สำสำสำสำนันันันักงานส่ส่ส่ส่งเสริริริริมการเรีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้ประจำจำจำจำจัจัจัจังหวัวัวัวัดสงขลา กรมส่ส่ส่ส่งเสริริริริมการเรีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้ เรื่รื่รื่รื่องราว ตำตำตำตำตำตำนวน ควรค่ค่ค่ค่าเล่ล่ล่ล่าขาน ผ่ผ่ผ่ผ่านหนันันันังสืสืสืสือ วรรณกรรมชุชุ ชุชุ มชนเพื่พื่พื่พื่ อการเรีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้จัจัจัจังหวัวัวัวัดสงขลา กระทรวงศึศึศึศึกษาธิธิธิธิการ วัวั วัวัฒนธรรม สองทะเล
วรรณกรรมชุมชนเพื่อการเรีย รี นรู้จังหวัดสงขลา จัดทำ ขึ้นโดยการเก็บข้อมูลเรื่อ รื่ งราวเล่าขาน ตำ นาน พื้น พื้ บ้า บ้ น ภาษา ภูมิภูปัมิญปัญา ความเชื่อ หรือ รื ความเป็น ป็ อยู่ ที่สื ที่ บ สื ทอดกันกัมาจากรุ่นรุ่สู่รุ่สู่ นรุ่ในชุมชุชนที่มี ที่ ค มี วามหลากหลาย โดยสำ นักงานส่งเสริมการเรีย รี นรู้จังหวัดสงขลา มุ่งเน้นขับเคลื่อนการสร้างโอกาสเข้าถึงการเรีย รี นรู้ ของประชาชน “วรรณกรรมชุมชนจังหวัดสงขลา” เป็นการจัดการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่จะนำ ไปสู่ การเรีย รี นรู้ตรู้ลอดชีวิ ชี ตวิก่อก่ ให้เ ห้ กิดกิการเรีย รี นรู้ รักรัในการเรีย รี นรู้ รักรัถิ่นถิ่ฐานบ้า บ้ นเกิดกิสร้า ร้ งความสามัคมัคี สร้า ร้ งความรักรัถิ่นถิ่ และหวงแหนมาตุภูมิ ขอชื่นชมคณะผู้บริหริารสถานศึกษา ครู บุคลากร คณะทำ งานภาคีเ คี ครือ รื ข่าข่ยและผู้เผู้กี่ย กี่ วข้อ ข้ งทุกทุฝ่าฝ่ย ที่มุ่ ที่ งมุ่ มั่นมั่ตั้งตั้ใจ จัดจัทำ วรรณกรรมชุมชุชน เพื่อการเรียนรู้จังหวัดสงขลา อันจะเกิดการเรีย รี นรู้อย่างหลากหลาย ที่เ ที่ ริ่มริ่จากการอ่าอ่นเป็น ป็ สะพานสู่คสู่ วามสำ เร็จ ร็ ทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่าย่งยั่งยั่ยืน ยื สืบ สื ไป วรรณกรรมชุมชนเพื่อการเรีย รี นรู้จังหวัดสงขลา จัดทำ ขึ้นโดยการเก็บข้อมูลเรื่อ รื่ งราวเล่าขาน ตำ นาน พื้น พื้ บ้า บ้ น ภาษา ภูมิภูปัมิญปัญา ความเชื่อ หรือ รื ความเป็น ป็ อยู่ ที่สื ที่ บ สื ทอดกันกัมาจากรุ่นรุ่สู่รุ่สู่ นรุ่ในชุมชุชนที่มี ที่ ค มี วามหลากหลาย โดยสำ นักงานส่งเสริมการเรีย รี นรู้จังหวัดสงขลา มุ่งเน้นขับเคลื่อนการสร้างโอกาสเข้าถึงการเรีย รี นรู้ ของประชาชน “วรรณกรรมชุมชนจังหวัดสงขลา” เป็นการจัดการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่จะนำ ไปสู่ การเรีย รี นรู้ตรู้ลอดชีวิ ชี ตวิก่อก่ ให้เ ห้ กิดกิการเรีย รี นรู้ รักรัในการเรีย รี นรู้ รักรัถิ่นถิ่ฐานบ้า บ้ นเกิดกิสร้า ร้ งความสามัคมัคี สร้า ร้ งความรักรัถิ่นถิ่ และหวงแหนมาตุภูมิ ขอชื่นชมคณะผู้บริหริารสถานศึกษา ครู บุคลากร คณะทำ งานภาคีเ คี ครือ รื ข่าข่ยและผู้เผู้กี่ย กี่ วข้อ ข้ งทุกทุฝ่าฝ่ย