The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ด้านเศรษฐกิจ ปี 2564 ข้อมูลสนับสนุนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nurulhusna-CMGF, 2022-06-06 02:54:46

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ด้านเศรษฐกิจ ปี 2564 ข้อมูลสนับสนุนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

ข้อมูลสนับสนนุ เศรษฐกิจสีน้าเงนิ

ตารางที่ 12 ปรมิ าณสัตว์นา้ ในการผลิตของโรงงาน ระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2557 (หน่วย: ตัน)

กลมุ่ จังหวัด จ้าแนก ทีเ่ ข้าหอ้ ง กระปอ๋ ง+ นา้ ปลา ปลาเคม็ กงุ้ แหง้ ปลาปน่

ตาม ทช. เยน็ ลกู ชน้ิ

1. ภาคตะวันออก

ตราด 1,310 6,920 7,930 1,404 32 1,598

จนั ทบุรี 10,800 6 2,086 100 16 493

ระยอง 31,600 36,273 10,930 3,445 6,330 10.723

2. ภาคกลางตอนลา่ ง (ไม่รวม กทม.)

ชลบุรี 1,818 9,326 7 69 2,448

ฉะเชิงเทรา - - - - 8,361 -

สมุทรปราการ 231,488 204,800 32.184 12,000 5 11,746

สมทุ รสาคร 371,982 514,435 2,050 3,125 452 72,811

สมุทรสงคราม 3,673 1,581 13,635 3,955 3,175 38

3. ภาคใตต้ อนบนฝงั่ ทะเลอ่าวไทย

เพชรบรุ ี 2,600 10 - 952 1,563 -

ประจวบครี ีขนั ธ์ 1,796 - - 1,000 30 2,464

4. ภาคใตต้ อนกลางฝ่งั ทะเลอา่ วไทย

ชมุ พร 9,012 2,712 - 273 725 340

สรุ าษฎรธ์ านี 5,037 1,715 - 1,528 129 -

5. ภาคใต้ตอนล่างฝ่ังทะเลอา่ วไทย

นครศรีธรรมราช -- - 2,716 1,997 -

พทั ลุง - - - 844 54 -

สงขลา 56,836 - - 1,404 437 -

ปัตตานี 20,584 - - 36,733 275 -

นราธิวาส - 146 - 146 - -

(น้าบูด)ู

6. ภาคใต้ตอนกลางฝัง่ ทะเลอนั ดามนั

ระนอง 22,796 - - 160 1,500 -

พังงา - - - 17 39 258

ภเู ก็ต 1,530 - - - 3 -

7. ภาคใต้ตอนลา่ งฝั่งทะเลอันดามนั

กระบี่ 225 860 - - 76 -

ตรัง 20,268 10,505 - - - 10,731

สตูล - 7,912 14 3 -

ท่ีมา: หนังสือสถติ ิธรุ กจิ การประมงปี พ.ศ. 2554-2557 โดยกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หมายเหต:ุ ไม่รวมข้อมลู กรงุ เทพฯ เพือ่ ลดปญั หาการลา้ เอียงของข้อมูล

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 46

ข้อมูลสนบั สนนุ เศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ

ตารางท่ี 13 มลู คา่ ผลผลติ ประมงทางทะเลและชายฝัง่ ระดบั จังหวดั ปี พ.ศ.2557 (หนว่ ย: พนั บาท)

กลุ่มจังหวดั จา้ แนก เลีย้ งกุ้งทะเล เลี้ยงหอย เลี้ยงปลาน้า สตั วน์ า้ ทะเลขนึ้ รวม
ตาม ทช.
ทะเล กร่อย ท่า

1. ภาคตะวันออก

ตราด 4,027,942.00 45,308.60 60,918.63 967,590.00 5,101,759

จันทบรุ ี 6,574,874.00 65,028.75 72,906.80 49,078.00 6,761,888

ระยอง 1,853,909.00 8,717.97 18,277.64 1,626,335.00 3,507,240

2. ภาคกลางตอนลา่ ง (ไม่รวม กทม.)

ชลบรุ ี 221,223.00 380,216.92 0.00 828,695.00 1,430,135

ฉะเชงิ เทรา 3,303,990.00 110,963.00 679,833.62 22,487.00 4,117,274

สมทุ รปราการ 935,044.00 818,017.44 80,980.92 743,886.00 2,577,928

สมทุ รสาคร 1,931,821.00 107,416.83 28,047.84 6,225,636.00 8,292,922

สมุทรสงคราม 280,531.00 206,657.31 49,907.89 227,339.00 764,435

3. ภาคใต้ตอนบนฝงั่ ทะเลอา่ วไทย

เพชรบุรี 1,479,644.00 577,440.74 20,762.46 105,763.00 2,183,610

ประจวบครี ีขนั ธ์ 2,386,181.00 580.20 21,484.71 1,044,639.00 3,452,885

4. ภาคใตต้ อนกลางฝ่งั ทะเลอา่ วไทย

ชุมพร 1,759,876.00 28,695.22 25,951.85 1,126,152.00 2,940,675

สุราษฎรธ์ านี 3,602,421.00 667,823.97 130,168.42 346,348.00 4,746,761

5. ภาคใต้ตอนล่างฝง่ั ทะเลอ่าวไทย

นครศรีธรรมราช 2,599,595.00 2,400.00 93,803.08 638,476.00 3,334,274

พัทลุง 128,371.00 0.00 9,421.00 0.00 137,792

สงขลา 2,676,801.00 0.00 193,475.00 2,175,278 5,045,554

ปัตตานี 409,323.00 0.00 402,764.00 10,859,326.00 11,671,413

นราธิวาส 29,075.00 0.00 76,996.00 689,963.00 796,034

6. ภาคใตต้ อนกลางฝง่ั ทะเลอนั ดามัน

ระนอง 1,823,946.00 21,040.48 76,691.17 2,375,818.00 4,297,496

พังงา 1,803,501.00 112,661.80 185,195.09 803,466.00 2,904,830

ภูเก็ต 480,786.00 0.00 39,553.76 3,751,885.00 4,272,225

7. ภาคใตต้ อนลา่ งฝ่ังทะเลอนั ดามนั

กระบ่ี 1,751,159.00 5,940.00 149,600.00 288,750.00 2,195,449

ตรัง 2,208,301.00 5,550.00 78,881.72 876,000.00 3,168,733

สตูล 1,903,459.00 0.00 121,197.75 2,800,000.00 4,824,657

รวม 44,171,779 3,164,459 2,616,819 38,572,910 88,525,969

ทม่ี า: สถิตปิ ระมง 2557 กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหต:ุ ไมร่ วมขอ้ มลู กรงุ เทพฯ เพอ่ื ลดปัญหาล้าเอยี งของขอ้ มูล และข้อมูลสัตว์น้าทะเลขึ้นท่า ในบางจังหวัดเป็นการรวมข้อมูลของ
ประมงน้าลึกและประมงชายฝง่ั รวมกัน

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 47

ขอ้ มูลสนับสนนุ เศรษฐกิจสีนา้ เงิน

ตารางที่ 14 มลู ค่าเพ่ิมสาขาประมง ระดับจงั หวัด ปี พ.ศ. 2556 (หนว่ ย: ลา้ นบาท)

กลุม่ จังหวัด จ้าแนก น้าลึก เลีย้ ง เลี้ยงกุ้ง เล้ยี งหอย เพาะปลา อ่ืน ๆ รวม
ตาม ทช. และ ปลา+ และกงุ้
ชายฝัง่ เลย้ี งปู 3,931
4,019
1. ภาคตะวันออก 1,622

ตราด 1,411 19 1,622 45 822 12 2,828
1,888
จันทบุรี 1,004 45 2,907 52 - 11 1,405
17,644
ระยอง 867 12 701 4 9 29 689

2. ภาคกลางตอนลา่ ง (ไมร่ วม กทม.) 696
4,038
ชลบรุ ี 1,071 - 47 133 1,472 105
1,604
ฉะเชงิ เทรา 60 387 608 6 404 423 2,440

สมุทรปราการ - 382 880 143 - - 1,525
687
สมุทรสาคร 17,261 7 6 179 - 190 2,999
5,812
สมุทรสงคราม 297 5 72 197 16 111 363

3. ภาคใต้ตอนบนฝง่ั ทะเลอา่ วไทย 2,723
3,263
เพชรบุรี 139 4 350 80 18 109 1,610

ประจวบครี ขี นั ธ์ 1,676 11 2,096 1 25 62 514
3,609
4. ภาคใต้ตอนกลางฝัง่ ทะเลอา่ วไทย 3,081

ชมุ พร 578 28 542 37 86 332

สรุ าษฎรธ์ านี 203 123 1,519 416 4 176

5. ภาคใต้ตอนล่างฝั่งทะเลอา่ วไทย

นครศรีธรรมราช 799 143 399 - 59 125

พัทลงุ - 9 93 - 52 533

สงขลา 1,674 66 698 - 317 244

ปตั ตานี 4,937 403 176 - 41 255

นราธิวาส 284 26 11 - 3 39

6. ภาคใตต้ อนกลางฝัง่ ทะเลอันดามัน

ระนอง 1,810 30 780 4 - 99

พงั งา 2,580 96 289 48 238 13

ภูเก็ต 780 20 272 - 538 -

7. ภาคใต้ตอนลา่ งฝัง่ ทะเลอนั ดามนั

กระบ่ี 364 33 72 4 34 7

ตรัง 1,355 86 1,586 5 - 577

สตลู 1,849 58 1,008 - 107 58

ที่มา: สถิติ GPP ปี พ.ศ. 2556 ของจังหวดั ตา่ ง ๆ โดยการสนับสนุนของกรมบญั ชีกลาง

หมายเหตุ: ไมร่ วมข้อมูลกรุงเทพฯ เพ่อื ลดปัญหาล้าเอยี งของข้อมูล

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 48

ขอ้ มลู สนบั สนนุ เศรษฐกจิ สนี า้ เงิน

ตารางที่ 15 จ้านวนท่าเทยี บเรอื และปรมิ าณสนิ ค้าบรเิ วณเมืองทา่ ชายทะเลระดับจงั หวดั ปี พ.ศ. 2558

กลุ่มจังหวดั จา้ แนกตาม จา้ นวนทา่ เทยี บเรือ (แหง่ ) ประเภทต่าง ๆ ปริมาณสนิ ค้าเมอื งท่า
ทช. ชายทะเล(ลา้ นตัน)
ทา่ เรือ ท่าเรอื ประมง/ ท่าเรอื พาณชิ ย/์ ท่าเรอื ด้านอน่ื ๆ
ท่องเท่ียว สะพานปลา ท่าเรือนา้ ลึก

1. ภาคตะวันออก

ตราด 6 1 0.488

จันทบุรี 1- - - -

ระยอง 91 1 56.579

2. ภาคกลางตอนลา่ ง (ไม่รวม กทม.)

ชลบุรี 2 1 1 - 135.129

ฉะเชิงเทรา 8 - - - 0.393

สมทุ รปราการ - - 1 - 11.128

สมุทรสาคร 3 1 - - 2.816

สมทุ รสงคราม 18 - - - 0.952

3. ภาคใตต้ อนบนฝั่งทะเลอ่าวไทย

เพชรบุรี 1- - - -

ประจวบครี ขี นั ธ์ 6 - - - 0.298

4. ภาคใตต้ อนกลางฝัง่ ทะเลอา่ วไทย

ชุมพร 8 - 2 - 0.257

สุราษฎร์ธานี 4 - 4 - 3.187

5. ภาคใต้ตอนล่างฝัง่ ทะเลอา่ วไทย

นครศรีธรรมราช 1 1 - - 2.400

พัทลงุ 1- - - -

สงขลา 4 - - - 9.600

ปัตตานี -- - - -

นราธิวาส 2 - - - 0.417

6. ภาคใต้ตอนกลางฝงั่ ทะเลอันดามนั

ระนอง 12 1 1 - 0.520

พังงา 3- - - -

ภเู ก็ต 18 1 1 - 0.320

7. ภาคใต้ตอนลา่ งฝง่ั ทะเลอันดามัน

กระบี่ 6 1 - 2 3.077

ตรัง 4 2 2 0 2.231

สตูล 3 3 - - 0.085

ที่มา: กรมเจ้าทา่ . รายงานการส้ารวจเรือโดยสาร/ท่องเทยี่ ว ปงี บประมาณ 2559 จา้ แนกตามเส้นทางเรือเดนิ ทะเล และรายงานสถติ ิการ

ขนส่งสินค้าทางน้าบริเวณเมืองท่าชายทะเล ปี พ.ศ.2558 ปีงบประมาณ 2559 รวมท้ังการสืบคันจาก Google Map ระหว่าง

วนั ที่ 21-23 พฤษภาคม 2560 (ทั้งน้ี ไมร่ วมขอ้ มูลกรงุ เทพฯ เพอ่ื ลดปัญหาลา้ เอียงของขอ้ มูล)

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 49

ข้อมูลสนับสนนุ เศรษฐกจิ สีน้าเงนิ

ตารางที่ 16 ขอ้ มลู ปริมาณเที่ยวเรือและปริมาณสินคา้ ท่าเทียบเรือพาณชิ ย์ ปี พ.ศ. 2559

เรอื คา้ ต่างประเทศ เรอื ค้าชายฝั่ง รวมทั้งหมด

ด่านศลุ กากร รวมขาเข้าและขาออก รวมขาเข้าและขาออก รวมขาเข้าและขาออก

เที่ยวล้า ปรมิ าณ เทีย่ วลา้ ปรมิ าณ เทย่ี วล้า ปริมาณ
สินคา้ (ตนั ) สินค้า (ตนั ) สินคา้ (ตัน)

กรุงเทพฯ 4,692 15,354,480 7,944 4,284,314 12,636 19,638,794

จนั ทบุรี (คลองใหญ)่ 7,892 601,039 0 0 7,892 601,039

ระยอง (มาบตาพดุ ) 7,465 48,757,993 10,627 7,488,968 18,092 56,246,961

ชลบุรี (แหลมฉบัง) 19,122 122,446,802 23,488 17,584,835 42,610 140,031,637

ฉะเชิงเทรา 142 160,629 374 255,463 516 416,092

สมุทรปราการ 0 0 12,789 11,070,657 12,789 11,070,657

สมุทรสาคร 324 64,243 3,346 2,768,914 3,670 2,833,157

สมุทรสงคราม 77 157,552 1,492 815,583 1,569 973,135

ประจวบครี ีขันธ์ 299 2,189,937 443 519,343 742 2,709,280

(เกาะหลัก)

ชมุ พร 0 0 370 229,804 370 229,804

สุราษฎร์ธานี (บ้านดอน) 1,530 4,627,824 4,924 3,681,522 6,454 8,309,345

สุราษฏรธ์ านี (เกาะสมุย) 160 0 18 848 178 848

นครศรีธรรมราช 136 559,465 12 13,300 148 572,765

นครศรธี รรมราช (สชิ ล) 239 1,174,475 752 185,961 991 1,360,436

สงขลา 6,965 10,128,435 2,123 1,911,060 9,088 12,039,495

ปัตตานี 313 7,525 24 0 337 7,525

ปตั ตานี (ตากใบ) 1,625 114,338 0 0 1,625 114,338

ระนอง 35,830 823,022 0 0 35,830 823,022

ภเู ก็ต 1,192 321,329 48 83,885 1,240 405,214

กระบี่ 680 1,935,798 0 0 680 1,935,798

ตรัง (กนั ตงั ) 2,000 2,370,605 0 0 2,000 2,370,605

สตลู 1,848 98,999 0 0 1,848 98,999

รวมทง้ั สน้ิ 92,531 211,894,490 68,774 50,894,456 161,305 262,788,946

ท่ีมา: กลุ่มสถิติวิเคราะห์ ส้านักแผนงาน กรมเจ้าท่า. (2560). รายงานสถิติการขนส่งสินค้าทางน้า

บรเิ วณเมอื งทา่ ชายทะเล ปี พ.ศ. 2559 ปงี บประมาณ 2560

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 50

ข้อมลู สนับสนนุ เศรษฐกจิ สนี า้ เงนิ

ตารางท่ี 17 กิจกรรมด้านท่าเรือทอ่ งเที่ยวและโดยสาร ปี พ.ศ. 2558

กล่มุ จงั หวัด จ้านวน ขนาดเรือ จ้านวนเรอื จา้ นวนเที่ยว จา้ นวนผโู้ ดยสาร
จา้ แนกตาม ทช. ทา่ เรือ (ลา้ ) (เที่ยวตอ่ ปี) (คน/ปี)

1. ภาคตะวนั ออก

ตราด 6 เรือขนาดเล็ก + ใหญ่ 105 20,880 1,802,280

จนั ทบรุ ี 1 เรอื ขนาดเล็ก 8 14,704 197,112

ระยอง 9 เรือขนาดเล็ก + ใหญ่ 184 2,802 136,592

2. ภาคกลางตอนลา่ ง (ไม่รวม กทม.)

