1
2 สารจากปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีนโยบายการปรับจุดสำคัญ (Refocus) โดยใช้กลไกการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่มุ่งเน้นการพัฒนาสังคมแบบองค์รวม ลดการมุ่งเน้นแต่ภารกิจของตนเอง และยกระดับการทำงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการโดยให้บริการสวัสดิการสังคมของทุกกรม ณ จุดเดียว เป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) อันครอบคลุมบริการสวัสดิการ สังคมและบริการอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับประชาชนอย่างหลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ผ่านการขับเคลื่อน “ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล” และส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของเครือข่ายเพื่อช่วยแก้ปัญหากลุ่มเปราะบางแบบครบวงจร สามารถตอบสนองต่อสภาพปัญหาและ ความต้องการของครัวเรือนเปราะบางและประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและประชาชนอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
3 คำนำ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาคน และสังคมให้มีคุณภาพเต็มศักยภาพ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างเสริมเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม รวมถึงการจัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ เพื่อให้ประชาชน มีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต ซึ่งหน่วยงานระดับกรมในสังกัด พม. มีการขับเคลื่อนภารกิจในด้านการ จัดสวัสดิการสังคม พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตาม กลุ่มเป้าหมาย โดยมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับจังหวัดขึ้น เช่น ศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) เป็นต้น เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการให้บริการแก่ประชาชน กลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยในทุกมิติแบบองค์รวม ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงมีนโยบาย ในการพัฒนาศูนย์พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับจังหวัด ให้เป็น “ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตำบล” เพื่อยกระดับการทำงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการโดยให้บริการสวัสดิการสังคมของทุกกรม ณ จุดเดียว เป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) อันครอบคลุมบริการสวัสดิการ สังคมและบริการอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับประชาชนอย่างหลากหลาย และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว คู่มือการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล จัดทำขึ้นเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทีม พม. จังหวัด ภายใต้แนวคิด บ้านเดียวกัน (One Home) และภาคีเครือข่าย ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมา หลักการ องค์ประกอบ และขั้นตอนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกัน ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชนอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พฤศจิกายน 2564
4 สารบัญ หน้า คำนำ 3 ส่วนที่ 1 ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 6 ความเป็นมาของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 6 แนวคิดของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 8 วัตถุประสงค์ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 8 กลุ่มเป้าหมายของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 9 ประโยชน์ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 9 ส่วนที่ 2 การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 11 ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 11 เป้าหมายการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 13 การบูรณาการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 14 แผนปฏิบัติการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 15 โครงสร้างและองค์ประกอบของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 18 ภารกิจและบทบาทหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 20 กระบวนการรับเรื่องศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 21 เครื่องมือการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 23 ส่วนที่ 3 กระบวนการดำเนินงานและบริการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 25
5 สารบัญ (ต่อ) หน้า ภาคผนวก 75 รายชื่อศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 75 แบบรายงานผล 76 บรรณานุกรม 79
6 ส่วนที่ 1 ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ความเป็นมาของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เป็นเป้าหมายใหญ่ ของการขับเคลื่อนประเทศเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อความสุข ของคนไทยทุกคน การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติจะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่าง การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมใน 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 “ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์” โดยมีเป้าหมายให้สังคมไทย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตและมุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพ ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ วัยแรงงาน และวัยผู้สูงอายุ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ มีทักษะความรู้ เป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ได้ด้วยตนเองในทุกช่วงวัย และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 “ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม” ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้าง ความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศในทุกระดับ รวมถึงเพิ่มความสามารถ ของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเอง และการจัดการตนเอง เพื่อสร้างสังคมคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม จึงเป็นแนวทางประการหนึ่งที่มุ่งพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องและ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์” และ “ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม” และสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ พม. 20 ปี (พ.