แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ รหัสวิชา ๓๐๑๐๕ - ๑๐๐๓ วิชาวงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช ๒๕๖๓ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม จัดท าโดย นายวุฒิพงศ์ เปลือยศรี สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ค าน า แผนการสอน วิชาวงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค รหัส ๓๐๑๐๕-๑๐๐๓ เล่มนี้เรียบเรียงขึ้น ตามมาตราฐานการเรียนรู้ และค าอธิบายรายวิชาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช ๒๕๖๓ เนื้อหาในเล่มประกอบไปด้วย ๖ หน่วยการสอน ผู้จัดท าหวังว่าแผนการสอนเล่มนี้จะเป็น ประโยชน์แก่ครูผู้สอนในรายวิชานี้ และนักเรียน-นักศึกษา สมดังเจตนารมณ์ของผู้เรียบเรียง หากมีข้อผิดพลาด ข้อเสนอแนะประการใด ผู้เรียบเรียงยินดีรับไว้ด้วยความขอบคุณ ลงชื่อ........................................................ (นายวุฒิพงศ์ เปลือยศรี) สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ สารบัญ หน้า ค านิยม ค าน า สารบัญ แผนการสอนรายวิชา รายชื่อหน่วยการสอน แผนการสอน หน่วยที่ ๑ หัวข้อเรื่องและงาน สาระส าคัญ สมรรถนะที่พึงประสงค์ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการสอน การประเมินผล แบบฝึกหัด / ค าถาม / ปัญหา แบบทดสอบ / แบบสังเกต / แบบประเมินผลงาน บันทึกหลังการสอน แผนการสอน หน่วยที่ ๒
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ลักษณะรายวิชา รหัสวิชา ๓๐๑๐๕-๑๐๐๓ ชื่อวิชา วงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค . หน่วยกิต (ท-ป-น) ๒-๓-๓ เวลาเรียนต่อภาค ๙๐ ชั่วโมง รายวิชาตามหลักสูตร จุดประสงค์รายวิชา ๑. เข้าใจพื้นฐานของรูปสัญญาณแบบต่างๆ และการแปลงรูปสัญญาณไฟฟ้า ๒. เข้าใจเกี่ยวกับการท างานของวงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค ๓. มีทักษะในการประกอบ และทดสอบวงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค ๔. มีกิจนิสัยในการท างานด้วยความประณีต รอบคอบและปลอดภัย สมรรถนะรายวิชา ๑. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานวงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค ๒. ประกอบและทดสอบวงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค ค าอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ค่าพารามิเตอร์ วงจรลดรูปสัญญาณ วงจรแปลงรูป สัญญาณ ดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ อินทิเกรเตอร์ คลิปเปอร์ แคลมเปอร์ ทรานซิสเตอร์ สวิตช์ ชมิตต์ทริกเกอร์ มัลติไวเบรเตอร์ ฟลิปฟลอบแบบต่างๆ การก าเนิดสัญญาณ การซิงโครไนซ์ และไดอะแกรมเวลา ประกอบ และทดสอบวงจรต่างๆ ในงานพัลส์และดิจิทัลเทคนิค
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ตารางวิเคราะห์หลักสูตร รหัสวิชา ๒๐๑๐๕-๒๐๐๖ ชื่อวิชา วงจรพัลส์และสวิตชิ่ง . ชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๑ สาขาวิชา อิเล็กทรอนิกส์ , หมายเหตุ ระดับพุทธิพิสัย ๑ = ความจ า ๒ = ความเข้าใจ ๓ = การน าไปใช้ ๔ = การวิเคราะห์ ๕ = การสังเคราะห์ ๖ = ประเมินค่า ระดับทักษะพิสัย ๑ = การเลียนแบบ ๒ = ท าตามแบบ ๓ = ความถูกต้องตามแบบ ๔ = การกระท าอย่างต่อเนื่อง ๕ = การท าจนเคยชิน ระดับจิตพิสัย ๑ = การเรียนรู้ ๒ = การตอบสนอง ๓ = การสร้างคุณค่า ๔ = การจัดระบบ ๕ = การสร้างลักษณะนิสัย พฤติกรรม ชื่อหน่วย พุทธิพิสัย ทักษะพิสัย จิตพิสัย รวม ล าดับความส าคัญ ความรู้ จ านวนคาบ ความข้าใจ น าไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า ๑. รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๒ ๒ ๒ ๖ ๔ ๑๖ ๔ ๑๒ ๒. อินทิเกรเตอร์, ดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และคลิป เปอร์ ๒ ๒ ๒ ๘ ๔ ๑๘ ๑ ๑๒ ๓. แคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริก เกอร์ ๔ ๒ ๒ ๖ ๔ ๑๘ ๒ ๑๒ ๔. อะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๔ ๒ ๒ ๖ ๔ ๑๘ ๓ ๑๒ ๕. ลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๒ ๒ ๒ ๘ ๒ ๑๖ ๕ ๑๒ ๖. ฟลิปฟลอป ๒ ๒ ๒ ๖ ๒ ๑๔ ๖ ๑๒ รวม ๑๖ ๑๒ ๑๒ ๔๐ ๒๐ ๑๐๐ ๗๒ ล าดับความส าคัญ ๒ ๓ ๖ ๕ ๕ ๑
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ สมรรถนะประจ าหน่วย รหัสวิชา ๒๐๑๐๕-๒๐๐๖ ชื่อวิชา วงจรพัลส์และสวิตชิง (ท-ป-น) ๑-๓-๒ , จ านวน ๗๒ ชั่วโมง/ภาคเรียน จ านวน ๖ หน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะประจ าหน่วย จ านวนชั่วโมง ๑ รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๑. วาดรูปคลื่นสัญญาณไฟฟ้าแต่ละชนิด อย่างถูกต้องเหมาะสม ๒. บอกค่าพารามิเตอร์ของรูปคลื่นพัลส์แต่ ละค่าอย่างถูกต้องชัดเจน ๓. น ารูปคลื่นสัญญาณไฟฟ้าไปใช้งานอย่าง เหมาะสมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๑๒ ๒ อินทิเกรเตอร์, ดิฟเฟอร์เรนชิเอ เตอร์ และคลิปเปอร์ ๑. ทดสอบการท างานของวงจร RC อินทิเกร เตอร์อย่างถูกต้อง ๒. ประกอบวงจร RC ดิฟเฟอเรนชิเอเตอร์ ไปใช้ งานอย่างถูกต้อง ๓. จัดวงจรท างาน RC อินทิเกรเตอร์ และ RC ดิฟเฟอเรนชิเอเตอร์อย่างเหมาะสมตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๔. อธิบายวิธีใช้วงจรคลิปเปอร์แบบไดโอด ต่ออนุกรมแบบต่างๆ อย่างละเอียดถูกต้อง ๑๒ ๓ แคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ ๑. อธิบายการท างานของวงจรแคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ได้ ๒. บอกหลักการท างานของวงจรแคลมเปอร์ , ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ได้ ๓. เลือกชนิดของวงจรแคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ ๑๒ หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะประจ าหน่วย จ านวนชั่วโมง ๔ อะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, โม โนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๑. อธิบายการท างานของวงจรอะสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบร เตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ ๑๒
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๒. บอกหลักการท างานของวงจรอะสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบร เตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ ๓. เลือกชนิดของวงจรวงจรอะสเตเบิลมัลติ ไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ ๕ ลอจิกเกตและการก าเนิด สัญญาณ ๑. แสดงความรู้เกี่ยวกับลอจิกเกตและการ ก าเนิดสัญญาณได้ ๒. อธิบายการท างานของลอจิกเกตและการ ก าเนิดสัญญาณได้ ๑๒ ๖ ฟลิปฟลอป ๑. เลือกฟลิปฟลอปแต่ละชนิดไปใช้งาน อย่างเหมาะสม ๒. อธิบายการท างานของฟลิปฟลอปได้ ๑๒ สอบปลายภาค ๔ รวม ๑๐๐ ก าหนดการสอนรายสัปดาห์ รหัสวิชา ๒๐๑๐๕-๒๐๐๖ ชื่อวิชา วงจรพัลส์และสวิตชิง จ านวน ๔ ชั่วโมง/สัปดาห์ สัปดาห์ ที่ ชั่วโมงที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ รายการสอน ค่าคะแนน ประจ าหน่วย ๑ - ๓ ๑ - ๑๒ รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๑. รูปคลื่น และสัญญาณไฟฟ้า ๒. ค่าพารามิเตอร์ของรูปคลื่นพัลส์ ๓. การน ารูปคลื่นสัญญาณไฟฟ้าไปใช้งาน ๑๕ ๔ - ๖ ๑๓-๒๔ อินทิเกรเตอร์, ดิฟเฟอร์เรนชิเอ เตอร์ และคลิปเปอร์ ๑. การท างานของวงจร RC อินทิเกรเตอร์ ๒. การประกอบวงจร RC ดิฟเฟอเรนชิเอเตอร์ ๓. วงจร RC อินทิเกรเตอร์ ๑๔
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๔. วงจร RC ดิฟเฟอเรนชิเอเตอร์ ๕. วงจรคลิปเปอร์ ๗ - ๙ ๒๕-๓๖ แคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ ๑. วงจรแคลมเปอร์ ๒. วงจรทรานซิสเตอร์สวิต ๓. วงจรชมิตต์ทริกเกอร์ ๑๔ ๑๐-๑๒ ๓๖–๔๘ อะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, โม โนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๑. วงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๒. วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๓. วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๑๓ ๑๓-๑๕ ๔๙-๖๐ ลอจิกเกตและการก าเนิด สัญญาณ ๑. ลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๒. การท างานของลอจิกเกตและการก าเนิด สัญญาณ ๑๒ ๑๖-๑๗ ๖๑-๖๘ ฟลิปฟลอป ๑. ฟลิปฟลอป ๒. ท างานของฟลิปฟลอป ๑๒ ๑๘ ๖๙-๗๒ สอบปลายภาค ๒๐ รวม ๑๐๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ ๑-๓ ชื่อหน่วย รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ชื่อเรื่อง รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า เวลา ๑๕ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ๑. สาระส าคัญ สัญญาณไฟฟ้ามีหลายชนิด แต่ละชนิดก็เกิดขึ้นมาจากแหล่งก าเนิดที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย ฟังก์ชันต่าง ๆ หลายฟังก์ชันรวมกัน ที่เรียกว่า ฟังก์ชันสัญญาณไฟฟ้า เช่น ฟังก์ชันขั้นบันได ฟังก์ชันลาด เอียง ฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล ซึ่งเมื่อน าฟังก์ชันต่าง ๆ มารวมกันจะได้รูปคลื่นสัญญาณ เช่น รูปคลื่น สี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปคลื่นพัลส์ รูปคลื่นสามเหลี่ยม รูปคลื่นฟันเลื่อย รูปคลื่นอินทิเกรต รูปคลื่นดิฟเฟอเรน ชิเอต ยกเว้นรูปคลื่นไซน์ จะเป็นคลื่นที่เกิดจากแหล่งก าเนิดสัญญาณต่าง ๆ ทางธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีค่าพารามิเตอร์ที่เราจ าเป็นจะต้องรู้ ส าหรับรูปคลื่นพัลส์ทางทฤษฎี เช่น ค่าแรงดัน ไฟฟ้าสูงสุดของพัลส์ (Peak Voltage : VP) ค่าขอบขาขึ้น (Rise Time: tr) ค่าขอบขาลง (Fall Time : tf) ช่วงเวลาที่เกิดพัลส์(Time Pulse : tP) ช่วงเวลาที่ไม่เกิดพัลส์(Time Space : tS) ช่วงความถี่การเกิดพัลส์ ซ้ า (Pulse Repetition Frequency : prf) และช่วงเวลาการเกิดพัลส์ซ้ า (Pulse Repetition Time : prt) และค่าพารามิเตอร์ส าหรับรูปคลื่นพัลส์ทางปฏิบัติบางค่าที่เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น ความกว้างของพัลส์ (Pulse Width : PW) ค่าแรงดันเฉลี่ยของคลื่นพัลส์(Average Voltage : Eav ) ค่าความลาดเอียงของพัลส์ (Fractional Tilt : Ft) ๒. สมรรถนะประจ าหน่วย ๑) วาดรูปคลื่นสัญญาณไฟฟ้าแต่ละชนิดอย่างถูกต้องเหมาะสม ๒) บอกค่าพารามิเตอร์ของรูปคลื่นพัลส์แต่ละค่าอย่างถูกต้องชัดเจน ๓) ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมที่พึงประสงค์คือ ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป ๑) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าชนิดต่างๆ ๒) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑) เพื่อให้มีทักษะในการประยุกต์ใช้งานรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๒) อธิบายองค์ประกอบของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าได้ ๓) เปรียบเทียบหน้าที่ความแตกต่างของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าได้ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓ ห่วง ๑) พอประมาณ ผู้เรียนใช้เวลาในการปฏิบัติงานและการทดลองตามเวลาที่กาหนด ๒) มีเหตุผล ผู้เรียนเลือกใช้เครื่องมือในการทดลอง และตรวจสอบสมมติฐานได้อย่าง เหมาะสม