ชลบุรี 2 เรอื ขนาดใหญ่ 30 22,012 3,183,776

ฉะเชงิ เทรา 8 30 27,254 443,000

สมุทรปราการ - กรมเจา้ ท่าจัดเปน็ ท่าเรือ - - -

สมทุ รสาคร 3 บริเวณแมน่ า้ 9 74,880 2,279,520

สมุทรสงคราม 18 116 2,970 57,431

3. ภาคใต้ตอนบนฝั่งทะเลอา่ วไทย

เพชรบรุ ี 1 เรอื ขนาดเลก็ 15 320 2,320

ประจวบครี ีขันธ์ 6 เรอื ขนาดเล็ก 83 3,560 98,968

4. ภาคใต้ตอนกลางฝง่ั ทะเลอา่ วไทย

ชุมพร 8 เรอื ขนาดเลก็ + ใหญ่ 9 1,876 209,356

สุราษฎรธ์ านี 4 เรอื ขนาดเลก็ + ใหญ่ 45 14,584 1,574,384

5. ภาคใตต้ อนล่างฝง่ั ทะเลอ่าวไทย

นครศรีธรรมราช 1 เรือขนาดเล็ก 3 110,464 4,273,808

พทั ลงุ 1 เรือขนาดเล็ก 38 6,320 50,560

สงขลา 4 เรือขนาดเลก็ /ใหญ่ + แพ 34 29,420 3,960,568

ขนานยนต์

ปัตตานี - - -- -

นราธิวาส 2 แพขนานยนต์ 4 68,190 983,600

6. ภาคใต้ตอนกลางฝ่ังทะเลอนั ดามนั

ระนอง 12 เรอื ขนาดเลก็ + ใหญ่ 303 39,976 611,480

พังงา 3 เรือขนาดเล็ก 358 38,428 662,692

ภเู กต็ 18 เรือขนาดเล็ก + ใหญ่ 719 244,200 6,972,430

7. ภาคใต้ตอนล่างฝัง่ ทะเลอนั ดามนั

กระบี่ 6 เรือขนาดเลก็ + ใหญ่ 162 83,135 4,671,492

ตรัง 4 เรอื ขนาดเลก็ 44 7,501 121,952

สตลู 3 เรอื ขนาดเลก็ + ใหญ่ 74 6,883 342,220

ท่มี า: กลุ่มสถติ ิวเิ คราะห์ สา้ นกั แผนงาน กรมเจา้ ทา่ . (2560). รายงานการสา้ รวจเรือโดยสาร/ทอ่ งเทย่ี ว ปีงบประมาณ 2560
หมายเหต:ุ จ้านวนเรือ เทยี่ วเรอื และผู้โดยสารของเรือโดยสารท่องเทยี่ ว จา้ แนกตามเสน้ ทางเดินเรอื (ทะเล) ปีงบประมาณ 2559

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 51

ข้อมลู สนับสนนุ เศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

ตารางที่ 18 สถานประกอบการโรงแรมและรายได้จากการท่องเทยี่ วระดบั จังหวัด ปี พ.ศ. 2558

กลุ่มจังหวดั จ้าแนกตาม ทช. จ้านวนหอ้ งพัก อตั ราการเขา้ พกั จา้ นวนผเู้ ข้าพกั รายได้จากผู้
(%) แรม (ชาวไทย+ เย่ยี มเยือน
ชาวตา่ งชาติ) (ล้านบาท)

1. ภาคตะวนั ออก

ตราด 10,366 60.43 1,655,063 14,445

จนั ทบรุ ี 4,256 54.51 1,093,031 5,263

ระยอง 13,636 64.81 3,608,350 28,380

2. ภาคกลางตอนลา่ ง (ไมร่ วม กทม.)

ชลบุรี 42,887 74.81 9,515,306 138,053

ฉะเชงิ เทรา 1,501 54.62 464,374 3,984

สมทุ รปราการ 4,012 58.40 821,887 4,901

สมทุ รสาคร 2,026 56.61 641,208 2,177

สมุทรสงคราม 2,068 59.18 561,759 1,910

3. ภาคใตต้ อนบนฝัง่ ทะเลอา่ วไทย

เพชรบุรี 6,561 68.87 2,569,559 20,456

ประจวบครี ีขันธ์ 8,969 65.70 2,879,696 27,872

4. ภาคใตต้ อนกลางฝัง่ ทะเลอ่าวไทย

ชุมพร 4,824 54.92 1,060,778 5,881

สรุ าษฎรธ์ านี 37,375 66.83 4,657,058 68,053

5. ภาคใตต้ อนลา่ งฝง่ั ทะเลอา่ วไทย

นครศรธี รรมราช 7,268 55.66 2,361,906 13,587

พทั ลุง 1,810 58.25 683,496 2,555

สงขลา 18,616 65.26 4,375,200 48,885

ปัตตานี 857 49.37 220,291 862

นราธิวาส 2,360 53.05 580,123 2,529

6. ภาคใต้ตอนกลางฝั่งทะเลอนั ดามนั

ระนอง 3,241 51.88 723,941 3,727

พังงา 11,933 59.42 962,020 37,215

ภูเกต็ 82,962 73.38 11,928,579 313,006

7. ภาคใตต้ อนล่างฝง่ั ทะเลอนั ดามนั

กระบี่ 19,020 62.81 3,482,186 78,336

ตรัง 3,778 59.75 1,047,762 7,710

สตูล 3,340 55.99 713,371 7,001

ท่ีมา: สถติ สิ รปุ สถานการณ์ทอ่ งเท่ียวภายในประเทศ พ.ศ. 2558 โดยส้านกั งานสถิตแิ ห่งชาตแิ ละมีอตั ราการตอบกลบั แบบสอบถามเฉลย่ี
ของสถานประกอบการพกั แรมทง้ั ประเทศ รอ้ ยละ 44.81
หมายเหตุ: ไมร่ วมข้อมูลกรงุ เทพฯ เพอ่ื ลดปญั หาล้าเอียงของข้อมลู

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 52

ข้อมูลสนบั สนุนเศรษฐกจิ สีน้าเงิน

ตารางท่ี 19 งบประมาณอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังระดับจังหวัด ระหว่าง

ปงี บประมาณ 2554-2559 (หนว่ ย: ล้านบาท)

กลุ่มจงั หวัด จา้ แนกตาม ทช. จ้านวน ด้านปา่ ชาย ดา้ นเพาะเล้ียง ดา้ นกดั เซาะ ด้านระบาย
โครงการ เลนและศนู ย์ และปะการงั ชายฝง่ั น้าและ

ศกึ ษา คุณภาพน้า

1. ภาคตะวันออก 542,000 6,190,600

ตราด 1 294,000

จนั ทบรุ ี 2 6,130,000

ระยอง 2 248,000 60,600

2. ภาคกลางตอนล่าง 71,306,396 3,738,625 153,670,000 1,617,776

กทม. (บางขนุ เทยี น) 3 32,975,000

ชลบรุ ี 1 630,000

พัทยา 15 481,396 3,738,625 1,617,776

ฉะเชงิ เทรา 4 43,110,000

สมทุ รปราการ 3 91,600,000

สมุทรสาคร 5 37,205,000 18,960,000

สมุทรสงคราม 3 15,000 1,000,000

3. ภาคใต้ตอนบนฝง่ั ทะเลอา่ วไทย 82,500,000 10,000,000

เพชรบุรี 1 10,000,000

ประจวบครี ีขนั ธ์ 4 82,500,000

4. ภาคใต้ตอนกลางฝ่ังทะเลอ่าว 4,330,000 36,040,600

ไทย

ชุมพร 5 4,330,000 36,040,600

สุราษฎร์ธานี

5. ภาคใต้ตอนล่างฝ่ังทะเลอ่าว 24,020,900 4,950,000

ไทย

นครศรธี รรมราช 2 24,020,900

สงขลา 3 4,950,000

6. ภาคใต้ตอนกลางฝ่งั ทะเลอันดา 1,600,000 5,280,000

มัน

ระนอง 2 1,600,000 5,280,000

7. ภาคใต้ตอนล่างฝ่ังทะเลอันดา 3,500,000 45,350,800

มัน

ตรัง 5 3,500,000 45,350,800

รวมทง้ั สน้ิ 81,278,396 9,929,225 346,862,300 17,567,776

ท่มี ี : ส้านักงบประมาณแผน่ ดนิ , 2560

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 53

ขอ้ มลู สนับสนนุ เศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

2.5 นโยบายและแผนภาพรวมระดับประเทศ

เศรษฐกิจสีน้าเงินมีความสอดคล้องกับนโยบายและแผนท่ีเกี่ยวข้องหลายฉบับ ดัง

รายละเอยี ดต่อไปนี้

2.5.1 ร่างยุทธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)

ร่างยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศ

อย่างยั่งยนื ในระยะยาวตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังค่ัง

ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อให้

ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจ บนฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่และ

นวัตกรรม มีรายได้สูงอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว คนไทยเป็นคนคุณภาพ มีความสุข สังคมมีความ

มั่นคง เสมอภาค และเปน็ ธรรม ยุทธศาสตรช์ าติ ประกอบดว้ ย 6 ยทุ ธศาสตร์ ได้แก่

(1) ยทุ ธศาสตร์ดา้ นความมั่นคง

(2) ยุทธศาสตรด์ า้ นการสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั

(3) ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์

(4) ยทุ ธศาสตรก์ ารสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม

(5) ยทุ ธศาสตร์ด้านการสรา้ งการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตทเี่ ป็นมติ รกบั สง่ิ แวดล้อม และ

(6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริห ารจัดการภาครัฐ

(คณะกรรมการจัดท้ายุทธศาสตร์ชาติ, 2559) โดยมปี ระเด็นสา้ คญั เกยี่ วข้องกับเศรษฐกิจสีน้าเงนิ ดงั

ตารางที่ 20

ตารางท่ี 20 รา่ งยุทธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) กับเศรษฐกิจสนี ้าเงนิ

ยทุ ธศาสตร์ ประเด็นทเี่ กี่ยวขอ้ ง

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 : ก า ร รั ก ษ า ค ว า ม ม่ั น ค ง แ ล ะ ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ท า ง

ยทุ ธศาสตรด์ า้ นความม่ันคง ทรัพยากรธรรมชาติและทางทะเล ท้ังการรักษา

ความมั่นคงของฐานทรัพยากรทางธรรมชาติและ

ส่ิงแวดล้อม ความมั่นคงทางพลังงาน น้า อาหาร

และความมน่ั คงชายแดนและชายฝ่ังทะเล รวมถึง

การพัฒนาระบบตรวจคนเข้าเมือง ระบบเฝ้า

ตรวจติดตามเพ่ือป้องกันปัญหาข้ามพรมแดน

และเร่งรัดให้เกิดการส้ารวจและจัดท้าหลักเขต

แดนทั้งทางบกและทางทะเลเพ่ือแก้ไขปัญหาการ

อา้ งสทิ ธทิ บั ซ้อน

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 : มุ่งเน้นการผลิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มี

ยุทธศาสตร์ดา้ นการสร้างความสามารถในการ คุณภาพ มาตรฐานและปลอดภัย มุ่งเน้นการ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 54

ข้อมูลสนบั สนุนเศรษฐกจิ สีน้าเงนิ

ยทุ ธศาสตร์ ประเด็นทเ่ี กีย่ วขอ้ ง

แขง่ ขัน พัฒนาการท่องเท่ียวที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน ไม่

ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม เ สื่ อ ม โ ท ร ม ข อ ง

ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ไม่ท้าลายวิถี

ชวี ติ และเอกลักษณ์ของชุมชน รวมท้ังพัฒนาเมือง

ทอ่ งเท่ยี วทมี่ ีเอกลักษณเ์ ฉพาะและกระจายรายได้

สู่ท้องถ่ิน ยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจขนาด

กลางและขนาดย่อม (SMEs) สู่ระดับสากล การ

พัฒนาระบบการขนส่งโดยให้ความส้าคัญกับ

รูปแบบการขนส่งท่ีต้นทุนต่้า เช่น การขนส่งทาง

น้า และระบบราง การพัฒนาพ้ืนท่ีเขตเศรษฐกิจ

พิเศษชายแดน พื้นท่ีระเบียงเขตเศรษฐกิจภาค

ตะวันออกและพัฒนาระบบเมืองศูนย์กลางเพ่ือ

ก ร ะ จ า ย ค ว า ม ค ว า ม เ จ ริ ญ แ ล ะ ค ว า ม มั่ ง คั่ ง สู่

ภมู ภิ าคและเป็นมิตรต่อสง่ิ แวดล้อม

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 : ก า ร เ ส ริ ม ส ร้ า ง ศั ก ย ภ า พ ข อ ง บุ ค ล า ก ร

ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพ ผู้ประกอบการ แรงงานในพื้นที่ให้มีทักษะในการ

ทรัพยากรมนษุ ย์ ประกอบกิจการ มีความตระหนัก และมีความ

รับผดิ ชอบตอ่ สังคม

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 : การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ทุก

ยุทธศาสตร์ดา้ นการสรา้ งโอกาสความเสมอภาค คนสามารถเข้าถึงทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และ

และเทา่ เทียมกัน ทางสงั คม แบง่ ปันผลประโยชน์ใหก้ ับผ้มู สี ่วนได้สว่ นเสีย เพื่อ

ลดความเหล่ือมล้าไปสู่สังคมที่เสมอภาคและเป็น

ธรรม

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 : การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ปล่อยคาร์บอน

ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการสรา้ งการเติบโตบนคณุ ภาพ ต่้าและเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม การพัฒนาเมือง

ชวี ติ ทเ่ี ป็นมิตรกับส่งิ แวดล้อม อุตสาหกรรมเชิงนิเวศและเมืองที่เป็นมิตรกับ

ส่ิงแวดล้อมโดยการจัดการขยะ สารพิษ และของ

เสียอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการ

พฒั นาและใชพ้ ลงั งานท่เี ปน็ มิตรกับส่ิงแวดล้อมใน

ทุกภาคเศรษฐกจิ

ยุทธศาสตรท์ ่ี 6 : การบริหารจัดการภาครัฐแบบบูรณาการจาก

ยุทธศาสตร์ด้านการปรบั สมดุล และพัฒนาระบบ ระดับบนลงสู่ระดับล่าง (top-down) จากระดับ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 55

ขอ้ มลู สนับสนุนเศรษฐกิจสนี า้ เงิน

ยุทธศาสตร์ ประเด็นท่เี ก่ียวขอ้ ง
การบริหารจดั การภาครัฐ ล่างลงสู่ระดับบน (Bottom-Up) ในลักษณะเปิด
กว้าง เช่ือมโยงถึงกันและตอบสนองความ
ต้องการของท้องถิ่นได้สะดวก รวดเร็ว มีความ
โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งการ
ก ร ะ จ า ย บ ท บ า ท ภ า ร กิ จ ไ ป สู่ ท้ อ ง ถ่ิ น อ ย่ า ง
เหมาะสม

มุ่งเน้นการผลิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม มีคุณภาพ มาตรฐานและปลอดภัย มุ่งเน้นการ
พฒั นาการท่องเทีย่ วที่มีคณุ ภาพอยา่ งย่ังยืน ไม่ก่อให้เกิดความเส่ือมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ไม่ท้าลายวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชุมชน รวมทั้งพัฒนาเมืองท่องเท่ียวท่ีมีเอกลักษณ์
เฉพาะและกระจายรายไดส้ ่ทู อ้ งถ่ิน ยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
สู่ระดับสากล การพฒั นาระบบการขนส่งโดยให้ความส้าคัญกับรูปแบบการขนส่งท่ีต้นทุนต้่า เช่น การ
ขนส่งทางน้า และระบบราง การพัฒนาพ้ืนที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน พื้นท่ีระเบียงเขตเศรษฐกิจ
ภาคตะวนั ออกและพัฒนาระบบเมอื งศนู ยก์ ลางเพ่ือกระจายความความเจริญและความม่ังค่ังสู่ภูมิภาค
และเป็นมติ รตอ่ สง่ิ แวดล้อม

