The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเลี้ยงปลาดุก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sumate962, 2021-08-25 00:39:29

การเลี้ยงปลาดุก

การเลี้ยงปลาดุก

เปน็ ปลากระดกู แข็ง
เป็นปลาไม่มีเกลด็ (ปลาหนัง)
ลาตัวยาว มหี ัวทีแ่ บนและแขง็ มหี นวดยาวแปดน้วิ มีครบี หลังและครบี กน้ ยาว
มีเงย่ี งหรอื หนามท่คี รีบหทู ้ัง 2 ด้าน
สามารถหายใจและคืบคลานบนบกไดเ้ ปน็ ระยะเวลานาน
กนิ เนอ้ื และกนิ ซากพชื ซากสตั วเ์ ป็นอาหาร
อาศยั อยูใ่ นน้าจดื ทนทานต่อสภาพแวดลอ้ ม เจริญเตบิ โตรวดเร็ว

Kingdom Animalia

Phylum Chordata

Class Actinopterygii

Order Siluriformes

Family Clariidae

Genus Clarias

หนวด ครีบหลงั
(Dorsal fin)
(Barbel)
ตา (Eye)

ปาก (Mouth) รทู วาร ครีบก้น
(Anus) (Anus fin)
ครีบอก
Pectoral fin ครีบทอ้ ง ครีบหาง
เง่ยี ง (Spine) (Pelvic fin) (Caudal fin)

ปลาดุกด้าน
Clarias batrachus (Linnaeus, 1758)

ปลาดกุ อุย
Clarias macrocephalus (Günther, 1864)

ปลาดกุ ยกั ษ์, ปลาดุกรัสเซยี , ปลาดุกแอฟรกิ า
Clarias gariepinus (Burchell, 1822)

ปลาดุกลาพัน
Clarias nieuhofii (Valenciennes, 1840)

ปลาดุกบ๊กิ อุย
(แม่ปลาดกุ อยุ x พอ่ ปลาดกุ รสั เซีย)
(Clarias macrocephalus. x Clarias gariepinus.)

การเลี้ยงปลาดกุ ในบอ่ ดิน การเลยี้ งปลาดุกในบ่อซีเมนต์

การเลย้ี งปลาดกุ ในบ่อพลาสติก การเลย้ี งปลาดุกในกระชงั

การเตรียมบ่อดนิ

1. บอ่ ใหม่ ใหห้ วา่ นปนู ขาวให้ท่วั บอ่ ปริมาณ 80 – 120 กโิ ลกรมั /ไร่ ตากบอ่ ไว้ 2 – 3 วัน
2. บอ่ เก่า ทาความสะอาดบ่อโดย ลอกเลน กาจัดวัชพชื ในบอ่ และบริเวณโดยรอบ และกาจดั ศัตรู

ปลาในบ่อ โดยใช้โล่ตน๊ิ หรอื กากชา ผสมน้าสาดให้ท่ัวบอ่ แล้วโรยปนู ขาว 80-120 กิโลกรมั /ไร่
ตากบอ่ ไว้ 2 - 3 วนั
3. ใสป่ ุ๋ยเพอื่ สร้างอาหารธรรมชาติ
- ปุ๋ยคอก 150 – 200 กโิ ลกรมั /ไร่
- ปุ๋ยวิทยาศาสตรเ์ ช่น ปุ๋ยนา (16–20–0) 4.5 กโิ ลกรัม/ไร่
- ปุ๋ยยเู รีย (46 – 0 – 0) 2.5 กิโลกรมั /ไร่
4. ปลอ่ ยนา้ เข้าบอ่ 30 – 50 เซนติเมตร ทิ้งไว้ 5 – 7 วัน
น้าจะเริม่ เขยี ว เมื่อน้าเร่ิมเขียวเพ่มิ ระดับนา้ ให้ลกึ ประมาณ
1.0 - 1.5 เมตร หลังจากน้นั 3 – 5 วัน กน็ าปลามาปล่อยเลีย้ ง
ตามอตั ราทีเ่ หมาะสม

การเตรียมบ่อซีเมนต์

1. บ่อซเี มนตใ์ หม่ ตอ้ งปรับสภาพบ่อกอ่ น โดยใสน่ า้ ให้เตม็ บอ่ และใสห่ ยวกกลว้ ยสับลงไปดว้ ย
แชท่ ิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงล้างบอ่ ให้สะอาด แลว้ ตากบ่อให้แหง้

