การเพาะเลี้ยงปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนขาว เปนปลาพื้นเมืองและเปนรู้จักของคนไทยทั่วทุกภาคของประเทศ ปลาตะเพียนขาวมี ชื่อสามัญหรือภาษาอังกฤษวา Jawa หรือ carp มีชื่อวิทยาศาสตรวา Barbodes gonionotus (Bleeker) เป็นปลาที่สามารถนํามาเลี้ยงและเพาะขยายพันธุไดงาย เปนปลาพื้นเมืองที่ไดรับการคัดเลือกใหมีการสงเสริม ในการเพาะเลี้ยงชนิดหนึ่ง ในดานโภชนาการนั้นเปนปลาที่ไดรับ ความนิยมบริโภคอยางแพร่หลายเพราะเนื้อมี รสชาติอร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย จึงเป็นที่ต้องการของคนไทยทั้งในเมืองและชนบท การเพาะเลี้ยงปลาตะเพียนขาวไดมีการปฏิบัติการเปนครั้งแรกกอนป พ.ศ.2503 ที่สถานีประมง (บึงบอระเพ็ด) จังหวัดนครสวรรค ตอมาการเพาะพันธุปลาชนิดนี้ไดรับการพัฒนาทั้งวิธีเลียนแบบธรรมชาติ และวิธีผสมเทียม ซึ่งสามารถเผยแพร่สู่ประชาชนทั่วไปและมีการจําหนายโดยทั่วไป ปัจจุบันยังสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ ออกจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ แหลงกําเนิดและการแพรกระจาย ปลาตะเพียนขาว เปนปลาที่มีถิ่นกําเนิดดั้งเดิมอยูแถบแหลมอินโดจีน ชวา ไทย สุมาตรา อินเดีย ปากีสถาน และยังมีชุกชุมในถิ่นดังกลาว สําหรับประเทศไทยเรานั้น มีอยูทั่วไปในแหลงนํ้าธรรมชาติ ไดแก แมนํ้า หวย หนอง ลำคลอง บึงตางๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ รูปรางลักษณะของปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนขาวมีลักษณะลําตัวแบนขาง หัวเล็ก ปากเล็ก ริมฝปาก ขอบสวนหลังโคงยกสูงขี้นความ ยาวจากสุดหัวจรดปลายหาง 2.5 เทาของความสูง จะงอยปากแหลม มีหนวดเสนเล็กๆ 2คูตน ของครีบ หลังอยูตรงขามกับเกล็ด ที่สิบของเสนขางตัว เกล็ดตามแนวเสนขางตัวมี 29-31เกล็ด ลําตัวมีสีเงิน สวนหลังมี สีคลํ้า สวนทองสีขาว ที่โคนของเกล็ดมีสีเทาจนเกือบดํา ปลาตะเพียนขาว ขนาดโตเต็มที่มีลําตัวยาวสูงสุดถึง 50 เซนติเมตร อุปนิสัยและคุณสมบัติบางประการของปลาตะเพียนขาว 1. ความเปนอยูปลาตะเพียนขาวเปนปลาที่หลบซอนอยูตามแมนํ้า ลําคลอง หนอง บึง ที่มีกระแสนํ้า ไหลออนๆ หรือนํ้านิ่ง เปนปลาที่ทนตอการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับตัวเขากับสภาพแวดลอมไดดี ทั้งยัง
