หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ งเลื่อลื่ งลือลืวรรณกรรมชุชุชุชุ ชุ ม ชุ ม ชุ ม ชุ มชนเพื่พื่พื่พื่ พื่ อ พื่ อ พื่ อ พื่ อการเรีรีรีรี รี ย รี ย รี ย รี ยนรู้รู้รู้รู้รู้จัรู้จัรู้จัรู้จัจังจัจัจัหวัวัวัวัวัดวัวัวัสงขลา ศูศูศูนศูย์ย์ย์กย์ารเรีรีรียรีนรู้รู้รู้ตำรู้ตำตำตำบลท่ท่ท่าท่ช้ช้ช้าช้ง ศูศูศูนศูย์ย์ย์ส่ย์ส่ส่งส่เสริริริมริการเรีรีรียรีนรู้รู้รู้อำรู้อำอำอำเภอบางกล่ำล่ำล่ำล่ำ
หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ สำ นักงานส่งส่เสริม ริ การเรีย รี นรู้จั รู้ จั งหวัดสงขลา ศูนย์ส่ ย์ งส่เสริม ริ การเรีย รี นรู้อำ รู้ อำ เภอบางกล่ำ ศูนย์ก ย์ ารเรีย รี นรู้ตำ รู้ ตำ บลท่าช้าง ทีม ที งานดำ เนินเรื่อ รื่ ง ผู้ใผู้ห้ข้ห้ ข้อมูล/บุคคลอ้างอิง : พระครูสถิตสุตพจน์ นายคเณศ ยอดแก้ว นายต้าน บุญศักดิ์ ผู้สำผู้ สำรวจข้อมูล/เขียขีนเรื่อรื่งราว : นางสาวณิชากร ซุ้นสุวรรณ นางสาวสุวัลลีย์ นิ่มวันสิน ทีม ที สนับสนุนระดับสถานศึก ศึ ษา ผู้บผู้ ริหริารสถานศึกศึษา : นางชุติมา พูลเกิด ทีม ที สนับสนุนระดับหน่วยงาน ผู้อำผู้ อำนวยการ สำ นักงาน สกร.จังหวัดสงขลา : นางเกษร ธานีรัตน์ รองผู้อำผู้ อำนวยการ สำ นักนังานสกร.จังจัหวัดวัสงขลา : นางสาวบุปบุผาชาติ เรือรืงกูลกู
หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ
หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ
หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ อำ เภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เสน่ห์บางกล่ำ คือความเป็นธรรมชาติวิถีชีวิตดั้งเดิม สะอาด บริสุทธิ์ ป่าเสม็ดขาว ๙๐๐ ไร่ มีผึ้งจิ๋ว (อุง) เป็นผู้การันตี ความอุดอุมสมบูรบูณ์ ภูมิภูปัมิญปัญาโดดเด่นด่ ประเพณีแณีข่งข่เรือรืลือลืเลื่อลื่ง วรรณกรรมชุมชนอำ เภอบางกล่ำ เกิดขึ้น จากการเรียนรู้ ศึกศึษาค้นค้คว้าว้ความเป็น ป็ มาของตำ นานที่เที่กิดกิขึ้นขึ้จริงริโดดเด่นด่มีคุมีณคุค่าค่ แต่กำ ลังจะเลือนหายไป เพื่อนำ เรื่องราว มารวบรวม เผยแพร่ เปิดปิ โลกทัศทัน์ใน์ห้คห้นรุ่นรุ่หลังลัได้รัด้บรัรู้ และเข้าข้ใจ เกิดกิความภาคภูมิภูใมิจ ในท้องถิ่น รักและหวงแหนบ้านเกิด เรื่องราวของหลวงปู่เฟื่อง หนังนัตะลุง ดวนศ.อิ่มอิ่เท่งท่เหนียนีวหลามแม่ทม่อม ขนมผิงผิสวาบางกล่ำ แข่งข่เรือรืบางหยี ซอยขนม และบ่อบ่น้ำ ศักศัสิทสิธิ์ ทั้ง ๘ เรื่อรื่ง ล้วนมี เรื่อรื่งเล่าล่ขาน ควรส่งส่เสริมริพัฒพันา ให้คห้งอยู่ วรรณกรรมชุมชุชนอำ เภอ บางกล่ำ จะเป็น ป็ ส่วส่นหนึ่งนึ่ในการส่งส่เสริมริการอ่าอ่น การจัดจัการเรียรีนรู้ เมื่อมื่ตีพิตีมพิพ์ และเผยแพร่อร่อกไป อาจจะเป็น ป็ Soft Power อำ นาจ แห่งห่ความสร้าร้งสรรค์ ทำ ให้เห้ป็น ป็ ที่รู้ที่จัรู้กจัช่วช่ยขับขัเคลื่อลื่นการท่อท่งเที่ยที่ว สร้าร้งเศรษฐกิจกิสร้าร้งรายได้ พัฒพันาท้อท้งถิ่นถิ่ให้มีห้คมีวามเจริญริมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ ศูนศูย์ส่ย์งส่เสริมริการเรียรีนรู้อำรู้อำเภอบางกล่ำ ขอขอบคุณคุสำ นักนังาน ส่งส่เสริมริการเรียรีนรู้จัรู้งจัหวัดวัสงขลา อำ เภอ บางกล่ำ คณะครูแรูละบุคบุลากรภูมิภูปัมิญปัญา ท้อท้งถิ่นถิ่ผู้นำผู้ นำชุมชุชนผู้เผู้กี่ยกี่วข้อข้งทุกทุฝ่าฝ่ยที่ใที่ห้ ข้อข้มูลมูเกี่ยกี่วกับกัเรื่อรื่งราว ทำ ให้วห้รรณกรรม สมบูรบูณ์ยิ่ณ์งยิ่ขึ้นขึ้มาร่วร่มกับกัขับขัเคลื่อลื่นอำ เภอ บางกล่ำ ให้เห้ป็น ป็ แหล่งล่ท่อท่งเที่ยที่วที่ต้ที่อต้ง พลาด (ไม่ไม่ด้)ด้“บ้าบ้นฉันมีดีมีที่ดีนี่ที่บนี่างกล่ำ ” ชุติมา พูลเกิด ผู้อำผู้ อำนวยการศูนย์ส่ย์งส่เสริมริการเรียรีนรู้ อำ เภอบางกล่ำ
หลวงปู่เฟื่อฟื่งเลื่องลือ หลวงปู่เปู่ ฟื่อฟื่งเลื่องลือถือปัจปัเจก เป็น ป็ องค์เอกบรมครูในหมู่สมู่งฆ์ ธรรมวินัยนั ใส่นิส่มินิตมิจิตจำ นงค์ ร่มร่กรดวงนำ คู่อคู่ยู่ปยู่ระจำ มีสมีถูปถูรูปเหมือมืนเตือนมาบ้าบ้ง ที่ตำ บลท่าช้าช้งข้าข้งบางกล่ำ คงคาเลียบท่านจำ วัดอยู่ปยู่ระจำ บูชาธรรมวันทาคาถาธรรม ศรัทรัธาท่านคงอยู่คู่ยู่ คู่ด้คู่ด้ามขวาน สยบมารขอพรชัยชั ไม่ไม่ขว้เขว ทั่วทั่ถิ่นถิ่ใต้ปต้ลายด้าด้มขวาน มากหลายท่าท่นขอพรชัยชัที่ไที่ขวเขว ทั้งทั้คนไทยมอญพม่าม่ชาวมาเลย์ นอบน้อน้มเห่เห่คารพพบพระธรรม ต่าต่งตั้งตั้จิตจินิมินิตมิหมายคลายทุกทุขังขั ได้สด้มหวังวัสุดสุประเสริฐริเลิศลิสดใส ให้ทุห้กทุคนที่มที่ามีโมีชคชัยชัพ้นพ้โพยภัยภัไม่ขัม่ดขัสนทุกทุคนเทอญ หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 1
หลวงปู่เฟื่อง ชื่อเดิม กลับ (ไม่ทราบนามสกุล) เกิดเมื่อ ประมาณ พ.ศ ๒๔๐๕ (ตรงกับรัชกาลที่ ๔) มีพื้นเพถิ่นกำ เนิด ที่ตำที่ตำบลคลองพุมพุดวงอำ เภอพุนพุพินพิจังจัหวัดวัสุรสุาษฎร์ธร์านีเหนือนืแม่น้ำม่น้ำ ตาปี เมื่อมื่อายุ ๘ ขวบ ท่าท่นได้บด้วชเป็น ป็ สามเณรที่วัที่ดวับางนอนใกล้กัล้บกั อำ เภอพุนพิน โดยมีพระอุปัชฌาย์ชื่อเย็น เมื่ออายุ ๒๑ ปี ก็ได้ อุปสมบทที่วัดท่าท่ โขลง อำ เภอพุนพุพินพิจังหวัดสุรสุาษฎร์ธร์านี ซึ่งซึ่มี พระอุปัชฌาย์ชื่อเย็น (ท่านเดิม) ปัจจุบันวัดนี้ได้สลายหายสูญ ไปกับกัสายน้ำ หลากเพราะตลิ่งลิ่พังพัเมื่อมื่หลายสิบสิปีมปีาแล้วล้เมื่อมื่ท่าท่นจำ พรรษาอยู่ที่ยู่วัที่ดวันอกจากท่าท่นได้เด้รียรีนธรรมตามประเพณีนิณียนิมแล้วล้ ยังได้มีโอกาสฝึกอาคมต่าง ๆ กับพระอาจารย์หลายท่านด้วย หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งถึงถึแก่มก่รณภาพเมื่อมื่วันวัที่ ๔ มกราคม ๒๔๙๙ สิริสิอริายุ ได้ ๙๔ ปี ๗๔ พรรษา หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 1 2
จากลำ ห้วห้ยที่เ ที่ หือหืดแห้งห้กลายเป็น ป็ ลำ ห้วห้ยที่มี ที่ น้ำมีน้ำ ไหลตลอดเวลา เดิมน้ำ ในลำ ห้วห้ยแห่งห่นี้เนี้ป็น ป็ ลักษณะทางเกวียนคล้ายกับ เป็น ป็ ทางตันตัของน้ำ แต่ต่ต่อต่มาเมื่อมื่หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งได้เด้ข้าข้มาอยู่ ได้เด้กิดกิ น้ำ ไหลมารวมตัวกันเป็น ป็ แอ่ง กลายเป็น ป็ ลำ ห้วห้ยไหลลงสู่ท้สู่ท้องนา หากได้พิจพิารณาดูแดูล้วคงเป็น ป็ เรื่อรื่งอิทธิฤธิทธิ์ปธิ์าฏิหาริย์ริขย์องพระ แม่ธม่รณีที่ณีท่ที่าท่นได้บัด้นบัดาลน้ำ ให้หห้ลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งได้ใด้ช้สช้อย เเละไม่ว่ม่าว่จะ ผ่าผ่นมาหลายปีน้ำปีน้ำในลำ ห้วห้ยนี้ก็นี้ยั ก็ งยัคงมีใมีห้ชห้าวบ้าบ้นได้ใด้ช้สช้อยกันกัอยู่ หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 3
