เนื่องจากปลามีการแพร่กระจายในสภาพแวดล้อมแตกต่างกันอย่าง
กว้างขวาง ทาให้ต้องผจญกับสภาวะแวดล้อมต่างๆ กัน จึงมีวิวัฒนาการในด้าน
รูปร่างแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมในการดารงชีวิตในสภาพแวดล้อม
นั้น ๆ เช่น ปลาที่อาศัยหากินบริเวณกลางน้าถึงผิวน้าจะเป็นพวกมีร่างกาย
เพรียวยาว ว่องไว ว่ายน้าได้เร็ว พวกหากินตามพื้นท้องน้าเป็นพวกเคลื่อนท่ีได้
เชือ่ งชา้ คบื คลานไปตามพื้นหรืออย่นู ่งิ มักมรี ปู ร่างบางแบนราบไปกับพ้ืน เป็นต้น
โดยได้มีการจดั แบง่ รูปร่างของปลาไว้
1. แบบกระสวย (Fusiform หรือ Torpidoform)
แบบกระสวยเปน็ รปู ทรงของปลา โดยทวั่ ไป เมอื่ มองจากด้านข้างจะเห็น
เป็นรูปกระสวย ถ้ามองดา้ นหนา้ ตัดจะเปน็ รูปกลมหรอื รีเล็กน้อย ทางส่วนหน้า
จะหนาและค่อยๆ เรียวลงไปทางหางเพ่ือจะได้ต้านน้าน้อยลง ปลาพวกนี้ว่าย
นา้ เร็ว มักอาศยั ในทะเลเปิด เช่น ปลาทู ปลาอนิ ทรี ปลาโอ ปลาทูน่า
ปลาฉลาม เปน็ ตน้
ปลาโอแถบ หรอื ปลาทูนา่ ท้องแถบ ปลาทูตวั ส้ัน หรือ ปลาทู
(Skipjack tuna, Arctic bonito, Striped tuna ; (short mackerel ;
Katsuwonus pelamis.) Rastrelliger brachysoma.)
ปลาทูนา่ ครบี น้าเงินเหนือ
(Northern bluefin tuna, Atlantic bluefin tuna,
Giant blufin tuna ;
Thunnus thynnus.)
ปลาอนิ ทรบี ั้ง
(Narrow-barred Spanish mackerel ;
Scomberomorus commerson.)
ปลาฉลามขาว (Great white shark ; ปลาฉลามครีบดา (Blacktip reef shark ;
Carcharodon carcharias.) (Carcharhinus melanopterus.)
ปลาฉลามกบ หรอื ปลาฉลามปลอ้ งอ้อย
ปลาฉลามหัวค้อนหยกั (Hammerhead shark); (Brownbanded bamboo shark, Banded cat shark)
(Sphyrna lewini)
(Chiloscyllium punctatum.)
2. แบบลกู ศร (Arrow shaped หรอื Sagittiform)
แบบลูกศร (Arrow shaped) มีลักษณะคล้ายแบบกระสวยแต่ลาตัว
ยาวกว่า ลาตวั มองดา้ นข้างรูปทรงกระบอก มองหน้าตัดจะกลมหรือเกือบกลม
เช่น ปลากระทงุ เหว ปลานา้ ดอกไม้ ปลาช่อน ปลาบู่ เปน็ ตน้
ปลากระทุงเหวเมือง ปลานา้ ดอกไม้ หรือปลาสาก
(Xenentodon canciloides) (Barracuda, Seapike) วงศ์ Sphyraenidae
ปลาชอ่ น (Snake head fish) ปลาบู่ทราย (Sleepy goby)
(Ophiocephalus striatus. Bloch, 1793) (Oxyeleotris marmorata.)
