The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทักษะการเป่าแคนขั้นพื้นฐาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by gurubenz88, 2021-09-05 12:26:00

ทักษะการเป่าแคนขั้นพื้นฐาน

ทักษะการเป่าแคนขั้นพื้นฐาน

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคน ขนั้ พน้ื ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 36

แบบฝึกหัดท้ายบท
แบบฝกึ หกั ท้ายบทที่ 2

คาส่งั : ใหน้ สิ ิตตอบคาถามต่อไปนี้โดยใชห้ ลักการเขียนเชงิ พรรณนาและวเิ คราะหพ์ รอ้ ม
ยกตัวอยา่ งในประเด็นคาถามต่อไปนี้

1. ใหน้ สิ ิตอธบิ ายความหมายของคาว่า ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรม พรอ้ ม
ยกตัวอย่างประกอบ

................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

2. ให้นิสิตอธบิ ายขนั้ ตอนการเรยี นเปา่ แคนตามธรรมเนยี มปฏิบัตอิ ย่างโบราณพร้อม
ยกตวั อยา่ งประกอบ

............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

3. ให้นสิ ิตอธิบายความหมายของคาวา่ คลา พรอ้ มยกตัวอยา่ งประกอบ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................

หมายเหต*ุ * ใหน้ สิ ิตตอบคาถามโดยการพิมพ์ในกระดาษ A4 แล้วเยบ็ มมุ สง่ ตามวนั เวลาท่กี าหนดในเวลา
เรียนโดยใช้ ฟอนด์ TH Sarabun PSK ขนาด ตวั อกั ษร 16 พอยท์

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสษิ ฐก์ ลุ สาขาดนตรพี ้ืนบ้าน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเป่าแคน ข้ันพน้ื ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา

บทที่ 4
หลกั การเปา่ แคนข้ันพ้ืนฐาน

การเรียนรู้ทฤษฏีการเป่าแคนเป็นบันไดขั้นแรกของการนาไปสู่การเป็นหมอแคนที่ดีและเป็นผู้
ถ่ายทอดไดอ้ ยา่ งมหี ลักการและเหตุผลและสามารถปฏิบตั ิการเป่าแคนได้อย่างรวดเร็ว ฉะน้ันการเรียนเป่า
แคนต้องอาศัยหลกั ทฤษฏใี นการปฏิบตั ิ ซ่ึงมีลายละเอยี ดดงั น้ี

ระบบเสยี งของแคน
แคนเปน็ เครื่องดนตรีที่เป็นระบบเสียงท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ในตัวของแคนเอกอยู่แล้ว
กลา่ ว คือ การกาเนิดเสยี งแคน และลายแคนน้ัน ประการแรกเกิดจากการเป่าประกอบตามทานองคาร้อง
ของหมอลา ประการที่สองเกดิ จากภาษาพูดท่ีแตกต่างกัน ประการท่ีสามเกิดจากค่านิยมในแต่ละยุคสมัย
ส่วนตาแหน่งเสียงของแคนน้ันจะมีชื่อเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นอีสานท่ีใช้เรียกชื่อกู่แคนมาแต่โบราณ และ
พัฒนาการต่อมาในยุคปจั จบุ ันไดใ้ ช้อกั ษรเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงของแคน 7 ตัวคือ ด ร ม ฟ ซ ล ท ดัง
ตัวอย่างแผนผงั ตาแหนง่ เสยี งแคน ตอ่ ไปน้ี
ตาแหน่งเสยี งแคน

ฝัง่ ซ้าย ฝัง่ ขวา

       
 

ซ ฟซฟม รท ด ลฺ ด ซ ล ท ร ม ล

เศษสะแนน
ก้อยซ้าย
สะแนน
แ ่มก้อยซ้าย
แ ่มก้อยขวา
แ ่มแก่
เ ีวยงให ่ญ
โ ้ปซ้าย
ทุ้ง
เซ
สะแนน
ัฮบทุ้ง
เวียงน้อย
แก่
ก้อยขวา
เศษทุ้ง

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสษิ ฐก์ ลุ สาขาดนตรพี ้ืนบา้ น วทิ ยาลยั ดรุ ยิ างคศลิ ป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคน ขนั้ พน้ื ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 38

ตารางท่ี 1 : การเทยี บชอ่ื กแู่ คนแบบโบราณกบั อกั ษรแทนเสียงแคนทีใ่ ช้ในปจั จุบนั
เมื่อสงั เกตจากตารางแลว้ จะเห็นได้ว่าช่ือกู่แคนแบบโบราณจะมีอยู่ 1 5 ช่ือ ตัวอักษรจะมีอยู่ 7

ตวั ซ่ึงมรี ะบบเสยี งเป็นระยะชว่ งคแู่ ปด 1 Octave 6 ตัวอกั ษร คอื ด ต่า ด สงู , ร ต่า ร สูง , ม ต่า ม สูง ,
ฟ ต่า ฟ สูง , ซ ต่า ซ สูง , ท ต่า ท สูง และเสียงที่มีระยะช่วงคู่แปด 2 Octave คือ เสียง ล ต่า ล ระดับ
เสียงปานกลาง ล สงู และระดบั เสียงที่เท่ากนั ตวั อักษรเหมอื นกนั คือ ซ ทางดา้ นซ้ายและขวาที่ชอ่ื สะแนน
เป็นเสียงท่ีอย่ใู นระดบั เสยี งเดียวกันหรอื มีชอื่ เรยี กตามทฤษฏีฝรง่ั วา่ ข้นั คู่ 1 Perfect หรือเรยี กว่าคู่ ยนู ิซัน
( Unison )

องคป์ ระกอบของโน้ตแคน
การใช้สญั ลักษณ์เพ่ือบนั ทึกเสยี งดนตรี ไมว่ า่ จะอยู่ในวัฒนธรรมใดก็ตามไม่สามารถท่ีจะใช้แทนใน
ทุกลลี าของดนตรี ไดค้ รบทุกกระบวนความ อย่างไรก็ตามการบันทกึ โนต้ ของแคนนั้นย่อมต้องมีการกาหนด
กฎเกณฑ์ในการเรียนร้เู พอื่ ให้ผู้เรียนได้เขา้ ใจและง่ายตอ่ การศกึ ษา ซงึ มสี ่วนประกอบด้วยกนั ดังนี้
1.สญั ลกั ษณแ์ ทนเสยี งสญั ลักษณ์แทนเสยี งแคนน้นั กาหนดให้ใช้ตัวอักษร 7 ตัว แทนเสียแคน คือ

ด อา่ นวา่ โด
ร อา่ นวา่ เร
ม อ่านว่า มี
ฟ อา่ นว่า ฟา
ซ อา่ นวา่ ซอล
ล อ่านวา่ ลา
ท อ่านวา่ ที
2.หอ้ งเพลง หอ้ งเพลงของแคนนัน้ กาหนดให้มตี ารางบรรทัดละ 8 หอ้ ง ซ่ึงจานวนของหอ้ งเพลงนน้ั
ขึ้นอย่กู บั เพลงแคนหรือลายแคนดงั ตัวอย่างตอ่ ไปนี้

3.สัญลกั ษณแ์ ทนความสั้นยาวของเสยี งแคนนนั้ กาหนดใหม้ ีเครือ่ งหมาย ( - ) แทนความส้ันยาวของ
เสียงแคน โดยกาหนดให้ 1 ห้องเพลงมีเครอื่ งหมาย ( - ) 4 ตัว ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปนี้

---- ---- ---- ---- ---- ---- ---- ----
---- ---- ---- ---- ---- ---- ---- ----

ในแต่ละหอ้ งเพลงนั้นจะมีความยาวเท่ากับหนง่ึ จงั หวะ โดยใน 1 หอ้ งเพลงจะมสี ่วนย่อย
4 ส่วนเทา่ ๆกัน สว่ นยอ่ ยแตล่ ะสว่ นจะมคี วามยาวเทา่ กบั ¼ จังหวะ และแตล่ ะส่วนแทนค่าความ
ยาวโดยใชเ้ ครื่องหมาย ( - ) 1 เคร่อื งหมาย หรอื ใช้ตัวโนต้ 1 ตัว เชน่

นายชาตอิ าชา พาลีละพสษิ ฐก์ ลุ สาขาดนตรีพน้ื บา้ น วิทยาลยั ดรุ ยิ างคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคน ขัน้ พนื้ ฐานในระดบั อดุ มศึกษา 39

---- ---- ---- ---- ---- ---- ---- ----

4.การจดั เรยี งตวั โนต้ เนอ่ื งจากสญั ลักษณล์ ักษณ์ ด ร ม ฟ ซ ล ท สามารถแยกอตั ราความสัน้
– ยาวของเสียง ทแ่ี ตกต่างกันดงั นน้ั จงึ ตอ้ งอาศยั การจัดเรียงตัวโนต้ เพอ่ื ส่ือสารถึงความส้นั – ยาว ของเสยี ง
สง่ิ ทจ่ี าเปน็ ในการจัดเรยี งตัวโนต้ เพ่ือใหเ้ กิดเป็นทว่ งทานองลลี าจังหวะ นอกเหนือจากตัวอกั ษร ด ร ม ฟ

ซ ล ท แลว้ จาเป็นอยา่ งยงิ่ ทจี่ ะต้องมีสญั ลกั ษณ์เพิ่มค่าความยาวของเสียง โดยอาศยั เครอื่ งหมาย ( - )

ตามหลักพนื้ ฐานของการจัดเรียงตัวโน้ต ในแต่ละห้องจังหวะเคาะจะบรรจุไปด้วยหน่วยย่อยของ
เวลามคี ่าเทา่ กบั 4 หน่วยเคาะยอ่ ยดังนี้

หน่วยเคาะยอ่ ย
เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ เคาะ

1234 1234 1234 1234 1234 1234 1234 1234

ในการบันทึกตามระบบโนต้ ตวั อักษร ด ร ม ฟ ซ ล ท แต่ละตัวและเคร่ืองหมาย ( - ) แต่ละอันก็
จะมีค่าความยาวเท่ากับ 1 หนว่ ยเคาะยอ่ ยเท่ากันท้ังหมด ซึง่ จะทาความเข้าใจไดง้ ่ายข้นึ ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้

- ด มคี า่ เทา่ กบั - - - - ร มคี า่ เท่ากับ ม ร -

ร ด มีค่าเทา่ กับ – ด - - - ด มคี ้าเทา่ กบั ดร – ม

- ล - ด มีค่าเท่ากับ - ด ร ม - - ม ด มีค่าเทา่ กับ ร ม - -

สัญลักษณ์เครื่องหมาย ( - ) แต่ละอันเมื่อปรากฏต่อท้ายตัวอักษรไดแล้วจะสามารถยืด

เสยี งของโนต้ ตวั นนั้ ให้ยาวออกไปอกี อนั ละ 1 หนว่ ยเคาะย่อย ดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้

1 2 345

---ด ---ร ---ม - ร-ม

1. มคี วามยาวเทา่ กบั 4 หนว่ ยเคาะย่อย ประกอบดว้ ยตวั อักษร ด 1 เคาะย่อยและเครอื่ งหมาย
( - ) อีก 3 เคาะย่อย