ยุงยุและความหนาวไม่สม่ามารถทำ อะไรหลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งได้ ตามธรรมชาติป่ติาป่ โปร่งร่จะอยู่ใยู่กล้ทุ่ล้งทุ่นาหรือรืห้วห้ยหนอง คลองบึงบึ ซึ่งซึ่มักมัจะมียุมีงยุชุมชุเวลากลางคืนคื ใครเดินดิผ่าผ่นมักมัจะถูกถูยุงยุรุมรุกัดกับริเริวณ ป่าที่หลวงปู่เฟื่องอาศัยอยู่ก็เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ปรากฎขึ้นคือ ในสำ นักหลวงปู่เฟื่องกลับไม่มียุงและไม่เคยโดนยุงกัด ทั้ง ๆ ที่ หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งไม่เม่คยมีมุ้มีงมุ้กาง ไม่เม่คยมีผ้มีาผ้ห่มห่กันกัหนาว นอกจากสบง จีวจีรที่คที่รองอยู่เยู่ท่าท่นั้นนั้แต่ท่ต่าท่นก็ส ก็ ามารถอาศัยศัอยู่ไยู่ด้อด้ย่าย่งปกติ จากพื้นดินที่แห้งแล้ง สามารถปลูกผัก ปลูกพืช ได้งอกงาม จนคาดไม่ถึม่ง ถึ พื้นพื้ที่ดิที่นดิหน้าน้กุฏิกุหฏิลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งปราศจากต้นต้หญ้าญ้เพราะไม่ว่ม่าว่ พื้นพื้ดินดิตรงไหนถ้าถ้หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งถอนหรือรืดายหญ้าญ้ออก พื้นพื้ที่ตที่รงนั้นนั้ จะไม่มีม่ต้มี ต้นหญ้าญ้ขึ้นขึ้มาอีก บรรดาศิษศิย์ผู้ย์ ใผู้กล้ชิดชิมักมัจะเคยเห็น ห็ กัน บ่อย ๆ ถ้าหากวันไหนหลวงปู่เฟื่องอยากจะปลูกผักหรือพืช มักจะเห็นท่านนำ เอาเหล็กแหลมหรือปลายมีดเล็ก ๆ จิ้มขุด เป็น ป็ หลุมเรียรีงกันเป็น ป็ แถวท่านต้องการปลูกลูต้นอะไร ท่านจะเอา เมล็ด ล็ พืชพืที่ต้ที่อต้งการหยอดลงไป เสร็จ ร็ แล้วล้ท่าท่นจะกลบและเอาน้ำ รดปากหลุมลุแต่การรดน้ำ ต้นไม้ขม้องท่านแปลกกว่าคนอื่น ถ้าไม่ สังเกตจะเห็น ห็ เป็น ป็ เรื่อรื่งปกติ ถ้าสังเกตจะรู้สึรู้กสึแปลก คือ ท่านเอา ถังน้ำ ขนาดเล็กตักน้ำ มารด แต่ก่อนจะรด ท่านแบมือข้างซ้าย หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 4
ส่วส่นมือมืขวาจับจัขอบถังถัเอาปลายที่แที่บรดลงใกล้ปล้ากหลุมลุแล้วล้ค่อค่ย ๆ เทน้ำ ให้ไห้หลไปตามฝ่าฝ่มือมืลงไปที่หลุม ทำ ปากขมุบมุขมิบมิสงบจิต คล้าล้ยกับกัสวดอธิษธิฐาน ครั้งรั้แรกชาวบ้าบ้นที่เที่ห็น ห็ นึกนึในใจว่าว่คงไม่มีม่ผมีล เพราะพื้นดินตรงนั้นแข็งอย่างกับดินดาน ไม่มีการขุดพื้นดิน ให้ร่ห้วร่นซุยซุเสียก่อก่น ปุ๋ยปุ๋คอกหรือรืปุ๋ยปุ๋อะไรก็ไก็ ม่เม่ห็น ห็ ใส่ลส่งไป หลังลัจาก ที่ปลูกลูพืชพืผักผัผ่าผ่นไปประมาณเดือนเศษ ชาวบ้าบ้นได้มานมัสมัการ หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง จึงจึถือถืโอกาสแวะเข้าข้ไปดูพืดูชพืสวนครัวรัที่หที่ลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง ปลูก ผลปรากฏว่าพืชพืผักผัต่าง ๆ งอกงามอย่าย่งผิดผิสังสัเกต หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 5
