พระนครศรีอยุธยา เมืองหลวงเก่าแก่ของ
ประเทศไทย ไดร้ บั การข้ึนทะเบียนมรดก
โลกทางวฒั นธรรม ชมบรรยากาศของ
อยุธยาเมืองเก่า ไหวพ้ ระใหส้ ุขใจก็เป็ น
โปรแกรมความสขุ ครบเครื่อง ท่ีใหท้ งั้
ความสขุ ตาและสขุ ใจในหน่ึงวนั
1. ตำนำน เป็ นเรอื่ งทเี่ รำ้ ตอ่ ๆ กนั มำดว้ ย
วำจำ ตอ่ มำภำยหลงั จงึ มกี ำรจดบนั ทกึ และ
พมิ พเ์ ผยแพร่ ดงั นั้นเรอื่ งทอี่ ยใู่ นตำนำนจงึ อำจ
ถกู เปลยี่ นแปลงจำกเรอื่ งเดมิ ไดเ้ พรำะกำรลมื
ควำมไมแ่ ม่นยำในกำรจดจำกำรแตง่ เตมิ เรอื่ ง
กำรไม่ใหค้ วำมสำคญั ในเรอื่ งกำรเวลำ จงึ มกี ำร
กลำ่ วถงึ เวลำอยำ่ งกวำ้ งๆ เรอื่ งทปี่ รำกฏใน
ตำนำนมกั จะกลำ่ วถงึ เรอื่ งในพระพุทธศำสนำ
เรอื่ งรำวของบุคคล เรอื่ งรำวของปชู ะนีสถำน
เชน่ ตำนำนมูล ศำสนำ ตำนำนจำมมะเทววี งศ ์
ตำนำนพระแกว้ มรกต ตำนำนอรุ งั พระธำตุ
เป็ นตน้ ตำนำนจึงสะทอ้ นใหเ้ ห็นควำมเช่ือ ควำมศรัทธำคติ
ชำวบำ้ น ดงั น้นั ตำนำนจึงมีประโยชน์ในกำรศึกษำประวตั ิศำสตร์
ไทยอยูม่ ำก แตก่ ็ตอ้ งใชด้ ว้ ยควำมระมดั ระวงั และตรวจสอบกบั
หลกั ฐำนอ่ืนๆ ดว้ ย เชน่ หลกั ฐำนทำงโบรำณคดีเป็นตน้
2. จำรึก ทำข้ึนเพ่ือใชอ้ ธิบำยเร่ืองรำวเหตุกำรณท์ ่ีเกิดข้ึนในสงั คม โดยมีจุดมุง่ หมำย ศิลำจำรึกหลกั ท่ี 1 วดั ศรีชุม
อยำ่ งใดอยำ่ งหน่ึง จำรึกของไทยปรำกฏในหลำย ลกั ษณะ เชน่ จำรึกบนแทน่ ศิลำ จำลึกลำนทอง
หรือ ศิลำจำรึก จำรึกลงแผน่ ทอง เรียกวำ่ จำลึกลำนทอง จำรึกลงแผน่ เงิน เรียกวำ่
จำรึกลำนเงิน จำรึกหรือจำนบนใบลำน เรียกวำ่ หนังสือใบลำน จำรึกเป็นหลกั กำรทำง
หวดั ดีสสไทยท่ีมีควำมสำคญั มำก โดยเฉพำะในสมยั สุโขทยั จำรึกท่ีคน้ พบในประเทศ
ไทย มีประมำณ 500 ช้ิน เพ่ือนเอกสำรชน้ั ตน้ ท่ีคดั ลอก แกไ้ ข ซ่ึงมีประโยชน์ในกำร
สรำ้ งกรอบกำหนดเหตุกำรณต์ ำมวนั เวลำสำมำรถใหข้ อ้ มูลทำงดำ้ นสงั คมและ
เศรษฐกิจไดอ้ ยำ่ งดี และชว่ ยใหศ้ ึกษำวฒั นธรรมของทอ้ งถ่ินไดอ้ ยำ่ งลึกซ้ึงย่ิงข้ึน ศิลำ
จำรึกท่ีสำคญั เชน่ ศิลำจำรึกสุโขทยั หลกั ท่ี 1 หรือศิลำจำรึกพอ่ ขุนรำมคำแหง
มหำรำช จำรึกวดั ศรีชุม หรือศิลำจำรึกสุโขทยั ลกั ษณ์ ท่ี 2 ซ่ึง ซ่ึงถือเป็นหลกั กำร
สำคญั ท่ีนักประวตั ิศำสตรใ์ ชเ้ ป็นขอ้ มูลในกำรศึกษำประวตั ิศำสสุโขทยั อยำ่ งไรก็ตำม
จำรึกมีขอ้ จำกดั ทำงดำ้ นภำษำและกำรตีควำม เพรำะสำนวนภำษำในจำรึกมีอำยุหลำย
รอ้ ยปี ขอ้ ควำมในจำรึกจึง อำจจะมีควำมหมำยแตกตำ่ งไปจำกลำซำในปจั จุบนั ทำให้
นักประวตั ิศำสอำจดีควำมผิดได้ นอกจำกน้ีตวั อกั ษรของศิลำจำรึกก็อำจไมช่ ดั เจนจน
ทำใหอ้ ำ่ นยำก
