The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krunoppadol2564, 2022-01-24 23:16:32

วิจัยในชั้นเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ.p

รำยงำนวิจัยชั้นเรียน



กำรใช้เอกสำรประกอบกำรเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ


กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6

















จัดท ำโดย



นำยนพดล ห่ำงภัย




ต ำแหน่งครู







โรงเรียนอนุบำลสังขละบุรี


ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3


ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน


กระทรวงศึกษำธิกำร

ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ

ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคของการสื่อสารไร้พรมแดน

ใช้เทคโนโลยีก้าวไกล อย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคนให้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง

สามารถปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ต่าง ๆ ด ารงชีพ ได้อย่างเป็นปกติสุขในสังคมด้วยจิตใจอนเข้มแข็งมีสติ

ไตร่ตรองเรื่องราวต่าง ๆ อย่างสุขุมรอบคอบ รัฐบาลได้ตระหนักถึง การพฒนาคนในประเทศด้วยการจัดการศึกษา

การศึกษาเป็นกระบวนการพฒนาบุคคลให้มีความเจริญงอกงามทุกด้าน คือ สติปัญญา อารมณ์และสังคม ถ้า
ประเทศใดพลเมืองมีการศึกษาสูงประเทศนั้นก็จะมีก าลังคนที่มีประสิทธิภาพ หากสังคมใดพลเมืองขาด
การศึกษาเรียนรู้ สังคมนั้นย่อมประสบปัญหาต่างๆ อันเกิดจากความไม่รู้ การศึกษาเป็นกระบวนการพฒนาคนให้



เป็นมนุษย์ที่มีคณภาพมีความ สามารถเต็มตามศักยภาพ มีการพฒนาที่สมดุลทั้งด้านปัญญา จิตใจ ร่างกาย และ
สังคม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการพฒนาทั้งปวง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่แก้ไข

ิ่
เพมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553 มาตรา 22 การจัดการศึกษา

ต้องยึดหลักผู้เรียนทุกคน มีความสามารถเรียนรู้และพฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียน มีความส าคัญที่สุด
กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และ


แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2) พ.ศ. 2555–2559 ระบุว่า การสร้างสังคมไทยที่พงประสงค์
ให้ส าเร็จได้ เครื่องมือที่ส าคัญที่จะน าไปสู่ความส าเร็จ คือ “คน”และ “การศึกษา” โดยมุ่งพฒนาชีวิตให้เป็น

มนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ความรู้คู่คุณธรรม การศึกษาเป็นการขัดเกลาบุคคลให้ มีความรู้
ความคิดและการกระท าในทางสร้างสรรค์ มีวัฒนธรรมที่ดี ดังนั้น การศึกษาจึงมีความส าคัญมากในการสร้าง
เสริมพฤติกรรมที่ดีของบุคคล (ส านักงานพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ. 2555 : 4)

ความคาดหวังของการจัดการศึกษาดังกล่าว คือ ความต้องการพลเมืองที่ดีของชาตินั่นเอง การ
เป็นพลเมืองดี เป็นสมาชิกทดีของชุมชนและสังคม จะต้องมีคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองที่ดี คือ มีความ
ี่
รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เทิดทูน 3 สถาบันหลักที่สร้างประเทศขึ้นมาเหนือสิ่งอนใด มีระเบียบวินัย
ื่
ื่
ปฏิบัติตามแบบแผนหรือแนวทางที่เป็นข้อบังคับในสังคมเพอความสงบเรียบร้อย ยิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ าใจ อัน
เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย รักและภูมิใจในตนเอง รู้จักคุณค่าในตนเองภาคภูมิใจในความเป็นตัวตน
ความสามารถที่ตนมีและเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ก าหนด

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นฐาน พุทธศักราช 2551 (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 4–5) กลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มุ่งให้ความรู้ในเนื้อหาสาระ 5 สาระการเรียนรู้ ได้แก่ สาระที่ 1
ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการด าเนินชีวิตในสังคม สาระที่ 3
เศรษฐศาสตร์ สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์และสาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะ สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง
วัฒนธรรมและการด าเนินชีวิตในสังคม ได้ก าหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะและความส าคัญของการเป็น

พลเมืองดี ความแตกต่าง และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม เจตคติ ความเชื่อ ว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม
ที่มีความเชื่อมสัมพนธ์กัน เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อมเป็นพลเมืองดีของสังคม รู้จัก

บทบาทหน้าที่ของตนเอง มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม และเพอให้
ื่
สอดคล้องกับหลักสูตรครูผู้สอน จึงต้องเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้เพื่อพัฒนาการด้านความ

เป็นพลเมือง ตามความเหมาะสมอย่างจริงจังต่อเนื่อง โดยเลือกจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆ
อย่าง ตามความพร้อมของแต่ละสถานที่และให้เกิดความส าเร็จสูงสุดทั้งทางตรงและทางออม ซึ่งการปลูกฝัง ความ

เป็นพลเมืองดี นั้น เราจ าเป็นต้องปลูกฝังตั้งแต่ในวัยเด็ก ซึ่งจะท าให้ผู้เรียนสามารถน าเอาความรู้และความ

เข้าใจและประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางใน การประพฤติปฏิบัติในสังคมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น
ครูผู้สอนจึงต้องน าวิธีการสอน และเทคนิค การสอนต่างๆ มาจัดกระบวน การเรียนการสอนที่หลากหลาย มีการ

เตรียมการสอน เตรียม สื่อการสอน และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามสภาพ
บริบทของโรงเรียน และเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2549 : 36)
จากประสบการณ์ของผู้ศึกษา ซึ่งเป็นครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
ื้
วัฒนธรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี ส านักงานเขตพนที่การศึกษา
ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๓ มีประสบการณ์ในการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม มาเป็นเวลา ๔ ปี พบว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 ประสบปัญหาที่ได้พบด้วยการเกบ

รวบรวมข้อมูลจากการสังเกตและสอบถามนักเรียนส่วนมากในโรงเรียน ไม่ชอบเรียนวิชาสังคมศึกษา เนื่องจาก
คิดว่าเป็นวิชาที่น่าเบื่อ ต้องฟงครูบรรยายเป็นส่วนมาก และสิ่งที่ครูน ามาสอนเป็นเรื่องไกลตัวหรือเนื้อหาอยู่ใน

ื่

บริบทอนๆ สังคมอน และอกปัญหาหนึ่งที่ส าคัญคอ ครูขาดสิ่งจูงใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ท า