ที่มุ่ ที่ งมุ่ มั่นมั่ตั้งตั้ใจ จัดจัทำ วรรณกรรมชุมชุชน เพื่อการเรียนรู้จังหวัดสงขลา อันจะเกิดการเรีย รี นรู้อย่างหลากหลาย ที่เ ที่ ริ่มริ่จากการอ่าอ่นเป็น ป็ สะพานสู่คสู่ วามสำ เร็จ ร็ ทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่าย่งยั่งยั่ยืน ยื สืบ สื ไป เกษร ธานีรัตน์ ผู้อำผู้ อำนวยการ สำ นักนังานส่งส่เสริมริการเรียรีนรู้จัรู้งจัหวัดวัสงขลา เกษร ธานีรัตน์ ผู้อำผู้ อำนวยการ สำ นักนังานส่งส่เสริมริการเรียรีนรู้จัรู้งจัหวัดวัสงขลา
วร รณกร รมชุมชนเป็นภาพสะท้อน ของเรื่องราววิถีชีวิตวัฒนธรรมความเชื่อ และประวัติศาสตร์ของชุมชน เชื่อมโยง จากรุ่นสู่รุ่น ทั้งที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และบอกเล่าปฏิบัติสืบต่อกันมา เหล่านี้ แสดงให้เห็นอัตลักษณ์และการธำ รงอยู่ ของชุมชนตั้งแต่อดีตกาลมา ในฐานะที่เป็นลูกหลานของคนสงขลา เติบโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้ง ไทย จีน พุทธ มุสลิม เห็นถึงความสัมพันธ์ ของพหุสังคมที่หลอมรวมให้ความเป็นสงขลา มีความพิเศษ เป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม ที่ค ว ร ค่ า แ ก่ ก า ร เ รี ยนรู้ วรรณกรรมชุมชนเพื่อการเรียนรู้ จังหวัดสงขลาจึง เป็นความมุ่งมั่น ตั้งใจของชาว สกร. จังหวัดสงขลา ที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราว อันทรงคุณค่าร้อยเรียงผ่าน ร้อ ร้ ยแก้วร้อ ร้ ยกรองให้เด็ก เยาวชน และทุกคนได้อ่าน เรียนรู้ รัก ภาคภูมิใจในชุมชนและสานต่อ เพื่อความยั่งยืน สืบไป วร รณกร รมชุมชนเป็นภาพสะท้อน ของเรื่องราววิถีชีวิตวัฒนธรรมความเชื่อ และประวัติศาสตร์ของชุมชน เชื่อมโยง จากรุ่นสู่รุ่น ทั้งที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และบอกเล่าปฏิบัติสืบต่อกันมา เหล่านี้ แสดงให้เห็นอัตลักษณ์และการธำ รงอยู่ ของชุมชนตั้งแต่อดีตกาลมา ในฐานะที่เป็นลูกหลานของคนสงขลา เติบโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้ง ไทย จีน พุทธ มุสลิม เห็นถึงความสัมพันธ์ ของพหุสังคมที่หลอมรวมให้ความเป็นสงขลา มีความพิเศษ เป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม ที่ค ว ร ค่ า แ ก่ ก า ร เ รี ยนรู้ วรรณกรรมชุมชนเพื่อการเรียนรู้ จังหวัดสงขลาจึง เป็นความมุ่งมั่น ตั้งใจของชาว สกร. จังหวัดสงขลา ที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราว อันทรงคุณค่าร้อยเรียงผ่าน ร้อ ร้ ยแก้วร้อ ร้ ยกรองให้เด็ก เยาวชน และทุกคนได้อ่าน เรียนรู้ รัก ภาคภูมิใจในชุมชนและสานต่อ เพื่อความยั่งยืน สืบไป บุปผาชาติ เรือ รื งกูล รองผู้อำ นวยการ สำ นักนังานส่งส่เสริมริการเรียรีนรู้จัรู้งจัหวัดวัสงขลา บุปผาชาติ เรือ รื งกูล รองผู้อำ นวยการ สำ นักนังานส่งส่เสริมริการเรียรีนรู้จัรู้งจัหวัดวัสงขลา