3. แบบทรงกลม (Globiform)
แบบทรงกลม ลาตัวสั้นกลมคล้ายลูกบอล ว่ายน้าช้า เช่น ปลาปักเป้า
หนามทเุ รียน
ปลาปกั เปา้ หนามทุเรยี น
(Porcupinefishes, Balloonfishes)
สกุล Diodon
4. แบบงู (Anguilliform)
แบบงู รปู ร่างเรียวยาวแบบงู ด้านหน้าตดั จะเป็นวงกลมในส่วนหัว และ
คอ่ ยๆ แบนลงทางสว่ นหาง เชน่ ปลาไหล
ปลาไหลนา (Eel ; ปลาตูหนา หรือ ปลาไหลหูดา
Monopterus albus.) (Shortfin eel ; Anguilla bicolor.)
5. แบบเสน้ ด้าย (Filiform)
แบบเส้นด้าย รูปร่างเรียวยาวมากแบบเส้นด้าย ได้แก่ ปลาไหลน้าลึก
(Snipe eel)
ปลาไหลทะเลน้าลกึ (Spine eel)
6. แบบรบิ บน้ิ (Trachipteriform หรอื Ribbon shaped)
แบบริบบิ้น รปู ทรงแบนยาวมากแบบริบบิน้ ได้แก่ ปลาดาบลาว
ปลาดาบเงิน
ปลาดาบเงนิ ใหญ่ (Atlantic cutlassfish ; ปลาดาบลาวยาว (Wolf-herring ;
Trichiurus lepturus.) Chirocentrus dorab.)
7. แบบแบนข้าง (Compressed หรือ Compressiform)
แบบแบนข้าง รปู ทรงแบบข้าง โดยด้านซา้ ยและขวาแบนเขา้ หากัน
7.1 แบบแบนข้างรูปไข่ (Bream type) เม่ือมองด้านข้างรูปไข่ เช่น
ปลานลิ ปลาตะเพียน
ปลานิล (Nile tilapia ; ปลาตะเพยี นทอง
Oreochromis niloticus.) (Barbonymus altus.)
7. แบบแบนขา้ ง (Compressed หรอื Compressiform)
7.2 แบบแบนข้างรูปเหล่ียม (Moonfish type) เม่ือมอง
ดา้ นขา้ งมลี กั ษะเปน็ เหล่ียม เชน่ ปลาพระจันทร์ ปลาโฉมงาม
ปลาพระจันทร์ (Moon fish, Opah ปลาโฉมงาม (Cobblerfishes, Cockfishes)
; Lampris guttatus.) สกุล Alectis
7. แบบแบนข้าง (Compressed หรอื Compressiform)
7.3 แบบแบนข้างเอียงลง (Pleuronectiid type) แบนข้าง
แต่มีอุปนิสัยคล้ายพวกแบนลง โดยเอาด้านข้างลงไปแผ่ขนานกับพื้น
ได้แก่ ปลาลน้ิ หมา ปลาล้ินควาย ปลาตาเดยี ว เป็นตน้
ปลาลน้ิ หมา วงศ์ Soleidae ปลาตาเดยี ว
(Psettodes erumei.)
8. แบบแบนลง (Depressed หรอื Depressiform)
แบบแบนลง ลาตัวแบนลงจากบนลงล่าง เช่น ปลากระเบน ปลาโรนัน
ปลาโรนิน ปลาฉนาก และ skates เปน็ ตน้
ปลากระเบน (Rays)
ปลาสเกตอาร์กติก (Skates ; ปลาโรนนิ (Shark ray;
Amblyraja hyperborea.) (Rhina ancylostoma.)
ปลาโรนนั จดุ ขาว (Guitarfishes ; ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง
Rhynchobatus djiddensis.) (Manta alfredi.)
นอกจากน้ียังมีการแบ่งรูปทรงของปลาโดยการเทียบสัดส่วนระหว่าง
ความยาวและความลึกของตวั ปลา เพ่ือให้ชัดเจนยง่ิ ข้ึน ดงั น้ี
1. แบบยาวเรียว (Elongate)
แบบยาวเรียว รูปทรงท่ีมีความยาวมาตรฐาน
มากกวา่ ความลกึ ต้ังแต่ 4.1 เทา่ ไดแ้ ก่
ปลาดาบเงิน ปลาดาบลาว ปลานา้ ดอกไม้ เปน็ ต้น
ปลาดาบลาวยาว (Wolf-herring ;
Chirocentrus dorab.)