3. พงศำวดำร เป็นกำรบนั ทึกเร่ืองรำวในอดีตภำยใตก้ ำรอปุ ถมั ภ์ พงษำวดำรกรุงศรีอยุธยำ
ของรำชสำนัก เน้ือหำในพงศำวดำร จำเนน้ เหตุกำรณท์ ่ีเก่ียวกบั
อำณำจกั รและกษตั ริยท์ ่ีปกครองอำณำจกั รนั้นๆ พงศำวดำร ท่ีมีอยู่
ในปจั จุบนั มีเน้ือหำ 3 ประเภทใหญๆ่ คือ พงษำวดำรกรุงศรีอยุธยำ
พงษำวดำรกรุงรตั นโกสินทรจ์ นถึงตน้ รำชกำรท่ี 5 พงษำวดำร
ทอ้ งถ่ินและประเทศเพ่ือนบำ้ น อยำ่ งไรก็ตำม แมว้ ำ่ พงษำวดำรจะ
ไมใ่ หค้ วำมสำคญั เก่ียวกบั สำมญั ชนทว่ั ไปและบำงเร่ืองยงั เก่ียวกบั
เร่ืองไมป่ กติ แตก่ ็ เป็นหลกั ฐำนท่ีมีประโยชน์และทรงคุณคำ่ มำกใน
กำรศึกษำประวตั ิศำสตร์ โดยเฉพำะในสมยั อยุธยำและ
รัตนโกสินทรถ์ ึงตน้ รชั กำลท่ี 5
พงษำวดำรกรุงรตั นโกสินทรถ์ รัชกำรท่ี 1
4. บนั ทกึ ของชำวตำ่ งชำติ ชำวตำ่ งชำตทิ เี่ ดนิ ทำงเขำ้ มำใน
ดนิ แดนประเทศไทยสมยั ตำ่ งๆ มที งั้ ทเี่ ป็ น นักกำรทตู พ่อคำ้ ได ้
บนั ทกึ เรอื่ งรำวตำ่ งๆ ทง้ั ทเี่ กยี่ วกบั ประวตั ศิ ำสตร ์ ภมู ศิ ำสตร ์
วฒั นธรรม กำรดำรงชวี ติ เป็ นตน้ ทำใหเ้ รำไดท้ รำบเหตกุ ำรณ์
ทำงประวตั ศิ ำสตรไ์ ทยมำกขนึ้ กวส่ เดมิ บนั ทกึ ทสี่ ำคญั ของ
ชำวตำ่ งชำตใิ นสมยั อยธุ ยำ เชน่ พงษำวดำรกรงุ ศรอี ยธุ ยำ ฉบบั
ฟำน ฟลตี หรอื วนั วลติ พ่อคำ้ ชำวฮอลดั ดำ ทมี่ ำประจำกรงุ ศรี
อยธุ ยำสมยั สมเด็จพระเจำ้ ปรำสำททอง จดหมำยเหตลุ ำลแู บร ์
โดย ซมิ องค ์ เดอ ลำ ลแู บร ์รำชทตู ชำวฝรง่ั เศส ทเี่ คำ้ มำเจรญิ สมั
พนั ธไมตี ไทยในสมยั สมเด็จพระนำรำยณม์ หำรำช ในสมยั
รตั นโกสนิ ทร ์ บนั ทกึ ของชำวตำ่ งชำตมิ ำกขนึ้ เชน่ เลำ่ เรอื่ งกรงุ
สยำม ของ สงั ฆรำชปำลเลอกวั ซ ์ เผยเผ่ ศำสนำครสิ ตใ์ นเมอื งไทย พงษำวดำรกรุงศรีอยธุ ยำ ฉบบั วนั วลิต
เป็ นเวลำนำน จงึ อำจทำใหม้ กี ำรเขำ้ ใจผดิ ในวฒั นธรรมของไทยใน
บำงเรอื่ ง เพรำะฉะน้ันในกำรศกึ ษำจงึ ตอ้ งระมดั ระวงั ในประเด็น
เหลำ่ นี้
5. จดหมำยเหตุ เป็นหลกั ฐำน ทำงประวตั ิศำสตร์ ประเภท
พงศำวดำร แตแ่ ตกตำ่ งกนั ตรงท่ีจดหมำยเหตุ เป็นกำรบนั ทึกร่วม
สมยั บอกเก่ียวกบั วนั เวลำ ท่ีมีเหตุกำรณเ์ กิดข้ึน มีลกั ษณะเดน่ ใน
เร่ืองกำรใหร้ ำยละเอยี ด และควำมถูกตอ้ งในเร่ืองเวลำ พรอ้ มทงั้
แทรกควำมคิดเห็นของผูบ้ นั ทึกลงไปดว้ ย จดหมำยเหตุแบง่ ออกเป็น
หลำยประกำร ไดแ้ ก่ จดหมำยเหตุของหลวง จดหมำยเหตุโหร
จดหมำยเหตุของบุคคล และเอกสำรคำใหก้ ำรของรัฐหรือฝ่ำย
ปกครอง
จดหมำยเหตุหลวงอดุ มสมบตั ิ
6. เอกสำรทำงรำชกำร เป็ นเอกสำรที่
เกยี่ วขอ้ งกบั กำรบรหิ ำรรำชกำรและกำร
ปกครองทรี่ ฐั บำล มตี อ่ ขำ้ รำชกำรทงั้ สว่ นกลำง
