The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sumate962, 2022-05-30 04:48:05

Unit-4

Unit-4

แผนบรหิ ารการสอนประจาํ บทท่ี 4

บทท่ี 4 อปุ กรณท่ีเกยี่ วขอ งกับการเล้ยี งปลาสวยงาม

เน้อื หา
1. ภาชนะสําหรับเล้ยี งปลา
2. เครือ่ งใหอากาศ
3. ระบบกรองน้ํา
4. เครือ่ งใหค วามรอ นและแสงสวาง
5. อุปกรณตกแตงตปู ลาและอุปกรณท่ีจาํ เปนอื่น ๆ

จุดประสงคเชงิ พฤติกรรม

เม่อื ศึกษาบทท่ี 4 แลว นกั ศึกษาสามารถ

1. จาํ แนกชนิดของภาชนะทใ่ี ชใ นการเลีย้ งปลาสวยงาม
2. อธบิ ายหลักการทํางานและการตดิ ตงั้ เครื่องใหอากาศได
3. เปรยี บเทียบลกั ษณะการทํางานของระบบกรองน้ําแตล ะประเภทได
4. เตรยี มภาชนะและอปุ กรณจาํ เปน อน่ื ๆ สําหรบั เตรยี มการเพอ่ื เลยี้ งปลาสวยงามในตู
กระจกได
5. บอกวัสดทุ ่ีใชในการกรองนํ้าในตเู ลี้ยงปลาสวยงามไดอยางนอย 4 ชนิด

จาํ นวนคาบทเี่ รยี น 8 คาบเรียน

กิจกรรมการเรยี นการสอน

1. ฟง คําบรรยายประกอบการใช PowerPoint เก่ยี วกบั เนอ้ื หาที่เรียน
2. ผสู อนใหผเู รยี นศึกษาวธิ ีการจดั ตูปลาแบบตา ง ๆ โดยคนขอ มลู จากอนิ เทอรเน็ต และ
รวมกนั อธปิ ราย
3. ผสู อนและผเู รยี นชว ยกนั สรุปประเดน็ ที่สําคัญ
4. ศึกษาเอกสารประกอบการสอน และอุปกรณประกอบการสอน

58

5. มีการปฏิบตั ิ โดยศกึ ษาอุปกรณท่ีใชในการเล้ยี งปลา และฝกจัดตูปลาโดยใชอปุ กรณตาง ๆ
ที่จาํ เปน

6. ตอบคําถามทา ยบท

สือ่ การเรียนการสอน
1. ส่อื PowerPoint ประกอบดว ยคอมพวิ เตอรแ บบพกพา พรอมดว ยเคร่ืองฉายภาพ
2. เอกสารประกอบการสอนและหนังสืออา นประกอบ
3. อปุ กรณท ี่เกี่ยวของกับการเลี้ยงปลาสวยงามในตกู ระจก

การวัดผลและการประเมินผล
1. สังเกตการณมีสวนรว มในกิจกรรมและการแสดงความคิดเห็น
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นของนักศึกษา และบนั ทึกการทํากจิ กรรม การตอบคําถาม การ

ใหความสนใจในขณะอภปิ รายและซักถาม
3. ตรวจการเตรยี มวสั ดุและอุปกรณเ พอ่ื เตรยี มการเล้ียงปลาสวยงามในตกู ระจก

59

บทท่ี 4
อุปกรณท ีเ่ กย่ี วขอ งกบั การเลยี้ งปลาสวยงาม

การเล้ียงปลาสวยงามในปจ จุบันมกี ารพฒั นาขึน้ มาก มีการนําปลาแปลก ๆ และปลาทไี่ มคอ ย
พบเหน็ ไดงา ยนกั มาจาํ หนา ยเปนปลาสวยงาม ถึงแมปลาเหลา น้นั จะไมสวยงามแตก็ไดร ับความนยิ ม
เพราะมกี ารนาํ ไปเล้ียงเพอื่ ประดบั ในหองรบั แขก หรอื ใชใ นการตกแตงหอ งโชวรมู ทําใหมีการเพมิ่
ความสวยงามเปน พิเศษ และเพิม่ บรรยากาศของความมชี ีวิตชวี าใหม ากขึน้ จงึ มักนิยมใชตูก ระจก
สาํ หรับเล้ียงปลา และตกแตงดวยอุปกรณตาง ๆ เพ่ือใหด ูสวยงาม ปจจบุ ันมีการผลติ อปุ กรณต กแตง
ตปู ลาสวยงามใหมรี ปู ทรงตาง ๆ มากมาย เชน ปะการงั เทยี ม ดอกไมพลาสตกิ หุนปลอม เจดยี ขนาด
เลก็ เรอื จาํ ลองขนาดเล็ก หรือแมแ ตการนาํ ขอนไม กอ นหิน หรอื กรวดรูปทรงตา ง ๆ มาประดบั ตูปลา
ทาํ ใหเกิดความสวยงาม ดูแลว มีความเปน ธรรมชาติเสมือนจรงิ วสั ดตุ กแตงตปู ลาชนดิ ตาง ๆ มีราคา
และลกั ษณะการใชง านทแี่ ตกตางกัน ดังนั้นผูเลีย้ งปลาสวยงามควรศึกษาวิธีการใชแ ละประโยชนข อง
อุปกรณตา ง ๆ ใหเ ขาใจ จึงจะชวยใหการเล้ยี งปลาสวยงามแลดสู วยงามสมดังต้งั ใจ ปลามีสุขภาพดี
และมกี ารเจรญิ เติบโตรวดเร็วดวย

ภาชนะสาํ หรับเลย้ี งปลา

ประภาส โฉลกพนั ธรัตน (2540) ไดอธิบายประเภทของภาชนะทน่ี ยิ มใชเ ล้ยี งปลาสวยงามใน
ปจจบุ ัน ไววา ภาชนะหรือส่ิงท่ีจะใชในการเลย้ี งปลาสวยงาม จะเปน อุปกรณที่สาํ คญั ทีผ่ เู ลย้ี งปลา
จะตองพิจารณาใหรอบคอบ เพราะจะตองเนนใหสามารถชมปลาท่ีเล้ียงไดงาย แลดูสวยงาม กลมกลนื
เขา กบั สภาพพน้ื ท่ีและยังตองมคี วามเหมาะสมตอการดาํ รงชพี ของปลาสวยงามท่ีจะเลยี้ งดวย ภาชนะ
ทใ่ี ชเลี้ยงปลาสวยงามแบงไดด ังน้ี

1. ขวดหรือโหลรูปทรงตา ง ๆ
ภาชนะเล้ียงปลาสวยงามประเภทนีไ้ ดแก โหลแกว และขวดตาง ๆ ซ่ึงในสมยั กอนมกั เปน

ขวดเหล่ยี มท่ีนิยมใชเ ลย้ี งปลากดั เพราะมีความจําเปน ตองเลี้ยงขวดละตวั มฉิ ะนัน้ ปลาจะกดั กนั แตใน
ปจจุบันจะมขี วดทรงกลมรูปทรงตาง ๆ สวยงาม มีขนาดความจปุ ระมาณ 3-6 ลิตร นยิ มใชเลี้ยงปลา
สวยงามต้ังโตะ ทํางาน หลงั ตเู ยน็ ตูโ ชว หอ งรบั แขก และตามรานในหางสรรพสินคา ภาชนะเลย้ี งปลา
สวยงามพวกนีจ้ ัดวา มีความจุนอยเกินไป สวนปากคอนขา งแคบลง และมกั ไมม ีการตอสายเพ่ิมอากาศ
ใหแ กปลา เน่อื งจากจะดูเกะกะทาํ ใหไมสวยงาม การเลี้ยงปลาสวยงามในภาชนะชนดิ น้ีจงึ เทากบั เปน
การทรมานปลา เพราะการละลายของออกซเิ จนในนํา้ จะมนี อยมาก การนาํ ปลาที่ตอ งการออกซิเจน

60

สงู มาเลย้ี ง เชน ปลาทอง ปลาเทวดา จะพบวาภายใน 1-2 วัน ปลาจะลดการกนิ อาหารและจะลอยตัว
อยูท ่ผี วิ น้ําตลอดเวลา เน่ืองจากปรมิ าณออกซิเจนไมเ พยี งพอ ปลาทีพ่ อจะเลย้ี งไดแก ปลาหางนกยูง
และปลากัด ซึ่งเปน ปลาทีม่ ีอวัยวะชวยหายใจ แตกค็ วรจะตองเปลีย่ นถายนํา้ ทกุ วันเพอื่ ขจัดเศษอาหาร
ไมใหบ ูดเนาได

2. ตกู ระจกหรือตเู ล้ียงปลา
ตกู ระจกหรอื ตูเ ลยี้ งปลา เปน ภาชนะเลย้ี งปลาทม่ี กั จะประกอบดว ยกระจกทง้ั 4 ดาน มี