ื่
ให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่ายต่อการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส่งผล
ให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เป็นที่พงพอใจและต่ ากว่าเป้าหมายของโรงเรียน สอดคล้องกับรายงานผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียนของโรงเรียน ในปีการศึกษา ๒๕๖๒ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีค่าต่ ากว่าเกณฑ์เป้าหมายของสถานศึกษา
ที่ตั้งไว้ คือร้อยละ ๗8 ทั้งนี้เนื่องมาจากครูในยุคปฏิรูปยังไม่เข้าใจวิธีจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้น
ผู้เรียนเป็นส าคัญอย่างแท้จริงท าให้เลือกวิธีสอนที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการและความแตกต่างระหว่าง

บุคคลครูสั่งงานเกินก าลังความสามารถของนักเรียน นักเรียนเบื่อไม่ชอบท างาน ขาดแรงจูงใจ และ
เนื้อหาวิชามากเกินไป
จากสภาพปัญหาดังกล่าวมานั้น ผู้ศึกษาจึงได้ศึกษาเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ เป็นแนวทางในการ

พฒนาสื่อการเรียนรู้ เพอแก้ปัญหาดังกล่าว และพบว่า เอกสารประกอบการเรียนจัดเป็นสื่อการเรียนการสอน
ื่
ประเภทหนึ่งที่นักเรียนให้ความสนใจและมีประโยชน์ต่อการพฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้ศึกษาเป็น


ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จึงได้จัดสร้างและพฒนาเอกสาร
ประกอบการเรียน ชุด บทบาทหน้าที่ของพลเมืองดี ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 เพอแก้ปัญหา
ื่
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง

ื่
วัฒนธรรม และการด าเนินชีวิตในสังคม และเพอให้นักเรียนได้ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ค้นคว้าเพมเติม เพอให้มี
ิ่
ื่

ความรู้ ความเข้าใจ เกิดความรัก ความผูกพัน ความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ท้องถิ่นและตระหนักในคุณคา

ด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอทธิพลต่อการด ารงชีวิตของตน จะได้ช่วยกันอนุรักษ์ จรรโลงไว้ใน
สิ่งที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป และสิ่งที่ส าคัญที่สุด คือ จะท าให้นักเรียนเห็นคุณประโยชน์ของการอาน และรักที่จะ


ิ่
แสวงหาความรู้อยู่เสมอจากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เป็นการเพมพนความรู้และส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
สูงขึ้น ในระดับคุณภาพดีขึ้นไป

วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำ


1. เพอศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด
ื่
พลเมืองดี...ศรีสังขละ สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการด าเนินชีวิตในสังคม ชั้นประถมศึกษาปี
ที่ 6/6

กรอบแนวคิดของกำรศึกษำ


ผู้ศึกษาได้วางกรอบแนวคิดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรมโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ดังนี้



1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พลเมืองดี...ศรีชุมชน
การใช้เอกสารประกอบการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีชุมชน

ชุด พลเมืองดี...ศรีชุมชน




แผนภำพประกอบที่ 1 กรอบแนวคิดการศึกษา
สมมติฐำนของกำรศึกษำ

1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...
ศรีสังขละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


ประโยชน์ของกำรศึกษำ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สูงขึ้น

2. นักเรียนสามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้
3. ครูและนักเรียนได้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี…ศรีสังขละ กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี ที่มี
ประสิทธิภาพ

4. ช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่
2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการด าเนินชีวิตในสังคม ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
5. ครูสามารถน าไปใช้เป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมทั้งการสร้างนวัตกรรม
ทางการศึกษาต่างๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม


ขอบเขตของกำรศึกษำ
1. ขอบเขตด้ำนประชำกร

ประชากรที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี ส านักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี จ านวน ๓3 คน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖3
2. ขอบเขตด้ำนตัวแปรที่ศึกษำ
2.1 ตัวแปรต้น (อิสระ) ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมือง

ดี...ศรีสังขละ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียน
อนุบาลสังขละบุรี

2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6

โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี ที่เรียนโดยใชเอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี....ศรีสังขละ กลุ่มสาระการ
เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
3. ขอบเขตด้ำนเนื้อหำ
เนื้อหาในการศึกษาครั้งนี้ ได้คัดสรรและเรียบเรียงมาจากต าราเรียน ข้อมูลในชุมชน หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในชุมชน จากสถานศึกษาและศึกษาสาระการเรียนรู้แกนกลาง มาตรฐานการเรียนรู้

ื้
ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการด าเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติ
ตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธ ารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ด ารงชีวิตอยู่
ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข โดยมีตัวชี้วัด ดังนี้ ตัวชี้วัด ส 2.1, ป.6/1 ปฏิบัติตามกฎหมายที่

เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ าวันของครอบครัวและชุมชน ตัวชี้วัด ส 2.1, ป.6/2 วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม
ตามกาลเวลาและธ ารงรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม ตัวชี้วัด ส 2.1, ป.6/3 แสดงออกถึงมารยาทไทยได้เหมาะสมและ


ถูกกาลเทศะ ตัวชี้วัด ส 2.1, ป.6/4 อธิบายคุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกนระหว่างกลุ่มคนในสังคมไทย
ตัวชี้วัด ส 2.2, ป.6/1 เปรียบเทียบบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐบาล ตัวชี้วัด ส 2.2,
ป.6/2 มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมประชาธิปไตยในท้องถิ่นและประเทศ ตัวชี้วัด ส 2.2, ป.6/3 อภิปราย
บทบาท ความส าคัญในการใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย น าเนื้อหาที่เรียบเรียงแล้วมาจัดสร้างเอกสาร
ประกอบ การเรียน ชุด พลเมืองดีตามวิถีไทย จ านวน 10 เล่ม ดังนี้

เล่มที่ 1 เรื่อง กฎหมายในชีวิตประจ าวัน
เล่มที่ 2 เรื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เล่มที่ 3 เรื่อง วิถีวัฒนธรรมไทย
เล่มที่ 4 เรื่อง มารยาทไทย
เล่มที่ 5 เรื่อง คุณค่าและความแตกต่างทางวัฒนธรรม

เล่มที่ 6 เรื่อง การธ ารงรักษาวัฒนธรรม
เล่มที่ 7 เรื่อง ข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์
เล่มที่ 8 เรื่อง การเมืองการปกครอง

เล่มที่ 9 เรื่อง กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย
เล่มที่ 10 เรื่อง การใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง

4. ขอบเขตด้ำนระยะเวลำ

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกษา 2562 ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ถึงวันที่ 10 ตุลาคม

2562 เวลาเรียนทั้งหมด 20 ชั่วโมง

นิยำมศัพท์เฉพำะ


เล่มท 1 เอกสำรประกอบกำรเรียน หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผู้ศึกษาได้สร้างขึ้น โดยน าเนื้อหามา
ี่
จากหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการ
ด าเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส 2.1 และ ส 2.2 ซึ่งเอกสารประกอบการเรียนประกอบด้วยองค์ประกอบ

ดังนี้ ค าน า ค าชี้แจง สารบัญ ค าแนะน าในการใช้มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์ การเรียนรู้ เนื้อหา มี

ภาพประกอบ ค าอธิบายศัพท์ แบบฝึกหัด เฉลยค าตอบ แบบทดสอบ เฉลยค าตอบ บรรณานุกรม โดยได้จัดล าดับ

เนื้อหาให้สัมพนธ์ต่อเนื่องกันไปเป็นเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการด าเนินชีวิตในสังคม ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง พลเมืองดีตามวิถีไทย เอกสารประกอบการเรียนที่สร้างขึ้น มี
จ านวนทั้งสิ้น 10 เล่ม
เล่มที่ 1 เรื่อง กฎหมายในชีวิตประจ าวัน

เล่มที่ 2 เรื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เล่มที่ 3 เรื่อง วิถีวัฒนธรรมไทย
เล่มที่ 4 เรื่อง มารยาทไทย
เล่มที่ 5 เรื่อง คุณค่าและความแตกต่างทางวัฒนธรรม

เล่มที่ 6 เรื่อง การธ ารงรักษาวัฒนธรรม
เล่มที่ 7 เรื่อง ข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์
เล่มที่ 8 เรื่อง การเมืองการปกครอง
เล่มที่ 9 เรื่อง กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย

เล่มที่ 10 เรื่อง การใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง
ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน หมายถึง คะแนนหลังเรียนที่นักเรียนท าได้จากแบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการด าเนินชีวิตในสังคม ชั้นประถมศึกษาปีที่65 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น
จ านวน 40 ข้อ เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ หมายถึง แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ประกอบกับเอกสารประกอบการ
เรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้น

ผู้เรียนเป็นส าคัญ เพ่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ก าหนดคุณลักษณะไว้ใน
หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง บทบาทหน้าที่ของพลเมืองดี สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการด าเนิน
ชีวิตในสังคม ซึ่งประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระส าคัญ คุณลักษณะอนพงประสงค์และ


สมรรถนะที่ส าคัญของผู้เรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่ง
เรียนรู้ การวัดและประเมินผล และบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

วิธีด ำเนินกำรวิจัย
1. ประชากร

ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี
สังกัดส านักงานเขตพนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
ื้
พื้นฐาน
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

2.1. เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 มีจ านวน
10 เล่ม
2.2. แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดีศรีสังขละ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 จ านวน 12

แผน 20 ชั่วโมง

2.3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 จ านวน 40 ข้อ


3. ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ
3.1 ศึกษาเอกสารหลักสูตรสถานศึกษา แนวคิดทฤษฏีการเรียนการสอน
3.2 ศึกษาปัญหาของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลที่พบในการจัดการเรียนการสอน

3.3 ศึกษาเทคนิคการสร้างเอกสารประกอบการเรียน
3.4 สร้างแบบประเมินผลก่อนเรียน - หลังเรียน
3.5 ประเมินผลก่อนใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ส าหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6

3.6 ด าเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้
3.5 ประเมินผลหลังใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ส าหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6


กำรเก็บรวบรวมข้อมูล

การเก็บรวบรวมขอมูลในการประเมิน เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน
ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ผู้ศึกษาได้ด าเนินการดังนี้

1. น าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผู้รายงานสร้างขึ้นจ านวน 40 ข้อไปทดสอบกับ
นักเรียน บันทึกคะแนนเป็นคะแนนก่อนเรียน
2. ด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ โดยใช้เอกสารประกอบการ
เรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้ศึกษาได้สร้างขึ้น จ านวน 12 แผน ใช้เวลา
ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งหมดจ านวน 20 ชั่วโมง

3. ในระหว่างการด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ของแต่ละแผนก็ได้ให้นักเรียนท า
กิจกรรมตามใบงานของแต่ละแผน และเก็บรวบรวมคะแนน เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบ
การเรียน ชุด บทบาทหน้าที่ของพลเมืองดี ในการจัดการเรียนรู้ เมื่อด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

เสร็จสิ้นในแต่ละแผนก็ให้นักเรียน ท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของของเนื้อหาที่เรียนใน
แผนการจัดการเรียนรู้นั้นๆ
4. หลังการด าเนินการทดลองครบทั้งหมด 12 แผนการสอนแล้ว ผู้ศึกษาได้ท าการทดสอบหลัง
เรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดิม แล้วบันทึกผลเป็นคะแนนหลังเรียน


กำรวิเครำะห์ข้อมูล

ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน น ามาวิเคราะห์
หาค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้วเปรียบเทียบคะแนนความก้าวหน้าของนักเรียน

แต่ละคน

ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล
ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มที่ศึกษา คือ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 ทั้งหมดรวม

33 คน มีการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน แล้วจึงด าเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้

เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ หลังจากนั้นจึงท าการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน
แล้วจึงน าผลมาเก็บรวบรวม ข้อมูลก่อนเรียนและหลังเรียนที่รวบรวมได้จากเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมา

จ าแนกผลการเรียนรู้ ดังนี้

ตำรำง แสดงค่ำเฉลี่ยและค่ำเบี่ยงเบนมำตรฐำนของนักเรียนในกำรใช้เอกสำรประกอบกำรเรียน
ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ

กำรฝึก จ ำนวน ผลรวม ค่ำเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบน
นักเรียน X X ค่ำ S.D

ก่อนเรียน 33 คน 433 13.12 33.83 2.62
หลังเรียน 33 คน 1,124 34.06 87.81 1.85
จากตาราง สรุปได้ว่าการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ กลุ่มสาระการ
เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากบ 13.12 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากบ


34.06 จะเห็นได้ว่าคะแนนของค่าเฉลี่ยหลังเรียนมีค่ามากกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน และค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐานของก่อนเรียนมีค่าเท่ากบ 2.62 ส่วนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 1.85 แสดง