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๓) มีภูมิคุ้มกัน ผู้เรียนมีการวางแผนการปฏิบัติการทดลองอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง ๒ เงื่อนไข ๑) ความรู้ ๑.๑) รอบรู้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าชนิดต่างๆ และคุณสมบัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๑.๒) รอบคอบ ผู้เรียนมีเหตุผล และความรอบคอบในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือ ปฏิบัติ ๑.๓) ระมัดระวัง ผู้เรียนใช้ความระมัดระวังในการใช้ความรู้ ทฤษฎี และลงมือปฏิบัติงาน ๒) คุณธรรม ๒.๑) ผู้เรียนนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติงาน ๒.๒) ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในการเรียนรู้อย่างประหยัด และคุ้มค่า การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา ไม่มี ๔. สาระการเรียนรู้ สัญญาณไฟฟ้ามีหลายชนิด แต่ละชนิดก็เกิดขึ้นมาจากแหล่งก าเนิดที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย ฟังก์ชันต่าง ๆ หลายฟังก์ชันรวมกัน ที่เรียกว่า ฟังก์ชันสัญญาณไฟฟ้า เช่น ฟังก์ชันขั้นบันได ฟังก์ชันลาด เอียง ฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล ซึ่งเมื่อน าฟังก์ชันต่าง ๆ มารวมกันจะได้รูปคลื่นสัญญาณ เช่น รูปคลื่น สี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปคลื่นพัลส์ รูปคลื่นสามเหลี่ยม รูปคลื่นฟันเลื่อย รูปคลื่นอินทิเกรต รูปคลื่นดิฟเฟอเรน ชิเอต ยกเว้นรูปคลื่นไซน์ จะเป็นคลื่นที่เกิดจากแหล่งก าเนิดสัญญาณต่าง ๆ ทางธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีค่าพารามิเตอร์ที่เราจ าเป็นจะต้องรู้ ส าหรับรูปคลื่นพัลส์ทางทฤษฎี เช่น ค่าแรงดัน ไฟฟ้าสูงสุดของพัลส์ (Peak Voltage : VP) ค่าขอบขาขึ้น (Rise Time: tr) ค่าขอบขาลง (Fall Time : tf) ช่วงเวลาที่เกิดพัลส์(Time Pulse : tP) ช่วงเวลาที่ไม่เกิดพัลส์(Time Space : tS) ช่วงความถี่การเกิดพัลส์ ซ้ า (Pulse Repetition Frequency : prf) และช่วงเวลาการเกิดพัลส์ซ้ า (Pulse Repetition Time : prt) และค่าพารามิเตอร์ส าหรับรูปคลื่นพัลส์ทางปฏิบัติบางค่าที่เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น ความกว้างของพัลส์ (Pulse Width : PW) ค่าแรงดันเฉลี่ยของคลื่นพัลส์(Average Voltage : Eav ) ค่าความลาดเอียงของพัลส์ (Fractional Tilt : Ft) ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการท าโครงงานก่อนการเรียนรู้ สัญญาณไฟฟ้ามีหลายชนิดแต่ละชนิดก็เกิดขึ้นมาจากแหล่งก าเนิดที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย ฟังก์ชันต่าง ๆ หลายฟังก์ชันรวมกัน ที่เรียกว่า ฟังก์ชันสัญญาณไฟฟ้า เช่น ฟังก์ชันขั้นบันได ฟังก์ชันลาด เอียง ฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล ซึ่งเมื่อน าฟังก์ชันต่าง ๆ มารวมกันจะได้รูปคลื่นสัญญาณ เช่น รูปคลื่น สี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปคลื่นพัลส์ รูปคลื่นสามเหลี่ยม รูปคลื่นฟันเลื่อย รูปคลื่นอินทิเกรต รูปคลื่นดิฟเฟอเรน ชิเอต ยกเว้นรูปคลื่นไซน์ จะเป็นคลื่นที่เกิดจากแหล่งก าเนิดสัญญาณต่าง ๆ ทางธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีค่าพารามิเตอร์ที่เราจ าเป็นจะต้องรู้ ส าหรับรูปคลื่นพัลส์ทางทฤษฎี เช่น ค่า แรงดัน ไฟฟ้าสูงสุดของพัลส์ (Peak Voltage : VP) ค่าขอบขาขึ้น (Rise Time: tr) ค่าขอบขาลง (Fall Time : tf) ช่วงเวลาที่เกิดพัลส์(Time Pulse : tP) ช่วงเวลาที่ไม่เกิดพัลส์(Time Space : tS) ช่วงความถี่
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ การเกิดพัลส์ซ้ า (Pulse Repetition Frequency : prf) และช่วงเวลาการเกิดพัลส์ซ้ า(Pulse Repetition Time : prt) และค่าพารามิเตอร์ส าหรับรูปคลื่นพัลส์ทางปฏิบัติบางค่าที่เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น ความกว้าง ของพัลส์ (Pulse Width : PW) ค่าแรงดันเฉลี่ยของคลื่นพัลส์(Average Voltage : Eav ) ค่าความลาด เอียงของพัลส์ (Fractional Tilt : Ft) ๒) ขั้นกระตุ้นความสนใจ ครูเตรียมกิจกรรมที่จะกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการแบ่ง กลุ่มการเรียนรู้ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน เพื่อท ากิจกรรมในการเรียนรู้ ในแต่ละหัวข้อ เพื่อเพิ่มทักษะ การเรียนรู้ในแต่ละบทที่นักเรียนได้เรียนรู้ ๓) ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้ - ให้นักเรียนร่วมท ากิจกรรม - ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า - แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ จากใบงานเรื่อง รูปร่างสัญญาณไฟฟ้า โดยใช้เวลาตามที่ครูก าหนด ๔) ขั้นแสวงหาความรู้ ในขั้นแสวงหาความรู้มีแนวทางปฏิบัติส าหรับนักเรียนในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า นักเรียนเคยเรียนเรื่องรูปร่าง สัญญาณไฟฟ้า และนักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง โดยครูคอยสอดแทรกความรู้เพิ่มเติมให้แก่นักเรียน - นักเรียนร่วมกันเขียนรูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงงานที่ตนปฏิบัติ ๕) ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ ครูให้นักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการท ากิจกรรม โดยครูใช้ค าถาม ถาม นักเรียนน าไปสู่การสรุปสิ่งที่เรียนรู้ - ให้แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูให้ความรู้และค าแนะน าเพิ่มเติม - ให้นักเรียนสรุปผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุดบันทึก ๖) ขั้นน าเสนอผลงาน ครูให้นักเรียนน าเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัดเวลา ให้นักเรียนได้เสนอสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้น และนักเรียนอื่นๆในโรงเรียนได้ชมผลงานและ เรียนรู้กิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในการท าโครงงาน - มอบหมายให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้นอกเวลาเรียน โดยขอค าแนะน า จากครูประจ าชั้นหรือผู้ปกครองแล้วน าผลการปฏิบัติมาเสนอในคาบเรียนต่อไป บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ๖. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๖.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ - หนังสือ - ใบความรู้ ๖.๒ สื่อโสตทัศน์ - เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ - สมาร์ททีวี ๖.๓ ออนไลน์ - ห้องเรียนออนไลน์ Google Class Room หน่วยที่ ๑ เรื่องรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๗. หลักฐานการเรียนรู้ ๗.๑ ครูให้นักเรียน – นักศึกษาแบ่งกลุ่ม เพื่อศึกษาค้นคว้าตัวอย่างตามหัวข้อกิจกรรมเสนอแนะที่ ครูก าหนดให้ ๗.๒ นักเรียน-นักศึกษาอภิปรายเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมที่ครูก าหนด และสรุปผลการอภิปราย ๗.๓ ครูอธิบาย และสรุปเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมหน่วยการสอนที่ ๑ ๘. การวัดและประเมินผล ๘.๑ เครื่องมือประเมิน การจัดผลและการประเมินผลการเรียนครั้งนี้ จะแบ่งการประเมินออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) การทดสอบกลางภาคเรียนกับปลายภาคเรียน ๒) การก าหนดคะแนนระหว่างภาค กับคะแนนปลายภาคมีดังนี้ งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบปลายภาค ๑๐ คะแนน