การใชกาวซิลิโคนสําหรบั ยาขอบตปู ลา ซึง่ เปน วสั ดุทม่ี ีแรงยึดเหน่ยี วกระจกไดดี และมคี วามเหนยี ว
พอท่ีจะรบั แรงดันของน้าํ ไดม าก ทาํ ใหล ดการใชข อบเหล็กได ปจ จุบันตปู ลาประกอบข้นึ มีหลายขนาด
และหาซื้อไดง ายตามทอ งตลาดทวั่ ๆ ไป อกี ท้งั ยังสามารถสั่งใหประกอบตูปลาตามขนาดที่ตองการได
ปจ จัยทเี่ ก่ียวขอ งกับการเลือกหรือประกอบตปู ลาคอื ขนาดของตูปลา ตปู ลาทีม่ ีจาํ หนายในทอ งตลาด
มหี ลายขนาด ผูเล้ยี งควรเลอื กใหเ หมาะสมกบั ขนาดของพน้ื ท่ี ชนดิ และขนาดปลา รวมทั้งจาํ นวนปลา
สวยงามทต่ี อ งการเลี้ยง การบอกขนาดตูปลาในการซื้อขายมกั จะนยิ มบอกเปน “น้ิว” โดยมักจะบอก
เฉพาะความยาว เชน ตูขนาด 18 น้ิว หมายถึงตูป ลาที่มีดานยาวเทากับ 18 นวิ้ แตถา ตอ งการคํานวณ
หาความจุ หรอื ปริมาณนาํ้ ในตูปลา จะตอ งวดั ความกวา ง ความยาว และความสงู ของตปู ลา ทมี่ หี นวย
เปน เซนตเิ มตร เชนตขู นาด 18 นิว้ จะมคี วามกวา ง 23 เซนติเมตร ความยาว 45 เซนตเิ มตร และ
ความสงู 32 เซนตเิ มตร จะมีความจุ 33 ลติ ร

(ก) โหลเลย้ี งปลากดั (ข) ตูเลยี้ งปลาสวยงาม

ภาพที่ 4.1 ภาชนะทน่ี ยิ มใชเล้ยี งปลาสวยงาม

3. ฝาปดตูปลา
เปน อปุ กรณชว ยปองกันฝนุ ละออง และท่สี าํ คัญคือ ชวยปอ งกันปลากระโดดออกจากตไู ด

เปน อยางดี ตูขนาดเลก็ ฝาปด ตมู ักทาํ ดวยกระจกและเปนฝาโปรงธรรมดา ไมสามารถตดิ หลอดไฟ หรือ

61

ใชว างเครือ่ งแอรปมได แตต ูขนาดใหญนั้นฝาตูมักทาํ ดว ยพลาสติกสสี ันสวยงาม มีรปู ทรงสวยชวยทําให
ตูปลาดูสวยงามขน้ึ มีชองระบายลม ชองปดเปด สาํ หรบั ใหอาหารปลา และมีการปรบั ปรุงใหสามารถ
ตดิ หลอดไฟและเครื่องแอรป มอยูภายในฝาปด ตูดวย นอกจากนน้ั สขี องพลาสติกยงั มีสว นสะทอ นกับ
แสงไฟท่ใี ช ทาํ ใหน้าํ ในตูป ลาดูสวยงามย่งิ ข้ึน

4. ขารองตูปลา
เปน อุปกรณท ี่ตองมีความแข็งแรงพอควร เพราะตวั ตูพรอมกรวดและหินประดบั ลว นแต

เปน วสั ดุท่ีมีนํ้าหนักมาก อีกทั้งนา้ํ หนักของนํา้ ซ่ึงมนี าํ้ หนกั ประมาณ 1 กิโลกรัมตอน้าํ 1 ลติ ร ดังน้นั
ตูปลาสวยงามแตละตูเมือ่ จดั ตูและเตมิ นาํ้ แลว จะมนี า้ํ หนักหลายสิบกิโลกรมั แลวแตขนาดตู ขารองรบั
ตูจงึ ตอง มีความแขง็ แรง ซึ่งปจจุบันไดรบั การพัฒนาคอนขา งมาก เปน โครงเหล็กแข็งแรงและเสริม
ลวดลายสวยงาม นอกจากนนั้ จะมแี ผนโฟมรองรบั ตูปลาเพื่อลดแรงเสยี ดทานดว ย

5. อางซีเมนตแ ละบอซเี มนต
อา งซีเมนตแ ละบอซีเมนต เปนภาชนะเลย้ี งปลาท่มี กี ารใชป ระโยชนท ั้งเลีย้ งปลา เพาะฟก

ลกู ปลา อนบุ าล และขนุ ลูกปลาไดดว ย อางและบอซเี มนตมีหลายรปู แบบไดแก บอรูปทรงสเี่ หลีย่ ม
บอ ทรงกลม และบอสี่เหล่ียมทีด่ า นบนกวางแตด า นลา งแคบ สามารถวางตั้งท้ังในและนอกอาคาร
ซ่ึงบริเวณท่วี างบอซีเมนต ตองเปน บรเิ วณทแ่ี สงแดดสองไดบา งในเวลาเชา เย็น หากเปน ที่โลงแจง ตอ ง
ทาํ หลังคาหรือรมเงา โดยทว่ั ไปมกั นิยมใชตาขายกรองแสง (วันเพญ็ มนี กาญจน และคณะ, 2545)

ภาพท่ี 4.2 รปู แบบของบอ ซีเมนตท ่ีสามารถใชเลีย้ งปลาสวยงามได

62

6. เคร่อื งปมอากาศ
เคร่ืองปมอากาศ หรือแอรปม (Air Pump) เปนอปุ กรณท่ีมีความจําเปน ตอการเลีย้ งปลา

สวยงามอยา งย่ิง หากไมใ ชแ อรป มก็แทบจะทําใหไมส ามารถดาํ เนนิ การเลยี้ งปลาสวยงามได หลกั การ
ทาํ งานของเคร่ืองแอรป ม ก็คือ เครือ่ งจะปมหรอื ดดู เอาอากาศตรงบรเิ วณท่เี ครื่องตง้ั อยู แลวสง ผา นไป
ตามทอหรอื สายลมซ่ึงตอ ไปจุมลงน้าํ ในตูป ลา และลมจะถูกทําใหก ระจายตวั ออกเปนฟองอากาศก็จะ
ละลายลงในน้าํ ในขณะทีฟ่ องอากาศลอยขนึ้ ผิวน้ํา ดงั นน้ั การละลายของออกซเิ จนจะเกิดขนึ้ ไดมาก
หรอื นอย กจ็ ะขึน้ กับชนิดของหวั ทรายท่จี ะชว ยทําใหลมมีการแตกตัวเปน ฟองฝอยไดมากเพยี งใด กับ
ระดบั ความลึกของสายลมที่แหยล งไปในนาํ้ ถา น้ํามคี วามลึกมากกจ็ ะย่ิงมกี ารละลายของออกซิเจนได
มาก แตท ้ังนีข้ ึ้นกบั กาํ ลังของเครอื่ งแอรปม ทีจ่ ะสามารถปมลมลงไปไดดวย แอรปมจึงทาํ หนา ท่ีเพ่มิ
ปริมาณออกซิเจนละลายนํา้ ในตูปลา ทาํ ใหป ลาสดชืน่ ไมอึดอดั ปลาจะมีสขุ ภาพดีและเจริญเติบโตเปน
ปกติ นอกจากนั้นในปจจุบันไดมกี ารปรบั ปรงุ การใชร ะบบแอรป ม ควบคูไปกบั ชดุ กรองนํ้าหรือระบบ
กรองนา้ํ ซึ่งจะทําใหเกดิ ประโยชนท ้งั เปนการเพ่มิ ปรมิ าณออกซิเจนและกรองน้าํ ไปพรอม ๆ กัน

6.1 ลกั ษณะของแอรปมที่ดี มีคุณสมบัติดงั นี้ (ประภาส โฉลกพนั ธรตั น, 2540)
6.1.1 มีกาํ ลงั มาก สามารถปมอากาศสงไปไดไกลหรือลงนา้ํ ไดล ึก และกาํ ลงั ลม

สมํ่าเสมอ
6.1.2 เคร่อื งไมรอ นจัดจนเกินไปเม่ือเปด ทํางานติดตอเปนเวลานาน ๆ เพราะปกติ

จะตองเปดเคร่ืองตลอดเวลาตลอดระยะการเลี้ยง
6.1.3 ตอ งมีความอดทน ควรมอี ายุการใชงานมากกวา 1 ป
6.1.4 เสียงไมดงั เนื่องจากตองตดิ ตั้งอยูภ ายในอาคาร
6.1.5 ไมมีไอน้ํามนั เครื่องถูกขับออกมาปะปนกันกับลมทีส่ งลงไปในนาํ้
6.1.6 ควรเปนเคร่ืองทใี่ ชไฟฟานอ ย เพื่อประหยัดคาไฟฟา

6.2 หลกั การตดิ ตั้งแอรปม
6.2.1 ติดตงั้ อยใู กลกับตปู ลา จะชวยใหไมเ สยี กําลังลมไปกับระยะทาง ยิ่งต้ังเคร่ือง

หา งไปมากเทา ใดกําลงั ลมจะยิ่งลดลง
6.2.2 ควรตดิ ต้ังตัวเครอื่ งสูงกวาระดบั นํา้ ในตปู ลา เพราะถาตง้ั เคร่ืองตํ่ากวา ระดับนาํ้