ปลาดาบเงินใหญ่ (Atlantic cutlassfish ; ปลานา้ ดอกไม้ หรือปลาสาก
Trichiurus lepturus.) (Barracuda, Seapike) วงศ์ Sphyraenidae
2. แบบปอ้ มส้ัน (Oblong)
แบบป้อมสั้น ลาตัวค่อนข้างส้ัน รูปทรงท่ีมีความยาวมาตรฐานมากกว่า
ความลึก 2.1 - 4 เทา่ ได้แก่ ปลาใบขนุน ปลาสกี ุน เป็นตน้
ปลาใบขนนุ (False trevally, Milkfish, ปลาสีกนุ ขา้ งเหลอื ง หรือปลาข้างเหลือง
Whitefish, Butterfish) (Yellow-stripe scad, Yellow-stripe
(Lactarius lactarius.)
trevally, Thinscaled trevally)
(Selaroides leptolepis.)
3. แบบพระจันทร์ (Ovate)
แบบพระจันทร์ ลาตัวค่อนข้างส้ัน มองด้านข้างกลมรีรูปไข่ โดยมี
ความยาวมาตรฐานมากกว่าความลึก 1 - 2 เท่า เช่น ปลาพระจันทร์
ปลาจะละเม็ด ปลาลิ้นหมา สกลุ Synaptura เป็นตน้
ปลาพระจนั ทร์ ปลาจะละเมด็ ขาว ปลาลน้ิ หมา (True sole)
(Moon fish, Opah) (White pomfret, Silver pomfret) (Synaptura cinerascens.)
(Lampris guttatus.)
(Pampus argenteus.)
เมอ่ื กลา่ วถึงรูปทรงของปลานิยมที่จะบอกละเอียดทัง้
ความกวา้ ง ความลึก และความยาว เพ่ือจะไดม้ องภาพพจน์
ได้ใกลเ้ คียงมากท่สี ุด เช่น ปลาพระจันทรม์ รี ูปร่างค่อน
ขา้ งสนั้ และแบนข้างมาก (Body ovate and compressed)
นอกจากนี้ยังมีปลาที่ไม่สามารถจัดรูปทรงได้ตามท่ีกล่าวมาข้างต้น เช่น
ปลาม้าน้า และมีปลาที่มีรูปทรงผิดแผกแตกต่างกันไปอีกมาก เช่น ปลาผีเส้ือ
กลางคนื
มา้ นา้ ดา หรือ ม้านา้ ธรรมดา ปลาผเี สื้อกลางคนื
(Common seahorse, Spot seahorse) (Little dragonfish, Common dragonfish,
Short dragonfish, Pegasus sea moth)
(Hippocampus kuda.)
(Eurypegasus draconis.)
