การศึกษาคนควาดวยตัวเอง ( Independent Study :Is ) เรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ จัดทำโดย เดก็หญิงญาณิศา เสนาะล้ำ เลขที่22 เด็กหญิงฐิติกร สุขเหลือง เลขที่ 23 เดก็หญิงประถมาภรณกองประถม เลขที่28 เด็กหญิงเพียงฟา หอมจันทร เลขที่ 32 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/1 เสนอ คุณครูณฐณิ ีมณีวรรณ ครูที่ปรึกษา โรงเรียนบานบึง“อุตสาหกรรมนุเคราะห” อำเภอบานบึง จังหวัดลบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 18
การศึกษาคนควาดวยตัวเอง ( Independent Study :Is ) เรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ จัดทำโดย เดก็หญิงญาณิศา เสนาะล้ำ เลขที่22 เด็กหญิงฐิติกร สุขเหลือง เลขที่ 23 เดก็หญิงประถมาภรณกองประถม เลขที่28 เด็กหญิงเพียงฟา หอมจันทร เลขที่ 32 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/1 เสนอ คุณครู ณฐิณี มณีวรรณ ครูที่ปรึกษา โรงเรียนบานบึง“อุตสาหกรรมนุเคราะห” อำเภอบานบึง จังหวัดลบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 18
ก ชื่อเรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ ผูศึกษา เด็กหญิงญาณศิา เสนาะล้ำ เลขที่22 เด็กหญิงฐิติกร สุขเหลือง เลขที่ 23 เด็กหญิงประถมาภรณ กองประถม เลขที่ 28 เด็กหญิงเพียงฟา หอมจันทร เลขที่ 32 ครูที่ปรึกษา คุณครู ณฐิณี มณีวรรณ ระดับการศึกษา นักเรียนระดับ มัธยมศึกษาปที่ 2/1 โรงเรียนบานบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห” รายวิชาการศึกษา การสื่อสารและนำเสนอ ( Independent Study :Is 2 ) ปการศกึษา 2565 บทคัดยอ การศึกษาครั้งนี้มีวตัถุประสงคเพื่อที่จะศึกษา ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่และอยากทราบถึง สาเหตุที่ทำใหเกิดการบูลลี่ในโรงเรยีน กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาครั้งนี้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศกึษาปที่2 ของโรงเรียนบานบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห” ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565 จำนวน 30 คน โดยเลือกแบบสุม เครื่องมือที่ใช คือ แบบสอบถาม
ข สารบัญ หนา บทคัดยอ ก สารบัญ ข สารบัญตาราง ค บทที่ 1 บทนำ 1 ความเปนมาและความสำคัญของปญหา 1 วัตถุประสงคของปญหา 1 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 2 ขอบเขตของการศึกษา 2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ 3 การบูลลี่คอือะไร 3 ประเภทของการบูลลี่ 3 สาเหตุที่ทำใหเกิดการบูลลี่ 3 ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ 4 วิธีรับมือเมื่อถูกโดนบูลลี่ 4 วิธีใหคำปรกึษาผูที่ถูกบูลล 5 ี่ บทที่ 3 วิธีการดำเนินการโครงงาน 6 วิธีดำเนินการศึกษาและการเก็บรวบรวมขอมูล 6
