รายงานผลการปฏิบตั โิ ครงการ
กจิ กรรมพัฒนาสมาชิกใหเ้ ป็น “คนเก่งและมีความสขุ ”
แผนพัฒนาส่งเสริมความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์
โครงการพฒั นาสง่ เสรมิ ประชาธิปไตย
ก
คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นผลของการดาเนินโครงการ “เสริมสร้างประชาธิปไตย ๒๕๖๓” เพื่อให้
นักเรียน นกั ศกึ ษาในระดบั ชั้น ปวช. และ ปวส. สาขาวชิ าเทคโนโลยีธรุ กจิ ดจิ ิทัล ได้มีโอกาสมาพบปะ
พดู คุยและเปลย่ี นความคิดเหน็
อนึ่ง ทางคณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทาโครงการ “เสริมสร้างประชาธิปไตย
๒๕๖๓”จะเป็นแรงบันดาลใจในการสรา้ งกจิ กรรมโครงการเสริมสรา้ งประชาธปิ ไตยในร่นุ ตอ่ ๆไป หาก
มีข้อเสนอแนะประการใดคณะผู้จัดทาก็จะรับไว้เพื่อนาไปพิจารณา และนาไปปรับปรุงแก้ไขในครั้ง
ตอ่ ไป
โครงการเล่มนี้มีการดาเนินงานลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยได้รับความร่วมมือจากนักเรียน
นกั ศกึ ษา และคณะครู-อาจารย์ทางคณะผู้จัดทาก็ขอขอบคุณทุกท่านทุกฝ่ายท่ีช่วยกันดาเนินโครงการ
จนประสบความสาเรจ็ ณ โอกาสน้ดี ้วย
คณะผจู้ ดั ทา
ข
ชอ่ื : นายชาคฤต แกล้วกลา้
: นายธนชติ ดวงจิต
ชือ่ โครงการ : นายธิตวิ ัฒน์ ยอดยงิ่
สาขาวิชา : นายปารเมศ เชิดชู
อาจารย์ท่ีปรึกษาโครงการ : นายพลวตั สวนศรี
ปกี ารศกึ ษา : นายอภิชาติ สุพรรณ์
: โครงการ เสริมสร้างประชาธิปไตย
: เทคโนโลยธี ุรกิจดิจิทลั
: อาจารยว์ ทิ ลู เยื่องอยา่ ง
: ๒๕๖๓
บทคัดย่อ
การจัดทาโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (๑) เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาใช้สิทธิในการออกเสียง
ของชมรมวชิ าชีพเทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจิทัล วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง (๒เพื่อสรา้ งความสามัคคใี หช้ มรมวิชาชีพ
เทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ทิ ลั (๓) เพอื่ เพม่ิ ประสิทธภิ าพและผลสมั ฤทธิ์ทางด้านสิทธิของนกั เรียน นกั ศึกษา
ดังนั้นคณะผู้จัดทาให้เล็งเห็นความสาคัญของการพัฒนาความสามารถ ความกล้าแสดงออกจึงได้
จัดทาโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตยในการจัดทาโครงการครั้งนี้มีผู้ร่วมโครงการจานวน ๓๓๐ คน การ
เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ประกอบไปด้วย (๑) นักเรียน ระดับชั้นปวช. จานวน ๒๕๔ คน และนักศึกษา
ระดับชั้นปวส.จานวน ๗๖ คน (๒) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน นักศึกษา สถิติที่ใช้ในการ
วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าสถิติร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ๔.๒๐ : Mean) และค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (S.D,Standard Devation)
ผลของการสารวจความพึงพอใจจากแบบสอบถามจานวน ๓๓๐ ดังนั้น เพศชายคิดเป็นร้อยละ
๒๕.๐๐ และเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ ๗๕.๐๐ อายุ ๑๕-๒๐ ปคี ดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐ อายุ ๒๑ ปี ขน้ึ ไป คิด
เป็นร้อยละ ๐ อายุ การวิเคราห์ความคดิ เหน็ ของกล่มุ เปา้ หมาย พบว่า ผู้เขา่ ร่วมโครงการมีความพึงพอใจ
ในโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตยอยู่ในระดบั (x =๔.๒๐) โดยมคี วามพึงพอใจในระดับมาก
กิตติกรรมประกาศ
โครงการเสริมสร้างประชาธิปไตยนี้สาเร็จลุล่วงไปได้อย่างนี้ก็ด้วยคาเสนอแนะ และความ
กรุณาอย่างดียิ่งของท่านผู้อานวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง ว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลืองและรอง
ผอู้ านวยการทุกฝา่ ยท่ีได้ให้คาแนะนา เสนอแนะข้อคิดเห็นตา่ งๆอีกท้ังยังสละเวลาเพ่ือตรวจสอบความ
พรอ้ มต่างๆ จึงใครข่ อขอบคุณเป็นอยา่ งสูงมา ณ โอกาสนี้
ขอกราบขอบพระคุณทา่ นอาจารย์อุทัย ศรีษะนอก หวั หน้าสาขาวชิ าเทคโนโลยีธรุ กจิ ดจิ ทิ ัล ที่
ให้การสนบั สนนุ ในการจัดโครงการ แนะนาแนวความคดิ ในการจัดทารปู เล่มเอกสารโครงการ อกี ท้ังยัง
สละเวลามาเขา้ ร่วมโครงการเสริมสรา้ งประชาธปิ ไตย ในคร้ังน้ี
ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์วิทูล เยื่องอย่าง อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการที่ให้การ
สนบั สนุนในการจัดทาโครงการแนะนาแนวความคดิ ในการจัดทารูปเล่มเอกสารโครงการ อกี ท้ังยังสละ
เวลามาเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย รวมทั้งคาปรึกษาในการดาเนินงานจนประสบ
ผลสาเรจ็ ลลุ ่วงตามวตั ถุประสงค์
ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ปาณิสรา บารุงรัตน์ อาจารย์ศลิษา หนูเสมียร อาจารย์
พณั ณ์ชิตา คามะฤทธ์ิสนิ ชัย อาจารย์อนิรตุ ติ์ บัวระพา อาจารย์ปรีชา คางงเู หลือม อาจารย์อัจฉราภรณ์
เกลย้ี งพรอ้ ม อาจารยก์ นกพร รักษาแคน ทใ่ี หก้ ารสนบั สนุนในการจดั โครงการ แนะนาแนวความคิดใน
การจัดทารูปเล่มเอกสารโครงการ อีกทั้งยังสละเวลามาเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย ใน
คร้งั น้ี
คุณค่าและประโยชน์ของโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตยเล่มนี้ คณะผู้จัดทาขอมอบเป็น
เครื่องบูชาพระคุณ คุณบิดามารดา ครู อาจารย์ และครอบครัว ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่านที่ช่วยให้
คณะผู้จัดทามีความมานะพยายามและประสบความสาเร็จในการศึกษา ผู้จัดทามีความซาบซึ้งใจใน
ความกรณุ าอันดยี ิง่ จากทุกท่านท่ีได้กลา่ วนาม ขอบพระคณุ มา ณ โอกาสนี้
คณะผู้จดั ทา
บันทึกขอ้ ความ .
.
ส่วนราชการ ชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธรุ กิจดิจทิ ัล วิทยาลยั เทคนิคระยอง
ที่ วันที่ ๒๙ กรกฏาคม ๒๕๖๓
เร่ือง รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ตั ิการโครงเสริมสรา้ งประชาธปิ ไตย
เรียน ผ้อู านวยการวทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
ตามที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้อนุมัติโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตยของชมรมวิชาชีพ
เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลตามแผนงบประมาณประจาปีการศึกษา ๒๕๖๓ บัดนี้ได้ดาเนินการเสร็จส้ิน
เรยี บร้อยแล้ว
จงึ ขอสรปุ ผลการดาเนนิ การตามโครงการดงั นี้
๑. ลักษณะของโครงการ กิจกรรมพัฒนาสมาชกิ ให้เป็นคนดีและมีความสขุ
๒. ช่ือโครงการ โครงเสริมสร้างประชาธิปไตย
๓. ระยะเวลาการดาเนินโครงการ ภาคเรยี น ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
๔. สถานท่ดี าเนนิ โครงการ วิทยาลัยเทคนิคระยอง
๕. จานวนผ้เู ข้ารว่ มกจิ กรรม นกั เรยี น/นกั ศกึ ษาสาขาเทคโนโลยีธุรกิจดจิ ิทลั ทกุ ระดบั
๖. ผลการดาเนินโครงการ โครงการประเมินความพงึ พอใจของการทาโครงการ
อยู่ในระดับมาก
จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดทราบ
ลงชอ่ื …………….…………………….................. ลงช่อื …………….……………………....................
(นายจักรกฤช ลบั บณั ลิน) (นายวิทูล เยอ่ื งอยา่ ง)
ประธานชมรมวชิ าชีพเทคโนโลยีธรุ กจิ ดจิ ิทลั ครทู ่ีปรึกษาชมรมวิชาชีพเทคโนโลยธี ุรกิจดจิ ทิ ัล
ลงช่ือ…………….…………………….................. ลงช่ือ…………….……………………....................
(นายอทุ ัย ศรษี ะนอก) (นายธนบดี ที่สุด)
หัวหน้าสาขาวชิ าเทคโนโลยธี ุรกิจดิจทิ ัล หวั หนา้ งานกจิ กรรมนักเรยี น นกั ศกึ ษา
ลงชอื่ …………….…………………….................. ลงชื่อ…………….……………………....................
(นายภูมิพฒั น์ แกว้ มูล) (ว่าท่ีเรอื ตรี ชูชพี อรณุ เหลือง)
ผอู้ านวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง
รองผ้อู านวยการฝ่ายพฒั นานักเรยี น นกั ศึกษา
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ ชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยธี รุ กจิ ดิจทิ ลั วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง
ที่ วนั ท่ี ๘ กรกฏาคม ๒๕๖๓
เรอ่ื ง ขอเชิญประชมุ คณะกรรมการดาเนินงานโครงการเสริมสรา้ งประชาธปิ ไตย
เรยี น คณะกรรมการดาเนนิ งานโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย
เนื่องด้วยทางชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ได้รับมอบหมายให้ดาเนินการจัด
โครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย โดยมีการจัดโครงการในวันพุธที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ตั้งแต่เวลา
๐๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ อาคาร ๙ ชน้ั ๒ สาขาวิชาเทคโนโลยธี รุ กจิ ดจิ ทิ ัล วิทยาลัยเทคนิคระยองและ
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมในด้านต่างๆ ให้สาเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ที่ตั้งไว้ดังนั้นทางชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล จึงขอเชิญคณะกรรมการดาเนินงานโครงการ
เสรมิ สรา้ งประชาธิปไตย ประชุมเพ่ือปรึกษาหารือ ในวนั พุธท่ี ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ
หอ้ ง ๙๒๖ อาคาร ๙ ช้นั ๒ สาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
จงึ เรียนมาเพื่อโปรดทราบและเขา้ ประชุมโดยพร้อมเพรยี งกัน
ลงชอ่ื ...................................................................
(นายจักรกฤช ลบั บัณลนิ )
ประธานชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธุรกจิ ดิจทิ ลั
ลงชือ่ ...................................................................
(นายวทิ ูล เยอ่ื งอยา่ ง)
ครทู ป่ี รึกษาชมรมวชิ าชีพเทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ิทัล
ลงช่อื ...................................................................
(นายอุทัย ศรษี ะนอก)
หวั หน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ทิ ัล
บันทึกข้อความ
สว่ นราชการ ชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทลั วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง
ที่ วนั ที่ ๑๕ กรกฏาคม ๒๕๖๓
เรอ่ื ง ขออนมุ ัติและดาเนินการโครงการเสรมิ สร้างประชาธิปไตย
เรยี น ผอู้ านวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง
ด้วยชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้จัดท าโครงการเสริม
สร้างประชาธิปไตยประจาภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ในวันที่ ๕ สิงหาคม พศ.๒๕๖๓
เวลา ๘.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. เป็นการลงคะแนนเลือกตั้งแบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน-นักศึกษา สาขา
เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล รู้จักการใช้สิทธิ ใช้เสียงในการเลือกตั้ง สมาชิกรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล อีกท้ัง
เป็นการเลือกตัวแทนสาขาวิชาในการเข้าร่วมเลือกตั้ง นายกองค์การวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทยและ
พัฒนาโครงการท่ีไดร้ ับความมอบหมายและนาไปปรับประยุกต์ใช้ในชมรมวชิ าชเี ทคโนโลยธี รุ กจิ อีกด้วย
ดงั นั้นจึงขออนมุ ัตโิ ครงการและขออนุญาตดาเนนิ การตามโครงการดงั กล่าว
จงึ เรยี นมาเพือ่ โปรดทราบและพิจารณาอนญุ าติ
ลงชอื่ …………………………………......………. ลงชื่อ…………………………………......……….
(นายจกั รกฤช ลบั บัณลิน) (นายวทิ ลู เยอ่ื งอย่าง)
ประธานชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธรุ กิจดิจิทัล ครทู ป่ี รกึ ษาชมรมเทคโนโลยธี ุรกิจดิจทิ ัล
ลงชอ่ื ………………………………….....………. ลงชื่อ…………………………………......……….
(นายธนบดี ทสี่ ดุ ) (นายภูมิพัฒน์ แก้วมลู )
หวั หนา้ งานกิจกรรมนักเรยี น นกั ศกึ ษา รองผ้อู านวยการฝา่ ยพัฒนากจิ การนักเรยี น นกั ศึกษา
ลงชอ่ื …………………………………......……….
(วา่ ท่ีเรอื ตรี ชูชพี อรณุ เหลือ)
ผ้อู านวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง
บันทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ ชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยธี ุรกิจดิจิทัล วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง .
.
ที่ วนั ที่ ๓๐ มถิ ุนายน ๒๕๖๓
เรอื่ ง ขออนุญาตจัดประชุม
เรียน ผอู้ านวยการวิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
ด้วยชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ขออนุญาตจัดประชุม การจัดทา
โครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย เพื่อทาความเข้าใจและแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานโดยจัด
ประชุม ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๓๐ น. ณ ห้อง ๙๒๙ อาคาร ๙ ชั้น ๒ สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจ
ดิจิทลั วิทยาลัยเทคนิคระยอง
จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบและอนญุ าตจดั ประชุมในวันเวลาดงั กล่าว
ลงชอ่ื …………………………………......………....... ลงชื่อ…………………………………......……………………..
(นายจกั รกฤช ลบั บัณลนิ ) (นายวิทลู เยอ่ื งอยา่ ง)
ประธานชมรมวิชาชพี เทคโนโลยธี รุ กจิ ดิจทิ ลั ครูทป่ี รกึ ษาชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธรุ กิจดิจิทลั
ลงชอ่ื ………………………………….....………........ ลงชื่อ…………………………………......……….................
(นายธนบดี ทสี่ ดุ ) (นายภูมิพฒั น์ แก้วมูล)
หัวหนา้ งานกจิ กรรมนกั เรียน นกั ศึกษา รองผู้อานวยการฝ่ายพัฒนากิจการนกั เรยี น นักศึกษา
ลงชอ่ื …………………………………......……….