ว่าข้อมูลมีค่าคะแนนใกล้เคียงกัน


สรุปผลกำรวิจัย
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ
โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วัฒนธรรม ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี พบว่า นักเรียนมี

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ ดีขึ้น

อภิปรำยผล

ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้เอกสาร
ประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผล
ของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว

2. เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ชุดนี้สร้างขึ้นอย่างถูกวิธี ได้ผ่านขั้นตอน

การสร้างและพฒนาอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการใช้หลักสูตร
และยังได้รับการแนะน า ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหาการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ ความเหมาะสมของเนื้อหา

3. การสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิด
การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับเนื้อหา



4. การจัดการเรียนรู้เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...
ศรีสังขละ ได้เรียงล าดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้ ท าให้เรียนรู้สึกว่าตนเอง
ประสบความส าเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่า เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ มี

ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สามารถน าไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนสูงขึ้น



ข้อเสนอแนะ
จากผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาดังนี้

1. ก่อนน าเอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ ไปใช้ประกอบการสอน ผู้สอน

ควรศึกษารายละเอียดของทุกกิจกรรมกอนน าไปใช้
2. เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดี...ศรีสังขละ นี้ จะเกิดความสมบูรณ์ครูผู้สอนต้องใช้
ควบคู่ไปกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดท าขึ้น จัดกิจกรรมให้ครบทุกขั้นตอน ต้องตรวจแบบฝึกอย่าง

เป็นปัจจุบันให้ผู้เรียนรู้ผลทันที พร้อมกับเฉลยค าตอบที่ถูกต้องให้ผู้เรียนได้รู้ทุกครั้ง

ภำคผนวก

แบบบันทึกคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรยนก่อนเรียน – หลังเรียน

เรื่อง พลเมืองดี...ศรีสังขละ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6/6 โรงเรียนอนุบำลสังขละบุรี

ก่อนเรียน หลังเรียน
เลขที่ ชื่อ - สกุล
40 คะแนน 40 คะแนน
1 เด็กชายศุภณัฐ นิ่มเจริญ 11 33
2 เด็กชายศิรายุทธ ธารพนาไพร 15 35
3 เด็กชายอัครเดช วนาพิทักษ์กุล 10 31
4 เด็กชายเสรีรักษ์ พงพีรดี 10 31
5 เด็กชายจักรกฤษ ไม่มีนามสกุล 11 32
6 เด็กชายนัฐพล ดวงแก้วกมล 10 32
7 เด็กชายหัส ไม่มีนามสกุล 16 36
8 เด็กชายสุรยุทธ ไม่มีนามสกุล 12 34
9 เด็กชายธวัชชัย ตระกูลเรืองรุ่ง 15 35
10 เด็กชายศุภวิชญ์ แก้วผลึก 15 35
11 เด็กชายชานนท์ โสภาปัจจุสมัย 12 33
12 เด็กชายธนาพิพัฒน์ หมูนวล 11 32

13 เด็กชายปริวัฒน์ โกกิ 16 36
14 เด็กชายพิพัฒน์ ไทรพวงโพธิ์ 17 35
15 เด็กชายประวิทย์ เจริญหงษ์ษา 10 32
16 เด็กหญิงวีรพล สังขวัฒนากุล 12 34
17 เด็กหญิงพัสกร ประดิษฐ์พงษ์ 15 35
18 เด็กหญิงซออู ไม่มีนามสกุล 14 35
19 เด็กหญิงพรทิพย์ พิริยวารีกุล 8 30
20 เด็กหญิงเมรินทร์ พงพีรดี 10 36
21 เด็กหญิงกัญญ์วรา ลูกอินทร์ 14 35
22 เด็กหญิงวาลิศรา สิริบุปผา 15 37
23 เด็กหญิงฝน ไม่มีนามสกุล 14 35
24 เด็กหญิงสิรีธร สุทธ ิ 15 35
25 เด็กหญิงสุมาลี อุดมธนิตย์ 16 36
26 เด็กหญิงอรพิม ใครหอม 10 32
27 เด็กหญิงเอ้เซอบลึ ไม่มีนามสกุล 16 36
28 เด็กหญิงอรัญญา พรประดับเพชร 15 35
29 เด็กหญิงฟ้าใส เจริญหงษ์ษา 15 35
30 เด็กหญิงเอมมิกา พงพีรดี 16 34
31 เด็กหญิงสุขจันทร์ ไม่มีนามสกุล 8 31
32 เด็กหญิงจริยา ผาสุกธ ารง 14 36

33 เด็กหญิงเพ็ญศิริ พนาอุดม 15 35
เฉลี่ย 13.12 34.06
ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน 2.62 1.85
ร้อยละ 33.83 87.81

แบบทดสอบวัดควำมรู้พื้นฐำนเรียนก่อนเรียน
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

สำระที่ 2 หน้ำที่พลเมือง วฒนธรรมและกำรด ำเนินชีวิตในสังคม
จ ำนวน 40 ข้อ คะแนนเต็ม 40 คะแนน

***************************************************************************
ค ำชี้แจง ให้นักเรียนท าเครื่องหมาย x ทับอักษรหน้าข้อค าตอบที่ถูกต้อง

1. นักเรียนต้องมีอายุครบกี่ปีจึงจะสามารถท าบัตรประจ าตัวประชาชนได้
ก. 7 ปีบริบูรณ์
ข. 15 ปีบริบูรณ์

ค. 18 ปีบริบูรณ์
ง. 20 ปีบริบูรณ์
2. ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 3 หมายถึง ข้อใด
ก. กัญชา
ข. ยาเสพติดร้ายแรง
ค. ยาแก้ไอผสมโคเคอีน

ง. สารเคมีที่น าไปผลิตยาเสพติด
3. นักเรียนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรได้ใน ข้อใด
ก. ขับขี่รถยนต์ของผู้ปกครอง
ข. ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า

ค. ช่วยจราจรโบกรถหน้าโรงเรียน
ง. ข้ามถนนตรงที่มีทางม้าลายหรือข้ามสะพานลอย
4. ข้อใด ไม่ใช่ประโยชน์ของการปฏิบัติตามกฎหมาย

ก. รู้ช่องทางในการท าผิดกฎหมาย
ข. สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม
ค. รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม
ง. ท าให้ประชาชนรู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเอง
5. เทศบัญญัติเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในพื้นที่ใด