2. บอ่ ซีเมนตเ์ ก่า ล้างทาความสะอาดดว้ ยนา้ ด่างทบั ทมิ สาดให้ทั่วบอ่ ตากบ่อใหแ้ ห้ง

การเตรียมบอ่ พลาสติก

1. การจดั เตรยี มบอ่
ขดุ บ่อขนาดกวา้ ง 2 เมตร ลึก 1 เมตร ก้น 1 เมตร จัดทาขอบบอ่ ใหม้ รี ะดับเดียวกัน ปผู ้า

พลาสตกิ สีดากนั นา้ ซมึ

2. การปรบั สภาพน้าในบ่อปลา
เปดิ น้าใสบ่ ่อจนเต็มจากน้ันใส่จุลินทรยี ์ EM จานวน 1 ลิตร ผสมกากน้าตาล 1 กิโลกรมั แลว้ ท้งิ

ไว้ 5 – 7 วนั เพอื่ ปรบั สภาพน้าและลดการเน่าเสยี ของน้า

การเลีย้ งปลาดกุ ในบอ่ ดนิ การเล้ียงปลาดกุ ในบอ่ ซเี มนต์ (กลม)

ขอ้ ดี ข้อดี
1. มอี าหารธรรมชาติ ชว่ ยลดตน้ ทนุ ได้ 1. ใช้พ้ืนที่น้อย และดแู ลรักษางา่ ย
2. ปลาเจรญิ เติบโตเร็ว อัตรารอดสูง 2. เลีย้ งเพอื่ การบริโภคในครัวเรอื น
3. รวบรวมและจบั ปลาไดง้ า่ ย
ขอ้ เสีย
1. บอ่ ควรเป็นดนิ ที่กกั เก็บนา้ ได้ ข้อเสยี
2. ค่า pH ควรอยรู่ ะหว่าง 6.5 – 9.5 1. ปลาโตช้า ต้องทยอยจบั
3. ตอ้ งหมัน่ กาจดั วชั พืช 2. ต้องกาจัดฤทธขิ์ องปูนใหห้ มดกอ่ น
4. ควรอย่ใู กลแ้ หลง่ น้า เพื่อถ่ายนา้ ไดส้ ะดวก 3. ต้องเปลี่ยนถา่ ยน้าบอ่ ย
4. ตอ้ งอย่ใู นท่รี ม่ มหี ลังคา

การเลยี้ งปลาดุกในบอ่ พลาสติก การเลีย้ งปลาดกุ ในบ่อซีเมนต์ (เหลย่ี ม)

ข้อดี ข้อดี
1. ใชพ้ น้ื ท่นี อ้ ย 1. ใชเ้ ปน็ บ่อเพาะพันธุ์ อนบุ าล
2. ใช้ไดด้ ใี นพ้ืนทที่ ี่กกั เกบ็ นา้ ไม่อยู่ และเลย้ี งปลาได้
3. เล้ียงเพ่อื การบริโภคในครวั เรือน 2. ดูแลรักษา และทาความสะอาดงา่ ย
3. รวบรวมและจบั ปลาไดง้ า่ ย
ขอ้ เสยี
1. อาจเกิดรอยรั่วได้ ข้อเสยี
2. ปลาโตช้า และตอ้ งทยอยจับ 1. ตน้ ทนุ สูง
3. ต้องระมัดระวังเรอ่ื งนา้ เนา่ เสยี 2. ต้องกาจัดฤทธ์ขิ องปนู ให้หมดก่อน
4. การเปล่ียนถา่ ยนา้ คอ่ นขา้ งย่งุ ยาก 3. ตอ้ งเปลีย่ นถ่ายน้าบ่อย และระวงั นา้ เน่าเสีย
4. ต้องอยู่ในท่ีรม่ มหี ลงั คา

การเตรียมพนั ธป์ุ ลา

ควรเลือกลูกปลาท่ีมาจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นอันดับแรก
ส่วนการดูลูกปลาน้ันให้เลือกที่มีความแข็งแรง ว่ายน้าได้เร็ว ลาตัว หนวด
ครบี หาง สมบรู ณ์ ไม่วา่ ยนา้ หงายทอ้ งหรือ ต้งั ฉากกบั นา้