เมอ่ื เกิดไฟฟาขดั ของ เคร่อื งจะหยดุ ทํางานทนั ที น้ําจะทะลกั กลบั เขาสายลมแลว อาจมีแรงดดู ไหล
ยอ นกลบั เขาไปในเครื่อง เม่อื ไฟฟาเปน ปกตเิ ครอื่ งอาจชอตได

6.2.3 ควรตดิ ตั้งในบริเวณท่ีมีฝุนนอย เพระฝุนละอองจะอดุ ตนั แผนกรอง ทําใหเ ครื่อง
ทาํ งานหนกั และอายุการใชง านลดลง

63

6.3 อปุ กรณประกอบเคร่ืองแอรปม
ตัวเครือ่ งแอรปม จะทาํ หนาท่ใี นการดูดและขบั ลมออกเทา น้ัน จาํ เปนตองมีอปุ กรณ

ประกอบอน่ื เพื่อชว ยใหส ามารถกระจายลมออกไดหลายทาง และมีกําลงั ลมสมํ่าเสมอกันทุกทางท่ีถูก
แยกออกไป จงึ จําเปนตองมีอุปกรณส าํ หรบั ใชรวมดว ยดงั น้ี (ภวพล ศภุ นนั ทนานนท, 2557)

6.3.1 สายยางหรอื สายลม สายลมท่ีนยิ มใชกันโดยท่ัว ๆ ไป เปนสายพลาสตดิ ใส
ขนาด 1 หนุ ใชตอ จากตวั เครื่องไปลงนํ้าตปู ลา สายลมที่มจี ําหนายจะมี 2 ชนิด คือ สายหนาและสาย
บาง ควรเลอื กสายชนิดอยางหนาเพื่อปองกนั สายหกั พบั ไดงาย

6.3.2 ขอ ตอตา ง ๆ ใชสาํ หรบั ตอเชื่อมสายลม หรือเพิ่มทิศทางของสายลมใหม ีสาขา
มากขนึ้ จงึ มขี อตอ ตง้ั แต 2 ทาง 3 ทาง และ 4 ทาง สว นใหญทาํ ดวยพลาสติก และมสี วนนอยท่ีทํา
ดวยสแตนเลสเน่ืองจากมรี าคาแพง

6.3.3 ลกู บดิ หรือวาลวปรบั ลม ใชส ําหรับชว ยปรบั ความแรงของลมที่เปาออกมา ใหม ี
ความสมํ่าเสมอทกุ ทิศทาง หรือแรงในทศิ ทางทีต่ องการ เพราะจากการใชขอตอเพ่ิมทิศทางลม
เสนทางท่อี ยูใกลตวั เคร่ืองจะมีลมออกแรงมาก ในขณะทเ่ี สนทางที่อยไู กลออกไปแรงลมจะลดนอ ยลง
ไปเรื่อย ๆ จําเปนตองใชล กู บิดปรบั ลมบังคบั ลมใหออกในเสน ทางท่อี ยูใกลนอยลง ก็จะทําใหมีกําลงั
ลมไปยังเสน ทางท่ีอยูไกลได แตถ าเปน ขอตอแบบสแตนเลสมักจะมวี าลว ปรบั ลมในตวั

6.3.4 หวั ทราย ใชสําหรับกระจายลมใหก ระจายตวั ออกในนํ้าเปน ฟองฝอยจะตอไว
ปลายสดุ ของสายลมทลี่ งไปในน้ํา มหี ลายชนดิ และหลายขนาด ไดแ ก หัวทรายแบบแทงวางแนวนอน
ตามขนาดของตูปลา รูปทรงกลม หวั ทรายแบบแบน ทรงกลมวางนอน หัวทรายแบบแทงทรงกระบอก
และตกุ ตาใหฟ องอากาศแบบตา ง ๆ หวั ทรายเปน สว นทคี่ อนขา งจะมีความสําคัญ เพราะการละลาย
ของออกซเิ จนจะเกิดไดม ากถาหวั ทรายสามารถกระจายลมใหแ ตกเปน ฟองฝอยไดมากท่ีสุด

ระบบกรองนาํ้

การเล้ยี งปลาสวยงามผเู ล้ยี งตองการใหมีความสวยงามมากท่ีสดุ นํ้าควรจะตองใส ไมมีเศษ
อาหาร ตะกอน หรือสิ่งขับถา ยของปลามาลอยรบกวนสายตา อีกทั้งยงั ชว ยกําจดั สิง่ ไมตองการ
ดงั กลา วออกจากตปู ลาไดดว ย การกรองนํ้าจึงมีความจาํ เปนในระบบการเล้ียงปลาสวยงาม ระบบ
กรองท่นี ยิ มใชใ นการเลย้ี งปลาสวยงามมหี ลายรูปแบบ แตละแบบก็มีขอดีขอเสยี และวิธีใชแตกตางกัน
ไป ระบบการกรองนาํ้ มีหลายชนดิ จดั แบง ตามกลมุ การใชง านหรอื ระบบการใชงานได ดังนี้
(ธวิ ลักษณ บุนนาค, 2553)

64

(ก) แอรปม ขนาดเลก็ (ข) แอรป ม แรงดันลมสงู

(ค) แอรป ม ท่ีมรี ะบบดดู อากาศเขาเครื่อง (ง) สายยางและหัวทราย (จ). ขอตอแบบตาง ๆ

ภาพท่ี 4.3 แอรป ม ประเภทตาง ๆ สายยาง หัวทราย และขอตอ ปรบั ลมชนิดตาง ๆ

1. ระบบกรองนาํ้ ใตก รวด
ระบบกรองน้าํ ใตกรวด เปนระบบการกรองน้ําท่นี ิยมใชกับการเล้ียงปลาสวยงามในตู

กระจกในปจจุบันมากทีส่ ดุ เปนระบบกรองน้าํ ท่ีอาศัยแรงลมทม่ี าจากเคร่ืองแอรปม เปน ตัวชว ยดนั นํ้า
ใหเกิดการหมนุ เวียน ระบบน้ีมสี วนประกอบตา ง ๆ ไดแก แผน กรอง ทอสงน้ํา สายลม และกรวด ซึ่งมี
รายละเอยี ดดังนี้

1.1 แผนกรอง เปนแผนพลาสตกิ สีเ่ หลีย่ มจัสตรุ สั สูงโปรง ซึง่ มีความสูงประมาณ 2
เซนติเมตร ดา นบนเปน รูพรนุ หรอื ชองตาขา ยเลก็ ๆ เพ่อื ใหนํา้ ผา นไดสะดวก มขี นาดตาง ๆ กนั แต
สามารถนาํ มาตอกันใหม ีขนาดใหญเ ทากบั ขนาดของตปู ลาได

1.2 ทอสงนํ้าหรือทอ พน นาํ้ ใชป ระกอบตดิ ตัง้ ที่มมุ บนของแผน กรอง ปลายดานบนมหี วั
ครอบท่สี ามารปรบั ทิศทางของนาํ้ ทพี่ น ออกมา ใหไ ปในแนวที่ตองการได

1.3 สายลม สาํ หรับตอ จากเครื่องแอรป ม และตอ เขากบั ฐานทอสง นาํ้
1.4 กรวด ทรายหรือเศษปะการงั สําหรับปูบนแผน กรอง โดยมกั ปใู หมีความหนา
ประมาณ 2 น้ิว

65

การทํางานของระบบกรองนํ้าใตก รวด เมื่อตดิ ตัง้ อุปกรณเรียบรอยแลว แอรปมจะสง
อากาศเขา ไปในทอ สงน้าํ แลว เปน ฟองขึน้ ไปตามทอน้าํ ดันเอานํา้ เคลื่อนที่พุงออกไปทางหวั ครอบ
ดา นบน พุงไปตามทศิ ทางทีป่ รบั ไว นํ้าท่ีอยูใ นพน้ื ท่วี างใตแ ผน กรองจะไหลข้ึนไปแทนที่ โดยดึงน้าํ
เหนือแผน กรองไหลผานวัสดกุ รองลงมา ทาํ ใหเกิดการหมนุ เวียนของนํ้าจากบริเวณท่ปี ลาอาศัยอยู
ไหลผา นกรวดหรอื เศษปะการังลงไป ในชว งนจี้ ะทาํ ใหตะกอน เศษอาหาร และสิ่งขับถาย ซ่ึงปกตจิ ะมี
น้ําหนักตกลงกนตูตามแรงดึงดดู ของโลกอยแู ลว ถูกดูดลงไปตดิ อยูต ามซอกกรวดและปะการัง มีผลทาํ
ใหต ะกอนตาง ๆ ฟงุ กระจายออกมา การแกไขคือ ควรปูทับดว ยเศษปะการังชน้ั ใหญ หนาขึ้นมา 1 น้ิว
ก็จะปองกันการขุดคยุ ได

(ก) การทํางานของระบบกรองนาํ้ ใตท ราย (ข) เครื่องกรองนาํ้ ในตู
ปลา

ภาพท่ี 4.4 ระบบกรองนํ้าใตกรวดและอุปกรณกรองในตปู ลา
ที่มา : ธิวลกั ษณ บุนนาค (2553)

2. เคร่ืองกรองนํ้าแบบกลอง
เคร่อื งกรองนํ้าแบบกลองส่ีเหลี่ยม ภายในบรรจวุ สั ดกุ รองตามตอ งการ เชน เซรามิก-ริงค

