44
ก. ตง้ั น้ำให้เดอื ด แลว้ ตม้ มนั สำปะหลงั ปน่ ให้สกุ ข. หลังจากมนั สำปะหลงั ป่นสกุ จึงเตมิ แหนแดง
ค. นำส่วนผสมทชี่ งั่ ไวม้ าผสมคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กัน ง. นำส่วนผสมท่ีเข้ากนั ดมี าปั้นเปน็ กอ้ น
จ. นำอาหารทผ่ี สมกนั ดี เขา้ เคร่อื งอัดเมด็ ฉ. นำอาหารทอี่ ดั เม็ดแล้วไปผ่งึ แดดใหแ้ ห้ง
ภาพที่ 12 ข้นั ตอนการผลิตอาหารสัตวน์ ้ำแบบพอเพยี ง โดยใช้แหนแดงเปน็ แหล่งโปรตนี
45
4. การเล้ยี งสตั วน์ ำ้ เศรษฐกิจ (ปลานิล)
ปลานิล (Oreochromis niloticus.) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาหมอสี (Cichlidae)
เป็นปลาเศรษฐกิจ แพร่ขยายพันธุ์ง่าย และมีรสชาติดี สามารถอาศัยอยู่ได้ในน้ำจืดและน้ำกร่อย
ปลานิลกินอาหารได้หลากหลาย เช่น ไรน้ำ ตะไคร่น้ำ ตัวอ่อนของแมลง กุ้งฝอย ตลอดจนพืชผักชนิด
ต่างๆ รวมท้ังมคี วามอดทนและปรบั ตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มไดด้ ี
ปัจจุบันประเทศไทยมีการผลิตปลานิลไม่น้อยกว่า 220,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าหน้าฟาร์ม
12,000 ล้านบาท ปลานลิ ยังเป็นปลาน้ำจดื เพื่อการสง่ ออกท่มี ีศกั ยภาพสงู กว่าปลาชนดิ อน่ื นอกจากน้ีแล้ว
ปลานิลยังเป็นปลาที่ชาวไทยบริโภคกันมากที่สุดแล้ว ยังทำให้เกิดการมีงานทำแก่ประ ชาชนมากกว่า
1 ล้านคน ในฟารม์ ปลานิลที่มอี ยูไ่ ม่ต่ำกวา่ 300,000 แห่งทวั่ ประเทศ (วกิ ิพเี ดยี สารานกุ รมเสร,ี 2565)
แผนกวชิ ามีการจัดการเรยี นการสอนรายวชิ าโครงงาน 2 (บริษัทขนาดย่อม ; Mini Company)
ให้กับนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 โดยใช้โครงการเป็นฐาน (Project Based Learning ; PBL) ซึ่งมี
การดำเนินงานเลี้ยงปลานิลเพื่อจำหน่าย ซึ่งลดต้นค่าอาหารด้วยการผลิตอาหารใช้เองจากวัตถุดิบใน
ท้องถิ่นที่หาได้ง่าย เช่น แหนแดง ใบมันสำปะหลัง ใบกระถิน และใบปอสา เป็นต้น ซึ่งมีขั้นตอน
การดำเนินงาน ดงั นี้
1. ขอคำปรึกษาจากครทู ่ีปรกึ ษาเกย่ี วกบั การดำเนินโครงการ
2. ศกึ ษาขอ้ มูลเก่ียวกบั การเลีย้ งปลานลิ
3. ประชมุ วางแผนการดำเนนิ งานร่วมกบั ครูทปี่ รกึ ษาโครงการ
4. เขยี นโครงการเพอื่ ขออนมุ ตั ิโครงการ
5. เตรียมพน้ื ที่สำหรับเล้ียงปลานลิ เชน่ การเตรยี มบอ่ การจัดหาลูกพันธ์ปุ ลานลิ
6. เตรยี มอาหาร โดยการจัดหาแหล่งซือ้ วัตถดุ บิ อาหารทีน่ า่ เชื่อถือ
7. จัดซื้อลกู พันธ์ุปลานลิ จากฟาร์มทน่ี ่าเชอื่ ถือ
8. ดูแล และให้อาหารทุกวัน (เช้า - เย็น)
9. เกบ็ ข้อมลู การเจริญเตบิ โต และครูที่ปรึกษาติดตามผลการปฏิบตั งิ าน
10. จดั หาตลาด และลกู ค้า เพอื่ จำหนา่ ยผลผลิต
11. ชำแหละปลานลิ เพอ่ื จำหนา่ ย
12. รวบรวมขอ้ มลู การปฏิบตั ิงาน สรุปและรายงานผลโครงการ
46
ก. ประชมุ วางแผนการดำเนนิ งาน ข. เตรยี มบ่อและทำความสะอาดรอบๆ บ่อ
ค. จัดหาและเตรียมลูกพันธุป์ ลานิล ง. เล้ียงและดแู ลปลานลิ สม่ำเสมอ
จ. รวบรวมปลานลิ เพ่ือจำหน่าย ฉ. ผลผลติ ปลานลิ จากการดำเนนิ งาน
ภาพที่ 13 การดำเนินงานเล้ียงปลานลิ ของนกั เรยี น ระดบั ช้นั ปวช. 3 โดยใช้โครงการเป็นฐาน (PBL)
47
5. การแปรรูปผลิตภณั ฑ์ “Aqua burger”
ในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มคนมีพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ทั้งนี้
เนื่องจากกลุ่มคนเหลา่ น้ีได้รับอทิ ธิพลจากความเปล่ียนแปลงทางดา้ นสงั คม วฒั นธรรม และความก้าวหน้า
ทางเทคโนโลยี สภาพวิถีชีวิตของครอบครัว เพื่อน สังคม และสภาพแวดล้อม การแข่งขันกับเวลา
ในการศึกษา การแข่งขันกับเวลาในการทำงาน จึงทำให้กลุ่มคนปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การบริโภคอาหาร โดยหันมารับประทานอาหารจานด่วน หรืออาหารฟาสต์ฟูด ทั้งนี้เนื่องจากอาหาร
จานด่วน หรอื อาหารฟาสตฟ์ ูด เป็นอาหารทม่ี ีการเตรียมข้ึนมาจำหนา่ ยแก่ผู้บริโภคเพ่อื ความสะดวกและ
รวดเร็ว ประหยัดเวลา สามารถรับประทานได้ทันที ซึ่งเหมาะกับสังคมในสภาพที่ต้องเร่งด่วน เช่น
แฮมเบอรเ์ กอร์ สเตก็ แซนดว์ ชิ พาย พิชซ่า ไก่ทอด ไส้กรอก เป็นต้น สว่ นประเภทขนม เชน่ โดนทั พดุ ด้ิง
เคก้ และไอศกรมี เปน็ ต้น
แฮมเบอร์เกอร์ (องั กฤษ: hamburger) หรอื เรียกสัน้ ๆ ว่า เบอรเ์ กอร์ (burger) เป็นอาหารชนิด
หนึ่งที่ถือว่าอยู่ในประเภทเดียวกับแซนด์วิช ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ปรุงแล้วที่มีลักษณะเป็นแผ่นสอดไส้
อยู่ตรงกลาง อาทิ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลาทอด หรือเป็นเนื้อสัตว์หลายประเภทผสมกัน ประกบบนล่าง
ด้วยขนมปังแผน่ กลม มีการสอดไส้ด้วยผกั ชนดิ ต่าง ๆ เช่น มะเขือเทศ ผักกาดหอม หอมหัวใหญ่ ชีสและ
เครื่องปรุงรสอื่น เช่น มัสตาร์ด มายองเนส ซอสมะเขือเทศ เป็นต้น แฮมเบอร์เกอร์เป็นอาหารที่ได้รับ
ความนิยมและแพร่หลายไปทัว่ โลก
การนำแหนแดงมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ “Aqua burger” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต
ด้านการประมง ซึ่งจากการบูรณาการการดำเนินงานที่หลากหลายส่งผลให้นักเรียน นักศึกษาสามารถ
จำหน่ายผลผลิตแหนแดง และผลิตภัณฑ์ “Aqua burger” เป็นรายได้ระหว่างเรียน และใช้เวลาว่างได้
อยา่ งเกดิ ประโยชน์สงู สุด อกี ท้ังเป็นการพัฒนาความรู้ ทกั ษะ ประสบการณใ์ นการเตรยี มตัวไปประกอบ
อาชีพในอนาคตต่อไป ซงึ่ มีการดำเนนิ งานการแปรรูปผลิตภัณฑ์ Aqua burger ดังนี้
1. ขอคำปรึกษาจากครูทปี่ รกึ ษาเก่ียวกบั การดำเนินโครงการ
2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ Aqua burger โดยบูรณาการกับ
ผลการวจิ ยั ของนกั ศกึ ษา ระดบั ชน้ั ปวส.