เจริญเติบโตในนํ้ากรอยที่มีความเค็มไมเกิน 7 สวนต่อพันส่วน อุณหภูมิที่เหมาะสมสําหรับปลาชนิดนี้อยู่ ระหว่าง 25-33 องศาเซลเซียส 2. นิสัยการกินอาหาร จากการตรวจสอบระบบการกินอาหารของปลาตะเพียนขาว ขนาด 12.5 - 25.5 เชนติเมตร พบวา มีฟนในลําคอ(Pharyngeal teeth) เปนชนิดกัดบดแบบสามแถว มีซี่เหงือก สั้นๆ อยูหางกัน พอประมาณ ทอทางเดินอาหาร กระเพาะอาหารไมมีลักษณะแตกตางจากลําไส ลักษณะลําไสมีผนังบางๆ ยาวขดเปนมวนยาว 2.02 - 2.73 เทา ความยาวสุดของลําตัว นิสัยการกินอาหาร กลาวกันวาลูกปลาตะเพียน ขาววัยออน กินสาหรายเซลลเดียวและแพลงกตอนขนาดเล็ก สวนพวกปลาขนาด 3 - 5 นิ้ว กินพวกพืชนํ้า เชน แหนเปด สาหรายพุงชะโด ผักบุง สําหรับปลาขนาดใหญสามารถกินใบพืชบก เชน ใบมันเทศ ใบมันสําปะหลัง หญาขน ๆลๆ พบวา ปลาตะเพียนขาวหาอาหารกินในเวลากลางวันมากกวากลางคืน 3. การแยกเพศ ลักษณะภายนอกของปลาเพศผูและเพศเมียคลายคลึงกันมากแตเมื่อใกล้ผสมพันธุ จะสังเกตไดงายขึ้น คือเพศเมียจะมีทองอูมเปงพื้นทองนิ่มและรูกนกวางกวาปกติสวนเพศผูทองจะแบนพื้นทอง แข็ง ถาเอามือลองรีดเบาๆ ที่ทองจะมีนํ้าสีขาวขุน คลายนํ้านมไหลออกมา หากเอามือลูบตามแกมเบา ๆ จะรูสึกสากมือ การเพาะพันธุปลาตะเพียนขาว ในการเพาะพันธุปลาตะเพียนขาว ควรเลี้ยงพอแมพันธุเอง บอเลี้ยงพอแมพันธุควรเปนบอดินขนาดประมาณ 400 ตารางเมตร ถึง 1ไรโดยปลอยปลาเพศผูและเพศเมีย แยกบอกันในอัตราประมาณ 800 ตัว/ไรใหผักตางๆ หรือ อาหารผสมในอัตราประมาณรอยละ 3 ของนํ้าหนักตัวต่อวัน การเลี้ยงพอแมปลา อาจจะเริ่มในเดือน ตุลาคมหรือพฤศจิกายน โดยคัดปลาอายุประมาณ 8 เดือน แยกเพศและปลอยลงบอ เมื่ออากาศเริ่มอุนขึ้นใน เดือนกุมภาพันธควรตรวจสอบพอแมปลา ถาอวนเกินไปก็ตองลดอาหาร หากผอมเกินไปก็ตองเพิ่มอาหาร ทั้งนี้ ควรจะถายนํ้าบอยๆ เพื่อเรงการพัฒนาของไขและนํ้าเชื้อ การเพาะพันธุจะเริ่มไดประมาณเดือนมีนาคมถึง กันยายน โดยพอแมพันธุจะสมบูรณ์พรอมที่สุดในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน
ขั้นตอนการเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนขาว มีดังนี้ 1. การคัดพอแมพันธุปลาเพศเมียที่มีไขแกจัดจะมีทองอูมเปงและนิ่ม ผนังทองบาง ชองเพศและชองทวาร คอนขางพองและยื่นออกมา สวนปลาเพศผูแทบจะไมมีปญหาเรื่องความพรอมเนื่องจากสรางนํ้าเชื้อไดดีเกือบ ตลอดป ปลาเพศเมียมีไข่ ปลาเพศผู้ 2. การฉีดฮอรโมน ในปัจจุบันนิยมใชฮอรโมนสังเคราะห Suprefact หรือ Cinnafact ฉีดใน อัตรา10- 20 ไมโครกรัม/กิโลกรัม ควบคูกับยาเสริมฤทธิ์ Domperidoneในอัตรา 5-10 มิลลิกรัม/ กิโลกรัมผสมน้ำกลั่น ใน ปริมาณการฉีดสารละลายฮอร์โมน 1cc/1กิโลกรัมให้กับปลาเพศเมีย ส่วนปลาเพศผู้ไม่ต้องฉีดก็ได้ ฮอร์โมน เข็มฉีดยา ครกบดยา น้ำกลั่น Domperidone ฉีดฮอร์โมนให้แม่ปลา