2.5.2 หนว่ ยงานราชการทเ่ี ก่ียวข้องด้านเศรษฐกจิ สีน้าเงิน
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและ
ชายฝั่ง มี 4 หน่วยราชการที่ส้าคัญ ได้แก่ กรมประมง องค์การสะพานปลา กรมเจ้าท่า และ กรม
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่ ซึ่งมบี ทบาทในการควบคุมกิจกรรมให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐ และ
การจัดเก็บขอ้ มลู เพือ่ ประเมนิ ผลดา้ นการดา้ เนนิ งาน โดยหนว่ ยราชการเหลา่ นี้มพี ันธกิจที่ส้าคัญสรุปได้
ดงั นี้
(1) กรมประมง
กรมประมงเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ก้าหนดวิสัยทัศน์ของ
องคก์ รเพื่อ "เป็นองค์กรท่ีมุ่งพัฒนา และบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อการประมงท่ีย่ังยืน" พันธกิจของ
กรมประมง ได้แก่ (1) ส่งเสรมิ และผลกั ดนั ให้มีการเพ่ิมผลผลิตสัตว์น้าอย่างมีประสิทธิภาพในการผลิต
ทกุ ระดับ (2) ส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพการผลิตสัตว์น้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้า ตลอดห่วงโซ่การผลิต
ให้ได้รับมาตรฐานของไทยและสากล (3) ก้ากับและควบคุมการจัดการทรัพยากรสัตว์น้า เพื่อให้มี
ผลผลิตใช้อย่างยั่งยืนและคงความหลากหลาย ท้ังสร้างการมีส่วนร่วมของชาวประมง และภาค
ประชาชน ในภาคการจัดการทรพั ยากรในชุมชน (4) ส่งเสริมและผลักดันให้ศึกษาวิจัยทางวิชาการทุก
สาขาการประมง รวมท้ังการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ท่ีต่อยอดจากงานวิจัย เพ่ือให้เกิด
นวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่า และ (5) ส่งเสริมและพัฒนาให้บุคลากรมีความรู้ ความ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 56

ขอ้ มูลสนบั สนุนเศรษฐกจิ สีนา้ เงิน

เช่ียวชาญในภารกิจที่รับผิดชอบ รวมท้ังปรับปรุงโครงสร้างให้เหมาะสมกับการเปล่ียนแปลงของ
ภารกจิ

หน้าที่ความรับผิดชอบส้าคัญคือ (ก) ด้าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการ พระราชบัญญัติ
ประมง พ.ศ. 2490 กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 กฎหมายว่าด้วย การ
ส่งเสริมและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปี พ.ศ.2535 กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย พ.ศ.
2535 และกฎหมายอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง (ข) ศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทดลอง และด้านวิชาการประมงทุก
สาขา (ค) ส้ารวจ วิเคราะห์ วิจัย แหล่งท้าการประมงในน่านน้าต่างประเทศ และด้าเนินการเกี่ยวกับ
การท้าการประมงรว่ มกบั ประเทศอน่ื ๆ และ (ง) ส่งเสริมและพัฒนาอาชพี เกีย่ วกบั การประมง

กรมประมงได้ก้าหนดยุทธศาสตร์ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ไว้ 4 ยุทธศาสตร์ คือ การเพ่ิม
ผลผลติ สตั วน์ า้ การพัฒนาคณุ ภาพการผลิตสตั ว์น้าและผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้า
ให้ยั่งยืนและคงความหลากหลาย การวิจัยและพัฒนาวิชาการและเทคโนโลยีการประมง และการ
พัฒนาบุคลากรและองค์กร โดยมีกลยุทธ์และเป้าประสงค์ท่ีเก่ียวข้องและเช่ือมโยงกับการพัฒนา
เศรษฐกิจสีน้าเงิน ดังตารางที่ 21 ซ่ึงไม่ได้น้าเสนอรายละเอียดของยุทธศาสตร์ด้านบริหารจัดการ
องค์การสู่ความเปน็ เลิศเพราะไม่เก่ียวข้องโดยตรงกับเศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

ตารางท่ี 21 ยทุ ธศาสตร์ของกรมประมง พ.ศ. 2560 - 2564

กลยทุ ธ์ เปา้ ประสงค์

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 พฒั นาประสทิ ธิภาพการผลติ และสร้างความเขม้ แขง็ ให้เกษตรกร

เปา้ ประสงค์ เพ่ิมประสิทธภิ าพการผลิตและสรา้ งความม่นั คง มง่ั คั่ง ให้กบั เกษตรกรอยา่ งยั่งยนื

1. ส่ ง เ ส ริ ม ระ บ บ ก า ร ผ ลิ ตที่ เ ป็ น มิ ต ร กั บ เพื่อให้ได้ระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สงิ่ แวดลอ้ ม และน้าไปสูค่ วามยั่งยืน

2. ส่งเสริมการบริหารจัดการการผลิตอย่างเป็น เพ่อื ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลิตภาพ และมีตลาด

ระบบครบวงจร และสอดคล้องกับความต้องการ รองรบั ผลผลติ ทแ่ี นน่ อน

ของตลาด

3. สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร และกลุ่ม เพ่ือให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มในการบริหาร

เกษตรกรเพอื่ พฒั นาส่เู ครือข่าย จั ด ก า ร ร ะ บ บ ก า ร ผ ลิ ต แ ล ะ ก า ร ต ล า ด ใ ห้ มี

ประสิทธภิ าพ

4. พฒั นาและถ่ายทอดความรู้ รูปแบบและระบบ เพื่อให้มีรูปแบบและระบบการผลิตท่ีลดความ

การผลิตท่ีเหมาะสมกับสภาพพื้นท่ีและการ เสี่ยงและพรอ้ มรองรบั การเปล่ียนแปลงของสภาพ

เปล่ยี นแปลงของสภาพภูมอิ ากาศ ภมู ิอากาศ

5. วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการ เพ่ือให้ได้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้

ผลิต เพอ่ื เพิ่มประสทิ ธภิ าพและลดต้นทนุ การผลติ พัฒนาระบบการผลิตเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพและ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 57

ข้อมลู สนบั สนุนเศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ

กลยทุ ธ์ เปา้ ประสงค์

ลดตน้ ทนุ การผลิต

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบสินค้าประมงให้มีมาตรฐานเพื่อเพิ่ม มูลค่าและ

ความสามารถในการแข่งขันเป้าประสงค์ พัฒนาคุณภาพสินค้าประมงให้มีมาตรฐานเพื่อสร้าง

ความสามารถในการแข่งขัน

1. พัฒนาระบบการตรวจสอบรับรองสินค้า เพื่อพัฒนาระบบการตรวจสอบรับรองสินค้า

ประมง ประมงใหม้ มี าตรฐานเปน็ ทีย่ อมรบั มากขึ้น

2. ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าประมงให้ได้ เพ่อื ใหส้ ินค้าประมงมีคุณภาพและความปลอดภัย

คณุ ภาพมาตรฐานและความปลอดภัย ตามมาตรฐานท่กี ้าหนด

3. ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าประมงเข้าสู่ เพื่อเพ่ิมคุณภาพและมูลค่าของสินค้าประมงให้

มาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์ เป็นสินค้าอินทรยี ์

4. สร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ ในการเป็น เพ่ือน้างานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไป

แหล่งวัตถดุ บิ และโอกาสด้านการตลาด พัฒนาสินค้าประมงเพื่อให้มีความหลากหลาย

และ สร้างมูลค่าเพิ่ม

5. วจิ ยั พฒั นา เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต เพื่อน้างานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไป

และรูปแบบผลิตภัณฑ์ประมง เพื่อให้มีความ พัฒนาสินค้าประมงเพ่ือให้มีความหลากหลาย

หลากหลายและสร้างมูลคา่ เพม่ิ และสร้างมูลค่าเพ่มิ

ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การบริหารจัดการด้านการประมงและทรัพยากรสัตว์น้าให้มีความย่ังยืนและคง

ความ หลากหลายเป้าประสงค์ บริหารจัดการทรัพยากรประมง ให้มีความอุดมสมบูรณ์และคง

ความสมดลุ ของโครงสรา้ ง

1. ฟ้ืนฟูทรัพยากรสัตว์น้าและแหล่งที่อยู่อาศัย เพื่อให้มีทรัพยากรใช้อย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนา

เพือ่ สรา้ งสมดลุ และความหลากหลาย ระบบการตรวจสอบรับรองสินค้าประมงให้มี

มาตรฐานเปน็ ท่ยี อมรับมากข้ึน

2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วม เพื่อการบริหารจัดการ เพ่ือสนับสนุนให้ชาวประมงมีส่วนร่วมในการ

ทรพั ยากรสตั วน์ า้ บริหารจดั การทรัพยากร

3. ควบคุมและป้องกันการท้าประมงให้เป็นไป เพ่ือควบคุมการท้าประมงให้เป็นไปตามกฎหมาย

ตามกฎหมายและแผนระดับชาติ และกฎระเบยี บตา่ ง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

4. วจิ ัย พฒั นา เทคโนโลยีและนวตั กรรม เพอื่ เพ่ิม เพ่อื น้างานวจิ ยั เทคโนโลยีและนวตั กรรม ไปใช้ใน

ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์ การบรหิ ารจัดการทรพั ยากร

น้า

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 58

ขอ้ มลู สนบั สนนุ เศรษฐกิจสนี ้าเงิน

(2) องคก์ ารสะพานปลา
องค์การสะพานปลา (อสป.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 และจัดอยู่ในกลุ่มเกษตรกรรมและ
พาณิชย-กรรม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังน้ี (ก) จัดด้าเนินการและน้ามาซ่ึงความเจริญของสะพานปลา
ตลาดสินค้าสัตว์น้า และอุตสาหกรรมการประมง (ข) จัดด้าเนินการ หรือควบคุม และอ้านวยบริการ
ซ่ึงกิจการแพปลา การขนส่ง และกิจการอื่น ๆ อันเกี่ยวกับกิจการแพปลา (ค) จัดส่งเสริมฐานะ
สวัสดิการ หรืออาชีพของชาวประมง และบูรณะหมู่บ้านการประมง และ (ง) จัดส่งเสริมสหกรณ์หรือ
สมาคมการประมง
องค์การสะพานปลาก้าหนดวิสัยทัศน์ไว้คือ “เป็นองค์กรหลักด้านตลาดสัตว์น้า และส่งเสริม
ธรุ กิจประมง” และมีพันธกจิ ส้าคัญ 4 ดา้ น ได้แก่
(1) ให้บริการตลาดสินค้าสัตว์น้าท่ีมีคุณภาพมาตรฐานถูกสุขอนามัยและเป็นธรรม โดยมีการ
ปรับปรุงระบบโครงสร้างพ้ืนฐานและสิ่งอ้านวยความสะดวกของสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมง
รวมถงึ ระบบตลาดทเ่ี ป็นธรรม เพอื่ ประโยชน์ของชาวประมง ผู้ประกอบการ และผบู้ ริโภค
(2) ส่งเสริมฐานะสวัสดิการของชาวประมง สนับสนุนและพัฒนาอาชีพการประมงเป็นการ
ช่วยเหลือโดยใช้เงินทุนส่งเสริมการประมง เพื่อส่งเสริมฐานะ สวัสดิการ การประกอบอาชีพ และ
บูรณะหมู่บ้านประมง รวมถึงสนับสนุนเงินทุนในการด้าเนินงานให้กับสถาบันการประมงต่าง ๆ การ
สนับสนุนงานวิจัยด้านประมง และการให้ทนุ การศึกษาแกบ่ ุตรชาวประมง
(3) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารฐานะการเงินท่ีม่ันคงขององค์กร โดยการเพ่ิมประสิทธิภาพ
ในการหารายได้จากการด้าเนินงานตามภารกิจ และการบริหารจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิด
ประโยชน์
(4) พัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยการ
เพิ่มขดี ความสามารถบริหารจดั การ
ในปี 2555 ส้านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจจึงได้ท้าการปรับปรุงแนวนโยบายผู้
ถอื หนุ้ ภาครฐั (Statement of Directions: SOD) โดยมแี ผนระยะส้ันและแผนระยะยาวดังน้ี
แผนระยะสั้น ประกอบด้วย (ก) ศึกษาบทบาทและทิศทางการด้าเนินงานให้สอดคล้องกับ
นโยบายรัฐบาล และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน (ข) น้าแผนฟื้นฟูองค์กรมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็น
รูปธรรม (ค) ใหส้ ถาบนั การเงินมาบรหิ ารงานด้านสินเช่ือขององค์กร (ง) จัดท้าแผนการบริหาร พัฒนา
ปรับปรงุ ทรัพยากร ท่ีมีอยู่ในทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน ซึ่งรวมถึง การให้บริการสะพาน
ปลาท่ีถูกสุขลักษณะ และการให้ความรู้ แก่ชาวประมง (จ) ศึกษาโอกาสและผลกระทบที่เกิดจากการ
เปิดการค้าเสรแี ละ AEC ที่มตี ่อองค์กร และ (ฉ) เรง่ ก้าหนดรูปแบบ แนวทาง และวิธีด้าเนินการพัฒนา
สะพานปลากรงุ เทพใหช้ ัดเจน
แผนระยะยาว ประกอบด้วย (ก) พัฒนาระบบฐานข้อมูลของเครือข่ายชาวประมง และ
ผู้ประกอบการทางด้านธุรกิจอาหารท้ังใน/ต่างประเทศ เพ่ือเป็นตัวกลางในการซ้ือ-ขายสินค้าประมง

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 59

ขอ้ มลู สนบั สนุนเศรษฐกิจสนี ้าเงนิ

และ (ข) พัฒนาการบริหารความเสี่ยงให้สามารถรองรับสภาวการณ์ต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ
กฎระเบียบท่เี ข้มข้นของประเทศท่ีเขา้ ไปทา้ ประมงไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

กลยุทธ์การด้าเนินงาน ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่ การพัฒนาการตลาดสินค้าสัตว์น้าให้
ได้มาตรฐานและเป็นธรรม การเพ่ิมประสิทธิภาพในการหารายได้ การเสริมสร้างสังคมประมงไทยให้
เข้มแขง็ และการเพ่มิ ขีดความสามารถบรหิ ารจัดการ

(3) กรมเจา้ ท่า
กรมเจ้าทา่ สังกดั กระทรวงคมนาคม มีภารกิจเก่ียวกับการส่งเสริมการพัฒนาระบบการขนส่ง
ทางน้าและการพาณิชยนาวี ให้มีการเชื่อมต่อระบบการขนส่งอื่น ๆ ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า
ท่าเรือ อู่เรือ กองเรือไทย และกิจการเกี่ยวเนื่อง เพ่ือให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็ว ท่ัวถึง
และปลอดภัย ตลอดจนการสนับสนุนภาคการส่งออกให้มีความเข้มแข็ง รวมถึงการช่วยรักษาสภาพ
ทางชลศาสตรท์ ่ชี ่วยบรรเทาปัญหาอทุ กภยั และภัยแลง้ ได้อีกทางหน่งึ
กรมเจ้าท่าก้าหนดวิสัยทัศน์ คือ "มุ่งสู่การขนส่งทางน้าและที่ยั่งยืน" โดยความย่ังยืน
ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ปลอดภัย ศักยภาพการแข่งขัน บริการ ประสิทธิภาพ รักษา
สิ่งแวดล้อม คุณภาพชวี ิต ฯลฯ
พนั ธกิจของกรมเจ้าท่า คือ ก้ากับดูแลการส่งเสริมการพัฒนาระบบการขนส่งทางน้าและการ
พาณิชยนาวีใหม้ กี ารเชือ่ มตอ่ กบั ระบบการขนส่งอ่ืน ๆ ท้ังการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า ท่าเรือ อู่เรือ
กองเรือไทย และกิจการเกี่ยวเน่ือง เพ่ือให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ท่ัวถึง และปลอดภัย
ตลอดจนการสนับสนนุ ภาคการสง่ ออกใหม้ คี วามเขม้ แขง็ โดยมีอ้านาจหน้าท่ี ดังน้ี (ก) ด้าเนินการตาม
กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้าไทย กฎหมายว่าด้วยเรือไทย กฎหมายว่าด้วยการป้องกันเรือ
โดนกันกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี กฎหมายว่าด้วยการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
และกฎหมายอ่ืนท่ีเกย่ี วข้อง (ข) ศกึ ษาและวิเคราะห์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้า (ค)
ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายระบบการขนส่งทางน้าและการพาณิชย์นาวี (ง) ด้าเนินการจัดระเบียบ
การขนส่งทางน้าและกิจการพาณิชยนาวี (จ) ร่วมมือและประสานงานกับองค์การและหน่วยงานที่
เก่ียวข้องท้ังในประเทศและต่างประเทศในด้านการขนส่งทางน้า การพาณิชยนาวี และในส่วนท่ี
เก่ียวกับอนุสัญญาและความตกลงระหว่างประเทศ และ (ฉ) ปฏิบัติการอื่นใดตามท่ีกฎหมาย
ก้าหนดให้เป็นอ้านาจหน้าท่ีของกรมหรือตามที่รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย กรมเจ้าท่า มี
แนวนโยบายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การพัฒนาเศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ ดงั น้ี
(ก) พัฒนาและบา้ รงุ รกั ษาโครงสรา้ งพน้ื ฐานเพอื่ สนบั สนุนระบบโลจิสติกส์ให้เพียงพอต่อเน่ือง
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ตลอดจนเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งระบบอ่นื โดยการพัฒนาท่าเรือและขุดลอก
ร่องน้า การพัฒนาพื้นท่ีหลังท่าเพ่ือรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และสินค้าชายฝ่ังทะเล
เช่น การพัฒนาท่าเรือน้าลึกปากบารา จ.สตูล, ท่าเรือน้าลึกบริเวณชายฝ่ังทะเลอ่าวไทยตอนล่าง
(ท่าเรือสงขลา แห่งที่ 2), ท่าเรือชุมพร และเขื่อนยกระดับน้าเพื่อการเดินเรือในแม่น้าเจ้าพระยาและ
น่าน เป็นต้นรวมถึงการพัฒนาโครงการต่อเนื่องให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่ก้าหนด เช่น ท่าเรือเชียง