ก. เทศบาล
ข. เขตต าบล
ค. เขตอ าเภอ
ง. เขตหมู่บ้าน

6. ข้อใด ไม่ใช่ความหมายของวัฒนธรรม
ก. แบบอย่างที่ดีงาม
ข. สิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์
ค. เป็นสิ่งที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน
ง. วิถีการด าเนินชีวิตของคนในสังคมหนึ่ง

7. คุณย่าเป็นคนรักษาศีล 5 แสดงว่าคุณย่าเป็นผู้มีวัฒนธรรมประเภทใด
ก. วัฒนธรรมทางใจ
ข. วัฒนธรรมทางกาย
ค. วัฒนธรรมทางวัตถุ

ง. วัฒนธรรมที่ไม่ใช่วัตถุ
8. นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมใดที่ไม่เหมำะสมกับสังคมไทย
ก. การรับประทานอาหารนอกบ้าน
ข. การรับประทานอาหารโดยการใช้ช้อน
ค. การทักทายด้วยการกอดและหอมแก้ม
ง. การสวมเสื้อผ้าและสวมรองเท้าที่สุภาพ
9. ข้อใด ไม่ใช่ผลดีของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่มีต่อสังคมไทย

ก. การรับรู้ข่าวสารได้รวดเร็ว
ข. การพัฒนาด้านการศึกษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ค. วิถีการด าเนินชีวิตของคนในสังคมมีการเปลี่ยนแปลง
ง. การรับวัฒนธรรมที่หลากหลายจากต่างชาติจนหลงลืมความเป็นวัฒนธรรมไทย
10. ข้อใด กล่าวถึงมารยาทไทยได้ถูกต้องที่สุด
ก. การแสดงออกที่ดีงาม

ข. กิริยาวาจาอันพึงปฏิบัติในสังคม
ค. แบบแผนอันเหมาะสมตามกาลเทศะ
ง. กิริยาวาสุภาพเรียบร้อยที่บุคคลพึงปฏิบัติในสังคมโดยมีระเบียบแบบแผนอันเหมาะสม
ตามกาลเทศะ
11. มารยาทไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักมากที่สุด คือ ข้อใด
ก. อาหาร
ข. การไหว้
ค. ยิ้มสยาม

ง. การแต่งกาย
12. ข้อใด หมายถึง การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ ที่ถูกต้องที่สุด
ก. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ ขาทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
ข. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ ปลายเท้าทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
ค. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ ขาและแขนทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
ง. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ เข่าทั้ง 2 มือและข้อศอกทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
13. เมื่อได้ยินเสียงเพลงชาตินักเรียนควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ยืนตรงแสดงความเคารพ
ข. ร้องเพลงชาติตามขณะเดินอยู่
ค. ท ากิจกรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ง. ไม่สนใจ เพราะก าลังคุยกับเพื่อน

14. การเดินในลักษณะส ารวม ปล่อยมือไว้ข้างล าตัว พร้อมกับย่อเข่า ค้อมศีรษะ เมื่อใกล้ถึงผู้ใหญ่
เป็นลักษณะของการปฏิบัติมารยาทการเดินแบบใด
ก. การเดินตามผู้ใหญ่
ข. การเดินผ่านผู้ใหญ่ขณะผู้ใหญ่ยืน
ค. การเดินผ่านผู้ใหญ่ขณะผู้ใหญ่นั่งเก้าอ ี้
ง. การเดินผ่านผู้ใหญ่ขณะผู้ใหญ่นั่งกับพื้น

15. ผู้เป็นลูกต้องมีคุณธรรมตามข้อใด ที่จะท าให้ครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมากที่สุด
ก. ความประหยัด
ข. ความขยันอดทน
ค. ความเมตตากรุณา
ง. ความกตัญญูกตเวที
16. “ผ้าปาเต๊ะ เสื้อแขนกระบอก มีผ้าคลุมศีรษะ” เป็นลักษณะการแต่งกายของภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคเหนือ
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคอีสาน
17. การรับประทานลาบ ส้มต า น้ าตก เป็นอาหารหลัก แสดงถึงวัฒนธรรมด้านอาหารของ

ประชาชนในภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคเหนือ
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
18. นักเรียนสวมชุดผ้าไทยแสดงออกถึงแนวการรักษาวัฒนธรรมไทยในด้านใด

ก. การเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่ดี
ข. ร่วมมือกันดูแลรักษาโบราณวัตถุ
ค. ศึกษาความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
ง. การใช้สินค้าที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมไทย

19. บุคคลใดปฏิบัติตนเป็นผู้อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนได้เหมาะสมที่สุด
ก. กรเกล้าฝึกดีดซึงทุกวัน
ข. เมธิยาฝึกร้องเพลงทุกวัน
ค. โทริษารับประทานแซนด์วิชทุกวัน

ง. ประวศขับรถยนต์คันงามไปท างานทุกวัน
20. ข้อใด หมายถึง เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง อาจมีความส าคัญหรือไม่มีความส าคัญกได้

ก. ข่าว
ข. ข้อมูล

ค. เหตุการณ์
ง. แหล่งข่าว

21. นักเรียนควรเลือกรับและใช้ข้อมูลข่าวสารลักษณะใดจึงจะเกิดประโยชน์มากที่สุด

ก. ข่าวสารยอดฮตติดกระแส
ข. ข่าวสารที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ
ค. ข่าวสารที่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงชัดเจน
ง. ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง
22. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการเลือกรับข้อมูลข่าวสาร

ก. ท าให้มีความรู้มากขึ้น
ข. ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ดีและมประโยชน์

ค. ท าให้ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเด็กเท่านั้น

ง. ท าให้ได้ข้อมูลข่าวสารที่ถกต้องและน่าเชื่อถือ
23. เมื่อนักเรียนได้รับรู้ข่าวสารควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เชื่อทันที

ข. คิดกอนเชื่อ
ค. ถกเถียงกับเพื่อน

ง. ไม่ใส่ใจเพราะไม่ใช่เรื่องของเรา
24. เมื่อนักเรียนได้รับข้อมูลข่าวสารสิ่งแรกที่นักเรียนพึงกระท าคือเรื่องใด
ก. ปล่อยผ่านไปเพราะไม่สนใจ

ข. อ่านและท าความเข้าใจแยกแยะ
ค. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน
ง. วิพากษ์วิจารณ์กับเพื่อนอย่างสนุกสนาน
25. ประเทศไทยจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งออกเป็นกี่รูปแบบ
ก. 2 รูปแบบ