(วา่ ท่ีเรือตรี ชูชีพ อรุณเหลอื ง)
ผู้อานวยการวิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
บันทกึ ข้อความ .
.
ส่วนราชการ ชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธุรกิจดจิ ทิ ัล วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง
ที่ วนั ที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๖๓
เรือ่ ง ขอความอนุเคราะห์ประชาสมั พันธ์
เรียน หวั หน้างานประชาสัมพันธ์
ด้วยชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ขอความอนุเคราะห์
ประชาสัมพันธ์ การจัดทาโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตยผ่านทางสถานีวิทยุ R-radio คล่ืน
๑๐๑.๐๐ MHz โดยมีรายละเอยี ดตามเอกสารดงั แนบ
จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์
ลงชือ่ ………………...........................……….
(นายจักรกฤช ลับบณั ลิน)
ประธานชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทัล
ลงชอ่ื ………………...........................……….
(นายวิทูล เยอ่ื งอยา่ ง)
ครทู ีป่ รกึ ษาชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ิทัล
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ประกาศ ณ วนั ท่ี ………………………....…………………… เวลา ……………....……………....……………
ลงช่อื ………………...........................……….
(นางสาวนภารัตน์ เรอื งจนั ทร์)
เจ้าหนา้ ทป่ี ระชาสัมพันธ์
ลงชื่อ………………...........................……….
(นางสาวสมุ ิตรา ฉมิ ฉาย)
หวั หน้างานประชาสัมพนั ธ์
สถานวี ิทยุ R-radio ๑๐๑.๐๐ MHz.
เนื่องด้วยชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้จัดทาโครงการ
เสริมสร้างประชาธิปไตย ประจาภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ในวันพุธ ที่ ๕ เดือน สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๖๓ ผ่านระบบออนไลน์ดว้ ย Google Form เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๒.๐๐ น.
ขอเชิญผสู้ นใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ลงช่ือเขา้ ร่วมโครงการได้ ณ เวลาและสถานท่ีดงั กล่าว
ไดต้ ง้ั แตบ่ ัดน้เี ปน็ ต้นไปจนถงึ วันท่ี ๔ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้ประกาศ........................................................
เจา้ หนา้ ทีป่ ระชาสัมพนั ธ์
ผู้รับรองประกาศ.......................................................
หวั หน้างานประชาสมั พันธ์
บนั ทึกข้อความ
สว่ นราชการ ชมรมวชิ าชีพเทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจิทลั วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง .
ท่ี วนั ที่ ๒๑ กรกฏาคม ๒๕๖๓
เรือ่ ง ขออนุญาตประชาสมั พันธ์
เรียน ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
ด้วยชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลยั เทคนิคระยอง ได้จัดทาโครงการเสริมสร้าง
ประชาธิปไตย ประจาภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ ในระบบออนไลน์ โดย Google form
จงึ ใครข่ ออนญุ าตประชาสัมพันธข์ า่ วสาร ตามแผนกิจกรรมองค์การนกั วชิ าชีพในอนาคตแห่ง
ประเทศไทย วิทยาลัยเทคนิคระยอง ตามรายการดงั ต่อไปน้ี
แจง้ ข่าวสารผ่านส่อื ออนไลน์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาอนุญาต
ลงชื่อ…………………………………......………. ลงชื่อ…………………………………......……….
(นายจักรกฤช ลับบณั ลิน) (นายวทิ ลู เยอื่ งอย่าง)
ประธานชมรมวิชาชพี เทคโนโลยธี รุ กิจดิจิทัล ครทู ป่ี รึกษาชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธรุ กจิ ดจิ ทิ ลั
ลงชอื่ …………………………………......………. ลงช่ือ…………………………………......……….
(นายธนบดี ทสี่ ดุ ) (นายภูมิพัฒน์ แก้วมลู )
หวั หน้างานกิจกรรมนักเรยี น นักศึกษา รองผู้อานวยการฝา่ ยพัฒนากิจการนักเรยี น นกั ศึกษา
ลงชื่อ....................…..…….................……….
(วา่ ทเ่ี รอื ตรีชชู พี อรณุ เหลอื ง)
ผู้อานวยการวิทยาลยั เทคนิคระยอง
บันทกึ การประชมุ
โครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย
คร้งั ท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒/๒๕๖๓
วนั พุธ ท่ี ๘ กรกฏาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๕.๓๐ – ๑๗.๓๐ น.
ณ ห้อง ๙๒๖ (Graphics Design Room) อาคาร ๙ ชั้น ๒
สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทลั วิทยาลัยเทคนิคระยอง
_______________________________________
ระเบียบวาระท่ี ๑ เรื่องที่คณะกรรมการแจ้งให้ท่ีประชุมทราบ
............................................................................................................................. ..................................................
................................................................................ ............................................................................... ................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................... .................................................................................. ..........
..
...................................................................................................................................................................................................................................
ระเบยี บวาระที่ ๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุมคร้งั ท่ีแลว้
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
ระเบยี บวาระท่ี ๓ เรื่องสบื เน่อื งจากท่ปี ระชุมครัง้ ที่แล้ว
............................................................................................................................. ..................................................
................................................................................ ............................................................................... ................
ระเบียบวาระท่ี ๔ เรอื่ งที่เสนอเพ่ือใหท้ ่ีประชุมพิจารณา
......................................................................................................... ...................................................... ................
............................................................................................................................. ..................................................
...................................................................................................................................... .........................................
......................................................................................... ...................................................................... ................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ...................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ระเบียบวาระที่ ๕ เร่อื งอน่ื ๆ
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................................................... ................
............................................................................................................................. ..................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
มติท่ีประชุม...............................................................
ปิดประชุมเวลา.............................................น.
ลงชอื่ ….......................................................เลขานกุ าร
(นางกัญสุดา เวหะรัตน์)
ผูจ้ ดรายงานการประชุม
ลงชอ่ื ....................................................ประธานชมรมวิชาชีพ
(นายจักรกฤช ลับบณั ลนิ )
ผ้ตู รวจรายงานการประชุม
ลงชื่อ....................................................ครทู ่ีปรกึ ษาชมรมวชิ าชีพ
(นายวทิ ูล เยื่องอยา่ ง)
ผ้รู ับรองรายงานการประชมุ
บันทึกข้อความ .
ส่วนราชการ ชมรมวชิ าชพี เทคโนโลยีธุรกจิ ดจิ ิทัล วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง
ท่ี วันที่ ๒๙ กรกฏาคม ๒๕๖๓
เรือ่ ง ขอเชิญเข้าร่วมโครงการเสริมสรา้ งประชาธิปไตย
เรยี น ครู อาจารย์ สาขาวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ
เนื่องด้วยทางชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธรุ กิจดิจิทัล วิทยาลยั เทคนิคระยองได้ดาเนินการจัดทา
การเสริมสรา้ งประชาธปิ ไตย เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนบั สนุนให้นกั เรียนนักศึกษาได้ใช้สิทธิ์ ในการ
ออกเสยี ง เลอื กตัง้ สาขาเทคโนโลยธี รุ กิจดจิ ทิ ลั ในระดับชัน้ ปวช.๑ - ปวส.๒ จานวนทง้ั ส้นิ ๓๓๐ คน
ดั้งนั้นชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทลั จึงขอเรียนเชิญคณะครู อาจารย์ เข้าร่วมโครงการ
ดังกล่าวในวันพุธที่ ๕ สิงหาคม พศ.๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๕.๓๐ น. ในระบบออนไลน์ผ่าน
Google Form
จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดพิจารณาเข้ารว่ มโครงการ
ลงชอื่ ...................................................................
(นายจักรกฤช ลับบัณลิน)
ประธานชมรมวิชาชพี สาขาเทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจิทัล
ลงช่อื ...................................................................
(นายวิทูล เยือ่ งอย่าง)
ครูทป่ี รึกษาชมรมวชิ าชีพเทคโนโลยธี ุรกิจดจิ ิทลั
ลงชื่อ...................................................................
(นายอทุ ัย ศรีษะนอก)
หวั หนา้ สาขาวิชาเทคโนโลยธี ุรกิจดิจทิ ัล
แบบสอบถามความพงึ พอใจ
โครงการเสริมสร้างประชาธปิ ไตย
วนั พุธที่ ๕ สงิ หาคม พศ. ๒๕๖๓
๑
บทท่ี ๑
บทนำ
๑.๑ ความเปน็ มาของโครงการ
ด้วยชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลวิทยาลัยเทคนิคระยอง มีหน้าที่จัดกิจกรรม
โครงการพัฒนาคนดี คนเก่งและมีความสุขตามนโยบายของของกรมอาชีวศึกษา ซึ่งกิจกรรมหนึ่งใน
นั้นคือโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษามีกลา้
แสดงออก รูจ้ ักกับระบอบประชาธปิ ไตยหรอื สทิ ธิมากยิ่งขึ้น
นักเรียนนักศึกษาเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่จะพัฒนาองค์กรวิชาชีพเพื่อเป็นเครื่องมือหรือ
กระบวนการที่สำคัญเพื่อที่จะก้าวต่องานวิชาชีพเพื่อเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษาเกิด
ความพัฒนาและมีทักษะที่ดีทางอารมณ์สังคม สตปิ ัญญาและความรู้เป็นอย่างย่งิ สรา้ งมิตรภาพ สร้าง
บุคลิกภาพ และการอยูใ่ นสงั คมได้อย่างมีความสุข
การทำกิจกรรมในสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล นักเรียนนักศึกษายังขาดความสามัคคี
และการให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโคงการเสริมสร้างประชาธิปไตย สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจ
ดิจิทัล จากข้อมูลดังกล่าวผู้จัดทำโครงการจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้สิทธิในการเลือกต้ัง
ประธานชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล เพื่อเป็นตัวแทนในการพัฒนาชมรมวิชาชีพเทคโนโลยี
ธรุ กจิ ดจิ ิทลั ทงั้ ดา้ นความคดิ ความสามารถ ด้านการศึกษาวิชาชีพของนกั เรียนนกั ศึกษา
๑.๒ วัตถปุ ระสงค์
๑.๒.๑ เพื่อให้นักเรยี น นกั ศกึ ษาใช้สทิ ธิในการออกเสียง
๑.๒.๒ เพ่อื สร้างความสามัคคีให้ชมรมวิชาชพี เทคโนโลยีธุรกิจดจิ ิทลั
๑.๒.๓ เพ่อื เพ่ิมประสทิ ธิภาพและผลสัมฤทธท์ิ างดา้ นสิทธิของนักเรยี น นกั ศึกษา
๑.๓ เปา้ หมาย
๑.๓.๑ เชิงปริมาณ : คณะกรรมการดำเนินงานนักเรียนนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจ
ดิจทิ ัลจำนวน 18 คน
๑.๓.๒ เชิงคุณภาพ : นักเรียนนักศึกษา ระดับปวช.๑ - ปวส.๒ สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจ
ดจิ ทิ ลั
๑.๔ ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ บั
๑.๔.๑ นกั เรียน นกั ศกึ ษาได้มโี อกาสใชส้ ิทธิในการออกเสยี งแบบประชาธิปไตย
๑.๔.๑ นักเรียน นกั ศกึ ษามีความสามคั คีและกลา้ แสดงออกความคดิ เหน็
๑.๔.๓ นกั เรยี น นกั ศึกษามีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธ์ิทางดา้ นสทิ ธิข์ องนักเรียน นกั ศึกษา
๒
๑.๕ นยิ ามศัพท์เฉพาะ
การเลอื กตง้ั (election) เปน็ กระบวนการวินิจฉัยสัง่ การอย่างเปน็ ทางการซ่ึงประชาชนเลือก
ปัจเจกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง การเลือกตั้งเป็นกลไกปกติที่ใช้ในระบอบประชาธิปไตย
แบบมีผู้แทนมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๑๗(๑) การเลือกตั้งอาจเพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในสภานิติ
บัญญัติ หรือฝ่ายบริหารและตุลาการ และสำหรับรัฐบาลภูมิภาคและท้องถิ่น กระบวนการนี้ยังใช้ใน
องคก์ ารเอกชนและธุรกิจ ตลอดจนสโมสรจนถงึ สมาคมและบรรษทั
๑.๕.๒ สทิ ธิ คือ หลกั เสรภี าพหรือการให้สิทธิ์ทางกฎหมาย สงั คมหรือจริยศาสตร์ นั่นคือ สิทธิ
เปน็ กฎเชิงบรรทดั ฐานพื้นฐานเกี่ยวกบั ส่ิงท่ีประชาชนมหี รือเปน็ ของประชาชนตามบางระบบกฎหมาย
ขนบธรรมเนียมทางสังคม หรือทฤษฎีจริยศาสตร์ สิทธิมีความสำคัญยิ่งในสาขาวิชาดังกล่าว เช่น
กฎหมายและจริยศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทฤษฎีความยตุ ิธรรมและกรณยี กรรม
๑.๕.๓ ประชาธิปไตย (democracy) เป็นระบอบการปกครองแบบหนึ่งซึ่งการบริหารอำนาจ
รัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมืองผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยพลเมืองอาจใช้อำนาจของตน
ด้วยตนเองหรือผ่านผู้แทนที่เลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้ ประชาธิปไตยยังเป็นอุดมคติที่ว่าพลเมืองทุก
คนในชาติร่วมกนั พิจารณากฎหมายและการปฏิบัตขิ องรัฐ และกำหนดใหพ้ ลเมืองทุกคนมโี อกาสแสดง
ความยนิ ยอมและเจตนาของตนเท่าเทยี มกนั
๑.๕.๔ สามัคคี คือ ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกัน
ปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามที่ต้องการ เกิดงานการอย่างสรา้ งสรรค์ ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอา
รัดเอาเปรยี บกัน เป็นการยอมรับความมีเหตผุ ล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความ
หลากหลายในเรอื่ งเช้ือชาติ ความกลมเกลยี วกันในลักษณะเช่นน้ี เรียกอกี อยา่ งว่า ความสมานฉันท์ ผู้
ท่มี ีความสามคั คี คอื ผ้ทู ี่เปดิ ใจกว้างรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตน ทง้ั ในฐานะผู้นำและ
ผตู้ ามทดี่ ี มคี วามม่งุ มน่ั ต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกอ้ื กูลกันเพ่ือให้การงานสำเร็จลุล่วง แก้ปัญหาและ
ขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความ
เชือ่ พรอ้ มท่จี ะปรบั ตัวเพื่ออยู่รว่ มกันอย่างสนั ติ
๓
บทท่ี ๒
เอกสารและงานวิจัยท่เี กย่ี วข้อง
๒.๑ ประชาธปิ ไตย
๒.๑.๑ ที่มาและความสาคญั ของประชาธิปไตย
๒.๑.๑.๑ ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองแบบหน่ึงซ่ึงการบริหารอานาจรัฐมากจาก
เสยี งข้างมากของพลเมือง ผเู้ ป็นเจา้ ของอานาจอธิปไตย โดยพลเมืองอาขใช้อานาจของตนด้วยตนเองหรือ
ผ่านผู้แทนเลือกไปใช้อานาจเทนก็ได้ ประชาธิปไตยยังเป็นอุดมคติที่ว่าพลเมืองทุกคนในชาติร่วมกัน
พิจารณากฎหมายและการปฏิบัติของรัฐ และกาหนดให้พลเมืองทุกคนมีโอกาสแสดงความยินยอมและ
เจตตนาขอตนเท่าเทียมกัน ประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบางนครรัฐกรีกโบราณช่วงศตวรรษที่ ๕ ก่อน
คริสตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเอเธนส์หลังการก่อการกาเริบเม่ือ ๕๐๘ ปีก่อนคริสตกาประชาธิปไตย
แบบนี้เรียกว่า ประชาธิปไตยทางตรง ซึ่งพลเมืองเกี่ยวข้องในกระบวนการทางการเมืองโดยตรง
แต่ประชาธิปไตยในปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน โดยสาธารณะออกเสียงในการเลือกตั้งและ
เลือกนักการเมืองเป็นผู้แทนตนในรัฐสภา จากนั้น สมาชิกสภาจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยเสียงข้างมาก
ประชาธิปไตยทางตรงยังมีอยู่ในระดับท้องถิ่นหลายประเทศ เช่น การเลือกตั้งสมาชิกเทศบาลอย่างไรก็ดี
ในระดบั ชาติ ความเปน็ ประชาธิปไตยทางตรงมเี พียงการลงประชามติ การริเรมิ่ ออกกฎหมายและการถอด
ถอนผู้ได้รบั เลอื กตั้ง แม้ในปัจจุบันประชาธิปไตยจะยังไม่มีนิยามที่ได้รับการยอมรับโดยท่ัวกันก็ตาม แต่มี
การระบุว่าความเสมอภาคและอิสรภาพเป็นคุณลักษณะสาคัญของประชาธิปไตยนับโดยแต่โบราณกาล
หลักการดังกล่าวสะท้อนออกมาผ่านความเสมอภาคทางกฎหมายของพลเมืองทุกคน และสิทธิเข้าถึง
กระบวนการทางกฎหมายโดยเท่าเทียม ตัวอย่างเช่น ในประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ส่วนอิสรภาพได้มา
จากสิทธิและเสรีภาพตามทีก่ ฎหมายบัญญัติซึ่ง โดยทั่วไปได้รับคุ้มครองโดยรัฐธรรมนญู ประชาธิปไตยถอื
กาเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในกรีซโบราณ แต่วิธีปฏิบัติแบบประชาธิปไตยปรากฏในสังคมอยู่ก่อนแล้ว
รวมทั้งเมโสโปเตเมีย ฟินีเซียและอินเดียวัฒนธรรมอื่นหลังกรีซได้มีส่วนสาคัญต่อวิวัฒนาการของ
ประชาธปิ ไตย เช่น โรมนั โบราณยโุ รปและอเมริกาเหนือและใต้ มโนทัศน์ประชาธปิ ไตยแบบมผี ู้เกดิ ข้ึนส่วน
ใหญจ่ ากแนวคิดและสถาบัน
๔
สาหรับประเทศไทยนั้น หากพิจารณาพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยแลวจะเห็นไดวา
นับตั้งแตประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย มาเปนระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีประมหากษัตริยทางเปนประมุข เมื่อปพุทธศักราช ๒๔๗๕ เปนตนมาจนถึงการ
ประกาศใชรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งเปนรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๘ ตลอด
ระยะเวลา ๗๘ ปที่ผานมา สังคมไทยไดมีโอกาสเรียนรูการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดย ผาน
เหตุการณสาคญั ทางการเมอื งหลายครงั้ ดวยกนั อาทิ การยึดอานาจการปกครองโดยการปฏิวตั ิ รัฐประหาร
และการยกเลิกรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการชุมนุมทางการเมืองเพื่อเรียกรองประชาธิปไตย ในบางครั้งก็ได
กอใหเกดิ ความรนุ แรงและเกิดความสญู เสียตอชวี ิต รางกาย ซง่ึ จากเหตกุ ารณดังกลาว ยอมเปนท่ปี ระจักษ
ชัดแลววาสังคมแบบวิถีประชาธิปไตยที่ถูกตองตามแบบนานาอารยประเทศนั้น ยังมิไดฝงหรือหยั่งลึกใน
สังคมไทยเทาที่ควร จึงเปนเหตุทาใหในหลายครั้งบานเมืองตองเกิดภาวะ วิกฤติสังคม มีความแตกแยก
และมิอาจที่จะนาหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาเปน เคร่ืองมอื สาหรับแกไขปญหาวิกฤติของ
ชาติหรือบานเมือง และยังไมสามารถบรรลุเปาหมายหรือ หลักการของการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยที่วาเปน “การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพอื่ ประชาชน”
๒.๑.๒ ความหมาย แนวคดิ ทฤษฎี และหลกั การของประชาธิปไตย
มีผูใชศัพทประชาธิปไตยกันอยางกวางขวางทั้งในฝายที่เรียกตนเองวาเปน “กลุมโลก
เสรี” และ ในฝายที่เรียกกันวาเปนกลุม “สังคมนิยม” หรือ “กลุมสังคมนิยมคอมมิวนิสต” อนึ่ง ยังมีการ
ใชผสม กับศัพทอื่น ๆ อีกด วย เชน ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ(economic democracy) และ
ประชาธิปไตยทาง อุตสาหกรรม (industrial democracy) “ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ” หมายถึง การ
กระจายรายได้ให ทัดเทียมกันในหมู ประชาชนเป นจ านวนมาก (Levine, op.cit., p.๔๒.) ส วน
“ประชาธปิ ไตย อตุ สาหกรรม” หมายถงึ ประชาธปิ ไตยในโรงงานอุตสาหกรรม เชน การมีสหภาพ แรงงาน
เปนตน ศัพท“ประชาธิปไตย” ใชในสามความหมายใหญๆ ซึ่งถากาหนดเปนวงกรอบหรือฐานะใหญ ๆ
๓ ฐานะ ไดแกใน ๑) เชิงความคดิ ๒) รูปแบบการปกครอง และ ๓) วถิ ีชวี ิต ดงั นี้
๒.๑.๒.๑ ในวงกรอบหรือฐานะเปนปรัชญา ทฤษฎหี รอื อุดมการณทางการเมืองในความหมาย
นี้มุงไป ในเรื่องของความคิด เปนสภาพทางมโนกรรม (การกระทาทางใจซึ่งแตกตางจากกายกรรมและ
วจีกรรม) ทั้งของชนระดับนา (elites) และคนทั่วไป (ordinary citizens)
๕
๒.๑.๒.๒ ในวงกรอบหรือฐานะเปนรูปแบบการปกครอง เปนการพิจารณาในเชิงโครงสราง
ของรฐั บาล แบบประชาธิปไตย เชน เปน ๑) ระบบรัฐสภา ๒) ระบบประธานาธิบดี
๒.๑.๒.๓ ในวงกรอบหรือฐานะวิถีชีวิต (way of life) ไดแก ๑) วิถีทางแหงการยอมรับ
“เสียงขางมาก” ๒) การมใี จกวาง ๓) มขี ันติธรรม ๔) การไมใชความรนุ แรงแกปญหา ๕) การมคี วามเอาใจ
ใสในกิจการบานเมอื งอันเปนเรอ่ื งการประพฤติปฏิบัติในสงั คม
๒.๑.๓ ความหมายของประชาธิปไตย
๒.๑.๓.๑ ความหมายตามภาษาตางประเทศ ศัพท“ประชาธิปไตย” ในภาษาไทยคงบัญญัติ
ขึ้นประมาณไมเกิน ๑๐๐ ปที่ผานมา โดยไดมี การเทียบกับภาษาอังกฤษ จึงออกมาในรูปของการสมาส
(ผสม) กันระหวางสองศัพท ไดแก ประชา และ อธิปไตย ศัพท“เดมมอคคระซี” (Democracy) ใน
ภาษาอังกฤษเริ่มใชครั้งแรกประมาณ ๔๐๐ ปมาแลว คือ ตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้โดย การแปล
เทียบเคียงกับภาษาฝรั่งเศส คือ เดโมกราตี(Democratie) โดยยอนไปถึงศัพทเดิมเริ่มแรก คือ ในภาษา
กรีก คือ “เดโมคราเตีย” (Demokratia) ซึ่งยอนกลับไปถึงสมัยกรีกโบราณเมื่อ ๒๔๐๐ ป มาแลว ๔ คือ
เปนการผสมระหวางสองตัว ไดแก “เดมอส (Demos) กับ เครตอส (Kratos)” ๕ เดมอส หมายถึง
“ประชาชน” เครตอส หมายถึง การปกครองเมื่อนา ๒ ศัพทผนวกเขาดวยกันจึงสื่อความหมายวาเปน
การปกครองของประชาชน
๒.๑.๓.๒ ความหมายตามพจนานุกรมไทย คาวา “ประชาธิปไตย” ประกอบดวยคาวา