และสว่ นภมู ภิ ำค เชน่ รำยงำนกำรตรวจสอบ
รำชกำร รำยงำนควำมคดิ เห็นเพอื่ กรำบบงั คม
ทลู รำยงำนกำรประชมุ เป็ นตน้ กอ่ นสมยั
รตั นโกสนิ ทร ์ เอกสำรทำงรำชกำรสว่ นใหญ่ได ้
ชำรดุ เสยี หำยไปมำก ประตอบรบั ในสมยั
โบรำณยงั ไม่มรี ะบบกำรจดั เก็บเอกสำร
รำชกำร จนกระทง่ั ไดม้ กี ำรตงั้ กระทรวง ทบวง
กรม ขนึ้ ในสมยั รำชกำรที่ 5 จงึ ไดเ้ รมิ่ กำร
จดั เก็บเอกสำรอยำ่ งเป็ นระบบ โดยเก็บไวท้ หี่ อ
จดหมำยเหตแุ หง่ ชำตเิ ป็ นแหลง่ สำคญั
เชน่ แหลง่ โบรำณคดีบำ้ นเชียง ซ่ึงไดแ้ สดงออกถึงร่องรอยของมนุษยใ์ นประเทศไทย
สมยั ดงั กลำ่ ว แสดงใหเ้ ห็นถึงวฒั นธรรมท่ีมีพฒั นำกำรแลว้ ในหลำยๆ ดำ้ น โดยเฉพำะ
ดำ้ นควำมรูค้ วำมสำมำรถหรือภูมิปญั ญำ อนั เป็นเคร่ืองมือส ำหรบั ชว่ ยใหผ้ ูค้ นเหลำ่ นนั้
สำมำรถด ำรงชีวิตและสรำ้ งสงั คม-วฒั นธรรมของมนุษยไ์ ดส้ ืบเน่ืองตอ่ กนั มำเป็น
ระยะเวลำยำวนำน
คือโบรำณสถำนขนำดใหญ่ ซ่ึงมกั พบหลกั ฐำนท่ีแสดงถึงวิถีชีวิต
ของผูค้ นในสมยั นั้นๆ ได้ เชน่ อทุ ยำนประวตั ิศำสตรพ์ นมรุง้ ซ่ึงถูก
ออกแบบโดยค ำนวณมำอยำ่ งดี โดยในวนั ท่ี 3-5 เมษำยน และ
8-10 กนั ยำยน ของทุกปี เม่ือดวงอำทิตยข์ ้ึน จะสอ่ งแสงลอดประตู
ทงั้ 15 บำนพรอ้ มกนั ส่ิงเหลำ่ น้ี แสดงใหเ้ ห็นถึงภูมิปัญญำอนั ชำญ
ฉลำดของผูค้ นในสมยั น้ัน
จิตรกรรมฝำผนัง เป็นศิลปะท่ีมีควำมประณีตสวยงำม แสดงควำม
รูส้ ึก ชีวิติจิตใจ และควำมเป็นไทย เน้ือหำท่ีเขยี นมกั เป็นเร่ื องรำว
เก่ียวกบั อดีตพุทธ พุทธประวตั ิ ทศชำติชำดก ไตรภูมิ วรรณคดีและ
ชีวิตไทย พงศำวดำรตำ่ ง ๆ ซ่ึงมีควำมส ำคญั อยำ่ งย่ิงในกำรศึกษำ
คน้ ควำ้ วิถีชีวิตและประวตั ิศำสตรช์ ำติไทย
พระเคร่ือง คือรูปสมมุติของพระพุทธเจำ้ ท่ีมีขนำดเล็ก สรำ้ งไวส้ ำหรบั
บรรจุไวใ้ นพุทธเจดีย์ เพ่ือเป็นท่ีระลึกถึงพระพุทธเจำ้ และเพ่ือสืบทอดพระ
ศำสนำ ศิลปะของพระเคร่ืองมกั แตกตำ่ งกนั ไปตำมยุคสมยั และแหลง่ ท่ีมำ
อนั ทำใหเ้ รำสำมำรถศึกษำถึงวิถีชีวิต ควำมเช่ือ วฒั นธรรม ท่ีสะทอ้ น
ออกมำจำกศิลปะกำรสรำ้ งพระเคร่ืองได้
ผำ้ ไทย คือผำ้ ทอมือท่ีมีกำรผลิตในประเทศไทย โดยมีเอกลกั ษณเ์ ฉพำะใน
แตล่ ะทอ้ งถ่ิน เรำสำมำรถศึกษำศิลปะ วฒั นธรรม กำรเมือง ของผูค้ นใน
สมยั โบรำณไดจ้ ำกศิลปะบนลำยผำ้ เชน่ ผำ้ ไทยในภำคเหนือ ซ่ึงมีควำมโดด
เดน่ โดยเฉพำะผำ้ ของเจำ้ นำยลำ้ นนำ ท่ีนิยมใชผ้ ำ้ ยกดอก ทอดว้ ยไหมเงิน
ไหมทอง
วดั มหาธาตุ
วดั น้ีสรำ้ งในสมยั สมเด็จพระบรมรำชำธิรำชท่ี 1 ตอ่ มำสมเด็จพระรำเมศวร
โปรดเกลำ้ ฯ ใหอ้ ญั เชิญพระบรมสำรีริกธำตุมำบรรจุไวใ้ ตฐ้ ำนพระปรำงค์