ข. 3 รูปแบบ
ค. 4 รูปแบบ
ง. 5 รูปแบบ

26. ข้อใดเป็นการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ก. อ าเภอเชียงแสน
ข. จังหวัดเชียงราย
ค. กระทรวงศึกษาธิการ

ง. องค์การบริหารส่วนต าบลศรีดอนมูล
27. ข้อใดไม่ใช่บทบาทและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ก. ส่งเสริมการทองเที่ยวในท้องถิ่น
ข. ส่งเสริมการฝึกอาชีพในท้องถิ่น

ค. การจัดท าแผนพัฒนาท้องถิ่นของตน
ง. การป้องกันประเทศและปราบปรามอาชญากรรม

28. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษหมายถึงข้อใด
ก. ต าบล

ข. เทศบาล
ค. เมืองพัทยา
ง. จังหวัดสงขลา
29. ข้อใดเป็นบทบาทและหน้าที่ของรัฐบาล

ก. ส่งเสริมการฝึกอาชีพในท้องถิ่น

ข. ส่งเสริมการทองเที่ยวในท้องถิ่น
ค. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในท้องถิ่น
ง. การรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

30. ข้อใดเป็นการเปรียบเทียบบทบาทและหน้าที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐบาล
ได้ถูกต้อง
ก. รัฐบาลจัดท าแผนพัฒนาครอบคลุมทั้งประเทศ
ข. รัฐบาลมีพื้นที่ด าเนินงานเฉพาะในท้องถิ่นของตนเท่านั้น
ค. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีทหารท าหน้ารักษาความมั่นคง
ง. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถท าสัญญากับรัฐบาลต่างประเทศได้
31. ชุมชนที่ดีตามวิถีประชาธิปไตย ควรมีลักษณะอย่างไร

ก. ขาดระเบียบวินัย
ข. มีความสามัคคี
ค. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
ง. ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
32. ชุมชนที่ดีตามวิถีประชาธิปไตย มีผลดีอย่างไร
ก. ประเทศชาติร่ ารวยมั่งคั่ง

ข. มีคนเก่งมากมายในชุมชน
ค. ชุมชนมีแต่คนชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
ง. ชุมชนมีความสุข ประเทศเจริญก้าวหน้าและมั่นคง
33. ถ้านักเรียนมีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. นักเรียนมีหลักเกณฑ์ในการเลือกอย่างไร
ก. เลือกพรรคที่เก่าแก่และมีฐานะมั่นคง
ข. เลือกพรรคที่สัญญาว่าจะช่วยพัฒนาถิ่นที่อยู่
ค. เลือกพรรคที่มีหัวหน้าพรรคเป็นคนดังในสังคม
ง. เลือกพรรคที่มีนโยบายในการบริหารประเทศที่เด่นชัด

34. นักเรียนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างไร
ก. รับเงินจากคนซื้อเสียง
ข. การถอดถอนนักการเมืองที่ทุจริต
ค. ไปลงคะแนนใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

ง. การรณรงคให้คนในท้องถิ่นออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

35. หากพบว่ามีการกระท าผิดกฎหมายเลือกตั้ง ควรท าอย่างไร
ก. เก็บไว้เป็นความลับ
ข. บอกให้เพอนบ้านทราบ
ื่
ค. ไม่ต้องบอกใครเพราะกลัวอันตราย

ง. แจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบทราบทันที
ื่
36. ประชาชนจ านวน 10,000 คนขึ้นไป สามารถเข้าชื่อกันเพอเสนอกฎหมายใด
ก. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ข. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

ค. กฎหมายการปกครองบ้านเมือง
ง. กฎหมายที่เกี่ยวกับระเบียบหรือกติกาการเลือกตั้ง
37. เพราะเหตุใดเราจึงต้องมีส่วนร่วมในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ก. เพื่อเลือกคนที่ซื้อเสียงเข้าไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญก้าวหน้า
ข. เพื่อเลือกญาติพี่น้องตนเองเข้าไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญก้าวหน้า
ค. เพื่อเลือกคนดีมีความสามารถเข้าไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ง. เพื่อเลือกผู้มีอิทธิพลมีความสามารถเขาไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญ
ก้าวหน้า

38. ใครมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ก. นายสุพจน์มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์
ข. นางเจนี่แปลงสัญชาติมาแล้ว 3 ปี

ค. นางสายสุดามีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นเวลา 60 วัน
ง. นายอุดมมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง
39. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของผู้รับสมัครเลือกตั้ง
ก. เป็นคนดีมีศีลธรรม

ข. มีความรู้ความสามารถ
ค. มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ง. เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
40. ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ลักษณะที่ส าคัญที่สุดคือข้อใด

ก. กิจกรรมทางการเมือง
ข. การรวมตัวกันเป็นหมู่คณะ
ค. บทบาทหน้าที่ของนักการเมือง
ง. การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง

เฉลยแบบทดสอบวัดควำมรู้พื้นฐำนก่อนเรียน
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม



ข้อที่ ค ำตอบ ข้อที่ ค ำตอบ ข้อที่ ค ำตอบ ข้อที่ ค ำตอบ
1. ก 11. ข 21. ค 31. ข
2. ค 12. ง 22. ค 32. ง

3. ง 13. ก 23. ข 33. ง
4. ก 14. ข 24. ค 34. ง
5. ก 15. ง 25. ข 35. ง

6. ค 16. ก 26. ง 36. ง
7. ง 17. ข 27. ง 37. ก
8. ค 18. ง 28. ค 38. ก
9. ง 19. ก 29. ก 39. ค

10. ง 20. ก 30. ก 40. ง

แบบทดสอบวัดควำมรู้พื้นฐำนเรียนหลังเรียน
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

สำระที่ 2 หน้ำที่พลเมือง วฒนธรรมและกำรด ำเนินชีวิตในสังคม
จ ำนวน 40 ข้อ คะแนนเต็ม 40 คะแนน

***************************************************************************
ค ำชี้แจง ให้นักเรียนท าเครื่องหมาย x ทับอักษรหน้าข้อค าตอบที่ถูกต้อง

1. นักเรียนควรเลือกรับและใช้ข้อมูลข่าวสารลักษณะใดจึงจะเกิดประโยชน์มากที่สุด

ก. ข่าวสารยอดฮตติดกระแส

ข. ข่าวสารที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ
ค. ข่าวสารที่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงชัดเจน
ง. ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง

2. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการเลือกรับข้อมูลข่าวสาร
ก. ท าให้มีความรู้มากขึ้น