“ประชา” หมายถึง “หมูคนคือปวงชน” กับคาวา “อธิปไตย” หมายถึง “ความเปนใหญ” คาวา
“ประชาธิปไตย” จึงหมายถึง “ความเปนใหญของปวงชน” ราชบัณฑิตยสถานใหความหมายของคาวา
“ประชาธิปไตย” ไวในหนังสือพจนานุกรมของทาง ราชการวา “แบบการปกครองที่ถือมติปวงชน
เปนใหญ่” ๑.๑.๓ ความหมายของบุคคลสาคัญต างๆ อับราฮัม ลินคอล น (Abraham Lincoln)
ประธานาธิบดีคนที่ ๑๖ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ไดกลาวสุนทรพจนไว ณ เมืองเกตติสเบอรก ในมลรฐั
เพนซิลวาเนีย ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๖๓ (พ.ศ. ๒๔๐๖) ตอนหนึ่งความวา “รัฐบาลของ
ประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน จะไมมี วันสูญสลายไปจากผืนพิภพนี้” (Government of the
people, by the people, for the people, shall not perish from the Earth.) ๖ วลีนี้ไดถูกอางถึง
หลายครั้งโดยนักวิชาการวา“เปนความหมาย ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย” ที่กระชับและ
คมคาย ฮาโรลดลาสก้ี ๗ (Harold Laski) “เนื้อแทของประชาธิปไตยก็คือ ความปรารถนาของมนุษยท่ี
๖
จะยอมรับนับถือและรักษาไวซ่ึงความสาคัญของตนเอง รวมตลอดถงึ ความเสมอภาคระหวางบุคคล ในทาง
เศรษฐกิจ สังคมการเมือง” ชาลสอีเมอเรี่ยม ๘ (Charles Merriam) “ประชาธิปไตยเปนแนวความคิด
และเปนการปฏิบัติ ที่มุงไปสูความผาสุกรวมกันของประชาชน โดยมีเจตนารมณรวมกันของประชาชน
นั้นเองเปนเครื่อง นาทาง” ธานินทร กรัยวิเชียร ไดใหความหมายของ “ประชาธิปไตย” ๙ วา หมายถึง
ระบอบการ ปกครองประเทศระบอบหนึ่ง ซึ่งเปนการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อ
ประชาชน คาวา “ประชาชน” ในที่นี้หมายถึง ปวงชนเหลานี้ยอมมีสิทธิ หนาที่ และความรับผิดชอบใน
การ ปกครองแผนดินอยางเสมอภาคกัน ระบอบประชาธปิ ไตย มีรากฐานเคารพในดานการเคารพในความ
เปนธรรม (Justice) เหตุผล ( Reason) เมตตาธรรม ( Compassion) ความศรัทธาในมนุษยชาติ (faith
in man) และเคารพในเกียรติภูมแิ หงมนุษยชน (Human dignity) สานักงานอัยการสูงสุด ใหความหมาย
ของประชาธิปไตยไววา “ประชาธิปไตย” หมายถึง การปกครองที่เปนของประชาชนและเพื่อประชาชน
ตลอดจนเปนหลักในการดาเนินชีวิตของคน ในการอยูรวมกันโดยสันติ ภายใตความเชื่อมั่นวา คนเราเกิด
มาเทาเทียมกัน คือ ไดรับการคุมครอง จากรัฐตามกฎหมายและโอกาสที่จะไดรับบริการตางๆ โดยเสมอ
ภาคกัน มีสิทธิและเสรีภาพในการ ดาเนินชีวิตภายใตขอบเขตของกฎหมาย ซึ่งจะกาหนดไวแนนอนใน
กฎหมายรัฐธรรมนูญ สุขุม นวลสกุลและวิศิษฐทวีเศรษฐ ๑๐ ไดใหความหมายไวดังน้ี การปกครองที่
เปนประชาธิปไตย คือ รูปการปกครองที่ยึดอานาจอธิปไตยเปนของปวงชนไมวาจะเปน ระบอบ
ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี (Presidential Democracy) หรือแบบรัฐสภา (Parliamentary
Democracy) ถาอานาจสูงสุดในการกาหนดการปกครองอยูที่ประชาชนแลวก็เปน การปกครองแบบ
ประชาธิปไตยท้ังสิ้น ประเทศที่เปนประชาธปิ ไตยนั้นจาเปนตองมีรัฐธรรมนญู ซ่ึงอาจเปนรฐั ธรรมนญู แบบ
ลายลักษณอักษรหรือไมลายลักษณอักษรก็ได เพราะประชาธิปไตยถือ การปกครองโดยกฎหมาย
(Rule by law) อยางไรก็ตามรัฐธรรมนูญนั้นเปนเพียงกติกาการปกครอง ไมใชเครื่องหมายแสดงความ
เปนประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นการที่ประเทศใดมีรัฐธรรมนูญจึงมิได หมายความวารูปการปกครองของ
ประเทศนั้นเปนประชาธิปไตย เพราะบางประเทศเชน สหภาพ โซเวียต สาธารณรัฐประชาชนจนี ซึ่งเปนท่ี
ยอมรับกันวามีระบบการปกครองแบบเบ็ดเสร็จตางก็ มีรัฐธรรมนูญเชนเดียวกับประเทศเสรีนิยมอื่นๆ
เหมอื นกนั การที่จะพิจารณาวาประเทศใดเปนประชาธปิ ไตยหรือไมจึงตองดวู ารัฐธรรมนูญของประเทศนั้น
กาหนดใหประชาชนเปนเจาของอานาจ อธิปไตยหรือไม
๗
๒.๑.๔ ทัศนะเกย่ี วกับประชาธิปไตย
ในปจจุบันมีแนวโนมที่จะมีความรูสึกที่ดีหรือมีทัศนคติที่ดีเชิงปฏิฐานต อคาวา
“ประชาธิปไตย” ดังจะเห็นไดจากการที่มีผูนิยมใชศัพทนั้นกันมากดังกลาวขางตน อีกทั้งในชวงหลังมหา
สงครามโลกครั้ง ที่ ๒ องคการยูเนสโก ไดสารวจความคิดเห็นของนักวิชาการทั้งจากโลกตะวันตกและ
ตะวันออกเปน จานวนกวา ๑๐๐ คน ทุกคนลวนมีทัศนะที่ดีตอประชาธิปไตย สาหรับในอดีตนั้นเปอริลสี
๑๑ (Pericles) ผูนาคนหนึ่งของนครรัฐเอเธนสยุคโบราณไดแสดงความชื่นชมตอระบบการปกครอง
ประชาธิปไตยแบบ โดยตรง สวนนักปราชญเพลโตมีความเห็นตอตานประชาธิปไตย โดยถือวาเปนการให
อานาจแกผูที่ ปราศจากความรูเพลโตตองการสถาปนาสังคมอันเลอเลศิ อยางทเี่ รียกวา “อตุ มรฐั ” โดยใหผู
ปกครอง สูงสุดเปน “ราชาปราชญ” และบรรดาผูนาระดับรองๆ ลงไปเปนผูมีสติปญญาและคุณธรรม
สาหรบั อารสิ โตเตลิ ๑๒ มีแนวคดิ คลายเพลโต ๑๓ (Plato) แตไมตอตานประชาธิปไตยมากนัก ดังจะเห็น
ไดวาใน การแบงรูปแบบการปกครองนัน้ อาริสโตเติลจัดประชาธปิ ไตยอยูในกลุมการปกครอง โดยคนหมู
มากที่ มีความโนมเอียงไปในทางที่ไมดี แตการปกครองโดยคนสวนใหญซ่ึงมีแนวโนมไปในทางที่ดี และ
อาริสโตเติล เชื่อวา จะเปนไปไดคือ “มัชฌิมธิปไตย” หรือ “มัชฌิมวิถีอธิปไตย ” (Polity) ซึ่งพอที่จะ
เทียบเคียงกับ ประชาธิปไตยในยุคปจจุบันซึ่งมหาชนสวนใหญอยูในระดับกลาง เชน ใน ประเทศอังกฤษ
สหรฐั อเมริกา และญป่ี ุน ตอจากชวงเวลาของอารสิ โตเติลแลว ศพั ทประชาธปิ ไตยถูกใชในความหมายที่ไม
แสดงความ นิยมชมชื่น จวบจนกระทั่งศตวรรษที่ ๑๗ ประชาธิปไตยเริ่มไดรับการยอมรับวามีคุณคาโดย
กลุมบุคคล ซึ่งเรียกตนเองวา “ผูขยับใหสูงขึ้น” หรือ “ผูยกระดับ” (the levellers) ในประเทศอังกฤษ
ตอมาในตอนปลายศตวรรษท่ี ๑๘ คือประมาณ ๒๐๐ ปมาแลว ผูคนจานวนมากโดยเฉพาะผูมี การศึกษา
ไมพอใจกับการใชศัพทประชาธิปไตยและแมกระทั่ง “บรรดาบิดาผูสถาปนา” หรือ “ผูประดิษฐ”
(Founding Fathers) คือผูกอตั้งของประเทศและรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาไม ยอม ใชศัพท์
“ประชาธปิ ไตย ”แตใชคาวา “ลทั ธสิ าธารณรัฐนิยม ” หรอื “คตนิ ยิ มแบบสาธารณรัฐ” (Republicanism)
แทน ทาใหศพั ทสาธารณรัฐนิยมน้ีมีความหมายแทนประชาธิปไตย ในยุคนนั้ คอื เมอ่ื ประมาณ ๒๐๐ ปมา
แลว ในศตวรรษที่ ๑๙ มีการมองประชาธิปไตยในแงที่ดีอยางแพรหลายมากขึ้น ดังปรากฏในขอเขียนข
องผูมีเชื้อสายขุนนางฝรั่งเศสที่มีชื่อวา แอเลกซิล เดอ ทอค เกอวิวิลย ๑๔ เกี่ยวกับ “ประชาธิปไตยใน
อเมริกา ” จวบจนกระทั่งถึงยุครวมสมัยในศตวรรษที่ ๒๐ โดยเฉพาะเมื่อ ๗๐ ปมาแลวคือภายหลัง
สงครามโลกครั้งที่ ๑ (๑๙๑๔ –๑๙๑๘) มีการมองประชาธิปไตยไปในทางที่ดีขึ้นอยางชัดแจง และถือวา
๘
ศตวรรษที่ ๒๐ นาจะเปนศตวรรษแหงสามัญชนและศตวรรษแหงการท่ี นานาชาติตัดสินใจดวยตนเอง
(Self – determination) โดยปราศจากการบบี บังคบั หรือขูเข็ญใดๆ ดงั น้ันศัพท“ประชาธปิ ไตย” ไดกลาย
เปน “ศัพทเกยี รตยิ ศ” (Honorific) ท่หี ลายสานักและหลายฝาย ตองการยดึ เปนของตนดังไดกลาวมาแลว
ตัวอยางพอเห็นไดจากการท่ี ๑) อดอลฟ ฮิตเลอร๑๕ (Adolf Hitler) เรียกระบบเผด็จการนาซีของเขาวา
“ประชาธิปไตย ที่แทจริง” (“Real” Democracy) ๒) เบนิโต มุสโสลินี ๑๖ (Benito Mussolili) เรียก
ระบบฟาสซิสมของเขาว าเปน “ประชาธิปไตยแบบอานาจนิยม ” (Authoritarian Democracy)
การจัดระบบและโนมอานาจอยูท่ี ศูนยกลาง ๓) สหภาพโซเวียต เรียกระบบการปกครองของตนวาเปน
“ประชาธิปไตยที่แทจริง ” โดย เรียกการปกครองในโลกตะวันตกวาเปน “ประชาธิปไตยแบบกระฎมพี”
(Bourgeois) หรือ “แบบ นายทุน” หรือเปน “ประชาธิปไตยแบบ Sham Democracy ๔) สวนประเทศ
ซึ่งนิยมคอมมิวนิสตอื่นๆ รวมทั้งยุโรปตะวันออกและประเทศจีน เรียกระบบ ของตนวาเปน
“ประชาธปิ ไตยของประชาชน” หรอื “มหาชนาธปิ ไตย”
๒.๑.๕ ประชาธิปไตย มีความหมายหลายสถานะ
ขึ้นอยูกับมุมมองของนักทฤษฎี กาลเวลา สถานที่ ผูที่นาไปใช การตีความใหสอดคลอง กลมกลืนกับเปา
หมายและวตั ถุประสงคของพวกตน ความหมายดังกลาวประกอบไปดวย
๒.๑.๕.๑ ประชาธิปไตยในฐานะที่เปนรูปแบบการปกครองแบบหนึ่ง ประชาธิปไตย
เปนรูปแบบการปกครองที่ประชาชนเปนทั้งผูปกครองและผูถูกปกครองซึ่งเปนการปกครองตนเอง โดย
ประชาชนมีอานาจอธิปไตยในการปกครองรัฐทั้งแบบโดยตรงและโดยออม ดวยการมอบใหผูแทนไปใช
อานาจดังกลาวแทน โดยวิธีการเลือกตั้ง กระบวนการเลือกตั้งโดย เสียงขางมากซึ่งรูปแบบการปกครอง
แบบนี้ไมมีในการปกครองแบบอื่น เชน ราชาธิปไตย ทุชนาธิปไตย อภิชนาธิปไตย คณาธิปไตย และเผด็จ
การทงั้ อานาจนิยมและเบด็ เสร็จนยิ ม
๒.๑.๕.๒ ประชาธปิ ไตยในฐานะท่เี ปนทฤษฎที างการเมืองอีกแบบหนง่ึ
ประชาธิปไตยในแงของทฤษฎี ซึ่งมีหลักการประกอบไปดวยการปกครองท่ี
ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคทุกคนอยูภายใตกฎหมายอันเดียวกัน ควบคุมรัฐบาลโดย
ประชาชน หลักแหง เสียงขางมาก
๙
๒.๑.๕.๓ ประชาธิปไตยในฐานะเปนอดุ มการณอยางหนง่ึ
ประชาธปิ ไตยในแงอุดมการณเปนการปกครองโดยรัฐบาลเปนของประชาชน
โดย ประชาชนมอบอานาจอธิปไตยทางการบริหารใหทางานเพื่อประชาชน ประชาชนเจาของอานาจ
อธิปไตยทง้ั ๓ ทาง คอื อานาจบริหาร นติ ิบัญญตั ิ ตลุ าการ อานาจทง้ั ท่ปี ระชาชนมอบใหจะทาหนาที่ถวง
ซึ่งกันและกัน ทาใหประชาชนเจาของอานาจไดรบั ประโยชนเตม็ ที่บรรลุความสงบสุขรวมกันมีความเสมอ
ภาคเทาเทยี มกนั ทั้งในทางเศรษฐกจิ สังคม และการเมือง
๒.๑.๕.๔ ประชาธิปไตยในทัศนะของเผดจ็ การอานาจนิยม
เปนที่ทราบกันดีวา แมระบบเผด็จการก็เรียกตัวเองวา ประชาธิปไตย เชน
มุสโสลินี เรียก ระบบฟาสซิสมของเขาวาเปน “ประชาธิปไตยแบบอานาจนิยม ”และฮิตเลอรเรียกระบบ
นาซีวาเปน “ประชาธิปไตยแทจริง ” หมายถงึ พรรคฟาสซสิ มและพรรคนาซี ทาหนาทเี่ พียงเปนศูนยกลาง
แหงอานาจทาหนาที่ในการบริหารแทนประชาชนเทานั้นประชาชนมีสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคในสวน
ของชีวิตรางกาย ทรัพยสิน ท้งั ดานสงั คม เศรษฐกิจ การศึกษา การนบั ถอื ศาสนา สนั ทนาการอนื่ ๆไดอยาง
เทาเทยมกัน
๒.๑.๕.๕ ประชาธปิ ไตยในทัศนะของคอมมิวนิสต
แมประเทศที่ปกครองดวยระบบคอมมิวนิสต ก็ถือวาการปกครองของตน
เปนประชาธิปไตย เชน รัสเซีย เรยี กระบบการปกครองของตนวา “ประชาธิปไตยทแี่ ทจริง ” ประเทศคอม
มิวนิสตอื่นๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย เชน ประเทศจีน เรียกระบบการปกครองของตนวา “ประชาธิปไตย
ของ ประชาชน” หรอื “มหาประชาธิปไตย” ท้ังน้เี พราะประชาชนทุกคนในรฐั มคี วามเทาเทียม เสมอภาค
กันทางเศรษฐกิจ ไมมีคนจน คนรวย มีฐานะชนชั้นทางสังคมเสมอกัน คือ ชนชั้นเดียวกัน ได แก
ชนชั้น กรรมาชีพ สวนรัฐบาลซ่ึงมาจากพรรคการเมืองเดียว ซึ่งเปนผูทาหนาทีแ่ ทนประชาชนทัง้ หมด คือ
พรรคคอมมิวนิสต ซึ่งจะทาหนาที่แทนในเบื้องตนเทานั้น เมื่อระบบคอมมิวนิสตพัฒนาถึงระดับสูงสุด
บรรลุเปาหมายของอุดมการณคอมมิวนิสตแลว ประชาชนมั่งคั่ง สมบูรณพูนสุขเทาเทียมกันแลว
พรรคคอมมิวนิสตและรัฐบาลก็จะสลายตัวไป ไมมีรัฐบาล ไมมีกฎหมาย ทุกคนสามารถมีชีวิอยูอยาง
สุขสบาย มีสิทธิเสรภี าพ ความเสมอภาค ปราศจากการควบคุมใดๆ จากรัฐบาลและกฎหมาย
๑๐
๒.๒ หลกั การของประชาธปิ ไตย
๒.๒.๑ หลกั ของนกั ปรชั ญา
๒.๒.๑.๑ เฮนรี เมโย (Henry Mayo) ไดใหทัศนะเกี่ยวกับหลักการประชาธิปไตยไว