ศ.2561 - 2580) รวมถึงการปรับรูปแบบการทำงานเป็นทีม การเชื่อมโยงและบูรณาการทรัพยากรในการบริหารให้เกิด ความคุ้มค่า มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ต่อส่วนรวม สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมถึงการสร้างความเป็นธรรม และลดความ เหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ และเป็นการเพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังในการพัฒนา คุณภาพชีวิตประชาชน รวมถึงเพิ่มความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเอง และการจัดการ ตนเอง เพื่อสร้างสังคมคุณภาพ ผ่านการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการบริการคนทุกช่วงวัย และบูรณาการ การบริการสวัสดิการสังคมของทุกกรมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ จุดเดียว และเป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) การลดความซ้ำซ้อนและ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้เข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม มีความทันสมัย และ พร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกัน
7 และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ความเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิบัติการ พม. 20 ปี นโยบายกระทรวง พม. กับการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1. ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง 2. ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน 5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ แผนปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) 1. พัฒนาศักยภาพคน ครอบครัว ชุมชน ให้มีความเข้มแข็งและ สร้างระบบที่เอื้อต่อ การพัฒนาคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี 2. สร้างหลักประกัน ทางสังคมที่ครอบคุลมและ เหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ 3. ส่งเสริมภาคีเครือข่าย อย่างเป็นระบบ สู่การเป็นหุ้นส่วน ทางสังคม 4. ยกระดับองค์กร สู่การเป็นผู้นำ ทางสังคม ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล วิสัยทัศน์ : สร้างสังคมดี คนมีคุณภาพ ประเด็นยุทธศาสตร์ นโยบายกระทรวง พม. : การขับเคลื่อนระดับพื้นที่ (Area Based) ด้วยศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ยุทธศาสตร์ชาติ 3. ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และ 4. ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาสและ ความเสมอภาคทางสังคม แผนปฏิบัติการ พม. 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)
8 ดังนั้น ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เป็นการพัฒนาและยกระดับศูนย์พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่/จังหวัด ได้แก่ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป และศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ให้เป็นศูนย์กลางบูรณาการความร่วมมือในการ บริการสวัสดิการสังคมสำหรับคนทุกช่วงวัย โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน และเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา และบริการสังคมแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) รวมถึง เป็นศูนย์กลางการบริการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Service Center) สำหรับให้บริการ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แนวคิดของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ได้นำแนวคิดการพัฒนาการให้บริการสังคมแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และแนวคิดการใช้ชุมชนเป็นฐานในการให้บริการ มาประยุกต์ใช้ในการ พัฒนาและยกระดับศูนย์พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่/จังหวัดให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล เพื่อจัดสวัสดิการสังคมให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยในทุกมิติแบบองค์รวม วัตถุประสงค์ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1. เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการบริการสวัสดิการสังคมสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย 2. เพื่อบูรณาการการบริการสวัสดิการสังคมของทุกกรมในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) 3. เพื่อลดความซ้ำซ้อนด้านทรัพยากรในการบริหารจัดการการจัดสวัสดิการสังคม ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเข้าถึง สวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม 4. เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมาย และ ประชาชน
9 กลุ่มเป้าหมายของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ประกอบด้วย ประชาชนทุกช่วงวัย ในชุมชน ได้แก่ 1. เด็กและเยาวชน 2. สตรีและครอบครัว และแม่เลี้ยงเดี่ยว 3. คนพิการ 4. ผู้สูงอายุ 5. คนไร้ที่พึ่ง และผู้ทำการขอทาน 6. ผู้ประสบปัญหาทางสังคม 7. ครัวเรือนเปราะบาง 8. ประชาชนทั่วไป ประโยชน์ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ประโยชน์ต่อประชาชน 1. ประชาชนทุกวัยในชุมชน สามารถเข้าถึงบริการสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม 2. ประชาชนทุกวัยในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประโยชน์ต่อครอบครัว 1. เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว นำไปสู่ชุมชนและสังคมเข้มแข็ง 2. ส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว ประโยชน์ต่อชุมชน 1. เกิดการระดมทรัพยากร และความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและบริการสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชน และเชื่อมโยง คนทุกวัยให้ได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 2. มีศูนย์กลางในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสังคมในทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ 3. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมสำหรับประชาชนในรูปแบบใหม่ๆ และเป็นการพัฒนา ตามความสามารถ ความสนใจ และทักษะ รวมถึงส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนัก และให้ความสำคัญในการ ดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมความช่วยเหลือและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ในพื้นที่
10 ประโยชน์ต่อสังคม 1. ทำให้ปัญหาสังคมลดน้อยลง และสังคมดีขึ้น 2. ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และแก้ไขปัญหาความยากจน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
