ตำนาน
เรื่องกลุ่มดาว
รวบรวมโดย
ครูยูไวน๊ะ พึ่งและ
ค รู วิ ท ย า ศ า ส ต ร์
โ ร ง เ รี ย น เ ท ศ บ า ล 5 ( บ้ า น ต ล า ด เ ก่ า )
สั ง กั ด สำ นั ก ก า ร ศึ ก ษ า เ ท ศ บ า ล น ค ร ย ะ ล า
กระทรวงมหาดไทย
089-035-5343
ตำนาน กลุ่มดาวแมงป่อง
นายพรานโอไรออนผู้คุยโอ้อวดในความเก่งกล้าของตน
ฆ่าสัตว์ทุกชนิดอย่างไม่ละเว้น จนบรรดาเทพเจ้าต้องส่งแมง
ป้องไปต่อยทำร้ายนายพราน ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างรุนแรง จน
นายพรานถึงแก่ความตายในที่สุด เทพเจ้าจึงนำทั้งคู่ขึ้นไป
ไว้ในท้องฟ้า แต่อยู่คนละชิกฟ้ากัน เพื่อจะได้ไม่ต้องต่อสู้กันอีก
ขณะที่แมงป่องขึ้นจากขอบฟ้าตะวันออก นายพรานโอไรออนก็
ตกลับไปทางขอบฟ้าด้านตะวันตก กลุ่มดาวนี้มีดาวสว่างหลาย
ดวง ส่วนหางแมงป่องตวัดเข้าไปอยู่ในเส้น
ทางช้างเผือก
ตำนาน กลุ่มดาวหมีใหญ่
ดาวหมีใหญ่เป็นตัวแทนขององค์หญิงคัลลิสโต (Callisto)
ซึ่งเป็นหญิงงามนางหนึ่งในเทพนิยาย ถูกเทพีเฮรา (Hera)
ภรรยาของเทพเจ้าซุส (Zeus) สาปแช่งให้กลายเป็นหมี หลัง
การลักลอบได้เสียกันจนกระทั่งมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ
อาร์คาส (Arcas)
และในเวลาต่อมา ขณะออกล่าสัตว์อาร์คาสเกือบยิงสังหาร
มารดาของตนเอง ซึ่งอยู่ในร่างหมีโดยไม่ได้ตั้งใจ และเพื่อ
ป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เทพเจ้าซุสจึงส่งภรรยา
และบุตรชายขึ้นสู่สวรรค์ ทั้งคู่กลายเป็นดวงดาว โดยที่องค์
หญิงคัลลิสโตกลายเป็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) ขณะ
ที่อาร์คาสกลายเป็นกลุ่มดาวหมีเล็ก (Ursa Minor) อยู่เคียง
ข้างมารดาบนท้องฟ้า
ตำนาน กลุ่มดาวคนคู่
กลุ่มดาวคนคู่เป็นตัวแทนของพี่น้องฝาแฝดบุตรชาย
ของราชินี “เลดา” (Leda) แห่งเมืองสปาร์ตา (Sparta) ทั้ง
คู่เป็นบุตรชายร่วมมารดาต่างบิดา โดยพอลลักซ์ (Pollux)
เป็นบุตรที่เกิดจากเทพเจ้าซุส (Zeus) จึงมีสถานะเป็นครึ่ง
มนุษย์ครึ่งเทพ (Demigod) ขณะที่คาสเตอร์ (Castor) เป็น
มนุษย์ที่เกิดจากกษัตริย์สปาร์ตา “ทินดาริอุส”
(Tyndareus) ซึ่งหลังการเสียชีวิตของคาสเตอร์จากการ
ทะเลาะวิวาทในงานเลี้ยงงานหนึ่ง ส่งผลให้พอลลักซ์
โศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก และจากการที่ตนเองมีชีวิต
เป็นอมตะ จึงได้ทำการร้องขอต่อบิดาหรือเทพเจ้าซุส ให้