อตั ราการปลอ่ ย

ลกู ปลาขนาด 2 – 3 ซม. ควรปล่อยในอตั รา 50 – 100 ตวั /ตารางเมตร
ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการเล้ียง คือ ชนิดอาหาร ขนาดของบ่อและระบบ
การเปลี่ยนถา่ ยน้า ซ่งึ โดยทว่ั ไปอัตราปลอ่ ยเลยี้ งประมาณ 50 ตวั /ตารางเมตร

การปล่อยปลาลงบ่อเลีย้ ง

ก่อนการปล่อยลูกปลาลงสู่บ่อควรเอาถุงปลาแช่น้าในบ่อ 10-15 นาที
เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิให้เท่ากัน ป้องกันการน็อคน้าของลูกปลา
ขนาดลูกปลาที่จะปล่อยควรมีขนาดเท่ากับน้ิวมือ ช่วยเพ่ิมอัตราการรอดตาย
ให้สูงมากข้ึน ปริมาณท่ีเหมาะสมในการเลี้ยงปลาอยู่ท่ี 80,000-100,000
ตัวต่อไร่

การปล่อยปลานิยมปล่อยช่วงเช้า (ไม่เกิน 07.30 น.) แต่หากเป็นไปได้
ควรปล่อยช่วงเย็น (17.30 น.) จะดีท่ีสุด เน่ืองจากอากาศไม่ร้อน ลูกปลาจะ
ปรับตัวไดด้ ี

การเล้ยี งและการใหอ้ าหาร

เมอื่ ปลอ่ ยลกู ปลาวนั แรกไม่ตอ้ งให้อาหาร
วันตอ่ มาให้เป็นอาหารลกู ปลาวยั ออ่ น โดยใหป้ ระมาณ 1 สปั ดาห์
เมอื่ ลูกปลาโตพอกนิ อาหารเม็ดได้กเ็ ริ่มให้อาหารปลาดุกเลก็ พเิ ศษ

ใหก้ ินจนลูกปลาอายุ 1 เดอื น โดยใหว้ ันละ 2 ครั้ง (เช้า-เยน็ )
เมอื่ ลกู ปลามอี ายุ 2 เดือน จึงใหอ้ าหารปลาดุกใหญ่ โดยใหว้ ันละ 2 คร้งั

เทคนิคและวิธกี ารใหอ้ าหารปลา

1. ให้ปลากนิ อาหารเปน็ เวลาและให้ในเวลากลางวัน
2. ตาแหน่งทใ่ี หอ้ าหารทกุ ครัง้ ควรเป็นสถานทเี่ ดิม
3. มแี ป้นหรอื ภาชนะรองรับอาหารเป็นทีๆ่ ในบอ่ น้ัน
4. กอ่ นให้อาหารควรใหส้ ัญญาณ เช่น การใชม้ ือหรอื ไม้ตีนา้ ให้กระเทอื น
5. ปรบั ปริมาณอาหารทใ่ี ห้ทุก 1-2 สัปดาห์

การถ่ายเทน้า

เม่ือเร่ิมเลี้ยงใหม่ๆ ควรมีระดับน้าประมาณ 30-40 เซนติเมตร
เม่ือลูกปลาเจริญเติบโตข้ึนในเดือนแรกเพ่ิมระดับน้าให้สูงประมาณ 50-60
เซนติเมตร หลังจากเข้าเดือนที่ 2 ควรเพิ่มระดับน้าให้สูงข้ึน 10 เซนติเมตร/
สปั ดาห์ จนระดบั น้าในบ่อลึก 1.20 – 1.50 เมตร การถา่ ยเทนา้ ควรเรมิ่ ต้ังแต่
ประมาณ 1 เดือน โดยถ่ายประมาณ 20 % ของน้าในบ่อ 3 วัน/คร้ัง
หรือถา้ นา้ ในบ่อเร่มิ เสียจะต้องถ่ายนา้ มากกว่าปกติ

คณุ ภาพนา้ ทเ่ี หมาะสมสาหรบั การเลี้ยงปลา

ความเปน็ กรดเป็นด่าง (pH) 6.5 – 9.5
ปริมาณออกซิเจนทีล่ ะลายในนา้ (DO) 3 – 5 มิลลกิ รมั ต่อลิตร
อุณหภมู ิ 25 – 30 องศาเซลเซยี ส
ค่าความโปรง่ ใส (Transparency) 30 – 60 เซนติเมตร
ความเป็นดา่ ง (Alkalinity) 100 – 120 มลิ ลิกรมั ต่อลิตร
ความกระดา้ ง (Hardness) 75 – 150 มิลลิกรัมต่อลติ ร