สงขลาธานีมีสิบหกเมือง เจริญรุ่งเรืองสินทรัพย์อำ นวย เมืองสงขลาผ้าทอเกาะยอสวย ตามมาด้วยหนนนางงามพะวงหา ควนเนียงหนมซั้งแม่ดวงดารา คนแกะหนังโนราห์ตะลุงทำ มือ บางกล่ำ ทำ ขนมจนเลื่องลือชื่อ หลวงปู่เฟื่องเลื่องลือเรือแข่งบางหยี รัตภูมิพระบาทแรกเหยียบลงพื้นที่ เกษตรธาตุสี่หมอไข่เทวดา สทิงพระไข่ครอบยอดคนขึ้นตาล มีตำ นานตายายย่านแม่อยู่หัว กระแสสินธุ์โบสถ์หินแห่งถิ่นแม่บัว หนมลามีทั่วอาคารเมฆา ระโนดบ่อเงินเรินเภานุ่มนาม ริดสีดวงถามหมอดำ เรียกหา สิงหนครพ่อท่านคงศรัทธา คอเป็ดแกล้มชามะม่วงเบาร้อยปี คลองหอยโข่งขุนคล่องจับจองขุมทรัพย์ สมุนไพรท่านทับเจ็บป่วยไข้หาย
นาหม่อมเด่นดังต้องโนรากาย จับเส้นเอ็นหายหลวงพ่อลิ้นดำ สะเดาเก่าก่อนเรียกว่าซีดาห์ ตามรอยพระบิดาตามหาทวดหลัก หาดใหญ่ตีมีดแกะลายงามนัก พอเหนื่อยนั่งพักดูหนังจวนจาร จะนะนักสู้นาซิกกาบูอิ่มนาน นกเขาเสียงหวานขานสำ เนียงสะกอม เทพาเขาสูงจูงมือกินไก่ สะบ้ากลมใหญ่เกยใครทอยหนี นาทวีมีวัดประวัติศาสตร์ดี อุโมงค์โพรงพีมีพระด้วงลิ้นดำ สะบ้าย้อยจำ ปา(ดะ)ผ้าพิมพ์บาโหย ยลลมพัดโชยถ้ำ ตลอดลอดหา วรรณกรรมชุมชนรวมเรื่องล้ำ ค่า สืนสานภูมิปัญญาสงขลาภูมิวัฒนธรรม นางสาวบุปผาชาติ เรืองกูล รองผู้อำ นวยการ สำ นักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสงขลา ผู้ประพันธ์
จากด้าย หนึ่งเส้น มาเป็นผ้า ความเป็นมา ยาวนาน กาลสมัย จะขอผูก อักษร กล่าวกลอนไป ถึงความใน ที่มา ผ้าเกาะยอ อาจารย์ผุดดี ยี่สุ่น ชาวจีนโพ้น ครั้งก่อนโน้น เริ่มสอน ตามคำ ขอ นำ กี่กระตุก มาใช้ ในเกาะยอ เป็นเครื่องทอ ยกดอก ออกลวดลาย
ได้ศิษย์ดี มีชื่อ คือครูยี่ อยู่หมู่สี่ ตั้งโรงทอ ก่อขยาย คิดประดิษฐ์ ลายผ้า ขึ้นมากมาย งดงามง่าย สวยจริง ทั้งหญิงชาย เมื่อถึงครั้ง ที่เจ้า เข้าประพาส เข้าน้อมบาท ทูลเกล้า เฝ้าถวาย ซักถามว่า นี้หรือ บอกชื่อลาย ทรงตั้งให้ “ราชวัตร” บัญญัตินาม จากวันนั้น ถึงวันนี้ มีปรากฏ ได้กำ หนด เป็นชื่อ ลือสยาม ราชวัตร แปลว่า กิจที่ดีงาม ได้เล่าความ เกาะยอ พอสมควร ประพันธ์โดย นายพิมลศักดิ์ สุขประเสริฐ นางจุรี สังขภิญโญ นางสาวนิศารัตน์ ชัยวิธะ นางสาวกรชนก ช่วยเล็ก
บ้านน้ำ กระจาย แห่งนี้ มีมนต์ขลัง มีความหลัง เรื่องเล่า ให้กล่าวขาน ทั้งเรื่องเก่า เรื่องใหม่ ในตำ นาน เป็นหมู่บ้าน น้ำ กระจาย ที่รายเรียง มีวัดเก่า พระเก่า ที่เคารพ ได้พานพบ “พ่อเจ้าคุณ” อุ่นด้วยเสียง “สาธุ” กันทุกชนชั้น เปล่งสำ เนียง มิใช่เพียง พระเก่าๆ ที่เล่ากัน
ด้วยองค์เดิม เป็นแก่นไม้ ที่งามงด สวยหมดจด อิฐปูนทับใหม่ ให้สุขสันต์ สร้างศาลา ขนาดใหญ่ ไว้รวมกัน หลังจากนั้น จึงงดงาม อร่ามตา ทุกทุกปี เทศกาล งานสงกรานต์ ต่างกราบกราน สรงน้ำ งามหนักหนา ต่างขอพร ให้ร่มเย็น เป็นนิจมา มีสมญา “พ่อเจ้าคุณ” แสนอุ่นใจ บ้านน้ำ กระจาย แห่งนี้ จึงมีค่า ทั้งพารา ต่างมาวัด ด้วยเลื่อมใส พ่อเจ้าคุณ พระพุทธรูป งามวิไล ชนทั่วไป ต่างกล่าวขาน ด้วยงานบุญ ประพันธ์โดย ผศ.ดร.พงศ์ศักดิ์ สังขภิญโญ นางจุรี สังขภิญโญ นางสาวนิศารัตน์ ชัยวิธะ นางสาวกรชนก ช่วยเล็ก
