ไกรทอง
ไกรทอง เป็นนิทานพื้นบ้านของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำใหญ่ๆ อยู่แถวเมืองพิจิตร ที่เป็น”จังหวัด
พิจิตร”ในปัจจุบันนี้ มีเรื่องเล่าว่า…
ที่เมืองเมืองนี้มีถ้ำอยู่ใต้น้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำมีดวงแก้ว
วิเศษอยู่ในถ้ำ ดวงแก้ววิเศษนี้มันสามารถส่องแสงทำให้
ภายในถ้ำนั้นสว่างไสวไปทั่วทั้งกลางวันและกลางคืน ภายในถ้ำ
นั้นจะมีจระเข้น้อยใหญ่อาศัยอยู่มากมาย จระเข้ทุกตัวเมื่อ
เข้าไปอยู่ในถ้ำจะกลายเป็นคน เหล่าจระเข้นี้ก็มีจระเข้เฒ่าจระเข้
ที่มีอายุมากแล้ว ที่จระเข้ทุกตัวเคารพและเชื่ อฟังชื่ อว่า”ท้าว
รำไพ” ลูกของท้าวรำไพชื่ อ“ท้าวโคจร” ท้าวโคจรมีลูกชื่ อ“ชา
ละวัน” ชาละวันเป็นจระเข้ที่ฉลาดแข็งแรง
อยู่มาท้าวโคจรตายลง… เนื่องจากถูกจระเข้ด้วยกันกัดตาย ชาละ
วันก็อยู่มากับปู่ ปู่ก็เฝ้าสอนสั่ งอบรมจนเติบใหญ่และท้าวรำไพก็แก่
ลงชาละวันก็เติบเป็นหนุ่มใหญ่ ต่อมาชาละวันก็ตั้งตัวเป็นใหญ่
ปกครองจระเข้น้อยใหญ่…แต่ด้วยนิสั ยอันธพาลของเจ้าชาละวันมัน
ชอบออกจากถ้ำขึ้นสู่ ผิวน้ำ…เที่ยวไล่จับผู้คนวัวควายกินเป็น
อาหาร…ใช้หางของมันฟาดเรือของผู้คนให้ล่มคว่ำ ฟาดสะพานให้
พัง และจับผู้คนกิน…ด้วยนิสัยอันธพาลของมันชาวบ้านเมืองพิจิตร
กลัวกันมาก เพราะเป็นจระเข้ที่ใหญ่โตมาก
วันหนึ่งเจ้าชาละวันออกจากถ้ำก็ไปเจอหญิงสาว 2 คน กำลังอาบน้ำ
สวยมาก หญิงสาวทั้ง 2 คนเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองพิจิตร ชาละวัน
เห็นก็นึกรัก หญิงสาว 2 คน คนหนึ่งชื่ อตะเภาแก้ว อีกคนหนึ่งชื่ อตะเภา
ทอง ชาละวันคาบตะเภาแก้วและตะเภาทองเข้าไปในถ้ำ เมื่อเข้าถ้ำแล้ว
ตัวชาละวันก็กลายเป็นคน และได้นางตะเภาแก้วตะเภาทองเป็นเมีย
จระเข้ทุกตัวที่เข้าไปในถ้ำ นอกจากจะได้รับแสงสว่างแล้วยังอิ่มทิพย์คือ
เมื่ออยู่ในถ้ำจะไม่รู้สึ กหิวอะไรเลย
เรื่องนี้รู้ถึงเจ้าเมืองพิจิตรๆ รู้ว่าลูกสาวของตัวเองถูกจระเข้คาบไป
“อ๊ะ…มันบังอาจมาก มาคาบลูกสาวไป” แค้นมาก…ก็จึงสั่ งให้คนป่าว
ประกาศไปตามเมืองต่างๆว่า”ผู้ใดสามารถปราบจระเข้ได้ จะยกนาง
ตะเภาแก้ว ตะเภาทองให้เป็นเมียพร้อมยกทรัพย์สมบัติให้ครึ่งหนึ่ง”…
ก็เที่ยวป่าวประกาศไปตามเมืองต่างๆ
ข่าวนี้รู้ถึงเมืองนนท์มีหนุ่มใหญ่ใจกล้า ชื่ อ”ไกรทอง”รู้
ข่าวเข้า ไกรทองเป็นคนดีมีความรู้เรียนคาถาอาคมเกี่ยว