3. การผสมพันธุการผสมพันธุทําได 2วิธี คือ วิธีที่ 1 ปลอยใหพอแมปลาผสมพันธุกันเอง หากเลือกวิธีการนี้เมื่อฉีดฮอรโมนเสร็จ ก็จะปลอยพอแม ปลาลงในบอเพาะพันธุ์ โดยใชอัตราส่วนปลาเพศเมีย1ตัว/ปลาเพศผู2ตัวบ่อเพาะควรมีพื้นที่ไมตํ่ากวา 3ตารางเมตร ลึกประมาณ 1เมตร บอขนาดดังกลาว จะปลอยแมปลาไดประมาณ 3 ตัว เพื่อความสะดวกใน การแยกพอแมปลาควรใชอวนตาหางปูในบอไวชั้นหนึ่งกอน แลวจึงปลอยพอแมปลาลงไป แมปลาจะวางไขหลัง การฉีดประมาณ 4-7ชั่วโมง โดยจะไลรัดกันจนนํ้าแตกกระจาย เมื่อสังเกตวาแมปลาวางไขหมดแลว ก็ยกอวน ที่ปูไวออกพอ แมปลาจะติดมาโดยไขปลาลอดตาอวนลงไปรวมกันในบอ จากนั้นก็รวบรวมไขปลาไปฟกใน กรวยฟก การผสมพันธุวิธีนี้มีขอดีในเรื่องคุณภาพของไขที่ไดมักจะเป็นไขที่สุกพอดี นอกจากนั้น ผูเพาะยังไมต องเสียเวลารอดวย แตในบางครั้งปลาตัวผูอาจไมฉีดนํ้าเชื้อเขาผสมทําใหไขที่ไดไมฟักเปนตัว นอกจากนั้น ไขที่ รวบรวมไดมักจะไมสะอาด วิธีที่ 2 วิธีผสมเทียม หลังจากฉีดฮอร์โมนประมาณ 4-5ชั่วโมง จะสามารถรีดไขปลาได้โดยปลาจะมี อาการกระวนกระวาย วายนํ้าไปมารุนแรงผิดปกติ บางตัวอาจจะขึ้นมาฮุบอากาศบริเวณผิวนํ้า เมื่อพบวาปลามี อาการดังกลาว ก็ควรตรวจดูความพรอมของแมปลา โดยจับปลาหงายทองขึ้นให้ตัวปลายังอยู่ในนํ้าและบีบ บริเวณใกลชองเพศเบาๆ หากพบวาไขพุงออกมาอย่างงายดายก็นําแมปลามารีดไขได การผสมเทียมใชวิธีแห งแบบดัดแปลง โดยใชผาซับตัวปลาใหแหงแล้วรีดไขลงในภาชนะที่แหงสนิท จากนั้นนําปลาตัวผูมารีดนํ้าเชื้อลง ผสม ในอัตราสวนของปลาตัวผู1-2ตัว ตอไขจากแมปลา1ตัวแล้วจึงใชขนไกคนไขกับนํ้าเชื้อจนเขากันดีแลวจึง เติมนํ้าสะอาดเล็กนอยพอทวมไขการคนเล็กนอยในขั้นตอนนี้เองเชื้อตัวผูก็จะเขาผสมกับไข จากนั้นจึงเติมนํ้า จนเต็มภาชนะเปลี่ยนถายนํ้าเปนระยะๆเพื่อลางไข ใหสะอาด ไขจะคอยๆ พองตัวและขยายขนาดขึ้นจนพอง เต็มที่ภายในเวลาประมาณ 20 นาที ระหวางชวงเวลาดังกลาวตองคอยถายนํ้าอยูเสมอ เพื่อปองกันไมใหไข บางสวนเสีย เมื่อไขพองเต็มที่แลวก็สามารถนําไปฟกในกรวยฟกหรือในกระชังผ้าโอร่อนแก้วในบ่อเพาะฟัก ต่อไป