11 ส่วนที่ 2 การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนา ระบบบริหารจัดการ เพื่อให้บริการอย่างครอบคลุม ทั่วถึง และอำนวยประโยชน์สุขแก่ประชาชน ทั้งการบริหาร ราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาระบบการให้บริการที่เน้นการพัฒนาและ แก้ไขปัญหาความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชน มุ่งผลสัมฤทธิ์ และความคุ้มค่า ประชาชนได้รับ ประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง กระทรวง พม. ได้มีแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตำบล เพื่อบูรณาการโดยให้บริการสวัสดิการสังคมของทุกกรมในสังกัด พม. ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม ลดความซ้ำซ้อนของระบบบริหารจัดการในการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเป็นรูปธรรม อำนวยความสะดวก ให้ประชาชนในการเข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล มีขั้นตอนดังนี้ 1. การเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1.1 ระดับกระทรวง - การมีคณะกรรมการส่งเสริมการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล - สนับสนุนการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และ ประชาชน - การสนับสนุนคู่มือและเครื่องมือแก่ผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ ทีม พม. จังหวัด (One Home) และคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1.2 ระดับกรม - การสนับสนุน กำกับ ติดตามให้เกิดการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในพื้นที่ รับผิดชอบ จำนวน 26 จังหวัดนำร่อง ดังนี้
12 การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล (ระดับกรม) กรม จำนวน จำนวน กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) 5 จังหวัด เชียงใหม่ นครสวรรค์ อุดรธานี นครนายก สมุทรสงคราม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) 5 จังหวัด แพร่ อุตรดิตถ์ นครราชสีมา อำนาจเจริญ ปัตตานี กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) 5 จังหวัด สุโขทัย สุรินทร์ อ่างทอง สิงห์บุรี พังงา กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) 6 จังหวัด เชียงราย พิษณุโลก สงขลา ร้อยเอ็ด นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) 5 จังหวัด ขอนแก่น บุรีรัมย์ ยโสธร อุบลราชธานี ภูเก็ต 1.3 ระดับพื้นที่ - การประสานความร่วมมือการทำงานในพื้นที่ ทั้งทีม พม. จังหวัด (One Home) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษาในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน 2. ทีม พม. จังหวัด ภายใต้แนวคิดบ้านเดียวกัน (One Home) ดำเนินการคัดเลือกพื้นที่ เพื่อจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล โดยพิจารณาจากต้นทุนความพร้อม ความสนใจ ความเหมาะสม ของศูนย์พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่/จังหวัด เช่น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป และศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) เป็นต้น พร้อมแจ้งรายชื่อศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทราบ 3. การชี้แจงสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ให้แก่ ผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ได้แก่ ทีม พม. จังหวัด (One Home) คณะกรรมการศูนย์พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่/จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (อพม.) สภาเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดประชุมหรือจัดเวทีประชาคม เพื่อเผยแพร่และสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมา ความสำคัญ และรูปแบบการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล พร้อมทั้ง คัดเลือกคณะกรรมการ/คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 5. การเตรียมการด้านสถานที่ในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 6. แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนด แนวทางการดำเนินงาน การจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม และแสวงหาความร่วมมือจากภาคีองค์กร
13 เครือข่ายในชุมชน รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตำบลอย่างต่อเนื่อง 7. การวิเคราะห์ชุมชน และสำรวจ/จัดทำฐานข้อมูลระดับตำบล 8. การจัดทำแผนการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล โดยมีการกำหนดแผนงาน โครงการ และกิจกรรม ที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมาย อย่างชัดเจน 9. การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการ และกิจกรรมของศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตำบล ภายใต้คณะกรรมการ/คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 10. การประชาสัมพันธ์การดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็น ที่รู้จักของประชาชนและสาธารณะ 11. การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลอย่างต่อเนื่อง และ รายงานผลการดำเนินงานให้ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ทราบ 12. การถอดบทเรียนการขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เพื่อนำผล จากการถอดบทเรียนไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลต่อไป เป้าหมายการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เป้าหมาย ปี พ.ศ. 2565 26 จังหวัด จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ร้อยละ 100 50 จังหวัด จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ร้อยละ 50 เป้าหมาย ปี พ.ศ. 2566 50 จังหวัด จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ร้อยละ 100
14 การบูรณาการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล การบูรณาการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เป็นการบูรณาการศูนย์พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่/จังหวัด ได้แก่ ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และศูนย์พัฒนา ครอบครัวในชุมชน และศูนย์อื่นๆ ของภาคีเครือข่าย เช่น สภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาองค์กรชุมชนตำบล กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฎหมายแก่ประชาชน เป็นต้น เพื่อให้เป็น ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกัน ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ (ศพอส.) ศูนย์อื่นๆ ของภาคีเครือข่าย เช่น สภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาองค์กรชุมชนตำบล กองทุนสวัสดิการ ชุมชนตำบล สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฎหมายแก่ประชาชน ภาคเหนือ 7 จังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร อุดรธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ภาคกลาง 4 จังหวัด นครนายก สมุทรสงคราม อ่างทอง สิงห์บุรี ภาคใต้ 6 จังหวัด สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ปัตตานี ภูเก็ต พังงา
