สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสงขลา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเทพา ศูนย์การเรียนรู้ตำบลเกาะสะบ้า ทีมงานดำเนินเรื่อง ผู้ให้ข้อมูล/บุคคลอ้างอิง : นายวิเชียร พันธ์ทองเพ็ชร นายถม แก้วเกาะสะบ้า นายประมุข แก้วเกาะสะบ้า ผู้สำรวจข้อมูล/เขียนเรื่องราว : นางศุภลักษณ์ เจริญดี นางสาวศิริพรรณ บูเก็ม นางอรอนง พุทธปาน นางนุชจรี รัตนะ ทีมสนับสนุนระดับสถานศึกษา ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอเทพา : นางสาวพัชรี ไชยโรจน์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา : นายสุภาพ ณ เทพา ทีมสนับสนุนระดับหน่วยงาน ผู้อำนวยการสำนักงาน สกร.จังหวัดสงขลา : นางเกษร ธานีรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน สกร.จังหวัดสงขลา : นางสาวบุปผาชาติ เรืองกูล
“วรรณกรรมชุมชน” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่สืบสานเรื่องราวเล่าขาน ตำนาน พื้นบ้าน ภาษา ภูมิปัญญา ความเชื่อ หรือความเป็นอยู่ที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและพหุภาษา ประชาชน ทั้งพุทธ และมุสลิม สามารถปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้โดยสันติ สุขมาอย่างยาวนาน ดิฉันขอชื่นชมคุณครู บุคลากร และผู้เรียนที่มุ่งมั่น โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ ในการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล จากคนต้นเรื่องและสถานที่จริง ได้เครือข่ายที่เข้มแข็ง ผลงานที่เกิดในครั้งนี้นับได้ว่ามีคุณค่าต่อชุมชน สังคม และสถานศึกษาเป็นอย่างยิ่งที่คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ เกิดความรัก และผูกพันในถิ่นฐานบ้านเกิดมาตุภูมิของตน “การศึกษา สกร.เคียงคู่ชุมชน สู่การเรียนรู้ ตลอดชีวิต ที่เกิดชีวิตของผู้คน ชุมชน และสังคมอันจะเกิด ระบบนิเวศน์แห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนสืบไป” พัชรี ไชยโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเทพา
ละเล่นลูกสะบ้า มีที่มาเกือบร้อยปี ผู้คนในพื้นที่ ต่างรู้ดีชอบเล่นกัน สูงวัยเด็กหนุ่มสาว มีเรื่องราวมาเล่าขาน ละเล่นมาช้านาน “ลูกสะบ้า” ฝักน้ำตาล เขียนเส้นให้ขนาน ลูกดักนั้นตั้งเรียงไว้ ผู้เล่นเล็งให้ไกล ลูกเกยไซร้ทอยให้โดน ทอยทอยยิงลูกดัก ให้ได้มากสะสมแต้ม ผู้ชนะต่างยิ้มแย้ม แก้มปรินี้มีสุขใจ ลูกเกยและลูกดัก อุปกรณ์หลักในพื้นถิ่น เล่นกันเป็นอาจิณ เป็นทรัพย์สินภูมิปัญญา มีค่าของชุมชน ที่ผู้คนละเล่นกัน สุขใจทุกคืนวัน ช่วยสร้างสรรค์ปันน้ำใจ 1