2. มคี วามยาวเท่ากบั ขอ้ 1

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรพี ื้นบ้าน วทิ ยาลัยดรุ ิยางคศิลป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเป่าแคน ขนั้ พน้ื ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา 40

3. มคี วามยาวเทา่ กบั 2 หนว่ ยเคาะยอ่ ยประกอบดว้ ยตวั อกั ษร ม 1 เคาะยอ่ ยและเครอื่ งหมาย (
- ) อกี 1 เคาะยอ่ ย

4. มีความยาวเท่ากบั ขอ้ 3
5. มคี วามยาวเทา่ กับ 1 หนว่ ยเคาะย่อยซงึ่ เป็นอตั ราความยาวของอักษร ม
สญั ลกั ษณท์ ี่ใชแ้ ทนเสียงโน้ต ด ร ม ฟ ซ ล ท และสญั ลกั ษณย์ ืดเสยี งทเี่ ปน็ เครอ่ื งหมาย( - ) จะ
สลบั สบั เปลย่ี นตาแหนง่ กันไปมาตามทว่ งทานองของลายแคนดงั นั้นการจัดเรยี งโนต้ จึงสามารถพบเหน็ ใน
หลายรูปแบบ ตามตัวอยา่ งทย่ี กมาดงั น้ี
1.กรณที ี่มโี น้ตห้องละ 1 ตวั
---ซ ---ม ---ร ---ด -ซ-- -ม-- -ร-- -ด--
2.กรณมี โี นต้ ห้องละ 2 ตวั

---- -ม-ล -ล-ซ -ม-ล -ล-ซ -ด-ล -ล-ซ -ม-ล
---- --มล --ลซ --มล --ลซ -- ดล -- ลซ --มล
- - ซ ด ร ม- - - - ซ ม ร ด- - - - ร ด ล ด - - - - ร ด ร ม - -
3.กรณมี โี นต้ ห้องละ 3 ตวั
-ลซล -ลดล -ลรล -ลดร -รดล -ลดล -ลรล -ลซล
-มซม รด- ร - รมร ดล- ด -รดล ดร- ด -ลดล ดร- ด
4.กรณีมีโน้ตห้องละ 4 ตวั
มลดร ดรฟซ ฟซลด ลดลซ ลซฟร ดรฟซ ลซฟร ซฟรด
มลดร ดรฟซ ฟซลด ลดลซ ลซฟร ดรฟซ ลซฟร ซฟรด

จังหวะและทานองลายแคน
การกาหนดจังหวะของลายแคนนั้นได้อาศัยการนับจังหวะของดนตรีไทย ซ่ึงนั้น จังหวะหมายถึง
มาตราสว่ นของระบบดนตรที ดี่ าเนินไปในช่วงของการบรรเลงเพลงอย่างสม่าเสมอ เป็นตัวกาหนดให้หมอ
แคนใช้เป็นหลกั ในการเป่าแคน ซึ่งจะใช้จงั หวะสามัญ ในการกาหนดจังหวะ จงั หวะสามัญ หมายถึง จังหวะ
ท่ัวไปที่นักดนตรียึดเป็นหลักสาคัญในการบรรเลงดนตรีโดยปกติจังหวะสามัญที่ใช้กันในวงดนตรีจะมี 3
ระดับ คือ

1.จังหวะช้า ใช้กบั เพลงทมี่ อี ัตราจงั หวะ สามช้นั
2.จงั หวะปานกลาง ใช้กับเพลงทีม่ อี ตั ราจังหวะ สองชน้ั
3.จังหวะเร็ว ใชก้ ับเพลงท่มี ีอตั ราจงั หวะ ชัน้ เดียว ( เฉลมิ ศักดิ์ พิกลุ ศร,ี 2550:7-10 ) โดย
กาหนดใหเ้ คร่อื งหมาย - เป็นเสียงฉงิ่ เครอ่ื งหมาย + เปน็ เสียงฉบั ดังตัวอยา่ ง

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรีพ้นื บ้าน วิทยาลยั ดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคน ขน้ั พน้ื ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 41

6.สญั ลกั ษณแ์ ทนความสูง-ต่า ของเสยี งแคนนั้นกาหนดให้ มี จุด (.) ข้างล่างตัวอักษร เป็นเสียงต่า

จุด (.) ข้างบนตัวอกั ษร เปน็ เสยี งสูง และตวั อกั ษรท่ไี ม่มีจุดเป็นเสียงธรรมดาไมส่ ูงไมต่ า่

7. เครอ่ื งหมายสเลอ (Slur) เคร่ืองหมายสเลอเป็นเสน้ โค้ง ( ) ซึ่งจะมไี วส้ าหรับเช่ือมโยง

กลมุ่ ตัวโนต้ ที่ตา่ งระดับกันหรือคนละเสียงเพื่อต้องการให้เล่นโน้ตที่มีเคร่ืองหมายสเลอคล่อม อยู่นี้ให้เล่น

เสียงตอ่ เน่อื งกัน

8. เคร่อื งหมาย ( Ties) คือการใชเ้ สียงโยงเสียงที่มีลกั ษณะเปน็ เส้นโค้ง ใช้กบั ตวั โน้ต

ท่ีมรี ะดบั เสยี งเดียวกันเดยี วกันเทา่ น้นั ใชไ้ ด้ 2 กรณี คอื ใช้โยงเสยี งตวั โน้ตภายในห้องเดียวกันหรือโยงเสียง

ต่างหอ้ งก็ได้ การเขียนเส้นโยงเสียงให้เขยี นเส้นโยงท่ีตาแหนง่ หัวตวั โน้ต เพ่ือให้ผู้เป่าแคนทาให้เสียงทมี่ รี ะดบั

เสยี งเดียวกันดงั อยา่ งต่อเนอื่ ง ดงั ตวั อย่างต่อไปนี้

ลายสดุ สะแนน

---- ---ซ ---ซ -มซด ---ร ลด– ซ มซดล ซมซร

- ร - ด ร ม ล ซ ม ซ ด ล ซ ม ซ ร ม ซ ม ซ ล ม – ซ ร ซ – ร ล ด ดร

- ร - ม ร ด ร ด ล ด ล ร ม ซ ดร ด ล ด ร ร ม ร ซ ม ซ ด ซ ล ม ร ด

- ซ ม ซ ร ม ซ ล ด ร ม ล ซ ม ด ร ม ซ ม ซ ล ม - ซ ล ซ ม ร ล ด ดร

-ร- ฟ รฟซฟ รฟลฟ ซฟรฟ ดมดร ซมซร มซ-ร ลดซซ

มซดล ซมรด ล–มด รมดล ดรมล ซมดร มซมซ ลม - ซ

ม ซ ม ร ล ด – ร มซ – ด ล ซ – ซ - - - ฟ ล ซ – ซ ล ด ร ด ล ซ – ซ

ฟรดล ดซ– ซ -มซม ลซ–ซ มซมซ ดลซม --ดร ดลซม

-- ดล ดลซม ซมมด รมรด ล ซลซ รมซล ดรมซ ลมดร

- ด ล ซ ร ม ซ ล ด ล ร ด ล ด – ดร ม ร ดล ล ร ดล ล ม ดร ซ ร ม ซ

มซลซ ลม–ซ รซ–ร ลดดร ซ--ฟ - ซ-ฟ ซลซฟ -ม–ร

---ฟ - ซ–ฟ ซลซฟ -ม–ร ซมซด รมซม รดลซ รมซร

เครอื่ งหมาย ( Ties ) เคร่ืองหมาย ( Slur )

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรีพนื้ บ้าน วทิ ยาลัยดรุ ยิ างคศลิ ป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคน ขัน้ พน้ื ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 42

การใชน้ ิว้
การใช้นิว้ หรือการวางนิว้ ทีถ่ ูกต้องและสะดวกในการเรียนเปา่ แคนต้องใช้ท้งั 10 นิ้วจึงจะมคี วาม
คล่องตวั ดังตัวอย่างต่อไปนี้
มือซา้ ย นิว้ หวั แมม่ ือ สาหรบั ปิดรนู ับโปซ้ ้าย ลูกที่ 1 หรอื ตาแหน่งเสียง โด สงู

นวิ้ ชี้ สาหรับปดิ รนู บั ลกู ที่ 2 และ 3 หรอื ตาแหนง่ เสยี ง ที เร
น้วิ กลาง สาหรับปดิ รนู บั ลกู ท่ี 4 และ 5 หรอื ตาแหนง่ เสยี ง มี ฟา
นิ้วนาง สาหรบั ปิดรนู บั ลูกท่ี 6 และ 7 หรอื ตาแหนง่ เสียง ซอล ฟา
นว้ิ ก้อย สาหรบั ปิดรูนับลกู ที่ 8 หรอื ตาแหนง่ เสยี ง ซอลสงู
มือขวา น้ิวหวั แมม่ ือ สาหรับปดิ รูนบั โปข้ วาลูกท่ี 1 หรือตาแหนง่ เสียง ลา
นวิ้ ชี้ สาหรับปิดรูนบั ลูกท่ี 2 และ 3 หรอื ตาแหน่งเสยี ง โด ซอล
นิ้วกลาง สาหรับปิดรนู บั ลูกที่ 4 และ 5 หรือ ตาแหนง่ เสียง ลา ที
นว้ิ นาง สาหรับปิดรูนับลกู ที่ 6 และ 7 หรือ ตาแหนง่ เสียง เร มี
นิ้วก้อย สาหรับปดิ นบั รูลกู ท่ี 8 หรอื ตาแหนง่ เสียง ลาสูง
วธิ กี ารใช้นวิ้ แบบนีเ้ ป็นวิธีทง่ี ่ายตอ่ การฝึกเปา่ แคนและใชน้ ิ้วปดิ นับรูแคนได้คลอ่ งตัวตาม
ลกั ษณะการเปา่ แคน
การติดสดู
การตดิ สดู หมายถงึ การทาใหเ้ สียงเสริ พ์ ประสานหลักของแต่ละลาย ดังอยู่ตลอดเวลาไมข่ าดหาย
ในชว่ งขณะท่ีเปา่ ทาให้เสียงแคนไพเราะกลมกลนื วธิ กี ารคือ นาเอาข้ีสดู ทต่ี ิดอยู่เตา้ แคนไปปดิ รนู บั เสียง
เสริ พ์ ประสานท่ีต้องการใช้
ซงึ่ การตดิ สดู นี้ไดย้ ดึ หลกั ทีว่ ่า ใช้เสียงต่าสุด ในแตล่ ะระดับเสยี ง สาหรบั แตล่ ะกลมุ่ ลายเป็นหลกั
ซึ่งถงึ แม้วา่ จะเป็นระดบั เสยี งเดียวกัน แตถ่ า้ หากตา่ งกลมุ่ ลายเดียวกันเสียงทมุ่ ตา่ ที่ใช้เปน็ หลกั ในการติดสูดก็
จะแตกตา่ งกนั ดงั นี้
1. ลายสุดสะแนนตดิ สดู ทเี่ สียง ซอล (เสพซ้าย) เปน็ เสยี งประสานหลกั ทาใหเ้ สยี งแคนในขณะทเ่ี ปา่
ไม่ขาดหายไปและเสียง ซอล เปน็ เสียงที่ทมุ่ ตา่ ท่ีสดุ ซง่ึ สงั เกตไดจ้ ากการทีเ่ สยี งหมอลาเปลง่ ออกมาเป็นคา
สุดท้ายของชว่ งโอล่ าเปน็ ครง้ั แรก ซงึ่ เปน็ เสยี งท่ที มุ่ ตา่ ทส่ี ุดของการขบั ลาทางสน้ั ในระดับเสยี งนี้ตะตรงกบั
เสียง ซอล ดังนน้ั เสยี ง ซอล จงึ เปน็ หลกั ในการติดสูด
2. ลายโปซ้ า้ ย ตดิ สูดทเ่ี สยี ง โด เป็นเสยี งเสิรพ์ ประสานหลกั ซ่งึ เป็นเสียงทมุ่ ทีต่ ่าที่สดุ ข้อสงั เกต
เหตผุ ลเดยี วกับลายสุดสะแนน
3. ลายสอ้ ย ตดิ สดู ที่เสยี ง เร เปน็ เสียงเสริ ์พประสานหลัก เพราะเป็นเสียงท่ที มุ่ ต่าทส่ี ุดในระดับ
เสยี งนี้ ขอ้ สงั เกต เหตผุ ลเดียวกันกบั ลายสุดสะแนน