การเก็บเกีย่ วผลผลิต

เม่ือเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย 90 วัน จะได้ปลาขนาด 100-200 กรัม
อัตราการรอดตายสูงถึง 80 % สามารถจับปลาเพื่อใช้ในการบริโภคหรือ
จาหนา่ ยได้

ปัจจยั ท่ที าให้เกิดโรค

1. มอี ินทรียวตั ถใุ นบ่อมากเกินไป จากการใส่ปุ๋ยหรือมเี ศษอาหาร
ทาใหส้ ภาพของบ่อเหมาะแก่การเจรญิ แพร่พนั ธข์ุ องเชอื้ โรค

2. บ่อไมม่ ีการถ่ายเทนา้ ทาใหเ้ กิดการสะสมของเชอ้ื โรค
3. เลยี้ งปลาในบ่ออยา่ งหนาแน่น ทาใหป้ ลาเครียดและติดเชอื้ ง่าย

โรคท่เี กิดจากเชอื้ แบคทีเรีย

โรคตัวด่าง

ปลาท่ีเป็นโรคนี้จะมีแผลด่างขาวตามลาตัว โรคน้ีมักเกิดกับปลาหลังจากการย้ายบ่อ
การลาเลยี งหรอื ขนส่งเพอ่ื นาไปเล้ียง หรือในช่วงที่อุณหภูมิของอากาศมีการเปล่ียนแปลงใน
รอบวนั แรก ปลาทตี่ ดิ โรคนจ้ี ะตายเป็นจานวนมากอยา่ งรวดเรว็ ภายใน 24 - 28 ชั่วโมง

การป้องกนั และรักษา
วธิ ีที่ดีท่ีสุดท่ีควรทา คือ การปรบั ปรุงสภาพภายในบ่อให้เหมาะสม

เชน่ การเพม่ิ ออกชิเจน และการลดอินทรียสารในนา้ ให้น้อยลง
1. ใชด้ ่างทบั ทิม จานวน 1 - 3 กรมั /น้า 1,000 ลติ ร

แช่นาน 24 ช่ัวโมง เพ่ือการรกั ษา
2. ใช้ฟอรม์ าลนิ จานวน 40 - 50 ชีชี./นา้ 1,000 ลิตร

แช่นาน 24 ชว่ั โมง

โรคที่เกิดจากเช้อื แบคทเี รยี

โรคแผลตามลาตวั

โรคแผลตามลาตัวน้ีเกิดจาการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ทาลายเม็ดเลือดแดง อาการใน
ระยะเร่ิมแรกของโรคนี้บริเวณติดเช้ือจะบวมและมีสีแดง ต่อมาผิวหลังจะเร่ิมเปื่อยเป็นแผล
ลึกลงไปจนเห็นกล้ามเน้ือ โดยแผลท่ีเกิดจะกระจายท่ัวตัว และเป็นสาเหตุให้ปลาติด
โรคเช้ือราตอ่ ไปได้

การป้องกันและรกั ษา
1. ใชย้ าตา้ นจุลชพี ชนดิ ซลั ฟาไตรเมทโทรพรมิ ในอตั ราส่วน

1 - 2 มลิ ลกิ รัม/น้า 1 ลติ ร แช่ปลานานประมาณ 2 - 3 วนั
2. ใช้ยาต้านจลุ ชพี ชนิดออกซ่ีเตตรา้ ซยั คลนิ ในอัตราสว่ น

10 - 30 มลิ ลิกรัม/น้า 1 ลิตร แช่นาน1 - 2 วนั ทาตดิ ตอ่ กัน 3 - 4 ครง้ั
3. การฆ่าเช้อื ในบอ่ เล้ียง อาจทาได้โดยใชป้ นู ขาวในอตั รา 50 – 60 กิโลกรัม/ไร่

โรคทีเ่ กดิ จากเชื้อแบคทีเรีย

โรคครีบ – หางกรอ่ น

เปน็ โรคท่พี บอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปลาขนาดเล็กเกิดจากการติดเช้ือโรคหลาย
ชนิดทั้งปรสิตและแบคทีเรีย ปลาป่วยระยะแรกจะเกิดการกร่อนบริเวณปลายครีบและครีบ
ก่อนและค่อยๆ ลามเขา้ ไปจนทาให้ดเู หมอื นว่าครบี มขี นาดเลก็ ลง ในบางครั้งครบี จะกร่อนไป
จนหมด