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ จิตพิสัยและการร่วมกิจกรรม ๒๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติกลางภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติปลายภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีกลางภาคเรียน ๒๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีปลายภาคเรียน ๒๐ คะแนน ๘.๒ เกณฑ์การประเมิน ผู้สอบผ่านรายวิชานี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้ - มีเวลาเรียนไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดต่อ ๑ ภาคเรียน - งานที่มอบหมายจะต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ของคะแนนที่มอบหมาย - ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ - ผ่านเกณฑ์การสอบปฏิบัติ ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ ร้อยละ ๘๐ - ๑๐๐ ได้เกรด ๔.๐๐ ร้อยละ ๗๕ -๗๙ ได้เกรด ๓.๕๐ ร้อยละ ๗๐ -๗๔ ได้เกรด ๓.๐๐ ร้อยละ ๖๕ -๖๙ ได้เกรด ๒.๕๐ ร้อยละ ๖๐ -๖๔ ได้เกรด ๒.๐๐ ร้อยละ ๕๕ -๕๙ ได้เกรด ๑.๕๐ ร้อยละ ๕๐ -๕๔ ได้เกรด ๑.๐๐ ร้อยละ ๐ - ๔๙ ได้เกรด ๐.๐๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ ๔-๖ ชื่อหน่วย วงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ ชื่อเรื่อง วงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ๑. สาระส าคัญ เมื่อสัญญาณคลื่นที่ไม่ใช่รูปไซน์ถูกป้อนผ่านเข้าไปในวงจรประเภทเชิงเส้น (linear network) แล้วผล ที่ได้ทางเอาต์พุตจะมีลักษณะแตกต่างจากสัญญาณเดิมวงจรไฟฟ้าดังกล่าวนี้มักถูกเรียกว่า “วงจรแต่ง รูปคลื่นเชิงเส้น” (linear waveshaping circuit) ซึ่งอาจจัดแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้3 ประเภทคือ วงจรอาร์-ซี (R-C circuit) , วงจรอาร์-แอล (R-L circuit) , วงจรอาร์-แอล-ซี (R-L-C circuit) วงจรอาร์-ซี นับว่าเป็นวงจรแต่งรูปคลื่นที่ง่ายที่สุด โดยเฉพาะรูปคลื่นของแรงดันไฟฟ้าและอาจจัดวงจรได้เป็นสอง ลักษณะ คือ อาร์-ซีอินทิเกรเตอร์ (R-C integrator) และอาร์-ซีดิฟเฟอร์เรนทิเอเตอร์ (R-C differentiator) และบทนี้จะได้กล่าวถึงวงจรอาร์-ซีอินทิเกรเตอร์อย่างละเอียด วงจรอาร์-ซีดิฟเฟอเรนทิเอเตอร์ก็คือวงจรซึ่งประกอบไปด้วยตัวต้านทาน และตัวเก็บประจุต่ออนุกรม กับแหล่งจ่ายแรงดันโดยที่เอาต์พุต ได้แก่ แรงดันที่ตกคร่อมตัวต้านทาน โดยทั่วไปสัญญาณแรงดันจาก แหล่งจ่าย แรงดันมักเป็นสัญญาณแรงดันรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากสัญญาณแรงดันที่เอาต์พุตนี้นิยมเรียกว่า “สัญญาณดิฟเฟอเรนทิเอเตอร์” เขียนเปรียบเทียบกับสัญญาณอินทิเกรเตอร์ วงจรตัดรูปคลื่น นับได้ว่าเป็นวงจรแต่งรูปคลื่นแบบไม่เชิงเส้นง่ายๆ วงจรหนึ่งซึ่งสามารถที่จะตัด รูปคลื่น ของกระแสหรือแรงดันให้มีลักษณะตามต้องการ วงจรลิมิตเตอร์(Limiter circuit) หรือวงจรจ ากัดกล่าวคือยอมให้สัญญาณที่มีขนาด น้อยกว่าที่วงจร จ ากัด (E) สามารถปรากฏที่เอาต์พุตได้และเป็นวงจรซึ่งสามารถตัดยอดคลื่น (บวกหรือลบ) ของสัญญาณ ของอินพุตให้ปรากฏที่เอาต์พุต วงจรนี้เรียกว่าวงจรคลิปเปอร์ซึ่งอย่างไรก็ดี วงจร ทั้งสองนี้เราอาจเรียก รวมกันว่าเป็นวงจรคลิปเปอร์ได้เช่นเดียวกันการแสดงรูปเปรียบเทียบระหว่างคลื่นอินพุตและ เอาต์พุต จะต้องท าโดยเขียนลักษณะคลื่นที่จะเปรียบเทียบอยู่บนแกนนอนของเวลาแกนเดียวกันโดยเรียงไว้ใน แนวตั้งการเปรียบเทียบค่าแรงดันระหว่างอินพุตและ เอาต์พุตก็จะท าได้โดยการพิจารณาที่ต าแหน่งเวลา ใดๆที่จุด เดียวกัน ๒. สมรรถนะประจ าหน่วย ๑) ทดสอบการท างานของวงจร RC อินทิเกรเตอร์อย่างถูกต้อง ๒) ประกอบวงจร RC ดิฟเฟอเรนชิเอเตอร์ไปใช้ งานอย่างถูกต้อง ๓) อธิบายวิธีใช้วงจรคลิปเปอร์แบบไดโอดต่ออนุกรมแบบต่างๆ อย่างละเอียดถูกต้อง ๔) ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมที่พึงประสงค์คือ ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป ๑) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ ๒) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจร คลิปเปอร์ ๓) เพื่อให้มีทักษะในการประยุกต์ใช้งานวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจร คลิปเปอร์ ๔) อธิบายองค์ประกอบของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑) เปรียบเทียบหน้าที่ความแตกต่างของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจร คลิปเปอร์ได้ ๒) ค านวณและวัดค่าแรงดัน, กระแส, ความต้านทานของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอ เตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ได้ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจร คลิปเปอร์ ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิป เปอร์ได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และ วงจรคลิปเปอร์ - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และ วงจรคลิปเปอร์ - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิ เอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์ เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา ไม่มี ๔. สาระการเรียนรู้ เมื่อสัญญาณคลื่นที่ไม่ใช่รูปไซน์ถูกป้อนผ่านเข้าไปในวงจรประเภทเชิงเส้น (linear network) แล้ว ผลที่ได้ทางเอาต์พุตจะมีลักษณะแตกต่างจากสัญญาณเดิมวงจรไฟฟ้าดังกล่าวนี้มักถูกเรียกว่า “วงจรแต่ง รูปคลื่นเชิงเส้น” (linear waveshaping circuit) ซึ่งอาจจัดแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้3 ประเภทคือ วงจรอาร์-ซี (R-C circuit) , วงจรอาร์-แอล (R-L circuit) , วงจรอาร์-แอล-ซี (R-L-C circuit) วงจรอาร์-ซี นับว่าเป็นวงจรแต่งรูปคลื่นที่ง่ายที่สุด โดยเฉพาะรูปคลื่นของแรงดันไฟฟ้าและอาจจัดวงจรได้เป็นสอง ลักษณะ คือ อาร์-ซีอินทิเกรเตอร์ (R-C integrator) และอาร์-ซีดิฟเฟอร์เรนทิเอเตอร์ (R-C differentiator) และบทนี้จะได้กล่าวถึงวงจรอาร์-ซีอินทิเกรเตอร์อย่างละเอียด วงจรอาร์-ซีดิฟเฟอเรนทิเอเตอร์ก็คือวงจรซึ่งประกอบไปด้วยตัวต้านทาน และตัวเก็บประจุต่ออนุกรม กับแหล่งจ่ายแรงดันโดยที่เอาต์พุต ได้แก่ แรงดันที่ตกคร่อมตัวต้านทาน โดยทั่วไปสัญญาณแรงดันจาก แหล่งจ่าย แรงดันมักเป็นสัญญาณแรงดันรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากสัญญาณแรงดันที่เอาต์พุตนี้นิยมเรียกว่า “สัญญาณดิฟเฟอเรนทิเอเตอร์” เขียนเปรียบเทียบกับสัญญาณอินทิเกรเตอร์ วงจรตัดรูปคลื่น นับได้ว่าเป็นวงจรแต่งรูปคลื่นแบบไม่เชิงเส้นง่ายๆ วงจรหนึ่งซึ่งสามารถที่จะตัด รูปคลื่น ของกระแสหรือแรงดันให้มีลักษณะตามต้องการ วงจรลิมิตเตอร์(Limiter circuit) หรือวงจรจ ากัดกล่าวคือยอมให้สัญญาณที่มีขนาด น้อยกว่าที่วงจร จ ากัด (E) สามารถปรากฏที่เอาต์พุตได้และเป็นวงจรซึ่งสามารถตัดยอดคลื่น (บวกหรือลบ) ของสัญญาณ ของอินพุตให้ปรากฏที่เอาต์พุต วงจรนี้เรียกว่าวงจรคลิปเปอร์ซึ่งอย่างไรก็ดี วงจร ทั้งสองนี้เราอาจเรียก รวมกันว่าเป็นวงจรคลิปเปอร์ได้เช่นเดียวกันการแสดงรูปเปรียบเทียบระหว่างคลื่นอินพุตและ เอาต์พุต จะต้องท าโดยเขียนลักษณะคลื่นที่จะเปรียบเทียบอยู่บนแกนนอนของเวลาแกนเดียวกันโดยเรียงไว้ใน แนวตั้งการเปรียบเทียบค่าแรงดันระหว่างอินพุตและ เอาต์พุตก็จะท าได้โดยการพิจารณาที่ต าแหน่งเวลา ใดๆที่จุดเดียวกัน ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการท าโครงงานก่อนการเรียนรู้ เมื่อสัญญาณคลื่นที่ไม่ใช่รูปไซน์ถูกป้อนผ่านเข้าไปในวงจรประเภทเชิงเส้น (linear network) แล้วผลที่ได้ทางเอาต์พุตจะมีลักษณะแตกต่างจากสัญญาณเดิมวงจรไฟฟ้าดังกล่าวนี้มักถูกเรียกว่า “วงจร แต่งรูปคลื่นเชิงเส้น” (linear waveshaping circuit) ซึ่งอาจจัดแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้3 ประเภท คือวงจรอาร์-ซี (R-C circuit) , วงจรอาร์-แอล (R-L circuit) , วงจรอาร์-แอล-ซี (R-L-C circuit) วงจรอาร์-ซี
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ นับว่าเป็นวงจรแต่งรูปคลื่นที่ง่ายที่สุด โดยเฉพาะรูปคลื่นของแรงดันไฟฟ้าและอาจจัดวงจรได้เป็นสอง ลักษณะ คือ อาร์-ซีอินทิเกรเตอร์ (R-C integrator) และอาร์-ซีดิฟเฟอร์เรนทิเอเตอร์ (R-C differentiator) และบทนี้จะได้กล่าวถึงวงจรอาร์-ซีอินทิเกรเตอร์อย่างละเอียด ๒. ขั้นกระตุ้นความสนใจ ครูเตรียมกิจกรรมที่จะกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการ แบ่งกลุ่มการเรียนรู้ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน เพื่อท ากิจกรรมในการเรียนรู้ ในแต่ละหัวข้อ เพื่อเพิ่ม ทักษะการเรียนรู้ในแต่ละบทที่นักเรียนได้เรียนรู้ ๓. ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้ - ให้นักเรียนร่วมท ากิจกรรม และวิเคราะห์ - ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง อินทิเกรเตอร์, ดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และคลิปเปอร์ - แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ จากใบงานเรื่อง อินทิ เกรเตอร์, ดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และคลิปเปอร์ โดยใช้เวลาตามที่ครูก าหนด ๔. ขั้นแสวงหาความรู้ ในขั้นแสวงหาความรู้มีแนวทางปฏิบัติส าหรับนักเรียนในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า นักเรียนเคยเรียนเรื่องอินทิเกร เตอร์, ดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และคลิปเปอร์ และนักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง โดยครูคอยสอดแทรก ความรู้เพิ่มเติมให้แก่นักเรียน - นักเรียนร่วมกันเขียนรูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงงานที่ตนปฏิบัติ ๕. ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ ครูให้นักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการท ากิจกรรม โดยครูใช้ค าถาม ถาม นักเรียนน าไปสู่การสรุปสิ่งที่เรียนรู้ - ให้แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูให้ความรู้และค าแนะน าเพิ่มเติม - ให้นักเรียนสรุปผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุดบันทึก ๖. ขั้นน าเสนอผลงาน ครูให้นักเรียนน าเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัดเวลา ให้นักเรียนได้เสนอสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้น และนักเรียนอื่นๆในโรงเรียนได้ชมผลงานและ เรียนรู้กิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในการท าโครงงาน - มอบหมายให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้นอกเวลาเรียน โดยขอค าแนะน า จากครูประจ าชั้นหรือผู้ปกครองแล้วน าผลการปฏิบัติมาเสนอในคาบเรียนต่อไป บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจร คลิปเปอร์ ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิป เปอร์ได้อย่างมีเหตุและผล