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรีพน้ื บา้ น วิทยาลยั ดุรยิ างคศิลป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคน ขั้นพน้ื ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา 43

4. ลายใหญ่ ติดสดู ที่เสียง ลา เป็นเสียงเสิรพ์ ประสานหลกั เพราะเป็นเสยี งทที่ มุ่ ต่าทสี่ ุดสาหรบั
การเปา่ ในลายการยาว ด้วยระดับเสียงน้ี ซึ่งสงั เกตได้จากการขับลาของหมอลาก็เปน็ การทางยาว(ลาล่อง)
และเสยี งทที่ มุ่ ตา่ ทสี่ ดุ คือเสียง ลา ซึง่ การเป่าแคนกไ็ ม่ต่างจากการขบั ลาแต่อย่างไรเลย

5. ลายน้อย ตดิ สดู ทเ่ี สียง เร เป็นเสยี งประสานหลัก เพราะเปน็ เสียงทที่ มุ่ ต่าท่สี ุด สาหรบั การ
เปา่ ในลายทางยาวระดบั เสยี งน้ี เหตผุ ลในการสังเกตเสียงวธิ เี ดยี วกบั ลายใหญ่

6. ลายเซ ตดิ สูดทเ่ี สยี ง ที เปน็ เสียงประสานหลกั เพราะเป็นเสียงเสิร์พประสานที่ต่าทีส่ ุดสาหรับ
การเปา่ ลายทางยาวในเสียงระดับนี้

การใช้ลม
จากการศึกษาการใช้ลมของหมอแคนแต่ละคนและสัมภาษณ์อาจารย์กิตติวจน ธนภัทรธุวานนท์
และขอ้ เขียนทยี่ งั ไมต่ พี ิมพ์ กล่าวว่า ลม คือเครอื่ งมอื มหศั จรรย์ในการสร้างสรรค์เสียงแคน และสามารถ
จาแนกชนิดของลมออกเปน็ 4 ลกั ษณะดงั น้ี
1. ลมเรยี บ คณุ ลักษณะของลมชนดิ นคี้ ือ เสยี งท่ีถูกเปล่งออกมานั้นฟงั ดู ราบเรียบไม่ลกั ษณะเป็น
ลกู คลนื่ อาจจะอุปมาคล้ายกับสายน้าทเี่ คลือ่ นไหลเอ่อื ยไปอย่างสงบนิง่ และราบเรยี บนั่นเอง
2. ลมสะเทิน้ ( กง่ึ เรียบกงึ่ สะบัด ) คณุ ลักษณะของลมชนดิ น้ีคือเสียงท่ีถกู เปลง่ ออกมาน้ันฟังดูไม่
ถงึ กบั ราบเรียบเลยทเี ดียว แตด่ ฟู งั อาจคลา้ ยกับมคี ลืน่ เลก็ ๆแทรกสลบั บ้างไมร่ าบเรยี บจนเกินไป
3. ลมตัด เป็นลมที่มคี วามชัดเจนในการกาหนดจงั หวะและเน้นจงั หวะเน้นคา และลมชนิดนม้ี กั จะ
ใช้เป่าในลายเตย้
4. ลมสะบดั คุณลักษณะของลมชนิดน้ี คือ เสียงแคนที่เปล่งออกมานั้น ฟังดูคล้ายกับกระแสน้า
เคล่ือนไหลไปข้างหนา้ และมีคลื่นใหญ่น้อยสลับขึ้นลงไปกับกระแสน้ัน ลมชนิดเป็นลมท่ีมีเสน่ห์อย่างย่ิง
และเป็นลมทฝี่ ึกไดย้ ากกว่าบรรดาลมท้งั หลายทกี่ ล่าวมา และลมชนิดน้ีก็เป็นลมท่ีให้คุณภาพเสียงที่มีพลัง
เข้มแขง็ สง่างาม เป็นความรูส้ กึ ว่าเคล่ือนท่อี ยา่ งสขุ มุ และนุ่มนวลมากเปน็ ลมทีไ่ ดรบั ความนิยมสูงสุดในยุค
ศิลปะสูงสดุ ของแคนเลยที่เดยี ว
การใชล้ นิ้ ในการสร้างสาเนียงเสยี งแคน
หากผู้ฝึกเป่าแคนดว้ ยการสดู ลม เข้า-ออก จากเตา้ แคนเพยี งอย่างเดยี วความไพเราะเพราะพรง้ิ ก็คงไม่
เกิดมา สาเนียงลีลาก็คงไมเ่ กดิ ขึ้น เพราะฉะน้ัน ล้ิน จึงเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งท่ีใช้ในการสร้างสรรค์
สาเนยี งแคน เสียงทีเ่ ป่าจะมเี สยี งยาว สน้ั หรือห้วน ก็ขึ้นอยู่กับการใช้ล้ินของผู้เป่ากาหนดลมหายใจเข้า-
ออก วา่ มปี ระสิทธภิ าพเพยี งใดซง่ึ ลักษณะและวธิ ีการใชล้ นิ้ พอสรุปได้เป็น 2 ข้นั ตอนดังตอ่ ไปนี้
1.วิธีการใชล้ น้ิ ข้ันพื้นฐาน การใช้ลิน้ ลักษณะนท้ี าใหผ้ เู้ ป่าไมเ่ หนื่อย จะช่วยใหเ้ สยี งแคนไม่ขาดตอน
ซึ่งเปน็ วธิ ีทท่ี าไดง้ ่าย โดยผูฝ้ ึกจะตอ้ งเรมิ่ ตน้ จาก การสังเกตเสยี งแคนที่ผฟู้ ังได้ยินเสยี งที่ถกู ตอ้ งจะเป็นเสียง
ที่ไมข่ าดตอน เม่ือสังเกตแลว้ เวลาเปา่ หรือระบายลมเข้า – ออกเต้าแคนใหใ้ ช้ปลายลิน้ ตดั ลมขณะทเี่ ปา่ เป็น

นายชาตอิ าชา พาลีละพสษิ ฐก์ ุล สาขาดนตรีพื้นบา้ น วทิ ยาลยั ดุรยิ างคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มถิ ุนายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคน ขนั้ พนื้ ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา 44

จังหวะหลังจากท่ีฝึกจนชานานแล้ว เสียงแคนท่ีเป่าออกมาจะเกิดความไพเราะได้สาเนียงลายแคนโดย
แทจ้ ริง

2. เม่ือฝึกตามข้อที่ 1 ได้แล้วให้ฝึกท่องทานองลายแคนตามตัวโน้ตโดยใช้ลิ้นกระดกขึ้นลงเป็น
จังหวะทานองท่ีทอ่ ง เมื่อฝกึ ตามข้อ และข้อ 2 ได้คล่องแล้วเราก็จะใช้ลิ้นในการสร้างสาเนียงลายแคนได้
ตามท่ีต้องการและเสยี งแคนท่ีเปา่ ออกมากจ็ ะไพเราะ ( กรี ตวิ จน์ ธนภทั รธวุ านนั ท์. 2535 : 9 – 15 )

นายชาตอิ าชา พาลีละพสษิ ฐก์ ลุ สาขาดนตรพี ื้นบา้ น วิทยาลัยดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคน ข้ันพนื้ ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 45

แบบฝึกหัดท้ายบท
แบบฝกึ หักท้ายบทที่ 4

คาสงั่ : ใหน้ ิสติ ตอบคาถามต่อไปน้โี ดยใชห้ ลกั การเขยี นเชงิ พรรณนาและวเิ คราะหพ์ รอ้ ม
ยกตวั อยา่ งในประเดน็ คาถามต่อไปน้ี

1. ให้นสิ ิตอธบิ ายระบบเสยี งแคนพร้อมยกตัวอย่าง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................

2. ให้นิสิตเขยี นแผนผังเปรยี บเทยี บซื่อตาแหนง่ เสยี งแคนแบบโบราณและแบบปจั จบุ ัน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

3. ใหน้ สิ ิตอธบิ ายกลวธิ กี ารใชน้ ิว้ ในการเปา่ แคนพรอ้ มยกตวั อย่าง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ..................................

4. ให้นสิ ิตอธิบายลกั ษณะลมที่ดใี นการเป่าแคนโดยละเอยี ด
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................

หมายเหต*ุ * ให้นสิ ิตตอบคาถามโดยการพมิ พ์ในกระดาษ A4 แล้วเย็บมุมสง่ ตามวนั เวลาที่กาหนดในเวลา
เรียนโดยใช้ ฟอนด์ TH Sarabun PSK ขนาด ตวั อกั ษร 16 พอยท์

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรพี ้นื บ้าน วิทยาลยั ดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคน ขั้นพน้ื ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา

บทท่ี 5
วิธีการเป่าแคนขัน้ พ้ืนฐาน
ในการเรยี นรูศ้ าสตรแ์ ละศิลป์ไม่วา่ จะเป็นสาขาวชิ าได หากปราศจากความมงุ้ มน่ั และความวิรยิ ะ
อตุ สาหะ มานะพยายามแลว้ การที่จะประสบผลสาเร็จน้นั คงจะเป็นไปได้ยาก หากแม้นผเู้ รียนรู้ มีอคติใน
การศึกษาหาความรูแ้ ลว้ ห้วงเวลาทีค่ ุณเผชญิ อยคู่ งเปน็ อปุ สรรคอ์ ันโหดร้ายมาก ในทางตรงกนั ขา้ มถา้ ไรซ้ งึ่
อคติ นอ้ มจิตรบั สง่ิ ใหมผ่ เู้ รียนกจ็ ะมคี วามสุขทกุ วนั และเวลา ทุกสถานการณ์ ผา่ นพ้นทุกอยา่ งไปไดด้ ้วยความ
ดงี ามความผาสกุ
การเรียนเปา่ แคนก็เป็นสาขาวชิ าหนึ่งทจี่ ะตอ้ งจัดลาดับเพ่อื ทาความเขา้ ใจ ให้ผเู้ รียนค่อยๆเป็น ค่อย
ไป ค่อยๆเรยี นรู้ทล่ี ะนซิ มึ ทราบทล่ี ะเล็กละนอ้ ยไปเร่ือยๆ ไมม่ ที างลดั ใหผ้ ู้มีชัย แต่ตอ้ งไปทลี ะกา้ วถงึ จะมชี ยั
อยา่ งภาคภูมิ ผูเ้ รียนคงเขา้ ใจดแี ล้วในบทท่ี 3 ซ่งึ ผ้เู ขยี นไดก้ ลา่ วถงึ พฒั นาการเรยี นเปา่ แคนแบบโบราณ
จนถึงการเรียนรูใ้ นปจั จบุ ัน และทราบถึงหลกั การเป่าแคนในบทที่ 4 แล้ว ซงึ่ ผเู้ ขียนอยากใหผ้ เู้ รยี นอา่ น
ข้อความขน้ั ตอนการเรียนเปา่ แคนของศลิ ปินหมอแคนพนื้ บา้ นและของอาจารย์กรี ตวิ จน์ ธนภัทรธุวานันท์
ซงึ่ สรปุ ไว้เบ้อื งตน้ เพอื่ ทาความเขา้ ใจกอ่ นทผี่ เู้ รยี นลงมอื ปฏบิ ตั ิ ดังน้ี
วิธกี ารอุ้มหรือประคองแคน
ลักษณะอมุ้ ประคองเต้าแคน ให้ใช้อุ้งมอื ประกบทงั้ สองขา้ ง วางน้วิ ใหพ้ อเหมาะในการเคลอื่ นไหวปดิ
รูนับให้ตรงตามตาแหนง่ เสียงท่ตี อ้ งการ ตามรปู ภาพ

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสษิ ฐก์ ลุ สาขาดนตรพี นื้ บ้าน วทิ ยาลัยดุริยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเปา่ แคน ข้ันพนื้ ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา 47

การใชน้ ว้ิ
การใชน้ ิ้วหรือการวางนวิ้ ท่ถี กู ตอ้ งและสะดวกในการเรียนเปา่ แคนต้องใช้ทั้ง 10 น้วิ จึงจะมคี วาม
คล่องตวั ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้

มือซา้ ย นิว้ หัวแม่มอื สาหรบั ปิดรูนับโปซ้ า้ ย ลูกที่ 1 หรือตาแหน่งเสียง โด สูง
นว้ิ ช้ี สาหรบั ปิดรนู บั ลกู ท่ี 2 และ 3 หรอื ตาแหน่งเสยี ง ที เร
นว้ิ กลาง สาหรบั ปดิ รนู บั ลกู ท่ี 4 และ 5 หรือ ตาแหนง่ เสยี ง มี ฟา
นว้ิ นาง สาหรบั ปิดรูนบั ลกู ที่ 6 และ 7 หรอื ตาแหนง่ เสียง ซอล ฟา
นว้ิ ก้อย สาหรบั ปิดรนู บั ลูกท่ี 8 หรอื ตาแหนง่ เสียง ซอลสูง
มอื ขวา น้วิ หัวแม่มอื สาหรบั ปดิ รูนบั โป้ขวาลูกท่ี 1 หรอื ตาแหนง่ เสียง ลา
นิ้วชี้ สาหรบั ปดิ รนู บั ลกู ท่ี 2 และ 3 หรอื ตาแหนง่ เสียง โด ซอล
นิ้วกลาง สาหรับปิดรนู บั ลกู ที่ 4 และ 5 หรอื ตาแหนง่ เสยี ง ลา ที
นวิ้ นาง สาหรบั ปดิ รูนับลูกท่ี 6 และ 7 หรอื ตาแหนง่ เสียง เร มี
นิ้วกอ้ ย สาหรับปดิ นบั รลู กู ที่ 8 หรอื ตาแหนง่ เสียง ลาสูง
วิธกี ารใช้น้ิวแบบนเี้ ปน็ วิธที งี่ ่ายต่อการฝกึ เปา่ แคนและใช้น้วิ ปดิ นบั รแู คนได้

คล่องตัวตามลกั ษณะการเปา่ แค
การแบ่งหน้าที่การใช้น้ิ
แบ่งหน้าทกี่ ารใชน้ ิ้วให้ถกู ต้องเหมาะสม ผู้เป่าจะเห็นวา่ แคนนัน้ มีขา้ งละ 8 ลกู ถ้าหาก

ผูเ้ ปา่ ต้องการทจี่ ะใชเ้ สียงใดก็ใหใ้ ช้นวิ้ ทร่ี บั ผดิ ชอบปิดเฉพาะเสียงนน้ั ส่วนเสียงอ่ืนที่ยงั ไม่
ตอ้ งการก็ใหเ้ ปิดวา่ งไว้ ไมม่ กี ารปดิ นบั แต่อย่างใด เสยี งแคนท่ีเรากาหนดใหเ้ ปน็ เสียง โด เร มี
ฟา ซอล ลา ที ตามภาพด้านล่าง

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรีพืน้ บ้าน วิทยาลัยดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคน ข้นั พน้ื ฐานในระดบั อดุ มศึกษา 48

การใช้ลม
จากการศึกษาการใช้ลมของหมอแคนแต่ละคนและสัมภาษณ์อาจารย์กิตติวจน ธนภัทรธุวานนท์
และขอ้ เขยี นท่ยี ังไม่ตพี มิ พ์ กล่าวว่า ลม คือเครอื่ งมอื มหัศจรรย์ในการสร้างสรรค์เสียงแคน และสามารถ
จาแนกชนดิ ของลมออกเปน็ 4 ลกั ษณะดังน้ี

1. ลมเรียบ คุณลกั ษณะของลมชนิดนคี้ ือ เสยี งท่ถี กู เปลง่ ออกมานัน้ ฟงั ดู ราบเรยี บไม่
ลกั ษณะเปน็ ลกู คลนื่ อาจจะอปุ มาคล้ายกบั สายนา้ ท่ีเคลอ่ื นไหลเอ่อื ยไปอย่างสงบนงิ่ และ
ราบเรียบนัน่ เอง
2. ลมสะเท้นิ ( กึ่งเรยี บกง่ึ สะบัด ) คณุ ลักษณะของลมชนดิ นคี้ ือเสียงทถ่ี กู เปลง่ ออกมา
นน้ั ฟังดไู มถ่ ึงกบั ราบเรียบเลยทเี ดยี ว แต่ดฟู งั อาจคลา้ ยกบั มคี ลืน่ เลก็ ๆแทรกสลบั บา้ งไม่
ราบเรียบจนเกินไป
3. ลมตดั เปน็ ลมทีม่ คี วามชดั เจนในการกาหนดจงั หวะและเน้นจังหวะเนน้ คา และลม
ชนดิ น้ีมกั จะใช้เปา่ ในลายเตย้
4. ลมสะบัด คุณลักษณะของลมชนิดนี้ คอื เสียงแคนท่ีเปล่งออกมานั้น ฟังดูคล้ายกับ
กระแสนา้ เคลื่อนไหลไปข้างหน้า และมีคลื่นใหญ่น้อยสลับขึ้นลงไปกับกระแสนั้น ลม
ชนิดเปน็ ลมท่ีมเี สนห่ อ์ ยา่ งยง่ิ และเป็นลมที่ฝึกได้ยากกว่าบรรดาลมทั้งหลายที่กล่าวมา
และลมชนิดน้ีก็เป็นลมท่ีให้คุณภาพเสียงที่มีพลัง เข้มแข็ง สง่างาม เป็นความรู้สึกว่า
เคล่ือนทอี่ ยา่ งสุขุม และนุ่มนวลมากเป็นลมทไ่ี ดรับความนยิ มสูงสดุ ในยุคศลิ ปะสูงสุดของ
แคนเลยท่ีเดียว
การใชล้ น้ิ
การใชล้ น้ิ ในการสร้างสาเนียงเสียงแคน หากผูฝ้ กึ เป่าแคนดว้ ยการสูดลม เขา้ -ออก จากเตา้ แคน
เพียงอย่างเดียวความไพเราะเพราะพร้งิ ก็คงไมเ่ กิดมา สาเนยี งลลี าก็คงไมเ่ กดิ ขึน้ เพราะฉะนั้น ลน้ิ จงึ เปน็
เครือ่ งมืออีกอยา่ งหน่ึงทีใ่ ช้ในการสรา้ งสรรค์สาเนียงแคน เสยี งทีเ่ ป่าจะมีเสยี งยาว สั้น หรือห้วน กข็ ึน้ อยู่กับ
การใชล้ ิ้นของผู้เป่ากาหนดลมหายใจเขา้ -ออก วา่ มีประสทิ ธิภาพเพยี งใดซงึ่ ลกั ษณะและวิธกี ารใชล้ น้ิ พอสรปุ
ได้เปน็ 2 ขน้ั ตอนดงั ต่อไปนี้
1.วธิ ีการใช้ลนิ้ ข้ันพืน้ ฐาน การใชล้ ้นิ ลักษณะนที้ าให้ผเู้ ปา่ ไม่เหนอื่ ย จะช่วยใหเ้ สียงแคนไม่
ขาดตอน ซึ่งเปน็ วธิ ีท่ีทาได้งา่ ย โดยผฝู้ กึ จะตอ้ งเร่ิมต้นจาก การสงั เกตเสียงแคนทผ่ี ูฟ้ งั ได้ยนิ เสยี งท่ี
ถูกต้องจะเป็นเสยี งที่ไม่ขาดตอน เมื่อสงั เกตแลว้ เวลาเปา่ หรอื ระบายลมเข้า – ออกเต้าแคนให้ใช้
ปลายลน้ิ ตดั ลมขณะท่ีเป่าเป็นจังหวะหลังจากท่ีฝึกจนชานานแล้ว เสียงแคนที่เป่าออกมาจะเกิด
ความไพเราะได้สาเนียงลายแคนโดยแท้จรงิ

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสษิ ฐก์ ุล สาขาดนตรีพน้ื บ้าน วทิ ยาลยั ดรุ ยิ างคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเปา่ แคน ข้นั พนื้ ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา 49

2. เม่ือฝึกตามข้อที่ 1 ได้แล้วให้ฝึกท่องทานองลายแคนตามตัวโน้ตโดยใช้ล้ินกระดกขึ้นลงเป็น

จงั หวะทานองทที่ ่อง เม่ือฝกึ ตามข้อ และข้อ 2 ได้คล่องแล้วเราก็จะใช้ลิ้นในการสร้างสาเนียงลายแคนได้

ตามท่ตี อ้ งการและเสียงแคนท่ีเป่าออกมากจ็ ะไพเราะ ( กีรตวิ จน์ ธนภทั รธุวานนั ท์. 2535 : 9 – 15 )

การกาหนดจงั หวะ

การกาหนดจังหวะของเพลงแคน น้ันไดอ้ าศัยการนับจังหวะของดนตรไี ทย ซึง่ ในจังหวะ หมายถงึ

มาตราส่วนของระบบดนตรที ีด่ าเนินไปในช่วงของการบรรเลงเพลงอย่างสมา่ เสมอ เป็นตัวกาหนดใหห้ มอ

แคนใช้เปน็ หลกั ในการเป่าแคน ซงึ่ จะใชจ้ ังหวะสามญั ในการกาหนดจงั หวะ จังหวะสามญั หมายถงึ จังหวะ