ถนน"นางงาม" นามเดิมว่า "เก้าห้อง" คนแซ่ซ้อง ขานถึง ซึ่งความหมาย ชื่อถนน นางงาม ตามบรรยาย แต่หลากหลาย วัฒนธรรม นำ เฟื่องฟู "ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง" ที่เลื่องชื่อ คำ ร่ำ ลือ ว่าไว้ ให้สวยหรู มีศาลเจ้า โรงงิ้ว ให้คนดู ทุกฤดู เทศกาล งานสัมพันธ์ ในอดีต มีโรงหนัง ยังจำ จด ให้ปรากฏ ความหลัง ยังภาพฝัน ร้านอาหาร หลากหลาย สารพัน เลือกกินกัน อิ่มท้อง ของโบราณ
ข้าวสตู ซาละเปา หรือเต้าคั่ว หอมยวนยั่ว ให้เลือกชิม อิ่มสนาน ขนมทองเอก ข้าวฟ่าง ช่างเบิกบาน เป็นของหวาน ขึ้นชื่อ เลื่องลือชา การอจี้ มีให้เห็น เป็นจุดเด่น ต่างเลือกเฟ้น ขนมพื้นบ้าน กันเถิดหนา ผสมไทย และจีน ชาวพารา คนสงขลา ต่างรู้จัก ตระหนักจริง "เก้าห้อง" ชื่อเดิม ยังใช้อยู่ แต่เลิศหรูชื่อ "ถนนนางงาม" เป็นนามหญิง มีประกวด สาวงาม กันจริงจริง นามเพราะพริ้ง ชื่อนางงาม ตามตำ นาน ชื่อถนน นางงาม เหมาะนามนี้ เป็นวลี คนเรียกชื่อ ลือกล่าวขาน มาสงขลา แวะสักนิด จิตเบิกบาน สุขสราญ ชมตึกเพลิน เจริญตา แวะชมภาพ ฝาผนัง ยังสวยหรู ถ่ายรูปคู่ กับภาพวาด ปรารถนา แม้จากไป นานแสนนาน เมื่อผ่านมา นามสงขลา ยังติดตรึง ซึ้งอีกนาน ประพันธ์โดย ผศ.ดร.พงศ์ศักดิ์ สังขภิญโญ นางจุรี สังขภิญโญ นางสาวนิศารัตน์ ชัยวิธะ นางสาวกรชนก ช่วยเล็ก
มาเล่าขาน ตำ นาน ขนมซั้ง อร่อยจังเหลืองใส ใส่น้ำ หวาน โรยน้ำ แข็ง ราดกะทิ จิ้มอ้อยตาล คือตำ นาน ของดี ที่ควนเนียง ชื่อแม่ดวง ขนมซั้ง ผู้คร่ำ หวอด ยกให้ยอด ของดี ที่บางเหรียง ภูมิปัญญา อาชีพ คนควนเนียง คงชื่อเสียง 100 ปี มีมานาน ประพันธ์โดย นางนงนุช สิธิราม นางสาวศิริวรรณ กลับคง
หนังตะลุงการละเล่นเป็นเอกลักษณ์ แกะสลักจากหนังวัวแต้มสีสัน มีนายหนังขานขับสอดรับกัน ปัจจุบันสิ่งนั้นลดทอนลง ที่ควนเนียงยังมีนายสรรเสริญ ได้เจริญตามรอยพ่อคือหนังสง แกะรูปหนังสลักไม้ให้ยืนยง ภูมิปัญญาจะยังคงสืบต่อไป ประพันธ์โดย นายชาญฤทธิ์ คงมัยลิก
ศาสตร์วิชา กล่าวขาน การต่อกระดูก ส่งต่อมา ยังรุ่นลูก สู่รุ่นหลาน ให้ชาวบ้าน ที่เจ็บป่วย แสนทรมาน ได้รับการ รักษา หายโรคภัย มีบุคคล ท่านหนึ่ง นามหมอหมัด หมอกำ จัด ความเจ็บปวด นวดให้หาย รีดพิษร้าย ที่มีอยู่ ในร่างกาย รักษาหาย ตามความเชื่อ ของผู้คน
ใช้วิชา ที่ได้มา จากรุ่นปู่ ตรวจคลำ ดู ตรงจุด ที่เจ็บปวด กล่าวคาถา ใช้น้ำ มัน มาคอยนวด คลายความเจ็บ ลดความปวด รอดความตาย ศาสตร์วิชา ตามความเชื่อ ของชาวบ้าน ล้วนเล่าขาน ขนานนาม หมอรักษา ตราตรึงชื่อ หมอหมัด จัดกายา เป่าถาคา หมอรักษา กระดูกเอย ประพันธ์โดย นางสาวสุกัลยา ซิวอินเห้ง
