The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Lesson 2 - External Anatomy of Fish-4 ครีบที่ใช้ในการเคลื่อนไหว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sumate962, 2020-01-19 22:46:23

Lesson 2 - External Anatomy of Fish-4 ครีบที่ใช้ในการเคลื่อนไหว

Lesson 2 - External Anatomy of Fish-4 ครีบที่ใช้ในการเคลื่อนไหว

ครบี เปน็ อวัยวะชว่ ยในการเคลื่อนไหว ว่ายน้า พยุงล้าตัว และบังคับทิศทาง
ครบี ประกอบไปดว้ ยกา้ นครบี และเย่ือยดึ ก้านครบี ลกั ษณะกา้ นครบี มี 2 แบบ คือ

1. กา้ นครบี แข็ง มีลกั ษณะแข็งเปน็ ทอ่ นเดียว ปลายแหลมและไม่มขี อ้ ปล้อง
เมื่อมองดูด้านหน้าจะไม่มีรอยต่อระหว่าง 2 ข้าง สันด้านหน้าและหลังอาจเป็น
ฟันเลื่อย (Serrate) ก้านครีบแข็งจะอยู่ส่วนต้นของครีบ พบในพวกปลากะรัง
ปลากะพง เปน็ ตน้

2. กา้ นครบี อ่อน มีลักษณะเป็นปล้องหรอื เป็นข้อสันๆ
ต่อกันเป็นจ้านวนมาก เมือ่ มองดูด้านหนา้
จะเหน็ เปน็ คปู่ ระกบกัน เมอ่ื มองด้านข้าง
จะเห็นเป็นเสน้ ๆ อาจแตกแขนงเป็น
2-3 แฉก พบในปลากระดกู แข็งทว่ั ๆ ไป

กา้ นครบี แขง็ กา้ นครบี ออ่ น
spiny fin ray Soft fin ray

ปลากะพงขาว (White perch)
(Lates calcarifer.)

ส้าหรับก้านครีบแข็งท่ีพบในพวกปลาตะเพียน และปลาดุก จะเกิดจาก
การรวมตัวกันของก้านครีบอ่อนในระยะที่เป็นตัวอ่อน ท้าให้ก้านครีบแข็งขึน
เรยี กวา่ สไปนสั เรย์ (Spinous ray) ซง่ึ ตา่ งจากคุณลกั ษณะของกา้ นครบี แขง็
Spinous ray

Spinous ray

1. ครีบเด่ียว

ครีบเดี่ยว เป็นครีบที่อยู่ในแนวกลางตัว ไม่เป็นคู่ ได้แก่ ครีบหลัง ครีบก้น
และครบี หาง ครบี เดี่ยวช่วยใหป้ ลาตังอยูใ่ นแนวตรงไมเ่ อียงซ้ายหรือขวา

1.1 ครีบหลัง (Dorsal fin) มีลักษณะแตกต่างกันไป สันบ้าง ยาวบ้าง บาง

ชนิดมีสองตอน (D1 และ D2) บางชนิดครีบหลังตอนท่ีสองเป็นครีบไขมัน เช่น

ปลากด ปลาสวาย บางชนิดเป็นครีบฝอย เช่น ปลาทู ปลาอินทรี บางชนิดครีบ

หลังตอนแรกเปล่ียนไป เช่น เป็นอวัยวะเกาะติดในปลาติดหรือเหาฉลาม

หรอื เปน็ กา้ นยาวใช้ลอ่ เหยอื่ ในปลาแองเกลอร์ (Angler fish)

ครบี หลงั ตอนเดียว ครบี หลงั ตอนเดียวยาว

ปลาแก้มชา้ (Javaen barb) ปลากระสง (Forest snakehead)
(Systomus rubripinnis.) (Channa lucius.)

ครบี หลังตอนเดยี วสัน ครีบหลังตอนเดยี วยาวเช่ือมต่อกับครีบหางและครบี กน้

ปลาตองลาย (Royal knifefish) ปลาดุกลา้ พนั (Slender walking catfish)
(Chitala blanci.) (Clarias nieuhofii.)