3. ประชุมวางแผนการดำเนนิ งานร่วมกบั ครูท่ีปรึกษาโครงการ
4. เขยี นโครงการเพ่อื ขออนุมตั โิ ครงการ
5. เตรยี มวสั ดุ – อปุ กรณใ์ นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ Aqua burger
6. จดั หาและเตรยี มวัตถุดิบในการแปรรูปผลติ ภัณฑ์ Aqua burger
7. แปรรปู ผลติ ภณั ฑ์ Aqua burger
8. จำหนา่ ยผลิตภณั ฑ์ Aqua burger
9. รวบรวมขอ้ มูลการปฏบิ ตั งิ าน สรปุ และรายงานผลโครงการ
48
ก. ประชมุ วางแผนการดำเนนิ งาน ข. จัดหาและเตรยี มวตั ถดุ บิ
ค. วตั ถุดบิ ทใ่ี ช้ในการแปรรปู ผลิตภณั ฑ์ ง. ช่ังและตวงสว่ นผสมตามสตู ร
จ. นำสว่ นผสมกดดว้ ยพมิ พแ์ ละคลกุ เกลด็ ขนมปงั ฉ. บรรจลุ งแพค็ เกจ็ พร้อมจำหน่าย
ภาพที่ 14 การแปรรปู ผลิตภณั ฑ์ “Aqua burger” ของนักเรียน ระดบั ชนั้ ปวช. 3
โดยใชโ้ ครงการเปน็ ฐาน (PBL) และสมาชิกชมรมวชิ าชีพประมง
49
ภาพที่ 15 นักเรียน นกั ศึกษาจำหน่ายผลติ ภณั ฑ์ “Aqua burger”
โดยจำหนา่ ยให้กับนกั เรียน ครู เจ้าหน้าที่ภายในสถานศกึ ษา
และภายนอกสถานศึกษา เชน่ เทศบาลตำบลหนองหญา้ และตลาดนดั ชมุ ชน
บทที่ 5
ผลงาน โครงงานนักเรียน นักศึกษา และการเผยแพร่ผลงาน
1. ผลงานที่ได้รับรางวัล
1.1 โครงงานวทิ ยาศาสตร์อาชีวศกึ ษา-เอสโซ่ ระดับชาติ ประจำปพี ทุ ธศักราช 2565
1.1.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2
เรือ่ ง การเปรยี บเทียบปริมาณผลผลิตของแหนแดงท่ีเพาะเล้ียงดว้ ยปุ๋ยคอกและน้ำหมักชีวภาพเสริม EM
ต่างกัน 3 ระดบั
ภาพท่ี 16 นักเรียนรบั รางวลั รองชนะเลิศ อนั ดบั ท่ี 2 การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ฯ ระดับชาติ
ณ ศูนยแ์ สดงสนิ ค้าและการประชมุ อมิ แพ็ค อาคาร 9 – 10 เมอื งทองธานี
51
1.2 โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา-เอสโซ่ ระดับภาค ภาคกลาง ประจำปีพุทธศักราช
2565
1.2.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 มาตรฐาน
เหรียญทอง เรื่อง การเปรียบเทียบปริมาณผลผลิตของแหนแดงที่เพาะเลี้ยงด้วยปุ๋ยคอกและน้ำหมัก
ชีวภาพเสริม EM ต่างกนั 3 ระดับ
ภาพที่ 17 ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) รางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 มาตรฐานเหรียญทอง
1.2.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) อันดับที่ 5 มาตรฐานเหรียญทอง
เรอ่ื ง ผลการใช้ปยุ๋ หมกั จากแหนแดงตอ่ การเจรญิ เติบโตของผักบุ้งออ่ น
ภาพที่ 18 ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี (ปวช.) อันดบั ที่ 5 มาตรฐานเหรยี ญทอง
52
2. ผลงานที่ไดร้ บั การสนบั สนนุ งบประมาณการพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนอาชีวศึกษา
โดยใช้กระบวนการวจิ ยั เป็นฐาน (RBL : Research-Based Learning) ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
ช่อื เร่ือง : การศึกษาปริมาณผลผลิตของแหนแดงท่ีเพาะเลย้ี งด้วยนำ้ หมกั ชีวภาพเสรมิ EM ตา่ งกัน
3 สตู ร
ชอ่ื ผู้วิจัย : นายสมเทพ -
นางสาววิไลลกั ษณ์ พรมตวง
พ.ศ. : 2564
บทคัดยอ่
การวิจัย เรื่อง การศึกษาปริมาณผลผลิตของแหนแดงที่เพาะเลี้ยงด้วยน้ำหมักชีวภาพเสริม EM
ต่างกัน 3 สูตร โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปริมาณผลผลิตของแหนแดงที่เพาะเลี้ยงด้วยน้ำหมัก
ชีวภาพเสรมิ EM ตา่ งกนั 3 สตู ร ตัวอย่างทีใ่ ช้ในการวิจัย คอื แหนแดงทีไ่ ด้จากการสุม่ จำนวน 450 กรัม
น้ำหนักสด โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (CRD) โดยมี 3 สิ่งทดลอง สิ่งทดลองละ 3 ซ้ำ
มีหน่วยทดลองทั้งหมด 9 หน่วยทดลอง แต่ละหน่วยทดลองใส่แหนแดง จำนวน 50 กรัมน้ำหนักสด
สิ่งทดลองที่ใช้ในการทดลอง คือ น้ำหมักชีวภาพเสริม EM ต่างกัน 3 สูตร ได้แก่ 1) น้ำหมักมูลโค
2) น้ำหมักมูลโคและฟาง และ 3) น้ำหมักมูลโคและดิน สำหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่
1) ค่าเฉลี่ย 2) ค่าความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3) ค่าความแปรปรวนทางสถิติ
โดยใชต้ าราง Analysis of variance (ANOVA)
ปริมาณผลผลิตของแหนแดง พบว่า แหนแดงที่เพาะเลี้ยงด้วยน้ำหมักชีวภาพสูตรที่ 1) น้ำหมัก
มูลโค มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาคือ สูตรที่ 2) น้ำหมักมูลโคและฟางข้าว
และสูตรที่ 3) น้ำหมักมูลโคและดิน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 238.33±45.62, 189.33±42.16 และ
177.67±28.68 กรัมน้ำหนักสด ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ค่าทางสถิติ พบว่า มีความแตกต่างอย่างไม่มี
นัยสำคญั ทางสถิติ (p>0.05)
53
3. ผลงานการประกวด และเข้ารว่ มแขง่ ขัน
3.1 สง่ิ ประดษิ ฐ์ของคนร่นุ ใหม่ ประเภทท่ี 3 สงิ่ ประดษิ ฐ์ดา้ นผลิตภัณฑ์สำเรจ็ รูป
ชอ่ื สง่ิ ประดษิ ฐ์ ปยุ๋ หมกั จากแหนแดง
โดย 1. นางสาววรรณ ไมม่ นี ามสกุล 2. นางสาวมอญ ไมม่ นี ามสกุล
3. นางสาวหยาดฝน สาลมี ี 4. นายภานุ ไมม่ ีนามสกุล
5. นางสาวทิพวรรณ ชูทอง 6. นางสาวพรสวรค์ สนทอง
7. นายปัณณวฒั น์ สมรปู 8. นายศราวุธ วงศ์ศรีกลุ ชยั
9. นางสาวจารณุ ี กิตตพิ งไพร 10. นางสาวสวุ ิภา อุ่มรปู งาม
บทคดั ย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของการใช้ปุ๋ยหมักจากแหนแดง