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอ เตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอ เตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของวงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟเฟอร์เรนชิ เอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของวงจรอินทิเกรเตอร์, วง จรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ๖. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๖.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ - หนังสือ - ใบความรู้ ๖.๒ สื่อโสตทัศน์ - เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ - สมาร์ททีวี ๖.๓ ออนไลน์ - ห้องเรียนออนไลน์ Google Class Room หน่วยที่ ๒ เรื่อง วงจรอินทิเกรเตอร์, วงจรดิฟ เฟอร์เรนชิเอเตอร์ และวงจรคลิปเปอร์ ๗. หลักฐานการเรียนรู้ ๗.๑ ครูให้นักเรียน – นักศึกษาแบ่งกลุ่ม เพื่อศึกษาค้นคว้าตัวอย่างตามหัวข้อกิจกรรมเสนอแนะที่ ครูก าหนดให้ ๗.๒ นักเรียน-นักศึกษาอภิปรายเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมที่ครูก าหนด และสรุปผลการอภิปราย ๗.๓ ครูอธิบาย และสรุปเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมหน่วยการสอนที่ ๒
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๘. การวัดและประเมินผล ๘.๑ เครื่องมือประเมิน การจัดผลและการประเมินผลการเรียนครั้งนี้ จะแบ่งการประเมินออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) การทดสอบกลางภาคเรียนกับปลายภาคเรียน ๒) การก าหนดคะแนนระหว่างภาค กับคะแนนปลายภาคมีดังนี้ งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบปลายภาค ๑๐ คะแนน จิตพิสัยและการร่วมกิจกรรม ๒๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติกลางภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติปลายภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีกลางภาคเรียน ๒๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีปลายภาคเรียน ๒๐ คะแนน ๘.๒ เกณฑ์การประเมิน ผู้สอบผ่านรายวิชานี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้ - มีเวลาเรียนไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดต่อ ๑ ภาคเรียน - งานที่มอบหมายจะต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ของคะแนนที่มอบหมาย - ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ - ผ่านเกณฑ์การสอบปฏิบัติ ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ ร้อยละ ๘๐ -๑๐๐ ได้เกรด ๔.๐๐ ร้อยละ ๗๕ -๗๙ ได้เกรด ๓.๕๐ ร้อยละ ๗๐ -๗๔ ได้เกรด ๓.๐๐ ร้อยละ ๖๕ -๖๙ ได้เกรด ๒.๕๐ ร้อยละ ๖๐ -๖๔ ได้เกรด ๒.๐๐ ร้อยละ ๕๕ -๕๙ ได้เกรด ๑.๕๐ ร้อยละ ๕๐ -๕๔ ได้เกรด ๑.๐๐ ร้อยละ ๐ - ๔๙ ได้เกรด ๐.๐๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ ๗-๙ ชื่อหน่วย วงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ ชื่อเรื่อง วงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ๑. สาระส าคัญ คุณสมบัติของวงจรปรับระดับแรงดัน (Clamper circuit) วงจรปรับระดับแรงดันเป็นวงจรไฟฟ้าที่ สามารถปรับและเปลี่ยนระดับของสัญญาณคลื่นไฟฟ้าได้โดยทั่วไปมักหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการ ปรับระดับขนาดของกระแสและแรงดันไฟสลับให้มีระดับที่ ต้องการ โดยที่สัญญาณของรูปคลื่นไม่มีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ และอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นวงจรซึ่งสามารถตั้งระดับของสัญญาณกระแสตรงค่าใดๆ ก็ได้ วงจรดังกล่าวนี้บางที่ถูกเรียกว่า “วงจรเพิ่มกระแสตรง” (DC restorer circuit) หรือ “วงจรเติม กระแสตรง” (DC inserter circuit) ที่มีลักษณะเหมือนกับสัญญาณอินพุตทุกประการ นอกจากระดับการ แสตรงซึ่งเป็นระดับเปรียบเทียบเท่านั้น ที่มีการเปลี่ยนแปลง วงจรทรานซิสเตอร์สวิทซ์ (Transistor Switching Circuit) วงจรสวิทช์โดยปกติจะไม่มีการไบอัสแรงดัน เนื่องจากทรานซิสเตอร์จะถูกให้ท างานแค่สองโหมด เท่านั้นคือ โหมดอิ่มตัว (Saturation Mode) และ โหมดคัตออฟ (Cutoff Mode) เป็นวงจรทรานซิสเตอร์ สวิทช์แบบพื้นฐาน ซึ่งการพิจารณาวงจรจะพิจารณาในภาวะที่ ทรานซิสเตอร์อิ่มตัว (“ON” หรือ น ากระแส กับทรานซิสเตอร์คัดออฟ (“OFF” หรือ ไม่น ากระแส) ซึ่งในวงจรดังกล่าวเอาท์พุตที่ได้ (VO) จะกลับเฟสกับ อินพุต (VI) นั่นคือ ถ้าอินพุตเป็น High (VI) เอาท์พุตจะมีค่าเป็น Low (0 Volt) และ ถ้าอินพุตเป็น Low เอาท์พุตจะมีค่าเป็น High (มีค่าใกล้เคียง VCC) เรียกวงจรแบบนี้ว่า วงจรอินเวอร์เตอร์ (Inverter) คุณสมบัติของวงจรชมิททริกเกอร์การท างานของวงจร ซึ่งเป็นวงจรชมิททริกเกอร์แบบง่ายๆ ในขณะ ที่ไม่มีแรงดันอินพุตใดๆทรานซิสเตอร์T1 จะมี สถานะเป็น OFF และทรานซิสเตอร์T2 จะมีสถานะเป็น ON ขณะที่ทรานซิสเตอร์T2 ท างานอยู่ในภาวะอิ่มตัวจะ ท าให้เกิดแรงดันตกคร่อม RE ซึ่งสมมติให้มีค่า VE ดังนั้นแรงดันที่เอาต์พุตขณะเวลา t1 ก็คือ (VE2+VCEsat) และก่อนที่ทรานซิสเตอร์T1จะท างานแรงดัน อินพุตจะต้องมีค่ามากกว่า VE2 ขนาดของแรงดันอนพิ ุตที่จะท าให้ทรานซิสเตอร์T1 ท างานได้นี้ถูกเรียก วงจรชมิททริกเกอร์(Schmitt trigger circuit) จัดได้ว่าเป็นวงจรไบสเตเบลมัลติไวเบรเตอร์แบบอิมิตเตอร์ คัปเปิลชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถสร่างพัลส์จัตุรัสหรือพัลส์รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากใดๆ ได้จากการป้อนสัญญาณ อินพุต ลักษณะรูปไซน์ลักษณะของพัลส์ที่เอาต์พุตสร้างขึ้นมานี้สามารถถูกควบคุมและก าหนดได้ว่า “ศักดาทริกเกอร์ระดับสูง” (Upper trigger potential) หรือต่อไปจะเรียกย่อๆ ว่า U.T.P. ๒. สมรรถนะประจ าหน่วย ๑) อธิบายการท างานของวงจรแคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ ๒) บอกหลักการท างานของวงจรแคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ ๓) ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมที่พึงประสงค์คือ ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป ๑) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ ๒) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ ทริกเกอร์ ๓) เพื่อให้มีทักษะในการประยุกต์ใช้งานวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ ทริกเกอร์ ๔) อธิบายองค์ประกอบของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑) เปรียบเทียบหน้าที่ความแตกต่างของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ ทริกเกอร์ได้ ๒) ค านวณและวัดค่าแรงดัน, กระแส, ความต้านทานของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ได้ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ ทริกเกอร์ ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์อย่างมี เหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับรายละเอียดวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์ สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับรายละเอียดวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรช มิตต์ทริกเกอร์ ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑. ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒. ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓. ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา ไม่มี ๔. สาระการเรียนรู้ คุณสมบัติของวงจรปรับระดับแรงดัน (Clamper circuit) วงจรปรับระดับแรงดันเป็นวงจรไฟฟ้าที่ สามารถปรับและเปลี่ยนระดับของสัญญาณคลื่นไฟฟ้าได้โดยทั่วไปมักหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการ ปรับระดับขนาดของกระแสและแรงดันไฟสลับให้มีระดับที่ ต้องการ โดยที่สัญญาณของรูปคลื่นไม่มีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ และอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นวงจรซึ่งสามารถตั้งระดับของสัญญาณกระแสตรงค่าใดๆ ก็ได้ วงจรดังกล่าวนี้บางที่ถูกเรียกว่า “วงจรเพิ่มกระแสตรง” (DC restorer circuit) หรือ “วงจรเติม กระแสตรง” (DC inserter circuit) ที่มีลักษณะเหมือนกับสัญญาณอินพุตทุกประการ นอกจากระดับการ แสตรงซึ่งเป็นระดับเปรียบเทียบเท่านั้น ที่มีการเปลี่ยนแปลง วงจรทรานซิสเตอร์สวิทซ์ (Transistor Switching Circuit) วงจรสวิทช์โดยปกติจะไม่มีการไบอัสแรงดัน เนื่องจากทรานซิสเตอร์จะถูกให้ท างานแค่สองโหมด เท่านั้นคือ โหมดอิ่มตัว (Saturation Mode) และ โหมดคัตออฟ (Cutoff Mode) เป็นวงจรทรานซิสเตอร์ สวิทช์แบบพื้นฐาน ซึ่งการพิจารณาวงจรจะพิจารณาในภาวะที่ ทรานซิสเตอร์อิ่มตัว (“ON” หรือ น ากระแส กับทรานซิสเตอร์คัดออฟ (“OFF” หรือ ไม่น ากระแส) ซึ่งในวงจรดังกล่าวเอาท์พุตที่ได้ (VO) จะกลับเฟสกับ อินพุต (VI) นั่นคือ ถ้าอินพุตเป็น High (VI) เอาท์พุตจะมีค่าเป็น Low (0 Volt) และ ถ้าอินพุตเป็น Low เอาท์พุตจะมีค่าเป็น High (มีค่าใกล้เคียง VCC) เรียกวงจรแบบนี้ว่า วงจรอินเวอร์เตอร์ (Inverter) คุณสมบัติของวงจรชมิททริกเกอร์การท างานของวงจร ซึ่งเป็นวงจรชมิททริกเกอร์แบบง่ายๆ ในขณะ ที่ไม่มีแรงดันอินพุตใดๆทรานซิสเตอร์T1 จะมี สถานะเป็น OFF และทรานซิสเตอร์T2 จะมีสถานะเป็น ON ขณะที่ทรานซิสเตอร์T2 ท างานอยู่ในภาวะอิ่มตัวจะ ท าให้เกิดแรงดันตกคร่อม RE ซึ่งสมมติให้มีค่า VE ดังนั้นแรงดันที่เอาต์พุตขณะเวลา t1 ก็คือ (VE2+VCEsat) และก่อนที่ทรานซิสเตอร์T1จะท างานแรงดัน อินพุตจะต้องมีค่ามากกว่า VE2 ขนาดของแรงดันอนพิ ุตที่จะท าให้ทรานซิสเตอร์T1 ท างานได้นี้ถูกเรียก วงจรชมิททริกเกอร์(Schmitt trigger circuit) จัดได้ว่าเป็นวงจรไบสเตเบลมัลติไวเบรเตอร์แบบอิมิตเตอร์ คัปเปิลชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถสร่างพัลส์จัตุรัสหรือพัลส์รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากใดๆ ได้จากการป้อนสัญญาณ อินพุต ลักษณะรูปไซน์ลักษณะของพัลส์ที่เอาต์พุตสร้างขึ้นมานี้สามารถถูกควบคุมและก าหนดได้ว่า “ศักดาทริกเกอร์ระดับสูง” (Upper trigger potential) หรือต่อไปจะเรียกย่อๆ ว่า U.T.P.