โดยทวั่ ไปเมื่อปลาโตเต็มวัยจะมรี ูปรา่ งแบบสมมาตรซ้าย-ขวา
(ยกเว้นปลาซกี เดียว) ซ่ึงรา่ งกายปลาแบง่ ไดเ้ ป็น 3 สว่ น ดงั นี้
1. หัว (Head) เร่ิมจากปลายสุดของจะงอยปากถึงริมสุดของกระดูกปิดเหงือก
(Opercles) โดยส่วนหัวเป็นที่ต้ังของอวัยวะรับความรู้สึก ได้แก่ ตา ปาก จมูก
หนวด สมอง และเหงือก รวมทัง้ ฟนั ลิ้น ช่องคอ (ระบบย่อยอาหารบางส่วน)
2. ลาตวั (Trunk หรอื Body) อยู่ถัดจากกระดูกปิดเหงือกไปจนถึงรูทวาร ส่วน
น้ีเป็นท่ีตั้งของครีบเกือบทั้งหมด ยกเว้นครีบก้นและครีบหาง รวมท้ังเป็นส่วนท่ีมี
เกล็ดและต่อมเมือก และเป็นท่ีต้ังของอวัยวะภายใน คือ ระบบทางเดินอาหาร
ระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธุ์
3. หาง (Tail) เป็นส่วนสุดท้ายของตัวปลา โดยเร่ิมจากรูทวารไปจนสุดปลาย
ครีบหาง เป็นที่ตั้งของครีบก้นและครีบหาง มีเกล็ดและเมือกปกคลุมเช่นกัน
มกี ล้ามเนอ้ื อยหู่ นาแนน่ ซง่ึ ใชใ้ นการเคลื่อนที่ ควบคุมทศิ ทาง และช่วยทรงตวั
ปลาไม่มีคอ แต่มีส่วนที่ เรียกว่า อิสท์มัส (Isthmus) อยู่ระหว่างเหงือก
แบ่งเหงอื กออกเป็น 2 ขา้ ง ซา้ ย-ขวา
การแบ่งสดั ส่วนบนตัวปลา
การวัดขนาดของปลาไม่ได้วัดเฉพาะความกว้างและความยาวของตัว
ปลาเท่าน้ันทุกๆ ส่วนของร่างกายปลามีการนามาวัดทั้งสิ้น เพ่ือประโยชน์ใน
การจาแนกชนดิ เช่น ความยาวของหวั ความสงู ของก้านครีบ ความกว้างของ
ตา เป็นตน้ แตใ่ นการวัดความยาวบางครั้งไม่สามารถนาค่าไปเปรียบเทียบกับ
อีกชนิดหน่ึงได้ จึงได้มีการวัดความยาวในความยาวของอีกสิ่งหนึ่ง เพ่ือให้ได้
ออกมาเป็นสัดส่วน เช่น เส้นผ่าศูนย์กลางของตาเปรียบเทียบกับความยาว
ของสว่ นหัว เป็นตน้
อุปกรณ์ท่ีใช้ในการวัดขนาด ใช้ไม้บรรทัด (Ruler) และบางครั้งอาจใช้
เวอร์เนีย คาลิปเปอร์ (Vernier Caliper) ร่วมด้วย ซ่ึงหน่วยท่ีใช้ในการวัด
เป็นมิลลิเมตร และเซนติเมตร โดยใช้ทศนิยม 1 ตาแหน่ง ท้ังน้ีการวัดขนาด
ของปลาแบ่งได้ ดังนี้
เวอรเ์ นยี คาลิปเปอร์ (Vernier Caliper)
ปลาโดยทว่ั ไปมีรา่ งกายสมมาตรด้านขา้ ง (Bilateral Symmetry) คอื
เมื่อผ่าตัดร่างกายปลาในแนวระนาบด่ิง แล้วจะได้ชิ้นส่วนร่างกายปลาเป็นสองซีก
เหมือนกันทุกประการ การวัดขนาดและสัดส่วนความกว้าง ความยาวภายนอกของ
ปลานั้นมีหลายรูปแบบ แต่วิธีที่นิยมเป็นวิธีของ Lagler และคณะ (1962) โดยมี
รายละเอียด ดงั นี้
1. ความยาวท้ังส้ิน (Total Length : TL) เป็นความยาวที่วัดโดยเร่ิมจากปลาย
สุดของจะงอยปากทางด้านหนา้ ไปจนถงึ ปลายสุดของครีบหาง
2. ความยาวมาตรฐาน (Standard Length : SL) เป็นความยาวท่ีวัดเร่ิมจาก
ปลายสดุ ของจะงอยปากทางดา้ นหน้าไปจนถึงปลายสุดของกระดูกหาง
3. ความยาวถึงส่วนหยักลึกของหาง (Fork Length : FL) เป็นความยาวท่ีเริ่มวัด