หลวงพ่อพ่ช่วช่ย นายไว (เสือสืไว) นายไวซึ่งซึ่มีข้มีอข้หาฆ่าฆ่คนตายกำ ลังหนีตำนี ตำรวจที่ตามมาอย่าย่ง กระชั้นชั้ชิดชิขณะที่วิ่ที่งวิ่หนีตำนี ตำรวจอยู่นั้ยู่นนั้เหลือลืบไปเห็น ห็ หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง นั่งนั่ถอนหญ้าญ้อยู่หยู่น้าน้กุฏิกุฏิจึงจึรู้สึรู้กดีใดีจและตัดตัสินสิใจวิ่งวิ่เข้าข้หาพร้อร้มกับกั ก้มก้กราบหลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง และพูดพูว่าว่หลวงปู่ช่ปู่วช่ยผมด้วด้ย ตำ รวจกำ ลังลั ตามยิงยิผม หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งคงรู้ว่รู้าว่เหตุกตุารณ์เณ์ป็น ป็ อย่าย่งไร ถ้าถ้ไม่ช่ม่วช่ยก็ค ก็ ง จะตายเปล่า จึงบอกให้ไห้ปแอบอยู่หยู่ลังกอกล้วย นายไวลุกลุขึ้นขึ้วิ่ง ไปแอบหลังลักอกล้วล้ยตามที่ท่ที่าท่นสั่งสั่อีกอีสักสัพักพัตำ รวจก็วิ่ ก็ งวิ่มาถึงถึพอดี จึงจึตรงเข้าข้ไปถามหลวงปู่ว่ปู่าว่เห็น ห็ โจรมาทางนี้ไนี้หม หลวงปู่ชี้ปู่ไชี้ปทาง กอกล้วยที่นายไวแอบอยู่ตยู่รงนั้นนั้ตำ รวจไม่ทัม่ ทันถาม ต่าต่งก็วิ่งผ่าผ่น กอกล้วล้ยกระโดดข้าข้มรั้วรั้ไปเลย เมื่อมื่หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งเห็น ห็ ว่าว่ตำ รวจไป ได้สั ด้กพักพัและเห็น ห็ ว่าว่ ปลอดภัยภัแล้วล้ท่าท่นจึงจึเรียรีกให้นห้ายไวออกมา เพื่อพื่ถามไถ่เถ่รื่อรื่งราวจนรู้ครู้วามจริงริหลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งจึงจึให้นห้ายไวหลบซ่อซ่น ตัวตัอยู่กัยู่บกัท่าท่นก่อก่น รอจนถึงถึวันวัฤกษ์ดีษ์ค่ดีอค่ยออกไปมอบตัวตักับกัตำ รวจ หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 6
เพื่อสู้คดีในศาล เช้าวันหนึ่ง หลวงปู่เฟื่องปลุกนายไวให้ลุกขึ้น ล้าล้งหน้าน้ล้าล้งตา หวีผวีมแต่งต่ตัวตัเรียรีบร้อร้ย เพื่อพื่เตรียรีมตัวตัออกเดินดิทาง ไปมอบตัวตัที่โที่รงพักพัก่อก่นออกเดินดิทางท่าท่นให้ดื่ห้ดื่มดื่น้ำ มนต์ แล้วล้เอา น้ำ มนต์ล้ต์าล้งหน้าน้ลูบหน้าน้อก และทุกทุส่วส่นของร่าร่งกายพร้อร้มกับกัตบ ศีรศีษะ ๓ ครั้งรั้แล้วล้สั่งสั่ว่าว่ระหว่าว่งเดินดิทางก่อก่นถึงถึโรงพักพัห้าห้มไม่ใม่ห้ พูดพูกับกั ใคร ขึ้นขึ้โรงพักพัแล้วล้จึงจึค่อค่ยพูดพูกับกัเจ้าจ้หน้าน้ที่ ได้เด้วลานายไว กราบลาหลวงปู่เฟื่องออกเดินทางจากสำ นักสงฆ์โดยไม่พูดคุย กับใครและเดินเท้าถึงโรงพักพัเกือบ ๘ กิโล ระหว่างทางมีบมีางคน มองเหมือนจำ หน้าได้แต่นายไวทำ เป็นไม่สนใจเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงถึโรงพักพัแล้วล้เข้าข้มอบตัวตักับกัตำ รวจ เมื่อมื่นายตำ รวจทราบเรื่อรื่ง จึงจึไปตามนายร้อร้ยเวรมาสอบสวน พอนายร้อร้ยเวรมาถึงถึและรู้เรู้รื่อรื่ง ว่าว่เป็น ป็ ใคร ด้วด้ยความเห็น ห็ ใจที่จำที่จำเลยมามอบตัวตัแต่โต่ดยดี จึงจึให้กห้าร ต้อต้นรับรัแบบเป็น ป็ กันกัเอง และส่งส่เข้าข้ห้อห้งขังขัตามระเบียบีบเพื่อพื่สอบสวน