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการท าโครงงานก่อนการเรียนรู้ คุณสมบัติของวงจรปรับระดับแรงดัน (Clamper circuit) วงจรปรับระดับแรงดันเป็นวงจรไฟฟ้าที่ สามารถปรับและเปลี่ยนระดับของสัญญาณคลื่นไฟฟ้าได้โดยทั่วไปมักหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการ ปรับระดับขนาดของกระแสและแรงดันไฟสลับให้มีระดับที่ ต้องการ โดยที่สัญญาณของรูปคลื่นไม่มีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ และอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นวงจรซึ่งสามารถตั้งระดับของสัญญาณกระแสตรงค่าใดๆ ก็ได้ วงจรดังกล่าวนี้บางที่ถูกเรียกว่า “วงจรเพิ่มกระแสตรง” (DC restorer circuit) หรือ “วงจรเติม กระแสตรง” (DC inserter circuit) ที่มีลักษณะเหมือนกับสัญญาณอินพุตทุกประการ นอกจากระดับการ แสตรงซึ่งเป็นระดับเปรียบเทียบเท่านั้น ที่มีการเปลี่ยนแปลง วงจรทรานซิสเตอร์สวิทซ์ (Transistor Switching Circuit) วงจรสวิทช์โดยปกติจะไม่มีการไบอัสแรงดัน เนื่องจากทรานซิสเตอร์จะถูกให้ท างานแค่สองโหมด เท่านั้นคือ โหมดอิ่มตัว (Saturation Mode) และ โหมดคัตออฟ (Cutoff Mode) เป็นวงจรทรานซิสเตอร์ สวิทช์แบบพื้นฐาน ซึ่งการพิจารณาวงจรจะพิจารณาในภาวะที่ ทรานซิสเตอร์อิ่มตัว (“ON” หรือ น ากระแส กับทรานซิสเตอร์คัดออฟ (“OFF” หรือ ไม่น ากระแส) ซึ่งในวงจรดังกล่าวเอาท์พุตที่ได้ (VO) จะกลับเฟสกับ อินพุต (VI) นั่นคือ ถ้าอินพุตเป็น High (VI) เอาท์พุตจะมีค่าเป็น Low (0 Volt) และ ถ้าอินพุตเป็น Low เอาท์พุตจะมีค่าเป็น High (มีค่าใกล้เคียง VCC) เรียกวงจรแบบนี้ว่า วงจรอินเวอร์เตอร์ (Inverter) คุณสมบัติของวงจรชมิททริกเกอร์การท างานของวงจร ซึ่งเป็นวงจรชมิททริกเกอร์แบบง่ายๆ ในขณะ ที่ไม่มีแรงดันอินพุตใดๆทรานซิสเตอร์T1 จะมี สถานะเป็น OFF และทรานซิสเตอร์T2 จะมีสถานะเป็น ON ขณะที่ทรานซิสเตอร์T2 ท างานอยู่ในภาวะอิ่มตัวจะ ท าให้เกิดแรงดันตกคร่อม RE ซึ่งสมมติให้มีค่า VE ดังนั้นแรงดันที่เอาต์พุตขณะเวลา t1 ก็คือ (VE2+VCEsat) และก่อนที่ทรานซิสเตอร์T1จะท างานแรงดัน อินพุตจะต้องมีค่ามากกว่า VE2 ขนาดของแรงดันอนพิ ุตที่จะท าให้ทรานซิสเตอร์T1 ท างานได้นี้ถูกเรียก วงจรชมิททริกเกอร์(Schmitt trigger circuit) จัดได้ว่าเป็นวงจรไบสเตเบลมัลติไวเบรเตอร์แบบอิมิตเตอร์ คัปเปิลชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถสร่างพัลส์จัตุรัสหรือพัลส์รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากใดๆ ได้จากการป้อนสัญญาณ อินพุต ลักษณะรูปไซน์ลักษณะของพัลส์ที่เอาต์พุตสร้างขึ้นมานี้สามารถถูกควบคุมและก าหนดได้ว่า “ศักดาทริกเกอร์ระดับสูง” (Upper trigger potential) หรือต่อไปจะเรียกย่อๆ ว่า U.T.P. ๒) ขั้นกระตุ้นความสนใจ ครูเตรียมกิจกรรมที่จะกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการแบ่งกลุ่ม การเรียนรู้ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน เพื่อท ากิจกรรมในการเรียนรู้ ในแต่ละหัวข้อ เพื่อเพิ่มทักษะการ เรียนรู้ในแต่ละบทที่นักเรียนได้เรียนรู้ ๓) ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้ - ให้นักเรียนร่วมท ากิจกรรม และวิเคราะห์ - ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง แคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ - แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ จากใบงานเรื่อง แค ลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์โดยใช้เวลาตามที่ครูก าหนด ๔) ขั้นแสวงหาความรู้ ในขั้นแสวงหาความรู้มีแนวทางปฏิบัติส าหรับนักเรียนในการท ากิจกรรม ดังนี้
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ - ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า นักเรียนเคยเรียนเรื่องแคลมเปอร์, ทรานซิสเตอร์สวิต และชมิตต์ทริกเกอร์ และนักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง โดยครูคอยสอดแทรก ความรู้เพิ่มเติมให้แก่นักเรียน - นักเรียนร่วมกันเขียนรูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงงานที่ตนปฏิบัติ ๕) ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ ครูให้นักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการท ากิจกรรม โดยครูใช้ค าถาม ถาม นักเรียนน าไปสู่การสรุปสิ่งที่เรียนรู้ - ให้แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูให้ความรู้และค าแนะน าเพิ่มเติม - ให้นักเรียนสรุปผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุดบันทึก ๖) ขั้นน าเสนอผลงาน ครูให้นักเรียนน าเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัดเวลา ให้นักเรียนได้เสนอสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้น และนักเรียนอื่นๆในโรงเรียนได้ชมผลงานและ เรียนรู้กิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในการท าโครงงาน - มอบหมายให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้นอกเวลาเรียน โดยขอค าแนะน าจาก ครูประจ าชั้นหรือผู้ปกครองแล้วน าผลการปฏิบัติมาเสนอในคาบเรียนต่อไป บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ ทริกเกอร์ ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริก เกอร์ได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของวงจรแคลมเปอร์, วงจรทรานซิสเตอร์ สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของวงจรแคลมเปอร์, วงจร ทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ๖. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๖.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ - หนังสือ - ใบความรู้ ๖.๒ สื่อโสตทัศน์ - เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ - สมาร์ททีวี ๖.๓ ออนไลน์ - ห้องเรียนออนไลน์ Google Class Room หน่วยที่ ๒ เรื่องวงจรแคลมเปอร์, วงจร ทรานซิสเตอร์สวิต และวงจรชมิตต์ทริกเกอร์ ๗. หลักฐานการเรียนรู้ ๗.๑ ครูให้นักเรียน – นักศึกษาแบ่งกลุ่ม เพื่อศึกษาค้นคว้าตัวอย่างตามหัวข้อกิจกรรมเสนอแนะที่ ครูก าหนดให้ ๗.๒ นักเรียน-นักศึกษาอภิปรายเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมที่ครูก าหนด และสรุปผลการอภิปราย ๗.๓ ครูอธิบาย และสรุปเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมหน่วยการสอนที่ ๓ ๘. การวัดและประเมินผล ๘.๑ เครื่องมือประเมิน การจัดผลและการประเมินผลการเรียนครั้งนี้ จะแบ่งการประเมินออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) การทดสอบกลางภาคเรียนกับปลายภาคเรียน ๒) การก าหนดคะแนนระหว่างภาค กับคะแนนปลายภาคมีดังนี้ งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบปลายภาค ๑๐ คะแนน จิตพิสัยและการร่วมกิจกรรม ๒๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติกลางภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติปลายภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีกลางภาคเรียน ๒๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีปลายภาคเรียน ๒๐ คะแนน
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๘.๒ เกณฑ์การประเมิน ผู้สอบผ่านรายวิชานี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้ - มีเวลาเรียนไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดต่อ ๑ ภาคเรียน - งานที่มอบหมายจะต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ของคะแนนที่มอบหมาย - ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ - ผ่านเกณฑ์การสอบปฏิบัติ ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ ร้อยละ ๘๐ -๑๐๐ ได้เกรด ๔.๐๐ ร้อยละ ๗๕ -๗๙ ได้เกรด ๓.๕๐ ร้อยละ ๗๐ -๗๔ ได้เกรด ๓.๐๐ ร้อยละ ๖๕ -๖๙ ได้เกรด ๒.๕๐ ร้อยละ ๖๐ -๖๔ ได้เกรด ๒.๐๐ ร้อยละ ๕๕ -๕๙ ได้เกรด ๑.๕๐ ร้อยละ ๕๐ -๕๔ ได้เกรด ๑.๐๐ ร้อยละ ๐ - ๔๙ ได้เกรด ๐.๐๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ ๑๐-๑๒ ชื่อหน่วย วงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจร ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ชื่อเรื่อง วงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจร ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ๑. สาระส าคัญ วงจรมัลติไวเบรเตอร์(Multivibrator) จัดได้ว่าเป็นวงจรสวิตช์แบบหนึ่งซึ่งสามารถผลิตพัลส์ความถี่ ต่างๆ ออกมาได้ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ๓ ประเภท ได้แก่วงจร โมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์(Monostable Multivibrator) วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์(Bistable multivibrator) และ วงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์(astable Multivibrator) และนอกจากนี้ในแต่ละประเภทของ วงจรมัลติ ไวเบเตอร์ยังสามารถจัดเป็นชนิดย่อยได้เป็นสองชนิด คือ วงจรชนิดอิ่มตัว (Saturated) และชนิดไม่อิ่มตัว (Nonsaturated) วงจรมัลติไวเบรเตอร์เหล่านี้เมื่อพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่าประกอบขึ้นมาจากวงจรง่ายๆ สองวงจรต่อร่วมกันโดยที่สัญญาณเอาต์พุตของวงจรหนึ่งจะถูกน ามาเป็นสัญญาณอินพุตป้อนให้แก่ วงจร สวิตชวงจรหนึ่งและ สัญญาณเอาต์พุตของวงจรที่สองนี้จะถูกป้อนกลับไปใช้เป็นอินพุตของวงจรแรก การคัปปลิ้ง (Coupling) สัญญาณ วงจรหนึ่งไปยังวงจรหนึ่งอาจท าได้ในลักษณะต่างๆกันดังนั้นจึงท าให้มี การแบ่งวงจรมัลติไวเบรเตอร์ออกเป็น ประเภทต่างๆได้แต่วิธีที่ใช้กันมากคือวิธีคอลเล็กเตอร์คัปเปิล (Collector couple) และอิมิตเตอร์คัปเปิล (Emitter couple) โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ เป็นวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์ ชนิดหนึ่ง มี สภาวะการท างาน ๒ สภาวะ คือ สภาวะเสถียรและสภาวะไม่เสถียร เมื่อไม่มีสัญญาณมากระตุ้นวงจรจะมี สภาวะเสถียร เมื่อมีสัญญาณจากภายนอกมากระตุ้น วงจรจึงจะเปลี่ยนเป็นสภาวะไม่เสถียร ระยะเวลาที่ เปลี่ยนแปลงสภาวะขึ้นอยู่กับค่าของอุปกรณ์ และเมื่อหมดเวลาของสภาวะไม่เสถียร วงจรจะกลับสู่สภาวะ เสถียรเช่นเดิม วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ สร้างได้จากอุปกรณ์สารกึ่งตัวน า เช่น ทรานซิสเตอร์ ไอซี ออปแอมป์ และไอซีเบอร์555 ในหน่วยนี้จะกล่าวถึงวงจรโมโนสเตเบิลที่สร้างจากทรานซิสเตอร์ และไอซี เบอร์555 ๒. สมรรถนะประจ าหน่วย ๑) อธิบายการท างานของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ ๒) บอกหลักการท างานของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ ๓) ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมที่พึงประสงค์คือ ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป ๑) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และ วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๒) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๓) เพื่อให้มีทักษะในการประยุกต์ใช้งานวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๔) อธิบายองค์ประกอบของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑) เปรียบเทียบหน้าที่ความแตกต่างของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ ๒) ค านวณและวัดค่าแรงดัน, กระแส, ความต้านทานของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโม โนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายรายละเอียดวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบร เตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับรายละเอียดวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้อย่างมีเหตุและผล - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้อย่างมีเหตุและผล - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับรายละเอียดวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้อย่างมีเหตุและผล สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรายละเอียดวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบร เตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้อย่างมีเหตุและผล