ใยกรอง ถานกรอง ทาํ งานโดยสบู นํ้าใหไหลผา นตลอดเวลา แบงตามการติดตัง้ ไดหลายประเภท เชน
กรองขา งตู กรองบนตู กรองในตู กรองนอกตู ท่ีพ้ืนภายในกลอ งจะมีแผนกรองลักษณะเดยี วกบั แผน
กรองในระบบกรองน้ําใตท ราย จากแผนกรองจะมที อ เลก็ ๆ ตอข้ึนมา 2 ทอ พนฝาปดกลองขึน้ มา
ทอที่มีปลายขนาดเล็กเปนทอสําหรบั ตอ สายลมจากเครือ่ งแอรปม บนแผน กรองจะมีแผน ใยสังเคราะห
สําหรบั เปน วัสดกุ รองตะกอน ดา นบนสุดของกลอ งจะมฝี าปดเปนรอ งเลก็ ๆ พอใหต ะกอน เศษอาหาร
และส่ิงขบั ถา ยของปลาผา นเขาไปได แตจะกนั ปลาไมใหเ ขา ไปในกลอง น้ําในตูป ลาจะถูกดูดเขาไปใน
กลอ งกรองหมนุ เวียนไปมาตลอดเวลา (ภวพล ศภุ นนั ทนานนท, 2557)

66

3. ระบบกรองนา้ํ นอกตูปลา
ระบบกรองนํา้ นอกตูปลา เปน ระบบที่ตวั เคร่ืองกรองและวสั ดุกรองท้ังหมดจะอยูภ ายนอก

ตปู ลา และมเี ครื่องมอเตอรปมน้ําไฟฟา สาํ หรับสูบนํา้ ผา นเขาสรู ะบบ เปน ระบบกรองน้ําทีน่ ยิ มใชก ับตู
ปลาขนาดใหญ หรอื กับการเลี้ยงปลาแบบหนาแนน ในสมัยกอ นมักจะเปน กลอ งขนาดเล็กใชแ ขวนอยู
ขางตู โดยมมี อเตอรเลก็ ๆ ชว ยสบู นํา้ ใหหมุนเวียนผานกลอ งกรอง แตในปจ จุบันจะเปนกลองคอนขาง
ใหญส าํ หรบั วางอยูบ นตู แตก็ถกู ซอนอยภู ายในฝาปดตูปลาได อุปกรณทเ่ี ปน สว นประกอบ ไดแ ก
กลอ งรองรบั เปนกลองสําหรับวางอุปกรณอนื่ ๆ ท้ังหมดมอเตอรสบู นา้ํ พรอมทอน้าํ เขาและทอ สง นํา้
ออก กลองใสว สั ดุกรอง เม่อื เปดมอเตอรส ูบน้าํ เคร่ืองจะสูบนํา้ จากตปู ลา โดยปลายทอ จะอยเู กือบกัน
ตปู ลาแลว ปลอ ยนํ้าออกสมั ผัสอากาศกอนตกลงในกลองกรอง ซ่ึงนํา้ จะรบั เอาออกซิเจนไว แลวไหล
ผานแผนใยสงั เคราะหในกลองกรองผานกนกลองกรอง แลวจงึ ไหลกลับลงตูปลา
(ประภาส โฉลกพันธร ัตน, 2540)

4. ระบบกรองนาํ้ แบบบอ กรอง
ระบบกรองนํา้ แบบบอกรอง เปนระบบกรองน้าํ ที่มกี ารสรา งบอ กรองน้าํ แยกออกมา

ตางหากจากบอ เลยี้ ง แลวใชเ คร่อื งปมนา้ํ แบบปมจมุ หรอื Submersible Pump ซง่ึ นยิ มเรยี กวา
“ไดรโว” ชวยปม นา้ํ ใหเกดิ การหมุนเวียนนา้ํ ผานไปมาระหวา งบอ เล้ยี งกับบอกรองนา้ํ เปนระบบกรอง
น้ําทน่ี ิยมใชักบั บอซีเมนต หรือบอขนาดใหญ เชน บอปลาคารพ หรอื หอ งแสดงพันธุปลาขนาดใหญ
เหมาะสาํ หรับการเล้ียงปลาขนาดใหญและการเล้ียงปลาอยางหนาแนน ไดเ ปนอยา งดี สวนประกอบ
ของบอกรองประเภทน้คี ือ ตวั บอ จะแบงออกเปน 4 สวน โดยสวนที่ 1 จะเปนสว นทีร่ ับน้ํามาจากบอ
เล้ยี ง ตะกอนหนัก เศษอาหาร และสิ่งขบั ถายขนาดใหญจ ะตกตะกอนอยใู นสว นนี้ จากนั้นนาํ้ จะลน
ไปสวนท่ี 2 ผานถาดกรองจากดา นลา งขึน้ สูดานบน จดั เปนสวนท่ี 3 ตะกอนตาง ๆ จะถูกกรองไว แลว
น้ําใสจะลนผานไปสวนที่ 4 ซ่ึงมีปมจุมสบู น้าํ กลบั ไปยังบอเลย้ี ง การลา งตะกอนหรือระบบกรองนํ้า
ตองปดเคร่อื งปมนาํ้ แลว ปดทอนํ้าท่ีมาจากบอเลี้ยงท่ีสวนท่ี 1 ยา ยปม นํา้ จากสวนท่ี 3 มาไวท ่สี ว นท่ี 1
แลว เปด เครือ่ งสูบนาํ้ ท้ิง จากน้ันยายปม น้ํามาสว นที่ 2 แลว เปดเครอ่ื งสบู นาํ้ ทงิ้ พรอมทงั้ ฉดี นา้ํ ลา งที่
ถาดกรองดวย (กองบรรณาธกิ าร, 2558)

67

ภาพท่ี 4.5 ระบบกรองนํ้าแบบบอ กรองสําหรับเลี้ยงปลาคารพ
ท่ีมา : กองบรรณาธกิ าร (2558)

ภาพท่ี 4.6 ผงั ระบบกรองน้าํ ในฟารม AquaMarine สําหรับกรองนํา้ เล้ยี งปลากระเบน
ที่มา : กองบรรณาธกิ าร (2558)

วสั ดกุ รองชนดิ ตางๆ

วสั ดกุ รองสามารถแบง ออกไดตาม คุณสมบัตกิ ารกรองของตัวมันเอง เปน 3 ประเภทใหญๆ
คือ วัสดุกรองทางกายภาพ ทางเคมี และทางชีวภาพ ซึง่ วัสดกุ รองแตล ะชนดิ น้นั อาจจะมคี ณุ สมบตั ิใน
การกรองไดเพยี งประเภทเดยี วหรอื มากกวา หนงึ่ ประเภทก็ได วสั ดุทสี่ ามารถนํามาใชเปน วสั ดกุ รองได

68

นั้นจะมหี ลากหลายชนดิ มาก มีทั้งเปน วสั ดุทเ่ี กิดข้นึ เองตามธรรมชาติ เชน หินภูเขาไฟ ปะการงั
เปลอื กหอย หรอื เปนวัสดุทถ่ี ูกสรา งขนึ้ มาเพ่ือเปนวสั ดุกรองน้ําโดยเฉพาะ เชน ไบโอบอล เซรามิค-
รงิ ค หรือจะเปน วัสดุท่ีถูกสรางขึ้นมา แตไมไดมีวตั ถุประสงคหลกั เพื่อเปนวัสดุกรอง แตม ีการนํามาใช
เปน วสั ดกุ รอง เชน อวนจับปลา หรอื ฟองนํ้าบางชนดิ วัสดุกรองทน่ี ิยมนาํ มาใชกรองนาํ้ ในการเล้ยี ง
ปลาสวยงาม ไดแก หนิ พมั มิส หินซีโอไลท ปะการัง และไบโอบอล ซ่ึงมีรายละเอียดดงั ตอไปนี้
(ชวนิ ตันพทิ ยคุปต, 2557)

1. หินพัมมสิ
หินพมั มสิ หรอื หินพูไมส เปนหนิ ภเู ขาไฟชนิดหน่งึ มีซลิ ิกา เปนองคประกอบหลกั หินพัม

มสิ เกดิ จากการหลอมละลาย ของลาวาและแมกมา แลว จบั ตัวแข็งโดยฉับพลนั กับช้ันอากาศและ
ฟองอากาศ ขณะทลี่ าวากาํ ลงั รอ นระอุ เม่อื เจอเขากับความเย็นจากอากาศและนาํ้ จงึ จับตัวแข็งเปน
กอ น ภายในเนื้อหินเกดิ โพรงอากาศและรูพรุนจํานวนมหาศาล บวกกบั นา้ํ หนกั ท่เี บามาก ๆ จงึ ทาํ ให
หินพมั มสิ มีคุณสมบัติ ท่สี ามารถลอยน้าํ หินพมั มสิ มีท้ังท่เี ปนสีขาว สเี ทา และสีน้าํ ตาล เปน หินที่มี
ลกั ษณะเปน รูพรุน มีน้ําหนักเบามากๆ เน่ืองจากอากาศท่ีอยใู นรูพรนุ ของหินพัมมสิ นีเ่ อง จงึ ทาํ ใหหิน
ชนดิ นสี้ ามารถลอยนา้ํ ได