ง สารบัญ (ตอ) หนา เครื่องมือที่ใชในการศึกษา 7 แบบสำรวจผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ 8 การเก็บรวบรวมขอมูล 9 การวิเคราะหขอมูล 9 สถิติที่ใชการศึกษา 9 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล 10 ตาราง แสดงระดับคะแนนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ 10 บทที่ 5 สรุปผล อธิปรายผล และ ขอเสนอแนะ 11 สรุปผลการศึกษา 11 การอธปิรายผล 11 ขอเสนอแนะ 12 บรรณานุกรม 13 ภาคผนวก 14
ค สารบัญตาราง หนาตาราง แสดงระดับคะแนนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ 10
1 บทที่ 1 บทนำ ชื่อโครงงานเรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ ความเปนมาและความสําคัญของปญหา การบูลลี่( buly ) หมายถึง การกลั่นแกลงที่แสดงออกดวยคาํพูดหรือพฤติกรรมที่กาวราวตอผูอื่น ซึ่ง ที่มา คือ การขาดความรัก ขาดความเอาใจใสและไมมีตัวตนในสายตาคนรอบขางทําใหไมมีความสุขในชีวิต นําไปสูการบูลล่ี คณะผูจัดทําไดเลือกที่จะสํารวจผลกระทบที่เกิดจากการบูลลี่ในโรงเรียนบานบึง “อุตสาหกรรมนุ เคราะห” เพราะโรงเรียนบานบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห” เปนโรงเรยีนที่คณะผูจัดทําศึกษาและเปนโรงเรียน ขนาดใหญ เปนสถานที่เพื่อการศึกษาและมีนักเรียนจํานวนมาก ซึ่งอาจเกิดการบูลลี่ขึ้นได ในวัยรุนอายุ 13-18 ป ดังนั้นคณะผูจัดจึงจัดทําโครงงานเรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ ฉบับนี้ จึงมุงศึกษา หา สาเหตุ และผลกระทบที่เกิดในโรงเรียน เพื่อแกไขปญหาที่เกิดขึ้น ตอไป โดยการนําขอมูลที่ไดศึกษานี้มา เผยแพรให เห็นถึงความสําคัญผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่และเพื่อรณรงคใหการบูลลี่ลดลง วัตถุประสงค 1. เพื่อศึกษาหาสาเหตุที่ทําใหเกิดการบูลลี่ 2. เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ สมมติฐาน นักเรียนที่มีอาการซึมเศราหรือกลัวการโดนรังแก อาจเกิดจากการไดรับผลกระทบทางวาจาหรือทาง รางกาย
2 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1.ทำใหทราบถึงผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลล่ี 2.ทำใหทราบถึงสาเหตแุละแนวทางในการปองกันการโดนบูลลี่ ขอบเขตการศึกษา 1.ประชากรที่ใชการศึกษา ประชากรที่ใชในการศึกษาครั้งนี้เปนนักเรยีนชั้นมัธยมปที่2 ของโรงเรยีนบานบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห” ภาคเรียที่ 2 ปการศึกษา2565 2.กลุมตัวอยางที่ใชในการศกึษา กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ เปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/1-ชั้นมัธยมปที่ 2/2 ของ โรงเรียน“อุตสาหกรรมนุเคราะห” จำนวน 30 คน โดยวิธีการสุม 3.ระยะเวลา ระยะเวลาที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ดำเนินการในภาคเรยีนที่1-2 ปการศึกษา2565 ตั้งแตวนัที่1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565 ถึง วันที่ 1 เดือน มกราคม พ.ศ.2566