กับการปราบจระเข้มาโดยเฉพาะ ว่าแล้วไกรทองก็ไปรับ
อาสา กับเจ้าเมืองพิจิตร ดังนั้นไกรทองก็ต่อแพ เอาไม้
ลูกบวบมาทำแพพร้อมเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ จะไปปราบ
ชาละวัน เตรียมใส่เสื้ อยันต์ ทวนน้ำขึ้นไปจากเมืองนนท์
ถึงเมืองพิจิตร พอถึงเมืองพิจิตรก็ร่ายเวทมนต์คาถา
“เอ…ถ้ำของชาละวันมันอยู่ตรงไหน ก็ได้โอมๆๆๆ กุ๊กๆๆๆ
เพี้ยง” “เอ๊ะ ตรงนี้คงเป็นถ้ำแน่ๆ เลย” ก็พักแพทำ
พิธีกรรม ร่ายเวทมนตร์คาถา โอม กุ๊กๆๆ
ทำให้ชาละวันที่อยู่ในถ้ำก็เกิดความร้อนรุ่มจริงๆ แล้วก่อน
หน้านั้น ปู่ของชาละวันคือ”ท้าวโคจร“ได้กำชับนักหนาแล้วว่า
“ชาละวันอย่าไปนอกถ้ำช่วงนี้ เพราะเจ้าจะได้รับอันตราย” ชา
ละวันจึงนั่งทำสมาธิอยู่ในถ้ำ…ด้วยเวทมนตร์คาถาทำให้ชาละ
วันรู้สึกร้อน อยู่ไม่ได้ “เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้นบนผิวน้ำ มันร้อนรุ่มไป
หมดเลย” …ใจอยากจะออกไปนอกถ้ำแต่ติดอยู่ที่ปู่สั่ งกำชับ
ไม่ให้ออกไปนอกถ้ำ
ไกรทองร่ายเวทมนตร์กี่จบกี่จบชาละวันก็ไม่ออกมาซักที… “เอ ทำอย่างไร
ดี ไม่ได้การละ ทีนี้ต้องใช้เทียนระเบิด” ดังนั้นก็จุดเทียนเพื่อระเบิดถ้ำ แล้ว
ร่ายเวทมนตร์ โอม กุ๊กๆๆ พลันปากถ้ำก็ระเบิดตูม! ชาละวันก็สงสัย “เอ๊ะ
น้ำเข้ามาได้อย่างไรต้องมีใครที่บังอาจทำ มันบังอาจเหลือเกิน” แล้วว่ายขึ้น
บนผิวน้ำ “ใครน่ะ แหม!… มันบังอาจล่องแพ มาระเบิดประตูถ้ำเราได้ต้อง
กินมันซะแล้ว” ว่าดังนั้นชาละวันก็ว่ายน้ำตรงไปที่แพ เพื่อจะกินเป็น
อาหาร…ไกรทองเมื่อเห็นชาละวันมา “โอ ใช่แล้วชาละวันตัวนี้เอง วันนี้มึง
เสร็จกูแน่ๆ” เตรียมอาวุธต่างๆ มีดหอก
เมื่อชาละวันเข้ามาใกล้ ไกรทองเอามีดทิ่มแทง เกิดคลื่นปั่ นป่วนในน้ำขนาด
ใหญ่…ชาวบ้านแถวนั้นก็มาดูตามริมฝั่ งขณะที่ต่อสู้แพก็เกิดแตก…ทันใด
นั้นไกรทองก็คว้าหอก เสียบเข้าใต้ท้องของชาละวันเลือดไหลแดงแม่น้ำ…
ชาละวันก็จบชี วิตอันชั่ วร้ายของชาละวันเอง
ข้อคิดที่ได้
แม้ตนจะเก่งกล้าสามารถและวิเศษขนาดไหน ย่อมมีผู้ที่เหนือกว่าดังคำที่ว่า
เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้า
ไม่ควรหลายใจและมีภรรยาหลายคน เพราะจะทำให้ครอบครัววุ่นวาย เมื่อมี
คู่ครองควรจะรักเดียวใจเดียว ครอบครัวจึงจะเป็นสุข
เป็นนิทานพื้นเมืองประเภท
นิทาน/ตำนาน/คติสอนใจ
สมาชิก
น.ส. ญานิศา สองเมือง ม.4/7 เลขที่19
น.ส. ปฐมพร จันทอง ม.4/7 เลขที่21