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑. ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒. ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓. ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา ไม่มี ๔. สาระการเรียนรู้ วงจรมัลติไวเบรเตอร์(Multivibrator) จัดได้ว่าเป็นวงจรสวิตช์แบบหนึ่งซึ่งสามารถผลิตพัลส์ความถี่ ต่างๆ ออกมาได้ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ๓ ประเภท ได้แก่วงจร โมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์(Monostable Multivibrator) วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์(Bistable multivibrator) และ วงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์(astable Multivibrator) และนอกจากนี้ในแต่ละประเภทของ วงจรมัลติ ไวเบเตอร์ยังสามารถจัดเป็นชนิดย่อยได้เป็นสองชนิด คือ วงจรชนิดอิ่มตัว (Saturated) และชนิดไม่อิ่มตัว (Nonsaturated) วงจรมัลติไวเบรเตอร์เหล่านี้เมื่อพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่าประกอบขึ้นมาจากวงจรง่ายๆ สองวงจรต่อร่วมกันโดยที่สัญญาณเอาต์พุตของวงจรหนึ่งจะถูกน ามาเป็นสัญญาณอินพุตป้อนให้แก่ วงจร สวิตชวงจรหนึ่งและ สัญญาณเอาต์พุตของวงจรที่สองนี้จะถูกป้อนกลับไปใช้เป็นอินพุตของวงจรแรก การคัปปลิ้ง (Coupling) สัญญาณ วงจรหนึ่งไปยังวงจรหนึ่งอาจท าได้ในลักษณะต่างๆกันดังนั้นจึงท าให้มี การแบ่งวงจรมัลติไวเบรเตอร์ออกเป็น ประเภทต่างๆได้แต่วิธีที่ใช้กันมากคือวิธีคอลเล็กเตอร์คัปเปิล (Collector couple) และอิมิตเตอร์คัปเปิล (Emitter couple) โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ เป็นวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์ ชนิดหนึ่ง มี สภาวะการท างาน ๒ สภาวะ คือ สภาวะเสถียรและสภาวะไม่เสถียร เมื่อไม่มีสัญญาณมากระตุ้นวงจรจะมี สภาวะเสถียร เมื่อมีสัญญาณจากภายนอกมากระตุ้น วงจรจึงจะเปลี่ยนเป็นสภาวะไม่เสถียร ระยะเวลาที่ เปลี่ยนแปลงสภาวะขึ้นอยู่กับค่าของอุปกรณ์ และเมื่อหมดเวลาของสภาวะไม่เสถียร วงจรจะกลับสู่สภาวะ เสถียรเช่นเดิม วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ สร้างได้จากอุปกรณ์สารกึ่งตัวน า เช่น ทรานซิสเตอร์ ไอซี ออปแอมป์ และไอซีเบอร์555 ในหน่วยนี้จะกล่าวถึงวงจรโมโนสเตเบิลที่สร้างจากทรานซิสเตอร์ และไอซี เบอร์555 ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการท าโครงงานก่อนการเรียนรู้ วงจรมัลติไวเบรเตอร์ (Multivibrator) จัดได้ว่าเป็นวงจรสวิตช์แบบหนึ่งซึ่งสามารถผลิตพัลส์ ความถี่ต่างๆ ออกมาได้ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ๓ ประเภท ได้แก่วงจร โมโนสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์ (Monostable Multivibrator) วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ (Bistable multivibrator) และวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์(astable Multivibrator) และนอกจากนี้ในแต่ละ
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ประเภทของ วงจรมัลติไวเบเตอร์ยังสามารถจัดเป็นชนิดย่อยได้เป็นสองชนิด คือ วงจรชนิดอิ่มตัว (Saturated) และชนิดไม่อิ่มตัว (Nonsaturated) วงจรมัลติไวเบรเตอร์เหล่านี้เมื่อพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่า ประกอบขึ้นมาจากวงจรง่ายๆ สองวงจรต่อร่วมกันโดยที่สัญญาณเอาต์พุตของวงจรหนึ่งจะถูกน ามาเป็น สัญญาณอินพุตป้อนให้แก่ วงจร สวิตชวงจรหนึ่งและ สัญญาณเอาต์พุตของวงจรที่สองนี้จะถูกป้อนกลับไป ใช้เป็นอินพุตของวงจรแรกการคัปปลิ้ง (Coupling) สัญญาณ วงจรหนึ่งไปยังวงจรหนึ่งอาจท าได้ในลักษณะ ต่างๆกันดังนั้นจึงท าให้มีการแบ่งวงจรมัลติไวเบรเตอร์ออกเป็น ประเภทต่างๆได้แต่วิธีที่ใช้กันมากคือวิธี คอลเล็กเตอร์คัปเปิล (Collector couple) และอิมิตเตอร์คัปเปิล (Emitter couple) โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ เป็นวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์ ชนิดหนึ่ง มี สภาวะการท างาน ๒ สภาวะ คือ สภาวะเสถียรและสภาวะไม่เสถียร เมื่อไม่มีสัญญาณมากระตุ้นวงจรจะมี สภาวะเสถียร เมื่อมีสัญญาณจากภายนอกมากระตุ้น วงจรจึงจะเปลี่ยนเป็นสภาวะไม่เสถียร ระยะเวลาที่ เปลี่ยนแปลงสภาวะขึ้นอยู่กับค่าของอุปกรณ์ และเมื่อหมดเวลาของสภาวะไม่เสถียร วงจรจะกลับสู่สภาวะ เสถียรเช่นเดิม วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ สร้างได้จากอุปกรณ์สารกึ่งตัวน า เช่น ทรานซิสเตอร์ ไอซี ออปแอมป์ และไอซีเบอร์555 ในหน่วยนี้จะกล่าวถึงวงจรโมโนสเตเบิลที่สร้างจากทรานซิสเตอร์ และไอซี เบอร์555 ๒) ขั้นกระตุ้นความสนใจ ครูเตรียมกิจกรรมที่จะกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการ แบ่งกลุ่มการเรียนรู้ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน เพื่อท ากิจกรรมในการเรียนรู้ ในแต่ละหัวข้อ เพื่อเพิ่ม ทักษะการเรียนรู้ในแต่ละบทที่นักเรียนได้เรียนรู้ ๓) ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้ - ให้นักเรียนร่วมท ากิจกรรม และวิเคราะห์ - ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง อะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ - แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ จากใบงานเรื่อง อะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์โดยใช้เวลาตามที่ ครูก าหนด ๔) ขั้นแสวงหาความรู้ ในขั้นแสวงหาความรู้มีแนวทางปฏิบัติส าหรับนักเรียนในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า นักเรียนเคยเรียนเรื่องอะสเต เบิลมัลติไวเบรเตอร์, โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์และนักเรียนเรียนรู้ เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง โดยครูคอยสอดแทรกความรู้เพิ่มเติมให้แก่นักเรียน - นักเรียนร่วมกันเขียนรูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงงานที่ตนปฏิบัติ ๕) ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ ครูให้นักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการท ากิจกรรม โดยครูใช้ค าถาม ถาม นักเรียนน าไปสู่การสรุปสิ่งที่เรียนรู้ - ให้แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูให้ความรู้และค าแนะน าเพิ่มเติม - ให้นักเรียนสรุปผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุดบันทึก
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๖) ขั้นน าเสนอผลงาน ครูให้นักเรียนน าเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัดเวลา ให้นักเรียนได้เสนอสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้น และนักเรียนอื่นๆในโรงเรียนได้ชมผลงานและ เรียนรู้กิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในการท าโครงงาน - มอบหมายให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้นอกเวลาเรียน โดยขอค าแนะน า จากครูประจ าชั้นหรือผู้ปกครองแล้วน าผลการปฏิบัติมาเสนอในคาบเรียนต่อไป บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบร เตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนส เตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโม โนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจร โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของวงจรอะสเตเบิลมัลติไว เบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๖. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๖.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ - หนังสือ - ใบความรู้ ๖.๒ สื่อโสตทัศน์ - เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ - สมาร์ททีวี ๖.๓ ออนไลน์ - ห้องเรียนออนไลน์ Google Class Room หน่วยที่ ๔ เรื่องวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์, วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ๗. หลักฐานการเรียนรู้ ๗.๑ ครูให้นักเรียน – นักศึกษาแบ่งกลุ่ม เพื่อศึกษาค้นคว้าตัวอย่างตามหัวข้อกิจกรรมเสนอแนะที่ ครูก าหนดให้ ๗.๒ นักเรียน-นักศึกษาอภิปรายเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมที่ครูก าหนด และสรุปผลการอภิปราย ๗.๓ ครูอธิบาย และสรุปเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมหน่วยการสอนที่ ๔ ๘. การวัดและประเมินผล ๘.๑ เครื่องมือประเมิน การจัดผลและการประเมินผลการเรียนครั้งนี้ จะแบ่งการประเมินออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) การทดสอบกลางภาคเรียนกับปลายภาคเรียน ๒) การก าหนดคะแนนระหว่างภาค กับคะแนนปลายภาคมีดังนี้ งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบปลายภาค ๑๐ คะแนน จิตพิสัยและการร่วมกิจกรรม ๒๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติกลางภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติปลายภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีกลางภาคเรียน ๒๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีปลายภาคเรียน ๒๐ คะแนน ๘.๒ เกณฑ์การประเมิน ผู้สอบผ่านรายวิชานี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้ - มีเวลาเรียนไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดต่อ ๑ ภาคเรียน - งานที่มอบหมายจะต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ของคะแนนที่มอบหมาย - ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ - ผ่านเกณฑ์การสอบปฏิบัติ ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ร้อยละ ๘๐ -๑๐๐ ได้เกรด ๔.๐๐ ร้อยละ ๗๕ -๗๙ ได้เกรด ๓.๕๐ ร้อยละ ๗๐ -๗๔ ได้เกรด ๓.๐๐ ร้อยละ ๖๕ -๖๙ ได้เกรด ๒.๕๐ ร้อยละ ๖๐ -๖๔ ได้เกรด ๒.๐๐ ร้อยละ ๕๕ -๕๙ ได้เกรด ๑.๕๐ ร้อยละ ๕๐ -๕๔ ได้เกรด ๑.๐๐ ร้อยละ ๐ - ๔๙ ได้เกรด ๐.