สูตรต่างกันที่มีต่อการเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์
(Completely Randomized Design, CRD) ประกอบด้วย 4 สิ่งทดลอง สิ่งทดลองละ 3 ซ้ำ ซึ่งใช้เศษ
วัสดุเหลือใช้ที่มีในครัวเรือนมาเป็นส่วนผสม เช่น เปลือกไข่ไก่ป่น เปลือกหอยป่น และเศษปล าป่น
ระยะเวลาที่ทำการศกึ ษาคน้ ควา้ 1 กนั ยายน – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เป็นระยะเวลา 61 วัน ทำการเก็บ
รวบรวมข้อมูลด้านความยสูงและน้ำหนักของต้นผักบุ้งจีนที่แผนกวิชาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและ
เทคโนโลยีกาญจนบรุ ี
จากการศกึ ษา
1.) ดา้ นความสูงของตน้ ผกั บุ้งจนี พบวา่ สิ่งทดลองท่ี 4 (ปยุ๋ หมกั จากแหนแดงผสมเศษปลาปน่ ) มี
แนวโนม้ ให้ความยาวของตน้ ผักบุ้งจีนมากทสี่ ุดค่าเฉลย่ี เทา่ กบั 27.35 เซนติเมตร รองลงมา คือ สง่ิ ทดลอง
ที่ 2 และสิง่ ทดลองที่ 3 ให้ความยาวของต้นผกั บงุ้ จนี ค่าเฉลยี่ เท่ากับ 25.00 และ 24.50 เซนติเมตร และ
สิ่งทดลองที่ให้ความยาวของต้นผักบุ้งจีนน้อยที่สุดคือ สิ่งทดลองที่ 1 (ไม่ใส่ปุ๋ยหมักจากแหนแดง
(Control)) มีค่าเฉลีย่ เท่ากบั 20.00 เซนตเิ มตรตามลำดับ
2.) ด้านน้ำหนักของต้นผักบุ้งจีน พบว่า จากการศึกษาผลของการใช้ปุ๋ยหมักจากแหนแดงสูตร
ตา่ งกนั ตอ่ การเจริญเติบโตของผักบุ้งจนี ทม่ี อี ายุ 25 วัน พบวา่ ส่งิ ทดลองท่ี 4 มแี นวโน้มใหน้ ้ำหนักของต้น
ผักบุ้งจีนมากที่สุดค่าเฉลี่ยเท่ากับ 22.00 กรัม/ต้น รองลงมา คือ สิ่งทดลองที่ 2 และสิ่งทดลองที่ 3
ให้น้ำหนักของต้นผักบุ้งจีนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.04 และ 18.00 กรัม และสิ่งทดลองที่ให้น้ำหนักของต้น
ผักบุง้ จีนน้อยท่สี ุดคือ สงิ่ ทดลองท่ี 1 (ไม่ใส่ป๋ยุ หมักจากแหนแดง (Control)) มคี า่ เฉล่ียเท่ากบั 13.00 กรัม
ตามลำดบั
คำสำคัญ: ปุ๋ยหมกั แหนแดง ผักบงุ้ จีน
54
3.2 สง่ิ ประดษิ ฐข์ องคนร่นุ ใหม่ ประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ดา้ นผลิตภณั ฑอ์ าหาร
ช่อื สิ่งประดิษฐ์ AQUA BURGER
โดย นายมานพ เอน็ ดู นายทวิ ากร สายบัว นายชัยยทุ ธ พรรณพนาไพร
น.ส. อนิ ทริ า จนั ทร์หอม น.ส. จันทมิ า เก่งไพรวัลย์ น.ส. วาสนา -
บทคดั ย่อ
การศึกษา เรื่อง การศึกษาการยอมรับคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์
ปลาเสริมแหนแดงต่างกัน 3 สูตร โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์ปลา
เสริมแหนแดงต่างกัน 3 สูตร 2) เพื่อศึกษาการยอมรับคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์
เบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดงต่างกัน 3 สูตร มีการวางแผนการทดลองแบบสุ่มภายในบล็อกสมบูรณ์
(Randomized Complete Block Design ; RCBD) มีทั้งหมด 3 สิ่งทดลอง ได้แก่ 1) เบอร์เกอร์ปลา
ไม่เสริมแหนแดง 2) เบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดง 10 % และ 3) เบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดง 20 %
ซง่ึ ใช้แบบประเมนิ คุณภาพทางประสาทสมั ผัสแบบ Hedonic Scoring Test 9 ระดบั และกลุ่มเป้าหมาย
ที่ใช้ในการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส คือ นักศึกษา ครู พนักงานของวิทยาลัยเกษตรและ
เทคโนโลยีกาญจนบุรี และประชาชนในตำบลหนองหญ้า จำนวน 50 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง
แบบสะดวก ดำเนินการศึกษาในระหว่างวันที่ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม
พ.ศ. 2565 ณ อาคารแปรรปู ผลติ ภัณฑส์ ตั วน์ ้ำ แผนกวิชาประมง เม่อื สิน้ สุดการศึกษาปรากฏผลดงั นี้
ผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดงต่างกัน 3 สูตร พบว่า ผลิตภัณฑ์
เบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดงต่างกันมีคุณลักษณะโดยรวมดี และเป็นทยี่ อมรับของผทู้ ดสอบคุณภาพทาง
ประสาทสัมผัส แต่การเกบ็ รกั ษาได้ไมน่ านเทา่ ที่ควร เนื่องจากเป็นผลิตภณั ฑท์ ี่ไม่ได้ใส่สารถนอมอาหาร
(สารกันบูด) การยอมรับคุณภาพทางประสาทสัมผัสของเบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดงต่างกัน 3 สูตร
พบว่า ผู้บริโภคให้การยอมรับคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดง
ต่างกัน 3 สูตร โดยสิ่งทดลองที่ 3 ผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์เสริมแหนแดง 20 % ผู้บริโภคชอบมากที่สุด
ซ่งึ มีความชอบทรี่ ะดบั ชอบมาก (ค่าเฉล่ยี 7.74) โดยให้การยอมรบั ในคุณลักษณะเกยี่ วกบั สี กล่ิน รสชาติ
เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวม โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.06, 7.46, 7.64, 7.56 และ 7.96 ตามลำดับ
รองลงมา คือ สิ่งทดลองที่ 2 ผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์เสริมแหนแดง 10 % ซึ่งมีความชอบที่ระดับมาก
(ค่าเฉลี่ย 7.46) โดยให้การยอมรับในด้านคุณลักษณะเกีย่ วกับสี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบ
โดยรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.84, 7.52,7.24, 6.98 และ 7.72 ตามลำดับ และสิ่งทดลองที่ 1 ผลิตภัณฑ์