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 60

ข้อมูลสนับสนุนเศรษฐกิจสีน้าเงนิ

แสนแห่งท่ี 2, ท่าเรือเพื่อการประหยัดพลังงานที่ จ.อยุธยา และท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่
จ.ตราด

(ข) พัฒนา ปรับปรุง และบ้ารุงรักษาโครงสร้างพ้ืนฐานให้มีความปลอดภัย เพียงพอต่อเน่ือง
และ มีประสิทธิภาพตลอดจนเชื่อมโยงกับการขนส่งระบบอื่น โดยการพัฒนาท่าเรือเพ่ือรองรับสินค้า
และผู้โดยสารทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภูมิภาค การขุดลอกร่องน้า การสร้าง
เขื่อนกันทรายและคล่ืน เข่ือนป้องกันการกัดเซาะ และเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ตลอดจนการจัดหาส่ิง
อ้านวยความปลอดภัยในการใช้ร่องน้า ให้สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้โดยสะดวก และปลอดภัย
รวมทง้ั เปน็ การช่วยรกั ษาสภาพทางชลศาสตร์ และช่วยให้การระบายน้าเป็นไปด้วยดี อันเป็นการช่วย
บรรเทาปญั หาอุทกภยั และภัยแล้งไดอ้ ีกทางหน่ึง นอกจากนี้รวมถึงการจัดท้าแผนท่ีภูมิสารสนเทศเพ่ือ
ช่วยในการดูแลร่องน้า และยังสามารถช่วยก้ากับดูแลการก่อสร้างส่ิงล่วงล้าล้าน้า ให้เป็นระเบียบ
เรียบรอ้ ยและเป็นการรักษาสภาพของร่องน้าด้วย

(ค) เพ่มิ ขดี ความสามารถในการก้ากับ ดูแลความปลอดภัยในการขนส่งทางน้า โดยจะเน้นใน
ด้านการก้ากับดูแล การตรวจตราการเดินเรือ รวมทั้งการจัดหาเคร่ืองมืออุปกรณ์และระบบความ
ปลอดภัยต่าง ๆ ให้ทันสมัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนให้มีการตรวจตรา ก้ากับดูแล
การสัญจรทางนา้ เช่น การตรวจสภาพเรอื และการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้เกิด
ความสะดวก ความปลอดภัยและรักษาส่ิงแวดล้อม ทางน้า รวมทั้งเร่งรัด ผลิต พัฒนาบุคลากร และ
ก้าหนดมาตรการสนบั สนนุ ดา้ นการพาณชิ ยน์ าวีเพอ่ื สนบั สนนุ กิจการขนส่งทางนา้ และพาณิชยน์ าวี

(ง) เน้นให้มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศที่มีอยู่ให้มีการใ ช้งานให้มี
ประสทิ ธิภาพ (เน้นให้สว่ นกลางและส่วนภูมิภาคมีการใช้งานระบบสารสนเทศอย่างจริงจัง) เพื่อน้ามา
ช่วยในการพัฒนาระบบงานการขนส่งทางน้าให้ได้มาตรฐาน ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซ้าซ้อน และเพิ่ม
ความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการก้าวไปสู่การให้บริการแบบ One-stop-service และ
รองรับพัฒนาระบบ Transport Single Window e-Logistics เพ่ือให้บริการผู้ประกอบการเกี่ยวกับ
การย่ืนขออนุมัติอนุญาต ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมเจ้าท่า เช่น การแจ้งเรือเข้า-ออก การขอใช้
บริการน้าร่องเรือ การขอใช้เรืออื่นท่ีไม่ใช่เรือไทย เป็นต้น โดยการให้บริการดังกล่าวเป็นในลักษณะ
การให้บริการในหน้าต่างเดียวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลท่ีต้องการพัฒนาระบบ National
Single Window ซ่งึ มกี รมศุลกากรเปน็ เจา้ ภาพหลัก โดยกรมเจ้าทา่ ไดล้ งนามในข้อตกลงเพ่ือเช่ือมโยง
แลกเปล่ียนข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับการน้าเข้า ส่งออก กับกรมศุลกากรแล้ว เพื่อให้สามารถบริการ
ประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเรว็ มีประสทิ ธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

(จ) เน้นการสร้างเครือข่ายในการพัฒนางาน/โครงการต่าง ๆ ของกรมเจ้าท่าท้ังงานบริการ
และงานพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานส่ิงอ้านวยความสะดวกต่าง ๆ เพ่ือให้มีการปรับการให้บริการให้
เหมาะสม ตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใต้วิสัยทัศน์และ
พันธกจิ ของกรมเจ้าท่า โดยก้าหนดใหม้ ชี ่องทางการส่อื สาร การรับฟังและเรียนรู้ความต้องการ รวมถึง
ความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพ่ือน้ามาใช้ในการปรับปรุงและเสนอรูปแบบ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 61

ข้อมลู สนับสนุนเศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

การบริการต่าง ๆ ของกรมเจา้ ท่า โดยการบรู ณาการข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ รวมท้ังรณรงค์ให้บุคลากร
กรมเจ้าท่าตระหนกั ถึงการพฒั นาคณุ ภาพให้บริการอย่างทวั่ ถงึ เปน็ ธรรม และเท่าเทียมอันจะท้าให้เกิด
ความพึงพอใจของผู้รบั บริการและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย

ประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมเจ้าท่า ประกอบด้วย (1) พัฒนาศักยภาพในการขนส่งทางน้าให้
สามารถแข่งขันได้ (2) พัฒนาและบ้ารุงรักษาโครงสร้างพ้ืนฐาน รวมท้ังทางน้าตามธรรมชาติ เพ่ือ
สนับสนนุ ระบบการขนส่งทางน้าใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ (ทา่ เรอื , เขอื่ น, ขดุ ลอก) (3) พัฒนามาตรการความ
ปลอดภัยด้านการขนส่งทางน้าและการพาณิชย์นาวีให้ได้มาตรฐาน (4) พัฒนาการผลิตบุคลากรด้าน
การพาณิชย์นาวีให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน (5) พัฒนาและบ้ารุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานการ
ขนส่งทางน้าและร่องน้าตามธรรมชาติ เพ่ือแก้ไขปัญหาอุทกภัย และ (6) สร้างศักยภาพการบริหาร
จดั การดา้ นการขนสง่ ทางน้าและการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดีให้มปี ระสิทธิภาพ

(4) กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง (ทช.) จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นเม่ือปี พ.ศ. 2545 โดยรวมงานท่ี
เกี่ยวข้องในด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จากกรมประมง กรมป่าไม้ และกรมพัฒนาท่ีดินใน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาอยู่ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (ทส.) โดย มี
วสิ ยั ทศั น์ คอื “เป็นองค์กรหลกั ในการบริหารจดั การทรัพยากรทางทะเลชายฝ่ังให้มีความอุดมสมบูรณ์
และย่ังยืน” และมีภารกิจในการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
โดยเฉพาะพ้ืนท่ดี นิ ชายทะเล ป่าชายเลน แนวปะการงั หญา้ ทะเล และสัตวท์ ะเล ท้ังน้ีเพื่อให้เกิดความ
สมดลุ และเสริมสร้างความมน่ั คงทางสงั คมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างย่ังยนื
ภารกิจหลักของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง คือ (1) เสนอความเห็นเพ่ือจัดท้า
นโยบายและแผนเพือ่ ประโยชนใ์ นการบริหารจดั การอนุรักษ์และฟ้ืนฟูทรัพยากรทางทะเล และชายฝ่ัง
(2) เสนอใหม้ กี ารปรับปรุง แก้ไขเพ่มิ เตมิ กฎ ระเบียบ มาตรการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู การจัดการ
และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพ่ือให้มีการใช้อย่างยั่งยืน (3) ก้ากับ ดูแล
ประเมินผล และติดตามตรวจสอบ ให้เป็นไปตามกฎระเบียบ มาตรการ (4) เสนอแนะแหล่งอันควร
อนุรักษ์ เพื่อประโยชน์ในการสงวน รักษา คุ้มครอง ควบคุม ดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง (5)
ศกึ ษา วจิ ยั พฒั นา อนรุ ักษ์และฟืน้ ฟทู รพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพืชและสัตว์ทะเลท่ีหายาก
และใกล้สูญพันธ์ุ (6) สร้างความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และ
ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (7) เป็นศูนย์ข้อมูลเก่ียวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง และ
(8) ประสานความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศและต่างประเทศในด้านทรัพยากรทางทะเลและ
ชายฝง่ั
การด้าเนินงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งภายใต้ยุทธศาสตร์ของกระทรวง
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ประกอบด้วย

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 62

ขอ้ มลู สนับสนนุ เศรษฐกิจสนี ้าเงนิ

(1) ยุทธศาสตร์เร่งรัดวางรากฐานการพัฒนาที่ย่ังยืนของประเทศ โดยการส่งเสริมพัฒนา
องค์กร เคร่ืองมือ กลไก องค์ความรู้ รวมท้ังจิตส้านึก และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัด การ
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่

(2) ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากร-ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย (ก) พัฒนาองค์กร
บุคลากร องค์ความรู้และเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพ่ือรองรับ
การเปล่ียนแปลงสภาวะภูมิอากาศตลอดจนให้ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านกา รเปล่ียนแปลง
สภาวะภูมิอากาศ (ข) เสริมสร้างศักยภาพในการฟ้ืนฟู อนุรักษ์ ป้องกันปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่า
ชายเลนพ้ืนที่ชายฝั่งทะเล รวมทั้งการลักลอบใช้ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางทะเลอย่างผิด
กฎหมาย (ค) ส้ารวจรังวดั จัดท้าฐานข้อมูลและแผนที่การใช้ประโยชน์พื้นท่ีป่าชายเลน เพื่อการแก้ไข
ปัญหาทด่ี นิ ทา้ กิน

(3) ยุทธศาสตร์การพัฒนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม โดยสนับสนุน
งานการพัฒนาองค์ความรู้และงานวิจัยสามารถน้าไปใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและ
ชายฝงั่ ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

(5) องคก์ ารบริหารการพฒั นาพื้นทพ่ี ิเศษเพือ่ การท่องเท่ียวอยา่ งย่ังยืน (องค์การมหาชน)
เน่ืองจากรัฐบาลมีนโยบายท่ีจะพัฒนาการท่องเท่ียวเพื่อเพิ่มรายได้และกระจายรายได้ไปสู่
ชุมชนท้องถ่ิน โดยให้มีการบริหารและพัฒนาพื้นที่เพ่ือการท่องเที่ยวในเชิงบูรณาการ มีองค์การกลาง
ท้าหน้าท่ีก้าหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ และประสานงานกับท้องถ่ิน หรือพื้นท่ีที่เป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวหรือส่งเสริม และพัฒนาพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพในการท่องเท่ียวให้มีการบริหารจัดการพ้ืนท่ีเพ่ือ
การท่องเท่ียวในเชิงคุณภาพ รวมท้ังสามารถระดมบุคลากร งบประมาณ และเคร่ืองมือเครื่องใช้มาใช้
ในการบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างมีเอกภาพ และแก้ไขปัญหาโดยรวดเร็ว เพ่ือให้บรรลุผลตาม
เป้าหมายท่ีวางไว้ รัฐบาลจึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นท่ีพิเศษเพื่อ
การท่องเที่ยวอย่างย่งั ยืน ข้ึนเปน็ องคก์ ารมหาชน (อพท.) ในปี 2546 โดยมีวตั ถปุ ระสงค์
(1) ประสานงานการบริหารจัดการการท่องเท่ียวระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น หรอื หน่วยงานอ่ืนของรัฐที่มีอ้านาจหน้าที่ หรือได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการ
การทอ่ งเทยี่ วไมว่ ่าในระดับชาติ ระดบั ภูมภิ าค หรือระดับทอ้ งถิ่น
(2) ประสานงานการใช้อ้านาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินหรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐท่ีมีอ้านาจหน้าท่ีเก่ียวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ผังเมือง
ส่ิงแวดล้อมการท่องเท่ียว หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการการ
ทอ่ งเทยี่ วอยา่ งยงั่ ยืน
(3) ส่งเสรมิ และสนับสนุนให้มีการพฒั นา และรกั ษาสิ่งแวดลอ้ มเพอื่ การทอ่ งเทย่ี วอย่างยง่ั ยนื
(4) ส่งเสริมการใช้ศักยภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนา
ตลาดการทอ่ งเที่ยว

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 63

ขอ้ มูลสนบั สนุนเศรษฐกิจสีน้าเงนิ

(5) ส่งเสรมิ และสนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และพัฒนา
แหลง่ ท่องเที่ยวในพนื้ ทชี่ มุ ชนท้องถิ่นของตน

(6) ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และชุมชนท้องถ่ินจัดให้มีการ
บ้ารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ หรอื วฒั นธรรมอนั ดีงามของท้องถนิ่

(7) ส่งเสริมการจดั ทา้ ข้อมลู สารสนเทศเกย่ี วกบั การทอ่ งเท่ียว
(8) ส่งเสริมการพัฒนาพื้นท่ีที่มีศักยภาพในด้านการท่องเท่ียว เพ่ือให้เกิดการจ้างงานและ
ยกระดบั คณุ ภาพชีวิตและความเป็นอยู่แห่งท้องถ่นิ ใหด้ ีข้ึน
โดยมีอ้านาจหน้าท่ี ดังต่อไปน้ี (1) จัดท้าและเสนอนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การบริหาร
การพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพ่ือการทอ่ งเท่ียวอยา่ งย่งั ยนื ตอ่ คณะรัฐมนตรี (2) ก้าหนดแผนปฏิบัติการเพ่ือให้
นโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์บรรลุผล (3) ให้ค้าแนะน้า เสนอแนะ และร่วมแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรค
ในการบรหิ ารจดั การการทอ่ งเทยี่ วอย่างย่งั ยนื ในพื้นที่พิเศษแต่ละแห่ง (4) ติดตามและประเมินผลการ
บริหารจัดการการท่องเท่ียวอย่างย่ังยืนในพ้ืนที่พิเศษแต่ละแห่ง (5) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีหรือ
รฐั มนตรีเพื่อพิจารณาส่ังการในกรณีมีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการประสานงานการบริหารจัดการการ
ท่องเท่ียวในพื้นท่ีพิเศษ (6) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหรือจัดสรรงบประมาณส้าหรับการ
บริหารและการพัฒนาการท่องเท่ียว (7) อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงินขององค์การ (8)
ประกาศก้าหนดพ้ืนท่ีพิเศษด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และเสนอรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะท่ี
ปรึกษาในพื้นที่พิเศษดังกล่าว (9) ควบคุมดูแลการด้าเนินงานและการบริหารงานทั่วไปขององค์การ
ตลอดจนออกระเบียบข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อก้าหนดท่ีเก่ียวกับการบริหารงานบุคคล ทรัพย์สิน
ขององค์การ และสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อ่ืนของผู้ปฏิบัติงานในองค์การ และ (10) กระท้าการ
อ่นื ใดทีจ่ ้าเป็นตอ่ เน่ืองเพอ่ื ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ขององค์การ
ปัจจุบัน อพท. มีพื้นท่ีพิเศษรับผิดชอบการบริหารจัดการ การท่องเท่ียวอย่างยั่งยืน 6 แห่ง
ได้แก่ ส้านักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นท่ีเชื่อมโยง (อพท.1) ส้านักงานพื้นท่ีพิเศษเมืองพัทยา
และพื้นท่ีเชื่อมโยง (อพท.3) ส้านักงานพ้ืนที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-
กา้ แพงเพชร (อพท.4) สา้ นักงานพ้ืนที่พิเศษเลย (อพท.5) ส้านักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน (อพท.6)
และ ส้านกั งานพื้นท่ีพเิ ศษเมอื งโบราณอู่ทอง (อพท.7)
ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ด้ า น ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว อ ย่ า ง ยั่ ง ยื น ส้ า ห รั บ แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว ( Global
SustainableTourism Council Criteria for Destinations: GSTC-D) เป็นแนวทางข้ันพื้นฐานที่
อพท. ยึดถือปฏบิ ัติโดยหลกั เกณฑ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนส้าหรับแหล่งท่องเที่ยวได้ถูกออกแบบ
และพัฒนาโดยสภาการท่องเท่ียวย่ังยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) โดย
หลักเกณฑ์การท่องเท่ียวอย่างยั่งยืนและตัวบ่งช้ีต่าง ๆ ได้รับการพัฒนามาจากตัวบ่งชี้ของ World
Tourism Organization (UNWTO) ซง่ึ ใชใ้ นธุรกิจการท่องเท่ียวท่ัวโลก ทั้งนี้ตัวบ่งช้ีท้ังหมดได้รับการ
พจิ ารณาให้เหมาะสมกับรูปแบบแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยมีหลักเกณฑ์ท้ังสิ้น 4 หมวด ได้แก่
(1) การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนท่ีมีประสิทธิภาพ (2) การเพิ่มผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจแก่