3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ ประกอบดวย 1.การบูลลี่คืออะไร 2.ประเภทของการบูลลี่ 3.สาเหตุที่ทำใหเกิดการบูลลี่ 4.ผลกระทบที่เกิดจาการโดนบูลลี่ 5.วิธีรับมือเมื่อถูกโดนบูลลี่ 6.วิธีใหคำปรึกษาผูที่ถูกบูลลี่ 1.การบูลลี่ อะไร บูลล่ี(Bully) คือ การกลั่นแกลงที่แสดงออกดวยคำพูด หรือ พฤติกรรมที่กาวราวตอผูอื่น ซึ่งมัก เกิดขึ้นในสังคมที่มีชองวางระหวางผูที่มีพละกำลัง หรืออำนาจมากกวาแสดงออกแกผูที่ออนแอกวา และมี โอกาสเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยพบการบูลลี่ในโรงเรียน และในที่ทำงานมาก นำไปสูปญหาสภาพทางจิตใจ ท่ี รายแรงไดในอนาคต 2.ประเภทของการบูลลี่ การบูลลี่มี 3 ประเภท ดังนี้ การกลั่นแกลงทางวาจา (Verbal Bullying) คือ การสื่อสาร เขียน เพื่อสื่อความหมายกลั่นแกลง เชน ลอเลน, เรียกชื่อ, แสดงความคิดเห็นทางเพศที่ไมเหมาะสม, เหน็บแนม และขูวาจะทำอันตราย
3 การกลั่นแกลงทางสังคม (Social Bullying) คือ วิธีการทำใหเสียหนา หรือแกลงใหสูญเสีย ความสัมพันธกับผูอื่น อยางตั้งใจ เชน ขับเพื่อนออกจากกลุม, กระจายขาวลือใหเสียหาย, กีดกันไมให เปนเพื่อนกัน, ทำใหเกิดความอับอายในที่สาธารณะ การกลั่นแกลงทางกายภาพ (Physical Bullying) คือ การกลั่นแกลงที่เกี่ยวของกับรางกายและ สวัสดิภาพของผูถูกกลั่นแกลง เชน การทุบตี ทำราย ทำใหสะดุด แยงสิ่งของ แสดงออกทำทาทาง หยาบคายใส 3.สาเหตุที่ทำใหเกิดการบลูลี่ เคยถูกแกลงมากอน คนที่ชอบกลั่นแกลงผูอื่น หลายคนเคยถูกรังแกมากอน ไมวาจากเพื่อนหรือจากครอบครัวก็ตาม และพวกเขา รูสึกวาตองระบายความเกรี้ยวโกรธที่ตนเองไดรบัออกไปใหผูอื่น โดยเฉพาะอยางยิ่ง หากพวกเขาเผชิญกับ ประสบการณรายๆ ในวัยเด็ก เมื่อเขาเตบิโตขึ้นเขาจะเปนผูใหญที่ติดนิสัยชอบระบายความโกรธกับผูอื่น แทจริงแลวรูสึกโดดเดี่ยว ความรูสึกโดดเด่ยีวและไมมีความสำคัญ อาจนำไปสูการกลั่นแกลงผูอื่นไดทุกๆ คนตองการความสนใจและ หากไมไดรับความสนใจมากพอ การกลายเปนคนพาล คือ ทางเลอืกที่ไดผล เพราะนอกจากจะไดรับความ สนใจแลวยังชวยใหพวกเขารูสึกมีอำนาจมากขึ้น มีความพึงพอใจในตนเองต่ำ หากใครสักคนรูสึกวาตนเองไมฉลาดพอ หนาตาไมดีพอ หรือไมร่ำรวยมากพอ คนๆ นั้นอาจมองหาวิธกีารให ตนเองรูสึกดีกวาคนอื่น โดยการกดใหผูอื่นต่ำลงกวาตนเอง ถือวาตนเองสำคัญ บางคนที่ชอบกลั่นแกลงผูอื่น มักหยิ่งผยองในตนเอง และรูสึกวาสิ่งที่พวกเขาทำหรือสิ่งที่พวกเขาคิดนั้นดีที่สุด และการถือวาตนเองสำคัญนี้จะแปรเปลี่ยนไปเปนความโกรธเมื่อใครสักคนทาทาย หรือพิสูจนใหเห็นวาเขา ไมไดถูกตองไปเสียทุกอยาง
4 เพราะคุณแตกตาง บางครั้งการกลั่นแกลงก็มาจากเหตุผลงายๆ เพียงเพราะเหยื่อแตกตางจากผูอื่น ไมวาจะเปน เชื้อชาติ เพศ สี ผิวหรือแมแตความพิการ ความแตกตางนี้จะถูกหยิบยกมาลอเลียนจนนำไปสูการปฏิบัติกับเหยื่อแบบที่ไมเทา เทียมกับคนอื่นๆ พฤติกรรมชอบกลั่นแกลงนั้นถูกสั่งสมจากสถานการณทางลบที่เจาตัวเผชิญมาหลายป ไมวาจะเปนครอบครัวที่ ไมใสใจหรือการขาดปฏิสัมพันธทางสังคม หนึ่งในวิธสีำคัญที่จะชวยใหเขาหยุดพฤติกรรมชอบกลั่นแกลงไมใช