เบอร์เกอร์ไม่เสริมแหนแดง โดยมีความชอบที่ระดับชอบมาก (ค่าเฉลี่ย 7.08) โดยให้การยอมรับใน
ด้านคุณลักษณะเกี่ยวกับสี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวม โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.36,
6.98, 6.82, 6.84 และ 7.38 ตามลำดับ เมอ่ื นำขอ้ มลู ดา้ นสี รสชาติ เนือ้ สัมผสั และความชอบโดยรวมมา
วิเคราะหค์ ่าความแปรปรวนทางสถิติ พบว่า มีความแตกต่างอย่างมนี ยั สำคัญทางสถิติ (P<0.05) สำหรับ
ด้านกลน่ิ พบว่า ไมม่ ีความแตกตา่ งทางสถิติ (P>0.05)
55
3.3 การสัมมนาผลงานวชิ าชพี เกษตรและที่เก่ียวขอ้ งในการพัฒนาผู้เรยี น
โดยใชโ้ ครงการเปน็ ฐาน (PBL) สาขาประมง
ช่อื โครงการ โครงการเลีย้ งกบนาสรา้ งรายได้ด้วยแหนแดง
ผรู้ ับผิดชอบ 1. นายพศิ วัสต์ พิเชฐชลธี 2. นางสาววาสนา -
ทป่ี รกึ ษาโครงการ 1. นางเฉลยี ว บวั อไุ ร 2. นายสุเมธ วิเศษสิงห์ 3. นายธนากร แนวกลาง
สถานทีด่ ำเนินโครงการ บอ่ ซีเมนต์ อาคารมีนกร แผนกวิชาประมง
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบรุ ี
ระยะเวลาดำเนนิ การ ดำเนินการตัง้ แต่วันที่ 17 พฤษภาคม ถงึ 31 ตุลาคม 2565
หลักการและเหตผุ ล
ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมได้เปลย่ี นแปลงไปมากทำให้ปรมิ าณอาหารกบในธรรมชาติมนี ้อยลงและ
ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเตบิ โตและสืบพันธุข์ องกบส่งผลให้ปริมาณกบในแหล่งธรรมชาติลดน้อยลงด้วย
ในขณะที่ความต้องการในการบริโภคกบของประชากรกลับเพิ่มสูงขึน้ เร่ือยๆ ตามจำนวนของประชากรที่
เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปริมาณกบที่จับได้จากแหล่งธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ส่งผลให้กบกลายเป็นอาหารที่มีราคาแพงและหารับประทานได้ยากขึ้น ดังนั้นอาชีพการเลี้ยงกบ
จึงไดร้ บั ความสนใจมากขึ้น
กบนา (Rana rugulosa.) เป็นสัตว์นำ้ เศรษฐกิจที่เกษตรกรใหค้ วามสนใจเลี้ยงกนั มากขึน้ มูลค่า
ผลผลิตการเลี้ยงกบใน ปี 2551 มีค่าสูงถึงประมาณ 87 ล้านบาท เนื่องจากกบนาเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยงง่าย
สามารถเลี้ยงได้ในทุกสภาพท้องถิ่นของประเทศไทย เจริญเติบโตเร็ว ใช้เวลาเลี้ยงสั้น ลงทุนน้อย ดูแล
รักษางา่ ย ทนทานตอ่ สภาพแวดล้อม สามารถจำหน่ายได้ง่ายและราคาสูง เน่ืองจากกบมรี สชาติอร่อย ให้
โปรตีนสูง มีไขมันต่ำ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ต้มยำ ผัดเผ็ด แกงอ่อม ทอด
กระเทียม รวมถึงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งนี้ในกระบวนการเลี้ยงและดูแลกบนาที่มีการลดต้นทนุ
การผลิตด้านอาหาร ย่อมส่งผลใหไ้ ดผ้ ลกำไรจากการดำเนินงานมากข้ึน โดยพืชน้ำทีส่ ามารถนำมาใช้เปน็
สว่ นผสมอาหารกบนาทส่ี นใจ คือ แหนแดง ซง่ึ มีโปรตีนสูง ขยายพนั ธ์ไุ ดร้ วดเรว็ ดูแลงา่ ย
ดังนั้นสมาชิกซึ่งได้เรียนรายวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเบื้องต้น มีความสนใจในอาชีพ การเลี้ยง
กบนาด้วยการผลิตอาหารผสมแหนแดง เพื่อลดต้นทุนค่าอาหาร จึงได้จัดทำโครงการเลี้ยงกบนา
สร้างรายได้ด้วยอาหารเสริมแหนแดง เพื่อหารายได้ระหว่างเรียน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนา
ความรู้ ทักษะประสบการณ์ในการเลี้ยงกบนาเพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคตและสร้าง
อาชีพท่ียง่ั ยืนต่อไปในอนาคต
วัตถุประสงค์
1. เพ่อื พฒั นาความรู้และทกั ษะในการเลยี้ งกบนาเพือ่ จำหน่าย
2. เพอ่ื พัฒนากระบวนการเลย้ี งกบนาดว้ ยการลดตน้ ทนุ
3. เพ่อื หารายได้ระหวา่ งเรยี น
56
เป้าหมาย
ด้านปรมิ าณ
1. เลยี้ งกบนาจำนวน 1,000 ตวั ต่อรุ่น จำนวน 1 ร่นุ โดยใชบ้ ่อซีเมนต์ 4 บ่อ
2. กบนามอี ัตราการรอดตายไมน่ อ้ ยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์
3. มีรายได้ระหว่างเรียนจากการจำหนา่ ยผลผลิตกบนาไม่นอ้ ยกว่า 7,000 บาท
ด้านคุณภาพ
1. กบนามคี วามสมบรู ณ์ แขง็ แรง ไมป่ ว่ ยเปน็ โรค
2. กบมนี ำ้ หนกั เฉล่ียตัวละประมาณ 200 – 300 กรัม
3. กบนามีขนาดตรงตามความตอ้ งการของตลาด และผ้บู ริโภค
วิธีดำเนนิ งาน
1. ขอคำปรึกษาจากครทู ่ีปรกึ ษาเก่ยี วกบั การดำเนินโครงการ
2. ศกึ ษาขอ้ มูลเก่ยี วกับการเลย้ี งกบ
3. ประชุมวางแผนการดำเนนิ งานรว่ มกบั ครูทป่ี รึกษาโครงการ
4. เขยี นโครงการเพื่อขออนุมตั โิ ครงการ
5. เตรยี มพ้ืนทส่ี ำหรับเลย้ี งกบ เชน่ ล้างบอ่ และแช่ด่างทับทมิ
6. เตรียมอาหาร โดยการจัดหาแหลง่ ซ้ืออาหารท่ีนา่ เชือ่ ถือ
7. จัดซื้อลกู พันธ์กุ บนาจากฟาร์มทีน่ า่ เชอื่ ถอื
8. ดแู ล และใหอ้ าหารทกุ วัน (เช้า - เยน็ )
9. ถา่ ยนำ้ และล้างบอ่ ทกุ ๆ 1-2 วัน
10. เก็บข้อมลู การเจรญิ เตบิ โต และครูท่ปี รกึ ษาติดตามผลการปฏบิ ตั งิ าน
11. จัดหาตลาด และลกู ค้า เพอื่ จำหน่ายผลผลิต
12. ชำแหละกบนา เพื่อจำหน่าย
13. รวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงาน สรุปและรายงานผลโครงการ
แผนการดำเนินงานกิจกรรมโครงการ
แผนการดำเนินงานกจิ กรรม โครงการเลี้ยงกบนาสรา้ งรายไดด้ ว้ ยอาหารเสรมิ แหนแดง
ขัน้ ตอนการดำเนนิ งาน ปกี ารศกึ ษา 2565
พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ.