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 64

ขอ้ มูลสนับสนนุ เศรษฐกิจสนี ้าเงิน

ชุมชนเจา้ ของสถานทแ่ี ละการลดผลกระทบเชงิ ลบ (3) การเพิ่มผลประโยชน์ให้แก่ชุมชน นักท่องเที่ยว
วัฒนธรรม และการลดผลกระทบเชิงลบ (4) การเพิ่มผลประโยชน์ให้สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบ
ดา้ นลบ รวมท้ังสน้ิ 41 ตัวบง่ ช้ี

2.6 บทบาทของภาคสว่ นต่าง ๆ กบั การพฒั นาเศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

"การพัฒนา "เศรษฐกิจสีน้าเงิน" (Blue economy) ของประเทศไทยน้ัน จ้าเป็นต้องอาศัย
การบูรณาการจากทุกภาคส่วนไม่เพียงแต่เฉพาะภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ยังต้องการแรงผลักดัน
ร่วมกันจากภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคมส่ือมวลชน และกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ภายใต้
ทรัพยากรและแนวทางท่ีเป็นทิศทางร่วมกัน ในการวางแนวทางการบริหารจัดการและแนวนโยบาย
รวมถึงการลงมือขับเคลื่อน ซ่ึงต้องมีความสอดรับกับแนวทางการพัฒนาในระดับโลกเช่นกัน" (โสภา
รัตน์ จารุสมบัติ และคณะ) (เน้ือหาส่วนน้ีน้ามาจากการสังเคราะห์การจัดเวทีการประชุมภายใต้ชุด
โครงการความรูเ้ พ่อื ขบั เคลือ่ นนโยบายทางทะเลแหง่ ชาติสู่เปา้ หมายการพฒั นาท่ีย่ังยืน ด้าเนินการโดย
ศ.ดร.โสภารัตน์ จารุสมบัติ, นายธวัฒชัย ปาละคะมาน และนายปุญญพัฒน์ แก้วทอง สนับสนุนโดย
สา้ นักงานกองทุนสนบั สนุนการวจิ ยั , 2561)

2.6.1 ภาครัฐ กับการพฒั นาเศรษฐกจิ สนี ้าเงิน
บทบาทภาครัฐไทย เร่ิมจากการส่ือสารและสร้างความเข้าใจส้าหรับความจ้าเป็นเร่งด่วนใน
การพัฒนานโยบายเศรษฐกิจสีน้าเงิน กรอบแนวคิดที่จ้าเป็นอย่างยิ่งในการมองการขับเคลื่อน
เศรษฐกิจสีนา้ เงิน คือ รูปแบบองค์รวม (มั่นคง มงั่ ค่งั ย่งั ยนื ) กลา่ วคือ ไม่เพียงเนน้ การปกป้อง อนุรักษ์
และฟ้นื ฟตู น้ ทนุ ธรรมชาตทิ างทะเลและชายฝงั่ ของไทยให้เกิดเป็นรูปธรรมไปพร้อม ๆ กับการประเมิน
และก้าหนดตัวชี้วัดตันทุนทางธรรมชาติในทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับทะเลและชายฝั่งอย่างครบถ้วน
สมบูรณ์ ภายใต้การมุ่งเน้นให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นมิติท่ีรอบด้านคือ มิติของ
เศรษฐศาสตร์ มิติของการบริหารจัดการและการมีฐานข้อมูล รวมไปถึงการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของทุกภาคส่วนภายใต้กติกาสากลการเร่ิมต้นตั้งแต่แนวคิดเป็นปัจจัยส้าคัญท่ีส่งผลต่อวิสัยทัศน์
ยทุ ธศาสตรแ์ ละการบรหิ ารจดั การ ซงึ่ จะเปน็ ผลประโยชน์ที่จะท้าให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
สงู สดุ ภายใตก้ รอบความคดิ ทจ่ี ะใชใ้ นนโยบายเทคโนโลยเี ชงิ นวัตกรรมมาใช้ในระบบตลาดมากขึ้น โดย
ใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม อยา่ งเชน่ ประเทศอินโดนเี ซยี แผนยทุ ธศาสตรน์ โยบายทางทะเล
ท่ีมีแนวคิดของการสร้างการมีส่วนร่วม เป็นตัววิสัยทัศน์ท่ีก้าหนดทิศทางยุทธศาสตร์เป็นไปทาง
เดียวกัน ท่ีส้าคัญที่ให้ทุกภาคส่วนท่ีมีส่วนได้ส่วนคาดหวังว่าจะมีบทบาทในการวางแผน ด้าเนินการ
ติดตามควบคมุ บทบาทท่ีแตกต่างกนั ไปและให้มีขอ้ มลู ทเี่ ปิดเผยได้ เพื่อให้เข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาล
และการมีการเข้าถึงทรัพยากรที่เพียงพอเพื่อให้ม่ันใจว่าทุกส่วนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและมีส่วน
ร่วมในการระบุภัยคุกคามและโอกาสมากกว่าน้ันคือสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างเท่าเทียมประเด็น
หลักเป็นการเสนอให้เห็นถึงมุมมองที่ส้าคัญของแนวคิดที่มาใช้ในการสร้างวิสัยทัศน์และนโยบายของ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 65

ข้อมูลสนับสนุนเศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

ประเทศที่ต้องเร่ิมตั้งแต่ต้น ก้าหนดให้แน่ชัด ให้ค้านิยามและสร้างความชัดเจนของการก้าหนดแนว
ทางการปฏิบัติ จนถึงข้อเสนอแนะทเี่ ป็นมติ ทิ เี่ ก่ียวขอ้ งและเหน็ สมควรตามความส้าคญั

กรอบแนวคิดควรมุ่งเน้นให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้การก้าหนดวาระ สร้าง
ความตระหนกั และความเปน็ เจ้าของในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การประสานงานเพื่อจัดท้านโยบาย
เศรษฐกิจสีน้าเงิน การสร้างความเป็นเจ้าของนโยบายร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ผ่าน
กระบวนการจัดท้านโยบายเศรษฐกิจสีน้าเงิน การก้าหนดสาขาและการล้าดับความส้าคัญการ
ออกแบบนโยบายเศรษฐกจิ สีน้าเงินจะเห็นถึงบทบาทท่ีท้าทายภายใต้ประเด็นของหลักการเศรษฐกิจสี
นา้ เงิน อนั ได้แก่

(1) การพัฒนาฐานข้อมูลกลางและมาตรฐานทางทะเลและชายฝั่งอย่างเป็นระบบ
(Marine and Coastal Data Base)

การสร้างฐานขอ้ มูลเกีย่ วกับทะเลและชายฝั่ง ที่ครบถ้วนเพื่อให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสามารถ
ตัดสินใจด้าเนินการ ปฏิบัติการ ผลักดันกฎหมายหรือนโยบายท่ีสอดคล้องกับข้อมูลที่รองรับ ซึ่ง
ปัจจุบนั ประเทศไทยมิเพียงขาดฐานขอ้ มลู ทางทะเลและชายฝ่ังท่คี รบถ้วนเท่าน้นั หากแต่ฐานข้อมูลที่มี
อยู่นั้นหลายส่วนยังขาดระบบปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยขาดมาตรฐานที่สอดคล้องกันระหว่าง
ผูใ้ ชง้ านขอ้ มลู กับผู้เกบ็ ข้อมลู อาทิ ขอ้ มูลเรอื ประมง มลู คา่ ของปะการัง หรือ มูลค่าของสิ่งที่ไม่มีชีวิตใน
ท้องทะเล เป็นต้น จึงท้าให้เป็นประเด็นท่ีต้องพัฒนาเพื่อให้การตัดสินใจเชิงนโยบายให้แม่นย้า
เหมาะสมอยา่ งทีค่ วรจะเป็น

(2) การผลักดันเขตปกครอง (จังหวัด) ทางทะเลให้ครอบคลุมแนวชายฝ่ังของประเทศ
ไทย

ฐานข้อมูลเฉพาะด้านท่ีจะเหมาะกับการวิเคราะห์ ต่อการปฏิบัติการ การบังคับใช้กฎหมาย
ตลอดจนการศึกษาวิจัย ภายใต้การจัดการท่ียังยืนและจัดการเฉพาะ เช่น เขตปกครองทางทะเลของ
ไทยมีการระบุเขตที่ชัดเจนแต่เพียงในเขตอ่าวไทยตอนในเท่าน้ัน อ่าวไทยส่วนอ่ืน ๆ และทะเล
อันดามันยงั มไี ด้มีการระบุใหช้ ัดเจนมากนัก

(3) การน้าอิทธิพลของปัจจัยกิจกรรมทางบกมาเชื่อมโยงกับผลกระทบทางทะเลและ
ชายฝงั่ ในนโยบาย ภายใต้การบรหิ ารจดั การนวตั กรรม และสร้างความรว่ มมอื กบั ภาคอืน่ ๆ

ผลกระทบในเชิงลบทางสิ่งแวดล้อมท่ีทวีความรุนแรงจนเป็นปัญหาส้าคัญทางทะเลและ
ชายฝั่ง อาทิ น้าเสีย ขยะ ล้วนเชื่อมโยงกับกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นบนบกทั้งส้ิน ฉะนั้นจึงมีความ
จ้าเป็นในการพิจารณาน้าประเด็นของอิทธิพลของปัจจัยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนบนบกมาวิเคราะห์
เชื่อมโยงกบั ผลกระทบในทะเล น้ามาสู่การออกแบบนโยบายที่ครอบคลุมต้ังแต่ต้นน้า กลางน้า ปลาย
น้า และสนบั สนุนการบรหิ ารจดั การการผลักดนั จากการวิจัยผนวกการใช้เทคโนโลยี รวมกับเทคนิคใน
การบริหารจัดการและการด้าเนินกิจกรรมของภาคอื่น ๆ เช่น ประเทศอังกฤษจัดการบริหา รลด
ปริมาณขยะมูลฝอยลง โดยการคิดค้นกระบวนการใหม่ในการก้าจัดขยะเหล่าน้ีให้หมดไป ผ่าน
แนวทางการทา้ มาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชนม์ ากกว่าเดิมมีแผนนโยบายคือ น้าผ้าอนามัยและผ้าอ้อมของ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 66

ข้อมลู สนับสนุนเศรษฐกจิ สีน้าเงนิ

เด็กท่ีใช้แล้วมาใช้เป็นเช้ือเพลิงส้าหรับโรงไฟฟ้า ซึ่งร่วมมือกับภาคเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนด้าน
ภาษีในการจัดการประเด็นสาธารณะเหล่านี้

(4) สร้างกรอบนโยบายและปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทาง
ทะเลและชายฝ่ัง

การสร้างกรอบระดับนโยบายซาติท่ีดีในการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาไปในทิศทางท่ีได้วาง
กรอบแนวนโยบายไว้ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่าเห็นควรให้หน่วยงานต่าง ๆ ท่ีมีภารกิจ
เกี่ยวข้องกับประเด็นทางทะเลและชายฝ่ัง ปรับกรอบแนวคิดการปฏิบัติงานแบบแยกส่วน
(Fragment) ของระบบราชการท่มี กั ถกู สะท้อนวา่ เป็นอปุ สรรคหนงึ่ ในการบรู ณาการไปสู่การท้างานให้
มปี ระสิทธิภาพรว่ มกนั ได้ รวมถึงเตรยี มการลงทุนและหานวตั กรรมทางการเงินใหม่ ๆ ท่ีอาจต้องอาศัย
ความรว่ มมอื ทีม่ ากขนึ้ ระหวา่ งรฐั และเอกชน

ข้อเสนอหนึ่งที่ส้าคัญ คือ การเสนอให้มีการจัดตั้งรูปแบบองค์การเฉพาะกิจมากขึ้นใน
ประเทศไทย ส้าหรับการเป็นศูนย์กลางประสานงานและปฏิบัติตามประเด็นหรือพ้ืนท่ีเฉพาะอันมี
หน่วยงานเกี่ยวข้องหลายภาคส่วนดังเช่น กรณีของประเด็นสืบเน่ืองทางทะเลและชายฝั่ง อาทิ การ
แก้ไขปัญหาการท้าประมงผิดกฎหมายในประเทศไทย (IUU Fishing) ท่ีรัฐบาลมีการจัดตั้งศูนย์
บัญชาการแก้ไขปัญหาการท้าการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ซ่ึงเป็นศูนย์กลางประสานการ
ปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยงานที่มีภารกิจเก่ียวข้องกับทะเล หรือศูนย์
ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นต้น

การกระจายอ้านาจและความอิสระทางการเมืองสู่หน่วยการปกครองส่วนท้องถ่ินในพื้นท่ี
พิเศษที่ติดกับชายฝั่งทะเลมากขึ้น ทั้งด้านการจัดเก็บรายได้ อ้านาจในการบูรณาการนโยบายกับ
หนว่ ยงาน ๆ ท่ีเข้ามาบริการจัดการในประเด็นเดียวกัน ดังเช่น กรณีของการให้ความเป็นเอกราชทาง
การเมืองกับรัฐบาลท้องถ่ิน ในรัฐธรรมนูญ Policy Framework for Philippine Ocean
Management มมี าตรการให้อา้ นาจและความรับผดิ ชอบ รวมท้งั การใชป้ ระโยชนท์ รัพยากรทางทะเล
ภายใต้เขตการปกครองส่วนท้องถนิ่ เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการท้าประมงเพราะเป็นการจัดการ
ข้อจ้ากัดในขอบเขตการบริหารจัดการน่านทะเลท่ีต้องการความคล่องตัว การปกครองส่วนท้องถ่ินจึง
ตอบโจทย์ ส่วนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอ่ืน ๆ หน่วยงานระดับชาติจะมีหน้าที่ในการให้
ค้าปรึกษาหารือกับการปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาคประชาสังคมกลไกผลักดันและ
เตรียมพร้อมนา้ ผลการวจิ ยั สู่การพัฒนาในระดบั นโยบาย

ความส้าคัญของวิจัยจะสามารถสะท้อนถึงแนวทางหรือข้อเสนอที่ดีอย่างไรก็ตาม แต่หากผล
การศกึ ษานัน้ มิอาจนา้ ไปสกู่ ระบวนการนโยบายสาธารณะหรือสร้างแรงกดดันไปยังผู้มีอ้านาจตัดสินใจ
ของรัฐได้แล้ว ก็มิอาจเรียกว่าได้งานวิจัยนั้นสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติได้อย่างแท้จริงเพ่ือท่ีจะ
สร้างแรงกดดันและโน้มน้าวให้ผลท่ีได้จากงานวิจัยน้าไปสู่กระบวนนโยบายสาธารณะและพัฒนาสู่
รูปธรรมในอนาคต คือ การใช้เคร่ืองมอื ทางการสอ่ื สารกับสงั คม ส่งสาร สร้างกระแส น้าเสนอประเด็น
หรือปัญหาให้สังคมสาธารณะได้รับรู้มากข้ึน คณะผู้วิจัยอาจจ้าเป็นต้องมองหาช่องทางการส่ือสารท่ี

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 67

ข้อมลู สนับสนุนเศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ

หลากหลาย อาทิ เครือข่ายสังคมออนไลน์นักสื่อสารมวลชน นักเคลื่อนไหว ได้เข้ามามีส่วนร่วมใน
การศกึ ษาวจิ ัยและนา้ ผลความก้าวหนา้ รวมท้ังการนา้ เสนอข้อค้นพบไปสู่สงั คมไดร้ บั ร้ใู นวงกวา้ ง