4 ประการ คอื
๑) การควบคุมผูวางนโยบายโดยประชาชน
๒) ความเสมอภาคทางการเมือง
๓) เสรภี าพทางการเมืองหรือประสทิ ธผิ ลในการควบคุมโดยประชาชน
๔) หลกั แหงเสียงขางมาก
๒.๒.๑.๒ ซิกมันด นอยมันน (Sigmund Neumann) ไดใหทัศนะเกี่ยวกับหลักการ
ประชาธปิ ไตยไว ๑๐ ประการ คือ
๑) อานาจอธปิ ไตยมาจากประชาชน เปนของปวงชน
๒) ขน้ั ตอนเลือกผูนาเปนไปโดยเสรี
๔) ผูนามคี วามรับผดิ ชอบ
๕) ระบอบความเสมอภาค
๖) สนับสนุนพรรคการเมืองมมี ากกวา ๑ พรรค
๗) เนนความหลากหลายในชีวิตประจาวัน
๗) ไมกีดกันกลุมตางๆ จากการมีสวนรวมในการบริหารการปกครอง
๘) สานึกในความเปนพลเมืองดี
๙) สงเสริมครรลองทัศนคตแิ บบประชาธปิ ไตย
๑๐) เนนความเชือ่ ม่ันในความดขี องมนุษย
๒.๒.๑.๓ ออสติน แรนนี (Austin Ranny) ไดสรปุ หลกั ประชาธิปไตยไว ๔ ประการ คอื
๑) อานาจอธิปไตยของพลเมอื งเดน
๒) เนนความเสมอภาคโดยสจุ รติ
๓) ฟงความคดิ เหน็
๔) เนนเสยี งหมูมาก
๒.๒.๒ หลกั การสาคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
๑๑
การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่เจริญอยู ในยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริก ามี
หลักการสาคญั ดงั น้ี
๒.๒.๒.๑ การยึดถือเหตุผล ประชาธิปไตย ถือหลักการที่วาประชาชนทุกคนในรัฐเปนเจา
ของรัฐเทาเทียมกันยอมมสี ทิ ธิท่ีแสดงความคิดเห็นวิพากษวิจารณการทางานของรัฐบาล หรือการตัดสินใจ
เพื่อผลประโยชนของสวนรวมไดเทากันไมวาจะยากดีมีจนอยางไรความคิดเห็นของพวกเขาก็เปนส่ิงท่คี วร
รับฟงการกระทาดังกลาวไมถือเปนการขัดแยงหรือขัดขวางแตถือวาเปนการแสวงหาเหตุผลขอเท็จจริง
สรุปเปนหลักการที่นาไปสูแนวทางปฏิบัติที่ถูกตอง ซึ่งควรสงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการแสดง
ความเหน็ ไดโดยเสรี
๒.๒.๒.๒ การเนนความสาคัญของปจเจกบุคคลปจเจกบุคคลเปนผูที่มีความสาคัญที่สุด
ปจเจกบุคคลเปนผูสรางสังคมสรางสถาบันทางสังคมรวมกันเขาเปนรัฐเปนประเทศปจเจกบุคคลจึงควรได
รับการสงเสริมใหมีสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคทั้งทางสังคมการเมืองการศึกษาเศรษฐกิจมีคุ ณภาพชีวิต
ความเปนอยูที่ดีเพราะถารัฐใดประชาชนแตละคนเปนคนมีคุณภาพก็จะทาใหรัฐหรือประเทศนั้นเจริญ
กาวหนาได
๒.๒.๒.๓ การถือรัฐเปนเครื่องมือของประชาชนรัฐบาลเปนเครื่องมือของประชาชนในการ
ทาใหบรรลุจุดมุงหมายในการอยูรวมกันของประชาชนคอยอานวยความสะดวกประสานผลประโยชนแก
ไขขออปุ สรรคตางๆใหกับสังคมเปน ผูรบั ใชประชาชนรัฐเกดิ ขึ้นต้ังอยูและดาเนินตอไปเพื่อประชาชนไมใช
ประชาชนเปนอยูเพื่อรัฐเพราะรัฐเปนของประชาชนประชาชนเปนผูสรางรัฐ รัฐจึงเปนผลผลิตของ
ประชาชนหนาทข่ี องรฐั เพียงรักษากฎหมายใหความยตุ ธิ รรมรักษาความสงบเรียบรอยปองกันรักษาอานาจ
อธิปไตยทงั้ ภายใจและภายนอก
๒.๒.๒.๔ การอาศัยความสมัครใจเปนใหญประชาธิปไตยสนับสนุนใหประชาชนมีสิทธิ
เสรีภาพ และความเสมอภาคทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สามารถเลือกดารงชีวิตตามความ
สมคั รใจรฐั จะบีบบังคบั ใหประชาชนกระทาหรือหามไมใหกระทานอกเหนอื หลักแหงนติ ธิ รรมไมได้
๒.๒.๒.๕ การยึดถอื กฎเหนือกฎหลักการที่วานี้ ถอื วาประชาชนเปนเจาของอานาจอธิปไตย
ทั้งอานาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ใชอานาจเหลานี้เพื่อปกปองคุมครองสิทธิผลประโยชนของ
ประชาชน หากผูรับมอบอานาจไป ทาหนาที่แทนทั้งฝายรัฐบาล สภานิติบังคับบัญชาหรือตุลาการปฏิบัติ
ผิดวัตถุประสงคและเจตนารมณของประชาชนประชาชนก็มีอานาจที่จะเปลี่ยนแปลงใหมได โดยการใช
๑๒
อานาจอธิปไตยผานการเลือกตั้งซึ่งเปนการเปลี่ยนรัฐบาลใหม สภานิติบัญญัติใหหรือยกเลิกเปลี่ยนแปลง
แกไข กฎหมาย เพ่ือใหสอดคลองกับความตองการของประชาชนได
๒.๒.๒.๖ เนนความสาคญั ของวิธีการ ประชาธิปไตยใหความสาคญั ของวธิ ีการในการไดมาซ่ึง
อานาจ การแสวงหาอานาจการใชอานาจการเปลี่ยนแปลงอานาจโดยวิธีการตัดสินดวยเสียงขางมากเป็น
วธิ กี ารบรรลเุ ปาหมายโดยสนั ตวิ ิธีเปนความตองการของเจาของอานาจอธปิ ไตย คือ ประชาชน ซงึ่ วธิ ีน้ีไมมี
การในการปกครองแบบอืน่
๒.๒.๒.๗ การถือความเห็นพองตองกันเปนหลักในมนุษยสัมพันธ ประชาธิปไตย มีหลักการ
วาทุกคนในรัฐเปนเจาของรัฐรวมกัน ไมมีใครมีสิทธิผูกขาดในความเปนเจาของอานาจอธิปไตยคนเดียว
ดังนั้นทุกคนตองยอมรับในสัญญาประชาคมที่ใชเพื่ออยูรวมกัน คือ หลักนิติรัฐกฎเกณฑที่ตกลงในการอยู่
รวมกันนี้ เปนหลักของมนุษยสัมพันธของประชาชนทุกคน ถือเปนหลักปฏิบัติในวิถีชีวิตในความมีสิทธิ
เสรภี าพและความเสมอภาคกันซึ่งเปนการยอมรบั ของทุกคนเพอ่ื ความผาสกุ ในการอยูรวมกนั
๒.๒.๒.๘ การถือความเทาเทียมกนั ขั้นมูลฐานของมนุษยประชาธิปไตย ถือวา ทุกคนภายใน
รัฐมีสิทธใิ นชวี ิต รางกาย ทรพั ยสิน และความเปนเจาของ รฐั เทาเทยี มกนั มีเสรภี าพในการปกปองชวี ติ ราง
กายทรัพยสินเทาเทียมกัน มีความเสมอภาคในการใชอานาจอธิปไตยเทาเทียมกัน คือ ๑ คน เทากับ ๑
เสียง ไมมีใครจะมีสิทธิเหนือกวาใครไมวาจะร่ารวยหรือยากจน มีการศึกษาสูง ต่า หรือสถานภาพทาง
สงั คมเปนอยางไร
๒.๒.๓ สองรปู แบบแหงการปกครองประชาธปิ ไตย
โดยทั่วไปแลวประชาธิปไตยแบงออกเปน ๒ ประเภท คือประชาธิปไตยแบบโดยตรงและ
ประชาธปิ ไตยแบบโดยออม
ประชาธิปไตยแบบโดยตรง ประชาธิปไตยแบบโดยตรง ไดแก รูปแบบการปกครองที่ให
ราษฎรมีสวนรวม ในการกระทา ดังน้ี ๑) ออกกฎหมาย ๒) บังคับกฎหมาย คือใหมีการบังคับใหเปนไป
ตามกฎหมาย ประชาธิปไตยแบบโดยตรงมียุคนครเอเธนส เมื่อประมาณ ๒๔ ศตวรรษมาแลว ซึ่งการใช
อานาจตุลาการแบบโดยตรงของนครเอเธนส เคยมีปรากฏดังตวั อยางการพิพากษาคดี โซเครตีสในทช่ี ุมชน
ประชาธิปไตยในนครรัฐเอเธนสมีสภาพการณที่แตกตางกับยุคปจจุบัน คือ ๑. ผูมีสิทธิไมถึง ๑๐% ของ
ประชากรทั้งหมด กลาวคือ เอเธนสมีพลเมืองประมาณ ๓ – ๔ แสนคน แตผูมีสิทธิเพียง ๒ – ๔ หมื่นคน
เทานั้น (ผูถูกกีดกัน ไดแกสตรีทาส และเยาวชน) ๒. สภาพเศรษฐกิจและการเมืองยังไมสลับซับซอนมาก
๑๓
นัก ๓. พลเมืองมีความสนใจการบานการเมืองเปนกิจวัตรและเอาใจใสในกิจการอันเปนสวนรวม
๔. ผูมีสิทธิมักเขารวมในการประชุมนครรัฐไมมากนักจึงไมมีปญหาในเรื่องสถานที่ประชุมแตในปจจุบัน
พลเมืองของประเทศตางๆ มีมากกวาในสมัยนั้นอยางมหาศาล เกินกวาที่จะจัด ประชุม ณ สถานที่เดียว
กันไดจึงเปนปญหาสาคัญท่เี ปนอปุ สรรคตอการดาเนินการประชาธิปไตยแบบโดยตรง
๒.๒.๓.๑ ประชาธปิ ไตยแบบโดยตรงในปจจุบนั มตี วั อยางเชน
๑) สหรัฐอเมรกิ า มีในเมืองหรือชมุ ชนเลก็ ๆ บางแหง เรยี กวา “Town Meeting”
๒) สวติ เซอรแลนดมีในบางแควน เรยี กวา “กงั ต็อง” (Canton)
๓) อสิ ราเอล มีในชุมชนคบิ บุทซ(Kibbutz)
๒.๒.๓.๒ ปญหาของประชาธิปไตยแบบโดยตรงมี ๔ ประการ คือ
๑) มีจานวนประชากรไมมากนกั
๒) ฐานะความเปนอยูไมเหลอ่ื มลา้ กนั มากนกั
๓) สังคมมลี กั ษณะสมานรูป
๔) ผูใชกฎหมายจะตองปฏิบัติตนภายในขอบเขตของกฎหมาย ประชาธิปไตยแบบ
โดยออมหรือแบบมีตัวแทน ประชาธิปไตย แบบนครรัฐเอเธนสอยูไดระยะเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์
การเมือง หลังจาก หมดยคุ รุงเรอื งของเอเธนสและยคุ ท่ีอารยธรรมกรีกกาลังเฟองกเ็ ขายุคจักรวรรดิโรมันท่ี
รูปแบบการ ปกครองเนนหนักไปในทางการใชอานาจในยุคกลางของยุโรปเปนชวงเวลาแหงระบบศักดนิ า
แนวคิดประชาธปิ ไตยก็ไมเคยดับสิ้นไป ซึ่งในประวัติศาสตรอังกฤษก็มีเรื่องราวเกีย่ วกับแม็กนาคารตาโดย
พระเจาจอหนถูกขุนนาง อังกฤษบังคับใหทรงลงพระนาม ทั้งนี้เพราะขุนนางเหล านั้นไมพอใจที่
พระเจาจอหนเก็บภาษีสงู เพื่อนาไปใชในการสงครามและไมพอใจท่ีพวกขุนนางไมไดมโี อกาสเขารวมในการ
บรหิ ารบานเมอื ง
๒.๒.๔ ลกั ษณะ ๘ ประการของประชาธปิ ไตยแบบตวั แทนในทางปฏบิ ัติ ไดแก
๒.๒.๔.๑ มีพรรคการเมืองเขาบริหาร
๒.๒.๔.๒ มกี ารเลอื กต้ังตามระยะเวลา
๒.๒.๔.๓ ปวงประชามีสทิ ธหิ ยอนบัตรลง
๒.๒.๔.๔ แสดงความจานงได้ ๑ บัตร
๒.๒.๔.๕ รฐั บาลโดยเสยี งสนับสนนุ จากผูแทน
๑๔
๒.๒.๔.๖ ไมแคนแมแพคะแนนเสียง
๒.๒.๔.๗ ไมบายเบยี่ งจากดั สิทธิทางการเมอื ง
๒.๒.๔.๘ สงเสริมเรื่องการแขงขัน ประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนในสภาพกลุมหลากหลาย -
สังคมท่ีมีกลุมหลากหลายหรอื มีความเปน พหสุ งั คม หมายถึง มกี ลุมหลากประเภท และ กลมุ หลายชนดิ
๒.๒.๕ ลักษณะของกลุมหลากหลายทช่ี วยผดงุ ประชาธิปไตย ไดแก
๒.๒.๕.๑ มกี ารรวมตัวกันขนึ้ เปนกลุมโดยสมัครใจ
๒.๒.๕.๒ กลมุ มีอายยุ นื ยาวพอสมควร
๒.๒.๕.๓ เปนกลุมอยางเปนกิจลักษณะพอสมควร
๒.๒.๕.๔ กลมุ จะตองมีการประชมุ และมีการดาเนนิ งานบอยคร้งั พอสมควร
๒.๒.๖ กลไกทสี่ งเสริมประชาธิปไตยในกลุมหลากหลายมดี ังนค้ี อื
๒.๒.๖.๑ ทาใหอานาจแยกกระจาย
๒.๒.๖.๒ เปนบทเรยี นหรือเปนแบบฝกหัดประชาธิปไตย
๒.๒.๖.๓ การเปนสมาชิกหลายกลุม (พหสุ มาชกิ ภาพ) ทาใหรจู กั ประนปี ระนอม
๒.๒.๗ ประชาธิปไตยในมิติอน่ื ๆ
๒.๒.๗.๑ ประชาธปิ ไตยทางสังคม (Social Democracy) เปนศพั ททใ่ี ชโดยทอคเกอวลิ ล
๒.๒.๗.๒ ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ (Economic Democracy) เปนศัพทที่ใชโดยผูนิยม
มารก ซสิ ตหมายถึงการกระจายรายไดใหทดั เทยี มกันในหมูประชาชนจานวนมาก
๒.๒.๗.๓ ประชาธิปไตยทางอุตสาหกรรม (Industrial Democracy) หมายถึงประชาธิปไตย
ใน ระดับโรงงานอุตสาหกรรม เชน การมสี หภาพแรงงาน สหพนั ธกรรมกร เปนตน
๒.๒.๗.๔ ประชาธิปไตยแบบถูกนา (Guided Democracy) เปนศัพทที่ใชโดยอดีต
ประธานาธิบดซี ู การโน ๑๘ ผูกอบกเู อกราชและบิดาผูสถาปนาอินโดนเี ซยี ยุคใหม
๒.๒.๗.๕ ประชาธิปไตยแบบเบสิก (Basic Democracy) เป นศัพท ที่ใช โดยอดีต
ประธานาธิบดอี า ยุบขาน (Ayub Khan) แหงปากีสถาน
๒.๒.๗.๖ หน าฉากประชาธิปไตย (Façade Democracy) หรือประชาธิปไตยแบบ
จอมปลอม
๒.๒.๗.๗ ประชาธิปไตยครง่ึ ใบ (Quasi Democracy) หรอื ไมเต็มใบ
๑๕
๒.๒.๖ ความเสมอภาคทางการเมอื ง
ในปจจุบันเปนที่ยอมรับกันแลววา สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งควรใหแกพลเมืองท่ี
บรรลุนิติภาวะทุกคนไมวาชายหรือหญงิ และโดยไมคานงึ ถึงความยากดีมจี นแตในอดตี หาไดเปนเชนนั้นไม
ท้ังน้ีเนื่องจากการยดึ หลักตางๆ
๒.๒.๖.๑ การมีทรัพยสิน เกิดขึ้นจากความเชื่อหรือแนวความคิดที่วา ผูมีทรัพยสินยอมมี
ความ รับผดิ ชอบ กลาวคือยอมไมออกเสียงเลอื กบุคคลโดยไมคดิ ใหรอบคอบ
๒.๒.๖.๒ การรูหนังสือ โดยเชื่อวาผูมีความรูยอมทาใหการออกเสียงเปนไปโดยถูกตองมาก
ยิ่งขึ้น ในอดีตสตรีจะไมมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ประเทศตางๆ เพิ่งเริ่มใหสิทธิแกสตรีในชวงหลัง
สงครามโลกครั้งที่ ๑ มานี้เทานั้น เชน สหรัฐอเมริกา ใหสิทธิสตรีในป ค.ศ. ๑๙๒๐ (หลังสงครามโลก ๑๒
ครั้งท่ี ๑ เพยี ง ๒ ป) ฝรงั่ เศสใหสิทธิสตรีในป ค.ศ. ๑๙๔๕ (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒) สวติ เซอรแลนด ซ่ึง
ถอื กันวาเปนประเทศที่เปนแบบอยางประชาธปิ ไตยก็เพ่ิงใหสิทธิสตรใี นป ค .ศ. ๑๙๗๑ หรอื เมือ่ ประมาณ
๓๐ ปมานี้เอง ประเทศที่เคยมีหรือมีประมุขของรัฐบาลเปนสตรี ไดแกประเทศ ปากีสถาน อินเดีย
ศรีลังกา อังกฤษ นิวซแี ลนดฟลิปปนสอินโดนีเซีย ฯลฯ