2. หนิ ซโี อไลท
ซีโอไลท คือหินภเู ขาไฟชนดิ หน่ึง เกดิ ข้นึ จากลาวาทหี่ ลอมละลายไหลลงไปในน้าํ แลวไป

จบั ตัวแข็งใตท องน้าํ ซึ่งระหวางกระบวนการแข็งตวั น้ัน ก็ไดดดู ซับแรธ าตจุ าํ นวนมากเขาไปดวยแลว
จบั ตัวแขง็ เปน ชั้นหนิ แตกย็ ังคงมีรูพรนุ ทีเ่ กดิ ขึ้นจากฟองอากาศ ซีโอไลทจะทําหนา ที่เขาจบั กาซ
ไฮโดรจนซลั ไฟด คลอรนี ยาปฏิชีวนะ และดกั จบั กาซแอมโมเนยี ไนไตรท และไนเตรท ไดดวย

(ก) หินพัมมิส (ข) หนิ ซีโอไลท
ภาพที่ 4.7 รูปรา งลักษณะของหนิ พัมมิสและซีโอไลท

69

3. ปะการงั
ปะการงั คือเศษซากของส่งิ มีชีวติ ทม่ี าจากทะเล เนื้อของปะการังมเี นื้อที่เปนรูพรุนจํานวน

มาก ปะการงั ม่ีคณุ สมบตั เิ ปน pH Buffer มฤี ทธิท์ ําใหน้าํ ที่ใชป ะการงั เปนวัสดุกรองมีความเปนดา ง
อยางออน (pH ประมาณ 8-9) ปะการังมีลกั ษณะรปู รา งหลากหลาย แตส วนมากจะหนา ตาคลาย ๆ
กง่ิ กาน ตนไม มีเนื้อแขง็ สขี าว หรอื สขี าวอมเหลอื ง หรือสีขาวอมน้าํ ตาล

(ก) เศษปะการงั (ข) ปะการงั ขนาดตาง ๆ ท่นี าํ มาเปนวสั ดกุ รอง

ภาพที่ 4.8 เศษปะการงั ขนาดตา ง ๆ ท่ีนยิ มนํามาเปนวัสดกุ รองนาํ้ ในตูป ลา
ทม่ี า : วรเทพ มธุ ุวรรณ (2557)

4. เซรามคิ -ริงค
เซรามิค-รงิ ค เปนวสั ดุทถ่ี กู สรางขึ้นมาจาก ดนิ เผา หรอื ทีเ่ รียกกนั วา เซรามิค ทาํ ข้ึนมา

เพอื่ เปนวสั ดุกรองโดยเฉพาะ เซรามคิ -ริงค จะมีอยูส องแบบ คือ เซรามิค-รงิ ค แบบไมม รี ูพรุนและ
เซรามคิ -รงิ ค แบบมีรูพรุน รปู รา ง ลักษณะ และคุณสมบตั ิเซรามคิ -รงิ ค ท้งั สองแบบ จะมีลกั ษณะ
ทรงกระบอก มีรูอยูตรงกลาง โดยเซรามคิ -รงิ ค แบบมรี พู รนุ จะมเี นือ้ หนากวา และมรี ูพรุน มากกวา
อกี แบบ ทัง้ สองแบบจะมีสีขาว เซรามคิ -รงิ คแบบไมมรี ูพรุน ถูกสรางข้นึ มาเพ่ือเปนวัสดกุ รองทาง
กายภาพ ทาํ หนาทด่ี ักฝุน ผง และกระจายน้ํา สวนอกี ตัวคือ เซรามิค-ริงค แบบมีรูพรนุ ถูกสรางข้นึ มา
เพ่ือเปนวสั ดุกรองทางชีวภาพ ทผ่ี ิวของเซรามิค-ริงค แบบมีรูพรุน จะมีรูอยูแยะมากๆ เพ่ือเปนท่ีอยู
อาศยั ใหแบคทีเรีย สาํ หรบั เซรามคิ -รงิ ค ท่ีมีคุณภาพดี ผานการเผา ท่อี ุณหภมู ิถูกตองแลว จะมีคา pH
เปนกลาง และจะไมม ีผลเปลี่ยนแปลง pH ของนํ้า

70

5. ไบโอบอล
ไบโอบอล เปนวัสดอุ ีกชนดิ หนง่ึ ทถ่ี ูกสรา งขึน้ มาเพื่อเปน วัสดุกรองโดยเฉพาะ เชน เดียวกับ

เซรามิค-ริงค ไบโอบอลทาํ ขึน้ จากพลาสตกิ และมีนํา้ หนักเบา มรี ูปแบบมากมายหลายแบบ เพื่อวัตถุ
ประสงคตา ง ๆ กนั ในระบบกรอง เชน เพ่มิ รู เพ่ิมชอ ง เพือ่ ใหแบคทีเรียอยอู าศยั ไดมากขึ้น โดยท่วั ไป
แลว ไบโอบอลจะมลี ักษณะเปนทรงกลม เลยไดช ื่อท่ีลงทายดวยบอล ตัวของไบโอบอล มีหลากหลายสี
พ้ืนผิวไมมรี ูพรนุ แตจะถกู ทําเปน ครบี เปนกาน เพ่ือวัตถุประสงคในการกระจายน้ําออก เพ่ือใหผิวนํา้
ไดสัมผสั กับอากาศ และดดู ซับเอาออกซิเจนในอากาศไปใหมากทีส่ ดุ เศษปะการัง เซรามิค-ริงค
และไบโอบอล แสดงไวใ นภาพท่ี 4.8

(ก) เซรามิค-รงิ ค (ข) ลักษณะของไบโอบอล

ภาพท่ี 4.9 เซรามคิ -รงิ ค และไบโอบอล
ท่มี า : วรเทพ มธุ ุวรรณ (2557)

6. แอคติเวทคารบอน
แอคตเิ วทคารบ อน หรอื ถา นกัมมันต เปน วสั ดุกรองอีกชนิดที่ถูกทาํ ใหเ ปน วสั ดกุ รอง

โดยเฉพาะ วตั ถุดบิ ของแอคติเวทคารบ อนสว นใหญเปนวัสดุเหลือท้งิ ทางการเกษตร เชน กะลาปาลม
กะลามะพรา ว ทะลายปาลม ฯลฯ มาผานกระบวนการกระตนุ (Activation) ใหม ีพน้ื ทผ่ี วิ สงู มปี รมิ าณ
คารบอนเปน องคป ระกอบหลัก มคี วามจใุ นการดดู ซบั สงู และมีรพู รุนขนาดเลก็ จํานวนมาก แอคติเวท
คารบอน มลี ักษณะเปนของแข็งสดี ํา อาจอยใู นรูปของผงหรือเมด็ กไ็ ด มีโครงสรา งรูพรนุ ขนาดเล็ก
พ้ืนที่ผวิ ดูดซบั สูง ทําใหม ีสมบัติการดดู ซบั ทดี่ ี ใชป ระโยชนใ นการกําจดั กลน่ิ สี หรือแกส รวมทง้ั
สารพษิ บางชนดิ เชน แอมโมเนยี และคลอรีน ไดแ ปนอยา งดี (บุญรกั ษ กาญจนวรวณิชย, 2559)

71

7. อควาเคลย
ผลติ จากวตั ถดุ ิบจากธรรมชาตทิ างตอนใตของประเทศเยอรมนั โดยเปน ดินท่มี ีอายุ

มากกวา 150 ลา นป นํามาผานกรรมวธิ ตี า งๆ และเผาท่คี วามรอ นสงู ถงึ 1200 องศาเซลเซียส ที่ซึ่ง
แบคทีเรียจะสรา งอาณาจกั ร และทําการยอยสลายแอมโมเนีย ไนไตรท และไนเตรท อควาเคลย
ถกู ผลติ มาเปน เม็ดกลม ซ่ึงการวจิ ยั ไดชว้ี าวสั ดุกรองทรงกลมจะใหประสทิ ธิภาพสูงสุดในการบําบัด
เนอ่ื งจากพ้นื ผวิ เปดรบั กบั การไหลของน้ําอยางไมจ ํากัด และงายตอการทาํ ความสะอาด ไมทาํ ใหคา
pH เปลยี่ นแปลง ไมท ําใหนาํ้ กระดา ง มคี ุณสมบตั ขิ องดินครบถว น ทาํ ใหปลารับรูถงึ สภาพแวดลอมที่
เหมาะสม เนือ่ งจากผลิตจากดินและถูกนํามาเผาในอุณหภมู ทิ สี่ งู ดังนัน้ การใชบางลกั ษณะอาจทําให
นาํ้ ในตูป ลามอี ุณหภมู ิต่ําลงกวา ทีเ่ คยใชว สั ดกุ รองเดมิ อันเนื่องมาจากการคายความรอนและการรักษา
ความเยน็ ในตัวเอง เหมาะสําหรบั ระบบการบําบัดแบบตางๆ และมขี นาดใหเลือกตามตอ งการ

