จำานวน 39 คน ณ ห้องศุภมิตร โรงแรมรอยัลปริ๊น
เซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุม กล่าวในการบรรยายว่า กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจท ่ ี
ี
ั
เก่ยวข้องกับความเป็นอย่ของประชาชน ท้งการส่งเสริมอาชีพ ความม่นคงทางเศรษฐกิจ โดยแยกเป็น 2 ขา คือ การ
ู
ั
ทำามาหากิน ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มผลิต OTOP สัมมาชีพชุมชน โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล รวมไปถึงโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อีกขา
หนึ่ง คือ ทุนชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนแก้ไขปัญหาความยากจน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนพัฒนาบทบาท
สตรีที่มีสมาชิกกว่า 14 ล้านคน และบริษัท ประชารัฐรักสามััคคี จำากัด โดยทั้ง 2 ขานี้ มีมวลชนที่รองรับ คือ ผู้นำา
อาสาพัฒนาชุมชน ผู้นำาสตรี ภาคีเครือข่ายที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน OTOP Trader งานของกรมการพัฒนาชุมชน
เป็นงานสำาคัญ โดยมีวรรคทอง 2 วรรค วรรคแรกของผู้ใหญ่เก่า ๆ ในกระทรวงมหาดไทยว่า “งานของกรมการ
พัฒนาชุมชน ตรงกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงมหาดไทยที่ว่า บำาบัดทุกข์ บำารุงสุข มากกว่าทุกกรม” และของท่านพล
เอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า “ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนเป็นข้าราชการที่คุย
กับชาวบ้านรู้เรื่องมากกว่าทุกกระทรวงทบวงกรม มีนัยนะชาวบ้านให้ความเชื่อถือข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน
ั
ู
ี
งานของเราเป็นงานท่ได้บุญ ท้งบุญกุศล แล้วก็บุญคุณ จึงขอให้ท่านผ้ว่าราชการจังหวัดได้ช่วยดูแลนาการขับเคล่อน
ำ
ื
ด้วย และในปีนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้ใช้ประโยชน์ จากการจัดเก็บข้อมูลจปฐ. ที่ดีมากกว่าเก่า สามารถใช้
เป็นลายแทงในการที่จะลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สะดวกง่ายกว่าในอดีต เพราะว่าปีนี้จะ
เป็นระบบดิจิตอลในการจัดเก็บ เราใช้คำาว่า Smart survey ในการประมวล มีการอัพเดท แล้วก็มีการรวบรวมส่ง
ข้อมูลให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป ในส่วนของภารกิจสำาคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ก็ยังมีอีกเยอะ ซึ่งถือว่า
มีศักยภาพที่จะส่งเสริมบทบาทภารกิจของผู้ว่าราชการจังหวัดได้
สำาหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา
โมเดล กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำาเนินงานมาตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งกรมฯ เป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจ
ี
่
็
ี
ู
ำ
้
ำ
ั
ั
่
พอเพียงอย่แลว ทามาแล้วเกินกวา 15 ปี มหมบ้านตนแบบ มผ้นาทเปนแกนหลัก แต่ยงไมติดตลาด จึงได้นอมนาหลก
้
ี
่
ำ
้
ู
่
ู
ทฤษฎีใหม่กว่า 40 ทฤษฎี ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ด้วยความ
ื
ั
เช่อม่นว่า หลักทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหนทางท่จะทาให้ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤตและ
ำ
ี
เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยพัฒนาผู้นำาต้นแบบแล้ว 1,500 คน และพัฒนาพื้นที่ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ทั้ง
11 แห่ง ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ที่ตั้งอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และขณะนี้กรมฯ ได้รับอนุมัติเพื่อใช้เงินกู้เพื่อกระตุ้น
เศรษฐกิจภายหลังวิกฤติโควิดจำานวน 4,700 กว่าล้านบาท เพื่อดำาเนินโครงการในพื้นที่ 25,179 แปลง ใน 73 จังหวัด
163
26 กันยายน 2563
164
26 กันยายน 2563
และกำาลังจะขอในระยะทั้ง 2 อีกประมาณ 14,000 กว่าครัวเรือน โดยประยุกต์ใช้หลักทฤษฎีใหม่ประมาณ 15 ทฤษฎี
เช่น ใช้อธรรมปราบอธรรม การปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง หลุมขนมครก การห่มดิน เป็นต้น