การลงโทษ แตคือ “การพูดคุย” หากเราปฏิบัติกับคนนั้นเหมือนเปนอันธพาล ก็มีแนวโนมที่เขาคนนั้นจะมี พฤติกรรมอันธพาลมากขึ้น ฉะนั้นจึงเปนเรื่องสำคัญที่ควรใชความออนโยนในการสรางความเขาใจใหแกพวก เขา พูดคุยใหพวกเขามองเห็นวาพฤตกิรรมดังกลาวเปนเรื่องที่ยอมรับไมไดในสังคม ตลอดจนใหโอกาสและให เวลาพวกเขาในการปรับปรุงตัว การปฏิบัติตอคนที่กาวราวดวยความเคารพและเมตตาจะชวยใหพฤติกรรม ของเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได 4.ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ ผลกระทบของการกลั่นแกลง แนนอนอยูแลววาผูที่ถูกกลั่นแกลงนั้นจะมีผลตอสภาพจิตใจจนอาจ นำไปสูภาวะซึมเศรา ประสิทธิภาพการเรียนลดนอยลง สูญเสียความมั่นใจ ชีวิตไมมีความสุข และอาจนำพาไป ถึงการฆาตัวตาย นอกจากนี้การกลั่นแกลง หรือการบูลลี่ไมเพียงแตจะกระทบกับสภาพจิตใจของผูที่ถูกแกลง เทานั้น แตพฤติกรรมดังกลาวยงัสงผลตอผูที่กลั่นแกลงดวย เชน เมื่อเติบโตเปนผูใหญมีแนวโนมที่จะใชสาร เสพติด มีพฤติกรรมการใชความรุนแรง และอาจรายแรงถึงขั้นอาจกอเหตุอาชญากรรมขึ้นไดในอนาคต 5.วิธกีารรับมือเมื่อถูกโดนบูลลี่ ตองบอกใครสักคนเกี่ยวกับปญหานี้ เพราะเราไมสามารถจัดการกับปญหาไดโดยลำพัง เชน พอแม ผูปกครอง คุณครูผูใหญที่เราไววางใจ หรือเพื่อนสนิทหากบอกคนที่เราไวใจใหชวยแกปญหานี้…แต ปญหายังคงมีอยูอยา! เก็บปญหาไวคนเดียว ควรบอกใหคนที่เรา
5 ไวใจทราบวาปญหายังไมคลี่คลาย หรือปรึกษาองคกรตางๆ ที่รับฟงปญหาดานนี้โดยตรง ได ที่http://stopbullying.lovecarestation.com/ บอกให “เขา” หยุดพฤติกรรมกลั่นแกลงรังแก อาจจะเปนการยากที่จะบอกใหเขาหยดุพฤติกรรม แต บางครั้งเขาอาจจะไมรูวาสิ่งที่เขาทำนั้นสงผลกระทบรายแรงเพียงใดกับเรา เพิกเฉยหรือเดนิหนีคนที่ชอบกลั่นแกลงผูอื่นมักจะพูดหรือทำสิ่งตางๆ เพื่อกลั่นแกลง ยั่วยุเพราะพวก เขาตองการใหเรามีปฏิกิริยาตอบโตบางอยาง หากเราไมใสใจกับสิ่งที่พวกเขาพูดหรือทำ พวกเขา อาจจะหยุดพฤติกรรมนั้น ไมตองใสใจกับเสียงหัวเราะ ที่เขาแกลงดาวาเรา เพราะการมีอารมณตอบโต เปนอาวุธที่ดีสำหรับคนที่ชอบขมขูหรือรังแกผูอื่นพวกเขามองวาเปนเรื่องสนุก ถาเราทำเฉยๆ เขาจะ รูสึกผิดหวัง หมดสนุกที่จะกลั่นแกลงอีก มีความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นใจในตัวเองจะทำใหเรามีทาทีแสดงถึงความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งจะทำให มีโอกาสนอยที่เราจะตกเปนเหยื่อความรุนแรง ไปไหนมาไหนกับกลุมเพื่อนๆ อยาแยกเดินคนเดียว อยาตอบโตดวยกำลังเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำใหเกิดปญหาและความรุนแรงมากขึ้น 6.วธิีใหคำใหคำปรึกษาผูที่ถูกบูลลี่ - คอยสังเกตความรุนแรงของการ Bully เชน สังเกตตามรางกายของบุตรหลานหากมีบาดแผล หรือ รองรอยการถูกทำรายรางกาย และความเปลี่ยนแปลงทางอารมณแลวใหแจงไปยังผมูีอำนาจใหชวยแกไข ปญหาและคอยจับตามอง อาจแจงคณุครูประจำชั้นใหช วยสงัเกตเด็กๆ ในหองเรียน สวนในกรณีที่พบเห็น การ Bully ในที่ทำงาน ใหแจงฝายบุคคลหรือหัวหนางาน - คอยสังเกตอารมณของผูที่อาจเปนเหยื่อการ Bully อยางใกลชิด หากผูถูกกระทำมีอาการเครียดมากกวา ปกติควรพาไปพบจิตแพทยเพื่อใหคำปรึกษา ไมปลอยใหผูถูกกระทำเผชิญความเครียดเพียงคนเดียว