๐๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ ๑๓-๑๕ ชื่อหน่วย ลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ชื่อเรื่อง ลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ เวลา ๑๕ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ๑. สาระส าคัญ ลอจิกเกตพื้นฐาน เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องค านวณเลข และอุปกรณ์ทางดิจิตอลมากมายที่สามารถท างานให้กับมนุษย์ ได้อย่างน่าอัศจรรย์นั้น ล้วนประกอบขึ้นจากอุปกรณ์และวงจรทางดิจิตอล ที่มีการท างานในลักษณะของ ลอจิก และ วงจรดิจิตอลนั้น จะมีส่วนประกอบพื้นฐาน คือ ลอจิกเกต (Logic gate) ซึ่งจะมีการท างาน เหมือนระบบ เลขไบนารี่ (มีเลข 0 กับเลข 1) ดังนั้น บุคคลที่ต้องท างานหรือเกี่ยวข้องกับระบบดิจิตอล อิเล็กทรอนิกส์ จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจและใช้งานได้อย่างถูกต้องของการท างานแบบไบนารี่ของ ลอจิกเกต (logic gate) ในส่วนนี้จะศึกษาการท างานของลอจิกเกตพื้นฐาน เช่น AND, OR, NOT, NOR และ NAND เพื่อเป็นพื้นฐาน ในการสร้างวงจรลอจิกที่ซับซ้อนต่อไป ค่าคงที่ลอจิกและตัวแปรลอจิก (logic constants and logic variables) พีชคณิตทางลอจิก ใช้ส าหรับหาข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับการกระท าทางลอจิก ซึ่งจะแตกต่างกับ พีชคณิตทั่วๆไป ตรงที่พีชคณิตทางลอจิกประกอบด้วยชุดของตัวคงที่ และตัวแปรที่มีค่าได้เพียง 2 ค่าเท่านั้น คือ 0 และ 1 ตัวแปรนี้ จะเรียกว่า ตัวแปรลอจิก (Logic variables) อาจแทนด้วยตัวอักษร เช่น A, B, C, a, b, c,... ฯลฯ ส าหรับค่าของตัวแปรลอจิกที่มีค่าเป็น 0 หรือ 1 ที่เวลาต่างๆ กันนั้น เราจะเรียกว่า ระดับลอจิก (logic level) ดังนั้น ค่าระดับแรงดันไฟฟ้าของวงจรดิจิตอลที่ชั้วอินพุตและเอาต์พุตของวงจร เราสามารถ แทนได้ด้วยระดับลอจิก เช่น ระดับแรงดันจาก 2 - 5 โวลต์ ให้มีค่าเป็นลอจิก 1 ดังนั้นค่าแรงดันในวงจร ดิจิตอลจะมีระดับลอจิกเป็น 0 หรือ 1 ก็ขึ้นอยู่กับค่าจริงของการท างานของวงจร การก าเนิดสัญญาณ สัญญาณต่างๆ จะก าเนิดขึ้นมาได้นั้น จ าเป็นต้องอาศัยแหล่งก าเนิด หรือวงจรก าเนิดสัญญาณ ซึ่ง วงจรก าเนิดสัญญาณจะท าหน้าที่ ก าเนิดสัญญาณไฟฟ้าให้มีรูปร่างตามที่ต้องการ เพื่อน าสัญญาณเหล่านี้ไป ใช้กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในหน่วยนี้จะกล่าวถึง วงจรก าเนิดสัญญาณรูปฟันเลื่อย และวงจรก าเนิด สัญญาณรูปสี่เหลี่ยมโดยใช้ไอซีเบอร์555 เป็นตัวสร้างสัญญาณ ๒. สมรรถนะประจ าหน่วย ๑) แสดงความรู้เกี่ยวกับลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๒) อธิบายการท างานของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๓) ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมที่พึงประสงค์คือ ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป ๑) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๒) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๓) เพื่อให้มีทักษะในการประยุกต์ใช้งานลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๔) อธิบายองค์ประกอบของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑) เปรียบเทียบหน้าที่ความแตกต่างของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณได้ ๒) ค านวณและวัดค่าแรงดัน, กระแส, ความต้านทานของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณได้ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา ไม่มี
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๔. สาระการเรียนรู้ ลอจิกเกตพื้นฐาน เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องค านวณเลข และอุปกรณ์ทางดิจิตอลมากมายที่สามารถท างานให้กับมนุษย์ ได้อย่างน่าอัศจรรย์นั้น ล้วนประกอบขึ้นจากอุปกรณ์และวงจรทางดิจิตอล ที่มีการท างานในลักษณะของ ลอจิก และ วงจรดิจิตอลนั้น จะมีส่วนประกอบพื้นฐาน คือ ลอจิกเกต (Logic gate) ซึ่งจะมีการท างาน เหมือนระบบ เลขไบนารี่ (มีเลข 0 กับเลข 1) ดังนั้น บุคคลที่ต้องท างานหรือเกี่ยวข้องกับระบบดิจิตอล อิเล็กทรอนิกส์ จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจและใช้งานได้อย่างถูกต้องของการท างานแบบไบนารี่ของ ลอจิกเกต (logic gate) ในส่วนนี้จะศึกษาการท างานของลอจิกเกตพื้นฐาน เช่น AND, OR, NOT, NOR และ NAND เพื่อเป็นพื้นฐาน ในการสร้างวงจรลอจิกที่ซับซ้อนต่อไป ค่าคงที่ลอจิกและตัวแปรลอจิก (logic constants and logic variables) พีชคณิตทางลอจิก ใช้ส าหรับหาข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับการกระท าทางลอจิก ซึ่งจะแตกต่างกับ พีชคณิตทั่วๆไป ตรงที่พีชคณิตทางลอจิกประกอบด้วยชุดของตัวคงที่ และตัวแปรที่มีค่าได้เพียง 2 ค่าเท่านั้น คือ 0 และ 1 ตัวแปรนี้ จะเรียกว่า ตัวแปรลอจิก (Logic variables) อาจแทนด้วยตัวอักษร เช่น A, B, C, a, b, c,... ฯลฯ ส าหรับค่าของตัวแปรลอจิกที่มีค่าเป็น 0 หรือ 1 ที่เวลาต่างๆ กันนั้น เราจะเรียกว่า ระดับลอจิก (logic level) ดังนั้น ค่าระดับแรงดันไฟฟ้าของวงจรดิจิตอลที่ชั้วอินพุตและเอาต์พุตของวงจร เราสามารถ แทนได้ด้วยระดับลอจิก เช่น ระดับแรงดันจาก 2 - 5 โวลต์ ให้มีค่าเป็นลอจิก 1 ดังนั้นค่าแรงดันในวงจร ดิจิตอลจะมีระดับลอจิกเป็น 0 หรือ 1 ก็ขึ้นอยู่กับค่าจริงของการท างานของวงจร การก าเนิดสัญญาณ สัญญาณต่างๆ จะก าเนิดขึ้นมาได้นั้น จ าเป็นต้องอาศัยแหล่งก าเนิด หรือวงจรก าเนิดสัญญาณ ซึ่ง วงจรก าเนิดสัญญาณจะท าหน้าที่ ก าเนิดสัญญาณไฟฟ้าให้มีรูปร่างตามที่ต้องการ เพื่อน าสัญญาณเหล่านี้ไป ใช้กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในหน่วยนี้จะกล่าวถึง วงจรก าเนิดสัญญาณรูปฟันเลื่อย และวงจรก าเนิด สัญญาณรูปสี่เหลี่ยมโดยใช้ไอซีเบอร์555 เป็นตัวสร้างสัญญาณ ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการท าโครงงานก่อนการเรียนรู้ ลอจิกเกตพื้นฐาน เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องค านวณเลข และอุปกรณ์ทางดิจิตอลมากมายที่สามารถท างานให้กับ มนุษย์ ได้อย่างน่าอัศจรรย์นั้น ล้วนประกอบขึ้นจากอุปกรณ์และวงจรทางดิจิตอล ที่มีการท างานในลักษณะ ของลอจิก และ วงจรดิจิตอลนั้น จะมีส่วนประกอบพื้นฐาน คือ ลอจิกเกต (Logic gate) ซึ่งจะมีการท างาน เหมือนระบบ เลขไบนารี่ (มีเลข 0 กับเลข 1) ดังนั้น บุคคลที่ต้องท างานหรือเกี่ยวข้องกับระบบดิจิตอล อิเล็กทรอนิกส์ จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจและใช้งานได้อย่างถูกต้องของการท างานแบบไบนารี่ของ ลอจิกเกต (logic gate) ในส่วนนี้จะศึกษาการท างานของลอจิกเกตพื้นฐาน เช่น AND, OR, NOT, NOR และ NAND เพื่อเป็นพื้นฐาน ในการสร้างวงจรลอจิกที่ซับซ้อนต่อไป ค่าคงที่ลอจิกและตัวแปรลอจิก (logic constants and logic variables) พีชคณิตทางลอจิก ใช้ส าหรับหาข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับการกระท าทางลอจิก ซึ่งจะแตกต่างกับ พีชคณิตทั่วๆไป ตรงที่พีชคณิตทางลอจิกประกอบด้วยชุดของตัวคงที่ และตัวแปรที่มีค่าได้เพียง 2 ค่าเท่านั้น
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ คือ 0 และ 1 ตัวแปรนี้ จะเรียกว่า ตัวแปรลอจิก (Logic variables) อาจแทนด้วยตัวอักษร เช่น A, B, C, a, b, c,... ฯลฯ ส าหรับค่าของตัวแปรลอจิกที่มีค่าเป็น 0 หรือ 1 ที่เวลาต่างๆ กันนั้น เราจะเรียกว่า ระดับลอจิก (logic level) ดังนั้น ค่าระดับแรงดันไฟฟ้าของวงจรดิจิตอลที่ชั้วอินพุตและเอาต์พุตของวงจร เราสามารถแทนได้ ด้วยระดับลอจิก เช่น ระดับแรงดันจาก 2 - 5 โวลต์ ให้มีค่าเป็นลอจิก 1 ดังนั้นค่าแรงดันในวงจรดิจิตอลจะ มีระดับลอจิกเป็น 0 หรือ 1 ก็ขึ้นอยู่กับค่าจริงของการท างานของวงจร การก าเนิดสัญญาณ สัญญาณต่างๆ จะก าเนิดขึ้นมาได้นั้น จ าเป็นต้องอาศัยแหล่งก าเนิด หรือวงจรก าเนิดสัญญาณ ซึ่ง วงจรก าเนิดสัญญาณจะท าหน้าที่ ก าเนิดสัญญาณไฟฟ้าให้มีรูปร่างตามที่ต้องการ เพื่อน าสัญญาณเหล่านี้ไป ใช้กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในหน่วยนี้จะกล่าวถึง วงจรก าเนิดสัญญาณรูปฟันเลื่อย และวงจรก าเนิด สัญญาณรูปสี่เหลี่ยมโดยใช้ไอซีเบอร์555 เป็นตัวสร้างสัญญาณ ๒) ขั้นกระตุ้นความสนใจ ครูเตรียมกิจกรรมที่จะกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการแบ่งกลุ่ม การเรียนรู้ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน เพื่อท ากิจกรรมในการเรียนรู้ ในแต่ละหัวข้อ เพื่อเพิ่มทักษะการ เรียนรู้ในแต่ละบทที่นักเรียนได้เรียนรู้ ๓) ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้ - ให้นักเรียนร่วมท ากิจกรรม และวิเคราะห์ - ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง ลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ - แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ จากใบงานเรื่อง ลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ โดยใช้เวลาตามที่ครูก าหนด ๔) ขั้นแสวงหาความรู้ ในขั้นแสวงหาความรู้มีแนวทางปฏิบัติส าหรับนักเรียนในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า นักเรียนเคยเรียนลอจิกเกตและ การก าเนิดสัญญาณ และนักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง โดยครูคอยสอดแทรกความรู้เพิ่มเติมให้แก่ นักเรียน - นักเรียนร่วมกันเขียนรูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงงานที่ตนปฏิบัติ ๕) ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ ครูให้นักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการท ากิจกรรม โดยครูใช้ค าถาม ถาม นักเรียนน าไปสู่การสรุปสิ่งที่เรียนรู้ - ให้แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูให้ความรู้และค าแนะน าเพิ่มเติม - ให้นักเรียนสรุปผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุดบันทึก ๖) ขั้นน าเสนอผลงาน ครูให้นักเรียนน าเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัดเวลา ให้นักเรียนได้เสนอสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้น และนักเรียนอื่นๆในโรงเรียนได้ชมผลงานและ เรียนรู้กิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในการท าโครงงาน - มอบหมายให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้นอกเวลาเรียน โดยขอค าแนะน า จากครูประจ าชั้นหรือผู้ปกครองแล้วน าผลการปฏิบัติมาเสนอในคาบเรียนต่อไป
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของลอจิกเกตและการก าเนิดสัญญาณ สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของลอจิกเกตและการ ก าเนิดสัญญาณ ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ๖. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๖.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ - หนังสือ - ใบความรู้ ๖.๒ สื่อโสตทัศน์ - เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ - สมาร์ททีวี ๖.๓ ออนไลน์ - ห้องเรียนออนไลน์ Google Class Room หน่วยที่ ๕ เรื่องลอจิกเกตและการก าเนิด สัญญาณ
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๗. หลักฐานการเรียนรู้ ๗.๑ ครูให้นักเรียน – นักศึกษาแบ่งกลุ่ม เพื่อศึกษาค้นคว้าตัวอย่างตามหัวข้อกิจกรรมเสนอแนะที่ ครูก าหนดให้ ๗.๒ นักเรียน-นักศึกษาอภิปรายเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมที่ครูก าหนด และสรุปผลการอภิปราย ๗.๓ ครูอธิบาย และสรุปเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมหน่วยการสอนที่ ๕ ๘. การวัดและประเมินผล ๘.๑ เครื่องมือประเมิน การจัดผลและการประเมินผลการเรียนครั้งนี้ จะแบ่งการประเมินออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) การทดสอบกลางภาคเรียนกับปลายภาคเรียน ๒) การก าหนดคะแนนระหว่างภาค กับคะแนนปลายภาคมีดังนี้ งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบปลายภาค ๑๐ คะแนน จิตพิสัยและการร่วมกิจกรรม ๒๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติกลางภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติปลายภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีกลางภาคเรียน ๒๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีปลายภาคเรียน ๒๐ คะแนน ๘.๒ เกณฑ์การประเมิน ผู้สอบผ่านรายวิชานี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้ - มีเวลาเรียนไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดต่อ ๑ ภาคเรียน - งานที่มอบหมายจะต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ของคะแนนที่มอบหมาย - ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ - ผ่านเกณฑ์การสอบปฏิบัติ ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ ร้อยละ ๘๐ -๑๐๐ ได้เกรด ๔.๐๐ ร้อยละ ๗๕ -๗๙ ได้เกรด ๓.๕๐ ร้อยละ ๗๐ -๗๔ ได้เกรด ๓.๐๐ ร้อยละ ๖๕ -๖๙ ได้เกรด ๒.๕๐ ร้อยละ ๖๐ -๖๔ ได้เกรด ๒.๐๐ ร้อยละ ๕๕ -๕๙ ได้เกรด ๑.๕๐ ร้อยละ ๕๐ -๕๔ ได้เกรด ๑.๐๐ ร้อยละ ๐ - ๔๙ ได้เกรด ๐.๐๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ ๑๖-๑๗ ชื่อหน่วย ฟลิปฟลอป ชื่อเรื่อง ฟลิปฟลอป เวลา ๑๕ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ๑. สาระส าคัญ วงจรเกี่ยวกับระบบดิจิตอลอาจแบ่งได้เป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกจะเกี่ยวกับวงจรเชิงจัดหมู่ (combination logic) ซึ่งใช้อุปกรณ์ประเภท AND, OR และ NOT เกต อีกกลุ่มหนึ่งจะเกี่ยวกับวงจรเชิง ล าดับ (sequential logic) วงจรประเภทนี้มักจะมีสัญญาณเวลา (timing) และอุปกรณ์เกี่ยวกับ หน่วยความจ าต่างๆ มาเกี่ยวข้องด้วย พื้นฐานไดอะแกรมของวงจร combination จะใช้ลอจิกเกต แต่พื้นที่ ของไดอะแกรมของ วงจร sequential จะใช้ฟลิปฟลอป (FF) ในบทนี้จะกล่าวถึงอุปกรณ์ทางดิจิตอลที่มีชื่อ เรียกว่า ฟลิปฟลอป ซึ่ง จะใช้ประกอบกับวงจรอื่นๆ มากมาย เช่น วงจรนับ, ชิพรีจีสเตอร์และอุปกรณ์ หน่วยความจ าต่างๆ ฟลิปฟลอปมี ๔ ดังนี้ ๑) R – S ฟลิปฟลอป (R – S Flip-Flop) ๒) D ฟลิปฟลอป ๓) J-K ฟลิปฟลอป ๔) ไอซีแลตช์ (IC Latches) ๒. สมรรถนะประจ าหน่วย ๑) เลือกฟลิปฟลอปแต่ละชนิดไปใช้งานอย่างเหมาะสม ๒) อธิบายการท างานของฟลิปฟลอป ๓) ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมที่พึงประสงค์คือ ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วย จุดประสงค์ทั่วไป ๑) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับฟลิปฟลอป ๒) เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของฟลิปฟลอป ๓) เพื่อให้มีทักษะในการประยุกต์ใช้งานฟลิปฟลอป ๔) อธิบายองค์ประกอบของฟลิปฟลอป จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑) เปรียบเทียบหน้าที่ความแตกต่างของฟลิปฟลอปได้ ๒) ค านวณและวัดค่าแรงดัน, กระแส, ความต้านทานของฟลิปฟลอปได้ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน)