ทวั่ ไปที่นักดนตรียดึ เป็นหลกั สาคัญในการบรรเลงดนตรโี ดยปกติจงั หวะสามัญทใี ชก้ ันในวงดนตรจี ะมี 3

ระดับ โดยกาหนดให้เครอื่ งหมาย - เป็นเสียงฉง่ิ เครอ่ื งหมาย + เป็นเสียงฉบั ( เฉลมิ ศกั ด์ิ พิกลุ ศรี. 2550 :

7-10) ดงั ตัวอยา่ ง อัตราจังหวะเพลง ดงั น้ี

1. จังหวะชา้ ใช้กบั เพลงทม่ี ีอัตราจงั หวะสามชั้น

-+ -+

---ด --–- ---ร --–- ---ม --–- --–ฟ --–-

---ซ --–- --–ล --–- ---ท --–- --–ด --–-

---ท --–- ---ล --–- ---ซ --–- --–ฟ --–-

---ม --–- --–ร --–- ---ด --–- --– --–-

การฝกึ เป่าลายแคนขั้นพื้นฐาน

2. จงั หวะปานกลาง ใช้กบั เพลงทีม่ อี ัตราจงั หวะสองชั้น

-+ -+ -+ -+

---ล -ด–ล -ด–ล -ล–ล ---ซ -ล–ซ -ล–ซ -ซ–ซ

---ม -ซ–ม -ซ–ม -ม–ม ---ร -ม–ร -ม–ร -ร–ร

---ด -ร–ด -ร–ด -ด–ด ---- ---- ---- ----

3. จังหวะเรว็ ใชก้ บั เพลงท่ีมอตั ราจงั หวะ 1 ชั้น

-+ -+ -+ -+ -+ -+ -+ -+

-ลดร ดรฟซ ฟซลด ลดลซ ลซฟร ดรฟซ ลซฟร ซฟรด

-ลดร ดรฟซ ฟซลด ลดลซ ลซฟร ดรฟซ ลซฟร ซฟรด

ลายแมงตบั เตา่

- - - - - - - ด - - - ด - - - ด - - - - - - - ด - ด ลฺ ซฺ - ลฺ - ด

- - - - - - - ร - ร ด ลฺ - ด - ร - - - - - - - ด - ด ลฺ ซฺ - ลฺ - ด

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรีพืน้ บ้าน วิทยาลัยดุริยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคน ขน้ั พนื้ ฐานในระดบั อดุ มศึกษา 50

---- ---ร - ร ด ลฺ -ด-ร ---- - ลฺ ด ร -ม-ด รมดร
---- - ลฺ ด ร -ม-ด รมดร ---- - ลฺ ด ร -ซ-ม รมดร
---ม -ซมซ -ด-ล ซมรด ---ม -ซมซ -ด-ล ซมรด
- ลฺ - ด ลฺ ด ร ม ซมรด ร ม ด ร - ลฺ - ด ลฺ ด ร ม ซมรด รมดร

ทอ่ น 1 ---- ลายสงั ขศ์ ลิ ป์ชัย ---ล ---ล
---- ซม-ล -ล-ซ มร-ม
---ล ซ ม ซ ลฺ ---- ---- ---- ---ล ซมรด รมดร
-มซม - ด ลฺ ร - - - ล ซ ม - ล (- - - ล ซ ม - ล -ร-ด ลฺ ซฺ - ลฺ
---ร -ท-ซ - ด ลฺ ด - ร ม ซ - ซ - ด - ร - ม -ท-ซ -ท-ล
-ท-- -มซล - ร - ด ลฺ ซฺ - ลฺ - - - ร - ด ล ร ซลดล ซมรม
---- -ท-ซ -ท-ล -ร-- -ร-ซ
ซม-ล ซลดล ซมซล ---- -มซล - ด ลฺ ด -รมซ
ท่อน 2 -ร-ม -ร-ด ลฺ ซฺ - ลฺ
---ล - ด ลฺ ร -ล-ซ ม ร - ม - ม ซ ม ซ ม ซ ลฺ ดรมร ด ลฺ ซฺ ลฺ
-ซ-ด ด ลฺ ซฺ ลฺ ซมรด ร ม ด ร - - - ร - ด ลฺ ร ซรมร ด ลฺ ซฺ ลฺ
---ร ลฺ ด ร ม -ร-ด ลฺ ซฺ - ลฺ - - ซฺ ลฺ ด ลฺ ซฺ ลฺ ซลดล ซมซล
- - ซฺ ลฺ -ท-ด ดรมร ด ลฺ ซฺ ลฺ - - - ด ลฺ ด ร ม ทดมร ดลซล
---ด -ลซล ซลดล ซ ม ร ม - - - ด ลฺ ด ร ม ซลดล ซ ม ร ม)
-ด-- ทดมร ดลซล -ด-- -ท-ด
-ด-- -ดรม ซลดล ซ ม ซ ล - ด- - - ล ซ ล รมซม รดรม
-มซล ลายมโนราหเ์ ล่นน้า (ลาเพลิน) ซลดล ซมซล
---ม -ม-ร รมซม รดรม ---ม -ดรม ม ร ด ลฺ - ซฺ - ลฺ
---ม - มฺ ซฺ ลฺ ซลดล ซมซล ---ม -มซล - ลฺ ด ร ด ลฺ ซฺ ลฺ
-ม-ด -ดรม ม ร ด ลฺ - ซฺ - ลฺ - ม - ด - ม - ร รมซม รดรม
- - - มฺ -มซล - ลฺ ด ร ด ลฺ ซฺ ลฺ - - - มฺ - มฺ ซฺ ลฺ ซลดล ซมซล
---ม ดลซล รมซม รดรม ---ม -ดรม ---ล ซลซล
---ม ซลซล ซลดล ซมซล ---ม -มซล ซลดล ซมรม
---ร -ซ-ด ---ร ดลซล ---ล ซลซล - ด ลฺ ด -รมซ
---ล -ดดด -ลซล ---ล -ล-ม
---ซ รมซล ซ ม ร ม ล ซ ด ล ซ ม ซ ลฺ

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสษิ ฐก์ ุล สาขาดนตรพี ้นื บา้ น วทิ ยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเปา่ แคน ขน้ั พน้ื ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 51

---ม -ล-ล ซมซล -ด-ล ---ล -ร-ร ดลดร -ม-ล
-ลดล -ซ-ม -ม-ซ มร-ด -ม-ซ มร-ด -ร-ด ลฺ ร - ด

---- (- - - ด ---ร ลายแมงภตู่ อมดอกไม้ ---- ----
- ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ม -มซม - - - ม) - - - - - - - - -รดร มรดร
- ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ม -มซม ร ม ซ ม - ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ร -รดร มรดร
-ลซม ซรมด -ดรซ ร ม ซ ม - ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ร -ดรซ รมซม
-ลดม ซลซล -ลดร รมซม -ลซม ซรมด -ลดร ดลซล
-มซด รมรม -มซล ดลซล -ลดม ซลซล -มซล ซมรม
- ลฺ ด ร มรดร -รดร ซมรม -มซด รมรม -รดร มรดร
-ลซม ซรมด -ดรซ ม ร ด ร - ร ด ลฺ ด ร ด ร -ดรซ รมซม
- ลฺ - ร ลฺ ด ลฺ ด -ดรซ รมซม -ลซม ซรมด -ดรซ รมซม
ร ม ซ ม - ลฺ - ร ลฺ ด ลฺ ด

(- - - - -ด-ล ดลซฟ ลายนาคสะดุ้ง - ฟํ - ด - ท - ล ซ ฟซ ล)
(- - - - -ฟ-ซ ลฟซร -ซ-ล --ดร ซลดซ - ฟ - ร ด ล ด ร)
(- - - - -ฟ-ด รดลด -ฟ-ซ -ลซฟ --รฟ - ม - ร ด ล ด ร)
-ร-ฟ --รซ
(--รม -ร-ช -ดรม -ร-ช -ดรม ซรรร
---- -ดดด รมรด ลายพมา่ ราขวาน -ดดด รมรด -ลลล
--ดช -ล-ช ฟชรม ซรรร --รม --ชล ดรดล -ซ–ฟ
-ด-ด --รม รดรม -ลลล - - - - --รม รดรม ซ รรร )
ซมรด รมรซ -มรด ฟลชฟ -ด-ฟ รมฟซ ลซฟซ ดลลล
---- ดลดด รมรด -ฟ-ช -ด-ด ดลดด รมรด -ลซล
--ดช -ล-ช ฟชรม รมดร -มรด --ชล ดรดล -ช-ฟ
-ดดด -ร-ม รดรม -ลซล ---- -ร-ม รดรม ซ รรร
ฟลชฟ -ด-ฟ
---- -ร–ด -ท–ล -ฟ-ช -ดดด ซมรด -ท–ล ซฟซล
---- -ร–ด -ท–ล ซมรด -ท–ล ซฟซล
---- - ฟ– ซ -ล–ด ลายชะนีโหย -ฟรฟ -รฟซ -ลซฟ
-ซ–ด -ร–ม
-ซ–ด -ร–ม
-ล–ซ --ลซ

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรพี นื้ บา้ น วทิ ยาลยั ดุรยิ างคศลิ ป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเปา่ แคน ข้นั พนื้ ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 52

-ร–ฟ รฟซล ดรดล -ซ–ฟ --ลซ -ฟรฟ -รฟซ -ลดล
-ฟ–ซ -ล–ด -- รด ทลซล -ฟ–ซ -ล–ด -ด–ฟ -ซ–ล

I (- - - ด -ด–ด -ซ -ล ลายคลน่ื กระทบฝงั่ -ด–ร -ม–ร ซมมม
---- ซมมม ซมรด -ซ-ด -ซ–ล - ร- ม ---ซ ---ล
- ซ- ล ดมรด -ล- ด - ร - ม - ร-ร ดทลซ --- ด รมฟซ
---- --- ซ -ซซซ ---- ซลดร ---- ---- ----
II( -ม - ม --- ร --- ด - ซ – ซ) - - - - ซลดร -ม ซ ร ม ร ด ล
-ด-ด ---ฟ --- ซ --- ล ---- ซลดร -มซร มรดล
--ซล ดมรด -ล-ด ลฟซล ---- ดทลซ - - -ด ร ม ฟ ซ
---- ---ซ -ซซซ ---- ซลดร ---- ---- ----
-ซ–ซ) ----
-ซฟร -ดรฟ ---ซ -ร -ล ดลซฟ รฟซล
-ด-ร -ด - ล ---ซ ลายมโหรี -ม-ฟ -ซ - ล ซฟมร
-ม-ร -ด-ล ---ด ลฟซล ---- -ซ - ร -ดรม ดรรร
-ซ-- -ซ-ร -ดรม ---ฟ ---- ---- ---- ----
---ร ----
(- ล – ซ ซซ–ม --ซม ดรรร ---- --รม ซมรด -ร–ม
-ล–ซ ซซ–ม --ซม --รม ซมรด -ร–ด)
(---- -ร–ร --มร ลายอ่เี กียกนิ กลว้ ย -ด–ท ลซลท ลทดร
---- -ร–ร --มร -- รม --ซม -ดรม ซมรด -ท – ล )
(---- -ล-ล -ด–ล -- รม --ซม ซม–ซ ลซมซ ลด-ล
---- -ล-ล -ด–ล ดร-- -ม–ร ซม–ซ -ม–ร ซ ม ม ม)
ดร-- -ม–ร
---- -ซ-ด - - รม ซม–ซ -ม–ล -ซ-ด - - รม -ซ–ด
---- -ซ-ด - - รม ซม–ซ -ม–ล -ซ-ด - - รม -ซ-ล
-ลซม ซรมซ ---ม ซรมซ ---ม -ร--
-ซ-ม -ซ-ม --ดร ลายจบั แลน มรดล -ม ร ด -ล–ซ
---- รมซม ซลดล -ซ-ด -รดล รมซม ซลดล -ซ – ซ
-ซ-ด -รดล
-ร-- -ลซม
มร— -มซร
-ซ – ซ - - - -