การสอบสวนทุกทุอย่าย่งนายไวให้กห้ารปฏิเฏิสธทั้งทั้หมด เมื่อมื่เวลาผ่าผ่น พ้นพ้ ไปเป็น ป็ เวลานานไม่มีม่เมีห็น ห็ โจทก์มก์าชี้ตัชี้วตัหรือรืแจ้งจ้ความ ในที่สุที่ดสุ อัยอัการได้เด้สนอต่อต่ศาลขอให้ยห้กฟ้อฟ้ง นายไวจึงจึถูกถูปล่อล่ยตัวตัให้เห้ป็น ป็ อิสระ เมื่อมื่นายไวได้รับรัการปล่อยตัวเป็น ป็ อิสระแล้ว รู้สึรู้กสึดีใจมาก จึงจึเดินดิทางกลับลั ไปอยู่กัยู่บกัหลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง เรื่อรื่งนี้นันี้บนัว่าว่เป็น ป็ อิทอิธิฤธิทธิ์ ปาฏิหาริย์ริขย์องหลวงพ่อพ่ที่ช่วช่ยชีวิชีวิตนายไวอย่าย่งน่าน่อัศจรรย์ หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 7
หลวงปู่เฟื่องสื่อภาษากับสัตว์ได้ มีอมียู่วัยู่นวัหนึ่งนึ่มีข้มีาข้ราชการประจำ ด่าด่นปาดังดัเบซาร์กร์ลุ่มลุ่หนึ่งนึ่ ได้นัดนัหมายกันมาร่วร่มทำ บุญถวายภัตตาหารที่กุฏิกุฏิหลวงปู่เปู่ ฟื่อฟื่ง หลังลัจากถวายภัตภัตาหารเพลเสร็จ ร็ แล้วล้ต่าต่งเที่ยที่วเดินดิชมทัศทันียนีภาพ อันอัร่มร่รื่นรื่ซึ่งซึ่เต็ม ต็ ไปด้วด้ยผลไม้ที่ม้หที่ลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งปลูกลูไว้ มีข้มีาข้ราชการ คนหนึ่งนึ่สะกิดกิเพื่อพื่นข้าข้ง ๆ ให้ดูห้กดูระรอกหางพวง ประมาณ ๑๐ ตัวตั กำ ลังลัแทะเนื้อนื้สับปะรดอย่าย่งสนุกนุสนาน พอดีหดีลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งเดินดิลง มาจากกุฏิกุฏิเห็น ห็ กระรอกหางพวงแทะเนื้อนื้สับสั ปะรดกันอยู่ จึงร้อร้ง ตวาดไปว่า “เจ้าพวกกระรอกเอ็งอย่ากินตัวละลูกเช่นนี้ ถ้ากิน ไม่หม่มดของจะเสีย ควรจะรวมตัวตักันกักินกิเป็น ป็ ลูกลู ๆ หมดแล้วล้ค่อค่ยกินกิ ลูกใหม่” กระรอกทุกตัวต่างกระโดดไปรวมกินกันแต่ผลเดียว หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 8
แม้แต่สัตว์ที่มีพิษร้ายอย่างงู ท่านก็พูดกันรู้เรื่อง เหมือนอย่าง เช่นช่ ในกุฏิกุฏิห้อห้งนอนของท่านมีงูมีปงูล้องทองขนาดลำ แขนนอนขด อยู่ที่ยู่ปที่ลายเท้าท้๓-๔ ตัวตัพอถึงถึเวลากลางคืนคืจะออกไปหากินกิตาม ทุ่งนา ถึงเวลาใกล้สว่างก็จะกลับมานอนอยู่ที่เดิมเป็นประจำ ไม่เคยทำ ร้ายใครเสมือนต่างคนต่างอยู่ไม่เกี่ยวข้องกัน ฝนทิพย์ วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๔๙๘ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๗ ค่ำ เดือดืน ๖ ปีมปีะแม เวลา ๑๐.๓๙ นาที วันวันั้นนั้ ได้จัด้ดจัพิธีพิวธีางศิลศิาฤกษ์ ศาลาปฏิบัฏิติบัธติรรมเป็น ป็ แห่งห่แรก สาขาวัดวัปากน้ำ ภาษีเจริญริ โดยมี การกำ หนดฤกษ์ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ ศาลาหลังใหม่นี้ สร้างขึ้นโดยเจ้าของที่ดินชื่อ นายแดง ชูเจริญ นายเม็ด และ นางสุ่นสุ่พัฒพั โน ผู้มีผู้ จิมีตจิศรัทรัธาได้อุด้ทิอุศทิถวายที่ดิที่นดิแปลงนี้เนี้พื่อพื่ความ มั่นคงแห่งพุทธศาสนา ณ ตำ บลหาดใหญ่ อำ เภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันนั้นนั้ ได้อาราธนาหลวงปู่เปู่ ฟื่อฟื่ง ซึ่งซึ่เป็น ป็ พระเถระ ผู้ใหญ่มาเป็นผู้วางศิลาฤกษ์ ซึ่งมีลูกศิษย์และชาวบ้านมาร่วม งานกันเป็นจำ นวนมาก หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 9