การจัดตั้ง (1 ตุลาคม 2 ที่ กิจกรรม ต.ค. 64 พ.ย. 64 ธ.ค. 64 1 การเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนศูนย์ ช่วยเหลือสังคมตำบล / 2 คัดเลือกพื้นที่เพื่อจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตำบล โดยพิจารณาจากต้นทุนความพร้อม ความสนใจ ความเหมาะสม พร้อมแจ้งรายชื่อ ศูนย์ฯ ให้กระทรวง พม. ทราบ / 3 การชี้แจง สร้างความเข้าใจในแนวทางการ ดำเนินงานให้ผู้บริหารท้องถิ่น และ คณะกรรมการศูนย์พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่/จังหวัด /
15 แผนปฏิบัติการ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 2564 – 30 กันยายน 2565) ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ ม.ค. 65 ก.พ. 65 มี.ค. 65 เม.ย. 65 พ.ค. 65 มิ.ย. 65 ก.ค. 65 ส.ค. 65 ก.ย. 65 ทีม พม. จังหวัด (One Home) ทีม พม. จังหวัด (One Home) ทีม พม. จังหวัด (One Home)
ที่ กิจกรรม ต.ค. 64 พ.ย. 64 ธ.ค. 64 4 จัดประชุมหรือจัดเวทีประชาคม เพื่อเผยแพร่ ความเป็นมา ความสำคัญ รูปแบบการจัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล และสร้างความ เข้าใจในการจัดตั้งศูนย์ฯ พร้อมทั้งคัดเลือก คณะกรรมการ/คณะทำงานศูนย์ฯ / 5 การเตรียมการด้านสถานที่ในการจัดตั้งศูนย์ ช่วยเหลือสังคมตำบล 6 แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมเพื่อทำหน้าที่ในการ กำหนดแนวทางในการดำเนินงาน จัดทำ แผนงาน โครงการ กิจกรรม และแสวงหา ความร่วมมือจากภาคีองค์กรเครือข่ายในชุมชน รวมถึงการส่งเสริม สนับสนุนให้การดำเนินงาน ศูนย์ฯ ต่อเนื่อง /
16 ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ ม.ค. 65 ก.พ. 65 มี.ค. 65 เม.ย. 65 พ.ค. 65 มิ.ย. 65 ก.ค. 65 ส.ค. 65 ก.ย. 65 อปท.ร่วมกับทีม พม. จังหวัด (One Home) และภาคี เครือข่าย อปท.ร่วมกับทีม พม. จังหวัด (One Home) และภาคี เครือข่าย อปท. และพื้นที่
ที่ กิจกรรม ต.ค. 64 พ.ย. 64 ธ.ค. 64 7 การจัดทำแผนการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล / 8 การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการ และกิจกรรมของศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล 9 การประชาสัมพันธ์การดำเนินศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบลให้เป็นที่รู้จักของประชาชน และ สาธารณะ 10 การติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เป็นระยะ และรายงานให้กระทรวงฯ และ ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ 11 การถอดบทเรียนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
17 ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ ม.ค. 65 ก.พ. 65 มี.ค. 65 เม.ย. 65 พ.ค. 65 มิ.ย. 65 ก.ค. 65 ส.ค. 65 ก.ย. 65 คณะกรรมการ/ คณะทำงานศูนย์ ช่วยเหลือสังคม / / / / / / / ศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบลและ ภาคีเครือข่าย ในชุมชน / / / / / / / / ศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล / ทีม พม. จังหวัด (One Home) / ศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล และ ทีม พม. จังหวัด (One Home)
18 โครงสร้างและองค์ประกอบของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล มีการขับเคลื่อนดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส คนเร่ร่อน และผู้ทำการขอทาน ซึ่งมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้กลไกความร่วมมือระดับกระทรวง จังหวัด และพื้นที่ 1. โครงสร้างศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล (ที่มา : กรมกิจการผู้สูงอายุ ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2564)
19 1. กลไกความร่วมมือระดับกระทรวง การบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน ภาครัฐ เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง ทั้งด้านข้อมูล ด้านสังคม ด้านการศึกษา ด้านที่อยู่อาศัย ด้านอาชีพและการมีงานทำ และด้านท่องเที่ยวและชุมชน สำหรับหน่วยงานที่มีการบูรณาการการทำงาน โดยเป็น หน่วยงานที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 จำนวน 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน ดังนี้1) สำนักนายกรัฐมนตรี 2) กระทรวงมหาดไทย 3) กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4) กระทรวงศึกษาธิการ 5) กระทรวงกลาโหม 6) กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 7) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 8) กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์9) กระทรวงพาณิชย์ 10) กระทรวงวัฒนธรรม 11) กระทรวงแรงงาน 12) กระทรวงสาธารณสุข 13) กรุงเทพมหานคร 2. กลไกความร่วมมือระดับจังหวัด ประกอบด้วย 1) คณะทำงานขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคม ประจำจังหวัด 2) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 3) ทีม พม. จังหวัด ภายใต้แนวคิด บ้านเดียวกัน (One Home) 4) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 5) มหาวิทยาลัย 6) ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ 7) สมาคม / ชมรม / องค์กรคนพิการ 8) องค์กรกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) 9) หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR) 10) หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง 3. กลไกความร่วมมือระดับพื้นที่ ประกอบด้วย 1) คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 2) ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) / ชมรมผู้สูงอายุ3) ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) 4) ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป / ผู้แทนคนพิการ / องค์กรคนพิการ 5) สภาเด็กและเยาวชนตำบล 6) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) 7) อาสาสมัครต่างๆ 8) สภาองค์กรชุมชน 9) โรงเรียน 10) วัด / องค์กรศาสนา 11) วิสาหกิจชุมชน 12) หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ 13) กองทุนสวัสดิการชุมชน กลไกความร่วมมือของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