๒.๓ google
๒.๓.๑ ประวตั ิ google
วันที่ ๔ กันยายน ๑๙๙๘ บริษัทกูเกิ้ล Google ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกโดยในช่วงแรกของ
การก่อตั้งบริษัทมีพนักงานไม่ถึง ๑๐คน ชื่อของกูเกิ้ล (Google) มาจากคาเรียกนิพจน์คณิตศาสตร์ที่ใช้
เรยี กหมายเลข ๑ ตามด้วยเลขศนู ย์ ๑๐๐ ตวั หลังจากการก่อต้ังบริษัทได้ไม่นานในเดือนสิงหาคม ๑๙๙๘
แอนดี เบ็กโตลไชม์ (Andy Bechtolsheim) ผู้ร่วมกอ่ ตั้งบริษทั Sun Microsystems ได้ให้เงินลงทุนก้อน
สาคัญกับบริษัท Google มูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์และบริษทั Google ก็เริ่มเดินหน้าพัฒนาบริษัทโดย
มีสานักงานอยู่ที่ ชานเมืองเมนโลพาร์ก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย บริการค้นหาข้อมูลเสิร์ชเอนจินของ Google
แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วราวกับการระบาดของเชื้อไวรัสจ นมีผู้ใช้บริการหลายร้อยล้านคนท่ัว
โลก บริษัทเสนอขายหุ้นใหม่แก่สาธารณะเป็นครั้งแรก (NASDAQ) ๑๙ สิงหาคม ๒๐๐๔ และเป็นก้าว
กระโดดครั้งสาคัญ มูลค่าของบริษัทพุ่งทะยาน ปัจจุบันบริการต่าง ๆ ของ Google มีมากมายหลาย
ประเภท ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยบริการของ Google เอง เช่น บริการเสิร์ชเอนจิน (Search Engine) ค้นหา
ข้อมลู บริการกูเกลิ ด๊อกส์ (Google Docs) และการเข้าซือ้ กิจการ เช่น ยทู ูบ (Youtube) ระบบปฏบิ ัติการ
๑๖
แอนดรอยด์ (Android) บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แม้ว่าจะประสบความสาเร็จในหลายธุรกิจบนอาณาจักร
ของ Google แต่มีหลายบริการของ Google ที่ต้องปิดตัวไป เนื่องจากภาวะขาดทุนและไม่ก่อให้เกิด
รายได้ตามแผนงานท่วี างไว้เช่น บริการ Google+ สงั คมออนไลนโ์ ซเชียลเน็ตเวริ ์กท่ีบริษทั ตั้งเป้าล้มแชมป์
อย่าง Facebook บริการ Google+ เปิดตัวในปี ๒๐๐๑ และปิดตัวลงในปี ๒๐๑๘ พร้อมปัญหาการ
รั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้งานก่อนหน้าการปิดตัวไม่นาน ในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๐๑๕ ได้มีการปรับเปลี่ยน
โครงสร้างการบรหิ ารครง้ั สาคญั ในบรษิ ทั Google โดยได้กอ่ ตัง้ บรษิ ทั แหง่ ใหมช่ ่ือ แอลฟาเบต (Alphabet)
ทาหน้าที่เปน็ บรษิ ัทแม่ของบรษิ ัท Google และบริษัทย่อย ๆ ในเครือข่ายทั้งหมด ปัจจุบันบริษัท แอลฟา
เบต มีพนักงานมากกว่า ๑๐๓,๔๕๙ คนกระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงสานักงานในประเทศ
ไทย
๒.๓.๒ เว็บไซต์ Google (www.Google.com) เป็นเว็บไซต์ที่ให้ บริการในการค้นหาข้อมลในโลก
ขออินเตอร์เน็ตโดยคน้ หาขอ้ มลู จากข้อความหรอื ตวั อักษรท่ีพิมพ์เข้าไปแลว้ ทาการค้นหาข้อมูลรูปภาพหรือ
เว็บเพจทเ่ี ก่ียวข้องนามาแสดงผลเว็บไซต์Google ไดร้ บั ความนิยมอย่างมากในกลมุ่ ผใู้ ช้งานอินเทอรเน็ตท่ี
ตอ้ งการค้นหาขอ้ มูลเว็บไซต์Google แบง่ หมวดหมูข่ องการค้นหาออกเปน็ ๔ หมวดหมู่ดว้ ยกัน ดังน้ีคอื
๒.๓.๒.๑ เว็บ (Web) เป็นการค้นหาข้อมูลในรูปแบบของเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยการ
แสดงผลจะแสดงเว็บไซตท์ ่มี คี าที่เป็น Keyword อยภู่ ายเวบ็ ไซตน์ ัน้
๒.๓.๒.๒ รปู ภาพ (Images) เปน็ การคน้ หารปู ภาพจากการแปลคา Keyword
๒.๓.๒.๓ กลุ่มข่าว (News) เป็นการค้นหาข้อมูลที่เป็นเนื้อหาที่อยู่ในข่าวซึ่งมีการระบุช่ือ
ผู้เขียนข่าว,หวั ขอ้ ข่าว,วนั ที่และเวลาทโ่ี พสตข์ า่ ว
๒.๓.๒.๔ สารบบเว็บ (Web Directory) Google มีการจดประเภทของเว็บไซต์ออกเป็น
หมวดหมซู่ ง่ึ เราสามารถคน้ หาเว็บในเร่อื งทตี่ อ้ งการตามหมวดหมวกหมทู่ ี่มีอยู่ได้เลย
๒.๓.๓ ผลิตภัณฑ์ของgoogle
๒.๓.๓.๑ ซอฟตแ์ วร์เดสกท์ อป
๑) Google Talk ซอฟตแ์ วรเ์ มสเซนเจอร์และวโี อไอพี
๒) Google Earth ซอฟต์แวร์ดูภาพถ่ายผ่านดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศ
ภูมิประเทศของแตล่ ะประเทศของโลก
๓) Picasa ซอฟต์แวร์สาหรับดูภาพภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้งานคู่กับ
เวบ็ ไซต์ปกี าซา
๑๗
๔) Google Pack เป็นชุดซอฟต์แวร์พร้อมดาวน์โหลด ประกอบด้วย โปรแกรม
ของgoogleเองได้แก่ เดสก์ท็อป ปีกาซา ทูลบาร์ โฟโต้สกรีนเซฟเวอร์ เอิร์ธ ทอร์ก วิดีโอเพลย์เยอร์ และ
โปรแกรมอนื่ รวมถงึ ไฟร์ฟอกซ์ สตารอ์ อฟฟศิ อะโดบี รดี เดอร์ สไกป์
๕) Google Chrome ซอฟตแ์ วรเ์ บราว์เซอร์
๖) SketchUp ซอฟตแ์ วร์สาหรับวาดภาพสเกต็ ช์ และภาพ ๓ มติ ิ
๗) Google sky map ซอฟตแ์ วรท์ ใ่ี ช้ดู แผนทด่ี าว ตาแหนง่ ดาวเคราห์ และ ดาว
ฤกษ์ ของ กาแลก็ ซ่ีต่างๆๆ
๘) Google Map ซอฟต์แวรส์ าหรับค้นหาแผนท่บี นโลก
๒.๓.๓.๒ ดา้ นเอกสาร
๑) Google Docs ซอฟต์แวร์ที่ใช้เกี่ยวกับ การเก็บข้อมูล ภาพ ข้อมูล
เหมอื นกับ Microsoft word
๒) Google Sheet ซอฟต์แวร์ ที่ใช้เกี่ยวกับ การทาข้อมูล กราฟเส้น ต่างๆ
เหมือนกับ Microsoft Excel
๓) Google Slides ซอฟแวร์ ที่ใช้เกี่ยวกับ การน าเสนอ ข้อมูล ความรู้
เหมอื นกบั Microsoft power point
๔) Google Keep ซอฟแวร์ ที่ใช้เกี่ยวกับ การจดบันทึกสิ่งต่างๆหรือสิ่งสาคัญ
ซง่ึ เหมอื นการเก็บขอ้ มลู ใน สมุด หรอื ไดอารี่
๒.๓.๓.๓ บริการบนอินเทอร์เนต็
๑) Google Search เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต มี
ให้บริการมากกวา่ ๑๐๐ ภาษา
๒) Google Groups บริการเวบ็ บอร์ด และสร้างเวบ็ ไซต์ของกลุ่ม
๓) Google Image Search บริการคน้ หารปู ภาพออนไลน์
๔) Google Calendar บริการปฏิทินและจดวนั นัดหมาย
๕) Gmail บรกิ ารอเี มล
๖) Google Zeitgeist บริการเปิดให้ดูคาค้นหา คานิยม รูปแบบ และแนวโน้ม
ในการคน้ หาผา่ นGoogle Search
๗) Google Docs บริการใชง้ านซอฟต์แวร์สานักงานรวมถึง เวิรด์ สเปรดชีต พรี
เซนเตชัน ให้ผูใ้ ช้สามารถไดฟ้ รีออนไลน์ โดยเพม่ิ เติมความสามารถในการแชร์และให้ผู้ใชห้ ลายคนสามารถ
๑๘
แก้ไขไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้โดยผู้ใช้ โดยเริ่มพัฒนาจากซอฟต์แวร์ ไรต์รี (Writely) และ กูเกิลสเปรด
ชตี ส์ (Google Spreadsheet) เปิดให้บริการครง้ั แรกเม่อื ๑๗ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
๘) Google Translate บรกิ ารแปลข้อความผ่านเว็บไซต์ รวมถงึ แปลเว็บไซต์ทั้ง
หนา้
๙) Blogger บริการเขยี นบล็อก
๑๐) Blog Search บรกิ ารค้นหาบล็อก
๑๑) Picasa เว็บไซตเ์ กบ็ ภาพ ใช้งานคกู่ บั ซอฟต์แวรป์ ีกาซา
๑๒) Google Page บริการสรา้ งเว็บไซต์
๑๓) Google Notebok บริการสมุดบนั ทกึ ออนไลน์
๑๔) Google Maps บริการแผนท่ี ค้นหาท่อี ยู่ ค้นหาธุรกจิ และร้านอาหาร
๑๕) YouTube บรกิ ารแชรว์ ิดีโอ
๑๖) Google Video บรกิ ารคน้ หาวิดีโอออนไลน์
๑๗) Google Webmaster ให้บริการเครื่องมือสาหรับเวบ็ มาสเตอร์ ตรวจสอบ
เวบ็ ไซต์ ค้นหาดัชนีการค้นหาผ่านgoogle ตรวจสอบโรบอตไฟล์
๑๘) Google Scholar บริการคน้ หาวารสาร หนังสือ สิ่งตีพิมพท์ างวิชาการ
๑๙) Google Sky ดูดาว และระบบสรุ ยิ ะจักรวาลผา่ นเว็บไซต์
๒๐) Google Directory ค้นหาข้อมูลตามหมวดหมู่ ขอ้ มูลจาก ดีมอซ
๒๑) Orkut เครือขา่ ยสงั คมออนไลนล์ กั ษณะคลา้ ยกบั Facebook
๒๒) Google AdSense ใหบ้ รกิ ารโคด้ สาหรบั ติดตัง้ โฆษณาบนเวบ็ ไซต์ ทางานคู่
กบั แอดเวิรดส์
๒๓) Google AdWords บริการโฆษณาผ่านเวบ็ ไซตท์ ่ตี ดิ ตัง้ แอดเซนส์
๒๔) Google Analytics บริการนับสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ พร้อมระบบวิเคราะห์
ผูใ้ ชง้ าน
๒๕) Google Play บริการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการของgoogleผ่านทางชื่อ
โดเมนส่วนตัว โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้เช่น จีเมล แคเลนเดอร์ ทอล์ก ด็อกส์ โดยมีการ
ใหบ้ ริการทงั้ ฟรแี ละเสยี เงนิ
๒๖) iGoogle ในชื่อเดิม เพอร์เซอนอลไลส์ ให้บริการทาหน้าเริ่มต้นในการเข้า
ชมเวบ็ ไซต์ โดยสามารถนาเวบ็ ฟดี และแกด็ เจต็ จากเวบ็ อนื่ มารวมได้
๑๙
๒๗) Google guru เชิญให้สมาชิก Gmail เข้ามาตั้งคาถามและตอบคาถามได้
โดยมีคะแนนทท่ี างgoogleใหเ้ ม่อื เข้ามาที่google สามารถใช้ตั้งคาถามได้ เปน็ เวอรช์ ันทดลองให้ไปลองใช้
กนั พบแต่ในประเทศไทยเทา่ นน้ั (ปัจจุบันปิดใช้งานแล้ว)
๒๘) Google Music บริการฟังเพลง-ดาวน์โหลดเพลงออนไลน์จากgoogle ใน
เบื้องตน้ เปิดใชเ้ ปน็ ทางการเฉพาะประเทศสหรฐั อเมริกา
๑๙) Stadia บริการเกมออนไลนท์ ี่เลน่ เกมผา่ นเกมคลาวดโ์ ดยใช้โครมเปน็ ตวั เลน่
๒.๓.๔ ความหมายของ google form
Google Form เป็นส่วนหนึ่งในบริการของกลุ่ม Google Docs ที่ช่วยให้เราสร้าง
แบบสอบถามออนไลน์ หรือใช้สาหรับรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการใช้
งาน Google Form ผู้ใช้สามารถนาไปปรับประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบอาทิ เช่น การทาแบบฟอร์ม
สารวจความคิดเห็น การทาแบบฟอร์มสารวจความพึงพอใจ การทาแบบฟอร์มลงทะเบียน และการ
ลงคะแนนเสียง เปน็ ตน้
๒.๓.๔.๑ องค์ประกอบของ google form
ระบบเอกสารสเปรดชตี งานนาเสนอแบบฟอร์มและภาพประกอบงานนาเสนอ
ออนไลน์ การทางานร่วมกนั แบบเรยี ลไทม์เครอ่ื งมือการคน้ หา
๒.๓.๔.๒ บทบาทของ google form
Form ใน Google Drive เป็นการสร้างแบบฟอร์มที่ต้องการคาตอบจาก
ผตู้ อบ เพราะการทางานของ Form น้ันเมอ่ื เราทาการสง่ ไปถึงผู้รบั โดยใหผ้ รู้ ับตอบและส่งคาตอบกลับมา
เราจะสามารถรู้ว่าผู้ที่ตอบแบบฟอร์มได้เลอื กคาตอบ หรือตอบอะไรบ้าง แต่ผู้ที่ตอบแบบสอบถามจะไม่รู้
วา่ คาตอบที่ตัวเองตอบน้ันผดิ หรือถกู ซงึ่ ประโยชนน์ ีส้ ามารถนาไปใช้ได้กบั การทาแบบสอบถามออนไลน์ได้
เช่นกันผลกระทบทางลบ Google Formต้องใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลาการประยุกต์ใช้ในด้านการเรียน
Google formนอกจากจะฟรีและใช้ง่ายแล้ว สามารถสร้างแบบสอบถามหรือฟอร์มนี้ ยังส่งถึงผู้รับได้
หลายช่องทาง เช่น ใส่ฟอร์มหรือใส่ลิงค์ของฟอร์มเข้าไปพร้อมอีเมล์ นาฟอร์มไปใส่ไว้ในหน้าบล็อกหรือ
หน้าเว็บเพจก็ได้การประยุกต์ใช้ด้านการประกอบอาชีพ Google formสามารถนาฟอร์มไปใส่ไว้ในหน้า
บลอ็ กหรอื หนา้ เวบ็ เพจก็ได้
๒๐
ภาพท่ี ๒.๑ ตวั อย่าง Google Form
๒.๓.๕ ขอ้ ดขี องการทาแบบสอบถามออนไลน์
๒.๓.๕.๑ กระจายข้อมูลได้ทั่วถึงและสามารถเข้าถึงได้เร็วกว่าการที่เราทาแบบสอบถาม
ออนไลน์จะช่วยให้มีโอกาสได้ผู้เข้าร่วมแบบสอบถามที่ทั่วถึงกว่า ไม่ใช่แค่เพียงในพื้นที่ที่เราสามารถเดิน
แจกแบบสอบถามเท่านั้น อีกทั้งเรายังส่งแบบสอบถามให้ผู้ที่อยู่ภูมิภาคอื่นไปจนถึงผู้ที่อาศัยอยู่
ตา่ งประเทศสามารถทาแบบสอบถามใหเ้ ราได้ในเวลาอนั รวดเร็วอีกดว้ ย
๒.๓.๕.๒ ประหยัดงบประมาณการพิมพ์แบบสอบถามในรปู แบบกระดาษย่อมมีค่าใช้จ่าย
และแน่นอนว่ายิ่งเยอะยิ่งเห็นความแตกต่าง เพราะฉนั้นการทาแบบสอบถามในรูปแบบออนไลน์จะ
ประหยดั งบประมาณได้เป็นจานวนมาก
๒.๓.๕.๓ สามารถยกตัวอย่างให้เห็นรูปธรรมมากขึ้นหากเราต้องการให้ผู้ตอบ