ู
โครงการน้เรียกว่าพัฒนาพ้นท่พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์ส่ โคก หนอง นา โมเดล ม ี
ี
ื
ี
้
้
ั
ั
่
ี
่
ื
ื
ี
่
่
่
่
ี
ี
ิ
ี
ุ
์
ุ
็
แนวทางในการพฒนาพนท เพอเปาหมายการพฒนาคณภาพชวตคน เปนการประยกตทฤษฎใหมทมอยูกวา 40
ทฤษฎี ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” เพราะเป็นภาษาชาวบ้าน เข้าใจได้ง่าย โครงการนี้ ยึดหลักเรื่องของคนเป็น
สำาคัญ กรมฯ ไม่ได้ทำาคนเดียว มีการลงนาม MOU มีภาคีเครือข่าย มีการจับมือกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติมาบ
เอื้อง ที่ก่อตั้งโดย ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำาธร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) การไฟฟ้า
ฝ่ายผลิต มหาวิทยาลัยแม่โจ้ Earth Safe และอีกหลายหน่วยงาน เพื่อ “คิดการใหญ่” เอามาเผยแพร่ให้คนทำาให้ได้
เพราะตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงของชีวิต สิ่งแวดล้อม ความอุดมสมบูรณ์ ท้ายที่สุดคือ ประชาชนมั่งคั่ง เข้มแข็งได้
อย่างยั่งยืน ภาพสุดท้ายคือ การมีมหาวิทยาลัยทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ
อีกท้ง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าพระเจ้าอย่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ภาพวาดฝ ี
ั
ู
พระหัตถ์ที่เกี่ยวข้องกับ โคก หนอง นา โมเดล หลายครั้ง และพระราชทานโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำาใจและ
ความหวัง ให้กรมราชทัณฑ์ฝึกอบรมผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก เป็นเครื่องบ่งชี้สำาคัญ
ู
ำ
กราบเรียนท่านผ้ว่าฯ ให้นาไปใช้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หัวฯ เป็นเคร่องยืนยันว่า พระองค์ท่านได ้
ื
ู
ทำาตามพระปฐมบรมราชโองการที่ประกาศต่อมหาสมาคมและพสกนิกรชาวไทยว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อย
อด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการทรง
งานเพื่อจะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำาริ และแนวพระราชดำาริต่าง ๆ ในพระบาท
สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร การต่อยอด คือ การพัฒนา ปรับปรุง
ำ
ู
ึ
ู
ำ
แต่ยืนอย่บนพ้นฐานเดิม ซ่งกรมการพัฒนาชุมชนจะดาเนินสนองแนวพระราชดาริการคืนคนดีส่สังคมด้วยการเปิด
ื
โอกาสให้ผู้ผ่านหลักสูตรโคกหนองนาแห่งน้ำาใจและความหวังโครงการพระราชทานแก่กรมราชทัณฑ์ดังกล่าว สมัคร
เข้าทำางานเพื่อพัฒนาตนเองในศูนย์เรียนรู้ตำาบลและฝากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเป็นธุระดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ให้
เป็นคนดีของสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป
ทฤษฎีใหม่ มี 9 ขั้น คือ พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น แล้วมีการทำาบุญ ทำาทาน มีการเก็บ ทั้งการเก็บแบบ
ตรง ๆ และการแปรรูป การถนอมอาหารต่าง ๆ เมื่อเหลือเก็บก็ขาย ส่วนขั้นสุดท้ายคือการรวมกลุ่ม เป็นเครือข่าย
การรวมกลุ่มอาชีพ และต่อยอดเป็นบริษัทประชารัฐได้ อธิบดี พช.กล่าว
ิ
และได้กล่าวท้งท้ายว่า “ขอเป็นกาลังใจให้ทุกท่าน ได้ประสบความสาเร็จในการทางาน ส่งสาคัญคือต้องใกล ้
ำ
ำ
ำ
ิ
ำ
ชิดชาวบ้าน ต้องเข้าถึงชาวบ้านหรือชาวบ้านเข้าถึงเรา ถึงแม้ภารกิจท่านจะเยอะ แต่อย่าทิ้งพื้นที่ ไปเยี่ยมแบบเป็น
ทางการบ้างไม่เป็นทางการบ้าง ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดปลอดภัย”
165
26 กันยายน 2563
พช. และ อพ.สธ. จับมือขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน
เนื่องมาจากพระราชดำาริฯ เพื่อน้อมนำาพระราชดำาริไปสู่การปฏิบัติ
รักษาภูมิปัญญาและอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป
29 กันยายน 2563
168
29 กันยายน 2563
เมื่อวันที่ 29 กันยาน 2563 เวลา 10.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และ นายพร
ชัย จุฑามาศ รองผู้อำานวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราช
สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ร่วมประชุมคณะกรรมการดำาเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่อง
มาจากพระราชดำาริฯ กรมการพัฒนาชุมชน โดยมี นายกองตรีธงชัย สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ที่ปรึกษาโครงการ
อพ.สธ. นายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ เลขานุการ
คณะกรรมการโครงการ อพ.สธ. และคณะกรรมการดำาเนินโครงการฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 5001 ชั้น 5
กรมการพัฒนาชุมชน
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(อพ.สธ.) ได้ดำาเนินมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำาคัญของ
พันธุกรรมพืชต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ก่อให้เกิดกิจกรรมร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ ที่นำาผลประโยชน์มาถึงประชาชน
ั
ื
ชาวไทย ตลอดจนให้มีการจัดทาระบบข้อมูลพันธุกรรมพืชให้แพร่หลายสามารถส่อถึงกันได้ท่วประเทศ ภายใต้ 3
ำ
ฐานทรัพยากร ได้แก่ ทรัพยากรชีวภาพ ทรัพยากรกายภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ใน 3 กรอบ
การดำาเนินงาน คือ กรอบการเรียนรู้ทรัพยากร กรอบการใช้ประโยชน์ และกรอบการสร้างจิตสำานึก และในเดือน
ำ
มิถุนายน 2560 กรมการพัฒนาชุมชนได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าร่วมสนองพระราชดาริโครงการอนุรักษ ์
พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
ในการประชุมครั้งนี้ เป็นการรายงานผลการดำาเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา และประสานการจัดทำาแผนงานและ
การดำาเนินโครงการ เพื่อพิจารณาร่างแผนแม่บทโครงการนอุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริฯ กรม
การพัฒนาชุมชน ปี 2565-2569 ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทโครงการฯ ระยะ 5 ปีที่เจ็ด (1 ตุลาคม 2564 – 30
กันยายน 2569) และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
นายพรชัย จุฑามาศ รอง ผอ.โครงการ อพ.สธ. กล่าวว่า ดีใจที่กรมการพัฒนาชุมชน ทำางานที่สอดคล้องกัน
เมื่อปี 2561 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งมาว่า “ให้
่
้
ื
ั
ุ
ิ
่
ิ
ำ
ำ
ี
ู
่
็
่
้
้
ู
่
ิ
ดาเนนการไปสงานปกตของทกหนวยงาน” นนคอ ใหเอางานททาอยแลวเปนงานสนองพระราชดารได งานของ
ำ
ี
ี
ู
อพ.สธ. เป็นงานท่สืบทอดงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หัวฯ รัชกาลท่ 9 ในการรักษาฐานทรัพยากรของประเทศ
ที่จะนำาไปสู่เศรษฐกิจพอเพียง นั่นคือการพึ่งตนเองได้ ซึ่งต้องมีทรัพยากรที่เป็นกายภาพ ดิน น้ำา พลังงาน ชีวภาพ
คือ พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และเรื่องของวัฒนธรรมภูมิปัญญา วิถีชีวิตของเรา ขนมธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นเรื่องของภูมิ
ั
่
้
ี
ั
ั
ั
สงคม การอนรักษทรพยากรนน ไมเฉพาะทรพยากรกายภาพและทรพยากรชวภาพเทานน ทรพยากรทางวฒนธรรม
ั
่
ั
้
์
ุ
ั
ั
ภูมิปัญญา ก็เป็นสมบัติที่ต้องรัก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ให้เกิดประโยชน์ได้ ในแผนปฏิรูปประเทศในการอนุรักษ์
ำ
ั
ำ
ั
ำ
ิ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม กาหนดให้มีศูนย์อนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรท้องถ่นตาบลทุกตาบลท่วประเทศ น่น
ิ
ู
ี
ำ
คือ มีศูนย์ข้อมูลอย่ท่ตาบล เพราะท้องถ่นก็เหมือนประเทศเล็ก ๆ ประเทศหน่งท่สามารถบริหารตัวเองได้ เป็นหน้าท ่ ี
ึ
ี
ิ
ของกระทรวงมหาดไทย อพ.สธ.จะช่วยในเรื่องวิชาการให้ มหาดไทย 4.0 จะต้องมีฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ทั้ง
จากแผนพัฒนาท้องถิ่น แผนพัฒนาจังหวัด รวมทั้งฐานข้อมูล OTOP จากกรมการพัฒนาชุมชน
169
29 กันยายน 2563
170
29 กันยายน 2563
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนได้กล่าวในการประชุมว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนำา
แนวพระราชดำาริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยใน
รอบปีที่ผ่านมาได้น้อมนำาแนวพระราชดำาริโครงการบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง มาขับเคลื่อนช่วงโควิดเป็นแผนปฏิบัติ
การ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และขับเคลื่อนระยะที่ 2 ทำาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง
ี
ึ
ี
ึ
ั
ี
วัฒนธรรมการปลูกผักสวนครัวสร้างความม่นคงทางอาหาร ซ่งในโครงการน้มีตัวช้วัดท่เป็นเลเยอร์ส่วนหน่งของ
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ เพราะมี KPI ในโครงการว่า แต่ละหมู่บ้านต้องปลูกอย่างน้อย 10-20 ชนิด และ
ื
ื
ี
ำ
ื
ุ
ั
เป็นชุมชนเอ้อเฟื้อเก้อกูลกันด้วยการจัดต้งธนาคารเมล็ดพันธ์พืช อย่ในความต้งใจท่นาเร่องการสร้างวัฒนธรรมปลูก
ู
ั
พืชผักสวนครัวที่ตั้งเป้าไว้ที่ 12 ล้านครัวเรือน ให้เป็นหนึ่งในใต้ร่มของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และเรื่องที่สอง
กรมการพัฒนาชุมชนได้น้องนาแนวพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หัวฯ เร่องทฤษฎีใหม่ ประยุกต์ส่ “โคก
ำ
ำ
ู
ู
ื
หนอง นา โมเดล” เพื่อของบเงินกู้กระตุ้นเศรษฐกิจ ดำาเนินการในพื้นที่ 25,179 ครัวเรือน และงบปี 2563 ได่ดำาเนิน
การไปแล้ว 1,500 ครัวเรือน รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน อีก 11 ศูนย์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ
โดยครัวเรือนเหล่านี้และศูนย์ทั้ง 11 ศูนย์ จะกลายเป็นผู้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระ
ราชดำาริฯ เพื่อจะได้รวบรวมต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์เพื่อจำาหน่ายจ่ายแจกให้ประชาชน เรื่องที่สาม คือ ในโอกาสที่กรม
การพัฒนาชุมชนครบรอบ 60 ปี ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 กรมฯ จะพัฒนาปรับปรุงศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชของ
ั
ู
ี
กรมการพัฒนาชุมชนให้มีความสมบูรณ์ เข้มแข็ง และย่งยืน เป็นศูนย์เรียนร้ให้กับพ่น้องประชาชนอย่างสมบูรณ์แบบ
เพิ่มมากขึ้น เรามีเป้าใหญ่ที่ว่า ครบ 60 ปี กรมการพัฒนาชุมชน ทุกตำาบลจะให้มีศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืช และ
ื
ื
พยายามกระจายไปให้ครบทุกหม่บ้าน โดยการทาอย่างต่อเน่องเพ่อเป็นพลังสร้างวัฒนธรรมปลูกพืชผักสวนครัว
ำ
ู
เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทุกหมู่บ้านจะมีธนาคารเมล็ดพันธุ์พืช สร้างสังคมแห่งการเกื้อกูล พึ่งพาตนเองได้
“ขอให้คณะกรรมการโครงการฯ ได้ปรับปรุงร่างแผนแม่บทตามคำาแนะนำาและข้อเสนอของ รองผู้อำานวยการโค
รงการฯ อพ.สธ. และให้ไปพิจารณางานที่เกื้อกูลกันกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ที่สำาคัญคือ โครงการพัฒนา
พื้นที่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ช่วยทำาให้ชัดเจนในเรื่องการ
่
ื
อนุรักษ์พันธุกรรมพชด้วย และการบูรณาการภาคีเครือข่ายก็เป็นเร่องใหญ่ เชน ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ให้
ื
MOU กับโรงเรียนในพื้นที่เพื่อศึกษาและจัดให้มีกิจกรรมในศูนย์ฯ หรือจับคู่กับท้องถิ่นทำางานร่วมกัน อยากเห็นทุก
ศูนย์ฯ มีธนาคารเมล็ดพันธุ์และกล้าไม้ที่เก็บโดยคนของเราที่อยู่ในตำาบลหมู่บ้าน สมาชิกภาคีเครือข่ายของเรา ช่วย
กันรวบรวมให้มีสายพันธ์เยอะ ๆ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ุ
ื
ั
ี
ำ
ทรงเล็งเห็นความสาคัญว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นมรดก เป็นทรัพย์สินของคนไทย เร่องน้เป็นความม่นคง
ของชาติ เป็นหมุดที่ปักลงในแผนที่โลกว่าเรามีพันธุกรรมพืชอะไรอยู่ในแผ่นดินไทย ขอให้พวกเราช่วยกันทำาให้เต็มที่
ทำาหน้าที่ของเราให้ดี น้อมนำาพระราชดำารัสใส่เกล้าใส่กระหม่อมเพื่อทำาให้พระราชประสงค์ของพระองค์ท่านซึ่งมีนัย
ยะส่งถึงความสุขของชาวบ้านให้เป็นเป็นจริง” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวทิ้งท้าย
171
29 กันยายน 2563