การละเล่นลูกสะบ้า "เกาะสะบ้า" เกิดจากคำสองคำ ได้แก่ คำว่า “เกาะ” นั้นหมายถึง ที่ดินที่มีน้ำล้อมรอบ และอีกนัย หนึ่งซึ่งเป็นความหมายของคนท้องถิ่น หมายถึง สุมทุม พุ่มไม้ที่ล้อมรอบด้วยต้นสะบ้า ส่วนคำว่า "สะบ้า" เป็นชื่อของพืชชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นเถาวัลย์ ภาษา ท้องถิ่นเรียกว่า "ย่าน" หรือ "ย่านสะบ้า" อาศัยอยู่กับ ไม้ยืนต้นชนิดต่าง ๆ เป็นหลักในการดำรงลำต้น 2
ฉะนั้น คำว่า "เกาะสะบ้า" จึงหมายถึง สุมทุมพุ่มไม้ที่มีย่านสะบ้าขึ้นปกคลุม ผลของสะบ้า เป็นฝัก เมล็ดในฝักคนนิยมนำมาเป็นวัสดุการเล่น เรียกว่า การละเล่นลูกสะบ้า หรือ การละเล่นสะบ้า ซึ่งในสมัยโบราณเล่นเป็นกีฬาพื้นบ้านทั่วไป 3
ลักษณะของต้นสะบ้า ต้นสะบ้า เป็นไม้เถาวัลย์เนื้อแข็งขนาดใหญ่ ขึ้นตามบริเวณต้นไม้ใหญ่ ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบ แบบขนนกสองชั้น ใบย่อยรูปไข่กลับ มีขนาดความ กว้างประมาณ 1.5 – 3.5 เซนติเมตร และมีขนาด ความยาวประมาณ 3 – 7 เซนติเมตร ลักษณะปลาย ใบแหลมถึงทู่เล็กน้อยและมักมีติ่งแหลม ลักษณะดอก สะบ้า มีสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่าม ออกเป็น ช่อแกนยาว 13 – 25 เซนติเมตร มีดอกย่อยขนาดเล็ก จำนวนมาก กลีบรองลักษณะคล้ายรูปถ้วยปากกว้าง มีกลีบดอก 5 กลีบ 4
ผลสะบ้า มี 2 ประเภท 1. ลักษณะเป็นฝัก รูปขอบขนานตรง หรือโค้ง มีความกว้างประมาณ 7 – 15 เซนติเมตร และสามารถ ยาวได้ถึง 2 เมตร เปลือกมีลักษณะแข็งเป็นเนื้อไม้ แต่ ละข้อมี 1 เมล็ด เมื่อผลแก่ข้อจะสามารถหักเป็นท่อนๆ ได้ ลักษณะเมล็ดของลูกสะบ้ามีสีน้ำตาลรูปกึ่งกลม แบน แข็ง และผิวมันเรียบ มีความกว้างประมาณ 3.5 – 4 เซนติเมตร เปลือกนอกมีสีน้ำตาลแก่เนื้อข้างในมีสี ขาว 2. ลักษณะเป็นพู มีผลกลมขนาดใหญ่คล้ายๆ กับผลของลูกยางพารา ภายในผลของมันจะมีลูกสะบ้า ประมาณ 1-3 ลูก นำมาเป็นลูกเกย 5
ความเป็นมา การละเล่นลูกสะบ้า หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า การละเล่นสะบ้า เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่มีมาตั้งแต่ โบราณชนิดหนึ่งของชาวตำบลเกาะสะบ้า เล่นสืบต่อ กันมา นายวิเชียร พันธ์ทองเพ็ชร หรือ ลุงเชียร เล่าให้ ฟังว่า ปัจจุบันท่านอายุ 78 ปี ตั้งแต่จำความได้ การละเล่นลูกสะบ้าก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงแต่เล่น เพื่อความสนุกสนาน รื่นเริงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังทำให้รู้จักความหมายและความเป็นมาในการใช้วิถี ชีวิตของบรรพบุรุษ อีกทั้งเพื่อเป็นการพักผ่อน หย่อนใจ ผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยจากการ ประกอบอาชีพหรือภารกิจต่าง ๆ ในรอบปี เกิดความ สมัครสมานสามัคคีระหว่างคนในชุมชน อีกทั้งยังเป็น การฝึกสมาธิในการคาดคะเนน้ำหนัก องศา มุม ค้นหา ท่าทางที่เหมาะสม เพื่อให้ยิงโดนลูกดัก 6