แบบสอบถามไดเ้ หน็ ส่ิงที่เราต้องการจะส่ือมากข้ึน เชน่ หากทาแบบประเมิณผลงานบางอยา่ งท่ีเป็นสิ่งของ
กส็ ามารถใสภ่ าพหรอื วดิ ีโอของสง่ิ ของนน้ั ๆ ลงไปในแบบสอบถามออนไลน์ไดเ้ ลย
๒.๓.๕.๔ ขอ้ มลู ถกู จัดเก็บอย่างเป็นระเบียบหากข้อมลู มคี วามสาคัญ การจัดเก็บเอกสารก็
ยิ่งมีสาคัญตามไปด้วย การที่เอกสารข้อมูลถูกจัดอย่างเป็นระเบียบในบัญชี Google จะยิ่งง่ายต่อการ
คน้ หา
๒.๓.๕.๕ สามารถนาข้อมูลไปใช้ต่อได้สะดวก เราสามารถนาผลลัพธ์ จากการทา
แบบสอบถามออนไลน์ไปใช้ต่อได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพราะเราสามารถ Export ข้อมูลผลลัพธ์ออกมา
เปน็ ไฟลเ์ พือ่ นาไปใชต้ อ่ ไดเ้ ลย
๒๑
๒.๓.๕.๖ นอกจากเป็นแบบสอบถามยังใช้ทาการสอบย่อยแบบออนไลน์ได้อีกด้วย เรา
สามารถใช้ Google Form เพื่อสร้างข้อสอบสาหรับการสอบย่อยได้ โดยที่ผู้ทาข้อสอบสามารถตรวจ
คาตอบไดท้ นั ทีอกี ด้วย
๒.๓.๖ ข้อควรระวงั ในการใช้งาน
ระวังการลืมลงชื่อออก (Log-out) เม่ือทาการลงชื่อเขา้ ใช้ (Log-in) ในคอมพวิ เตอร์หรือ
อุปกรณ์สาธารณะ: เนื่องจาก Google Form ค่อนข้างสะดวกในการเช็คข้อมูล ซึ่งอาจทาให้บางครั้งเรา
ต้องการเข้าไปดูความคืบหน้าว่าแบบสอบถามของเรามีคนตอบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราอาจจะใช้งานผ่าน
คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณส์ าธารณะแล้วอาจลืมลงชื่อออก (Log-out) ได้ แลว้ ถ้าหากท่านใดทีใ่ ช้อีเมลหลัก
เป็นบัญชีเดียวกันแล้วด้วยนั้น ให้พึงระวังไว้เสมอว่าบัญชีที่ใช้ควรเก็บรักษาให้ดี เพราะหากมีใครเข้าถึง
บญั ชีจากการท่ีเราเปดิ ดูฟอร์มท้งิ ไว้กเ็ ทา่ กับเคา้ สามารถเขา้ ถึงข้อมูลอเี มลของเราได้เชน่ กัน
๒.๓.๗ การใช้ Google Form
เพอื่ สรา้ งแบบสอบถาม Online Google Form เป็นบรกิ ารจากบริษทั Google ใช้สร้าง
แบบสอบถามหรือรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถนามาประยุกต์ใช้ได้หลาย
กรณี เช่น - การวางแผนการจัดงานตา่ ง ๆ - การสารวจความพงึ พอใจหรือความเห็น - การเก็บขอ้ มูลแทน
การกรอกแบบฟอร์มกระดาษ - การทาแบบทดสอบ - การลงคะแนนเสียง ขั้นตอนการทาแบบสอบถาม
ออนไลน์
๒.๓.๗.๑ ใหล้ งช่ือเขา้ ใช้ Google Account เพ่ือใช้บริการของ Google
ภาพที่ ๒.๒ วธิ กี ารสมัคร Google
๒๒
๒.๓.๗.๒ เมอ่ื สมัครสมาชิกบญั ชี Google เรยี บร้อยเเล้วใหล้ งชอื่ เขา้ ใชง้ านให้คลกิ ไอคอน
ขวามอื เเลว้ เลอื กท่ีฟอร์ม
ภาพท่ี ๒.๓ วิธีการใช้ Google form
๒.๓.๗.๓ จากนั้นจะเจอหน้าสรา้ งเเบบฟอรม์ จะมีเเบบฟอร์มสาเร็จรูปตา่ งๆ ใหเ้ รา
เลือกใช้งานมากมาย หรอื เราสามารถสรา้ งเเบบฟอร์มเองไดโ้ ดยคลิกท่ี ดังรูปต่อไปนี้
ภาพท่ี ๓.๔ วิธกี ารสร้างเเบบฟอร์มสาเรจ็ รูป
๒.๓.๗.๔ ขนั้ ตอนการเเนะนาการใช้เคร่ืองมือตา่ งๆ
๑) ต้งั ชอ่ื Form
๒) ตั้งชื่อรองของ Form
๓) อธบิ ายแบบ Form
๒๓
ภาพที่ ๒.๕ ขน้ั ตอนการตง้ั ช่ือแบบฟอร์ม
๒.๓.๗.๕ เลือกประเภทคาตอบ ตามที่ตอ้ งการ
๑) ชือ่ – นามสกุล
๒) คาถามปลายเปดิ
๓) เลอื กตอบไดเ้ พยี ง ๑ คาตอบ
๔) เลอื กตอบได้มากกวา่ ๑ คาตอบ
๕) Drop down list เลือกได้ ๑ คาตอบ
๖) อัพโหลดไฟล์
๗) แบบใหค้ ะแนน
๘) แบบเลือก วัน/เวลา – วันท่ี/เวลา
ภาพที่ ๒.๕ วธิ ีการเลือกประเภทคาตอบ
๒๔
๒.๓.๗.๖ การใช้เครือ่ งมือต่างๆหรือเลอื กธมี เปล่ยี นสี ได้ดังน้ี
๑) เลอื ก Theme รปู แบบท่ีตอ้ งการ
๒) เพิ่มคาถาม
๓) เพ่มิ ชอ่ื หรือ เพ่ิมหัวข้อ
๔) เพม่ิ รูปภาพ
๕) เพิ่มวดิ ีโอ
๖) เพม่ิ ส่วน / แบง่ หน้า
ภาพที่ ๒.๗ วิธีการใช้เครอ่ื งมือตา่ งๆ
๒.๓.๗.๗ เม่ือได้ธีมหรือข้อมลู เเบบฟอรม์ ท่ีเราตอ้ งการเเล้ว เราสามารถกด Preview โดย
คลกิ ที่ไอคอนรปู ตาเพ่ือดหู น้าเเบบฟอร์มของผ้ทู าเเบบทดสอบได้
๒๕
ภาพท่ี ๒.๘ วิธกี ารดูหนา้ เเบบฟอร์มของผู้ทาเเบบทดสอบ
๒.๓.๗.๘ เมอ่ื คลกิ ที่ รูปตา แล้วจะแสดงหนา้ ทเี่ ป็นผทู้ าแบบสอบถามทา
ภาพท่ี ๒.๙ รปู เเบบฟอรม์ ของผูท้ าเเบบทดสอบ
๒.๕ การเลือกตงั้ ในระบอบประชาธิปไตย
๒.๕.๑ ความหมายของการเลือกตัง้
การเลือกตั้ง คือ การที่ราษฎรใช้สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน เพื่อทา
หน้าที่แทนตนในการปกครองแต่ละระดับของประเทศ เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการ
เลอื กตงั้ สมาชิกสภาจังหวัด เป็นต้น
การเลอื กต้ังทเ่ี ปน็ ประชาธปิ ไตยนั้นตอ้ งเป็นการเลือกตั้งโดยเสรี
กล่าวคือต้องเปิดกว้างให้อิสระในการตัดสินใจทั้งในแง่ของผู้ส มัครและผู้ออกเสียงทั้งนี้ต้องเป็นไปโดย
บรสิ ทุ ธ์แิ ละยตุ ิธรรมไมม่ ีการชี้นาหรอื บงั คับใหเ้ ลอื ก
๒.๕.๒ ความสาคัญของการเลอื กตัง้
ประชาชนเป็นผู้มีอานาจในการปกครองประเทศแต่ในสภาพสังคมปัจจุบันยอมเป็นไป
ไม่ได้ที่ประชาชนทุกคนจะทาหน้าที่ปกครองประเทศพร้อมๆกัน จึงมีความจาเป็นต้องเลือกผู้แทนของตน
เขา้ ไปทาหน้าทีแ่ ทนตน และประชาชนสามารถเปลีย่ นผู้แทนซงึ่ ใช้อานาจแทนตนไดโ้ ดยเลือกผู้ท่ีตนเห็นว่า
ประโยชน์แก่ส่วนรวมตามแนวทางที่ตนต้องการโดยพิจารณาจากนโยบายของผู้สมัครหรือพรรคของ
ผสู้ มคั ร
๒๖
๒.๕.๓ การเลอื กตัง้ ผู้แทนในระดบั ตา่ ง ๆ
การเลอื กตง้ั ในประเทศไทยมหี ลายระดบั ตั้งแตร่ ะดับหมบู่ ้าน กลา่ วคอื
๒.๕.๓.๑ ระดับหมู่บา้ น คอื การเลือกผู้ใหญบ่ า้ นกรรมการหมบู่ า้ นและสมาชกิ สภาท้องถน่ิ
๒.๕.๓.๒ ระดับตาบล คอื กานนั ผบู้ ริหารท้องถิ่น
๒.๕.๓.๓ ระดบั อาเภอ คือสมาชิกสภาเทศบาลและสมาชกิ สภาเมอื งพัทยา
๒.๕.๓.๔ ระดับจังหวัด คือ สมาชิกสภาจังหวัด และการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ซึ่งไดแก่การ
เลอื กต้งั ผ้วู ่าราชการกรุงเทพมหานคร การเลอื กตง้ั สมาชิกสภา กทม. และการเลือกต้งั สมาชกิ สภาเขต
๒.๕.๓.๕ ระดบั ชาติ คือ การเลอื กต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร, สมาชกิ วฒุ ิสภา
๒.๕.๔ คณุ สมบตั ขิ องผู้มี สิทธิเลอื กตง้ั
๒.๕.๔.๑ คณุ สมบัตผิ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั สมาชิกสภาท้องถ่นิ และผู้บรหิ ารทอ้ งถ่นิ
๑) มีสัญชาติไทยแต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติ
ไทยมาแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ ห้าปี
๒) มีอายุไม่ตา่ กว่าสบิ แปดปีบรบิ ูรณใ์ นวันท่ี ๑ มกราคมของปที ม่ี ีการเลือกตง้ั
๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า
หนึง่ ปีนับถึงวนั เลือกตงั้
๔) คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองกาหนดในกรณีที่มี
การยา้ ยทะเบียนบ้านออกจากเขตเลือกตั้งหนึง่ ไปยังอีกเขตเลอื กต้ังหน่ึงภายในองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
เดียวกันอันทาให้บุคคลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวัน
เลือกตั้งให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านคร้ัง
สุดทา้ ยเปน็ เวลาตดิ ตอ่ กนั ไม่น้อยกวา่ หน่งึ ปี
๒.๕.๕ การใช้ดลุ พนิ ิจในการเลือกต้งั
๒.๕.๕.๑ ในการเลือกต้งั ต้องคอยตดิ ตามประวัติและข่าวคราวเก่ยี วกบั ผูส้ มคั รอย่เู สมอ
๒.๕.๕.๒ ตรวจดวู ่ามสี ทิ ธ์ิเลือกผู้แทนได้กีค่ น
๒.๕.๕.๓ จาหมายเลขผู้สมคั รท่ีต้องการเลอื กใหไ้ ด้เม่ือรบั บตั รเลือกต้งั แลว้ เดนิ เข้าคหู า
๒๗
๒.๕.๕.๔ ทาเครอ่ื งหมาย X (กากบาท) ในช่องทาเครื่องหมายในบตั รเลือกต้งั ให้ตรง
เคร่ืองหมาย(หมายเลข) ของผู้สมคั ร
๒.๕.๕.๕ พับบัตรเลือกตั้งให้กรรมการหย่อนลงในหีบบัตรต่อหน้าตนเองข้อสาคัญต้อง
เลือกคนที่มีความจริงใจและเสียสละเพื่อส่วนรวมมีความรู้ ความสามารถและมีอาชีพสุจริตเป็นหลักเป็น
แหล่งแน่นอนไมค่ วรเลือกผู้ท่มี เี บอ้ื งหลังไม่สจุ รติ และซื้อขายเสยี ง
๒.๕.๖ ผลเสยี ของการซ้ือขายเสยี ง
สาหรับการซ้อื ขายเสยี ง นับเป็นอนั ตรายอย่างยง่ิ ของการเลือกตั้งในทุกระดับ เพราะไม่ได้
หวังที่จะเข้ามาเพื่อช่วยสังคมส่วนรวมอย่างจริงใจเป็นเพียงทางผ่านและผลประโยชน์ของตนหรือเข้ามา
เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ตามวิถีทางของเขาโดยไม่สนใจผลประโยชนข์ องชาติและประชาชนคนเหล่าน้ีจะ
ไม่เห็นใครสาคัญกว่าตนเอง และประโยชน์ของตน ซึ่งไม่ควรจะให้มีโอกาสเขาจัดการผลประโยชน์ของ
ประเทศชาติและประชาชนอยา่ งเด็ดขาด
๒.๕.๗ การป้องกันการซ้ือขายเสยี ง
หนทางป้องกันการซื้อขายเสียงก็อยู่ที่ประชาชนที่จะต้องคานึงอยู่เสมอว่าอานาจของ
ประชาชนเปน็ อานาจศักดส์ิ ิทธจ์ิ ะซื้อขายกันไม่ได้และช่วยกันโดย
๒.๕.๗.๑ ไม่รบั เงินหรือสง่ิ แลกเปล่ยี น
๒.๕.๗.๒ ตอ่ ต้านการซ้อื เสยี งทุกชนดิ ในการเลือกตั้งทกุ ระดบั
๒.๕.๗.๓ ถ้าพบเห็นการซื้อขายเสียงให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและช่วยเป็นพยานให้กับทาง
เจา้ หน้าที่
๒.๕.๗.๔ แนะนาคนในครอบครวั หรือเพ่ือนบ้านให้เห็นภัยของการซื้อขายเสยี งและรวมกัน
รณรงค์ต่อต้าน
๒.๕.๗.๕ ชักชวนกนั ไปใชส้ ิทธิใหม้ าก ๆ
๒.๕.๘ การรณรงคใ์ ห้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกต้งั
การรณรงค์ให้ประชาชนเลือกตั้งให้ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะช่วยสังคม โดยชี้ให้เห็น
ความสาคัญของการเลือกตั้งแต่การรณรงค์ไม่จาเป็นต้องรณรงค์เฉพาะช่วงที่จะมีการเลือกตั้งเท่านั้น แต่
สามารถทาได้ในทุกโอกาส เช่น
๒๘
๒.๕.๘.๑ การติดตามขา่ วสารของผู้แทนมาเผยแพร่แกป่ ระชาชน
๒.๕.๘.๒ การติดตามพฤติกรรมแนวความคิด และการตัดสินใจของผู้แทนที่มีต่อนโยบาย
สาธารณะมาเผยแพร่
๒.๕.๘.๓ การจับกลุ่มสนทนาปัญหาของบ้านเมือง การเสริมสร้างความรู้เกี่ยว
กับประชาธปิ ไตยและการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่
๒.๕.๘.๔ ชม/ฟังการถ่ายทอดเสียงการประชุมสภาฯ สิ่งเหล่านี้จะทาให้ประชาชนรู้สึกว่า
เร่ืองการเลอื กตง้ั เปน็ ส่ิงใกล้ตวั มีผลกระทบกับประชาชนโดยตรง
๒.๕.๙ ประชาชนควรทาอยา่ งไรเมอื่ มกี ารเลอื กต้ัง
การใช้ดุลพินิจในการเลือกต้ังจึงเป็นสิ่งสาคัญเราคงจะเลือกโดยเห็นแก่พรรคพวกหรือ
เกรงใจเพราะเปน็ คนรู้จักกนั หรือมีคนมาขอร้องให้เลือกไม่ได้อีกแล้ว และโดยเฉพาะการเลือกต้ังท่ีเห็นแก่
อามสิ สินจ้างเป็นการกระทาทเี่ ลวรา้ ย ประชาชนจึงควรพจิ ารณาใหถ้ อ่ งแท้โดย
๒.๕.๙.๑ พิจารณานโยบาย/จดุ ยนื ของพรรคว่าเปน็ ไปตามแนวทางท่ีเราต้องการหรือไม่
๒.๕.๙.๒ พิจารณาตัวบุคคลผู้สมัครโดยดูประวัติความเป็นมาว่าเป็นคนดีมีจุดยืนเคียงข้าง
ประชาชนและสงั คมส่วนร่วมหรือไม่
๒.๕.๙.๓ พิจารณาถึงบทบาทในทางสังคมและด้านต่าง ๆ ของผู้สมัครและพรรคที่สังกัด
อย่างไรก็ตาม เม่ือมกี ารเลือกตงั้ ทุกคนตอ้ งปฏบิ ัตใิ นหนา้ ท่ีของพลเมือง 4 ประการ คอื
๑) ไปใช้สิทธิเ์ ลอื กตั้งทุกคร้งั
๒) ชักชวนคนอื่นไปใช้สทิ ธิ์เลอื กตั้งโดยอสิ ระ
๓) สอดส่องดแู ลไมใ่ ห้มกี ารโกงเลอื กต้งั
๔) หากรูเ้ ห็นว่ามีการโกงเลอื กต้ังหรอื ซือ้ ขายเสยี งใหแ้ จ้งเจ้าหน้าที่ทนั ที
๒.๕.๑๐ หากประชาชนไม่ไปใช้ สิทธิในการเลือกตั้งจะเสียสิทธิดังตอ่ ไปนี้
ผทู้ ่ีไม่ไดไ้ ปใชส้ ิทธิเลอื กตั้งและไม่ได้แจง้ เหตุอนั สมควรจะเสยี สิทธิ ดงั นี้
๒.๕.๑๐.๑ สิทธิยน่ื คารอ้ งคดั ค้านการเลือกตง้ั ส.ส. และ ส.ว.