แรมหนึ่งค่ำ เดือนสิบเอ็ด เสด็จพระโชว์ รวมมิตรรวมญาติ ที่หาดแหลมโพธ์ คลายทุกข์สุขโข แสนโอฬาร มีเรือพายทุกยุค เรา สนุก สนาน รื่นเริงสำ ราญ ทุกท่านน้องพี่ สอง สาม เขาจัด หน้าวัดบางหยี รื่นเริงฤดี พฤศจิกายนทุกปี หมู่สี่บางกล่ำ ชมแข่งเรือพาย หญิงชายชื่นฉ่ำ นายอำ เภอบางกล่ำ ผู้นำ ประธาน กำ นันผู้ใหญ่ ร่วมใจบริหาร สืบศิลป์ประทาน ด้านประเพณี
ประจำ จังหวัด หน้าวัดบางหยี ชมเชียร์ฟรีฟรี ให้น้องพี่นี่ปลื้มใจ สร้อยพายัพจับสู้ แข่งคู่ กาไว ตาไม้พายใหญ่ พายไวอย่างแรง เรือวิ่งไวแหวก น้ำ แตกคอแหน่ง นายท้ายหมดแรง เพื่อนแซงขึ้นมา คนเชียร์ไชโย เสียงโหดังฉา คู่สองแข่งมา ล่อสายตาแฟน ใหม่ผลคู่สอง แข่งกับทองแป้น สองฝั่งนั่งแน่น นำ แฟนมาเชียร์ ไม้พายยาวใหญ่ ย้อนไวจังเสีย นำ ลูกนำ เมีย เชียร์ฝั่งออกตก คราวนี้ศรีวิลัย แข่งกับใหม่ผลก สองฝั่งออกตก ยกขึ้นไชโย ตีห้าสายัญ รับของขวัญรับโล่ ตบมือไชโย ปิดโชว์-สวัสดี ประพันธ์โดย นายนบนอบ จิตสมบูรณ์ นายวร ชูสกุล
อนุรักษ์ปกปักษ์รักษา ระบือลือชารักษาขนมไว้ บรรพชนสอนอาชีพทำ หนมให้ ต้องรักษาไว้ให้ลูกหลาน เกิดก่อรวมตัวมิให้สูญหาย ขนมมากมายหาได้ที่นี่ ส่งขายในเมืองลือเลื่องทั่วทิศ อร่อยยอดฮิตทุกคนติดใจ ขนมหลายหลากทำ จากบ้านหาร รับประทานรับรองปลอดภัย รวมจิตรวมใจกลุ่มใหญ่ทั้งซอย รับรองว่าหรอยอยู่ที่ “ซอยขนม” ประพันธ์โดย นายนบนอบ จิตสมบูรณ์ นายวร ชูสกุล
หลวงปู่เฟื่องเลื่องลือถือปัจเจก เป็นองค์เอกบรมครูในหมู่สงฆ์ ธรรมวินัยใส่นิมิตจิตจำ นงค์ ร่มกรดวงนำ คู่อยู่ประจำ มีสถูปรูปเหมือนเตือนมาบ้าง ที่ตำ บลท่าช้างข้างบางกล่ำ คงคาเลียบท่านจำ วัดอยู่ประจำ บูชาธรรมวันทาคาถาธรรม ศรัทธาท่านคงอยู่คู่ด้ามขวาน สยบมารขอพรชัยไม่ไขว้เขว
ทั้งคนไทยมอญพม่าชาวมาเลย์ นอบน้อมเห่เคารพพบพระธรรม ต่างตั้งจิตนิมิตหมายคลายทุกขัง ได้สมหวังสุดประเสริฐเลิศสดใส ให้ทุกคนที่มามีโชคชัย พ้นโพยภัยไม่ขัดสนทุกคนเทอญ ประพันธ์โดย นายนบนอบ จิตสมบูรณ์ นายวร ชูสกุล
ผู้ค้นพบแนวคิดเกษตรธาตุ 4 หรนหมัดหลีหาวิธีบังเกิดผล เพื่อให้มีเงินพอเลี้ยงลูก 11 คน ทำ สวนบนที่ 10 ไร่ให้สมดุล รสเผ็ดร้อนคือธาตุไฟ ทุเรียนพริก จืดดิกดิกคือธาตุน้ำ อ้อยขนุน ธาตุดินมียาสูบต้นพิกุล ลองกองนุ่มละมุนคือธาตุลม
การปลูกพืชผสมผสาน รวม4ธาตุ ไม่ทำ ร้ายธรรมชาติให้ขื่นขม เกื้อกูลกันทั้งดินน้ำ ไฟและลม คือความสมดุลนิเวศเขตพงไพร ประพันธ์โดย นางจีรวรรณ์ ปัตตะพัฒน์ นายดุสิต ศิริรักษ์
พระบาทแรก ทรงเหยียบย่าง บ้านพรุพ้อ แผ่นดินพ่อ รัตภูมิ เมืองสงขลา เมื่อวันที่ สิบเจ็ด เดือนมีนา ปีสองห้า สูญสอง ก้องแผ่นดิน สองพระองค์ ทรงเสด็จ เยี่ยมภาคใต้ ปวงไทยได้ ชื่นชม สมถวิล พระเกียรติยศ ปรากฏ ทั่วธานินทร์ องค์ภูมินทร์ ภัทร- มหาราชา