1. ศกึ ษาขอ้ มูลการเลีย้ งกบนา
2. เสนอโครงการเพื่อขออนมุ ตั ิ
3. เตรียมพ้นื ท่ี และวัสดุ-อปุ กรณ์
4. เล้ยี งและดแู ลกบนา
5. จำหน่ายผลผลติ
6. สรปุ และรายงานผลโครงการ
57
ผลการดำเนนิ งาน
1. ผลท่ีเกิดขนึ้ ทางตรง
1.1 ด้านการศกึ ษา
- เกดิ การเรยี นรู้และพัฒนาทักษะการเล้ยี งกบนาเพ่ือจำหน่าย
- ได้พัฒนากระบวนการเลี้ยงกบเพื่อจำหน่าย ด้วยการบูรณาการ
หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และศาสตรพ์ ระราชา
- สามารถบรู ณาความรสู้ กู่ ารปฏิบัติงานจรงิ ก่อใหเ้ กดิ องคค์ วามรทู้ ่ียง่ั ยืน
1.2 ดา้ นทักษะและประสบการณ์
- มที กั ษะและความม่ันใจในการเล้ยี งกบนาเพื่อจำหน่าย
- มีทกั ษะในการผลติ อาหารผสมแหนแดง เพอื่ ลดต้นทนุ ในการเล้ียงกบนา
- มีทักษะในการหาช่องทางการจำหนา่ ย และการประสานงานกับบคุ คลอ่นื
เพื่อจำหนา่ ยผลผลติ กบนา
- มีทกั ษะในการบันทึกขอ้ มลู การปฏิบัตงิ าน การลงบญั ชีรายรบั -รายจา่ ย และ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
- สามารถประยกุ ตค์ วามรู้ ทกั ษะ ประสบการณท์ ี่ไดร้ ับส่กู ารประกอบอาชพี ใน
อนาคต
1.3 ดา้ นเศรษฐกิจ
- เลี้ยงกบมีอัตรารอดตาย 95 เปอรเ์ ซ็นต์ (950 ตัว) ซ่งึ ไดผ้ ลผลิตกบนาจำนวน
205 กโิ ลกรัม จำหนา่ ยกบนากโิ ลกรมั ละ 100 บาท เป็นเงนิ 20,500 บาท
- คา่ ใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ 10,880 บาท
- มรี ายได้ระหวา่ งเรียนคิดเป็นกำไรสทุ ธิ 9,620 บาท
- ชว่ ยแบ่งเบาภาระค่าใช้จา่ ยด้านการเรยี นให้กบั ครอบครัว
2. ผลทเ่ี กิดขน้ึ ทางออ้ ม
2.1 สมาชกิ มีแนวทางในการประกอบอาชีพในการเล้ยี งกบนาเพือ่ จำหนา่ ย
2.2 สมาชิกได้ฝกึ ฝนและพัฒนาทักษะความเปน็ ผู้นำ และการทำงานเปน็ ทีม
2.3 สมาชิกมีจติ สำนึกในดำเนนิ งานโดยเปน็ มิตรกับสงิ่ แวดลอ้ ม
2.4 สมาชิกได้รับการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมอันพึงประสงค์ 8 ประการ
โดยบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์พระราชา
58
สรปุ ผล
โครงการเลี้ยงกบนาสร้างรายได้ด้วยอาหารเสริมแหนแดง ดำเนินโครงการตั้งแต่
วนั ที่ 17 พฤษภาคม ถงึ วนั ท่ี 31 ตลุ าคม พ.ศ. 2565 โดยดำเนนิ การเลีย้ งกบนา 1 รนุ่ จำนวน 1,000 ตัว
โดยกบนามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ยตัวละ 40 กรัม ในบ่อขนาด 2x3 เมตร จำนวน 4 บ่อ
ปล่อยกบบ่อละ 250 ตัว เมื่อสิ้นสุดการดำเนินโครงการกบนามีน้ำหนัก 205 กิโลกรัม
มีอัตราการรอดตาย 95 เปอร์เซ็นต์ มีรายได้ 20,500 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 10,880 บาท
ได้กำไรสุทธิ 9,620 บาท โดยสมาชิกเกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเลี้ยงกบน า
ไดพ้ ัฒนากระบวนเล้ียงกบนาดว้ ยการผลิตอาหารเสรมิ แหนแดง เพ่ือลดต้นทุนการผลิต ซึ่งสามารถบูรณา
การความรู้สู่การปฏิบัติงานจรงิ ก่อใหเ้ กิดองค์ความรู้ ความชำนาญ ทกั ษะ ประสบการณ์ และเกิดความ
มั่นใจในการประกอบอาชีพในอนาคต
การปฏิบัติงานใช้การดำเนินงานตามวงจรเดมมิ่ง (Deming Cycle) ประกอบด้วย PDCA
มาใช้ในการบริหารงานโครงการด้วยการควบคุม ติดตามการปฏิบัติงาน และบันทึกข้อมูลใน
การปฏิบัติงาน รวมถึงมีการบูรณาการศาสตร์พระราชาในการดำเนินงาน พบว่า การปฏิบัติงานบรรลุ
เป้าหมายและสอดคล้องกับแผนการดำเนนิ งานทว่ี างไว้
ปัญหาและอุปสรรคและแนวทางแกไ้ ข
1. กบแตกไซส์ และกินกันเอง แก้ไขด้วยการคัดขนาดกบ และใส่วัสดุ เช่น แผ่นยาง ผักตบชวา
จอก เพ่อื เป็นที่หลบซอ่ นตวั ของกบ
2. กบไม่กนิ อาหาร เนอื่ งจากอากาศเย็น แก้ไขด้วยการปรบั เวลาในการให้อาหาร
3. ศัตรูกบอื่นๆ เช่น นก งู เป็นต้น แก้ไขด้วยการคลุมบ่อเลี้ยงกบนาด้วยมุ้งไนล่อนสีฟ้า
และตาข่าย
59
3.4 การสัมมนาผลงานทางวชิ าการผลงานวจิ ัย สาขาสตั วศาสตร์และประมง
เรื่อง การศึกษาการเจริญเตบิ โตและอัตราการรอดตายของหอยเชอรสี่ ที องท่ีเลีย้ งด้วย
อาหารตา่ งกัน 3 ชนดิ
โดย นายนฤดม โพธยิ า และนางสาวจนั ทิมา เก่งไพรวลั ย์
บทคดั ยอ่
การศกึ ษาการเจรญิ เติบโตและอัตราการรอดตายของหอยเชอร่ีสีทองที่เลี้ยงด้วยอาหารต่างกัน 3
ชนิด มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของหอยเชอรี่สีทอง
ที่เลี้ยงด้วยอาหารต่างกัน 3 ชนิด ทำการศึกษา ณ แผนกวิชาประมง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
กาญจนบุรี มีการวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด ( Completely randomized design, CRD)