20 องค์ประกอบของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล (ที่มา : กรมกิจการผู้สูงอายุ ข้อมูล ณ เดือน ตุลาคม 2564) ภารกิจและบทบาทหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ภารกิจและบทบาทหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล มีดังนี้ 1. สำรวจ/วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูล 2. ดำเนินการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายตามสภาพปัญหาและความต้องการ และประสาน ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร 3. จัดสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย 4. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกมิติ 5. เป็นศูนย์กลางการบูรณาการความร่วมมือในการบริการสวัสดิการสังคมคนทุกช่วงวัย
21 กระบวนการรับเรื่องศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กระบวนการรับเรื่อง ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ผู้ประสบปัญหาทางสังคม และประชาชน Walk In หรือติดต่อผ่านทาง Application ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เวรปฏิบัติงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยใช้แบบรับคำร้องเบื้องต้น หรือ แบบสอบผู้ประสบปัญหาทางสังคม วิเคราะห์สภาพปัญหา และความต้องการรับการช่วยเหลือ กลุ่มเป้าหมายที่ขอรับบริการ และภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเรื่องต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการประสานเรื่องเพื่อส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเรื่อง และมอบหมายผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา รวมถึงให้คำแนะนำปรึกษา รายงานผลการดำเนินงาน
22 ตัวอย่าง กระบวนการรับเรื่อง ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา (ที่มา : ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา)
23 เครื่องมือการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เครื่องมือการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เช่น 1. ระบบการบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) เกณฑ์คุณภาพชีวิต 5 มิติ ระบบการบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการศึกษา ด้านรายได้ ด้านการเข้าถึง บริการภาครัฐ (ที่มา : https://www.tpmap.in.th/)
24 2. สมุดพกครอบครัว 3. Family Line 4. เว็บไซต์ “Violence” ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (www.violence.in.th)
25 ส่วนที่ 3 กระบวนการดำเนินงานและบริการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กระบวนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เป็นกระบวนที่เน้นบูรณาการการบริการ สวัสดิการสังคมของทุกกรมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม ลดความซ้ำซ้อนของระบบบริหารจัดการในการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และอำนวยความสะดวกให้ ประชาชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม กระบวนการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กระบวนการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีดังนี้ ระดับกรม ที่ กรม รายละเอียด เดือน 1 กรมกิจการสตรี และสถาบัน ครอบครัว (สค.) 1. จัดประชุมถอดบทเรียนทีมวิทยากรครอบครัว node ที่เข้า รับการอบรม 10 รุ่น และขยายผลให้ทีมวิทยากรครอบครัว node ให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์ ช่วยเหลือสังคมตำบล ตุลาคม 2564 2. จัดประชุมชี้แจงยอดเงินงบประมาณโอนจัดสรรในปี 2565 ให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ในงบเงินอุดหนุนและงบดำเนินการ ของกรม สค. โดยศูนย์ ช่วยเหลือสังคมตำบล และ Family line เป็นเครื่องมือการ ทำงานการดูแลครัวเรือนเป้าหมายตามโครงการบรูณาเพื่อ การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ตุลาคม 2564 3. การยก (ร่าง) หลักสูตร e-leaning ของศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล และการจัดปฏิทินอบรมหลักสูตรเฉพาะ ของแต่ละเดือน พฤศจิกายน 2564 4. การนำข้อมูลเข้าในระบบ sorporkor.dwf.go.th ได้แก่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล/รายชื่อ อพม. /ปฏิทินงาน /ระบบ e-leaning/ระบบรายงานผล หรือการข้อมูลเข้าในระบบ Family line ได้แก่ คู่มือกระบวนการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว ธันวาคม 2564
26 เป้าหมาย (Goal) 1. ข้อมูลในระบบ Sorporkor เป็นปัจจุบัน 2. การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) 10 ล้าน (ไตรมาส 1) 3. วิทยากรครอบครัว (Node) สนับสนุนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขับเคลื่อนงาน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ตามเป้าหมาย 4. ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) เข้าใจบทบาท ภารกิจและบริการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หมายเหตุ : การพัฒนาระบบข้อมูลใน sorporkor.dwf.go.th ซึ่ง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มีเว็บไซต์ สามารถพัฒนา เพื่อรองรับการทำงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เพื่อให้เกิดการบรูณาการและมีระบบ ดิจิทัลในกระบวนงาน จึงขอหารือกรมต่างๆ ได้แก่ หลักสูตร e-leaning ข้อมูลงานบริการ กองทุน เงินอุดหนุน รายชื่อ อพม. และแนวทางการติดตามรายงานผล
27 ระดับกรม (ต่อ) ที่ กรม รายละเอียด เดือน 2 สำนักงาน ปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคม และความมั่นคง ของมนุษย์ (สป.) 1. ดำเนินการให้ พมจ. ทบทวนข้อมูลศูนย์ของกระทรวง พม. ที่อยู่ในจังหวัด พร้อมแจ้งชื่อ ที่อยู่ ผู้ประสาน ที่ชัดเจน เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลสำหรับการให้บริการหน่วยงาน และประชาชน และกำหนดกรอบการทำงาน ตุลาคม 2564 2. การชี้แจง สร้างความเข้าใจแก่จังหวัดในการขับเคลื่อน การดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล พฤศจิกายน 2564 3 กรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการ (พส.) การประสานหน่วยงาน โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เรื่อง การจดทะเบียนเป็นองค์สาธารณประโยชน์ ให้กับ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล และหลักสูตร อพม. สำหรับ คณะทำงานศูนย์ฯ และการสมัครเป็น อพม. พฤศจิกายน 2564 4 กรมกิจการ ผู้สูงอายุ (ผส.) - การยกระดับศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ (ศพอส.) ให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล - การขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับทีม พม. จังหวัด (One Home) และพื้นที่ รวมถึงภาคีเครือข่าย พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป 5 - กรมกิจการเด็ก และเยาวชน (ดย.) - กรมส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการ (พก.) - สถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) - การเคหะ แห่งชาติ(กคช.) การขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับทีม พม. จังหวัด (One Home) และพื้นที่ รวมถึงภาคีเครือข่าย พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป
28 ระดับพื้นที่ การขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1. ด้านสถานที่ รูปแบบการจัดสถานที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1. ควรพิจารณาอาคาร สถานที่ที่มีอยู่เดิมในชุมชน และปรับปรุงตามความเหมาสมต่อการใช้ ประโยชน์ เช่น สถานที่ในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล วัด สถานีอนามัย อาคารโรงเรียน หรือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในตำบล ซึ่งประชาชนในชุมชน ตำบล สามารถเดินทางมาใช้บริการได้อย่างสะดวก และ ระยะทางไม่ห่างจากชุมชนมากจนเกินไป เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกิจกรรมและบริการภายในศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว 2. ควรมีการจัดสถานที่ให้สะอาด ปลอดภัย เป็นสัดส่วน และถูกสุขลักษณะตามความเหมาะสม และบริบทของพื้นที่ 3. การดำเนินงานตามมาตรการป้องกัน ควบคุมการระบาดของเชื้อติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในมาตรการพื้นฐานอย่างครบถ้วน เช่น ระบบการคัดกรอง โดยจัดให้มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิผู้ปฏิบัติงาน และผู้มาติดต่องานก่อนเข้าในพื้นที่ของสถานที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล และต้องไม่อนุญาตให้เข้า หากมี อุณหภูมิ ร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส และต้องให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่องาน พบแพทย์ทันทีการจัดจุด ล้างมือ พร้อมสบู่และน้ำหรือจัดเจลแอลกอฮอล์ ล้างมือ อย่างเพียงพอและทั่วถึง การสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ทั้งในและนอกสถานที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 4. ควรกำหนดจุดลงทะเบียนในการขอรับบริการ และมีการกำหนดผังหรือป้ายที่แสดง รายละเอียดของสถานที่ให้บริการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลอย่างชัดเจน 5. การปรับปรุงสถานที่ทำงานให้สามารถระบายอากาศได้ดีขึ้น เช่น การเพิ่มระบบระบายอากาศ ให้มีการหมุนเวียนอากาศมากขึ้นหรือ การเพิ่มความถี่ ในการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างน้อย 2 เดือน ต่อครั้ง เป็นต้น
29 6. การกำหนดจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยตั้งอยู่บริเวณ ด้านหน้าของอาคาร และกำหนดบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่มาใช้บริการของ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เช่น ผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รวมถึงการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ผ่านทาง Application เช่น Line 1300 , Family Line 7. การจัดสถานที่โดยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ ผ่านการเชื่อมต่อบริการ ด้วยระบบ Internet 8. การจัดทำป้ายชื่อของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลอย่างชัดเจน 9. การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร สถานที่ให้เหมาะสมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ เช่น ทางลาด ราวจับ และบริการ Wheel chair เป็นต้น 10. การจัดทำปฏิทินกิจกรรม โดยบูรณาการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลร่วมกับเครือข่าย ในพื้นที่ 11. การจัดเวรเจ้าหน้าที่ หรืออาสาสมัครที่มีจิตอาสา รับเรื่องราวร้องทุกข์ และขับเคลื่อน โครงการ/กิจกรรมภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล อย่างต่อเนื่อง 12. การพัฒนาระบบบริการ และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
30 ตัวอย่าง ศูนย์ช่วยเหลือสังคมเทศบาลตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
31 จุดตรวจวัดอุณหภูมิของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก (ที่มา : ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก)
32 สถานที่ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต (ที่มา : ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต)
33 2. ด้านการบริหารจัดการ หลักการในการบริหารจัดการ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1. ใช้แนวทางการ กระบวนการปฏิบัติงานในแต่ละกลุ่มเป้าหมายตามที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และทีม พม. จังหวัด (One Home) รวมถึงตามที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กำหนดในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 2. การดำเนินงานเน้นการประสานและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชนในพื้นที่ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 3. การติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และทีม พม. จังหวัด (One Home) รวมถึงตามที่ศูนย์ ช่วยเหลือสังคมตำบลกำหนด 4. การรายงานผลการดำเนินงานให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ ทีม พม. จังหวัด (One Home) หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 1. ประชาชน และกลุ่มเป้าหมาย มีความพึงพอใจ เนื่องจากสามารถเข้าถึงบริการของทุกกรมใน สังกัดกระทรวง พม. และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน และประชาชน เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง เนื่องจากไม่ต้องเดินทางมาที่จังหวัด 2. ภาคีเครือข่าย เช่น อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) สภาเด็กและ เยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถสนับสนุนและทำหน้าที่ในการประสานเชื่อมโยง การให้ความ ช่วยเหลือ และส่งต่อกลุ่มเป้าหมาย และผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เกิดการขับเคลื่อนงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องสามารถส่งต่องาน/ภารกิจใน พื้นที่อย่างรวดเร็ว