กะละมังใส่ไข่ปลา ขนไก่ การรีดไข่ปลา การรีดน้ำเชื้อผสมกับไข่ กรวยฟักไข่ปลา กระชังฟักไข่ปลา การอนุบาลลูกปลา หลังจากลูกปลาฟักออกจากไข่ประมาณ 2-3วัน ถุงไข่แดงเริ่มยุบก็จะทำการให้อาหารลูกปลาวัยอ่อน คือไข่แดงต้มสุกบี้ให้ละเอียดกรองด้วยผ้ามุ้งแล้วนำไปละลายน้ำ นำไปสาดให้ลูกปลาในบ่ออนุบาลกินประมาณ 2-3วัน ก่อนที่จะนำลูกปลาลงบ่ออนุบาลที่เป็นบ่อดินต่อไป บอดินที่ใชเปนบอดินขนาดประมาณครึ่งไรถึง 1ไร ความลึกประมาณ 1 เมตร กอนปลอยลูกปลา ตองเตรียมบอใหดีเพื่อกําจัดศัตรูและเพิ่มอาหารของลูกปลาใน บ่อ การอนุบาลลูกปลาตะเพียนขาวนี้ ระดับนํ้าในบออนุบาลขณะเริ่มปลอยลูกปลาควรอยูในระดับ 30 - 40 เซนติเมตร แลวคอยๆเพิ่มระดับนํ้าสัปดาหละ 10 เซนติเมตรเพื่อรักษาคุณสมบัตินํ้า สวนการใสปุยนั้นหาก วางแผนจะอนุบาลดวยอาหารสมทบเพียงอยางเดียวก็ไมตองเติมปุยในบอ อนึ่งการขนยายลูกปลาลงบอดินต้อง
ปฏิบัติอย่างระมัดระวัง เมื่อยายลูกปลาลงบอดินแลวใหอาหาร ซึ่งอาจใชไขตมเอาแต ไขแดงนําไปละลายนํ้า และกรองผานผาโอร่อนแล้วนําไปบรรจุในกระบอกฉีดนํ้าและพนใหทั่วผิวนํ้าหรือตักสาดใหทั่วบอ ปริมาณไขที่ ใหขึ้นอยูกับจำนวนลูกปลา บ่อขนาด 1 ไร ปลอยลูกปลาประมาณ 1,000 - 1,500 ตัว/ตารางเมตร เมื่อลูกปลา โตขึ้นในวันที่ 5 จะเริ่มลดอาหารไขและใหรําละเอียด โดยคอย ๆ โรยทีละนอยรอบๆ บอ โดยใหรําละเอียดแผ กระจายเปนพื้นที่กวางประมาณ 1 วา จากขอบบอ เพราะลูกปลาสวนใหญจะอาศัย อยูในบริเวณนี้ การสังเกต การกินอาหารทํายาก เพราะลูกปลายังไมขึ้นมากินที่ผิวนํ้า แตจะคอยกินอาหารที่คอยๆ จมลง หลังใหอาหาร แลวใชแกวตักลูกปลามาดู ถาลูกปลากินอาหารดีทองจะขาวเห็นชัดเจน เมื่ออนุบาลไปไดประมาณ 2 สัปดาห ลูกปลาจะเริ่มขึ้นมากินอาหารที่ผิวนํ้าจะสังเกตการกินอาหารไดงายขึ้น โดยจะโรยรําดานเหนือลม รําจะคอยๆ ลอยไปฝั่งตรงขามตองคอยสังเกตว่าเศษรําที่ลอยมาติดขอบบอมีมากนอยเพียงใด ถามีมากก็แสดงวาใหอาหาร มากเกินไปตองลดอาหารลงอาหารที่ใหนี้ ถาจะใหไดคุณคาทางโภชนาการดียิ่งขึ้นควรผสมปลาปน ทำกีรอน ปลาป่นเสียก่อนแลวผสมกับรำละเอียดในอัตราสวน รํา : ปลาปนเทากับ 3 : 1 การใหรําอาจจะใหวันละ3 - 4 ครั้ง ในระยะแรก ๆ และลดลงเหลือ 2 ครั้งในเวลาตอมา โดยทั่วไปเมื่ออนุบาล ได 4 - 6 สัปดาหจะไดลูกปลา ขนาดประมาณ 1 นิ้ว อัตราการรอดประมาณรอยละ 30 - 40 ซึ่งหมายความวาจะไดลูกปลาจํานวน 480,000 - 640,000 ตัว/ไร่ เตรียมไข่แดงให้ลูกปลา บ่ออนุบาลลูกปลา บ่ออนุบาลบ่อดิน การเลี้ยงปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนสามารถเจริญเติบโตไดดีในแหลงนํ้าทั่วไป เปนปลาที่เลี้ยงงายกินพืชเปนอาหาร อาศัยอยู