มี 3 สิ่งทดลอง 3 ซ้ำ ในแต่ละหน่วยทดลองใส่หอยเชอรี่สีทองที่ได้จากการสุ่ม จำนวน 20 ตัว
ซึ่งอาหารทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ 1) ผักบุ้งจีน 2) แหนแดง 3) สาหร่ายพุงชะโด โดยสถิติที่ใช้ คือ 1) ค่าเฉลี่ย
2) ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน 3) คา่ ความแปรปรวนทางสถติ ิ โดยใช้ตาราง Analysis of variance (ANOVA)
การเปรียบเทียบการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของหอยเชอรี่สีทองที่เลี้ยงด้วยอาหาร
ตา่ งกนั 3 ชนดิ พบว่า หอยเชอร่สี ีทองทเ่ี ลี้ยงด้วยแหนแดง มีนำ้ หนกั เพิม่ ข้ึนเฉล่ียมากที่สุด รองลงมา คือ
หอยเชอรี่สีทองที่เลี้ยงด้วยผักบุ้งจีน และหอยเชอรี่สีทองที่เลี้ยงด้วยสาหร่ายพุงชะโด
โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 28.67+1.15, 10.33+1.15 และ 7.33+1.53 กรัม ตามลำดับ เปอร์เซ็นต์น้ำหนัก
เพิ่มขึ้นของหอยเชอร่ีสีทองที่เลีย้ งด้วยแหนแดงมีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด รองลงมา คือ หอยเชอรี่สีทองที่เลี้ยง
ด้วยผักบุ้งจีน และหอยเชอรี่สีทองที่เลี้ยงด้วยสาหร่ายพุงชะโด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 106.17+4.28,
38.27+4.28 และ 27.16+5.66 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดบั นำ้ หนกั เพิม่ ขน้ึ ตอ่ วนั (ADG) ของหอยเชอรีส่ ีทองที่
เล้ยี งด้วยแหนแดงมีค่าเฉลีย่ ดีที่สดุ รองลงมา คอื หอยเชอร่ีสีทองท่เี ลีย้ งด้วยผกั บุ้งจนี และหอยเชอร่ีสีทอง
ที่เลี้ยงด้วยสาหร่ายพุงชะโด โดยมีค่าเฉลีย่ เท่ากับ 0.48+0.02, 0.17+0.02 และ 0.12 +0.03 กรัมต่อวัน
ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนยั สำคัญยิง่ ทางสถิติ (p<0.01) สำหรับอัตราการรอดตายของหอย
เชอรี่สีทองที่เลี้ยงด้วยผักบุ้งจีน แหนแดง และสาหร่ายพุงชะโด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 100.00 เปอร์เซ็นต์
พบว่า มีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) ดังนั้นแหนแดงจึงเหมาะสมที่จะใช้เป็น
อาหารเลี้ยงหอยเชอรีส่ ีทอง เพอ่ื ให้ได้ผลผลิตหอยเชอร่สี ีทอง และผลตอบแทนทีด่ ที ่สี ดุ
60
4. การเผยแพร่ผลงาน และองคค์ วามรู้ส่ชู มุ ชน
ฐานการเรียนรู้ “แหนแดง พรรณไม้น้ำคุณค่ามหาศาล” ดำเนินการโดยนักเรียน นักศึกษา
แผนกวิชาประมง และชมรมวิชาชีพประมง มีการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ และองค์ความรู้ให้แก่ผู้ที่
สนใจในการเพาะเลี้ยงแหนแดง และการแปรรูปผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์ปลาเสริมแหนแดง ทั้งภายใน
สถานศึกษา ประชาชน และหน่วยงานภายนอกวิทยาลยั ดังน้ี
4.1 การเผยแพร่องค์ความรู้ และการใชป้ ระโยชนแ์ หนแดงภายในสถานศึกษา
การเพาะเล้ยี งแหนแดง และการนำแหนแดงไปใชป้ ระโยชนเ์ ป็นแหล่งเรียนรูข้ องนกั เรียน
นักศึกษาตลอดปีการศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้น ปวช. 1 ถึง ปวส. 2 เป็นแหล่งหารายได้ระหว่างเรียน
และใช้ในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการนำไปใช้ในงานฟาร์มแผนกวิชาประมง
บริษัทขนาดย่อม (Mini Company) การทำโครงการของชมรมวิชาชีพประมง การทำปุ๋ยหมักแหนแดง
ในโครงการชวี วิถี และการดำเนินงานหมูบ่ ้าน อกท. หน่วยกาญจนบุรี
ภาพท่ี 19 การจดั การเรยี นร้กู ารทำอาหารสตั ว์น้ำแบบพอเพยี ง
ภาพที่ 20 การจัดการเรียนการสอนเก่ียวกับพรรณไม้นำ้ และการใช้ประโยชน์
61
ภาพที่ 21 ใช้ในการศึกษาวจิ ยั เพ่อื พฒั นานวตั กรรมด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (หอยเชอรสี่ ที อง)
ภาพที่ 22 การนำไปใชใ้ นงาน ฟาร์มแผนกวชิ าประมง และบริษทั ขนาดย่อม (Mini Company)
62
ภาพที่ 23 การใชแ้ หนแดงในบ่อเลยี้ งปลาดกุ โครงการชีววิถเี พ่อื การพัฒนาอย่างย่งั ยนื
ภาพที่ 24 การใช้แหนแดงทำป๋ยุ หมกั เพ่ือใชใ้ นแปลงพืชผกั โครงการชวี วิถเี พ่อื การพฒั นาอยา่ งย่ังยนื
ภาพท่ี 25 การทำปุย๋ หมักจากแหนแดงในรายวิชาเกษตรผสมผสาน
63
ภาพท่ี 26 โครงการปยุ๋ หมกั ชวี ภาพ ในการดำเนินงานหมู่บ้าน อกท. หน่วยกาญจนบรุ ี
ปีการศกึ ษา 2565
4.2 การเผยแพรอ่ งค์ความรู้ และการใชป้ ระโยชนแ์ หนแดงภายนอกสถานศึกษา
จากผลการศึกษาทดลอง วิจัย และพัฒนารูปแบบกระบวนการเพาะเลี้ยงแหนแดง
การผลิตอาหารสัตว์น้ำแบบพอเพียง การนำแหนแดงมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์ปลาเสริม
แหนแดง “Aqua burger” การทำปุ๋ยหมักจากแหนแดง ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดสู่