ครั้นรั้ถึงถึได้เด้วลาฤกษ์ โหรได้นำด้นำแผ่นผ่ศิลศิาเข้าข้ถวาย เพื่อพื่นิมนินต์ ให้หห้ลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง นำ ไปวางไว้ตว้ามทิศทิที่กำที่กำหนด ถึงถึเวลาฤกษ์ ท้อท้งฟ้าฟ้ แจ่มจ่ ใส แสงแดดสว่าว่งเจิดจิจ้าจ้ ปราศจากเมฆหมอก ขณะที่หที่ลวงปู่ บรรจงวางแผ่นผ่ศิลศิาลงก้นก้หลุม ได้เด้กิดกิสิ่งสิ่มหัศหัจรรย์ขึ้ย์นขึ้บนท้อท้งฟ้าฟ้ น่าน่พิศพิวง มีเมีม็ด ม็ ฝนโปรยปรายลงมาอย่าย่งเบาบางคล้ายกับมีคมีน ดีดน้ำ ลงมาจากฟากฟ้าฟ้ซักซั๕ วินาที ละอองฝนก็หายไป หลวงปู่เฟื่อฟื่งรู้วรู้าระสุดสุท้าย พระอาจารย์ปัย์ญปัญาซึ่งซึ่เป็น ป็ ศิษศิย์เย์อก ได้เด้ข้าข้มาเพื่อพื่กราบลา เข้าข้กรุงเทพฯ สักหนึ่งนึ่อาทิตย์ใย์นเดือนมกราคมที่จะถึง ซึ่งซึ่หลวง ปู่เฟื่อง บอกว่า “อย่าเพิ่งไป ในเดือนยี่ฉันมีงานใหญ่ในวัดนี้” ขณะนั้นนั้นายเค้งค้ได้เด้รียรีนถามขึ้นขึ้ว่าว่ “หลวงปู่จปู่ะมีงมีานอะไรหล่ะล่ครับรั” หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งพูดพูว่าว่ “งานนี้เนี้ป็น ป็ งานใหญ่ จะตั้งตั้โรงทานที่ป่ที่าป่กล้วล้ย หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 10
แกเอามีดไปฟันต้นกล้วยให้หมดแล้วเอาเสามาปัก ๔ ต้น” นายเค้งค้ยิ่งยิ่สงสัยหนักนัขึ้นขึ้ถามว่าว่ “แล้วล้หลวงปู่จปู่ะให้ปัห้กปัเสาทำ อะไร กันครับ” หลวงปู่เฟื่องบอกว่า “กูจะทำ โรงละคร จะเอาละคร มาเล่าล่ที่นี่ที่ ”นี่ยิ่งยิ่ทำ ให้นห้ายเค้งค้สงสัยหนักนัขึ้นขึ้อีกอีเพราะปักปัษ์ใษ์ต้มีต้แมีต่ หนังนัตะลุงกับมโนราห์เห์ท่าท่นั้นนั้จะเอาละครที่ไหนมาเล่นล่แต่ไต่ม่ไม่ด้ ซักซัอะไรต่อต่หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งก็ช ก็ วนพูดพูคุยคุเรื่อรื่งอื่นอื่ๆ เรื่อรื่ยไป ลูกลูศิษศิย์ เลยคิดคิว่าว่ท่าท่นพูดพูเล่นล่ ไปงั้นงั้พอถึงถึวันวัที่ ๓ มกราคม พ.ศ. 2499 หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งได้สั่ ด้งสั่ลูกลูศิษศิย์ที่ย์ ใที่กล้ชิล้ดชิทุกทุคนให้มห้านอนวัดวักันกัทุกทุคน พอถึงเวลา ๑๐.๔๙ น. ของวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. 2499 หลวงปู่เปู่ฟื่องก็จ ก็ ากไป ข่าข่วการละสังขารของท่าท่นกระจายไปอย่าย่งรวดเร็ว ร็ ลูกลูศิษศิย์ และประชาชนที่ทที่ราบข่าข่วหลั่งลั่ ไหลมาจากทั่วทั่ทิศทิทุกทุทาง เพื่อพื่กราบ ศพของท่าท่นป่าป่กล้วล้ยที่นที่ายเค้งค้ถางไว้พว้ร้อร้มปักปัเสา๔ต้นต้ก็ก ก็ ลายเป็น ป็ ที่ตั้งศพของท่าน จึงทำ ให้ทุกคนถึงบางอ้อว่า งานแสดงละคร ของท่านคืออะไร หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 11