(5) วางกรอบนโยบายสง่ เสริมและสรา้ งยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาทรัพยากรมนุษย์
เพื่อให้สอดรับการเพ่ิมความสามารถของบุคลากรเชี่ยวชาญทางทะเลและชายฝั่งให้มีความ
เป็นอาชีพ มีจริยธรรม และมีความทุ่มเทในการสนับสนุนการพัฒนาตั้งแต่การเร่งสร้างทรัพยากร
มนุษย์เยาวชนรุ่นใหม่การสร้างแรงจูงใจดึงดูดผู้มีศักยภาพและสร้างเส้นทางอาชีพรองรับอย่าง
สมเหตุสมผล รวมถึงการพัฒนาผู้ท่ีมีความเช่ียวชาญตามหน่วยงานให้เพ่ิมความช้านาญเฉพาะด้านที่
เป็นประโยชน์ต่อแนวนโยบายรวมไปถึงภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและประชาชน เพื่อให้มีความ
รับรู้และมีความพร้อมกับนโยบายในอนาคต ดังเช่น กรณี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตาม National
Marine Policy Indonesia มีนโยบายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ
เช่น การเพ่ิมคุณภาพและปริมาณของการศึกษาทางทะเลและการประมง การส่งเสริมการศึกษาและ
การรับรู้ของประชาชนประเด็นทะเลผ่านรูปแบบการศึกษา การปรับปรุงการบริหารจัดการ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการพัฒนาสิ่งอ้านวยความสะดวก โครงสร้างพื้นฐาน
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในมหาสมทุ ร
(6) มุ่งรักษาสิทธิและแสวงหาผลประโยชน์จากความร่วมมือระหว่างประเทศและความ
รว่ มมอื ในเร่ืองเศรษฐกิจสีนา้ เงนิ
การด้าเนินนโยบายต่างประเทศเพ่ือเพิ่มศักยภาพในการบรรลุถึงผลประโยชน์ของชาติ ตาม
นโยบายของประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ ท้ังในรูปแบบของการด้าเนินนโยบายต่างประเทศ
และการใช้ผลประโยชน์ทางทะเลจากกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับทะเล ที่จะเป็นประเด็นส้าคัญต่อการ
พัฒนาบทบาทของภาครัฐในเศรษฐกิจสีน้าเงิน กรณีศึกษาที่สามารถน้าเป็นแม่แบบและประยุกต์ใช้
ตามบริบทของประเทศไทยในประเด็นนี้คือ National Marine Policy Indonesia ยุทธศาสตร์การ
ทูตทางทะเล มีหลักการในการด้าเนินนโยบายเชิงกลยุทธ์ของการทูตทางทะเล เช่น เสริมสร้างความ
เปน็ ผู้น้าในการร่วมมอื ทางทะเลในระดับทวภิ าคีภูมิภาคและพหภุ าคี ความเป็นผู้น้าหรือบทบาทเชิงรุก
ในการก้าหนดบรรทัดฐานสากลเก่ียวกับกิจการทางทะเล การเร่งรัดการเจรจาต่อการต่อรองการ
ก้าหนดพรมแดนทางทะเลกับประเทศเพ่ือนบ้าน หรือการเร่งรัดพื้นท่ีเขตขยายตามกฎหมายระหว่าง
ประเทศ
2.6.2 บทบาทภาคเอกชน
ภาคเอกชนเป็นตัวแสดงส้าคัญท่ีเช่ือมโยงกับการพัฒนาของภาครัฐโดยเป็นตัวขับเค ล่ือนใน
การใช้ทรัพยากรทางทะเล จากกิจกรรมทางทะเล เช่น การประมง การท่องเที่ยวทางทะเล
อุตสาหกรรมทางทะเล การขนส่งทางทะเล ท่าเรือ หากจะพัฒนาบทบาทของภาคเอกชน มองใน
ประเดน็ ของการมสี ว่ นรว่ มกันทางนโยบาย ต้ังแต่ การก้าหนด การขับเคลื่อน การด้าเนินกิจกรรมและ
การตรวจสอบร่วม การเพ่ิมบทบาทของภาคเอกชน ให้เป็นภาคที่ท้าบทบาทเชิงรุก พัฒนาหลักการ
บริหารการใช้ทรัพยากรเพื่อให้มีการด้าเนินธุรกิจท่ีมีความยั่งยืน โดยให้ความส้าคัญกับท้องถ่ิน แนว

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 68

ขอ้ มูลสนบั สนนุ เศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ

ทางการแก้ไขปัญหาบนพ้ืนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สู่ธุรกิจแนวใหม่ท่ีใสใจระบบสมุทรนิเวศมาก
ขึ้น ผ่านรูปแบบการประสานงานภายในกรอบท่ีครอบคลุมการจัดการบนพื้นฐานระบบนิเวศตาม
ทรัพยากรและความพร้อมของภาคเอกชนมากขึ้นกว่าเชิงรับในการรอท้าตามแนวนโยบายท่ีรัฐและ
เอกชน ต้องรว่ มมอื กนั บนพน้ื ฐานความความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกัน

การแลกเปล่ียนข้อมูลและน้าเสนอแนวทางผลประโยชน์สูงสุดของตามแบบธุรกิจร่วมกับ
รัฐ ร่วมถึงการด้าเนินธุรกิจท่ีมีหลักธุรกิจแบบย่ังยืนและมีผลประโยชน์แห่งชาติและผลประโยชน์
ของชาติร่วมเป็นวิสัยทัศน์ เช่น การประเมินโอกาสและความเส่ียงจากการลงทุนของภาคธุรกิจเพ่ือ
เข้าสู่เศรษฐกิจสีน้าเงินภาคเอกชนด้าเนินการเชิงรุกพร้อมกับแนวนโ ยบายของรัฐด้าเนินการตาม
กฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบของธุรกิจต่อระบบนิเวศทางทะเลและ
ชายฝั่ง รวมทง้ั การประเมนิ โอกาสทางดา้ นการตลาดและการเงนิ ของกลุ่มธุรกิจทเี่ ก่ียวข้องในเขต Blue
Economic Zone การร่วมลงทุนและสร้างเครือข่ายการลงทุนจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเกิดใหม่
(Emerging Industries) ทะเลและชายฝั่งยังคงเป็นแหล่งทรัพยากรท่ีน่าสนใจในการส่งเสริมให้เกิด
อตุ สาหกรรมเกดิ ใหมท่ ีใ่ ช้นวัตกรรมข้ันสูงขับเคลอื่ นซ่ึงยังมีโอกาสทางธรุ กิจท่ีเปิดกว้างอยู่สูงในปัจจุบัน
สร้างเครือข่ายการลงทุนจากภาคธุรกิจด้วยกัน อาทิ การวิจัย Marine Biotechnology ท่ีสามารถ
สรา้ งมลู ค่าเพมิ่ ของทรัพยากรได้มหาศาลนอกจากนี้ควรเพ่ิมบทบาทของภาคเอกชน ในการขับเคล่ือน
การพัฒนาตามกรอบแนวคดิ เศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ ในมิติท่ีแต่ละภาคส่วนเกี่ยวข้อง เช่น การค้า การลงทุน
การพฒั นานวัตกรรม การวิจัยพัฒนาการฟื้นฟูและอนุรักษ์ โดยก้าหนดรูปแบบการด้าเนินงานร่วมกัน
ระหว่างหน่วยงานภาครฐั และภาคส่วนต่าง ๆ ในรูปแบบหุ้นส่วนการพัฒนาภาครัฐ-เอกชน/ประชาชน
(Public-Private Partnership: PPPs)

2.6.3 บทบาทภาคประชาสังคม
พัฒนาเวทีของตัวแทนท่ีรวบรวมความสนใจทาง "ทะเล" แล้วพร้อมสร้างเครือข่ายในการขับ
เคล่ือนท่ีเข้มแข็ง พร้อมขับเคลื่อนสู่ระดับนโยบายประเด็นของเศรษฐกิจสีน้าเงินมีมิติท่ีกว้างและ
หลากหลาย และมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสังคม ตั้งแต่ระดับบุคคล ถึงระดับประเทศ
เพ่ือให้ประเด็นของภาคประชาสังคมมองเห็นได้น้าไปสู่ระดับนโ ยบาย อย่างเช่นกรณีของ
ประเทศอินโดนเี ชีย องค์กรประชาสังคมเข้าไปมีสว่ นรว่ มในการร่างนโยบายในการกระบวนการพัฒนา
ระบบของกฎหมายในประเด็นสิ่งแวดล้อม
เพ่ิมบทบาทเชิงรุกกับภาคประชาชนให้เข้าใจและเกิดกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสี
น้าเงิน ภาคประชาสังคมกบั การสื่อสารในเรื่องหลกั การเศรษฐกิจสีน้าเงินกับประชาชนท่ัวไป ต้องเพิ่ม
บทบาทเชิงรุก มุ่งสร้างประเด็นให้เป็นสาธารณะมากกว่าท่ีจะมุ่งประเด็นเฉพาะกลุ่มท่ีสนใจเป็นท่ีต้ัง
เน่อื งจากมองว่าประเดน็ เศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองผลกระทบของสิ่งแวดล้อมทางทะเลท่ีเกิด
จากพฤติกรรมระดบั ปัจเจก หรอื การตรวจสอบและการประเมินการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล
ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน หรือจะเป็นการเข้าร่วมในประเด็นระหว่างประเทศส่งผลต่อทุกมิติใน

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 69

ข้อมลู สนบั สนุนเศรษฐกิจสีน้าเงนิ

สังคม เม่ือมุ่งประเด็นเป็นสาธารณะภายใต้การสร้างเครือข่ายท่ีสื่อสารไปแนวทางเดียวกันในรูปแบบ
ตา่ ง ๆ เช่น การดงึ เยาวชนเข้ามามีสว่ นร้เู หน็ และขบั เคลอ่ื น

2.6.4 บทบาทภาคประชาชน
ลงมอื ปฏบิ ัติขับเคลอื่ นกจิ กรรมของภาคสว่ นต่าง ๆ อย่างมีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล จาก
การเสริมสร้างศักยภาพ ความรู้ความเข้าใจ เร่ืองแนวคิดและวิธีการด้าเนินการเกี่ยวกับ Blue
Economy จากภาคส่วนต่าง ๆ ภาคประชาชน น้ากระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการขับเคลื่อนให้การ
นา้ Blue Economy ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิได้อยา่ งเหมาะสมส้าหรับบรบิ ทของประเทศไทย
เพ่ิมบทบาทการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตามกระแสของประชาธิปไตยของการ
มีสว่ นรว่ มของประชาชนและชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังได้ด้วย
ตนเอง ตามทรพั ยากรท้องถ่ิน ตามองค์ความรู้และวิถีชีวิตโดยไม่ได้รับผลกระทบ ประกอบการด้าเนิน
ทางไปทิศทางเดียวกันกับทุกภาคส่วน ๆ ซ่ึงอาจจะแสดงเป็นบทบาทของผู้น้าของการเปล่ียนแปลง
จากตัวประชาชนสู่ภาคส่วนต่าง ๆ หรือจะบทบาทผู้ตามท่ีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เช่น การ
บริหารจัดการขยะที่เร่ิมจากสถาบันครอบครัว การสนับสนุนธุรกิจที่อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม บทบาทภาค
ประชาชนและชมุ ชนทอ้ งถิ่นในการขบั เคลือ่ นการพฒั นาตามกรอบแนวคดิ เศรษฐกิจสีน้าเงินในมิติท่ีแต่
ละภาคส่วนเก่ียวข้อง เช่น การค้า การลงทุน การพัฒนานวัตกรรม การวิจัยพัฒนา การฟ้ืนฟูและ
อนุรักษ์ โดยก้าหนดรูปแบบการด้าเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ใน
รปู แบบหนุ้ สว่ นการพฒั นาภาครฐั -เอกชน/ประชาชน (Public-Private Partnership: PPPs)
2.6.5 บทบาทสอ่ื มวลชน
การเพิ่มมิติของหลักการเศรษฐกิจสีน้าเงิน สู่การน้าเสนอผ่านกิจกรรมของส่ือมวลชน เช่น
การเพ่ิมช่องทางสื่อสารแนวทางนโยบายของรัฐ ในประเด็นยุทธศาสตร์ในอนาคต การบริหารจัดการ
นโยบายต่าง ๆ ท้ังในรูปแบบของการเสนอข่าว หรือสารคดีท่ีเก่ียวข้อง การตอกย้าประเด็นของภาค
ประชาสังคม ประชาชน จากประเด็นเชิงพื้นที่เป็นประเด็นระดับชาติเพ่ือให้เกิดการขับเคล่ือนกับ
กิจกรรมทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง เช่น น้าเสนอสารคดีผลกระทบของขยะทะเล การประท้วงเร่ืองทัวร์
ศนู ยเ์ หรยี ญกบั การทอ่ งเทยี่ วทางทะเล

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 70

ขอ้ มลู สนบั สนุนเศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

3. เป้าหมายการพัฒนาทยี่ ง่ั ยนื (SDGs)

3.1 หลกั การของการพัฒนาท่ียั่งยนื
3.1.1 นยิ ามและแนวคดิ
การพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable development) เป็นหลักการที่ให้ความส้าคัญกับการ
พัฒนาประเทศอย่างมีดุลยภาพ ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องเก้ือกูลและไม่
ก่อให้เกิดความขัดแย้งต่อกันโดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและแข่งขันได้
ต้องค้านึงถึงขีดจ้ากัดของทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีจ้าเป็นต้องสงวน และรักษาไว้ใช้
ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งยาวนาน โดยมีการใช้ทรัพยากรทุกชนิดอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพสูงสุด และไม่
ส่งผลกระทบต่อความต้องการของสังคม ท้ังในปัจจุบันและอนาคต (ส้านักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม, 2560)
3.1.2 วาระและเปา้ หมายการพฒั นาทยี่ ่งั ยืน
จากการประชุมสหประชาชาติระดับผู้น้าเพ่ือรับรองวาระการพัฒนาภายหลังปี ค.ศ. 2015
(พ.ศ. 2558) (United Nations Summit to Adopt the Post-2015 Development Agenda) ที่
จัดข้ึนระหว่างวันท่ี 25-27 กันยายน 2558 ณ ส้านักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก
สหรัฐอเมรกิ า โดยมีนายกรฐั มนตรี (พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วม
ประชุมดังกล่าว และท่ีประชุมได้ให้การรับรองเอกสาร "Transforming Our World: The 2030
Agenda for Sustainable Development" ซ่ึงถือเป็นพันธะสัญญาทางการเมืองในระดับผู้น้าของ
โลกท่ีจะใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ย่ังยืนไปสู่การปฏิบัติ ในระหว่างปี พ.ศ.
2559-2573 หรือในอีก 15 ปีข้างหน้า และเพ่ือยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองของประเทศสมาซิกใน
การแก้ไขปัญหาความยากจนและขจัดความเหล่ือมล้าของสังคมในทุกมิติและทุกรูปแบบและบรรลุ
เป้าหมายของวาระการพัฒนาท่ียั่งยืน ซึ่งต่อเนื่องจากเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ
(Millennium Development Goals: MDGs) (ส้านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ ม, 2559, 2560)
เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยืน (SDGs) ประกอบด้วย 17 เปา้ หมาย (Goals) 169 เปา้ ประสงค์
(Targets) และ 241 ตวั ชี้วัด (Indicators) โดยมีเปา้ หมาย (Goals) ดังนี้
เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทกุ ท่ี
เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการและ
สง่ เสรมิ เกษตรกรรมทีย่ ง่ั ยนื
เป้าหมายที่ 3 สรา้ งหลกั ประกนั วา่ คนมีชีวติ ทม่ี ีสุขภาพดแี ละส่งเสรมิ สวัสดิภาพส้าหรับทุกคน
ในทุกวยั

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 71

ขอ้ มลู สนับสนนุ เศรษฐกจิ สนี ้าเงิน

เป้าหมายท่ี 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่า
เทียม และสนบั สนนุ โอกาสในการเรยี นรู้ตลอดชวี ิต
เปา้ หมายที่ 5 บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศและให้อ้านาจของผูห้ ญิงและเด็กหญงิ ทุกคน
เปา้ หมายที่ 6 สร้างหลักประกันเรื่องน้าและการสุขาภิบาลให้มีการจัดการอย่างย่ังยืน และมี
สภาพพรอ้ มใช้สา้ หรับทุกคน
เป้าหมายท่ี 7 สร้างหลักประกันให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซ้ือหาได้
เชอ่ื ถอื ได้และยง่ั ยนื
เปา้ หมายที่ 8 สง่ เสริมการเตบิ โตทางเศรษฐกิจท่ีต่อเนื่อง ครอบคลุม และย่ังยืน การจ้างงาน
เตม็ ที่ มีผลิตภาพ และการมีงานท่ีสมควรสา้ หรับทกุ คน
เป้าหมายท่ี 9 สร้างโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีมีความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมท่ี
ครอบคลมุ และยง่ั ยนื และส่งเสรมิ นวัตกรรม
เป้าหมายท่ี 10 ลดความไมเ่ สมอภาคภายในประเทศและระหวา่ งประเทศ
เป้าหมายท่ี 11 ท้าให้เมืองและการต้ังถ่ินฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับ
การเปลย่ี นแปลงและยง่ั ยืน
เปา้ หมายท่ี 12 สรา้ งหลักประกันให้มแี บบแผนการผลิตและการบริโภคท่ยี ่งั ยืน
เป้าหมายที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพ่ือต่อสู้กับการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและ
ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึน้
เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใชป้ ระโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่าง
ยัง่ ยนื เพือ่ การพฒั นาทีย่ ่ังยนื
เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่า
ไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้น
สภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสญู เสียความหลากหลายทางชีวภาพ
เป้าหมายท่ี 16 ส่งเสริมสังคมทสี่ งบสขุ และครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ย่ังยืน ให้ทุกคนเข้าถึง
ความยตุ ธิ รรมและสร้างสถาบนั ที่มีประสิทธผิ ล รับผิดชอบ และครอบคลุมในทกุ ระดบั
เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการด้าเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความ
รว่ มมอื ระดับโลกสา้ หรบั การพฒั นาท่ียง่ั ยืน
เป้าหมายการพฒั นาท่ียง่ั ยนื (SDGs) ดังกล่าวข้างต้นที่สอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจสีน้าเงินซ่ึง
ท่ัวโลกต่างให้ความส้าคัญและร่วมกันผลักดันไปสู่การปฏิบัติน้ันคือ เป้าหมายท่ี 14 อนุรักษ์และใช้
ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างย่ังยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ดี
มหาสมุทรและทะเลเป็นแหล่งอาหาร การจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และภัยพิบัติทาง
ธรรมชาติ ดว้ ยเหตุนี้ เศรษฐกจิ สีน้าเงินจึงมคี วามเช่ือมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) อื่น
อีกหลายเป้าหมาย โดยมีรายละเอยี ดทีส่ ้าคัญ ดงั ตารางท่ี 22