ลายนางนาค

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรีพนื้ บา้ น วทิ ยาลัยดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเปา่ แคน ขน้ั พน้ื ฐานในระดบั อดุ มศึกษา 53

---ด รมฟซ ---ล ดลซม -ลซม ซมรด ทลซด มรซม
---- มรดร ดลดร ดรมซ ---ล ดลซฟ ---ซ ลฟซล
---- ซมมม รดรม รมซล ---ซ ลรดล ---ซ มลซม
---- ดรมซ ลซดล ซมซร -มซร มรดล ---ด รลดร
ลายกลอ่ มนางนอน
---- ฟซทด -รทด ซดทซ ---- ฟซทด -รทด ซดทซ
---- -ดทซ -ดทซ ทซฟม -ฟมฟ ซฟมด -ฟมด ทซฟม
-ฟมฟ ซฟมด -ฟมด ทซฟม --ดฟ ดมฟซ -มฟซ ฟซทด

ท่อนท่ี 1 -ซ–ร ลายใหญ่ ลรลด - ร – ม ลซลม
---ม -ล–ม -ร-ซ ดดรม ซลดล ดรลด
- ซ– ม ซมรม ซดซล -ซ -ร - ม – ด รทรล ทลทซ ทซลด
- มรด ลรดล -ซ -ม รซรม ดมรม ลมซร มซดล ซมซร
-ร - ซ รซรม มลซ มลซม รดทล รมซร -ดล-ล รมซร
มดมร ดลดร ดรดร ซมซม ดมรม รดรล ดรมล รมดร
ซรมด รมรด -รดล ลมซร -ดล ล ซ รมซม - - ทล - - ทล
- ซ - ม ลมซล - - รด - ดลด - ล - ล มลมล - - รด ลดซล
- -ทซ - - ทล มรดล ลรลด -ร - ซ รดลล มรดล รลดซ
มรด ลดซล - - รซ ทลซล - - มล ซมรม ดมรม ซมซม
ดลดซ ดซลด ดมรม รลดร มรดล ลมซม ลซลม ลมซล
รซรซ รซรม - - มร รมซม - - ซม มดมร ดลดซ ลซลด
มลซ ลมซล รดรม รซรม
- -รซ รมซม - ล-ม -มดล - - มร รมซม ลมซม รมซม
- ซลซ รทรล - ซลซ ลซลด
ท่อนท่ี 2 - ซลซ - ล- ม - มซม รมซม - มลซ - ลมซล
---- ---- - ดลร ลซทล - ทรท ลมซล มดลซ ลมซล
- ซลซ ลซลซ - มรด ลซลด - ดรซ ลดซล - ดลซ ลมซล
- ดรม รมซม - มลซ ลดซล - ดลซ ลดซล - ดลซ มซรม
- มลซ - ลมซล ลดซล - มรด
- ดลร ลดซล ลมซล - ดลร
- ดลร ลดซล

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสษิ ฐก์ ลุ สาขาดนตรพี ืน้ บ้าน วิทยาลัยดุรยิ างคศิลป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคน ข้ันพนื้ ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 54

มดลซ มซรม - ล-ดร ลดลด - ดรซ รมซม - ล - ล ลมซล
มซรม
- มลซ - มซล - ดลร ลดซล - มรด ลดซล - ดลซ ----

– ล - ม ลมซม - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ด-ร
ดทดร
ทอ่ นที่ 3 –ล-ม
รมซม
- - - - - - - - - - - - - - - - - ล -ร - ล – ท- - ด- ท รมซม
รมซม
-ด- ท ดทดร - ล -ด - ล – ร- - ด- ท - ด-ร -ด- ท ทลทซ
รมซม
ดลมซ รมซล -ดลม รดลด - ร - ซ รมซม -ล-ซ
ลมซม
-ร-ท - ร – ล - ท- ล - ท- ซ -ล-ซ –ล-ด - ดรซ ลดซล
ลทซล
- ลซม - ลซม -มซม รมซม - ลซม - ลซม -มซม ลทซล
รมดร
ลมซม รมซม ดมดม รมซม - ลมซ รมซม ดมดม ซลดล
ลดซล
- ซลซ ลซทล - ลทล ทลรท - ทรท รทรล - ลทล มดลซ
รมซม
- ซทซ ทซทล - ลทล - ทลทซ - ซลซ ลซลด - ดรม
ซลดล
ท่อนท่ี 4 รมซม
ทลทซ
- - - - - - - - - ล -ด - ล -ม - มซม ลมซม รมซม ลดซล
มซรม
-มซม รมซล - ซลมซ ลมซล - ดลร ลดซล - มรด รมดร

- มลซ ลมซล - มรด ลดซล - มลซ ลมซล - ทลร

- ทลซ ลมซล - ทลร ลทซล - ทลซ ลมซล - ทลร

-ด-ร ดมดร - ดลซ รมดร - ดลซ รมดร - มรด

- มรด รมดร - ดลด รมซร - มซม รมซร -ม-ล

-ม-ล ซลดล -ร-ด ทลซล -ร-ด ทลซล - มรด

- มลซ ลมซล - ดลร ลดซล - ดลซ มซรม - ดลซ

มดลซ มดลซ มดลซ มซรม - มลม ซมซม ลมซม

ท่อนท่ี 5

-ล -ดร -ดล-ม -ลมซ รมซม - ซลม ลมซล - ลดล

รลดซ ซ ม ซล ล ด ซล ซ ม ซล รลดซ มซลด - ดรม

- ซลซ ลซทล - ลทล ทลรท - ทรท รทรล - ลทล

- ซลซ ลซลด - ดรม รมซม - มลซ ลมซล - ดลร

- มรด ลดซล - มลซ ลมซล - ดลร ลดซล - ดลซ

- ดลซ มซรม - มลม ลมซร -ร-ม รมดร - มซม

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรีพ้ืนบ้าน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคน ข้ันพน้ื ฐานในระดับอดุ มศกึ ษา 55

-ร-ม รมดร - มซม รมดร - ดลด รมซร - มรม รมซร
- มซม รมซร - มรม รมซม - ลซม รมซล - มลซ ลมซล
- ดลร ลดซล - ดลซ มซรม - ดลซ มซรม -ล-ด - ล-ม
- มซม รมซม -ล-ซ ลซลด - ดรม รมซม - ซลซ ลซทล
- ลทล ทลรท - ทรท รทรล - ซลซ ลซลด - ดรม รมซม

ทอ่ นท่ี 6 ท่อนจบ
–ล-ม -ซ-ร -ซ-ร -ม-ล -ด-ร -ด-ม -ร-ด ร -ดล

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรีพนื้ บ้าน วทิ ยาลัยดรุ ิยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคน ข้ันพน้ื ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา 56

แบบฝึกหดั ท้ายบท
แบบฝกึ หักทา้ ยบทที่ 5

คาสงั่ : ให้นสิ ิตตอบคาถามตอ่ ไปน้ีโดยใช้หลักการเขยี นเชงิ พรรณนาและวิเคราะห์พร้อม
ยกตัวอยา่ งในประเดน็ คาถามตอ่ ไปนี้

1. ใหน้ ิสติ อธิบายเรอ่ื งการใช้นิว้ ในการเป่าแคนพร้อมยกตัวอย่าง
............................................................................................................................. ........................
........................................................................................................... ..........................................
............................................................................................................................. ........................

2. ให้นสิ ติ อธบิ ายเรือ่ งการใชล้ มในการเป่าแคนพร้อมยกตัวอย่าง
.................................................................................................................................... .................
.................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ........................

3. ให้นสิ ิตอธบิ ายเรือ่ งจังหวะในการฝึกเปา่ แคนพรอ้ มยกตัวอย่าง
.......................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ .............................
............................................................................................................................. ........................

หมายเหต*ุ * ให้นสิ ติ ตอบคาถามโดยการพมิ พ์ในกระดาษ A4 แล้วเยบ็ มมุ ส่งตามวนั เวลาท่ีกาหนดในเวลา
เรียนโดยใช้ ฟอนด์ TH Sarabun PSK ขนาด ตัวอกั ษร 16 พอยท์

นายชาตอิ าชา พาลีละพสษิ ฐก์ ุล สาขาดนตรีพ้นื บ้าน วทิ ยาลัยดุรยิ างคศิลป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคนขน้ั พนื้ ฐานในระดบั อุดมศึกษา

บทที่ 6
ลายแคนขัน้ พ้ืนฐาน
อสี าน เป็นดนิ แดนที่อุดมไปด้วยศิลปวฒั นธรรมท่หี ลากหลายสาขา ประการสาคัญพ้ืนที่ราบสูงแห่ง
น้ยี ังเป็นแหลง่ อาศัย ทามาหากนิ อย่างมีแบบแผนมอี ตั ลกั ษณต์ ามคตคิ วามเช่ือของกลุ่มชนชาติพันธุ์ อย่างที่
ได้ทราบกันเบือ้ งตน้ แล้ววา่ อสี าน นอกจากไทยลาวซึงเป็นกลมุ่ ชาตพิ ันธแุ์ ละภาษาท่ีใหญ่ท่ีสุดแล้ว ยงั มีกลุ่ม
อ่นื อกี เช่น เขมร โคราช พวกภูไท ( ผู้ไทย ) พวกกะเลิง พวกย้อ พวกแสก และพวกโซ้ เปน็ ตน้ ฉะนน้ั เพลง
แคนหรอื ลายแคนของแตล่ ะบรบิ ทพ้นื ที่ก็จะเรยี กชอ่ื ลาแคนตามคติความเช่ือและรูปแบบวิธีการสืบทอด แต่
การเรยี น ทักษะการเป่าแคนข้ันพนื้ ฐานในระดับอุดมศึกษานผ้ี ู้เขียนได้คัด ลายแคนสาหรบั การฝึกหัดไวด้ งั นี้

ลายแมงตบั เต่า
- - - - - - - ด - - - ด - - - ด - - - - - - - ด - ด ลฺ ซฺ - ลฺ - ด
- - - - - - - ร - ร ด ลฺ - ด - ร - - - - - - - ด - ด ลฺ ซฺ - ลฺ - ด
- - - - - - - ร - ร ด ลฺ - ด - ร - - - - - ลฺ ด ร - ม - ด ร ม ด ร
- - - - - ลฺ ด ร - ม - ด ร ม ด ร - - - - - ลฺ ด ร - ซ - ม ร ม ด ร
- - - ม - ซ ม ซ - ดํ - ล ซ ม ร ด - - - ม - ซ ม ซ - ดํ - ล ซ ม ร ด
- ลฺ - ด ลฺ ด ร ม ซ ม ร ด ร ม ด ร - ลฺ - ด ลฺ ด ร ม ซ ม ร ด ร ม ด ร