ประธำนของวดั เม่ือ พ.ศ. 1927 พระปรำงคว์ ดั มหำธำตุถือเป็นปรำงคท์ ่ีสรำ้ ง
ในระยะแรกของสมยั อยุธยำซ่ึงไดร้ ับอิทธิพลของปรำงคข์ อมปนอยู่
วดั พระศรีสรรเพชญ์
สรำ้ งในรชั สมยั ของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนำถ ในรำวปี พ.ศ.1991 โดยท่ี
พระองคท์ รงเจียดพ้ืนท่ีดำ้ นหลงั ของพระบรมมหำรำชวงั ใหเ้ ป็นวดั ประจำวงั หลวง
ทง้ั น้ี เพ่ือควำมสะดวกในกำรทำสงั ฆกรรม และ พระรำชพิธีตำ่ งๆ ไดโ้ ดยสะดวก
วดั ภเู ขาทอง
สมเด็จพระรำเมศวร ทรงสรำ้ ง เม่ือ พ.ศ. 1930เม่ือบุเรงนองยกมำตีกรุงศรี
อยุธยำไดเ้ ม่ือ พ.ศ. 2112 นน้ั ไดส้ รำ้ งพระเจดียภ์ ูเขำทองข้ึนไวเ้ ป็นท่ีระลึก
ตอ่ มำสมเด็จพระเจำ้ บรมโกศ โปรดใหซ้ อ่ มองคพ์ ระเจดียต์ อนบน เป็นแบบไทย
พรอ้ ม ๆ กนั กบั กำรบูรณะวดั
สมยั รำชวงศอ์ ูท่ อง (ครั้งท่ี 1 : พ.ศ. 1893 – 1913)[แก]้
•พ.ศ. 1893
• สมเด็จพระเจำ้ อูท่ องทรงสถำปนำกรุงศรีอยุธยำเป็นรำช
ธำนี และทรงสถำปนำช่ือเมืองวำ่ กรุงเทพทวำรวดีศรี
อยุธยำ สมยั รำชวงศส์ ุพรรณภูมิ (ครัง้ ท่ี 1 : พ.ศ. 1913 – 1931)[แก]้
•พ.ศ. 1912 •พ.ศ. 1913
• สมเด็จพระเจำ้ อูท่ องเสด็จสวรรคต • สมเด็จพระรำเมศวรทรงสละรำชสมบตั ิใหข้ นุ หลวงพะงว่ั
• สมเด็จพระรำเมศวรเสด็จข้ึนครองรำชย์ •พ.ศ. 1931
• ขุนหลวงพะงว่ั เสด็จสวรรคต
• สมเด็จพระเจำ้ ทองลนั เสด็จข้ึนครองรำชย์
• สมเด็จพระรำเมศวรสำเร็จโทษสมเด็จพระเจำ้ ทองลนั แลว้
เสด็จข้ึนครองรำชยค์ รงั้ ท่ี 2
สมยั รำชวงศอ์ ูท่ อง (ครง้ั ท่ี 2 : พ.ศ. 1931 – 1952)[แก]้
•พ.ศ. 1931
• สมเด็จพระรำเมศวรสำเร็จโทษสมเด็จพระเจำ้ ทองลนั แลว้
เสด็จข้ึนครองรำชยค์ รงั้ ท่ี 2
ภำพวำดกรุงศรีอยุธยำ (รำว พ.ศ. 2206) วำดโดย Johannes
Vingboons
สมยั รำชวงศส์ ุพรรณภูมิ (ครั้งท่ี 2 : พ.ศ. 1952 – 2112)[แก]้
•พ.ศ. 1981
• เจำ้ สำมพระยำทรงผนวกกรุงสุโขทยั เขำ้ เป็นสว่ นหน่ึงของกรุงศรีอยุธยำ
•พ.ศ. 1991
• สมเด็จพระบรมไตรโลกนำถเสด็จข้ึนครองรำชย์
•พ.ศ. 2054
• โปรตุเกสเป็นชำติยุโรปแรกท่ีเขำ้ มำเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั กรุงศรีอยุธยำ ดว้ ยกำรสง่ ดูวำรต์ ึ ฟือรน์ ังดึช (Duarte Fenandes) เป็นทูตมำเฝ้ำ
สมเด็จพระรำมำธิบดีท่ี 2 หลงั จำกท่ีโปรตุเกสเขำ้ พิชิตมะละกำ
•รำว พ.ศ. 2083
• จุดกำเนิดหมูบ่ ำ้ นโปรตุเกสในกรุงศรีอยุธยำ ตำมพระบรมรำชโองกำรฯ ของสมเด็จพระไชยรำชำธิรำช ท่ีพระรำชทำนท่ีดินใหช้ ำวโปรตุเกส 120 คน โดย
เป็นบำเหน็จกำรทำควำมดีควำมชอบจำกกำรเขำ้ รว่ มรบในสงครำมเชียงกรำนจนไดร้ ับชยั ชนะ