เกษตรกร ประชาชน หนว่ ยงาน และชมุ ชนได้ พรอ้ มท้งั ไดแ้ จกจา่ ยพนั ธ์แุ หนแดงใหก้ ับผู้สนใจเพ่อื นำไปใช้
ในการทำเกษตรแบบอนิ ทรยี ์
4.2.1 การเผยแพรอ่ งค์ความรู้ และแจกพันธ์ุแหนแดงสู่เกษตรกร
1) นางจนั ทปั ปภา ช่างทอง อาชีพเกษตรกร (เกษตรอนิ ทรยี ์)
บา้ นเลขท่ี 42 หมู่ 3 ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมอื ง จงั หวดั กาญจนบรุ ี รหัสไปรษณีย์ 71000
เบอร์โทรศัพท์ 081-5236470
64
นางจันทัปปภา ช่างทอง มีพื้นที่ในการทำเกษตรอินทรีย์ 1 ไร่ 2 งาน ซึ่งมีการปลูกพืชผัก ผลไม้
เลีย้ งไก่ไข่ ไก่เบตง ห่าน ปลาดุก และปลาพ้นื เมือง รวมทง้ั มกี ารทำป๋ยุ หมักชวี ภาพจากเศษวัชพืช และ
เศษเหลือของปลา เช่น หัว เกล็ด และไส้ปลา ทั้งนี้จากการที่นักศึกษาแผนกวิชาประมง ได้นำ
พันธุ์แหนแดงไปมอบให้ได้เลี้ยงในกะละมังสีดำ แต่ปริมาณไม่เพียงพอต่อการใช้เป็นอาหารของไก่ ห่าน
และปลา จึงซื้อบ่อซีเมนต์เส้นผ่านศูนย์กลาง 92 เซนติเมตร จำนวน 8 บ่อ และใช้เพาะเลี้ยงแหนแดง
ตลอดมาเปน็ ระยะเวลา 2 ปี
ภาพที่ 27 การทำเกษตรอินทรยี ์โดยใชแ้ หนแดงของนางจันทัปปภา ช่างทอง
65
2) นางสาวพันทิพา ครูทอง อาชพี ลกู จ้าง (อาชพี เสรมิ เลีย้ งหอยเชอรสี่ ีทอง)
บ้านเลขท่ี 79/9 หมู่ 7 ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวดั กาญจนบรุ ี รหัสไปรษณีย์ 71000
เบอรโ์ ทรศัพท์ 090-7960056 เพจ : เฮงๆฟารม์ หอยเชอร่ีสีทอง กาญจนบุรี
นางสาวพันทิพา ครูทอง มีบ่อเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองที่เป็นบ่อปูน บ่อพลาสติก จำนวน 15 บ่อ
โดยเมื่อปี พ.ศ. 2564 ได้รับการสนับสนุนพันธุ์แหนแดงจากแผนกวิชาประมง วิทยาลัยเกษตรและ
เทคโนโลยีกาญจนบุรี ซึ่งได้ให้ความรู้ในการเพาะเลีย้ งแหนแดง เพื่อใช้เป็นอาหารหอยเชอรี่สีทอง ทั้งนี้
นางสาวพันทิพาได้ กล่าวว่า หอยเชอรี่สีทองที่เลี้ยงด้วยแหนแดงมีการเจริญเติบโตที่ดี
และเปลือกมีสีเหลืองทอง ทำให้จำหน่ายได้ราคาดี ซึ่งจำหน่ายหอยเชอรี่สีทองได้เดือนละประมาณ
8,000 – 10,000 บาท
ภาพท่ี 28 การเล้ยี งหอยเชอรสี่ ีทองเปน็ อาชีพเสรมิ ของนางสาวพนั ทิพา ครูทอง
66
3) นายวรณุ พล จินดารัตนกร อาชีพเกษตรกร
บ้านเลขท่ี 34/1 หมู่ 3 ตำบลเขานอ้ ย อำเภอท่ามว่ ง จงั หวัดกาญจนบุรี รหัสไปรษณยี ์ 71100
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 097-2487125
ภาพท่ี 29 มอบพนั ธุ์แหนแดงให้กบั นายวรณุ พล จินดารัตนกร
4) นางสาวนาตยา สรอ้ ยเนยี ม และนายวสษิ ฐ สุรเนตร อาชีพคา้ ขายและทำนา
ร้านเตย๋ี วหวั สะพาน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบรุ ี รหัสไปรษณีย์ 71140
ภาพท่ี 30 มอบพนั ธแ์ุ หนแดงใหก้ ับนางสาวนาตยา สรอ้ ยเนียม และนายวสษิ ฐ สรุเนตร
67
5) นายนันทพทั ธ์ นำ้ วนุ้ อาชีพ รบั ราชการ (ครู) และทำการเกษตร
เบอรโ์ ทรศัพท์ 086-1657933 ครกู ลมุ่ สาระงานการงานอาชีพ โรงเรียนไทรโยคใหญ่
ภาพที่ 31 มอบพนั ธุแ์ หนแดงและพันธป์ุ ลาใหก้ ับนายนันทพัทธ์ นำ้ วนุ้
68
4.2.2 การเผยแพร่องค์ความรู้ และอบรมให้ความรแู้ ก่ผ้สู นใจ
ภาพท่ี 32 การเผยแพร่องคค์ วามรูส้ ชู่ ุมชน โครงการ Fix it center จิตอาสา ปีงบประมาณ 2564
(การทำเบอรเ์ กอรป์ ลา)
69
ภาพที่ 33 การเผยแพรอ่ งคค์ วามรู้สผู่ ู้เรียน
(โครงการอบรมหลกั สูตรระยะสน้ั วิชาการขยายพันธ์ุพชื ณ โรงเรียนทองผาภมู ิวทิ ยา)
70
ภาพที่ 34 การเผยแพร่องค์ความรู้ส่ชู มุ ชน
(โครงการ Fix it center จิตอาสา ปงี บประมาณ 2565
โดยใหค้ วามร้เู กี่ยวกับการเพาะเลี้ยงแหนแดง การนำแหนแดงไปใช้ประโยชน์ เชน่ นำ้ หมกั ชวี ภาพ
และป๋ยุ หมักชวี ภาพจากแหนแดง และการทำไส้อ่ัวจากแหนแดง)
71
ภาพท่ี 35 การเผยแพรอ่ งคค์ วามรู้สชู่ มุ ชน
(โครงการฝึกอบรมวชิ าชพี เกษตรหลกั สตู รระยะสัน้ หลักสูตรการแปรรปู ผลิตภัณฑ์สัตวน์ ำ้ :Aqua burger)
ณ โรงเรียนผ้สู ูงอายุ วัดทุ่งลาดหญา้ อำเภอเมอื ง จงั หวดั กาญจนบุรี ระหว่างวนั ท่ี 3 – 11 กันยายน 2565
72
ภาพที่ 36 การเผยแพร่องค์ความรดู้ า้ นวิชาการ
(ผเู้ ข้าอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร เพื่อซกั ซอ้ มแนวทางการดำเนินงานโครงการอาชีวะ สรา้ งช่างฝมี ือ
ตามแนวทางโรงเรยี นพระดาบส ประจำปงี บประมาณ 2565)
73
เอกสารอา้ งอิง
กองพฒั นาสังคมและส่งิ แวดลอ้ ม ฝา่ ยกิจการสังคม กฟผ. 2558. ชีววิถีเพือ่ การพัฒนาอยา่ งยืนสู่
เศรษฐกิจพอเพยี ง. พิมคร้ังที่ 37. กรงุ เทพฯ. การไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย.