แม้วันนี้ จะไม่มี พระองค์ท่าน ธ ยังทรง สถิตมั่น ดั่งภูผา ไม่เคยเลือน จางหาย ใจประชา ไทยทั่วหล้า คิดถึงพ่อ ภูมิพลฯ ประพันธ์โดย นางจีรวรรณ์ ปัตตะพัฒน์ นายดุสิต ศิริรักษ์
จะยกข้อ บอกกล่าว เรื่องราวหมอไข่ ตรวจโรคภายใน บอกได้ แม่นยำ แค่จับปลายนิ้ว บีบบีบ คลำ คลำ บอกได้แม่นยำ สมคำ หมอเทวดา เริ่มจับนิ้วก้อย นิ้วนาง กลางชี้ ดินน้ำ ลม ไฟนี้ วิธีรักษา จากนั้นเพ่งมอง เส้นเลือด ในดวงตา ก็จะรู้ว่า โรคา อะไร
โรคสตรี มีบุตรยาก หมอช่วยได้ เจ็บป่วยไข้ วัยทอง หรือวัยไหน อัมพาต อัมพฤกษ์ ลึกภายใน แพทย์แผนไทย หมอไข่ หมอเทวดา ประพันธ์โดย นางจีรวรรณ์ ปัตตะพัฒน์ นายดุสิต ศิริรักษ์
หรอยจังหู คำ ใต้ได้แรงอก จะหยิบยก เรื่องไข่มาเล่าขาน ภูมิปัญญา ทำ ไข่ครอบมาช้านาน ใครได้ทาน ต่างติดใจไร้ขื่นคาว เลือกไข่ฟอง สวยใสสองมือป้อง สายตาจ้อง คอยประคองแยกไข่ขาว แดงแยกออก ขาวแยกไว้ย้อมอวนยาว ไข่แดงดาว ทำ ไข่ครอบคนชอบกิน ประพันธ์โดย นายดุสิต ศิริรักษ์
บอกไม้ไผ่ รองน้ำ หวาน งวงตาลโหนด ให้ประโยชน์ ทำ กิน สร้างสินเกิดค่า พ่อเฒ่าโป ปลูกทั่ว บนหัวนา ทำ สืบมา ม้ายขาด ปาดน้ำ ตาล ลูกได้เรียน ได้รู้ โหนดผู้ให้ มีกินใช้ ประจำ จากน้ำ หวาน ลูกเรียนสูง ปริญญา ออกหางาน โหนดเป็นฐาน ต้นทาง ที่สร้างคน ได้ใส่ชุด กากี มีตำ แหน่ง เงินเดือนแพง มั่นคง โหนดส่งผล
จากแรงกาย สองตีน พ่อปีนทน เดินหาบขน เช้าหวันช่าย ให้ลูกเรียน ลูกจบหมด ยังทำ หลอด ปีนยอดโหนด ใครม้ายโทษ ม้ายว่า ม้ายเกษียณ หยุดม้ายได้ ทำ หวาก โหม้วอยากเวียน ชาดหรอยเดี้ยน มึกสักขัน หมันชุ่มคอ เป็นอาชีพ สืบทอด มาหลอดศก นาออกตก ของใคร แค่ไปขอ สินน้ำ ใจ ให้มั้ง ม้ายรั้งรอ อาชีพพ่อ พกมีดเหน็บ เก็บน้ำ ตาล… ประพันธ์โดย นายสมบูรณ์ โยมเรือง
พระแม่ อยู่หัว ได้สร้างพระ วัดท่าคุระ เป็นทองคำ ล้ำ คุณค่า ประดิษฐานไว้ ให้ชาวบ้าน ได้บูชา บนบานหา สัมฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์นาน เดือนหก ข้างแรม วันพุธแรก ทุกสาแหรก ร่วมงาน ตายายย่าน มากราบไหว้ ขอพร แก้บนบาน ทั้งหมู่บ้าน ร่วมพิธี บวชชีพระเณร
สรงน้ำ พระ สมโภช โปรดเรียกหา รำ โนรา โรงครู คู่หลานเหลน เสร็จพิธี ยินดี ศุกร์ยามเพล ไม่ว่างเว้น ประเพณี ทุกปีเอย ประพันธ์โดย นางสาวบุปผาชาติ เรืองกูล
เดือนสิบแรมสิบค่ำ กำ หนดหมาย มิวางวายชาวพุทธพิสุทธิ์ใส เตรียมอาหารคาวหวานวานนำ ไป เพื่อกราบไหว้ยังวัดจัดกิจกรรม เป็นกิจกรรมทำ บุญอบอุ่นเหลือ คนเป็นเบือส่งตายายได้สุขสำ มีขนมนมเนยด้วยช่วยกันทำ มีร้องรำ แห่จาดประกาศมา
ใช้ขนมแทนสิ่งของจองมาให้ เพื่อเอาไว้ให้เห็นเป็นเสื้อผ้า สวยแพรพรรณสิ่งนั้นหรือคือขนมลา ให้ยายตาสวมใส่ไฉไลเอย… ประพันธ์โดย นายสมจิต บุญตามชู