• โบรำณสถำนซำนเปโตร หรือ โบสถเ์ ซนตโ์ ดมินิค ในคณะโดมินิกนั เป็นโบสถค์ ริสตศ์ ำสตรแ์ หง่ แรกท่ีสรำ้ งข้ึนในอำณำจกั รอยุธยำ ตง้ั อยูบ่ ริเวณหมูบ่ ำ้ น
โปรตุเกส
•พ.ศ. 2092
• สมเด็จพระมหำจกั รพรรดิทรงใหก้ อ่ กำแพงพระนครศรีอยุธยำกอ่ อิฐถือปูนตำมแบบฝร่ังเป็นคร้ังแรก จำกเดิมท่ีถมดินเป็นเชิงเทินแลว้ ปักเสำไมร้ ะเนียด
ดำ้ นบน
•พ.ศ. 2103
• เร่ิมกอ่ สรำ้ งพระธำตุศรีสองรกั เพ่ือเป็นสกั ขีพยำนในกำรชว่ ยเหลือซ่ึงกนั และกนั ระหวำ่ งกรุงศรีอยุธยำกบั กรุงศรีสตั นำคนหุต
สมยั รำชวงศส์ ุพรรณภูมิ (คร้งั ท่ี 2 : พ.ศ. 1952 – 2112)[แก]้
•พ.ศ. 1981
• เจำ้ สำมพระยำทรงผนวกกรุงสุโขทยั เขำ้ เป็นสว่ นหน่ึงของกรุงศรีอยุธยำ
•พ.ศ. 1991
• สมเด็จพระบรมไตรโลกนำถเสด็จข้ึนครองรำชย์
•พ.ศ. 2054
• โปรตุเกสเป็นชำติยุโรปแรกท่ีเขำ้ มำเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั กรุงศรีอยุธยำ ดว้ ยกำรสง่ ดูวำรต์ ึ ฟือรน์ ังดึช (Duarte Fenandes)
เป็นทูตมำเฝ้ำสมเด็จพระรำมำธิบดีท่ี 2 หลงั จำกท่ีโปรตุเกสเขำ้ พิชิตมะละกำ
•รำว พ.ศ. 2083
• จุดกำเนิดหมูบ่ ำ้ นโปรตุเกสในกรุงศรีอยุธยำ ตำมพระบรมรำชโองกำรฯ ของสมเด็จพระไชยรำชำธิรำช ท่ีพระรำชทำนท่ีดินใหช้ ำวโปรตุเกส
120 คน โดยเป็นบำเหน็จกำรทำควำมดีควำมชอบจำกกำรเขำ้ รว่ มรบในสงครำมเชียงกรำนจนไดร้ บั ชยั ชนะ[2]
• โบรำณสถำนซำนเปโตร หรือ โบสถเ์ ซนตโ์ ดมินิค ในคณะโดมินิกนั เป็นโบสถค์ ริสตศ์ ำสตรแ์ หง่ แรกท่ีสรำ้ งข้ึนในอำณำจกั รอยุธยำ ตง้ั อยู่
บริเวณหมูบ่ ำ้ นโปรตุเกส[3]
•พ.ศ. 2092
• สมเด็จพระมหำจกั รพรรดิทรงใหก้ อ่ กำแพงพระนครศรีอยุธยำกอ่ อิฐถือปูนตำมแบบฝร่ังเป็นครง้ั แรก จำกเดิมท่ีถมดินเป็นเชิงเทินแลว้ ปักเสำไม้
ระเนียดดำ้ นบน
•พ.ศ. 2103
• เร่ิมกอ่ สรำ้ งพระธำตุศรีสองรัก เพ่ือเป็นสกั ขีพยำนในกำรชว่ ยเหลือซ่ึงกนั และกนั ระหวำ่ งกรุงศรีอยุธยำกบั กรุงศรีสตั นำคนหุต
สมยั รำชวงศส์ ุโขทยั (พ.ศ. 2112 – 2173)
•พ.ศ. 2112
• กรุงศรีอยุธยำเสียกรุงครงั้ ท่ี 1
• สมเด็จพระมหินทรำธิรำชเสด็จสวรรคต
• สมเด็จพระมหำธรรมรำชำธิรำชเสด็จข้ึนครองรำชยแ์ ละสถำปนำรำชวงศส์ ุโขทยั
•พ.ศ. 2126
• รำลฟ์ ฟิทชเ์ ป็นชำวองั กฤษคนแรกท่ีบนั ทึกวำ่ ไดเ้ ดินทำงเขำ้ มำในพ้ืนท่ีซ่ึงปัจจุบนั เป็ นประเทศไทย โดยเดินทำงมำ
ท่ ีนครเชียงใหม่
•พ.ศ. 2127
• สมเด็จพระนเรศวรมหำรำชทรงประกำศอิสรภำพ ท่ีเมืองแครง
•พ.ศ. 2133
• สมเด็จพระมหำธรรมรำชำธิรำชเสด็จสวรรคต
• สมเด็จพระนเรศวรมหำรำชเสด็จข้ึนครองรำชย์
•พ.ศ. 2135
• สมเด็จพระนเรศวรมหำรำชทรงกระทำยุทธหตั ถีกบั พระมหำอุปรำชำไดร้ บั ชยั ชนะ
•พ.ศ. 2141