การปอ้ งกันและรักษา
1. ใชย้ าตา้ นจุลชพี ชนดิ ซลั ฟาไตรเมทโทรพริม
ในอตั ราส่วน 1 - 2 มลิ ลิกรัม/นา้ 1,000 ลติ ร
แชป่ ลานานประมาณ 2 - 3 วนั
2. การฆ่าเชอื้ ในบ่อเลย้ี ง อาจทาได้โดยใช้ปูนขาว
ในอตั รา 50 – 60 กโิ ลกรมั /ไร่

โรคทีเ่ กดิ จากเช้อื แบคทเี รีย

โรคท้องบวม/โรคกกหบู วม

สาเหตุของโรคท้องบวมเกิดจาการติดเชื้อแบคทีเรีย แอร์โรโมแนส ไฮโดรฟิล่า อาการ
บวมของปลาที่เป็นโรคนี้มี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะที่มีสาเหตุจากกระเพาะหรือลาไส้มี
กา๊ ชมาก สว่ นอีกลกั ษณะมีเลือดปนน้าเหลอื งในชอ่ งท้อง

การปอ้ งกันและรักษา
1. แช่ปลาในยาต้านจุลชีพ ชนิดออกซี่เตตร้าซัยคลิน หรือเตตร้าซัยคลิน ในอัตราส่วน

10 – 30 มลิ ลกิ รัม/น้า 1 ลติ ร แช่นาน 1 - 2 วนั ทาตดิ ต่อกนั 3 - 4 คร้งั
2. การฆา่ เช้อื ในบอ่ เลี้ยงปลา ควรใชป้ ูนขาวโรยให้ทวั่ บอ่ หลังจากสูบน้าออกแล้ว
3. ไม่ควรเลี้ยงปลาในปริมาณทแ่ี น่นจนเกินไป และควรให้อาหารอยา่ งเหมาะสม

โรคท่เี กิดจากพยาธิภายนอก

โรคจุดขาวหรือโรคอกิ๊

เกิดจากเช้ือโปรโตซัวจาพวกพยาธิเซลล์เดียวชนิดหนึ่ง มีรูปร่างกลมรีขนาด
50 –100 ไมครอน มีขนรอบตัว มีนิวเคลียสรูปเกือกม้า เกาะตามตัวปลาและฝังเข้าไป
ใต้ผิวหนังเป็นจุดขาวๆ เม่ือปรสิตเจริญเต็มท่ีจะหลุดออกจากตัวปลาไปเกาะตามพื้น
ส่วนใหญ่จะพบในปลาวัยอ่อน ปลาจะขับเมือกออกมามาก มีสีผิวซีด ครีบเปื่อย ว่ายน้า
เชอ่ื งช้า และมอี ัตราการตายสงู มากภายในเวลา 2 - 3 วนั
การปอ้ งกันและรักษา
1. ใชฟ้ อรม์ าลนี ทมี่ ีความเขม้ ข้น 25 มิลลิลิตร/นา้ 1,000 ลติ ร

สาดให้ทั่วบ่อ รวมทง้ั บ่อทอี่ ยใู่ กลก้ ันหรอื ตดิ กันทกุ 3 วัน
ติดต่อกนั 3 ครัง้
2. แช่ปลาในฟอรม์ าลนี เข้มขน้ 200 มิลลิลติ ร/น้า 1,000 ลติ ร
นาน 1 ชว่ั โมง จะไดผ้ ลหลงั ให้ยาแล้ว 6 ชั่วโมง

โรคที่เกดิ จากพยาธิภายนอก

โรคท่เี กิดจากเหบ็ ระฆัง

เกิดจากโปรโตซัวเกาะอยู่ตามผิวตัวและเหงือกของปลา ซึ่งสร้างความระคายเคือง
ให้กับตัวปลา และทาให้เป็นแผลตกเลือดขนาดเล็ก กระจายอยู่ตามผิวตัวปลา ในปลาที่
เป็นมากจะมีครีบและผิวตัวเป่ือย ปลาจะมีอาการลอยหัว เหงือกซีด ผิวตัว ครีบ
และรอบปากเป่ือย มีแผลตกเลือดกระจายอยู่ตามลาตัว มีคราบขาวๆ เกาะตามผิวตัวปลา
มักเกิดกบั ปลาวัยออ่ นหรือปลาทีเ่ ครยี ด ซ่งึ ทาให้เกดิ การตายท่ีรนุ แรง
การป้องกันและรักษา
1. ใชฟ้ อรม์ าลนี ท่ีมีความเขม้ ข้น 25 มลิ ลิลิตร/น้า 1,000 ลติ ร