ไดดีทั้งในแหลงนํ้าไหลและแหลงนํ้านิ่งแมกระทั่งในนาขาว เมื่ออายุเพียง 6เดือน ก็สามารถจะมีนํ้าหนักไดถึง ตัวละครึ่งกิโลกรัม บอเลี้ยงควรเปนบอดินขนาด 400ตารางเมตรจนถึงขนาด 1ไร หรือมากกวานั้น ความลึก ของนํ้าในบอ ควรใหลึกมากกวา 1 เมตรขึ้นไป ใชเลี้ยงลูกปลาที่มีขนาดยาว 5 - 7เซนติเมตรขึ้นไป ในอัตรา สวน 3 - 4ตัวตอตารางเมตร หรือ 5,000ตัว/ไร บอใหม หมายถึง บอที่เพิ่งขุดใหมและจะเริ่มการเลี้ยงเปนครั้ง แรกบอในลักษณะเชนนี้ไมคอยมีปญหาเรื่องโรคพยาธิที่ตกคางอยูในบอเพียงแตบอใหม จะมีอาหารธรรมชาติ อยูนอย หากภายในบอมี คุณสมบัติของดินและนํ้าไมเหมาะสมก็ตองทําการปรับปรุง เชน นํ้าและดินมีความ เป็นกรดเปนดางเท่ากับ 6.5ก็ตองใชปูนขาวชวยในการปรับสภาพ ระบายนํ้าเขาใหมีระดับประมาณ 10 เซนติเมตร ทิ้งไว ประมาณ 1สัปดาห จึงใสปุยคอก หรือปุยวิทยาศาสตรจากนั้นก็ระบายนํ้าเขาใหมีระดับ
ประมาณ 50เซนติเมตรทิ้งไวอีก 5 - 7วันจึงปลอยนํ้าใหไดระดับตามตองการประมาณ 1 - 1.5เมตร จึงปลอย ปลาลงเลี้ยง บอเกาหรือบอที่ผานการเลี้ยงมาแลวหลังจากจับปลาแลวทําการสูบนํ้าออกใหแหงทิ้งไวไมนอย กว่าหนึ่งวันจากนั้นใสปูนขาวฆาเชื้อโรคและพยาธิพรอมทั้งปรับสภาพความเปนกรดเปนดางของกนบอ แตถ้า เปนบอที่มีเลนอยูมาก ควรทําการลอกเลนขึ้นกอนแลวจึงคอยใสปูนขาวจากนั้นตากบอทิ้งไวอีก 7วันแลวจึง ปฏิบัติเหมือนกับบอใหม แตถาไมสามารถสูบนํ้าใหแหงไดจําเปนตองกําจัดศัตรูปลาใหหมดเสียกอนศัตรูของ ปลาตะเพียน ไดแก พวกปลากินเนื้อ เชน ปลาชอน ปลาดุก กบ เขียด และงู ควรใช โลติ๊นสด 1 กิโลกรัมต่อ ปริมาตรนํ้า 100 ลูกบาศกเมตร วิธีใชคือทุบหรือบดโลติ๊นใหละเอียดนําลงไปแชนํ้าประมาณ 20 ลิตร ทำการ ขยําโลติ๊นเพื่อใหนํ้าสีขาวออกมาหลายๆครั้งจนหมด แลวนําไปสาดใหทั่วบอ ศัตรูพวกปลาดังกลาวก็จะตาย ลอยขึ้นมาตองเก็บออกทิ้ง อยาปลอยใหเนาอยูในบอกอนที่จะปลอยปลาลงเลี้ยงควรทิ้งระยะไวประมาณ10 วัน เพื่อใหฤทธิ์ของโลติ๊นสลายตัวเสียกอน สวนนํ้าที่จะระบายเขามาใหม ควรใชตะแกรงกรองเอาเศษตางๆ และ ปลาอื่นๆ ไมใหเขามาในบอได้ การใสปุยในบอปลา อัตราการใสปุยคอก เช่น มูลวัวแห้ง มูลสุกรแห้ง ที่นิยมใชกันสวนใหญอยูในระดับ 150-200กิโลกรัม /ไร ใสทุกๆ 2 - 3เดือนปริมาณแตกตางกันไปตามสภาพของบอและความหนาแนนของปลาที่เลี้ยง สําหรับ อัตราการใชปุยวิทยาศาสตรก็จะแตกตางกันไปตามชนิดของปุยคือ ปุยฟอสเฟต เปนที่นิยมใชกันมากที่สุด พอสรุปไดวาควรใชประมาณ 25 - 30กิโลกรัมตอ 6 ไรตอ 6 เดือน ปุยไนโตรเจน