การนำ อัฐิหฐิลวงปู่เฟื่อฟื่งเข้าข้สู่สสู่ ถูปถูเจดีย์ดีย์ ข่าวการมรณภาพของท่านกระจายไปทุกหนทุกแห่ง พ่อพ่ท่าท่นคล้าย วาจาสิทธิ์ พระอาจารย์ขย์องหลวงพ่อพ่ดำ จันทาโภ (พระวิเวิศษสยบโรค) เป็น ป็ อีกอีท่าท่นหนึ่งนึ่ที่รัที่บรัทราบข่าข่วนี้พ่นี้อพ่ท่าท่นคล้าล้ย กับกัหลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งคงเป็น ป็ พระรุ่นรุ่ราวคราวเดียดีวกันกัและท่าท่นก็เ ก็ ลื่อลื่มใส ในปฏิหาริย์ของหลวงปู่เฟื่องมาก เคยมีคนถามพ่อท่านว่า “หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งสําเร็จ ร็ ชั้นชั้ ไหนแล้วล้” พ่อพ่ท่าท่นคล้าล้ยตอบว่าว่ “เอาบุญบุ บารมีของชาวใต้ตั้งแต่ชุมพรลงมาไปจนถึงสุไหงโกลก รวมกับ บารมียัมีงยัไม่ถึม่งถึหลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง” ก็เ ก็ป็น ป็ เครื่อรื่งคะเนได้ว่ด้าว่หลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง ควรเป็น ป็ พระระดับไหน หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 12
พ่อท่านคล้ายจึงชักชวนบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้าน ข้าข้ราชการร่วร่มแรงร่วร่มใจกันกัสร้าร้งถนนจากหน้าน้วัดวัควนลังลัตัดตัผ่าผ่น ทุ่งนามุ่งตรงไปวัดคงคาเลียบ ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร สร้างไม่นานก็เสร็จ ขณะเดียวกันกับที่กำ ลังสร้างถนน เพราะ ท่านคล้ายก็วางแผนสร้างเจดีย์ สำ หรับสถูปบรรจุอัฐิธาตุของหลวงปู่เฟื่อง บรรดาพระ และฆราวาสชาวบ้าบ้นต่าต่งก็ร่ ก็ วร่มแรงร่วร่มใจและทุนทุทรัพรัย์ตย์ามกำ ลังลั ศรัทรัธาช่วช่ยกันกัคนละไม้คม้นละมือมืร่วร่มกันกัสร้าร้งสถูปถูเจดีย์ดีจย์นสำ เร็จ ร็ ในเวลาไม่นม่าน นายเป็ง ป็ เจียจีง และนายฮก แซ่โซ่ค้วค้เป็น ป็ หัวหัแรงสำ คัญคั ในการหาเงินงิสร้าร้งสถูปถูเพราะใช้ทุช้นทุทรัพรัย์สูย์งสูมาก อีกอีคนหนึ่งนึ่คือคื นายซิวซิแซ่ปซ่อ คนจีนจีเหล่าล่นี้มีนี้คมีวามเคารพเลื่อลื่มใสในพ่อพ่ท่าท่นคล้าล้ย และหลวงปู่เปู่ ฟื่อฟื่งมาก หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 13
การนำ อัฐิอัธฐิาตุขตุองหลวงปู่เปู่ป็น ป็ ปี ๒๔๙๘ เพราะหลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่ง มรณภาพวันที่ ๔ มกราคม ๒๔๙๘ มีเรื่องเล่าว่า พ่อท่านคล้าย เป็น ป็ ผู้อัผู้ ญอัเชิญชิอัฐิอัธฐิาตุขึ้ตุนขึ้บรรจุใจุนเจดีย์ดีตย์ามฤกษ์ขษ์องโหร ขณะที่ไที่ด้ เวลาฤกษ์สิบโมงเศษ สิ่งสิ่มหัศหัจรรย์เย์กิดกิบนท้อท้งฟ้าฟ้คือคืเกิดกิเส้นส้รุ้งรุ้ สามสีขึ้นขึ้ทางทิศทิตะวันวัตกเป็น ป็ สีแดง เหลือลืงและเขียขีว เป็น ป็ เส้นส้ตรง แบบเส้นบรรทัดทัไม่ใม่ช่รุ้ช่งรุ้กินกิน้ำ เป็น ป็ วงกลมอย่าย่งที่พที่วกเราเคยเห็น ห็ กันกั เส้นรุ้งรุ้เส้นตรงนี้ปนี้รากฏให้เห้ห็น ห็ ประมาณ ๒๐ นาที จากนั้นนั้ ได้หด้ดตัวตั กลมเป็นลูกโลกอีกประมาณ ๑๕ นาที จากนั้นก็ขยายออกเป็น เส้นตรงอีกอีแล้วล้กลับลัรวมตัวตัเป็น ป็ วงกลมอีกอีเหตุอัตุศอัจรรย์บย์นท้อท้งฟ้าฟ้ ในลักษณะนี้ปรากฏอยู่ประมาณ ๑ ชั่วโมง ๕๐ นาที จึงค่อย ๆ เลือนหายไป เมื่อมื่เขาบอกให้พ่ห้อพ่ท่านคล้ายทราบ ท่านได้ชะโงก หน้าน้ดู แล้วออกเสียสีงสาธุการ ๓ ครั้งรั้พร้อร้มยกมือมื ไหว้ พวกชาว บ้าบ้นต่างปฏิบัติบั ติาม ๆ กัน หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 14