34 การบริหารจัดการ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล การบริหารจัดการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีดังนี้ 1. คณะกรรมการ คณะกรรมการ/คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล คณะกรรมการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือตำบล แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย 1. กระทรวง : คณะกรรมการส่งเสริมการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ซึ่งมีองค์ประกอบ มาจากผู้แทนทุกกรมในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ในการศึกษา ส่งเสริม พัฒนาศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล รวมถึงการบูรณาการและการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ และคุ้มค่า และ ส่งเสริม พัฒนาให้การขับเคลื่อนศูนย์เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล โดยกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการบริการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Center) รวมถึงการพัฒนาและออกแบบบริการ กระบวนการให้บริการ การบริหารจัดการที่สอดคล้อง เหมาะสม และประสานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนการขับเคลื่อน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสม และสามารถให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชน ตลอดทุกช่วงวัย 2. จังหวัด : คณะกรรมการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลประจำจังหวัด โดยมีองค์ประกอบ คณะทำงานฯ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานคณะทำงานฯ คณะทำงานประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น หัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม.ในพื้นที่ (One Home) ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทน องค์กรภาคเอกชนด้านเด็กและเยาวชน ผู้แทนองค์กรด้านคนพิการ ผู้แทนองค์กรด้านผู้สูงอายุ ในจังหวัด ประธานสภาเด็กและเยาวชน ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้แทนภาค ประชาสังคม ผู้แทนสถาบันการศึกษา/มหาวิทยาลัยในจังหวัด โดยมีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการคณะทำงานฯ 3. ตำบล : คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล โดยมีรายละเอียดปรากฏ ดังภาพ
35 ที่ปรึกษาคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
36 ที่ปรึกษาคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ประกอบด้วย 1. นายอำเภอ 2. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 3. หัวหน้าหน่วยงานในทีม พม. จังหวัด (One Home) คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล (9 – 19 คน) ประกอบด้วย 1. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ประธานคณะกรรมการ 2. ปลัดอำเภอประจำตำบล กรรมการ 3. ผู้อำนวยการโรงเรียนประจำตำบล กรรมการ 4. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล กรรมการ 5. พัฒนากรประสานงานตำบล กรรมการ 6. นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล กรรมการ 7. ครูการศึกษาตามอัธยาศัยประจำตำบล กรรมการ 8. ประธานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบล กรรมการ 9. ประธานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบล กรรมการ 10. ประธานศูนย์บริการคนพิการตำบล กรรมการ 11. ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบล กรรมการ 12. ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ตำบล กรรมการ 13. ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบล กรรมการ 14. ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล กรรมการ 15. ประธานสภาเด็กและเยาวชนตำบล กรรมการ 16. กำนันตำบล กรรมการ 17. เจ้าอาวาสวัดประจำตำบล กรรมการ 18. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล/ ปลัดเทศบาลตำบล กรรมการและเลขานุการ 19. เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลตำบล กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ หมายเหตุ : จำนวนและองค์ประกอบบุคคลของคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล สามารถพิจารณาตามความเหมาะสม
37 ตัวอย่าง คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา (ที่มา : ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา)
38 อำนาจหน้าที่คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล มีดังนี้ 1. กำหนดกรอบแนวทาง วิธีการ การจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรมการขับเคลื่อน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลตามบริบทของพื้นที่/จังหวัด ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยแสวงหาความร่วมมือและ การมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกชุมชน รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อน การดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลอย่างต่อเนื่อง 2. ดำเนินการสำรวจ รวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเปราะบาง และประชาชน เพื่อประโยชน์ในการวางแผน แก้ไขปัญหา และพัฒนาบริการสวัสดิการสังคมอย่างเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ 3. กำกับ ติดตาม ให้มีการบูรณาการการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล อย่างครอบคลุมในทุกมิติและเป็นองค์รวม 4. ให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งเสริม สนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล 5. ดำเนินการอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ** ทั้งนี้ ควรมีการกำหนดระเบียบ ข้อปฏิบัติที่เกิดจากข้อตกลงร่วมกันจากการประชุมคณะกรรมการ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 2. งบประมาณ และวัสดุ อุปกรณ์ การบริหารจัดการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลด้านงบประมาณ และวัสดุ อุปกรณ์ เพื่อขับเคลื่อน ศูนย์ช่วยเหลือสังคมให้เกิดประสิทธิภาพ มีดังนี้ 1. ด้านงบประมาณ : งบประมาณเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่/ จังหวัดให้เป็นไปอย่างราบรื่น บรรลุเป้าหมาย ซึ่งจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับจัดสรรให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ควรมีการหารือ/ประชุมในเรื่อง งบประมาณ และพิจารณา แผนงาน โครงการ กิจกรรม และงบประมาณ ที่สามารถบูรณาการหรือดำเนินงาน ร่วมกันได้ โดยระบุประเด็นที่มีความสำคัญ เช่น รายละเอียด แผนงาน โครงการ กิจกรรม งบประมาณ โดยเน้น การบูรณาการแผนงาน โครงการ กิจกรรมงบประมาณของทีม พม. จังหวัด (One Home) องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล โดยพิจารณาถึง