ข. ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ดีและมประโยชน์
ค. ท าให้ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเด็กเท่านั้น


ง. ท าให้ได้ข้อมูลข่าวสารที่ถกต้องและน่าเชื่อถือ
3. เมื่อนักเรียนได้รับรู้ข่าวสารควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เชื่อทันที


ข. คิดกอนเชื่อ
ค. ถกเถียงกับเพื่อน
ง. ไม่ใส่ใจเพราะไม่ใช่เรื่องของเรา
4. เมื่อนักเรียนได้รับข้อมูลข่าวสารสิ่งแรกที่นักเรียนพึงกระท าคือเรื่องใด
ก. ปล่อยผ่านไปเพราะไม่สนใจ

ข. อ่านและท าความเข้าใจแยกแยะ
ค. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน
ง. วิพากษ์วิจารณ์กับเพื่อนอย่างสนุกสนาน

5. ประเทศไทยจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งออกเป็นกี่รูปแบบ
ก. 2 รูปแบบ
ข. 3 รูปแบบ
ค. 4 รูปแบบ
ง. 5 รูปแบบ
6. ข้อใดเป็นการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ก. อ าเภอเชียงแสน
ข. จังหวัดเชียงราย

ค. กระทรวงศึกษาธิการ
ง. องค์การบริหารส่วนต าบลศรีดอนมูล

7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ส่งเสริมการทองเที่ยวในท้องถิ่น

ข. ส่งเสริมการฝึกอาชีพในท้องถิ่น
ค. การจัดท าแผนพัฒนาท้องถิ่นของตน

ง. การป้องกันประเทศและปราบปรามอาชญากรรม
8. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษหมายถึงขอใด

ก. ต าบล
ข. เทศบาล
ค. เมืองพัทยา
ง. จังหวัดสงขลา
9. ข้อใดเป็นบทบาทและหน้าที่ของรัฐบาล

ก. ส่งเสริมการฝึกอาชีพในท้องถิ่น

ข. ส่งเสริมการทองเที่ยวในท้องถิ่น
ค. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในท้องถิ่น

ง. การรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
10. ข้อใดเป็นการเปรียบเทียบบทบาทและหน้าที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐบาล
ได้ถูกต้อง
ก. รัฐบาลจัดท าแผนพัฒนาครอบคลุมทั้งประเทศ
ข. รัฐบาลมีพื้นที่ด าเนินงานเฉพาะในท้องถิ่นของตนเท่านั้น
ค. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีทหารท าหน้ารักษาความมั่นคง
ง. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถท าสัญญากับรัฐบาลต่างประเทศได้

11. ชุมชนที่ดีตามวิถีประชาธิปไตย ควรมีลักษณะอย่างไร
ก. ขาดระเบียบวินัย
ข. มีความสามัคคี
ค. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
ง. ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
12. ชุมชนที่ดีตามวิถีประชาธิปไตย มีผลดีอย่างไร

ก. ประเทศชาติร่ ารวยมั่งคั่ง
ข. มีคนเก่งมากมายในชุมชน
ค. ชุมชนมีแต่คนชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
ง. ชุมชนมีความสุข ประเทศเจริญก้าวหน้าและมั่นคง
13. ถ้านักเรียนมีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. นักเรียนมีหลักเกณฑ์ในการเลือกอย่างไร
ก. เลือกพรรคที่เก่าแก่และมีฐานะมั่นคง
ข. เลือกพรรคที่สัญญาว่าจะช่วยพัฒนาถิ่นที่อยู่
ค. เลือกพรรคที่มีหัวหน้าพรรคเป็นคนดังในสังคม

ง. เลือกพรรคที่มีนโยบายในการบริหารประเทศที่เด่นชัด

14. นักเรียนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างไร
ก. รับเงินจากคนซื้อเสียง
ข. การถอดถอนนักการเมืองที่ทุจริต
ค. ไปลงคะแนนใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง


ง. การรณรงคให้คนในท้องถิ่นออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
15. หากพบว่ามีการกระท าผิดกฎหมายเลือกตั้ง ควรท าอย่างไร
ก. เก็บไว้เป็นความลับ
ื่
ข. บอกให้เพอนบ้านทราบ
ค. ไม่ต้องบอกใครเพราะกลัวอันตราย
ง. แจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบทราบทันที

16. ประชาชนจ านวน 10,000 คนขึ้นไป สามารถเข้าชื่อกันเพอเสนอกฎหมายใด
ื่
ก. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ข. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ค. กฎหมายการปกครองบ้านเมือง

ง. กฎหมายที่เกี่ยวกับระเบียบหรือกติกาการเลือกตั้ง
17. เพราะเหตุใดเราจึงต้องมีส่วนร่วมในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ก. เพื่อเลือกคนที่ซื้อเสียงเข้าไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญก้าวหน้า
ข. เพื่อเลือกญาติพี่น้องตนเองเข้าไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ค. เพื่อเลือกคนดีมีความสามารถเข้าไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ง. เพื่อเลือกผู้มีอิทธิพลมีความสามารถเขาไปท าหน้าที่บริหารท้องถิ่นและประเทศให้เจริญ
ก้าวหน้า

18. ใครมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ก. นายสุพจน์มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์
ข. นางเจนี่แปลงสัญชาติมาแล้ว 3 ปี
ค. นางสายสุดามีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นเวลา 60 วัน
ง. นายอุดมมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง

19. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของผู้รับสมัครเลือกตั้ง
ก. เป็นคนดีมีศีลธรรม
ข. มีความรู้ความสามารถ

ค. มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ง. เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
20. ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ลักษณะที่ส าคัญที่สุดคือข้อใด
ก. กิจกรรมทางการเมือง

ข. การรวมตัวกันเป็นหมู่คณะ
ค. บทบาทหน้าที่ของนักการเมือง
ง. การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง

21. นักเรียนต้องมีอายุครบกี่ปีจึงจะสามารถท าบัตรประจ าตัวประชาชนได้
ก. 7 ปีบริบูรณ์
ข. 15 ปีบริบูรณ์
ค. 18 ปีบริบูรณ์

ง. 20 ปีบริบูรณ์
22. ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 3 หมายถึง ข้อใด
ก. กัญชา
ข. ยาเสพติดร้ายแรง
ค. ยาแก้ไอผสมโคเคอีน
ง. สารเคมีที่น าไปผลิตยาเสพติด
23. นักเรียนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรได้ใน ข้อใด