แบ่งความเป็นอมตะของตนแก่คาสเตอร์ ซึ่งการกระทำดัง
กล่าว ทำให้เมื่อเทพเจ้าซุสเห็นถึงความผูกพันอันลึกซึ้งของ
พี่น้องคู่นี้ จึงนำพอลลักซ์และคาสเตอร์ขึ้นสู่สวรรค์ กลาย
เป็นกลุ่มดาวคนคู่บนท้องฟ้าที่ทำให้พวกเขาสามารถอยู่
เคียงคู่กันตลอดไป
ตำนาน กลุ่มดาวคนยิงธนู
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพเจ้าโครนัส (Cronus) ได้
แปลงร่างเป็นม้า แอบหนีภรรยาคือ รีอา (Rhea)
โครนัสได้ไปพบฟิไลรา (Philyra) เทพธิดาแห่ง
มหาสมุทร และได้มีลูกชายด้วยกันชื่อ ไครอน (Chiron) มี
ลักษณะแปลกประหลาดคือ ลำตัวท่อนบนเป็นคน แต่ลำตัว
ท่อนล่างเป็นม้า
ฟิไลรารู้สึกอับอายมากที่ลูกเกิดมาเช่นนี้ จึงอ้อนวอนขอ
ให้เทพเจ้าช่วยเปลี่ยนร่างเธอเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่มนุษย์
เทพเจ้าจึงเปลี่ยนร่างเธอเป็นต้นไม้
เทพอพอลโล (Apollo) ได้มาพบไครอนก็พาไปเลี้ยง และ
สอนศิลปะความรู้ต่าง ๆ ให้คือ ดนตรี การเล่นพิณ การยิง
ธนู การรักษาโรค และการพยากรณ์ อาร์ทิมิส (Artemis)
น้องสาวของอพอลโลก็ช่วยสอนเรื่องการล่าสัตว์
เมื่อไครอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้กลายเป็นอาจารย์ของ
เหล่าวีรบุรุษกรีกหลายคน
ลักษณะครึ่งคนครึ่งม้านี้เรียกว่า เซนทอร์ (centaur) ไค
รอนได้รับยกย่องว่าเป็นเซนทอร์ที่ฉลาดที่สุด
ตำนาน กลุ่มดาวพิณ
พิณนี้เป็นเครื่องดนตรีประจำตัวของ ออร์ฟิอุส
(Orpheus) ออร์พี่อุสได้รับจากเทพบุตร Mercury ออร์ฟีอุ
สเป็น เทพบุตรที่มีมนต์ขลังทางดนตรี สามารถขับกล่อมให้
ทุกสิ่งทุกอย่างเคลิบเคลิ้ม หลงใหลได้แม้แต่ธรรมชาติ
ออร์ฟีอุสได้แต่งงานกับเพทธิดาผู้งดงามชื่อ Eurydice ต่อ
มาชายาสุดที่รักของเขาได้ถึงแก่กรรมลง พระยมจอมเทพ
แห่งความตายมีความสงสารออร์ฟีอุสมาก จึงอนุญาตให้นำ
ร่างที่ปราศจาก วิญญาณของ Eurydice ไปด้วยได้ แต่พระ
ยมได้เตือนไว้ว่าเขาต้องไม่มองเธอ จนกว่าจะผ่านพ้นราตรี
กาลนั้น หากออร์ฟีอุสลืมคำเตือนของพระยมเขาได้มองดู
Eurydice ก่อนกำหนด ร่างเธอจึงอันตรธานหายไปและเขา
ไม่มีโอกาสเห็นเธอ อีกเลย
ตำนาน กลุ่มดาวนกอินทรี
นกอินทรีเป็นนกของจอมเทพเซอุสที่บินส่งสารทำงาน
ระหว่างสรวงสวรรค์กับพื้นพิภพ นกอินทรีทำงานรับใช้
เซอุสอย่างดีมายาวนาน เทพอุสจึงให้รางวัลด้วยการนำนก
อินทรีไปไว้ท้องฟ้าท่ามกลางดวงดาวทั้งหลาย
แหล่งอ้างอิง
https://ngthai.com/science/24851/ursa-major/