39 ความสอดคล้อง สนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และพิจารณาตามวาระเร่งด่วนของพื้นที่ อย่างเหมาะสม จำเป็น รวมถึงมีความยืดหยุ่น คล่องตัวในการดำเนินงาน และการหน่วยงานสามารถสนับสนุนการ เบิกจ่ายงบประมาณอย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงทีรวมถึงการอำนวยความสะดวก และ สนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 2. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ : การเชื่อมโยง แบ่งปัน และบูรณาการทรัพยากรในการบริหาร (บุคลากร อาคาร สถานที่ งบประมาณ ยานพาหนะ วัสดุ อุปกรณ์ ฐานข้อมูล องค์ความรู้) โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบล และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงภาคีเครือข่ายบูรณาการทรัพยากรในการบริหารเพื่อขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือ สังคมตำบล 3. การจัดกิจกรรมและบริการภายในศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กิจกรรมและบริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กิจกรรมและบริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล นอกจากจะเป็นบริการสวัสดิการสังคม ของทุกกรมในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังครอบคลุมกิจกรรมและบริการ ที่หลากหลายของหน่วยงานอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือ พัฒนา และอำนวย ความสะดวกแก่กลุ่มเป้าหมาย และประชาชน โดยเป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) โดยมีตัวอย่างของกิจกรรมและบริการ ดังตาราง
ตัวอ การจัดกิจกรรมและบริการภายในศูนย์ช่ กลุ่มเป้าหมาย กิจกรรม มิติด้านการพัฒนา หน เด็กและเยาวชน 1. กิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์ สำหรับเด็ก เช่น กิจกรรม E - Sport ด้านการศึกษา - โรงเรี - สำนัก นอกระ ตามอัธ - ทีม พ (One H - องค์ก 2. กิจกรรมที่เหมาะสมกับ บริบทของพื้นที่ เช่น การฝึก อาชีพ (รองเท้าฟองน้ำ แกะสลักในศูนย์ช่วยเหลือ สังคมเทศบาลตำบลบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก) ด้านรายได้ - โรงเรี - วิทยา - สำนัก นอกระ ตามอัธ - ทีม พ (One H
40 ย่าง ชวยเหลือสังคมตำบล (ตลอดทุกช่วงวัย) น่วยงานเครือข่าย เป้าหมาย หมายเหตุ รียนในพื้นที่ กงานส่งเสริมการศึกษา ะบบและการศึกษา ธยาศัย (กศน.) พม. จังหวัด Home) กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีพื้นที่สร้างสรรค์ในการ ทำกิจกรรมและการส่งเสริม พัฒนาเด็กและเยาวชน - รียนในพื้นที่ ากรชุมชน กงานส่งเสริมการศึกษา ะบบและการศึกษา ธยาศัย (กศน.) พม. จังหวัด Home) เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับ การฝึกทักษะด้านอาชีพ อย่างเหมาะสมกับช่วงวัย -
กลุ่มเป้าหมาย กิจกรรม มิติด้านการพัฒนา หน 3. การรับเรื่องและประสานส่ง ต่อเพื่อให้การสงเคราะห์เด็ก ในครอบครัว ด้านการเข้าถึงบริการ ภาครัฐ - ทีม พ (One H - องค์ก - อาสา ความมั - ภาคีเ 4. การให้คำปรึกษา แนะนำ แก่เด็กและเยาวชนในด้าน ต่าง ๆ เช่น ทักษะการ ดำรงชีวิต การตั้งครรภ์ ไม่พร้อม เป็นต้น ด้านการเข้าถึงบริการ ภาครัฐ - ทีม พ (One H - องค์ก - อาสา ความมั - ภาคีเ 5. การตรวจและให้คำปรึกษา แนะนำการดูและด้านสุขภาพ แก่เด็กแรกเกิด ด้านสุขภาพ - โรงพ ประจำ - โรงพ จังหวัด - สำนัก จังหวัด - หน่วย ต่าง ๆ - ทีม พ (One H
41 น่วยงานเครือข่าย เป้าหมาย หมายเหตุ พม. จังหวัด Home) กรปกครองส่วนท้องถิ่น าสมัครพัฒนาสังคมและ มั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เครือข่าย เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก ให้ได้รับบริการ และเข้าถึง บริการภาครัฐอย่างเหมาะสม - พม. จังหวัด Home) กรปกครองส่วนท้องถิ่น าสมัครพัฒนาสังคมและ มั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เครือข่าย เพื่อให้เด็กมีทักษะการ ดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม และสามารถแก้ไขปัญหาได้ อย่างเหมาะสม - ยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ำตำบล (รพ.สต.) ยาบาลประจำอำเภอ/ ด กงานสาธารณสุขอำเภอ/ ด ยบริการทางการแพทย์ พม. จังหวัด Home) เพื่อให้เด็กแรกเกิดได้รับ บริการดูแลด้านสุขภาพ และ มีสุขภาพที่ดี
กลุ่มเป้าหมาย กิจกรรม มิติด้านการพัฒนา หน - อาสา ความมั - องค์ก - ภาคีเ 6. การประสานให้บริการ ตามที่กำหนดในกองทุน คุ้มครองเด็ก เช่น การสงเคราะห์เด็ก การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เนื่องจากประสบปัญหาสังคม ต่าง ๆ - ด้านสุขภาพ - ด้านการศึกษา - ด้านรายได้ - ด้านความเป็นอยู่ - ด้านการเข้าถึง บริการภาครัฐ - ทีม พ (One H - องค์ก - อาสา ความมั - ภาคีเ
42 น่วยงานเครือข่าย เป้าหมาย หมายเหตุ าสมัครพัฒนาสังคมและ มั่นคงของมนุษย์ (อพม.) กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่าย พม. จังหวัด Home) กรปกครองส่วนท้องถิ่น าสมัครพัฒนาสังคมและ มั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เครือข่าย เพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครอง สวัสดิภาพ และส่งเสริม ความประพฤติเด็ก รวมถึง ครอบครัวและครอบครัว อุปถัมภ์ของเด็ก การสนับสนุนจากกองทุน คุ้มครองเด็ก เช่น ค่าเลี้ยง ดู ค่าอุปโภคบริโภค ค่าพาหนะ ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการศึกษาและ อุปกรณ์การศึกษาสำหรับ เด็ก (ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับ อาชีวศึกษา เงินทุน ประกอบอาชีพ ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกาย อุปกรณ์แก่เด็กพิการ การสนับสนุนโครงการ ขับเคลื่อนงานด้านเด็ก เป็นต้น
กลุ่มเป้าหมาย กิจกรรม มิติด้านการพัฒนา หน สตรีและ ครอบครัวและ แม่เลี้ยงเดี่ยว 1. การประสานส่งต่อการให้ ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ ความรุนแรงในครอบครัว ด้านการเข้าถึงบริการ ภาครัฐ - กลุ่มส - คณะ สตรี แล บทบาท - ทีม พ (One H
43 น่วยงานเครือข่าย เป้าหมาย หมายเหตุ สตรีในตำบล กรรมการพัฒนาบทบาท ละกองทุนพัฒนา ทสตรี พม. จังหวัด Home) ผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ จะได้รับบริการตาม พระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. 2550 ผ่านมาตรการทางสังคม เกี่ยวกับการส่งเสริมและ พัฒนาครอบครัว การคุ้มครองป้องกัน และ การเยียวยาบำบัดพื้นฟู มาใช้ในการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นกับบุคคล ในครอบครัว โดยแยกออกมา ต่างหากจาก การใช้ มาตรการทางอาญา นำไปสู่ การป้องกันและแก้ไขปัญหา การใช้ความรุนแรง ในครอบครัวได้อย่าง เหมาะสม และเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับหลักการ คุ้มครองสิทธิของบุคคล ในครอบครัว อันจะทำให้การ ใช้ความรุนแรง และ การปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ความรุนแรง ในครอบครัว หมายความ ว่า การกระทำใดๆ ที่บุคคลในครอบครัวได้ กระทำต่อกันโดยเจตนา ให้เกิด หรือน่าจะ ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ สุขภาพ เสรีภาพ หรือ ชื่อเสียงของบุคคล ในครอบครัว หรือบังคับ หรือใช้อำนาจครอบงำผิด คลองธรรมให้บุคคล ในครอบครัวต้องกระทำ การ ไม่กระทำการ หรือ ยอมรับการกระทำ อย่างหนึ่งอย่างใด โดยมิชอบ