ชาญณรงค์ วงคส์ วุ รรณ. (19 มกรคม 2565). ศกึ ษาการเจรญิ เติบโตของแหนแดงในนำ้ หมักชวี ภาพ
4 ชนดิ . http://www.chivavithee.egat.co.th.
นพพร ศิรพิ านชิ . (19 มกรคม 2565). แหนแดง. การจัดการความรู้ เทคโนโลยีการใชป้ ยุ๋ ชวี ภาพ
เพื่อเพ่ิมประสทิ ธิภาพการผลติ พืชในเขตภาคกลางและภาคตะวันตก.
https://www.doa.go.th/oard5/wp-content/uploads/2020/10/63KM.pdf.
ประยรู สวสั ดี, วทิ ยา ศรีทานนั ท์, หรรษา คุณาไท, ศิริชยั สมบูรณพ์ งษ์, เจนวทิ ย์ สขุ ทองสา,
จันทนา สดุ โต และชอบ คณะฤกษ.์ 2521. การใช้ประโยชน์จากแหนแดง (Azolla.)
ในการทำนา. รายงานผลการทดลองและวิจยั ประจำปี 2521 กรมวิชาการเกษตร.
ประยูร สวัสดี และบรรหาญ แตงฉำ่ . 2545. แหนแดงชีววิทยาและการใชป้ ระโยชน์.
ใน กองปฐพีวิทยา กรมวชิ าการเกษตร (บ.ก.), เอกสารวิชาการป๋ยุ ชีวภาพ (น.163-212).
กรงุ เทพฯ.
ประยรู สวสั ดี วิทยา ศรที านันท์ จักรพงษ์ เจิมศริ ิชอบ คณะฤกษ์ และ เจ ทาคาฮิชิ. 2520.
การทดสอบประสิทธิภาพของแหนแดง (Azolla.) ในการเพ่มิ ผลผลิตขา้ ว.
รายงานผลการทดลองและวิจัย ประจำปี 2520 กรมวิชาการเกษตร.
ปฏภิ าณ สุทธกิ ุลบตุ ร. (10 มกราคม 2565). การพฒั นาเทคโนโลยที เี่ หมาะสมในการจดั การธาตุ
อาหารลำไยอินทรยี ์. โครงการย่อยภายใตช้ ุดโครงการ : การพัฒนาเทคโนโลยที เี่ หมาะสม
เพื่อการผลติ ลำไยอนิ ทรยี ์.
http://webpac.library.mju.ac.th:8080/mm/fulltext/research/2557/Pathipan_
Sutigoolabud_2555/fulltext.pdf.
ปฏภิ าณ สุทธกิ ุลบุตร. (10 มกราคม 2565). การพัฒนาเทคโนโลยีท่เี หมาะสมในการจดั การธาตุ
อาหารลำไยอนิ ทรีย์. โครงการยอ่ ยภายใต้ชดุ โครงการ : การพฒั นาเทคโนโลยีทีเ่ หมาะสม
เพือ่ การผลติ ลำไยอนิ ทรยี .์
http://webpac.library.mju.ac.th:8080/mm/fulltext/research/2557/Pathipan_
Sutigoolabud_2555/fulltext.pdf. อา้ งถึง จิราภรณ์ อินทสาร. 2552. เอกสารประกอบ
การสอนความอุดมสมบรู ณ์ของดิน. สาขาปฐพีศาสตร์ ภาควชิ าทรัพยากรดนิ และ
สงิ่ แวดลอ้ ม คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้ : เชยี งใหม่
74
เอกสารอา้ งองิ (ต่อ)
พัชรี สินธนุ าวา และธนดิ า ยงยนื . (26 มกราคม 2565). การเปรยี บเทยี บผลผลิตและคณุ ภาพ
ของข้าวทไ่ี ด้จากปุ๋ยแหนแดงและปุย๋ เคมี. http://rdi.aru.ac.th/e_journal/pdf/150.pdf
พษิ ณุ ค้มุ พงษ์, ธรี ะพัศธ์ ศิลปะสมบรู ณ์, ศรปี าน เชยกลิน่ เทศ, ตอ่ วุฒิ จำมัน่
และกรรณิกา โพธ์ิสามตน้ . (24 มกราคม 2565). อิทธิพลของแหนแดงต่อการปรมิ าณ
อินทรียวัตถุในดินในนานำ้ ขงั .
https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2555/25552391441246.pdf.
ภานุพงศ์ นยุ้ ผดุ , จารวุ ัตร จนั ทร์ประดิษฐ์ และยพุ ิน พิมโคตร.์ (10 มกราคม 2565).
ผลของเหล็กและโมลิบดีนัมต่อการเจริญเติบโตและปรมิ าณไนโตรเจนของแหนแดง.
https://ebook.tsu.ac.th/store/book/research/proceeding25562/899/#zoom=z.
ภาษิตา ทุ่นศิริ, ศิรริ ัตน์ แจ้งกรณ์, กานดา ป่มุ สนิ , ฉนั ทนา เคนศรี, พันธ์ทวิ า กระจาย.
(10 มกราคม 2565). แหนแดง แหล่งไนโตรเจนในแปลงผัก.
http://www.ej.eric.chula.ac.th/content/6136/287.
วกิ ิพีเดยี สารานกุ รมเสร.ี (24 มกราคม 2565). แหนแดง. https://th.wikipedia.org/wiki/แหนแดง
วกิ ิพเี ดีย สารานุกรมเสรี. (2 กุมภาพันธ์ 2565). กากน้ำตาล.
https://th.wikipedia.org/wiki/กากนำ้ ตาล
ศิรลิ กั ษณ์ แกว้ สรุ ลิขติ , ประไพ ทองระอา, กานดา ฉัตรไชยศริ ิ และภาสนั ต์ ศาลทูลทัต. 2561.
ผลของแหนแดงแหง้ ตอ่ การเจริญเติบโตของผักกวางตุ้ง. เอกสารการประชมุ วิชาการ
พืชสวน ครง้ั ท่ี 17 ปี 2561. หนา้ 332-337.
ศริ ลิ ักษณ์ แก้วสรุ ลิขิต. 2564. แหนแดง โรงงานผลิตปยุ๋ ชวี ภาพไนโตรเจนลอยนำ้ . น.ส.พ. กสิกร,
94 (4) ,67-72
โสฬส แซ่ลม้ิ . (10 มกราคม 2565). ปยุ๋ อนิ ทรีย์และการใชป้ ระโยชน์ในประเทศไทย.
http://www1.ldd.go.th/WEB_PSD/Employee%20Assessment/wean/pch/pch38/
3pdf.
อมรรัตน์ เสริมวฒั นากลุ , พิสมยั สมสืบ, นชุ นรี ทองศรี และสาวิตรี วงคส์ วุ รรณ. ม.ป.ป. อาหารและ
การผลิตอาหารสตั วน์ ้ำ. สำนักพัฒนาและถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารประมง.
โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย. กรุงเทพฯ.
Puechkaset. (10 มกราคม 2565). แหนแดง และประโยชน์แหนแดง.
https://puechkaset.com/.