• ติดตอ่ กบั สเปนเป็นคร้งั แรก
•พ.ศ. 2145
• เรือสำเภำบรรทุกสินคำ้ ของ เฉกอะหมดั กมุ มี และ
นอ้ งชำยคือ มะหะหมดั ซำอิด เขำ้ มำเทียบทำ่ ท่ีป้อม
เพชร เพ่ือเขำ้ มำตง้ั หำ้ งคำ้ ขำยอยูใ่ นกรุงศรีอยุธยำ
•พ.ศ. 2147
• ติดตอ่ กบั ฮอลนั ดำเป็นครั้งแรก
•พ.ศ. 2148
• สมเด็จพระนเรศวรมหำรำชเสด็จสวรรคต
• สมเด็จพระเอกำทศรถเสด็จข้ึนครองรำชย์
•พ.ศ. 2153
• สมเด็จพระเอกำทศรถทรงมีพระรำชสำสน์ ตอบสำสน์
จำกโชกุนอิเอยำสุ[
•พ.ศ. 2155
• ติดตอ่ กบั องั กฤษเป็นครงั้ แรก
•พ.ศ. 2164
• สมเด็จพระเจำ้ ทรงธรรมทรงสง่ คณะทูตไปเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั ญ่ีปุ่น เป็นคร้งั แรกในรัชกำล นำโดยขุนพิชิตสมบตั ิและขุน
ประเสริฐ เดินทำงถึงเมืองเอโดะเม่ือวนั ท่ี 13 ตุลำคม พ.ศ. 2164
• ติดตอ่ กบั เดนมำร์กเป็นคร้ังแรก โดยท่ีเรือสินคำ้ เดนมำร์กไดเ้ ดินทำงมำถึงเมืองตะนำวศรีและไดน้ ำปื นไฟมำขำย
•พ.ศ. 2166
• สมเด็จพระเจำ้ ทรงธรรมทรงสง่ คณะทูตไปเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั ญ่ีปุ่น เป็นคร้ังท่ีสองในรชั กำล นำโดยหลวงทอ่ งสมุทรและขุน
สิทธิ
•พ.ศ. 2167
• โปรตุเกสซ่ึงขณะนั้นรวมประเทศกบั สเปน ยึดเรือฮอลนั ดำในแมน่ ้ำเจำ้ พระยำ สมเด็จพระเจำ้ ทรงธรรมทรงบงั คบั ใหโ้ ปรตุเกส
คืนเรือแกฮ่ อลนั ดำ ทำใหโ้ ปรตุเกสประกำศสงครำมตอ่ กรุงศรีอยธุ ยำ แตส่ งครำมมิไดเ้ กิดข้ึน
•พ.ศ. 2168
• สมเด็จพระเจำ้ ทรงธรรมทรงสง่ คณะทูตไปเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั ญ่ีปุ่น เป็นครง้ั ท่ีสำมในรชั กำล นำโดยขุนรักษำสิทธิผล
•พ.ศ. 2172
• ในสมยั สมเด็จพระเชษฐำธิรำช มีกำรสง่ ทูตไปเจริญพระรำชไมตรีกบั ญ่ีปุ่น นำโดยหลวงสกลเดชและขุนโยคมำตย์ เพ่ือแจง้
กำรเปล่ียนแผน่ ดินใหม่
สมยั รำชวงศป์ รำสำททอง (พ.ศ. 2173 – 2231)
•พ.ศ. 2199
• เป็นปีท่ีมีพระมหำกษตั ริย์ 4 พระองค์ ไดแ้ ก่ สมเด็จพระเจำ้ ปรำสำททอง สมเด็จเจำ้ ฟ้ำไชย สมเด็จพระศรีสุธรรม
รำชำ และสมเด็จพระนำรำยณม์ หำรำช
• สมเด็จเจำ้ ฟ้ำไชยสง่ คณะทูตไปเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั ญ่ีปุ่น แตญ่ ่ีปุ่นไมต่ อบรับ อำ้ งวำ่ ตนดำเนินนโยบำยปิด
ประเทศตงั้ แต่ พ.ศ. 2179[18]
•พ.ศ. 2204
• สมเด็จพระนำรำยณฯ์ ทรงสง่ คณะทูตไปญ่ีปุ่น แตไ่ มป่ รำกฏสำสน์ ตอบจำกโชกุน[19]
•พ.ศ. 2209
• สมเด็จพระนำรำยณฯ์ โปรดเกลำ้ ฯ ใหส้ รำ้ งเมืองลพบุรีข้ึนเป็นรำชธำนีแหง่ ท่ี 2
•พ.ศ. 2215
• คำดวำ่ เป็นปีท่ีพระโหรำธิบดีประพนั ธห์ นังสือจินดำมณี (ฉบบั พระโหรำธิบดี)
•พ.ศ. 2216