ครีบหลงั สองตอนแบบเชือ่ มกนั ท่ีฐาน

ปลาจวด (Drum fish)
(Pennahia anea.)

1. ครบี เดย่ี ว (ต่อ)

1.2 ครีบก้น (Anal fin) อยู่หลังรูทวาร มีอันเดียว ปลาบางชนิดมีครีบฝอย
ตอ่ ทา้ ย บางชนิดเปลี่ยนเปน็ อวยั วะชว่ ยสืบพันธุ์ เชน่ ปลาสอด เรยี กวา่
โกโนโพเดียม (Gonopodium)

1. ครบี เด่ยี ว (ต่อ)

1.3 ครีบหาง (Caudal fin) ใหญ่กว่าครีบอื่นๆ แบ่งเป็นแบบต่างๆ ตาม
โครงสร้างของกระดกู ภายใน ดังนี

1.3.1 ครบี หางแบบไดฟเิ ซอคอล (Diphycercal caudal fin)
มีลักษณะของกระดูกสันหลังข้อสุดท้ายเหยียดตรงและยาวไปเกือบสุดหาง และ
แบ่งครีบหางออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน พบในปลาปากกลม และตัวอ่อนของ
ปลาทุกชนิด

1. ครีบเดย่ี ว (ตอ่ )

1.3.2 ครีบหางแบบเฮเทอโรเซอคอล (Heterocercal caudal fin) มี
ลักษณะปลายของกระดูกสันหลังข้อสุดท้ายยกเชิดขึน และโค้งไปตามขอบบน
ของหางจนถึงปลายครีบแผ่นครีบแบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนบนจะเล็กแต่เรียว
ยาวกวา่ สว่ นลา่ งซึง่ ใหญ่และสนั กว่า ไดแ้ ก่ หางปลาฉลาม

1. ครบี เด่ียว (ตอ่ )
1.3.3 ครบี หางแบบไจฟโิ รเซอคอล (Gyphyrocercal caudal fin)

มลี ักษณะปลายกระดกู สนั หลังข้อสุดทา้ ยเปน็ แผ่นเลก็ ๆ แบ่งเปน็ 2 ลักษณะ
1.3.3.1 ไอโซเซอคอล (Isocercal) ก้านครีบหางแยกจากครีบ

หลังและครบี กน้ พบในปลาคอด ปลาแสงอาทิตย์ เป็นต้น

1.3.3.2 เลพโตเซอคอล (Leptocercal) ครีบหางติดต่อกับครีบ
หลงั และครบี ก้น พบในปลาปอด ปลากระตา่ ย ปลาไหล เป็นต้น

1. ครบี เดยี่ ว (ต่อ)

1.4 ครบี หางแบบโฮโมเซอคอล (Homocercal caudal fin)
เปน็ ลกั ษณะหางของปลาชนั สงู ท่วั ไป
มีรูปร่างภายนอกตา่ งกัน 6 แบบ คอื

1.4.1 หางรูปส้อม (Forked tail) ตรงกลางครีบหางจะมีรอยหยักเว้า
ลึก ตัวครีบจะแยกออกเป็นสองแฉก พบได้ในพวกปลาทู ปลาลัง ปลาสีกุน
ปลาตะลุมพุก และปลานวลจันทร์ ส่วนในปลานกกระจอก แพนล่างของปลาย
หางจะย่ืนยาวกว่าแพนบน

1. ครบี เดยี่ ว (ตอ่ )

1.4.2 หางเคียวหรอื พระจนั ทรเ์ สียว (Lunate) พบในปลาท่ีว่ายน้าเร็ว
และจะมีรอยเว้าโค้งคล้ายวงเดือนตรงส่วนท้ายของครีบหาง พบได้ในปลาโอ
ปลากะโทงแทง และปลาทูน่า เปน็ ตน้

1.4.3 หางเว้าเล็กน้อย (Emarginated tail) จะมีร้อยเว้าตืนที่ตอน

ปลายของ ครบี หาง สามารถพบไดใ้ นปลาข้างลาย ปลานกฮกู ปลาโนรี

ปลากะพง และปลาเหด็ โคน เปน็ ต้น ปลานกฮกู ปลาโนรี

ปลาเห็ดโคน

1. ครีบเดยี่ ว (ต่อ)

