STATIVE
VERB
STATIVE VERB
BY
Thitirat Promsorn
Siwaboot Sanpakdee
COMMUNICATION ART
ETLHEEMKEENYTS
01 MEANING
02 CATEGORY
HIGHLY CREATIVE
01 MEANING
STATIVE VERB
STATIVE VERB
Stative verb หรอื State verb คือคํากรยิ าแสดงสภาวะที
เกียวกับ ความรูส้ ึก , ความคิด , ความสัมพันธ์, ประสาทสัมผัส, สภาวะ
ความเปนอยู่และ การวัดหรอื การประมาณค่า เรยี กได้ว่าเปนกรยิ าทีเปน
นามธรรม หรอื Abstractverb ซึงคํากรยิ าในกลุ่มนีโดยปกติแล้วจะใช้
ในSimpleTense เท่านัน และจะไม่ใช้ในรูปเติม–ing ใน
Continuous
Tense
CATEGORY
STATIVE VERB
02
CATEGORY
Stative verb แบ่งเปน 6 ประเภท ดังนี
1. คํากรยิ าแสดงประสาทสัมผัสการรบั รู้ เช่น Feel (รูส้ ึก, คิดว่า), Hear
(ได้ยิน), See (เห็น), Smell (ได้กลิน), Sound(เกิดเสียง), Taste(ได้รส, รูร้ ส)
ตัวอย่าง
I don’t feel that this is a good idea.
(ฉันไม่คิดว่านีเปนความคิดทีดี)
The spaghetti sauce smells so good.
(ซอสสปาเก็ตตีกลินหอมจัง)
Do you hear the noise?
(คุณได้ยินเสียงอะไรไหม?)
CATEGORY
2. คํากรยิ าแสดงสภาวะทางความคิด เช่น Believe (เชือว่า), Doubt(สงสัย),
Forget (ลืม), Know(รู)้ , Mean(มีความหมายต่อ..., มีความสาํ คัญต่อ...), Realize (รู,้ สาํ นึก),
Recognize(จาํ ได้, รูจ้ ัก), Remember (จาํ ได้),Suppose (ทึกทักเอาเอง), Think(คิดว่า),
Understand (เข้าใจ)
ตัวอย่าง
She doesn't believe me at all.
(เธอไม่เชือฉันเลย)
Tom recognized Pim as soon as she came into the room.
(ทอมจาํ พิมได้ทันทีทีเธอเข้ามาในห้อง)
He understands Japanese.
(เขาเข้าใจภาษาญีปุน)
CATEGORY
3. คํากรยิ าแสดงความเปนเจ้าของ เช่น Belong (เปนของ), Own (มี, เปน
เจ้าของ), Have(มี),Possess (มี, เปนเจ้าของ)
ตัวอย่าง
This book belongs to him.
(หนังสือเล่มนีเปนของเขา)
I don’t have a spare shirt.
(ฉันไม่มีเสือสาํ รองไว้น่ะ)
CATEGORY
4. คํากรยิ าแสดงอารมณ์หรอื ความรูส้ ึก เช่น Adore (ชืนชอบ),Astonish (ทําให้ประหลาด
ใจ), Enjoy(สนุก), Envy(อิจฉา), Fear(กลัว), Hate(เกลียด), Like(ชอบ), Love(รกั ),
Mind(รงั เกียจ),Please (พอใจ),Prefer (ชอบ),Surprise (ประหลาดใจ), Wish(อยาก)
ตัวอย่าง
I adore you.
(ฉันชอบคุณนะ)
I don't mind sharing my room.
(ฉันไม่รงั เกียจการแชรห์ ้องของฉันหรอก)
My brother prefers reading books to watching television.
(น้องชายของฉันชอบอ่านหนังสือมากกว่าดูทีวี)
CATEGORY
5. คํากรยิ าแสดงการวัดหรอื การประมาณค่า เช่น Contain (บรรจุ), Cost
(คํานวณราคา), Equal(ทําให้เท่ากัน, เท่ากับ), Measure (วัดปรมิ าณ), Weigh
(นาํ หนัก)
ตัวอย่าง
That CD costs 500 Baht.
(ซีดีนันราคา 500 บาท)
I only weighed 45 kilograms when I was in high school.
(ฉันหนัก 45 กิโลกรมั เท่านัน ตอนทีฉันอยู่มัธยมปลาย)
CATEGORY
6. คํากรยิ าแสดงสภาวะอืนๆ เช่น Be (is,am, are), Exist (มีอยู่), Owe (เปนหนี),
Require (ต้องการ), Seem(ดูเหมือนว่า)
ตัวอย่าง
Life cannot exist without water.
(ชีวิตไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากนาํ )
We owe her a lot.
(พวกเราเปนหนีเธอมากเหลือเกิน)
CATEGORY
**อย่างไรก็ตาม มีคํากรยิ าบางคําทีเปนได้ทัง Stativeverb และ Dynamic
verb ดังนันเวลานาํ ไปใช้ต้องระวัง!!ต้องแยกว่าเปนกรยิ าแบบไหน เพราะถ้าเปน
Stative verb จะนาํ ไปใช้ใน Continuous Tense ไม่ได้ (เติม –ing ไม่ได้) แต่ถ้า
เปน Dynamic verb สามารถเติม –ing ได้ ซึงความหมายก็จะแตกต่างออกไป เช่น
See
See ทีเปน Stativeverb หมายถึง เห็นด้วยตา, เข้าใจ เช่น
I see something
moving. (ฉันเห็นบางสิงกําลังเคลือนไหว)
I see what you mean. (ฉันเข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร)
See ทีเปน Dynamic
verb หมายถึง พบ, คบหากับ... เช่น
I’m seeing Pim
tomorrow. (พรุง่ นีฉันจะพบกับพิม)
I’m seeing someone. (ฉันกําลังคบหาใครบางคน)
STVAETRIVBE
STATIVE VERB
THANKS
A LOT