(ก) แอคตเิ วท คารบ อน หรือ ถา นกมั มันต (ข) อควาเคลย

ภาพท่ี 4.10 แอคตเิ วท คารบ อน หรือ ถา นกมั มนั ต และอควาเคลย
ที่มา : บุญรักษ กาญจนวรวณชิ ย (2559)

8. ใยกรองตา งๆ
ใยกรองตา งๆ ท่ีใชส าํ หรับระบบกรอง มีกนั หลากหลายแบบ ท้ังแบบใยแกวและแบบ

ฟองน้ํา แบบกรองหยาบ กรองละเอียด รปู รา ง ลักษณะ และคุณสมบัตขิ องใยกรองสว นใหญจะมี
รปู รา ง เปน แผนสเ่ี หลีย่ มแบนๆ แตจะมีอยหู ลายลักษณะ แตจะแยกกนั เปนสองกลุมใหญๆ คอื กลุมที่
เปน ฟองน้าํ และกลุมท่เี ปน ใยแกว ในกลุมท่ีเปนใยแกว นัน้ ก็ยังถูกแบงออกไปไดอกี หลายแบบ แบง
เปน ใยกรองหยาบ ใยกรองระเอียด สวนเร่อื งสีของใยกรอง กม็ ีหลากหลายสี เชน กนั สวนมากท่จี ะเห็น
กันจะมเี ปน สี ขาว เขียว นา้ํ เงิน และดํา ใยกรองเหลา น้ีถูกทําขึ้นมาดว ยวตั ถปุ ระสงคหลกั คอื กรองฝุน
ผงตะกอนในนา้ํ ความละเอยี ด ของใยกรองยิง่ มาก จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการกรองไดสงู แตก ็มใี ย

72

กรองบางประเภท เชนในกลุมของฟองน้าํ จะมีพื้นท่ีวา งใหแ บคทีเรยี เขา ไปอยูอ าศัยได
(ชวนิ ตนั พิทยคุปต, 2557)

9. เครอื่ งทําความรอ นและแสงสวาง
เคร่ืองทาํ ความรอนและใหแสงสวางในการเลีย้ งปลาสวยงามมหี ลายชนดิ ไดแก ฮีทเตอร

ปรอทวดั อุณหภมู ิ หลอดแสงแดดเทียม และหลอดยวู ี ซ่งึ อุปกรณแ ตละชนดิ มีรายละเอียดแตกตางกัน
ดงั นี้ (ภวพล ศุภนันทนานนท, 2557)

9.1 เครอ่ื งทําความรอนหรือฮีตเตอร เครือ่ งทาํ ความรอนหรือฮีตเตอร เปนอุปกรณทใ่ี ช
ชว ยปรบั อุณหภมู นิ ้ําในตูหรอื ในบอ ปลา โดยมักจะพยายามปรับใหน าํ้ มีอุณหภูมิสงู ขึน้ หรือรอนข้นึ
นยิ มใชใ นฤดูหนาวและใชก ับการเล้ียงปลาบางชนดิ ฮตี เตอรจะมีจําหนายตามรา นขายปลาสวยงาม
ทั่วไป ลักษณะเปนหลอดแกว ภายในมขี ดลวดนําความรอน มหี นวยการใชง านเปน วตั ต มีใหเลือก
หลายขนาดผูเ ลี้ยงควรเลือกใหเหมาะสมกบั ปรมิ าณนา้ํ ในตูปลา โดยอาจพจิ ารณาจากขนาด 1 วัตต
ตอ ปรมิ าตรนํา้ 1 ลิตร ในปจจุบัน ฮตี เตอรส วนใหญส ามารถควบคมุ ระดับของอุณหภูมิใหคอ นขางคงท่ี
โดยมีตัวควบคมุ ทีเ่ รยี กวา เทอรโมสตัท (Thermostat) ซงึ่ จะมปี ุมปรับและตวั เลขใหต ้ังระดบั อุณหภมู ิ
ตามทต่ี องการได ทาํ ใหเ คร่ืองฮตี เตอรสามารถควบคุมอณุ หภูมนิ ํา้ ใหคอ นขา งคงท่ีตามทต่ี องการ
ตลอดเวลา

9.2 หลอดแสงแดดเทยี ม เปนอปุ กรณสาํ หรับเพิม่ แสงสวา งในตูปลา ทาํ ใหเ วลามองดปู ลา
จะมสี สี ันสดใสมากข้นึ โดยมกี ารพฒั นาปรบั ระดับของชว งแสงใหค ลา ยคลึงกับแสงแดดตามธรรมชาติ
จงึ เรยี ก Biolux Lamp ปกติตูปลาจะไดรับแสงแดดคอนขางนอ ย การใชหลอดแสงแดดเทียมเปดให
ปลาในชวงเวลากลางวันจะชวยใหพ รรณไมน้ําสามารถสังเคราะหแ สงได ทาํ ใหลดธาตุอาหารตาง ๆ ที่
เกิดข้นึ ในระหวา งเลี้ยงปลา ชวยทําใหป ลามสี ขุ ภาพดี อาจเรยี กหลอดชนดิ น้วี า Aquarium Light ควร
เปดใหต ปู ลาวนั ละ 8 ชั่วโมง

9.3 หลอดยูวี หลอดยูวี สาํ หรบั ใชใ นการฆา เช้ือ ดวยประสิทธิภาพพืน้ ท่รี บั แสงสงู สุด
มากกวาหลอดยูวแี บบใสในกระบอกกวา 10 เทา ตวั สามารถกาํ จดั ตะไคร เชอ้ื โรค แบคทเี รีย ไวรสั
ตา งๆ ไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ ใชสําหรับฆา เช้ือโรคในบอปลา ตูอนบุ าลลกู ปลาเกิดใหม โรงงาน
อุตสาหกรรมอาหาร และโรงงานทต่ี อ งการหอ งปลอดเช้ือ

73

(ก) ฮที เตอร (ข) หลอดยูวี

ภาพที่ 4.11 อุปกรณใ หความรอนและแสงสวา ง

อปุ กรณและวัสดุตกแตงตปู ลา

ปจจุบนั มีการผลิตอุปกรณต กแตง ตปู ลาออกมาหลายชนดิ มจี ุดประสงคทั้งเพือ่ เพ่มิ ความ
สวยงาม เพิม่ ออกซเิ จน และเปน ทอ่ี าศัยของปลาไดดว ย ผูเล้ยี งควรเลอื กอปุ กรณตกแตงตา ง ๆ ให
เหมาะสมกบั ชนิดปลาและขนาดของตูปลาดวย วสั ดแุ ละอปุ กรณการเลีย้ งและตกแตงตูปลา ทีม่ ี
ความสําคญั มดี ังน้ี (ภวพล ศุภนนั ทนานนท, 2557)

1. วัสดุรองพืน้ ตูปลา
วัสดรุ องพน้ื ตูป ลา ไดแก พวกทรายหยาบ กรวด และเศษปะการงั ปกติใชเพื่อชว ยรองพ้ืน

ตปู ลาทําใหแ ลดูสวยงาม แตป จจบุ ันมักใชเ พื่อชวยในระบบกรองนํ้าใตท ราย เปน ตัวชว ยกักตะกอน
และสง่ิ สกปรกตา ง ๆ เอาไว นอกจากน้นั จะมีประโยชนส ําหรบั ปลกู พรรณไมนํา้ เปนท่ยี ดึ เกาะของราก
พรรณไมนา้ํ ใหลําตนอยใู หม ัน่ คง และทําใหสภาพตดู ูเปน ธรรมชาติ การใชว ัสดุรองพ้ืนตปู ลาเหลา นี้
จะตองมกี ารลา งใหส ะอาดกอนใช หากตองการฆาเช้ือโรคและพยาธติ าง ๆ ควรแชน ้าํ เกลือเขมขนทงิ้
ไว 1 คนื จากน้ันฉดี นํ้าลา งแลวแชน ํา้ จืดท้ิงไว 1 คนื ก็จะนาํ ไปใชไ ดอยา งปลอดภัย และควรมีสาํ รองไว
เพราะเมอื่ เล้ียงปลาไปเปนเวลาประมาณ 6 เดือน ควรเปลี่ยนวสั ดรุ องพ้นื เกาออกท้ังหมด เอาของใหม
ที่สาํ รองไวใสแทนถึงแมจ ะมกี ารลา งวสั ดรุ องพน้ื เพอื่ ขจดั ตะกอนและสิง่ หมักหมมอยปู ระจําทุกเดือน
ก็ตาม แตก็จะมคี ราบตาง ๆ สะสมอยูซงึ่ หากดมที่วัสดกุ รองจะไดกลน่ิ เหมน็ เนา เดน ชัด จึงควรเปลย่ี น
เอาวสั ดกุ รองเกา นี้ออกมาตากแดดใหแ หงสนทิ เปนเวลา 4-5 วัน โดยมกี ารเกลย่ี สลับทศิ ทางวนั ละคร้งั
เมือ่ แหง สนิทดแี ละหมดกล่ินแลว จงึ เก็บไวเปน ตัวสาํ รองสาํ หรบั เปล่ยี นในครง้ั ตอไป

74

2. อปุ กรณประดบั ตกแตง ตูปลา
2.1 หินประดับ จะเปน กอนหินขนาดใหญท ีน่ ํามาจดั วางประดบั ภายในตปู ลา เพอ่ื ใหด ูเปน