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 72

ขอ้ มลู สนบั สนุนเศรษฐกจิ สนี า้ เงนิ

ตารางที่ 22 เป้าหมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยืน (SDGs) กบั เศรษฐกิจสนี ้าเงนิ

เป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยนื เศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ

เปา้ หมายท่ี 1 : การเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ

ขจดั ความยากจนทกุ รปู แบบในทุกท่ี ประชาชนในบริเวณพ้ืนท่ีชายฝั่งทะเลและหรือ

พื้นที่เกาะสามารถเข้าถึงน้าประปาได้อย่างทั่วถึง

เทา่ เทียมกนั และเพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการ

เป้าหมายท่ี 2 : เพ่ิมผลิตภาพทางการเกษตรและการเข้าถึง

ยตุ ิความหวิ โหย บรรลคุ วามมนั่ คงทางอาหารและ ทรัพยากรและโอกาสต่าง ๆ ของเกษตรกร

ยกระดับโภชนาการและส่งเสริมเกษตรกรรมท่ี โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านรวมถึงการท้า

ยัง่ ยนื การเกษตรแบบยั่งยนื

เปา้ หมายท่ี 6 : ยกระดับคุณภาพน้าโดยการลดมลพิษ ขจัดการ

สร้างหลักประกันเร่ืองน้าและการสุขาภิบาลให้มี ท้ิงขยะและลดการปล่อยสารเคมีและน้าเสียที่ไม่

การจัดการอย่างย่ังยืน และมีสภาพพร้อมใช้ ผ่านการบ้าบัดลงสู่แหล่งน้า การจัดหาน้าที่ย่ังยืน

ส้าหรบั ทุกคน เพ่ือแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้า และการ

บรหิ ารจัดการน้าแบบองคร์ วมในทุกระดับ รวมถึง

สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถ่ินในการ

จดั การน้าและสขุ อนามัย

เป้าหมายที่ 7 : การพึ่งพาพลังงานสะอาด โดยเฉพาะการพัฒนา

สร้างหลักประกันให้ทุกคนเข้าถึงพลังงาน พลังงานทดแทนจากทะเล เช่น พลังงานลมทะเล

สมัยใหมใ่ นราคาทส่ี ามารถซื้อหาได้ เชอื่ ถือได้และ พลังงานคล่ืนทะเล และพลังงานน้าขึ้นน้าลง เป็น

ยงั่ ยืน ตน้

เปา้ หมายท่ี 8 : ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจภาคทะเล

ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง อย่างย่งั ยืน เชน่ การท้าการประมง การท่องเที่ยว

ครอบคลุมและยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิต การขนส่งทางน้าและอุตสาหกรรมท่ีเก่ียวข้อง

ภาพ และการมงี านทีส่ มควรสา้ หรับทุกคน การส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์

รวมถึงการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการ

ประมงทะเลและกจิ การแปรรูปสัตวน์ ้า

เป้าหมายท่ี 9 : การพัฒนาอุตสาหกรรมท่ีเก่ียวข้องกับทะเล หรือ

สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส่งเสริม อุตสาหกรรมท่ีอยู่ใกล้พื้นท่ีชายฝั่ง เพ่ือให้เกิด

การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและย่ังยืน คว ามย่ังยืนโ ดยเพ่ิมประสิทธิภ าพการใช้

และส่งเสรมิ นวตั กรรม ทรัพยากร การใช้เทคโนโลยี กระบวนการทาง

อตุ สาหกรรมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 73

ข้อมลู สนับสนนุ เศรษฐกจิ สนี า้ เงนิ

เปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ั่งยืน เศรษฐกจิ สนี า้ เงนิ

มากขึ้น

เป้าหมายท่ี 11 : กา ร บ ริห า ร จั ดก า ร เมื อ ง อ ย่า ง มี ส่ว น ร่ ว ม

ท้าให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความ บูรณาการและยั่งยืนในพื้นที่ชุมชนชายฝ่ังทะเล

ปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและ หรือพ้ืนที่ใกล้ชายฝั่งทะเล เช่น เขตนิคม

ยั่งยืน อตุ สาหกรรม ท่าเทียบเรือ ระเบียงเศรษฐกิจภาค

ตะวนั ออก เป็นตน้ รวมถึงการจดั การของเสียและ

ขยะมลู ฝอยในพ้ืนท่อี ยา่ งถกู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ

เป้าหมายที่ 13 : เสรมิ ภูมติ า้ นทานและเพม่ิ ขดี ความสามารถในการ

ปฏิบัติการอย่างเร่งด่ว นเพื่อต่อสู้กับการ ปรับตัว ต่ออันตรายและภัยพิบัติจ ากการ

เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบท่ี เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การกัดเซาะ

เกิดขึ้น ชายฝงั่ การเปลยี่ นแปลงระดบั น้าทะเล เปน็ ต้น

เป้าหมายท่ี 14 : การป้องกันและลดมลพิษทางทะเลโดยเฉพาะ

อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล จากกิจกรรมบนแผ่นดิน รวมถึงขยะทะเลและ

และทรัพยากร ทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการ มลพิษของสารอาหาร การลดและติดตามภาวะ

พฒั นา ท่ยี ั่งยืน ความเป็นกรดในมหาสมุทร การยุติการท้าประมง

ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

(IUU) การบริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศ

ทางทะเลและชายฝ่ังอย่างย่ังยืน โดยใช้แนวทาง

เชิงระบบนิเวศ และเพิ่มพ้ืนที่อนุรักษ์ทางทะเล

และชายฝ่ัง การเพิ่มพูน พัฒนาขีดความสามารถ

และถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการ

วิจัยทางทะเล การจัดให้มีการเข้าถึงทรัพยากร

และตลาดส้าหรับประมงพื้นบ้าน และการบังคับ

ใช้กฎหมายระหวา่ งประเทศท่ีเกี่ยวกับทะเล

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 74

ขอ้ มลู สนบั สนุนเศรษฐกจิ สนี ้าเงนิ

3.2 เศรษฐกจิ สีนา้ เงินพ้นื ที่ใหม่ของนโยบายการพัฒนาเศรษฐกจิ ไทยสคู่ วามยั่งยืน
ในปจั จุบันอตุ สาหกรรมทีม่ ีความเกี่ยวเนือ่ งกบั ทะเลและชายฝั่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วท้ัง
ที่ด้าเนินกิจกรรมในทะเล และโดยรอบมหาสมุทร อาจเรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมทางทะเลและ
ชายฝ่ัง เช่น การผลิตพลังงานทดแทนนอกชายฝ่ัง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้า การท้าเหมืองในน้าทะเลลึก
และเทคโนโลยีชวี ภาพทางทะเล สิ่งเหล่านีม้ ักถูกกล่าวอ้างวา่ จะนา้ มาซงึ่ โอกาสใหม่ ๆ การเจริญเติบโต
และความหลากหลายของเศรษฐกิจมหาสมุทร (Ocean Economy) รัฐบาลถือเป็นหน่ึงในผู้มีบทบาท
สา้ คัญในการขับเคลือ่ นความเจรญิ เติบโตเหลา่ นผี้ า่ นเครอ่ื งมือใหม่ อย่างนโยบายและแผนพัฒนาทะเล
แห่งชาติ ประเทศต่าง ๆ ควรหันมาใส่ใจทะเลและชายฝ่ังในฐานะแหล่งทรัพยากรใหม่ของการ
ปฏบิ ัติงาน การผลิตนวัตกรรมและความไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขัน
มุมมองท่ีส้าคัญที่จะสร้างความ เจริญเติบโตในอนาคตของทะเลและชายฝั่งมีหลากหลาย
หนึ่งในนั้นคือแนวคิด "เศรษฐกิจสีน้าเงิน" (Blue Economy) ซึ่งเป็นแนวคิดส้าคัญที่เร่ิมจาก
กระบวนการเคล่ือนไหวสีเขียวและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่มคนที่มีความวิตกกังวลเก่ียวกับ
การท้าลายระบบนิเวศทางทะเลอย่างร้ายแรงโดยกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ทั้งการท้าประมงเกิน
ขนาด การท้าลายส่ิงแวดล้อมในทะเล การปลดปล่อยมลพิษ และผลกระทบจากสภาวะอากาศ
เปล่ียนแปลง เฉดสีน้าเงินจึงสามารถพบได้ทั่วไปในนโยบายหรือยุทธศาสตร์ทางทะเลของประเทศ
ต่าง ๆ ในยุคปัจจุบัน ส่ิงเหล่าน้ีเป็นการพยายามส่งสัญญาณของรัฐบาลที่พยายามส่งเสริมเก่ียวกับ
เร่ืองการรักษาสมดุลที่ยั่งยืนระหว่างการเจริญเติบโตเศรษฐกิจและสุขภาวะของมหาสมุทร (Ocean
health)
เศรษฐกิจสีน้าเงิน (Blue Economy) กับเศรษฐกิจมหาสมุทร (Ocean Economy) มีความ
แตกต่างกัน ซึง่ สามารถให้คา้ นยิ ามเก่ยี วกับเศรษฐกจิ สนี า้ เงินได้อย่างง่าย คือ ความพยายามในการลด
กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความสุ่มเสี่ยงในการท้าลายสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศในมหาสมุทร
กิจกรรมทางเศรษฐกิจเช่นน้ี ในอนาคตจะช่วยลดอันตรายที่มีต่อทะเลและชายฝั่ง และช่วยให้ทะเล
และชายฝง่ั สามารถฟืน้ ฟูตนเองได้ การทจ่ี ะท้าให้เศรษฐกจิ สีน้าเงนิ สามารถปฏิบตั ิใช้ได้จริงน้ันก็ต่อเม่ือ
กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจสามารถรักษาสมดุลกับการผลิตระยะยาวของระบบนิเวศทางทะเลและ
ชายฝั่งได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวยังต้องเป็นตัวช่วยเอื้อให้ระบบนิเวศทะเลและชายฝ่ังอยู่ได้
อยา่ งยดื หยุน่ สมบูรณ์ และย่ังยืน
ทะเลและชายฝั่งก้าลังกลายเป็นประเด็นท่ีถูกพูดถึงเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและความยั่งยืน
ของการพัฒนา ทงั้ ในระดบั ชาติและระดับนานาชาติ ประชาคมโลกก้าลงั พยายามจัดล้าดับความส้าคัญ
ของเศรษฐกิจเกี่ยวกับทะเลและชายฝ่ัง ซึ่งตัวแปรส้าคัญคือ กิจกรรมที่มนุษย์ด้าเนินในทะเลและ
ชายฝ่งั เพอื่ แสวงหาผลประโยชนใ์ นระยะยาว ก้าลังเปน็ ตัวเรง่ ในการท้าลายระบบสมทุ รนเิ วศ
แนวคิดเร่ืองเศรษฐกิจสีน้าเงิน จึงเป็นความพยายามในการจัดต้าแหน่งแห่งที่ระหว่างความ
เจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจกบั ความสมดุลย่ังยืนของทะเลและชายฝั่งโดยในช่วง 10 ปีท่ีผ่านมาเวทีการ
ประชุมระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้มีการหยิบยกแนวคิดเร่ือง "Blue Economy" มาหารือเพื่อเป็น

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 75

ข้อมูลสนบั สนนุ เศรษฐกิจสนี ้าเงนิ

แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังอย่างย่ังยืน แนวคิดดังกล่าวได้ถูก
น้าเสนอโดย Professor Gunter Pauli ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาชุดหลักการของ Blue Economy
เพ่ือให้มกี ารดา้ เนนิ ธรุ กิจทีม่ คี วามย่ังยืนโดยให้ความส้าคัญกับท้องถ่ิน แนวทางการแก้ไขปัญหาบนพื้น
ฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วัฏจักรทางธรรมชาติและสสาร นวัตกรรมความหลากหลาย และการ
ตั้งสมมติฐานจากค้าถามพื้นฐานเก่ียวกับระบบเศรษฐกิจตั้งเดิม เนื่องจากท่ีผ่านมาการประกอบการ
ของนกั ลงทุนต่าง ๆ มักจะค้านึงถงึ เฉพาะตันทุนและผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้ค้านึงถึงมูลค่าความ
เสยี หายที่เกดิ ขนึ้ กับสงิ่ แวดล้อม ท้าให้ต้นทนุ ในการแก้ไขความเสียหายท่ีเกิดขึ้นกลับมาตกอยู่กับสังคม
Blue Economy จึงถูกก่อตั้งขึ้นเพ่ือการขับเคลื่อนให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ
การดูแลรักษาระบบนิเวศอย่างย่ังยืน หรือหมายถึง กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่ส่งผลกระทบเสียต่อ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมรมิ ชายฝง่ั และในทะเล

ส้าหรับในปัจจุบันหลายประเทศ เร่ิมมีการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการพัฒนาทะเล
และชายฝั่ง ซ่ึงมีแนวทางเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสีน้าเงิน แผนยุทธศาสตร์ทางทะเลเหล่านี้ช่วยให้
ประเทศสามารถสร้างกรอบในการพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งของตนเองได้ ภายในอาณาเขตเศรษฐกิจ
จา้ เพาะ (Exclusive Economic Zones) ของประเทศตน รวมถึงการมียุทธศาสตร์สีน้าเงินท่ีแสดงถึง
วิสัยทศั น์ในการเป็นเศรษฐกิจมหาสมุทรที่ยั่งยืน อันจะส่งผลให้เกิดการชะลอกิจกรรมทางเศรษฐกิจท่ี
ด้าเนนิ การในและรอบมหาสมุทร ซ่ึงมแี นวโนม้ จะเพมิ่ ขน้ึ เร่อื ย ๆ ได้ ท้ังยังช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สร้าง
ความสมดุลระหว่างการเติบโตและความความยั่งยืนค้านึงการใช้ทรัพยากรจากมหาสมุทรที่เกิด
ประโยชน์สูงสุดกับสมุทรนิเวศส่ิงเหล่านี้มีความจ้าเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องได้รับความสนใจในระดับ
นโยบายเพอ่ื น้าไปสู่สงั คมที่มีระบบเศรษฐกิจมหาสมุทรทย่ี งั่ ยนื มากขน้ึ

3.2.1 การจะเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจมหาสมุทร (ocean economy) สู่ระบบ
เศรษฐกิจสีน้าเงิน (Blue Economy) จึงมีความซับซ้อนและอาศัยระยะเวลานานในการจัดการ
ซ่ึงตอ้ งอาศัยอย่างนอ้ ย 5 กระบวนการ ได้แก่

กระบวนการที่หนึ่ง คือ การระดมความคิดเห็นร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในเร่ือง
เก่ียวกับการลงทุนในพ้ืนที่ทะเลและชายฝั่งท่ีสร้างผลตอบแทนท่ีดี และระบบนิเวศได้รับประโยชน์
ข้อดีของกระบวนทศั น์น้ีคือ การสร้างทางเลือกที่หลากหลายในการด้าเนินกิจกรรม จากรูปแบบเดิมท่ี
ทา้ ลายระบบสมทุ รนิเวศ สธู่ รุ กจิ แนวใหม่ทใี่ สไ่ จระบบสมทุ รนเิ วศมากข้ึนผ่านรูปแบบการประสานงาน
ภายในกรอบท่คี รอบคลมุ การจดั การบนพ้นื ฐานระบบนเิ วศ