จากปลายสุดของจะงอยปากทางด้านหนา้ ไปจนถึงมมุ แหลมหยักลึกของหางปลา (Fork
Tail) วัดเฉพาะปลาท่มี ีหางแบบหยักลกึ เทา่ นนั้
4. การวัดความลึกของตัวปลา (Body Depth : BD) เป็นการวัดความยาว
ในแนวดิง่ จากขอบลาตัวทางด้านหลังปลาเมื่อหบุ พบั ครบี หลงั ลงมาแลว้ วัดตรงลงมา
จนถงึ ขอบล่างของลาตัวหรอื ขอบท้องปลา
5. ความกว้างของลาตัวปลา (Body Width : BW) เป็นการวัดจากจุด
ก่ึงกลางของตัวปลาจากด้านหนึ่งแล้ววัดเป็นแนวเส้นครึ่งวงกลมไปจนถึงจุดก่ึงกลาง
ของตวั ปลาอกี ด้านหนึ่งโดยลอดใต้ทอ้ งปลาไป
6. การวัดความยาวหน้าตา (Snout Length : SNOL) เป็นการวัดจากปลาย
สุดของจะงอยปากไปจนถึงขอบนอกลูกตาปลา
7. การวัดความยาวครบี หลงั อันแรก (Length of First Dorsal Fin)
เป็นการจัดจากขอบครีบหลังด้านหน้าสุด ไปจนถึงขอบครีบหลังด้านท้ายสุดใน
แนวระนาบเมอ่ื กางครบี ออก
8. การวัดความยาวครีบหลังอันท่ีสอง (Length of Second Dorsal Fin)
เป็นการวัดจากปลายก้านครีบอันแรกสุดของครีบหลังอันท่ีสอง ไปจนถึงปลายก้าน
ครีบอนั สดุ ทา้ ยในแนวระนาบเมื่อกางครีบออกเต็มท่ี
9. ความสงู ของครีบหลังอนั ทส่ี อง (Height of Second Dorsal fin )
เปน็ การวดั จากขอบหนา้ สดุ ของโคนกา้ นครบี อนั แรกไปจนถึงปลายสดุ ของก้านครีบอัน
แรกในแนวระนาบเม่ือกางครบี หลังอันท่สี องออกเต็มที่
10. การวดั ความสงู ของครบี หหู รอื ครบี อก (Height of Pelvic fin )
เป็นการวัดจากฐานครีบ บริเวณที่อยู่ใกล้แผ่นปิดเหงือกมากที่สุดเป็นจนถึงปลายสุด
ของครีบหูในแนวระนาบ
11. การวัดความยาวของครีบกน้ (Length of Anal fin) เป็นการวัดจากขอบ
หน้าสดุ ของครบี ไปจนถงึ ขอบหลงั สุดของครบี ก้นในแนวระนาบ
การวดั ขนาดและสัดสว่ นตา่ งๆ ของปลากระดูกอ่อน
1. ความยาวเหยยี ด (total length) 4. ความลึก (body depth)
5. ความยาวหัว (head length) 6. ความยาวหน้าตา
15. ส่วนลาตัว 16. สว่ นหาง
17. ความยาวหนา้ ครีบหลัง
การวดั ขนาดและสัดสว่ นตา่ งๆ ของปลากระดูกอ่อน
5. ความยาวหัว (head length) 6. ความยาวหนา้ ตา
15. สว่ นลาตัว 16. ส่วนหาง
18. ความยาวของจาน (disc length) 19. ความกว้างของจาน (disc width)
การวัดขนาดและสัดส่วนต่างๆ ของปลากระดกู แขง็
1. ความยาวเหยียด (total length) 2. ความยาวมาตรฐาน (standard length)
3. ความยาวถงึ หยกั หาง (fork length) 4. ความลกึ (body depth) 5. ความยาวหวั (head length)
6. ความยาวหนา้ ตา 7. ความกวา้ งของตา 8. ความยาวหลังตา
9. ความกว้างฐานครบี หลงั อนั แรม 10. ความกว้างระหว่างครบี 11. ความกวา้ งฐานครบี หลังอนั ที่ 2
12. ความยาวครบี อก 13. ความกวา้ งฐานครบี ก้น 14. ความยาวคอดหาง
15. ส่วนลาตัว 16. ส่วนหาง