สาดใหท้ ั่วบ่อ รวมทง้ั บอ่ ที่อยูใ่ กล้กนั หรอื ติดกันทุก 3 วัน
ตดิ ต่อกัน 3 ครง้ั หรือ
2. แช่ปลาในฟอร์มาลนี เขม้ ข้น 200 มลิ ลิลติ ร/น้า 1,000 ลติ ร
นาน 1 ชั่วโมง จะไดผ้ ลหลังใหย้ าแลว้ 6 ชั่วโมง

โรคท่ีเกิดจากเชือ้ รา

เชื้อราไม่เป็นสาเหตุโดยตรงของโรค แต่เป็นอาการแทรกซ้อนกรณีปลาอ่อนแอ
หรือมีบาดแผลบริเวณลาตัว มักเกิดร่วมกับโรคอื่นๆ หลังจากที่ปลาเกิดเป็นแผลแบบเรื้อรัง
แลว้ โดยบริเวณแผลที่ตดิ เชอ้ื ราจะมีลักษณะเป็นปุยขาวๆ ปนเทา คลา้ ยสาลีปกคลมุ อยู่
การป้องกนั และรักษา

ปลาท่ีเลี้ยงในบ่อดินท่ีป่วยเป็นโรคเช้ือรา มักจะพบว่ามีสาเหตุมาจากคุณภาพน้าในบ่อ
ไมด่ ี ให้ปรบั คุณภาพนา้ ด้วยปูนขาว ในอตั รา 60 กโิ ลกรัม/ไร่

1. ลดหรืองดให้อาหาร
2. รักษาคุณภาพน้าให้ดอี ยู่เสมอ โดยเฉพาะปรมิ าณออกซิเจนท่ีละลายในน้า (DO)
3. เปลย่ี นถ่ายน้า เมือ่ นา้ เน่าเสยี มกี ล่ินเหม็น
4. ใชย้ าหรือสารเคมีอยา่ งชาญฉลาด เท่าที่จาเปน็ และมเี หตุผล พร้อมทั้งตระหนักอย่าเสมอว่า

- ยาและสารเคมีมีราคาแพง
- ถา้ สตั ว์นา้ ป่วยมาก การใชย้ าและสารเคมเี ป็นการซ้าเติมใหป้ ลาตายเร็วขึ้น
- เลือกใชย้ าและสารเคมใี ห้ตรงกบั สาเหตุ
- โรคทีม่ สี าเหตุจากแบคทีเรียที่ทาให้เกดิ โรคภายในรา่ งกาย ต้องผสมยาปฏชิ ีวนะให้ปลากนิ
แต่สงิ่ ท่ีสาคัญตอ้ งเข้าใจว่า “สตั ว์นา้ สว่ นใหญเ่ มอ่ื ปว่ ยมากแลว้ จะไมก่ ินอาหาร ดงั นนั้
การผสมยาในอาหารจะไม่ทาใหก้ ารรักษาได้ผล”
5. ไม่ควรเคลอ่ื นยา้ ยสตั ว์นา้ ท่ีปว่ ยออกนอกพื้นท่ี ควรเผาหรอื ฝงั สัตวน์ า้ ที่ตาย
6. ควรฆ่าเชื้อเครอ่ื งมอื หรืออุปกรณ์ท่ปี นเปอ้ื นเช้ือโรคดว้ ยยาฆ่าเชอ้ื โรค เช่น ด่างทับทมิ
7. ไม่ควรนาสัตว์นา้ ทตี่ ายแลว้ หรอื แช่แข็ง แชเ่ ย็น ไปตรวจวินิจฉยั โรค
8. ตัวอย่างสตั ว์นา้ ป่วยที่มชี วี ิตจะทาให้การตรวจวินจิ ฉยั แม่นยามากทีส่ ุด




Click to View FlipBook Version