๒.๕.๑๐.๒ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ส.
ส.ว. สมาชกิ สภาทอ้ งถ่นิ และผบู้ ริหารท้องถ่ิน
๒.๕.๑๐.๓ สิทธิสมคั รรับเลอื กเปน็ กานัน และผู้ใหญ่บา้ น
๒๙
บทที่ ๓
การดำเนินโครงการ
โครงการเสริมสร้างประชาธปิ ไตย (Project) มีวัตถุประสงค์ (๑) เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาใช้
สิทธิในการออกเสียง (๒) เพื่อสร้างความสามัคคีให้ชมรมวิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (๓) เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ทางด้านสิทธิของนักเรียนนักศึกษา ในการดำเนินโครงการครอบคลุม
หัวข้อดังนี้ (๑) การศึกษาข้อมูลเบื้อต้น (๒) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง (๓) ชั้นตอนการเตรียมงาน
(๔) เคร่ืองมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล (๕)การวิเคราะห์ข้อมูลโครงการ และ(๖) สถิติที่ใช้ในการ
วิเคราะห์ข้อมลู
๓.๑ ขน้ั ตอนการเตรยี มโครงการ
๓.๑.๑ ศึกษาคน้ ควา้ จากเอกสารตำราและสอื่ อ่ืนๆ
๓.๑.๒ คณะผู้จัดทำร่วมกันออกแบบสอบถามโดยใช้ความรู้จากการศึกษาเรื่อง โครงการ
เสริมสร้างประชาธปิ ไตย
๓.๑.๓ สำรวจกลุ่มเปา้ หมายและจัดทำโครงร่างแบบสอบถาม
๓.๒ ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
๓.๒.๑ ประชากร
นักเรยี น นกั ศกึ ษาสาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกิจดจิ ิทัล จำนวน ๒๓๐ คน
๓.๒.๒ กลมุ่ ตวั อย่าง
กล่มุ ตวั อยา่ งที่ใช้จัดทำโครงการในครง้ั นี้ ไดแ้ ก่ นกั เรยี น นกั ศกึ ษาสาขาวิชาเทคโนโลยี
ธุรกิจดิจิทัล ระดับชั้น ปวช. ๓ กลุ่ม ๒ ปวส. ๒ กลุ่ม ๒ และอาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
จำนวน ๖๓ คน
๓.๓ ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน
การดำเนินงาน ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
มถิ ุนายน กรกฎาคม สิงหาคม
รายงาน พฤษภาคม กนั ยายน
1. เสนอโครงการ
2. ขออนุมัตโิ ครงการ
3. ดำเนนิ การโครงการ
4. ประเมินผลโครงการ
ตารางที่ ๓.๑ แสดงขนั้ ตอนการดาเนินงาน
๓๐
๓.๔ เครือ่ งมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวมขอ้ มลู
๓.๔.๑ เครื่องมือท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังนี้ เป็นเครื่องมือเชิงปริมาณ (Quantitative Research)
เปน็ แบบสอบถามทผี่ ้จู ัดทำโครงการสรา้ งขนึ้ จำนวน ๑ ฉบบั โดยยดึ ตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละกรอบแนวคิด
ในการวิจยั แบ่งออกเป็น ๓ ขัน้ ตอน
ตอนที่ ๑ เป็นแบบสอบถามปัจจัยบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ
สถานะและระดบั การศกึ ษา
ตอนที่ ๒ เป็นแบบสอบถาม การจัดทำโครงการการเสริมสร้างประชาธิปไตย (Project)
มีลักษณะเปน็ แบบสอบถามแบบมาตรฐานส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) แบ่งเปน็ ๕ ระดับ โดยค่า
แตล่ ่ะดบั มคี วามหมายดงั นี้
ระดบั ความพึงพอใจ ๕ หมายถงึ มีความพึงพอใจมากทีส่ ุด
ระดบั ความพึงพอใจ ๔ หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมาก
ระดบั ความพงึ พอใจ ๓ หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจปานกลาง
ระดบั ความพึงพอใจ ๒ หมายถึง มคี วามพึงพอใจนอ้ ย
ระดับความพึงพอใจ ๑ หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจนอ้ ยทสี่ ุด
ตอนที่ ๓ ขอ้ เสนอแนะการจัดทำโครงการการเสรมิ สรา้ งประชาธปิ ไตย (Project)
๓.๔.๒ การสรา้ งเคร่ืองมือที่ใช้ในการจัดเก็บรวบรวมขอ้ มลู มดี งั น้ี
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดทำโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย
ผู้จดั ทำโครงการได้สรา้ งขน้ึ เองตามข้ันตอนดงั นี้
(๑) การกำหนดขอบเขตเนื้อหาสาระของแบบสอบถามโดยกำหนดเนื้อหาสาระที่นำมา
สรา้ งแบบสอบถาม ให้เห็นขอบเขตของคำถามท่ีสอดคล้องกบั วตั ถุประสงคแ์ ละควบคุมเร่ืองที่จะศึกษา
โดยคำแนะนำจากครทู ีป่ รกึ ษาโครงการ
(๒) ศึกษาแนวทางทฤษฎีหลักการสร้างแบบสอบถามจากเอกสาร ตำรา บทความทาง
วิชาการ
(๓) ศึกษาวิธีสร้างแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) สร้าง
แบบสอบถามฉบับร่าง โดยเขียนข้อความให้สอดคล้องกับตัวแปลที่ศึกษาให้ครบถ้วนตามโครงการ
สรา้ ง ๕ ระดบั คอื ระดับมากท่สี ดุ ดี ปานกลาง นอ้ ยและนอ้ ยที่สดุ
(๔) ดำเนินการสร้างแบบสอบถามข้ึนมาให้ครอบคลมุ กับการจัดทำโครงการเสริมสรา้ ง
ประชาธิปไตย
๓๑
(๕) ตรวจสอบคุณภาพแบบสอบถามเบื้องต้น โดยให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการและ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบพิจารณา เพื่อความเที่ยงตรงของเนื้อหา และความถูกต้องในสำนวนภาษาที่ใช้
เพื่อให้คำถามครอบคลุมและสอดคลองกับวัตถุประสงค์ของงานโครงการ และปรับปรุงแก้ไขตาม
คำแนะนำของครูท่ปี รึกษาโครงการ
(๖) จัดทำแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ ตามคำแนะนำของครูที่ปรึกษานำมาจัดทำ
แบบสอบถามฉบับสมบรู ณเ์ พอื่ นำไปใช้ต่อไป
๓.๕ การวเิ คราะหข์ ้อมูลโครงการ
๓.๕.๑ วเิ คราะห์ขอ้ มูลเชงิ ปริมาณการจัดทำโครงการเสรมิ สรา้ งประชาธปิ ไตย ซงึ่ มีข้อมลู ดงั นี้
๓.๕.๑.๑ วิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ ๑ ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามโดย
แจกแจงความถ่ี และการหาค่าร้อยละ
๓.๕.๑.๒ วิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ ๒ โดยหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแลว้
นำมาเทยี บเกณฑ์ ต่อไปนี้
ค่ารอ้ ยละ ๔.๕๐ – ๕.๐๐ หมายถงึ ความคดิ เหน็ อยู่ในระดับดีมาก
ค่าร้อยละ ๓.๕๐ – ๔.๔๙ หมายถึง ความคิดเห็นอยใู่ นระดับดี
ค่ารอ้ ยละ ๒.๕๐ – ๑.๔๙ หมายถึง ความคดิ เหน็ อยูใ่ นระดบั พอใช้
คา่ รอ้ ยละ ๑.๕๐ – ๒.๔๙ หมายถงึ ความคิดเห็นอยู่ในระดับนอ้ ย
คา่ ร้อยละ ๑.๐๐ – ๑.๔๙ หมายถึง ความคดิ เห็นอยใู่ นระดับน้อยทสี่ ดุ
๓.๕.๑.๓ วเิ คราะห์ขอ้ มูลตอนที่ ๓ ข้อมลู เชิงคณุ ภาพ ข้อเสนอแนะของนักเรยี น
เกย่ี วกับโครงการเสริมสรา้ งประชาธิปไตย ดงั นี้
สรุปหาข้อมลู นำมาสังเคราะห์และสรุปตามข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา
ปรับปรุงและแก้ไขให้ดียิง่ ข้นึ ให้กบั คณะผจู้ ัดทำโครงการในครง้ั ต่อไป
๓.๖ สถติ ิท่ใี ชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมลู
ในการจัดทำโครงการเสริมสรา้ งประชาธปิ ไตย สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู แบ่งออกได้ ดงั น้ี
การหาค่าสถติ พิ ื้นฐาน คอื ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และคา่ เบย่ี งเบนมาตรฐานทีไ่ ด้ โดยใชส้ ูตร
๓.๖.๑ ค่าสถติ ิร้อยละ
fx100
สูตร P = n
เมอื่ P แทน คา่ ร้อยละ
F แทน จำนวนหรือความถี่ท่ีตอ้ งการหาคา่ ร้อยละ
N แทน จำนวนขอ้ มลู ทัง้ หมด
๓๒
๓.๖.๒ การหาคา่ เฉลี่ย (X)
x
สตู ร N
เม่อื X แทน คะแนนตวั กลางเลขคณิต
แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน
N แทน จำนวนคะแนนในข้อมูลน้นั
๓.๖.๓ การหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การวเิ คราะหส์ ว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
สูตร S.D. = N
(Xi − X)2
i =1
N −1
S.D. แทน คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอยา่ ง
แทน ผลรวม
N แทน จำนวนคนในกลุ่มตวั อยา่ ง
X แทน ค่าเฉลยี่ ของกลุ่มตวั อย่าง
Xi แทน คะแนนแตล่ ะค่า
บทท่ี 4
การวิเคราะหข์ ้อมูล
๔.๑ ผลการดาเนนิ การ
การวิเคราะห์ขอ้ มูลทั่วไปจากการติดตามประเมนิ ผลโครงการเสริมสร้างประชาธิปไตย ผู้ประเมิน
การวิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายตามลาดับ ดังนี้ ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ตอนที่ ๒ ความพึงพอใจ
ด้านต่าง ๆ ของโครงการ ตอนท่ี ๓ ขอ้ เสนอแนะ ผตู้ อบแบบประเมิน จานวน ๓๓๖ คน
ตอนที่ ๑ ขอ้ มลู ทั่วไปของแบบสอบถาม
ตารางท่ี ๔.๑ แสดงเพศผตู้ อบแบบสอบถาม
ลาดบั ที่ เพศ จานวน (คน) รอ้ ยละ
๑ ชาย ๑๑๐ ๒๕.๐๐
๒ หญิง ๒๒๐ ๗๕.๐๐
๓๓๐ ๑๐๐
รวมทัง้ ส้นิ
แผนภมู ิแสดงอายขุ องผูต้ อบแบบสอบถาม
เพศชาย
๒๕.๐๐%
เพศหญิง
๗๕.๐๐%
ภาพที่ ๔.๑ แสดงแผนภมู แิ สดงเพศผู้ตอบแบบสอบถาม
แผนภูมิท่ี ๔.๑ แสดงจานวนร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ ทเ่ี ขา้ ร่วมโครงการ
เสรมิ สร้างประชาธปิ ไตย และสง่ แบบสอบถามกลบั ดังนี้ เพศชายคิดเป็นร้อยละ ๒๕.๐๐ ของประชากร
ทัง้ หมดและเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ ๗๕.๐๐ ของประชากรท้ังหมด