ลายสงั ข์ศลิ ปช์ ยั
ทอ่ น 1

---- ---- ---- ---- ---- ---ล ---ล ---ล
- - - ล ซ ม - ล - - - ล ซ ม - ล (- - - ล ซ ม - ล - ล - ซ ม ร - ม
- ม ซ ม ซ ม ซ ลฺ - ด ลฺ ด - ร ม ซ - ซ - ด - ร - ม ซ ม ร ด ร ม ด ร
- - - ร - ด ลฺ ร - ร - ด ลฺ ซฺ - ลฺ - - - ร - ด ล ร - ร - ด ลฺ ซฺ - ลฺ
- ท - - - ท - ซ - ท - ซ - ท - ล - รํ - - - รํ - ซ - ท - ซ - ท - ล
- - - - - ม ซ ล ซ ล ดํ ล ซ ม ซ ล - - - - - ม ซ ล ซ ล ดํ ล ซ ม ร ม
ท่อน 2
- - - ล ซ ม - ล - ล - ซ ม ร - ม - ม ซ ม ซ ม ซ ลฺ - ด ลฺ ด - ร ม ซ
- ซ - ด - ร - ม ซ ม ร ด ร ม ด ร - - - ร - ด ลฺ ร - ร - ด ลฺ ซฺ - ลฺ
- - - ร - ด ลฺ ร - ร - ด ลฺ ซฺ - ลฺ - - ซฺ ลฺ ด ลฺ ซฺ ลฺ ด ร ม ร ด ลฺ ซฺ ลฺ
- - ซฺ ลฺ ด ลฺ ซฺ ลฺ ด ร ม ร ด ลฺ ซฺ ลฺ - - - ด ลฺ ด ร ม ซ ร ม ร ด ลฺ ซฺ ลฺ
- - - ด ลฺ ด ร ม ซ ล ดํ ล ซ ม ร ม - - - ด ลฺ ด ร ม ซ ล ดํ ล ซ ม ซ ล
- ดํ - - - ท - ดํ ท ดํ มํ รํ ดํ ล ซ ล - ดํ - - - ท - ดํ ท ดํ มํ รํ ดํ ล ซ ล

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรพี ้ืนบ้าน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2563

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเป่าแคนขน้ั พน้ื ฐานในระดบั อดุ มศึกษา 58

- ดํ - - -ลซล ซ ล ดํ ล ซ ม ซ ล - ดํ- - - ล ซ ล ซ ล ดํ ล ซ ม ร ม)
ลายมโนราห์เลน่ นา้ํ (ลาํ เพลนิ )
---ม -ดรม รมซม รดรม
---ม -มซล รมซม รดรม ---ม -ดรม ซ ล ดํ ล ซมซล
-ม-ด -ม-ร ซ ล ดํ ล ซ ม ซ ล - - - ม - ม ซ ล ม ร ด ลฺ - ซฺ - ลฺ
- - - มฺ - มฺ ซฺ ลฺ ม ร ด ลฺ - ซฺ - ลฺ - ม - ด - ม - ร - ลฺ ด ร ด ลฺ ซฺ ลฺ
---ม -ดรม - ลฺ ด ร ด ลฺ ซฺ ลฺ - - - มฺ - มฺ ซฺ ลฺ รมซม รดรม
---ม -มซล รมซม รดรม ---ม -ดรม ซ ล ดํ ล ซมซล
- - - รํ ดํ ล ซ ล ซ ล ดํ ล ซ ม ซ ล - - - ม - ม ซ ล ---ล ซลซล
---ล ซลซล - - - รํ ดํ ล ซ ล - - - ล ซ ล ซ ล ซ ล ดํ ล ซมรม
---ซ -ซ-ด - ดํ ดํ ดํ - ล ซ ล - - - ล - ล - ม - ด ลฺ ด -รมซ
---ม -ล-ล ร ม ซ ล ซ ม ร ม ล ซ ดํ ล ซ ม ซ ลฺ ดํ ล ดํ รํ - มํ - ล
- ล ดํ ล -ซ-ม ซ ม ซ ล - ดํ - ล - - - ล - รํ - รํ -ร-ด ลฺ ร - ด
-ม-ซ มร-ด -ม-ซ มร-ด
---- (- - - ด ---- ----
- ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ม ลายแมงภ่ตู อมดอกไม้ -รดร มรดร
- ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ม - - - ร - - - ม) - - - - - - - - -รดร มรดร
-ลซม ซรมด - ม ซ ม ร ม ซ ม - ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ร -ดรซ รมซม
- ล ดํ ม ซลซล - ม ซ ม ร ม ซ ม - ลฺ ลฺ ลฺ - ลฺ - ร - ล ดํ รํ ดํ ล ซ ล
-มซด รมรม -ดรซ รมซม -ลซม ซรมด -มซล ซมรม
- ลฺ ด ร มรดร - ล ดํ รํ ดํ ล ซ ล - ล ดํ ม ซ ล ซ ล -รดร มรดร
-ลซม ซรมด -มซล ซมรม -มซด รมรม -ดรซ รมซม
- ลฺ - ร ลฺ ด ลฺ ด - ร ด ร ม ร ด ร - ร ด ลฺ ด ร ด ร -ดรซ รมซม
-ดรซ รมซม -ลซม ซรมด
- ด ร ซ ร ม ซ ม - ลฺ - ร ลฺ ด ลฺ ด

ลายนาคสะดงุ้
(- - - - - ดํ - ล ด ล ซ ฟ - ซ - ล - - ดํ รํ - ฟํ - ดํ - ท - ล ซ ฟซ ล)
(- - - - - ฟ - ซ ล ฟ ซ ร - ฟ - ซ - ล ซ ฟ ซ ล ดํ ซ - ฟ - ร ด ล ด ร)
(- - - - - ฟ - ด ร ด ล ด - ร - ฟ - - ร ซ - - ร ฟ - ม - ร ด ล ด ร)

ลายพมา่ ราํ ขวาน
(--รม -ร-ช -ดรม ซรรร --รม -ร-ช -ดรม ซรรร

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรพี ืน้ บ้าน วทิ ยาลยั ดรุ ยิ างคศิลป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคนขนั้ พน้ื ฐานในระดบั อดุ มศกึ ษา 59

---- -ดดํ ํดํ รํมรํ ํดํ -ลลล - - - - -ดดํ ดํ ํ รมํ รํ ดํ ํ -ลลล
--ดชํ -ล-ช ฟชรม ฟลชฟ -ด-ฟ --ชล ดํรํดํล -ซ–ฟ
-ด-ด --รม รดรม -ฟ-ช -ด-ด --รม รดรม ซ รรร )
ซมรด รมรซ -มรด รมดร -มรด รมฟซ ลซฟซ ดลลล
---- ดํ ล ดํ ดํ รมํ ํรํดํ -ลซล ---- ดํ ล ดํ ดํ รํมํรํดํ -ลซล
- - ดํ ช -ล-ช ฟชรม ฟลชฟ -ด-ฟ --ชล ดํ รํ ดํ ล -ช-ฟ
-ดดด -ร-ม รดรม -ฟ-ช -ดดด -ร-ม รดรม ซ รรร

---- -ร–ด -ท–ล ลายชะนโี หย ซมรด -ท–ล ซฟซล
---- -ร–ด -ท–ล -ซ–ด -ร–ม ซมรด -ท–ล ซฟซล
---- - ฟ– ซ -ล–ด -ซ–ด -ร–ม -ฟรฟ -รฟซ -ลซฟ
-ร–ฟ รฟซล ดรดล -ล–ซ --ลซ -ฟรฟ -รฟซ -ลดล
-ฟ–ซ -ล–ด -- รด -ซ–ฟ --ลซ -ล–ด -ด–ฟ -ซ–ล
ทลซล -ฟ–ซ
I (- - - ด -ด–ด -ซ -ล -ด–ร -ม–ร ซมมม
---- ซมมม ซมรด ลายคลืน่ กระทบฝัง่ - ร- ม ---ซ ---ล
- ซ- ล ดมรด -ล- ด -ซ-ด -ซ–ล ดทลซ --- ด รมฟซ
---- --- ซ -ซซซ - ร - ม - ร-ร ---- ---- ----
II( -ม - ม --- ร --- ด ---- ซลดร ซลดร -ม ซ ร มรดล
-ด-ด ---ฟ --- ซ - ซ – ซ) - - - - ซลดร -มซร มรดล
--ซล ดมรด -ล-ด --- ล ---- ดทลซ - - -ด รมฟซ
---- ---ซ -ซซซ ลฟซล ---- ---- ---- ----
---- ซลดร
-ซฟร -ดรฟ ---ซ -ซ–ซ) ---- -ร -ล ดลซฟ รฟซล
-ด-ร -ด - ล ---ซ -ม-ฟ -ซ - ล ซฟมร
-ม-ร -ด-ล ---ด ลายมโหรี -ซ - ร -ดรม ดรรร
-ซ-- -ซ-ร -ดรม ลฟซล ---- ---- ---- ----
---ฟ ----
(- ล – ซ ซซ–ม --ซม ---ร ---- --รม ซมรด -ร–ม
-ล–ซ ซซ–ม --ซม ดรรร ---- --รม ซมรด -ร–ด)

ลายอ่เี กยี กินกลว้ ย
-- รม --ซม
-- รม --ซม

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรพี ืน้ บ้าน วิทยาลยั ดรุ ยิ างคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเป่าแคนขน้ั พนื้ ฐานในระดบั อดุ มศึกษา 60

(---- -ร–ร --มร ดร-- -ม–ร -ด–ท ลซลท ลทดร
---- -ร–ร --มร ดร-- -ม–ร -ดรม ซมรด -ท – ล )
(---- -ล-ล -ด–ล ซม–ซ -ม–ล ซม–ซ ลซมซ ลด-ล
---- -ล-ล -ด–ล ซม–ซ -ม–ล ซม–ซ -ม–ร ซ ม ม ม)