• สงั ฆรำชแหง่ เฮลิโอโปลิสไดน้ ำพระรำชสำสน์ของพระเจำ้ หลุยสท์ ่ี 14 และศุภอกั ษรของสมเด็จพระสนั ตะปำปำ
เคลเมนตท์ ่ี 9 มำถวำยสมเด็จพระนำรำยณฯ์ เพ่ือขอบคุณท่ีทรงอนุญำตใหค้ ณะบำทหลวงเผยแพร่ศำสนำได[้20]
•พ.ศ. 2217
• สมเด็จพระนำรำยณฯ์ โปรดฯ ใหย้ ำ้ ยเมืองโครำฆะเดิมและเมืองเสมำมำสรำ้ งเมืองใหมเ่ ป็น "เมืองนครรำชสีมำ" วำงผงั เมืองโดยวิศวกรชำวฝร่งั เศส
•พ.ศ. 2223
• บริษทั อินเดียตะวนั ออกของฝร่งั เศสไดเ้ ขำ้ มำตง้ั สถำนีกำรคำ้ ข้ึนในกรุงศรีอยุธยำเป็นครงั้ แรก
• คำดวำ่ เป็นปีท่ีมีเร่ิมจดั ทำพระรำชพงศำวดำรกรุงเกำ่ ฉบบั หลวงประเสริฐ
•พ.ศ. 2228
• คณะรำชทูตไทยท่ีไปฝร่งั เศสกลบั ถึงกรุงศรีอยุธยำเม่ือวนั ท่ี 23 กนั ยำยน พรอ้ มคณะรำชทูตของพระเจำ้ หลุยสท์ ่ี 14 โดยมีเชอวำลีเยเดอโชมงเป็นรำชทูต
• สมเด็จพระนำรำยณฯ์ ทรงมอบใหฟ้ อลคอน เป็นผูแ้ ทนพระองคม์ ีอำนำจเต็มแหง่ พระเจำ้ อยูห่ วั ทำสญั ญำกบั เอกอคั รรำชทูตวิสำมญั เชอวำลีเยเดอโชมง ตำมสญั ญำฉบบั น้ี
ฝร่งั เศสไดส้ ิทธิในกำรเผยแพร่คริสตศ์ ำสนำ และทำกำรสง่ั สอนศิลปวิทยำกำรแกร่ ำษฎรไทยได้ เม่ือวนั ท่ี 10 ธนั วำคม[23]
• สมเด็จพระนำรำยณฯ์ โปรดเกลำ้ ฯ ใหค้ ณะรำชทูตไทยไปเฝ้ำพระเจำ้ หลุยสท์ ่ี 14 พรอ้ มกบั คณะรำชทูตฝร่งั เศสท่ีเขำ้ เฝ้ำกรำบถวำยบงั คมลำ คณะรำชทูตไทย
ประกอบดว้ ย ออกพระวิสูตรสุนทร รำชทูต ออกหลวงกลั ยำไมตรี อปุ ทูต ออกขุนศรีวิศำลวำจำ ตรีทูต เม่ือวนั ท่ี 12 ธนั วำคม
•พ.ศ. 2229
• เกิดกบฏมกั กะสนั ท่ีกรุงศรีอยุธยำ ฟอลคอนเป็นหวั หนำ้ ดำเนินกำรปรำบปรำมไดส้ ำเร็จ
• คณะรำชทูตสยำมนำโดยพระวิสูตรสุนทร (โกษำปำน) ถึงฝร่งั เศสเม่ือวนั ท่ี 18 มิถุนำยน และเขำ้ เฝ้ำพระเจำ้ หลุยสท์ ่ี 14 ท่ีพระรำชวงั แวรซ์ ำย เม่ือวนั ท่ี 1 กนั ยำยน
•พ.ศ. 2230
• ออกญำพระเสด็จสุเรนทรำธิบดี พระยำพระคลงั และออกพระศรีพิพทั ธร์ ตั นรำชโกษำไดล้ งนำมในสญั ญำกำรคำ้ กบั ฝร่งั เศส แตไ่ มไ่ ดใ้ หส้ ตั ยำบนั ตอ่ กนั จึงไมม่ ีผลบงั คบั [24]
• สมเด็จพระนำรำยณฯ์ ทรงประกำศสงครำมกบั องั กฤษอนั เน่ืองมำจำกขอ้ พิพำทกนั ทำงกำรคำ้ เม่ือวนั ท่ี 11 สิงหำคม แตร่ ฐั บำลองั กฤษถือวำ่ เป็นกำรสงครำมระหวำ่ งอยุธยำกบั
บริษทั อินเดียตะวนั ออกขององั กฤษ
• ซีมง เดอ ลำ ลูแบร์ ผูป้ ระพนั ธจ์ ดหมำยเหตุลำลูแบร์ เดินทำงถึงกรุงศรีอยุธยำเม่ือวนั ท่ี 27 กนั ยำยน
•พ.ศ. 2231
• คณะรำชทูตสยำมออกเดินทำงจำกสนั ดอนแมน่ ้ำเจำ้ พระยำ สมเด็จพระนำรำยณฯ์ โปรดเกลำ้ ฯ ใหบ้ ำทหลวง ตำ
ชำรด์ เป็นรำชทูตพิเศษอญั เชิญพระรำชสำสน์ ไปถวำยพระเจำ้ หลุยสท์ ่ี 14 และสมเด็จพระสนั ตะปำปำอินโนเซนต์