ย้ายระเบิด “เรื่องย้ายระเบิด” ในปีพ.ศ ๒๔๘๓ เกิดสงครามโลก ครั้งรั้ที่ ๒ บรรดาทหารญี่ปุ่ญี่ปุ่นปุ่ ได้ยกพลขึ้นขึ้ที่สงขลา หมายต้องการ จะยึดยึเมือมืงหาดใหญ่ มีกมีารทิ้งทิ้ระเบิดบิบริเริวณสถานีรนีถไฟ มีคมีนตาย กันหลายคน นายมั่น ศรีประสม ซึ่งเป็นศิษย์หนึ่งของหลวงปู่ จึงจึรีบรี ไปขอร้อร้งท่าท่น และบอกเรื่อรื่งเครื่อรื่งบินบิมาทิ้งทิ้ระเบิดบิท่าท่นก็ บอกว่าว่ “ฉันรู้แรู้ล้วล้เออจะให้มัห้นมัเอาไปทิ้งทิ้ทะเลสงขลา” ซึ่งซึ่ปรากฏว่าว่ ต่อมาลูกระเบิด ที่ถูกทิ้งจากเครื่องบินต่างลงทะเลไปหมด เป็นที่อัศจรรย์มาก ทองคำ ยอดเจดีย์ หลังลัจากที่หที่ลวงปู่เปู่ฟื่อฟื่งมรณภาพและได้สด้ร้าร้งพระมหาธาตุ เจดีย์ขึ้นมีผู้อุปาทะ หรือผู้ดูแลหลวงปู่ได้นิมิตฝันถึงหลวงปู่ บอกกล่าวให้ไห้ปอัญเชิญชิพราหมณ์มณ์าทำ พิธีพิธีตรงจุดช้าช้ง ๓ เศียศีร (หลังพระอุโบสถ) ให้ขุดลงใต้ดิน จากนั้นจึงได้มีการอัญเชิญ พราหมณ์มณ์าทำ พิธีพิธีและขุดขุลึกลึลงไปประมาณ ๕-๖ เมตร ก็ไก็ ด้พด้บ กับกัพระพุทพุธชินชิราช และทองคำ แท่งท่มีน้ำมีน้ำหนักนัประมาณ ๕กิโกิลกรัมรั จึงได้นำ ทองคำ แท่งมาหลอมและทำ ยอดพระมหาธาตุเตุจดีย์ หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ 15
หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่ อ ฟื่ องเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ องลืลืลืลื อ 16
หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่ อ ฟื่ องเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ องลืลืลืลื อ 17
หลวงปู่ปู่ปู่ปู่ปู่ปู่เฟื่ฟื่ฟื่ฟื่ ฟื่อฟื่งเลื่ลื่ลื่ลื่ลื่ลื่องลืลืลืลือ สำ นัก นั งานส่งส่เสริม ริ การเรีย รี นรู้จั รู้ ง จั หวัด วั สงขลา ศูน ศู ย์ส่ ย์ งส่เสริม ริ การเรีย รี นรู้อำ รู้ อำ เภอบางกล่ำ บรรณาธิกธิาร นางสาวซามีร่มีาร่แวเด็ง ด็ : บรรณารักรัษ์ คำ ประพันพัธ์ นายนบนอบจิตจิสมบูรบูณ์ : ข้าข้ราชการบำ นาญ ชมรมสวนฝันฝั วรรณศิลศิป์ พัทพัลุง นายวร ชูสชูกุลกุ: ครูภูมิภูปัมิญปัญาด้าด้นเพลงเรือรื นางสาวบุปบุผาชาติ เรือรืงกูลกู: รองผู้อำผู้อำนวยการ สำ นักนังาน สกร.จังหวัดสงขลา รูปเล่มล่และภาพประกอบ นางสาวซามีร่มีาร่แวเด็ง ด็ : บรรณารักรัษ์ นางสาวณิชณิากร ซุ้นซุ้สุวสุรรณ : ครู กศน.ตำ บล นายวิโวิรจน์ แก้วก้ชูเชูชิดชิ: ครูอาสาสมัคมัรฯ จัดจัพิมพิพ์ ศูนศูย์ส่ย์งส่เสริมริการเรียรีนรู้อำรู้อำเภอบางกล่ำ สำ นักนังานส่งส่เสริมริการเรียรีนรู้จัรู้งจัหวัดวัสงขลา พ.ศ. 2567
วรรณกรรมชุชุ ชุ ม ชุ มชนเพื่พื่ พื่ อ พื่ อการเรีรี รียรี นรู้รู้รู้จัรู้จัจังจัหวัวัวัดวัสงขลา เรื่อ รื่ งราว ตำ นาน ควรค่าค่เล่าล่ขาน ผ่าผ่นหนังนัสือสื สำสำสำสำนันันันักงานส่ส่ส่ส่งเสริริ ริริ มการเรีรี รีรียนรู้รู้รู้รู้จัจัจัจังหวัวัวัวัดสงขลา กรมส่ส่ส่ส่งเสริริ ริริ มการเรีรี รีรียนรู้รู้รู้รู้ กระทรวงศึศึศึศึ กษาธิธิ ธิธิ การ