ก. ขับขี่รถยนต์ของผู้ปกครอง
ข. ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า
ค. ช่วยจราจรโบกรถหน้าโรงเรียน
ง. ข้ามถนนตรงที่มีทางม้าลายหรือข้ามสะพานลอย
24. ข้อใด ไม่ใช่ประโยชน์ของการปฏิบัติตามกฎหมาย
ก. รู้ช่องทางในการท าผิดกฎหมาย

ข. สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม
ค. รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม
ง. ท าให้ประชาชนรู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเอง
25. เทศบัญญัติเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในพื้นที่ใด
ก. เทศบาล
ข. เขตต าบล
ค. เขตอ าเภอ
ง. เขตหมู่บ้าน

26. ข้อใด ไม่ใช่ความหมายของวัฒนธรรม
ก. แบบอย่างที่ดีงาม
ข. สิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์
ค. เป็นสิ่งที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน
ง. วิถีการด าเนินชีวิตของคนในสังคมหนึ่ง
27. คุณย่าเป็นคนรักษาศีล 5 แสดงว่าคุณย่าเป็นผู้มีวัฒนธรรมประเภทใด

ก. วัฒนธรรมทางใจ
ข. วัฒนธรรมทางกาย
ค. วัฒนธรรมทางวัตถุ
ง. วัฒนธรรมที่ไม่ใช่วัตถุ
28. นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมใดที่ไม่เหมำะสมกับสังคมไทย
ก. การรับประทานอาหารนอกบ้าน
ข. การรับประทานอาหารโดยการใช้ช้อน

ค. การทักทายด้วยการกอดและหอมแก้ม
ง. การสวมเสื้อผ้าและสวมรองเท้าที่สุภาพ

29. ข้อใด ไม่ใช่ผลดีของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่มีต่อสังคมไทย
ก. การรับรู้ข่าวสารได้รวดเร็ว
ข. การพัฒนาด้านการศึกษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ค. วิถีการด าเนินชีวิตของคนในสังคมมีการเปลี่ยนแปลง

ง. การรับวัฒนธรรมที่หลากหลายจากต่างชาติจนหลงลืมความเป็นวัฒนธรรมไทย
30. ข้อใด กล่าวถึงมารยาทไทยได้ถูกต้องที่สุด
ก. การแสดงออกที่ดีงาม
ข. กิริยาวาจาอันพึงปฏิบัติในสังคม
ค. แบบแผนอันเหมาะสมตามกาลเทศะ
ง. กิริยาวาสุภาพเรียบร้อยที่บุคคลพึงปฏิบัติในสังคมโดยมีระเบียบแบบแผนอันเหมาะสม
ตามกาลเทศะ

31. มารยาทไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักมากที่สุด คือ ข้อใด
ก. อาหาร
ข. การไหว้
ค. ยิ้มสยาม
ง. การแต่งกาย
32. ข้อใด หมายถึง การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ ที่ถูกต้องที่สุด

ก. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ ขาทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
ข. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ ปลายเท้าทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
ค. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ ขาและแขนทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
ง. การกราบที่อวัยวะทั้ง 5 คือ เข่าทั้ง 2 มือและข้อศอกทั้ง 2 และหน้าผาก จรดพื้น
33. เมื่อได้ยินเสียงเพลงชาตินักเรียนควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ยืนตรงแสดงความเคารพ
ข. ร้องเพลงชาติตามขณะเดินอยู่
ค. ท ากิจกรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ง. ไม่สนใจ เพราะก าลังคุยกับเพื่อน
34. การเดินในลักษณะส ารวม ปล่อยมือไว้ข้างล าตัว พร้อมกับย่อเข่า ค้อมศีรษะ เมื่อใกล้ถึงผู้ใหญ่
เป็นลักษณะของการปฏิบัติมารยาทการเดินแบบใด

ก. การเดินตามผู้ใหญ่
ข. การเดินผ่านผู้ใหญ่ขณะผู้ใหญ่ยืน
ค. การเดินผ่านผู้ใหญ่ขณะผู้ใหญ่นั่งเก้าอ ี้
ง. การเดินผ่านผู้ใหญ่ขณะผู้ใหญ่นั่งกับพื้น
35. ผู้เป็นลูกต้องมีคุณธรรมตามข้อใด ที่จะท าให้ครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมากที่สุด
ก. ความประหยัด
ข. ความขยันอดทน
ค. ความเมตตากรุณา
ง. ความกตัญญูกตเวที

36. “ผ้าปาเต๊ะ เสื้อแขนกระบอก มีผ้าคลุมศีรษะ” เป็นลักษณะการแต่งกายของภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคเหนือ
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคอีสาน
37. การรับประทานลาบ ส้มต า น้ าตก เป็นอาหารหลัก แสดงถึงวัฒนธรรมด้านอาหารของ

ประชาชนในภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคเหนือ
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
38. นักเรียนสวมชุดผ้าไทยแสดงออกถึงแนวการรักษาวัฒนธรรมไทยในด้านใด
ก. การเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่ดี

ข. ร่วมมือกันดูแลรักษาโบราณวัตถุ
ค. ศึกษาความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
ง. การใช้สินค้าที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมไทย

39. บุคคลใดปฏิบัติตนเป็นผู้อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนได้เหมาะสมที่สุด
ก. กรเกล้าฝึกดีดซึงทุกวัน
ข. เมธิยาฝึกร้องเพลงทุกวัน
ค. โทริษารับประทานแซนด์วิชทุกวัน
ง. ประวศขับรถยนต์คันงามไปท างานทุกวัน

40. ข้อใด หมายถึง เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง อาจมีความส าคัญหรือไม่มีความส าคัญกได้

ก. ข่าว
ข. ข้อมูล

ค. เหตุการณ์
ง. แหล่งข่าว

เฉลยแบบทดสอบวัดควำมรู้พื้นฐำนหลังเรียน
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม



ข้อที่ ค ำตอบ ข้อที่ ค ำตอบ ข้อที่ ค ำตอบ ข้อที่ ค ำตอบ
1. ค 11. ข 21. ก 31. ข

2. ค 12. ง 22. ค 32. ง
3. ข 13. ง 23. ง 33. ก

4. ค 14. ง 24. ก 34. ข
5. ข 15. ง 25. ก 35. ง
6. ง 16. ง 26. ค 36. ก
7. ง 17. ก 27. ง 37. ข

8. ค 18. ก 28. ค 38. ง
9. ก 19. ค 29. ง 39. ก
10. ก 20. ง 30. ง 40. ก


Click to View FlipBook Version