อัตราการใชไมคอยแนนอน แตกตางกันไปแตละทองถิ่น เชน ปุ๋ยยูเรียใช 5 กิโลกรัมตอ 1ไรต่อเดือน สวนผสมปุย เอ็น - พี - เค 300 - 500 กิโลกรัม ตอ 6 ไรตอป การเลี้ยงปลาตะเพียนในบอดินบอที่เหมาะสมควรมีขนาดเนื้อที่ที่ผิวนํ้า มากกวา 400 ตาราง เมตรขึ้นไป ลึกประมาณ 1- 1.5เมตร หลังจากเตรียมบอดังไดกลาวมาแลว ปลอยลูกปลาขนาด 1.5 - 2 เซนติเมตร ในอัตรา 3 - 4 ตัว/ตารางเมตรใหอาหารวันละ 2เวลา เช้า-เย็น ในอัตรา 3 - 4เปอรเซ็นตของ นํ้าหนักตัวปลาต่อวัน รูปแบบบอที่ใชเลี้ยงควรมีระบบการระบายนํ้าที่ดี การเลี้ยงปลาตะเพียนในนาขาว ควรมีเนื้อที่ประมาณ 10 - 15 ไร การดัดแปลงพื้นที่นาใหเปน นาปลา ก็สามารถปฏิบัติไดงาย โดยขุดดินในพื้นที่นารอบๆ ถมเสริมคันดินใหสูงขึ้นทําใหมีความแข็งแรง จะทําใหเกิด คูรอบคันดิน สามารถเก็บกักนํ้าใหขังอยูในพื้นที่นา ใชสําหรับเลี้ยงปลา คูที่ขุดนี้ควรมีขนาดกวางไมนอยกวา 50 เซนติเมตร ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร คันดินควรสูงประมาณ 75 - 100 เซนติเมตร เหลือใหคันดินสูงกวา ระดับนํ้ าสูงประมาณ 60 เซนติเมตร กวาง 50 เซนติเมตร มุมที่จะเปนทางระบายนํ้าออกจากนาควรเปนดาน ที่ตํ่าสุด ถาเปนไปไดขุดหลุมกวาง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ลึก 60 - 70 เซนติเมตรไวเพื่อสะดวกในการจับปลา โดยปลาจะมารวมกันเองในหลุมนี้เมื่อเวลานํ้าลดในฤดูเก็บเกี่ยวขนาดของปลาที่ปลอยใชขนาด 3 - 5 เซนติเมตรขึ้นไป ปลอยอัตรา 400 - 600 ตัว/ไร การใสปุยและการใหอาหารจะใชนอยกวาการเลี้ยงแบบอื่นๆ เราจะใหอาหารเพียงวันละครั้งการปลอยปลาจะปลอยหลังจากดํากลาประมาณ 7 วัน ปลอยนํ้าเขานาใหสูง ประมาณ 1 ฟุต ใชระยะเวลาในการเลี้ยง ประมาณ 3 - 4 เดือน ซึ่งจะพอดีกับขาวสุกเก็บเกี่ยวได้ ปลาก็จะมี ขนาดใหญ่นำไปจําหนายตามทองตลาดได การเลี้ยงปลาตะเพียนขาวสามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ เพื่อเปนการใชประโยชนภายในบอใหไดเต็มที่ ปลาแตละชนิดที่ปลอยลงเลี้ยงรวมกันจะตองโตไดขนาดตลาดใน
เวลาพรอมกันเพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ปลาที่เหมาะสมกับการเลี้ยงร่วมกับปลาตะเพียนขาวจะตอง ไมมีนิสัยที่ชอบทํารายปลาชนิดอื่น และไมควรเปนพวกปลากินเนื้อ ปลาที่จะเลี้ยงจนโตไดขนาดตามที่ตองการ นอกจากใชอาหารธรรมชาติ ซึ่งมีอยูในบอเลี้ยงจําเปนตองใหอาหารสมทบเพิ่มเติมเพื่อเปนการเรงใหปลา มี อัตราการเจริญเติบโตเร็วขึ้น อาหารสมทบดังกลาว