สถาปัตยกรรมสุดล้ำ ค่า ทางพระพุทธศาสนาค่าสูงส่ง กระแสสินธุ์สงขลาค่ายืนยง บ้านเกาะใหญ่ได้ดำ รงคงยาวนาน อุโบสถงดงามนามทั่วถิ่น สร้างด้วยหินยินชื่อลือเล่าขาน เคยเรืองรุ่งสูงเด่นเป็นโบราณฯ มีตำ นานขานกล่าวเล่าต่อกัน
สมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ได้สรรสร้าง ร่วมถากถางวางแผนแดนสุขสันต์ ประชาชนสนใจไปพร้อมพลัน ดุจสวรรค์ชั้นฟ้าน่าชื่นชม แหล่งเรียนรู้คู่พระศาสน์ประกาศก้อง ชนทั้งผองต้องใจได้สุขสม วัฒนธรรมล้ำ ค่าน่าชื่นชม ขอพนมก้มกราบทราบทั่วกัน ประพันธ์โดย นายสุทิน จันทร์งาม
นามอาคารสานใจในทั่วทิศ เมฆประดิษฐ์คิดถึงซึ่งทุกท่าน อาคารเรียนเพียรสร้างอย่างตระการ แต่โบราณกาลเก่าเนานานมา พระอธิการท่านเมฆผู้เสกสรรค์ ทั้งฝ่าฟันสรรค์สร้างอย่างรู้ค่า ประชาชนสนใจได้ศรัทธา ร่วมเงินตรามาสร้างอย่างพร้อมใจ
จากวันนั้นพลันถึงซึ่งวันนี้ เกือบร้อยปีที่สร้างอย่างสดใส สานราชการสานจิตคิดก้าวไกล มาร่วมใช้ได้ดีที่ชื่นชม สถาปัตยกรรมสุดล้ำ ค่า ภูมิปัญญาค่ามีที่สุขสม เอกลักษณ์ศักดิ์ศรีที่รื่นรมย์ ล้วนนิยมสนใจไปทั่วกัน ประพันธ์โดย นายสุทิน จันทร์งาม
เป็นตำ นานเล่าขานมานานวัน บอกเล่ากันถิ่นอันอยู่ผู้อาศัย เล่าที่มาของถิ่นศิวิไลซ์ บอกความนัยที่อยู่คู่ตัวฉัน เริ่มในตอนสมัยศรีวิชัย คนร่วมไปสร้างพระธาตุนครกัน ข่าวอันดีทราบถึงทั่วถิ่นนั้น ออกเดินพลันกลันตันที่จากมา หอบเอาเงินและทองมาจากบ้าน แล่นเรือผ่านถิ่นฐานต้องจากลา เรือสองลำ นำ คู่สู่คงคา ใส่เงินมาทองมาหวังทำ บุญ
แล่นเรือไกลถึงถิ่นนี้ต้องหยุด คาบสมุทรตรงจุดนี้ให้ค้ำ จุน มองออกไปในสมุทรทะเลหมุน นทีขุ่นบอกให้ลุ้นต้องหยุดก่อน จึงพักพิงอิงนอนในที่นี้ ขอที่พักหาที่กินและที่นอน ขอพักรอจะไปต่อตอนคลื่นอ่อน ให้พักผ่อนพักนอนก่อนออกมา ออกจากบ้านมาต่างถิ่นคิดกังวล กลัวพวกคนมาปล้นของที่พา จึงนึกคิดนึกจิตต่างนานา คิดได้ว่าขุดหาธรณี ขุดสองบ่อพอให้ใส่ได้สองอย่าง ขอที่ทางและปางไม้ปฐพี ขอคุณเจ้าขอเฝ้าอยู่ที่นี้ ขออย่ามีคนผีใดมาเอาไป ผ่านแรมคืนแรมเดือนไปนานวัน คนทางนั้นบอกพลันหายสงสัย สร้างเสร็จแล้วพระธาตุที่จะไป จากถิ่นไกลไปไม่ทันกลับธานี
เล่นเรือกลับถิ่นฐานที่จากไกล เขากลับไปแต่ทิ้งไว้ซึ่งที่นี่ ปักไม้ไว้ทำ เครื่องหมายจำ ให้ดี อยู่ตรงนี้ที่บ่อโส๊ะเขาเรียกกัน นานวันไปลูกหลานได้กลับมา เอ่ยวาจาจะมาสร้างบ้านที่นั่น มาสร้างถิ่นเรียกบ่อโตร๊ะจำ ให้ทัน ปัจจุบันเรียกบ้านฉันบ้านบ่อตรุ ประพันธ์โดย นางสาวปัณณิกา จันทรัตน์
ท่านเป็นหมอโบราณที่ชาวบ้านรัก เป็นคนชักสมุนไพรใช้รักษา มีอาชีพหมอโบราณเนิ่นนานมา พอชราก็ศึกษาอย่างจริงจัง ยารักษาริดสีดวงที่ทำ ไว้ ก็ช่วยให้ชาวบ้านมีความหวัง ทั้งยาลม ยาบำ รุงขึ้นชื่อดัง พอประทังโรคหายได้ปลอดภัย
ประโยชน์ของสมุนไพรหลายชนิด หมอดำ คิดนำ มาน่าเลื่อมใส มาประกอบเป็นตัวยารักษาไป ตามอาการคนไข้ได้หายจริง ประพันธ์โดย นางสุธาสินี นิจพันธ์