---- -ซ-ด - - รม ลายจบั แลน -ซ-ด - - รม -ซ–ด
---- -ซ-ด - - รม -ซ-ด -รดล -ซ-ด - - รม -ซ-ล
-ลซม ซรมซ ---ม -ซ-ด -รดล ซรมซ ---ม -ร--
-ซ-ม -ซ-ม --ดร -ร-- -ลซม มรดล -ม ร ด -ล–ซ
---- รมซม ซลดล มร— -มซร รมซม ซลดล -ซ – ซ
-ซ – ซ - - - -
---ด รมฟซ ---ล ซมรด ทลซด มรซม
---- มรดร ดลดร ลายนางนาค ดลซฟ ---ซ ลฟซล
---- ซมมม รดรม ดลซม -ลซม ลรดล ---ซ มลซม
---- ดรมซ ลซดล ดรมซ ---ล มรดล ---ด รลดร
รมซล ---ซ
---- ฟซทด -รทด ซมซร -มซร ฟซทด -รทด ซดทซ
---- -ดทซ -ดทซ ลายกล่อมนางนอน ซฟมด -ฟมด ทซฟม
-ฟมฟ ซฟมด -ฟมด ซดทซ ---- ดมฟซ -มฟซ ฟซทด
ทซฟม -ฟมฟ
ท่อนที่ 1 -ซ–ร ทซฟม --ดฟ ลรลด - ร – ม ลซลม
---ม -ล–ม -ร-ซ ดดรม ซํลดํ ลํ ํ ดรํ ลํ ดํ ํ
- ซ– ม ซมรม ซดซล ลายใหญ่ รทรล ทลทซ ทซลด
- มํรํดํ ลรํ ํดํลํ -ซ -ม ลมซร มซดลํ ซมซร
-ร - ซ รซรม มลซ -ซ -ร - ม – ด รมซร -ดล-ล รมซร
มดมร ดลดร ดรดร รซรม ดมรม รดรล ดรมล รมดร
ซรมด รมรด -รดล มลซม รดทล รมซม - - ทํลํ - - ทํลํ
- ซ - ม ลมซล - - รด ซมซม ดมรม มลมล - - รด ลดซล
- -ทํซํ - - ทํลํ มรํ ํดํลํ ลมซร -ดล ล ซ รดลล มรดล รลดซ
มรด ลดซล - ดลด - ล - ล
ลรลด -ร - ซ
ทลซล - - มล
รลดร มรดล

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรีพน้ื บ้าน วิทยาลยั ดรุ ิยางคศิลป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทักษะการเปา่ แคนขน้ั พนื้ ฐานในระดบั อุดมศกึ ษา 61

ดลดซ ดซลด - - รซ รมซม - - ซม ซมรม ดมรม ซมซม
รซรซ รซรม ดมรม รดรม รซรม ลมซม ลซลม ลมซล
มลซ ลมซล - - มรํ ํ -มํดํลํ - - มํรํ มดํ ํมํรํ ดลดซ ลซลด
- -รซ รมซม

ทอ่ นท่ี 2
- - - - - - - - - ล-ม - ล- ม - มซม รมซม ลมซม รมซม
- ซลซ ลซลซ - ซํลํซํ ลซํ ํทํลํ - ทํรทํ ํ รํทํรลํ ํ - ซลซ ลซลด
- ดรม รมซม - ซลซ ลซลด - ดรซ รมซม - มลซ - ลมซล
- มลซ - ลมซล - ดํลร ลดซล - ดลซ ลมซล มดํ ลซ ลมซล
- ดลํ ร ลดซล - มรํ ดํ ํ ลดซล - มํรํดํ ลดซล - ดลซ ลมซล
- ดลร ลดซล - มลซ ลมซล - ดลร ลดซล - ดลํ ซ มซรม

มดลํ ซ มซรม - ล-ดร ลดลด - ดรซ รมซม - ลํ - ลํ ลมซล

- มลซ - มซล - ดลร ลดซล - มรด ลดซล - ดลซ มซรม

– ล - ม ลมํ ซม - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ทอ่ นท่ี 3 - ด-ร
- - - - - - - - - - - - - - - - - ล -ร - ล – ท- - ด- ท ดทดร
-ด- ท ดทดร - ล -ด - ล – ร- - ด- ท - ด-ร -ด- ท –ล-ม
ดลมํ ซ รมซล -ดลม รดลด - ร - ซ รมซม -ล-ซ รมซม
-ร-ท - ร – ล - ท- ล - ท- ซ -ล-ซ –ล-ด - ดรซ รมซม
- ลํซม - ลซํ ม -มซม รมซม - ลซํ ม - ลซํ ม -มซม รมซม
ลํมซม รมซม ดมดม รมซม - ลํมซ รมซม ดมดม ทลทซ
- ซลซ ลซทล - ลทล ทลรท - ทรท รทรล - ลทล รมซม
- ซทซ ทซทล - ลทล - ทลทซ - ซลซ ลซลด - ดรม
ลํมซม
ทอ่ นที่ 4 ลดซล
- - - - - - - - - ล -ด - ล -ม - มซม ลมํ ซม รมซม ลทซล
-มซม รมซล - ซลมซ ลมซล - ดลร ลดซล - มรด ลทซล
- มลซ ลมซล - มรํ ดํ ํ ลดซํ ล - มลซ ลมซล - ทลร รมดร
- ทลซ ลมซล - ทลร ลทซล - ทลซ ลมซล - ทลร
-ด-ร ดมดร - ดลซ รมดร - ดลซ รมดร - มรด

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรีพนื้ บ้าน วิทยาลยั ดรุ ิยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มิถนุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเป่าแคนขน้ั พนื้ ฐานในระดับอุดมศกึ ษา 62

- มรด รมดร - ดลด รมซร - มซม รมซร -ม-ล ซลดล
-ม-ล ซลดล -ร-ํ ดํ ทลซล -ร-ํ ดํ ทลซล - มํรํดํ ลดซล
- มลซ ลมซล - ดลรํ ลดซล - ดลซ มซรม - ดลซ มดลซ
มดลซ มดลซ มดลซ มซรม - มลม ซมซม ลมซม รมซม

ทอ่ นที่ 5
-ล -ดร -ดล-ม -ลมซ รมซม - ซลม ลมซล - ลดล ซลดล
รลดซ ซ ม ซล ล ด ซล ซ ม ซล รลดซ มซลด - ดรม รมซม
- ซลซ ลซทล - ลทล ทลรท - ทรท รทรล - ลทล ทลทซ
- ซลซ ลซลด - ดรม รมซม - มลซ ลมซล - ดลร ลดซล
- มรด ลดซล - มลซ ลมซล - ดลร ลดซล - ดลซ มซรม
- ดลซ มซรม - มลม ลมซร -ร-ม รมดร - มซม รมดร
-ร-ม รมดร - มซม รมดร - ดลด รมซร - มรม รมซร
- มซม รมซร - มรม รมซม - ลซม รมซล - มลซ ลมซล
- ดลร ลดซล - ดลซ มซรม - ดลซ มซรม -ล-ด - ล-ม
- มซม รมซม -ล-ซ ลซลด - ดรม รมซม - ซลซ ลซทล
- ลทล ทลรท - ทรท รทรล - ซลซ ลซลด - ดรม รมซม

ท่อนท่ี 6 ทอ่ นจบ
–ล-ม -ซ-ร -ซ-ร -ม-ล -ด-ร -ด-ม -ร-ด ร -ดล

นายชาตอิ าชา พาลีละพสิษฐก์ ุล สาขาดนตรีพ้ืนบา้ น วทิ ยาลยั ดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม มถิ นุ ายน พ.ศ. 2564

2001 101 Folk music skill 1 ทกั ษะการเป่าแคนขน้ั พนื้ ฐานในระดบั อดุ มศึกษา 63

แบบฝึกหัดทา้ ยบท
แบบฝึกหกั ทา้ ยบทท่ี 6

คาํ สงั่ : ให้นสิ ติ ตอบคําถามต่อไปนโี้ ดยใชห้ ลักการเขียนเชงิ พรรณนาและวิเคราะห์พรอ้ ม
ยกตวั อยา่ งในประเดน็ คําถามต่อไปนี้

1. ให้นิสติ แต่งลายแคนขนึ้ มาใหม่ ความยาว 8 บรรทดั อารมณข์ องบทเพลงใหส้ ่อื ถึง
ธรรมชาตทิ สี่ วยงามในชนบทอสี านโดยใช้ลายแคนในบทท่ี 6 เป็นแนวทางในการแต่ง
.....................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................
.....................................................................................................................................................

2. ให้นิสติ แต่งลายแคนขึ้นมาใหม่ ความยาว 8 บรรทดั อารมณข์ องบทเพลงให้ความแห้งแล้ง
ในดินแดนภาคอสี านโดยใชล้ ายแคนในบทท่ี 6 เป็นแนวทางในการแต่ง
............................................................................................................................... ......................
............................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. ........................

3. ใหน้ สิ ิตแต่งลายแคนขึ้นมาใหม่ ความยาว 8 บรรทดั อารมณ์ของบทเพลงใหส้ ่ือความอดุ ม
สมบรู ณ์ในนํ้ามีปลาในนามีขา้ ว แสดงใหเ้ หถ็ ึงวิถชี วี ิตชาวนาชนชาวอสี านโดยใช้ลายแคน
ในบทท่ี 6 เป็นแนวทางในการแตง่
............................................................................................................................. ........................
............................................................................................................................. ........................
.....................................................................................................................................................

หมายเหต*ุ * ให้นสิ ิตตอบคาถามโดยการพมิ พใ์ นกระดาษ A4 แล้วเยบ็ มุมส่งตามวันเวลาทีก่ าหนดในเวลา
เรยี นโดยใช้ ฟอนด์ TH Sarabun PSK ขนาด ตวั อักษร 16 พอยท์

นายชาตอิ าชา พาลลี ะพสิษฐก์ ลุ สาขาดนตรีพืน้ บ้าน วิทยาลัยดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม มิถุนายน พ.ศ. 2564

เอกสารอา้ งอิง

กติ ตวิ ฒั น์ สตั นาโค. ศิลปะการเป่าแคนทาํ นองพน้ื บ้านอสี าน. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลยั
ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 2535

เจรญิ ชยั ชนไพโรจน์. แคนวง. มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ มหาสารคาม,
2515.

________. ดนตรแี ละการละเล่นพ้ืนบ้านอีสาน. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
เฉลิมศกั ด์ิ พิกลศร.ี อกั ษราดรุ ิยางค์ทางฆ้องวงใหญ่ ฉบบั เพลงไม้นวม. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร.์ 2550.
ดารตั น์ ผสุ ดี. การพฒั นาหลกั สูตรทอ้ งถ่ินดนตรพี ื้นเมอื งลา้ นนาเรือ่ ง ซึง. วิทยานพิ นธ์ ศศ.ม. เชยี งใหม่ :

มหาวิทยาลยั เชียงใหม,่ 2541.
เติม วิภาคยพ์ จนกจิ . ประวตั ศิ าสตรอ์ สี าน. พมิ พ์ครัง้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร,์ 2521.
ยศ สันตสมบัต.ิ มนษุ ย์กบวัฒนธรรม. พมิ พ์ครงั้ ที่ 2. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร,์ ั

2548.
ศรีศักดิ์ วัลลโิ ภดม และคณะ. ดนตรแี ละนาฏศิลปก์ บั เศษฐกจิ และสงั คมสยาม. กรงุ เทพฯ :

ธนาคารกรุงเทพ, 2535.
สกุ รี เจรญิ สุข. ดนตรชี าวสยาม. กรงุ เทพฯ : วทิ ยาลัยดรุ ิยางคศิลป์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล, 2538.
________. “ดรุ ยิ างคศาสตรช์ าตพิ ันธ์ุ,” วารสารถนนดนตร.ี 1(12) : 38-41 ; ตุลาคม, 2530
สจุ ิตต์ วงษเ์ ทศ. พลงั ลาวชาวอีสานมาจากไหน. กรงุ เทพฯ : มตชิ น, 2549
อเนก นาวกิ มูล. เพลงนอกศตวรรษ. พมิ พค์ รงั่ ท่ี 3. กรงุ เทพฯ : เมอื งโบราณ, 2527.


Click to View FlipBook Version