ธรรมชาตมิ ากข้ึน มรี ูปทรงตาง ๆ ทงั้ ทเ่ี ปนแทง ต้ังตรง ทรงกลม แหวงเวา และเปนโพรง ปลาสวยงาม
บางชนดิ ทชี่ อบวายวนเวยี นอยใู กลกบั กอ นหิน หรอื อาศยั อยูตามโพรงหิน การจัดวางหนิ ประดับยงั อาจ
ชวยกาํ กับทอ พน น้ํา ทออากาศ หรอื กลองกรองไดดว ย นอกจากนั้นปลาบางชนิด เชน ปลาเทวดา และ
กลมุ ปลาหมอสสี วยงาม อาจใชก อนหนิ เปนทวี่ างไขไดด วย ปจ จุบันมหี ินหลากหลายชนดิ ใหเลือก
มากมาย การจดั วางหนิ สามารถจัดเปนฉากหลัง เพือ่ เปน สงิ่ ท่หี ลบซอนของปลา หรือเปน ทวี่ างไขของ
ปลา โดยหนิ ทีน่ ิยมนาํ มาจดั ตูปลา ไดแก (ประภาส โฉลกพันธรตั น, 2540)

2.1.1 หนิ ภูเขาไฟ มีความสวยงามในการจัดตูป ลาสวยงาม มขี อ ดีตรงทม่ี ีน้ําหนักเบา
เมือ่ เทยี บกบั มวล ซง่ึ หมายความวามันแทนท่ีน้าํ นอ ยกวาหินชนิดอืน่ ๆ แตม ีขอ เสยี คือหนิ อาจคม และ
ไมค วรใชห ินแบบนี้ในตูป ลาทเี่ ลีย้ งปลาทีใ่ ชป ลาดูดหนิ เชน ปลาแคทฟช ตา งๆ หินชนิดนี้สามารถหาได
ทัง้ แบบสําเรจ็ รูปหรอื แบบเปนกอนๆและสามารถตดั ไดด ว ยเลือ่ ย หนิ ลาวาทม่ี ีรูพรนุ มากน้ันจะลอยเม่ือ
อยใู นนา้ํ ดงั นัน้ ควรตรวจสอบกอ นนาํ ไปใช

2.1.2 หนิ ชนวน สามารถใชห ินชนวนไดห ลายลกั ษณะตามวัตถุประสงค เชน สามารถ
นํามาสรางเปน ถา้ํ กองซอ นกัน หินหนุนดานหลังกรวด และเปน ที่วางไขของปลา หินชนวนมคี วาม
ปลอดภัยสําหรับใชใ นตปู ลานํ้าจดื ทกุ ชนิด ทาํ ความสะอาดงาย มใี หเ ลือกท้งั แบบสนี ้ําเงิน สีมว ง หรอื
แบบลายสสี นมิ บนพ้ืนทเี่ ทา สามารถตัดแตงหินไดงายดว ยคอนและควรลบขอบคมโดยใชคมี หักบริเวณ
ขอบ

2.1.3 หนิ แมนํ้า หินแบบนเี้ ปนหนิ ลกั ษณะกลมมนท่ีพบไดตามแมนาํ้ และลําธาร มผี วิ
เรียบ หนิ แมน ํา้ คอนขา งมนี ้ําหนกั ควรใชค วามระมัดระวงั ในการวาง และต้ังไดไมมัน่ คงถานาํ้ มาเรยี ง
ซอ นกัน หินสว นมากจะไมท ําปฏกิ ริ ยิ ากบั นา้ํ แตเปนการยากทจ่ี ะพิจารณาจากรูปรา งเทานัน้ เนอื่ งจาก
หนิ กรวดแมน้าํ นน้ั มรี ูปกลมมนซึง่ มาจากหนิ อะไรก็ได

2.1.4 หนิ แกรนติ เปนหินประดับทไี่ มทาํ ปฏกิ ิรยิ ากับน้ํา จึงปลอดภัยสาํ หรับตูปลานา้ํ
จืดทุกประเภท หินแกรนิตจะดูคลายหินออนเมื่อเปยกนาํ้ แตราคาถูกกวามาก หินคอนขางมนี ้าํ หนักจงึ
ควรจัดวางดว ยความระมดั ระวัง และเลือกใชกอนท่ีแบนๆ เมอ่ื ตองการเรยี งหนิ ซอนกนั การใชหินชนิด
นม้ี ีความเปนธรรมชาติพอสมควรเมอื่ นํามาจดั วางรวมกนั เปนปรมิ าณมาก และมผี วิ เรยี บใชเ ปนท่ี
วางไขสําหรบั ปลา

2.1.5 หินทราย หนิ ประเภทนี้เหมาะสําหรบั ตูปลาน้าํ จืดทุกประเภทและโดยเฉพาะ
เม่อื ใชกับพรรณไมน า้ํ จะสวยงามเปนพิเศษ หินอาจมีฝุนผงเลก็ นอ ย จึงควรลา งนํ้าใหทวั่ กอนท่จี ะจัด

75

วางลงในตู สามารถวางซอนกันไดด ี แตอาจจะหยาบเกนิ ไปสําหรบั ปลาวางไข ดงั นัน้ จึงควรจัดวางหิน
ทรายหรอื กระถางดอกไมค วบคกู ันไปดวย

2.1.6 หินปูน การวิเคราะหจําแนกหินปูนเปนเร่ืองยากสาํ หรับผเู รม่ิ ตน ดงั น้นั จึงควร
ตรวจสอบการความเปนหนิ ปูนกอ น หินชนิดนส้ี ามารถเพิ่มความเปนดาง (pH) และทาํ ใหน า้ํ กระดา ง
เมื่อใสลงในนา้ํ จึงควรใชก บั ปลาท่ีชอบน้ํากระดาง เชน ปลากลุม ท่ีออกลูกเปนตัว และกลุมปลาหมอ
แคระทะเลสาบแอฟรกิ าตะวันออก เปน ตน ขอเสียหลักของหินชนิดนีค้ อื หนิ มนี ํ้าหนักมาก แตจ ะดูมี
ชีวิตชีวาและมปี ระสิทธภิ าพมาก เม่ือใชเปน กอนหินรูปรา งมนขนาดใหญทเ่ี กิดจากการกัดกรอ น
ตกแตงในตปู ลาสวยงามที่จัดแบบธรรมชาติ

2.1.7 ขอนไม ขอนไมสาํ หรับการเล้ยี งปลาหาซ้ือไดจ ากรา นขายปลาสวยงาม ขอนไม
ทใ่ี ชจะตองจมนา้ํ และมรี ปู ทรงทแี่ ปลก มลี ักษณะคอนขางขดงอและขรขุ ระ ขอนไมอ าจมีสีปนเปอน
ในนาํ้ ท่เี กดิ จากเน้ือไมได มนั จะคอย ๆ ยอยสลายในนํ้า มีการปลอยสารแทนนินจากไมล งในน้ํา สาร
แทนนินจะทําใหน ้ําเปนกรดและเปลีย่ นเปน น้าํ สชี า น้าํ ทเ่ี ปลยี่ นสนี ้เี หมอื นกบั ถิน่ ท่อี ยูอาศัยในเขตรอน
ตามธรรมชาติ เชน ลุมแมน าํ้ อเมซอน และชว ยใหด เู อกลักษณส มจริงมากข้ึน อยางไรก็ตาม น้าํ ท่มี สี ี
เขมมากเกนิ ไปจะลดระดับแสงทีส่ ง่ิ ผา นลงมาและอาจทาํ ใหน้าํ ดสู กปรก วธิ ีแกใ หเติมถานคารบ อน
ลงในเครือ่ งกรองเพื่อดูดซับสี

2.1.8 เปลือกหอย เปน เปลือกของหอยทะเลทง้ั หอยกาบเด่ยี วและหอยกาบคู ท่ีนํามา
ตกแตง ทําใหต ูปลาดูมีจดุ เดน สวยงามมากขึน้ เปลือกหอยท่ีใชม ักเปนเปลือกหอยขนาดใหญ ไดแกหอย
สงั ขห นามหรอื หอยมะระ หอยตนี ชา ง และหอยมือเสือ ซ่งึ เปลือกหอยเหลานค้ี อ นขา งมขี นาดใหญมาก
จึงทําใหต ปู ลาดูมีจุดเดน ยิง่ ข้นึ ปจจบุ ันมคี วามนิยมในการสะสมเปลอื กหอยทะเลกันมากขนึ้ จึงทําใหมี
การนาํ เปลอื กหอยหลายชนิดมาจาํ หนา ยตามรานขายปลาสวยงามมากดวย ทําใหส ามารถเลือกเปลือก
หอยแปลก ๆ มาตกแตงตปู ลาไดมากขนึ้

2.1.9 รูปจําลอง เปนวัสดุจําลองรูปทรงตาง ๆ มที ั้งรูปคน สตั ว ส่งิ ของ ส่งิ ประดิษฐ
ขอนไมและพรรณไมน ้ําตาง ๆ เชนรปู เดก็ ยืนปสสาวะ รูปเดก็ ตกปลา รปู แมวนาํ้ รูปเปลือกหอยและ
รปู สะพาน เปนวสั ดทุ ีเ่ นนสสี ันใหส วยงาม และรูปทรงดูสะดดุ ตา เพ่ือทําใหตูปลาดูมจี ุดเดน โดยสว น
ใหญจ ะมีทอสําหรบั ตอสายลม เพอื่ ทําใหว ัสดุจาํ ลองบางชนิดมกี ารเคล่ือนไหว