เรือนหลังใหญ่ไม้โบราณในกลางป่า ทรงปั้นหยาเสาไม้เคี่ยมเรียงขนาน เป็นมรดกตกทอดอันยาวนาน ร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันยาวไกล ตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นจนวันนี้ นับร้อยปีสืบทอดมาอย่าสงสัย ก่อนทวดเภา ทวดคลิ้ง ท่านจากไป ท่านสนใจของโบราณนานนับปี
เริ่มสะสมของโบราณท่านชื่นชอบ ช่างรอบคอบรักษาไว้ใจสุขขี ทั้งตะเกียง หม้อทองแดง อย่างรอรี อุปกรณ์โรงสีมีที่มา เป็นที่มาตั้งเรียงรายในบ้านเรือน จนวันนี้สิ่งต่างๆ ท่านสะสม ตามเจตนารมณ์รักษาไว้ให้ศึกษา แหล่งเรียนรู้ของโบราณนานนับมา เป็นที่มาพิพิธภัณฑ์เก่า “เภา นุ่นนาม” ประพันธ์โดย นางสาวอภิวันท์ จันทองแก้ว
ฉาวหาย ฉาวหาย กลายเป็น กรอบ ของชอบ คนทั่วไป ในปักษ์ใต้ ผ่านชิงโค เคยเห็น อยู่เรียงราย ขนมหวาน คนใต้ อร่อยดี แช่ข้าวเหนียว จนนิ่ม ไม่ชิมรส แล้วเอามา ตำ บด แหลกขยี้ ถ้าบดเครื่อง ก็ทุ่นแรง แถมเร็วดี แต่ก่อนนี้ ตำ กับครก เหงื่อตกตา เสร็จแล้วเอา มานวด ให้งวดแป้ง แล้วเอาไป ตากแห้ง คอยรอท่า พอได้ที่ ก็ปาไป เกือบสัปดาห์ ตั้งกระทะ รอท่า ทอดน้ำ มัน
แป้งแห้ง น้ำ มัน ก็ร้อนผ่าว เสียงดังฉาว คนทอด ก็ใจมั่น ยืนหน้าเตา คอยกลับแป้ง ทุกทุกอัน พอแป้งสุก เสียงฉาวนั้น ก็หายไป จึงกลับกลาย มาเป็น หนมคอเป็ด ยังไม่เสร็จ วิธีการ ขอขานไข เคี่ยวน้ำ ตาล ให้งวด พอเป็นไย เอาขนม มาคลุกใน ให้เข้ากัน คนปักษ์ใต้ เรียกว่า "หราน้ำ ผึ้ง" คนทำ หน้า ไม่บึ้ง เพราะหวานคั่น คนกินก็ ยิ้มหวาน ทานด้วยกัน ขนมคอเป็ด หวานมัน เคี้ยวจนเพลิน ประพันธ์โดย นายณัฐพล วรมิตรปุญวงศ์
ผลมะม่วงร้อยปีกลิ่นแสนหอม น่าดมดอมผลสวยช่วยกันรักษ์ ทั้งกิ่งก้านช่วยกันดูน่าฟูมฝัก น่าชิมนะติดใจไปแสนนาน แม้นแปรรูป อบแห้ง และแช่อิ่ม ล้วนน่าชิม หวานกรอบชอบหนักหนา ควรอนุรักษ์สืบทอดต่อกันมา ให้ควรค่าของมะม่วงเรื่องลือนาน ประพันธ์โดย นางสาวสุภาวดี เยี่ยมยิ่ง
"ตาหลวงคง วัดป่าขาด" แล่นเรือลอยผ่านริมน่านน้ำ เลาะเลียบไปตามแนวชายป่า ถึงวัดตาหลวงคงคนศรัทธา ขึ้นเทียบท่าเตียนโล่งไม้โกงกาง ด้วยน้ำ เชี่ยวเป็นเกลียวกลอกหยอกพันธุ์ไม้ ที่เรียงรายก็ตายตื้นขึ้นห่างห่าง พอนานเข้าก็ไม่เหลือเชื้อโกงกาง กลายเป็นพื้นที่ว่างชายฝั่งเล ชนชาวบ้านจึงเรียก "บ้านป่าขาด" บรรยากาศมรสุมลมหันเห
ขึ้นโหนดตาลหาปลากลางทะเล ได้กล่อมเห่เพลงเกี่ยวข้าวคราวทำ นา เสร็จปักดำ ไถหว่านอาสาฬหะ ถึงวันพระรุ่งเช้าเข้าพรรษา เจริญศีลสมาธิก่อปัญญา ทายกทายิการ่วมสวดมนต์ ภิกษุสงฆ์กราบเบญจางคประดิษฐ์ ภาวนาตั้งจิตประสิทธิ์ผล เจริญธรรมตถาคตทศพล เป็นมิ่งมิตรมงคลชนใกล้ไกล จึงเลื่องชื่อลือชาว่าศักดิ์สิทธิ์ ด้วยมีจิตปัญญาน่าเลื่อมใส ตาหลวงคงป่าขาดยึดเหนี่ยวใจ สานุศิษย์เลื่อมใสเทิดบูชา ประพันธ์โดย นายณัฐพล วรมิตรปุญวงศ์