ท่ี 11 เม่ือวนั ท่ี 4 มกรำคม
• ออกพระเพทรำชำกระทำกำรรัฐประหำรโดยจบั กุมเจำ้ พระยำวิชเยนทร์ และควบคุมสมเด็จพระนำรำยณฯ์ ไวใ้ น
พระรำชวงั ลพบุรีเม่ือวนั ท่ี 18 พฤษภำคม
• สมเด็จพระนำรำยณฯ์ เสด็จสวรรคตเม่ือวนั ท่ี 11 กรกฎำคม
• ภำยหลงั เหตุกำรณล์ อ้ มบำงกอกในกำรปฏิวตั ิ พ.ศ. 2231 สยำมตดั ควำมสมั พนั ธท์ ำงกำรทูตกบั บรรดำชำติ
ตะวนั ตก โดยเฉพำะฝร่ังเศสอยำ่ งส้ินเชิง
สมยั รำชวงศบ์ ำ้ นพลูหลวง (พ.ศ. 2231 – 2310)
•พ.ศ. 2231
• สมเด็จพระเพทรำชำเสด็จข้ึนครองรำชยแ์ ละสถำปนำรำชวงศบ์ ำ้ นพลูหลวง
• คณะรำชทูตสยำม อำทิ ออกขุนชำนำญใจจง ออกขุนวิเศษภูบำล และออกหม่ืนพิพิธรำชำ เขำ้ เฝ้ำ
สมเด็จพระสนั ตะปำปำอินโนเซนตท์ ่ี 11 ท่ีกรุงโรม เม่ือวนั ท่ี 23 ธนั วำคม
•พ.ศ. 2232
• คณะรำชทูตสยำมเขำ้ เฝ้ำสมเด็จพระสนั ตะปำปำอินโนเซนตท์ ่ี 11 ท่ีกรุงโรม เม่ือวนั ท่ี 5 มกรำคม อีก
ครั้ง และเขำ้ เฝ้ำพระเจำ้ หลุยสท์ ่ี 14 ในเดือนกุมภำพนั ธ์
•พ.ศ. 2249
• เกิดอสั นีบำตตอ้ งยอดมณฑปพระมงคลบพิตร เคร่ืองบนมณฑปทรุดโทรมพงั ลงมำตอ้ งพระศอพระมงคล
บพิตรหกั สมเด็จพระสรรเพชญท์ ่ี 8 โปรดฯ ใหร้ ้ือเคร่ืองบนออก กอ่ สรำ้ งใหมแ่ ปลงเป็นมหำวิหำร
•รำว พ.ศ. 2260
• ชำวสเปนไดร้ ับพระรำชทำนหมูบ่ ำ้ นญ่ีปุ่นเป็นท่ีตงั้ หมูบ่ ำ้ นของตน
•พ.ศ. 2277
• สมเด็จพระเจำ้ ตำกสินมหำรำชพระรำชสมภพเม่ือวนั ท่ี 22 มีนำคม
•พ.ศ. 2279
• พระบำทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลกมหำรำชพระรำชสมภพเม่ือวนั ท่ี 20 มีนำคม
•พ.ศ. 2296
• พระเจำ้ กีรติสิริรำชสิงห์ กษตั ริยล์ งั กำไดส้ ง่ รำชทูตมำขอพระมหำเถระและคณะสงฆไ์ ปชว่ ยฟ้ืนฟพู ุทธศำสนำใน
ลงั กำซ่ึงเส่ือมโทรมลงไป สมเด็จพระเจำ้ อยูห่ วั บรมโกศจึงทรงโปรดฯ ใหส้ ง่ คณะสมณทูตประกอบดว้ ยพระรำชำ
คณะสองรูปคือพระอบุ ำลีเถระและพระอริยมุนี พรอ้ มคณะสงฆอ์ ีก 12 รูป ไปลงั กำไดไ้ ปตงั้ สยำมนิกำยข้ึนใน
ลงั กำ
•พ.ศ. 2298
• เจำ้ ฟำ้ ธรรมธิเบศไชยเชษฐส์ ุริยวงศต์ อ้ งพระรำชอำญำเฆ่ียนและเสด็จสวรรคต
•พ.ศ. 2301
• สมเด็จพระท่ีน่ังสุริยำสน์อมรินทร์เสด็จข้ึนครองรำชยเ์ ป็นพระมหำกษตั ริยพ์ ระองคส์ ุดทำ้ ยแหง่ กรุงศรีอยุธยำ
•พ.ศ. 2303
• พระเจำ้ เอกทศั ไดท้ รงขอใหพ้ ระเจำ้ อทุ ุมพรลำผนวชมำชว่ ยบญั ชำกำรรบ ครั้งพระเจำ้ อลองพญำไดย้ กกองทพั เขำ้
มำตีกรุงศรีอยุธยำ
•พ.ศ. 2309
• พมำ่ ตีคำ่ ยใหญท่ ่ีบำงระจนั แตกเม่ือวนั ท่ี 23 มิถุนำยน
•พ.ศ. 2310
• กองทพั พมำ่ ตีกรุงศรีอยธุ ยำแตก อำณำจกั รอยธุ ยำลม่
สลำย ส้ินสุดรำชธำนีกรุงศรีอยุธยำเม่ือวนั ท่ี 7 เมษำยน