2.1.10 พรรณไมนาํ้ เปน พชื น้ําทีน่ าํ มาประดับทําใหตปู ลาดูมชี ีวิตชวี า และเปน
ธรรมชาติไดอยา งมาก มสี ว นชวยในการลดสารประกอบตาง ๆ ทีเ่ กดิ จากตวั ปลาและเศษอาหารใน
ระหวางการเลี้ยงปลา พรรณไมน าํ้ ท่นี ยิ มปลูกประดับในตูปลาในปจจุบนั มีมากมายหลายชนิด แตก ็
อาจถูกทาํ ลายจากปลาสวยงามบางชนดิ เชน ปลาทอง ทําใหม กี ารผลิตพรรณไมน้ําเทยี มจากพลาสติก
ซง่ึ มลี กั ษณะคลายคลงึ กับพรรณไมน ํา้ จริง ๆ และไดร บั ความนยิ มมากเชนกนั

76

2.1.11 แผนภาพววิ ใชสําหรบั ติดเปนฉากประกอบดานหลังตูปลา สวนใหญจ ะเปน
แผน ภาพทิวทัศนใตนํา้ ทําใหตปู ลาดูเปน ธรรมชาตมิ ากขึ้น

2.1.12 อุปกรณท ี่จาํ เปน อื่น ๆ ไดแ ก กระชอนหรือสวิง เปน อปุ กรณทส่ี วนใหญมักใช
ในการจบั ปลา หรอื อาจใชก ระชอนและสวิงในการชอ นเศษใบไม และเศษวัสดตุ าง ๆ วสั ดตุ กแตง ตู
ปลาและอุปกรณที่จําเปน สําหรับการเลยี้ งปลาสวยงามแสดงไวใ นภาพที่ 4.12

(ก) ดอกไมพลาสติก (ข) รปู จําลอง

(ค) หินประดับ (ง) หนิ หลากสี

(จ) แผนภาพววิ ที่นยิ มนาํ มาตกแตง ตปู ลา (ฉ) สวงิ ตักปลาขนาดตา ง ๆ
ภาพที่ 4.12 วสั ดตุ กแตง ตูป ลาและอปุ กรณท่จี าํ เปน

77

บทสรุป

อปุ กรณท่เี กยี่ วของกบั การเล้ียงปลาสวยงามมีหลายประการดว ยกนั ประกอบดว ย ภาชนะ
สําหรบั เลี้ยงปลา ไดแ ก ขวดหรือโหลรูปทรงตาง ๆ ตูกระจกหรือตเู ล้ียงปลา ฝาปด ตูปลา ขารองตู
บอ ซเี มนต และเครื่องปมอากาศ เม่ือผูเล้ยี งไดภ าชนะหรืออุปกรณท เี่ หมาะสมแลว จะตอ งมีการตดิ ต้งั
ระบบกรองน้าํ เพอื่ ใชใ นการกรองนาํ้ ในตหู รือบอ เลี้ยงปลาใหใ สตลอดเวลา ระบบกรองนํ้าทนี่ ิยมใช
ไดแก ระบบกรองนํา้ ใตกรวดเปน ระบบการกรองนํ้าที่นยิ มใชก ับการเลย้ี งปลาสวยงามในตูกระจก
ในปจ จุบันมากท่ีสุด ระบบเครื่องกรองนํา้ แบบกลอ ง เปนระบบกรองน้ําที่สามารถตดิ ต้งั ไดสะดวก งา ย
และรวดเรว็ ท่สี ดุ นยิ มใชก บั การเล้ียงปลาสวยงามในตูข นาดเลก็ ระบบกรองนาํ้ แบบบอกรอง เปน
ระบบท่ีตวั เคร่ืองกรองและวสั ดกุ รองท้งั หมดจะอยภู ายนอกตปู ลา และมเี ครื่องมอเตอรป มนํา้ ไฟฟา
สําหรับสูบนา้ํ ผานเขาสูร ะบบ เปนระบบกรองน้ําที่นยิ มใชก ับตูป ลาขนาดใหญ สว นระบบกรองนา้ํ
แบบบอกรอง เปน ระบบกรองนา้ํ ทีน่ ิยมใชกั บั บอซเี มนต หรอื บอขนาดใหญ เชน บอ ปลาคารพ หรอื
หอ งแสดงพนั ธปุ ลาขนาดใหญ เหมาะสาํ หรับการเล้ียงปลาขนาดใหญ และการเลย้ี งปลาอยางหนาแนน
ไดเ ปน อยางดี ฮตี เตอรและหลอดไฟเปนอปุ กรณช ว ยทาํ ความรอนและใหแ สงสวาง สวนอุปกรณ
ตกแตง ตปู ลา ไดแก วัสดรุ องพ้นื ตปู ลา ไดแก พวกทรายหยาบ กรวด และเศษปะการัง หินประดับ
เชน หนิ ลาวา หนิ ชนวน หินแมน้ํา หนิ แกรนติ หินทราย หนิ ปูน ขอนไม เปลอื กหอย รูปจําลอง ตนไม
พลาสติก และแผนภาพวิว อุปกรณท จี่ ําเปนอน่ื ๆ ไดแก กระชอนหรอื สวงิ เปน ตน

78

คาํ ถามทายบท

1. ภาชนะชนิดใด ทเี่ หมาะสาํ หรับการเล้ยี งปลากดั มากที่สดุ
2. สามารถนาํ ปลาคารพมาเล้ียงในตูกระจกไดห รอื ไม เพราะเหตุใด จงอธิบาย
3. เพราะเหตุใดจงึ ตองติดตงั้ แอรปม ไวส งู กวา ตูเ ลย้ี งปลาเสมอ
4. จงบอกวิธกี ารติดตั้งแอรปมอยา งถกู วธิ ี
5. อปุ กรณท่ีใชป ระกอบกับเครื่องแอรปม มีอะไรบา ง
6. ระบบการกรองน้าํ ในตปู ลาสวยงามท่วั มักใชแบบใด
7. ระบบการกรองนํ้าในบอ เลี้ยงปลาแฟนซีคารพ เปนแบใด
8. ใหเ ปรยี บเทียบระบบการกรองนาํ้ แบบกรองใตทรายกับระบบบอ กรอง
9. จงบอกชนดิ ของวสั ดกุ รองทนี่ ิยมใชในการกรองนาํ้ ในตูเลี้ยงปลา 3 ชนดิ
10. ทาํ ไมจงึ ใชหินพัมมิสและหินซีโอไลทเ ปนวสั ดกุ รองนา้ํ ในตูเลยี้ งปลาสวยงาม
11. เศษซากปะการงั มีประโยชนอยางไรในตูปลา
12. ไบโอรงิ และไบโอบอลมีคุณสมบัตใิ นการกรองน้ําในตูปลาไดอ ยา งไร
13. จงบอกชนดิ ของอปุ กรณต กแตงตปู ลา 5 ชนดิ

79

เอกสารอางองิ

กองบรรณาธิการ. (2558). ฟารมกระเบนรกั ษโ ลกเจา แรกในเมอื งไทย. อควาเรย่ี มบิส. นครปฐม:
ชบาเงิน จาํ กัด.

ชวนิ ตันพิทยคปุ ต. (2557). กระปกุ กรองแอรลฟิ ท. อควาเรี่ยมบสิ . นครปฐม: ชบาเงิน จาํ กดั .
ธวิ ลกั ษณ บนุ นาค. (2553). สวนในตูป ลา Aquatic Garden. กรุงเทพฯ: บา นและสวน.
บญุ รักษ กาญจนวรวณิชย. (2559). สาระนารู : ถานปลกุ ฤทธิ์. (ออนไลน) . สืบคน วันท่ี 31

พฤษภาคม 2559. จาก https://www.mtec.or.th/academic-services/mtec-
knowledge/552-2016-02-09-03-10-28.
ประภาส โฉลกพนั ธร ัตน. (2540). การเล้ียงปลาสวยงาม. ภาควิชาประมง คณะ
เกษตรศาสตร มหาวิทยาลยั ขอนแกน .
ภวพล ศุภนนั ทนานนท. (2557). คูมอื การเล้ียงปลาทอง. กรงุ เทพ: บา นและสวน อมรนิ ทร พรน้ิ
ต้ิง แอนด พบั ลชิ ชิ่ง.
วรเทพ มุธุวรรณ. (2557). คลินกิ สตั วท ะเล. อควาเรยี่ มบิส 4 (43). นครปฐม : ชบาเงนิ .
วนั เพ็ญ มีนกาญจน กาญจนา จิรพันธพิพฒั น และพสิ ฐิ ภมู ิคง. (2545). ปลาออกลกู เปนตัว.
กรงุ เทพฯ: สถาบันวิจัยสัตวนาํ้ สวยงามและสถานแสดงพันธุสัตวนํ้า กรมประมง กระทรวง
เกษตรและสหกรณ.

80


Click to View FlipBook Version