ไดแก แหนเปดและไขนํ้ า (ไขนํ้าเปนพืชที่เกิดขึ้นลอยอยู บนผิวนํ้าปะปนกับ พวกจอกแหน มีลักษณะเปนเม็ดกลม ๆ ขนาดเทากับสาคูเม็ดเล็กที่ยังไมแชนํ้า มีสีคอนไป ทางเขียวออน ใชโปรยใหกินสดๆ) เศษผักตางๆ โดยวิธีตมใหเปอยผสมกับรําหรือปลายขาวที่ตมสุก, กากถั่วเหลือง, กากถั่วลิสง ใชแขวนหรือใสกระบะไมไวในบอ สวนอาหารจําพวกเนื้อสัตวหรือสัตวที่มีชีวิต เชน ตัวไหม ปลวก ไสเดือน หนอน มด ฯลฯ ใชโปรยใหกิน พวกเครื่องในและเลือดของพวกสัตวตางๆ เชน หมู วัว ควาย ใชบดผสมคลุกเคลากับรําและปลายขาวซึ่งตมสุกแลวนําไปใสไวในกระบะไมในบ่อให้ปลากิน ตนทุนและผลผลิตของการเลี้ยงปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนขาวที่เลี้ยงกันตามอัตราการปลอยปลาที่กลาวแลว จะมีผลผลิตไรละประมาณ 800 ถึง 1,000 กิโลกรัม ราคาปลาจะไม่แน่นอนตามราคาตลาด ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 7 เดือน มีขนาดประมาณ 3 - 4 ตัว/กิโลกรัม เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็จะมีรายได้เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งนับวาการเลี้ยงปลาตะเพียนเปนอีก อาชีพหนึ่งที่ให้ผลผลิตและรายได้ที่ดี ถาหากมีการปรับปรุงดูแลใกลชิดก็จะไดผลผลิตสูงขึ้น มีรายได้มากขึ้น ปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ปญหาทั่วไปที่มักจะพบ ไดแก ปลาไมเจริญเติบโตเทาที่ควร ทั้งนี้เพราะไมไดถายเทนํ้าเปนประจํา จึงทําใหเกิดเห็บปลาและหนอนสมอ อันเปนพยาธิของปลา หรือโรคจากบักเตรี ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงปลา แนนเกินไป ศัตรูของปลาตะเพียนขาว ไดแก ปลาชอน ปลาชะโด ปลาดุก กบ เขียด งูกินปลา และนก ฯลฯ ปัญหาใหญอีกประการหนึ่ง คือ การลักขโมยซึ่งมีวิธีการหลายอยาง เชน ใชตาขาย แห กระชัง ลอบ ทําให้ นักเลี้ยงปลาประสบการขาดทุนมากหลายรายแลว อนึ่ง ปญหาเหลานี้ผูเลี้ยงควรศึกษาและแกไขโดยใกลชิด พรอมทั้งปฏิบัติตามคําแนะนําในดานวิชาการจากเจาหนาที่ของกรมประมงอยางเครงครัด แนวโนมของการเลี้ยงปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนขาวเปนปลาพื้นบานของคนไทย ประชาชนนิยมบริโภคอยางแพรหลาย สวนของผูเลี้ยง ปลาตะเพียนขาวเปนปลาที่เลี้ยงงายเจริญเติบโตเร็วเปนที่ตองการของตลาด สําหรับตนทุนการผลิตก็ไมสูงมาก ดังนั้น การเลี้ยงปลาชนิดนี้จึงเปนที่นาสนใจและควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ที่มาของข้อมูล : www.google.com