1.4.4 หางตัดตรง หรือเกือบตรง (Truncate tail) ปลายก้านครีบหาง
จะยาวเท่ากัน ดูเป็นเส้นตัดตรง พบได้ใน ปลาหูช้าง ปลาเสือตอ ปลาแซนด์ฟิช
ปลาปักเป้า และปลาตะกรบั เปน็ ตน้

ปลาหชู า้ ง ปลาเสือตอ ปลาตะกรับ

1.4.5 หางแบบกลม (Rounded tail) ลกั ษณะของปลายหางจะ

กลมมนคล้ายพัด ปลาท่พี บไดแ้ ก่ ปลาชอ่ น ปลากะรัง เป็นต้น

ปลากะรังดอกแดง ปลาเกา๋ จดุ ขาว

1. ครบี เดีย่ ว (ต่อ)

1.4.6 หางแบบปลายแหลมหรอื แบบใบโพธิ์ (Pointed tail)
ปลายหางจะกลมยาวแลว้ คอดแหลมไปคล้ายใบโพธ์ิ พบไดใ้ นปลาบู่ และ
ปลาเสอื เป็นตน้



2. ครีบคู่
2.1 ครีบอก หรือ ครีบหู (Pectoral fin) อยู่หลังกระพุ้งแก้ม รูปร่างและ
ต้าแหน่งแตกต่างกันไป บางชนิดเปล่ียนรูป เช่น ปลากระเบนจะแผ่กว้างคล้าย
จานรอบตัว บางชนิดช่วยในการโผบนิ เชน่ ปลานกกระจอก (Flying fish)

ปลากระเบนแมนตา

ปลากระเบนนก

ปลานกกระจอก (Flying fish)

ครีบท้อง (Pelvic fin หรือ Ventral fin) มีรูปร่างลักษณะและ
ตา้ แหน่งที่ตังแตกตา่ งกนั ไป คอื

1. อยู่ท่ที อ้ ง ได้แก่ ปลาดุก ปลาไน
2. อยทู่ ี่ทรวงอก ได้แก่ ปลาชอ่ น ปลาทู
3. อยใู่ กล้สว่ นของคอคอด (Isthmus)เป็นปลาทม่ี วี ิวฒั นาการ
สูง เช่น ปลาลนิ หมา ปลากระบี่

ปจั จุบันได้ใชจ้ ้านวนของก้านครีบในการจ้าแนกชนิดของปลา โดยก้าหนด
ดงั นี

D หมายถงึ ครีบหลงั (Dorsal fin) A หมายถงึ ครีบก้น (Anal fin)
C หมายถงึ ครบี หาง (Caudal fin) P1 หมายถึง ครบี อก (Pectoral fin)
P2 หมายถึง ครบี ท้อง (Pelvic fin หรือ Ventral fin)
ใช้ตัวเลขระบุจ้านวนก้านครีบ โดยเลขโรมันหมายถึงจ้านวนก้านครีบแข็ง
และเลขอารบกิ หมายถงึ จา้ นวนก้านครบี อ่อน เชน่
D. IV, 10 ; P1 .I , 6 ; P2. I , 5 ; A.III, 8 ; C. 18

D. IV, 10 ; P1 .I , 6 ; P2. I , 5 ; A. III, 8 ; C. 18
หมายถงึ ครีบหลงั มีก้านครีบแขง็ 4 กา้ น และกา้ นครีบออ่ น 10 กา้ น
ครบี อกมีกา้ นครบี แข็ง 1 กา้ น และกา้ นครบี ออ่ น 6 ก้าน
ครบี ท้องมกี า้ นครีบแข็ง 1 ก้าน และกา้ นครบี อ่อน 5 ก้าน
ครบี ก้นมกี ้าน ครีบแขง็ 3 ก้าน และก้านครีบออ่ น 8 ก้าน
ครีบหางมีกา้ นครบี อ่อน 18 กา้ น

การเขียนเลขโรมัน


Click to View FlipBook Version