การละเล่นลูกสะบ้านิยมเล่นในเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวัด งานบวช หรือเทศกาลประเพณี ชักพระ เทศกาลสงกรานต์ ขึ้นปีใหม่ เป็นต้น ที่มาของการเรียกว่า “การละเล่นลูกสะบ้า” เนื่องจากชาวบ้านได้นำเอาลูกสะบ้าที่เป็นผลแก่ แห้งแตกจากฝักมาเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น มีเรียกชื่ออยู่ 2 อย่าง คือ ลูกเกยและลูกดัก ซึ่งจะมี ลักษณะไม่เหมือนกัน เพราะมาจากต้นสะบ้าต่างสาย พันธุ์กัน 7
ลูกเกย มีลักษณะกลมกว่าปกติและมีขอบ หรือสันหน้า น้ำหนักเบาใช้สำหรับยิงลูกดัก ลูกดัก มีลักษณะรูปกึ่งกลม แบน แข็ง มีสีน้ำตาล และผิวมันเรียบ 8
การละเล่นลูกสะบ้า เล่นได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็กและผู้ใหญ่ จำนวนผู้เล่น 2 คนขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ เกิดความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ต้องมีผู้เล่นประมาณ 4 – 5 คน หรือมากกว่าก็ได้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการละเล่นลูกสะบ้า ลูกเกย จำนวนคนละ 1 ลูก ลูกดัก จำนวนคนละ 2 ลูก 9
สถานที่ในการละเล่นลูกสะบ้า ลานดินที่เป็นพื้นเรียบแน่น มีบริเวณกว้าง พอสมควร สามารถขีดเขียนเส้นตรงยาว 2 – 3 เมตร สำหรับเป็นเส้นเริ่มทอยลูกเกย ลุงวิเชียร ได้เล่าว่า ภาษาพื้นถิ่นภาคใต้ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เรียกว่า ทอยลูกเกย ห่างจากเส้นเริ่มเข้าไปในสนาม 4 – 5 เมตร ให้เขียนเส้นขนานเป็นเส้นสำหรับวาง ลูกดัก ชาวบ้านเรียกว่า เน็ต จากเส้นขนานที่วางลูกดัก ไปด้านหลัง ควรมีพื้นที่กว้างพอสำหรับให้ลูกเกย วิ่งได้ไกล 10
วิธีการละเล่นลูกสะบ้า เริ่มด้วยผู้เล่นทุกคนเสี่ยงทายเพื่อหาว่าใครจะ เล่นก่อนหรือหลังตามลำดับ โดยการให้ผู้เล่นทอย ลูกเกยให้หมุนไปชนลูกดักทีละคน ใครทอยลูกเกย ไปชนลูกดักได้จำนวนมากที่สุดจะเป็นผู้เริ่มเล่นก่อน เมื่อตกลงกันได้แล้วให้ตั้งลูกดัก คนละ 2 ลูก เรียงกันไว้ที่เส้นเน็ต โดยแต่ละลูกเว้นระยะห่างกัน ประมาณ 12 – 15 เซนติเมตร หลังจากนั้นผู้เล่น แต่ละคนถือลูกเกยไปเตรียมพร้อมอยู่หลังเส้นเริ่มทอย ลูกเกย 11
ผู้เล่นคนแรกเป็นคนทอยลูกเกยโดยให้ลูกเกย หมุนไปเล็งให้ชนลูกดักที่วางเรียงกันให้ล้ม ให้ผู้เล่นนั่งคุกเข่าลงที่พื้นหลังเส้นเริ่มทอยลูกเกย แล้วใช้มือซ้ายจับลูกเกยในแนวตั้ง ใช้หัวแม่มือกดลูก เกยที่ขอบด้านบนใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางรองรับ ลูกเกยทางด้านล่าง แล้วใช้นิ้วชี้มือขวาทาบทางด้าน หลังลูกเกย ใช้ปลายนิ้วชี้ของมือขวาชี้ลงดิน ออกแรง ดีดหรือดันให้นิ้วชี้มือขวาดันให้ลูกเกยวิ่งไป ข้างหน้า 12