กระบวนการท่สี อง คอื นโยบายและแผนต้องมีความชัดเจนในการด้าเนินงาน แต่สิ่งเหล่านี้ก็
ยังไมเ่ พียงพอ เพราะจากการศึกษาของสหภาพยุโรปพบว่า แม้แผนและนโยบายท่ีออกมามีลักษณะท่ี
ดี แต่ก็เกิดปัญหาในการปฏิบัติ เพราะขาดผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญทางด้านเทคนิคเก่ียวกับระบบ
นิเวศในทะเลและชายฝั่ง ส่งผลให้ภาคธุรกิจไม่ได้รับความชัดเจนเท่าที่ควรเกี่ยวกับตัวชี้วัดท่ีเป็นเรื่อง
ทางด้านเทคนิค ท่ีต้องอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉะน้ัน การมีผู้เช่ียวชาญใน
ประเด็นเหล่านกี้ ม็ คี วามจา้ เป็นต่อการปรบั ใชร้ ะบบเศรษฐกจิ สีน้าเงนิ

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 76

ขอ้ มูลสนับสนุนเศรษฐกิจสีน้าเงนิ

กระบวนการท่ีสาม คือ การปฏิรปู หนว่ ยงานหรอื องคก์ ารทร่ี บั ผิดชอบดูแลเร่ืองเกี่ยวกับทะเล
และชายฝัง่ เพราะจากอดีตการบริหารเขตเศรษฐกิจจ้าเพาะท่ีผ่านมา พบว่า หน่วยงานมุ่งเน้นแต่การ
ประสานงานระหว่างหน่วยที่เกี่ยวข้องโดยแยกงานกันท้า แต่ส้าหรับระบบเศรษฐกิจสีน้าเงินที่ใส่ใจ
ระบบนิเวศ มีความจ้าเป็นท่ีทุกหน่วยงานต้องบูรณาการท้างานร่วมกัน ปรึกษาหารือกันมากขึ้น ออก
กฎระเบียบ กฎหมาย มีสถาบันท่ีแข็งแกร่งและการท้างานร่วมมือกันระหว่างรัฐมนตรี รวมถึงการ
ตัดสนิ ใจร่วมกนั ระหวา่ งผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสยี ด้วย

กระบวนการที่ส่ี คือ การมีข้อมูลทางเศรษฐกิจและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีดีมีความ
จ้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิ่งเหล่านี้ท้าให้การก้าหนดตัวชี้วัดมีความชัดเจนมากย่ิงข้ึน เพราะว่าต้องมีการ
ผนวกรวมการคิดค้านวณการสูญเสียของระบบนิเวศออกมาเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจด้วย ท้าให้องค์
ความรู้ท้ังสองด้านต้องสามารถน้ามาผนวกรวมกันได้อย่างลงตัวมากท่ีสุด เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน
ส้าหรบั การเสนอการลงทนุ และด้าเนนิ นโยบายต่อไป

กระบวนการท่ีหา้ คือ นวัตกรรมทางการเงนิ จะเป็นเรอื่ งท่ีส้าคัญในการลงทุนในเร่ืองเกี่ยวกับ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจประเภทน้ี เพราะเน่ืองจากการต้องสูญเสียเงินไปกับการดูแลระบบนิเวศร่วม
ด้วย ส่งผลให้ผลตอบแทนท่ีได้รับช้า การคิดค้นระบบวิธีการ หรือนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ที่อาจ
ต้องอาศัยความร่วมมือท่ีมากข้ึนระหว่างรัฐและเอกชน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้มีอุตสาหกรรมรูปแบบ
ใหม่ ที่ใสใ่ จระบบสมุทรนเิ วศมากยงิ่ ขนึ้

สิง่ ท่คี น้ พบคือ ปัจจุบันหลายประเทศเร่ิมด้าเนินการในการจัดท้าตามกรอบเศรษฐกิจสีน้าเงิน
น้ี แตก่ ็ต้องพบกับอุปสรรคและปญั หาในหลายประเด็น ท้ังในเรื่องนิยามความหมายของเศรษฐกิจสีน้า
เงิน การปรับปรุงระบบกฎหมาย ระบบการบริหารงานภาครัฐ การเตรียมการลงทุนและการเงิน การ
น้าสิง่ เหล่านี้ไปปฏบิ ัติ ซึง่ ถือเปน็ ความทา้ ทายทยี่ ่งิ ใหญ่ของเรื่องนี้ฉะน้ันการมีกรอบท่ีชัดเจนท้ังในเรื่อง
ของนิยาม การบรหิ ารจดั การ สถาบนั การลงทุน นวัตกรรมทางธุรกิจ จะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจสีน้าเงิน
ด้าเนนิ ไปได้อย่างสะดวกและเหน็ ผลมากข้นึ

การเตรียมความพรอ้ มในการเข้าสู่การเป็น Blue Economy นับว่าเป็นเรื่องจ้าเป็นอย่างยิ่งท่ี
จะต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศท่ีได้พิจารณาร่วมกันอย่าง
ครบถ้วนและรอบคอบบนเป้าประสงค์ร่วมกัน รวมทั้งกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง
ทกุ ภาคส่วนทัง้ หนว่ ยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในประเดน็ ต่าง ๆ ในการขับเคล่ือนให้
เกิดการน้าแนวทางของ Blue Economy ไปสู่การปฏบิ ัติไดอ้ ยา่ งเปน็ รูปธรรม

ส้าหรับประเทศไทยแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้าเงินยังเป็นเรื่องใหม่ของหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้อง แนวทางในการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังคง
ด้าเนินงานภายใต้กรอบการท้างานในระดับนโยบายท่ีมุ่งเน้นเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนและการ
บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน ซึ่งการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรทางทะเลและมหาสมุทรอย่าง
ยง่ั ยนื (SDG14) ยงั คงเป็นเพยี งเปา้ หมาย 1 ใน 14 เป้าหมาย โดยเมอ่ื เปรียบกบั ประเทศท่ีเร่ิมมีการน้า
กรอบแนวคิดเศรษฐกิจสนี ้าเงนิ มาประยุกตใ์ ช้ในการวางกรอบการพัฒนาประเทศ เช่น ประเทศเกาหลี

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 77

ข้อมูลสนบั สนนุ เศรษฐกจิ สีน้าเงิน

ประเทศจีน มีการขับเคล่ือนการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้าเงิน โดยสร้างกลไกและเคร่ืองมือในระดับ
นโยบายจนถึงการท้างานในระดับพื้นที่ เช่น การผนวกแนวคิดเศรษฐกิจสีน้าเงินเข้าไปตั้งแต่
แผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา และบรรจุในเป้าหมายการพัฒนามีการ
ก้าหนดสาชาการผลติ ท่ีเกี่ยวข้องกับพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และมีการพัฒนาโครงการน้าร่องใน
สาขาการผลิตที่ตนเองมีศักยภาพ เป็นต้นในส่วนกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากร
ทางทะเลและชายฝั่งที่ถูกประกาศใช้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และกฎหมายท่ีอยู่ระหว่างการพิจารณา
ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พบว่าข้อสังเกตที่ส้าคัญ คือ กฎหมายส่วนใหญ่ถูกน้ามาใช้เพ่ือแก้ไข
ปัญหาสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังที่มีอยู่ในขณะนั้น เช่น ปัญหาความเสื่อมโทรม
ทรัพยากรทางทะเล ปัญหา IUU ปัญหาการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น นอกจากน้ัน
กฎหมายทุกฉบับมีการตั้งคณะกรรมการซ่ึงส่วนใหญ่คณะกรรมการท่ีมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่
เก่ียวข้องจะทับซ้อนกันระหว่างคณะกรรมการตามกฎหมายแต่ละฉบับ ดังน้ัน ความคาดหวังท่ี
ต้องการให้เกิดการท้างานที่เป็นเอกภาพและมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายแต่ละ
ฉบับ เพื่อขับเคล่ือนตามกรอบแนวคิดเศรษฐกิจสีน้าเงินจ้าเป็นต้องอาศัยการประสานงานระหว่าง
กลไกตา่ ง ๆ ภายใตก้ ฎหมายแต่ละฉบบั

สุดท้ายประเด็นที่ท้าทายการขับเคลื่อนตามแนวทางเศรษฐกิจสีน้าเงินของประเทศไทย คือ
การขาดข้อมลู พ้นื ฐานที่รองรับการขับเคล่ือนเศรษฐกิจสีน้าเงินท่ีครอบคลุม ทันสมัย และเป็นปัจจุบัน
เชน่ ข้อมลู มูลคา่ และสถานภาพทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่ ข้อมลู การสญู เสียทรพั ยากรจากพัฒนา
ทางเศรษฐกิจทางทะเล เป็นต้น เพราะตัวอย่างประสบการณ์ของประเทศเวียดนามพบว่าแม้ว่าใน
ระดบั นโยบายน้าแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้าเงินมาใช้ แต่ยังไม่มีความพร้อมทางด้านข้อมูล ด้าน
เทคนิคและโครงสร้างพื้นฐาน ก็ท้าให้การด้าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีน้าเงินไม่ประสบ
ความส้าเรจ็

3.2.2 ประเด็นสา้ คญั ทีป่ ระเทศไทยควรมกี ารดา้ เนนิ การจงึ ประกอบดว้ ย
(1) ด้านนโยบายและยทุ ธศาสตร์
ควรกา้ หนดให้มีนโยบายชาติด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง (Marine
National Policy) ท่ีครอบคลุมประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝัง่ ท้งั หมด เพอ่ื ใชเ้ ปน็ กลไกขบั เคล่อื นการพฒั นาตามกรอบแนวคิดเศรษฐกจิ สนี ้าเงิน
ควรก้าหนดนิยามความหมายของกรอบแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้าเงินในบริบทของ
ประเทศไทย นอกจากนัน้ ควรมีการระบสุ าขาการผลิตท่ปี ระเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ
สนี ้าเงินเพื่อสะทอ้ นให้เหน็ โอกาสในการลงทุนในธุรกจิ ทเี่ กย่ี วข้อง ตลอดการวางแผนก้าหนดมาตรการ
ในการอนรุ กั ษแ์ ละใชท้ รัพยากรอยา่ งยั่งยนื
ควรมีจัดตงั้ กลไกขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจสีน้าเงิน ในระยะแรกต้องสร้างศูนย์ประสานงาน
เศรษฐกิจสีน้าเงิน (Blue Economy Think Tank) ที่ท้าหน้าท่ีเช่ือมประสานกับกลไกคณะกรรมการ
ตามกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังท่ีมีอยู่ในปัจจุบันที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 78

ขอ้ มลู สนบั สนุนเศรษฐกิจสีนา้ เงิน

คณะกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะกรรมการนโยบายและอ้านวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทาง
ทะเล คณะกรรมการนโยบายและแผนบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ เป็นต้น
เพ่ือท้าหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานให้ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีน้าเงิน กับ
คณะกรรมการต่าง ๆ ท่ีหน่วยงานที่เก่ียวข้องตลอดจนเป็นศูนย์รวมของนักวิชาการท่ีสนใจทางด้าน
การบรหิ ารจดั ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั

(2) ดา้ นกลไกขบั เคลื่อน
ควรเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน ภาคประชาชนและชมุ ชนท้องถน่ิ ในการขับเคล่ือนการพัฒนา
ตามกรอบแนวคิดเศรษฐกิจสนี ้าเงินในมติ ทิ แี่ ตล่ ะภาคส่วนเกยี่ วข้อง เชน่ การค้า การลงทุน การพัฒนา
นวัตกรรมการวิจัยพัฒนา การฟ้ืนฟูและอนุรักษ์ โดยก้าหนดรูปแบบการด้าเนินงานร่วมกันระหว่าง
หน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ในรูปแบบหุ้นส่วนการพัฒนาภาครัฐ-เอกชน/ประชาชน
(Public-Private Partnership: PPPs)
(3) ด้านข้อมูลและองค์ความรู้
- ควรผลักดันให้มีการจัดท้าข้อมูลปีฐานระดับรายสาขาการผลิต (Sectoral baseline
information) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยน้าข้อมูล
ดังกล่าวไปใช้เป็นข้อมูลน้าเข้าในระบบบัญชีเศรษฐกิจและส่ิงแวดล้อม (System of Economic and
Environmental Account: SEEA) เพ่ือเป็นสะท้อนให้เห็นการบูรณาการข้อมูลด้านส่ิงแวดล้อมและ
ระบบนิเวศจากทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังเข้าไปบัญชีรายได้ประชาชาติ (National Income
Account) ใหม้ คี วามสมบรู ณ์และครอบคลมุ มากกว่าในช่วงเวลาทผ่ี ่านมา
- ควรมีการปรับปรุงข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาตามกรอบแนวคิดเศรษฐกิจสีน้าเงินให้มี
ความทันสมัย เช่น ข้อมูลมูลค่าของทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้
ประโยชนท์ รัพยากรในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ข้อมูลตน้ ทุนในการบริหารจัดการและการอนุรักษ์
ทรัพยากร ตลอดจนฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังและข้อมูลการสูญเสียของระบบนิเวศ
จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซ่ึงข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งส้าหรับเป็นข้อมูลน้าเข้าไปสู่
ระบบบัญชเี ศรษฐกิจและสง่ิ แวดล้อม(SystemofEconomicandEnvironmental Account: SEEA)
- ควรจัดให้มีการสร้างเสริมศักยภาพให้กับบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาค
ประชาชนและชุมชนท้องถ่ินท่ีเกี่ยวข้อง ในเร่ืองกรอบแนวคิดเศรษฐกิจสีน้าเงินท้ังในด้านแนวคิดและ
ทางด้านเทคนิคผ่านชอ่ งทางร่วมมือระหว่างสถาบนั วิจัยของประเทศไทยและประเทศท่ีมีประสบการณ์
ในการพฒั นากรอบแนวคิดเศรษฐกิจสีน้าเงิน ซึ่งจะท้าให้เกิดเวทีและเครือข่ายแลกเปล่ียนองค์ความรู้
และประสบการณใ์ นการพัฒนาเศรษฐกจิ สนี า้ เงนิ ต่อไปในอนาคต
(4)ดา้ นมาตรการจงู ใจ
หน่วยงานภาครัฐควรก้าหนดมาตรการจูงใจให้ภาคส่วนที่เก่ียวข้องด้าเนินกิจกรรมใด ๆ ก็
ตามที่ท้าใหก้ ารใชท้ รพั ยากรทางทะเลและชายฝั่งเกิดความยั่งยืน ตัวอย่างเช่น มาตรการทางด้านภาษี
มาตรการทางด้านการเงนิ และสิทธิพิเศษตา่ ง ๆ เป็นต้น

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 79

ข้อมลู สนับสนุนเศรษฐกจิ สีน้าเงนิ

แหล่งข้อมลู

กล่มุ วจิ ยั และวเิ คราะหส์ ถิตกิ ารประมง กองนโยบายและยุทธศาสตรพ์ ัฒนาการประมง. ปริมาณ
ผลผลิตสัตวน์ ้า จ้าแนกตามวิธีการทา้ ประมง. ค้นหาเมอ่ื 1 ธันวาคม 2561.

คณะอนุกรรมการจดั การความรู้เพ่ือผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล. (2560). อาณาเขตทางทะเล.
ค้นหาเมื่อ 19 กนั ยายน 2561, จาก http://www.mkh.in.th.index.php/2010-03-22-18-
01-39

ดวงพร อไุ รวรรณ. (2561). แนวคิดเศรษฐกจิ สนี ้าเงินกับผลประโยชน์แหง่ ชาตทิ างท้องทะเลของ
ประเทศไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ปีท่ี 4 ฉบับท่ี
2, หนา้ 1 – 13.

ธนติ โสรัตน์. (2560). เศรษฐกจิ สคี ราม: ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล. คณะรัฐศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร.์

เผดมิ ศักด์ิ จารยะพันธุ์ และคณะ. (2550). โครงการสถานการณ์ปจั จบุ นั และแนวโน้มในอนาคตของ
ประเทศไทยกบั การใชท้ ะเลอย่างย่ังยนื . กรงุ เทพฯ: สา้ นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจยั

สา้ นกั งานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ. (2561). ข้อมลู บัญชีประชาชาติ. คน้ หาเมื่อ
1 ธนั วาคม 2561, จาก
http://www.nesdb.go.th/more_news.php?cid=564&filename=index

รศ.ดร.โสภารตั น์ จารสมบตั ิ บรรณาธกิ าร และคณะ (2562). คูม่ ือการด้าเนนิ นโยบายเศรษฐกิจสีน้า
เงินของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สา้ นกั งานกองทนุ สนับสนุนการวิจยั

โสภารตั น์ จารุสมบัต.ิ (2561). คืบกท็ ะเล ศอกกส็ นิ ในน้า:หยงั่ วดั เศรษฐกจิ สีนา้ เงนิ และความมน่ั คง
ท า ง ท ะ เ ล นิ ย า ม ใ ห ม่ . ค้ น ห า เ มื่ อ 2 3 พ ฤ ศ จิ ก า ย น 2 5 6 1 ,จ า ก
https://www.the101.world/interview-soparatana/

| CMGF Secretariat Thailand (Prince of Songkla University) 80


Click to View FlipBook Version