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้าได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของรูปร่างสัญญาณไฟฟ้า ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑. ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒. ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓. ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย การบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์สถานศึกษา ไม่มี ๔. สาระการเรียนรู้ วงจรเกี่ยวกับระบบดิจิตอลอาจแบ่งได้เป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกจะเกี่ยวกับวงจรเชิงจัดหมู่ (combination logic) ซึ่งใช้อุปกรณ์ประเภท AND, OR และ NOT เกต อีกกลุ่มหนึ่งจะเกี่ยวกับวงจรเชิง ล าดับ (sequential logic) วงจรประเภทนี้มักจะมีสัญญาณเวลา (timing) และอุปกรณ์เกี่ยวกับ หน่วยความจ าต่างๆ มาเกี่ยวข้องด้วย พื้นฐานไดอะแกรมของวงจร combination จะใช้ลอจิกเกต แต่พื้นที่ ของไดอะแกรมของ วงจร sequential จะใช้ฟลิปฟลอป (FF) ในบทนี้จะกล่าวถึงอุปกรณ์ทางดิจิตอลที่มีชื่อ เรียกว่า ฟลิปฟลอป ซึ่ง จะใช้ประกอบกับวงจรอื่นๆ มากมาย เช่น วงจรนับ, ชิพรีจีสเตอร์และอปกรณ ุ ์ หน่วยความจ าต่างๆ ฟลิปฟลอปมี ๔ ดังนี้ ๑. R – S ฟลิปฟลอป (R – S Flip-Flop) ๒. D ฟลิปฟลอป ๓. J-K ฟลิปฟลอป ๔. ไอซีแลตช์ (IC Latches)
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ๕. กิจกรรมการเรียนรู้ ๑) ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ครูให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการท าโครงงานก่อนการเรียนรู้ ฟลิปฟลอป หรือที่รู้จักในชื่อไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และอาจเรียกว่ามัลติไวเบรเตอร์แบบ ทวิเสถียร เป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์ชนิดที่ในการเปลี่ยนแปลงการท างานจะต้องมีสัญญาณอินพุตป้อนเข้ามา ควบคุมในการท างาน สภาวะการท างานของวงจรเป็นลักษณะวงจรเสถียรภาพอยู่ 2 สภาวะ แบ่งสภาวะ การท างานลักษณะเสถียรภาพออกเป็น ๒ ส่วน โดยวงจรส่วนหนึ่งอยู่ในสภาวะท างานตลอดเวลา วงจรอีก ส่วนหนึ่งอยู่ในสภาวะหยุดท างานตลอดเวลา ๒) ขั้นกระตุ้นความสนใจ ครูเตรียมกิจกรรมที่จะกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการแบ่งกลุ่ม การเรียนรู้ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน เพื่อท ากิจกรรมในการเรียนรู้ ในแต่ละหัวข้อ เพื่อเพิ่มทักษะการ เรียนรู้ในแต่ละบทที่นักเรียนได้เรียนรู้ ๓) ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแสวงหาความรู้ - ให้นักเรียนร่วมท ากิจกรรม และวิเคราะห์ - ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง ฟลิปฟลอป - แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ จากใบงานเรื่อง ฟลิปฟลอป โดยใช้เวลาตามที่ครูก าหนด ๔) ขั้นแสวงหาความรู้ ในขั้นแสวงหาความรู้มีแนวทางปฏิบัติส าหรับนักเรียนในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า นักเรียนเคยเรียนเรื่องฟลิปฟลอป และนักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง โดยครูคอยสอดแทรกความรู้เพิ่มเติมให้แก่นักเรียน - นักเรียนร่วมกันเขียนรูปเล่ม สรุปรายงานจากโครงงานที่ตนปฏิบัติ ๕) ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ ครูให้นักเรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้จากการท ากิจกรรม โดยครูใช้ค าถาม ถาม นักเรียนน าไปสู่การสรุปสิ่งที่เรียนรู้ - ให้แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูให้ความรู้และค าแนะน าเพิ่มเติม - ให้นักเรียนสรุปผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมและบันทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุดบันทึก ๖) ขั้นน าเสนอผลงาน ครูให้นักเรียนน าเสนอผลการเรียนรู้ โดยครูออกแบบกิจกรรมหรือจัดเวลา ให้นักเรียนได้เสนอสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้น และนักเรียนอื่นๆในโรงเรียนได้ชมผลงานและ เรียนรู้กิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในการท าโครงงาน - มอบหมายให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้นอกเวลาเรียน โดยขอค าแนะน า จากครูประจ าชั้นหรือผู้ปกครองแล้วน าผลการปฏิบัติมาเสนอในคาบเรียนต่อไป บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง (ความพอประมาณ/ความมีเหตุผล/ความภูมิคุ้มกัน) ๑. ความพอประมาณ - นักเรียนอธิบายความส าคัญของฟลิปฟลอป ๒. ความมีเหตุผล - นักเรียนอธิบายประวัติของฟลิปฟลอปได้อย่างมีเหตุและผล ๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับประวัติของฟลิปฟลอป
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ - นักเรียนซักถามปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติของฟลิปฟลอป - นักเรียนมีความรู้และปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของฟลิปฟลอป สองเงื่อนไข(ความรู้/คุณธรรม) ๔. เงื่อนไขความรู้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประวัติของฟลิปฟลอป ๕. เงื่อนไขคุณธรรม - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 D ๑) ด้านประชาธิปไตย - นักเรียนแสดงความคิดเห็น ยอมรับความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการท างาน ๒) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้ และมีวินัย ๓) ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - นักเรียนใช้เวลาว่างในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ๖. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๖.๑ สื่อสิ่งพิมพ์ - หนังสือ - ใบความรู้ ๖.๒ สื่อโสตทัศน์ - เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ - สมาร์ททีวี ๖.๓ ออนไลน์ - ห้องเรียนออนไลน์ Google Class Room หน่วยที่ ๖ เรื่องฟลิปฟลอป ๗. หลักฐานการเรียนรู้ ๗.๑ ครูให้นักเรียน – นักศึกษาแบ่งกลุ่ม เพื่อศึกษาค้นคว้าตัวอย่างตามหัวข้อกิจกรรมเสนอแนะที่ ครูก าหนดให้ ๗.๒ นักเรียน-นักศึกษาอภิปรายเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมที่ครูก าหนด และสรุปผลการอภิปราย ๗.๓ ครูอธิบาย และสรุปเนื้อหาตามหัวข้อกิจกรรมหน่วยการสอนที่ ๖ ๘. การวัดและประเมินผล ๘.๑ เครื่องมือประเมิน การจัดผลและการประเมินผลการเรียนครั้งนี้ จะแบ่งการประเมินออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) การทดสอบกลางภาคเรียนกับปลายภาคเรียน ๒) การก าหนดคะแนนระหว่างภาค กับคะแนนปลายภาคมีดังนี้
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบกลางภาค ๑๐ คะแนน งานที่มอบหมายในระหว่างเรียนก่อนสอบปลายภาค ๑๐ คะแนน จิตพิสัยและการร่วมกิจกรรม ๒๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติกลางภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอบปฏิบัติปลายภาคเรียน ๑๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีกลางภาคเรียน ๒๐ คะแนน ทดสอทฤษฎีปลายภาคเรียน ๒๐ คะแนน ๘.๒ เกณฑ์การประเมิน ผู้สอบผ่านรายวิชานี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้ - มีเวลาเรียนไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดต่อ ๑ ภาคเรียน - งานที่มอบหมายจะต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ของคะแนนที่มอบหมาย - ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ - ผ่านเกณฑ์การสอบปฏิบัติ ต้องไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๖๐ ร้อยละ ๘๐ -๑๐๐ ได้เกรด ๔.๐๐ ร้อยละ ๗๕ -๗๙ ได้เกรด ๓.๕๐ ร้อยละ ๗๐ -๗๔ ได้เกรด ๓.๐๐ ร้อยละ ๖๕ -๖๙ ได้เกรด ๒.๕๐ ร้อยละ ๖๐ -๖๔ ได้เกรด ๒.๐๐ ร้อยละ ๕๕ -๕๙ ได้เกรด ๑.๕๐ ร้อยละ ๕๐ -๕๔ ได้เกรด ๑.๐๐ ร้อยละ ๐ - ๔๙ ได้เกรด ๐.๐๐
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ แผนจัดการเรียนรู้สัปดาห์ที่ ๑๘ ชื่อหน่วย ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน ชื่อเรื่อง. ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน ๑. สาระส าคัญ จากการที่ผู้เรียนได้ศึกษาวิชานี้ จะได้รับความรู้ความเข้าใจ และเกิดทักษะการฝึกปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้ผู้เรียนฝึกคิด เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยยึดหลักการน าไปใช้ให้เกิดไปประโยชน์ในการพัฒนาสังคม พร้อมทั้งน าหลักคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มา ประยุกต์ใช้กับกิจกรรมการเรียนอย่างเหมาะสม ๒. สมรรถนะประจ าหน่วย ๑) แสดงความรู้เกี่ยวกับวงจรพัลส์และสวิตชิง ๒) ทบทวนเนื้อหาทั้งหมด ๓) ท าข้อสอบให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจ าหน่วย ๑) ทบทวนเนื้อหาวิชาที่ได้ศึกษามาแบบย่อ ๒) รวบรวมคะแนนระหว่างภาคเรียน ๓) ปัญหาการเรียนของผู้เรียน ๔) สอบปลายภาคเรียน ๔. สาระการเรียนรู้ จากการที่ผู้เรียนได้ศึกษาวิชานี้ จะได้รับความรู้ความเข้าใจ และเกิดทักษะการฝึกปฏิบัติกิจกรรม การเรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้ผู้เรียนฝึกคิด เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ โดยยึดหลักการน าไปใช้ให้เกิดไปประโยชน์ในการพัฒนาสังคม พร้อมทั้งน าหลักคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้ส าเร็จการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา มาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมการเรียนอย่างเหมาะสม
งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก,๒๕๖๖ ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ รหัสวิชา ๓๐๑๐๕-๑๐๐๓ ชื่อวิชา วงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค ครูผู้สอน นายวุฒิพงศ์ เปลือยศรี _____________________________________________________________________________ ข้อปฏิบัติในการเข้าห้องสอบ ๑. เวลาในการท าข้อสอบ ๑ ชั่วโมง ๒. อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขได้ แต่ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในการคิดเลข ๓. ห้ามยืมเครื่องมืออุปกรณ์ทุกชนิดระหว่างสอบ _____________________________________________________________________________ ข้อ ๑ จงวาดรูปสัญญาณไฟฟ้า พร้อมอธิบายแหล่งก าเนิด ข้อ ๒ จงวาดรูปวงจรอินทิเกรเตอร์ และวงจรดิฟเฟอร์เรนชิเอเตอร์พร้อมอธิบายการท างานของวงจร ข้อ ๓ ลอจิกเกตมีชนิดอะไรบ้าง พร้อมเขียนตารางความจริง ข้อ ๔ ฟลิปฟลอปมีชนิดอะไรบ้าง พร้อมเขียนตารางความจริง