ผู้เล่นทอยลูกเกยเพื่อให้หมุนไปชนลูกดักคนละ ครั้งตามลำดับจนครบทุกคน ใครชนลูกดักกี่ลูกให้ นับไว้ แล้วเก็บลูกดักที่ล้มออกมานอกเน็ต ส่วนลูกเกย ที่ทอยหยุดที่ใดก็ปล่อยทิ้งไว้ การเล่นคนละครั้ง ตามลำดับในครั้งแรกเรียกว่า ยิงตาบน เมื่อยิงตาบนเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เล่นช่วยกันตั้ง ลูกดักที่เหลือเรียงให้ชิดกันเป็นแนวเหมือนตอน เริ่มเล่น แล้วมาดูว่าลูกเกยของใครอยู่ไกลเน็ตมากที่สุด และไกลรองลงมาตามลำดับก็จะได้เป็นผู้เริ่มเล่นครั้ง ที่ 2 ตามลำดับ ผู้เล่นที่ลูกเกยอยู่ใกล้เน็ตมากที่สุด เรียกว่า ผู้นั่งเน็ต การเล่นครั้งที่ 2 เรียกว่า ยิงตาล่าง 13
การเล่นยิงตาล่างก็เหมือนกับการเล่น ยิงตาบน คือมาเริ่มที่เส้นเริ่มทอยลูกเกย หลังจากนั้น ผู้เล่นทอยลูกเกยเพื่อให้หมุนไปชนลูกดักคนละครั้ง ตามลำดับจนครบทุกคน ใครชนลูกดักกี่ลูกให้นับไว้ เมื่อเล่นจนครบทุกคนแล้ว ถ้ามีลูกดักเหลือที่แนวเน็ต กี่ลูกก็ตามจะตกเป็นของผู้เล่นที่ไม่ได้ยิงตาล่าง คือ คนนั่งเน็ตนั่นเอง เมื่อเล่นยิงตาล่างและยิงตาบนครบแล้ว ผู้เล่นคนใดมีลูกดักจำนวนรวมกันได้มากที่สุดเป็น ผู้ชนะ 14
และยังมีบันทึกอยู่ในจดหมายเหตุเมื่อปี พ.ศ. 2332 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่กล่าวถึง การละเล่นลูกสะบ้าในเทศกาลสงกรานต์ว่า “ตรุษสงกรานต์ตีเข้าบิณฑ์เล่นสะบ้า ชายหนุ่มร้อง เล่นโพลก” ที่แสดงถึงความนิยมเล่นสะบ้าในสมัยนั้น และยังมีนิราศที่แต่งขึ้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 กล่าวถึง การเล่นสะบ้าตอนหนึ่งว่า 15
“พอมาสบพบปะพวกสะบ้า เสียงเฮฮาเล่นกันลั่นวิหาร ที่ใครแพ้ต้องรำทำประจาน สนุกสนานสาวหนุ่มแน่นกลุ้มดู ข้างละพวกชายหญิงยิงสะบ้า แพ้ต้องรำทำท่าน่าอดสู ล้วนสาวสาวน่าประโลมนางโฉมตรู เที่ยวเดินดูน่าเพลินเจริญใจ” 16
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสงขลา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเทพา ผู้ทรงคุณวุฒิ นายสุภาพ ณ เทพา : ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา บรรณาธิการ นางสาวพัชรี ไชยโรจน์: ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอเทพา นางศุภลักษณ์ เจริญดี : ครู นางสาววิไลลักษณ์ ยอดเพ็ชร : บรรณารักษ์ชำนาญการ คำประพันธ์ นางสาวพัชรี ไชยโรจน์ : ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอเทพา นางศุภลักษณ์ เจริญดี : ครู รูปเล่มและภาพประกอบ นางศุภลักษณ์ เจริญดี : ครู นางสาวศิริพรรณ บูเก็ม : ครูอาสาสมัครฯประจำสถาบันศึกษาปอเนาะ จัดพิมพ์ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเทพา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2567 17