5 - คอยใหกำลังใจอยหูางๆ เพื่อใหผูที่ถูก Bully รสูึกไมโดดเดี่ยวและสามารถลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อใชชีวิตใน สังคมตอไป - คอยชวยเหลือเร่อืงการเก็บหลักฐานการถูกกลั่นแกลงตางๆ เพื่อนำไปใชในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
6 บทที่ 3 วิธีการดำเนินโครงงาน วิธีดำเนินการศึกษาและการเก็บรวบรวมขอมูล วิธีดําเนินการศึกษา ผูศึกษาไดดําเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1. กําหนดเรื่องที่จะศกึษาโดยสมาชิกทั้ง 4 คน ประชุมรวมกัน และรวมกันคิดและวางแผน วาจะศกึษา เรื่องผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ 2. สํารวจผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ของประชากรโรงเรียนบานบึง“อุตสาหกรรมนุเคราะห” 3. เลือกเรื่องที่จะศึกษา โดยเลือกเรื่องที่สมาชิกมีความสนใจมากที่สุดเพื่อเปนแรงจูงใจในการคนหา คําตอบ 4. ศึกษาแนวคิดในการแกปญหา วิธกีารสํารวจความคิดเห็นและสรางเครื่องมือ (แบบสอบถาม) ศึกษาเพียงเพื่อใหมีความรูความเขาใจ เรื่องกระบวนการวิจัยเทานั้น 5. ตั้งชื่อเรื่องโครงงาน ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ 6. สมาชิกกลุม พบครูผูสอนเพื่อปรึกษา วางแผนและรับฟงความคิดเห็น ปรับปรุงแกไข 7. เขียนความสําคัญความเปนมาของปญหา วัตถุประสงคสมมุตฐิาน ขอบเขตการวจิัยและ ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ โดยศึกษาขอมูลจากหนังสือและอินเตอรเน็ต 8. สรางเครื่องมือ ที่เปนแบบสอบถาม 9. นําเครื่องมือที่ปรับปรุงแลวไปใชกับกลุมตัวอยาง 10. รวบรวมขอมูล 11. วเิคราะหขอมูล 12. สรุปการศึกษา
7 เครื่องมือที่ใชในการศึกษา เครื่องมือที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม 1 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1. ออกแบบสอบถาม เร่อืง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่โดยเตรียมรางขอคําถาม มี ลักษณะเปนขอคําถามจํานวน 3 ตอน รวม 11 ขอ เปนแบบมาตราสวนประมาณ 5 ระดับ คือ 2.สรางแบบสอบถาม เรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ โดยคำแนะนำจาก คุณครูณฐิณีมณีวรรณ จากนั้นนำมาปรับปรุงแกไขแลวนำไปตรวจสอบความเหมาะสม 3.นำแบบสอบถาม เรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ ที่แกไขปรับปรุงแลวใหกลุมตัวอยาง ประเมิน หลังจากนั้นนำผลที่ไดมาหาคาเฉลี่ย
8 แบบสำรวจผลกระทบที่เกดิจากการโดนบูลลี่ ตอนที่ 1 ขอมูลทั่วไป ( ใสเครื่องหมาย ✓ ใน ☐ ) Email : __________________ หอง: ม.2/1☐ ม.2/2 ☐ ตอนที่ 2 สำรวจผลกระทบที่เกิดจากการโดบูลลี่ สาเหตุ เกณฑการประเมิน มากที่สุด มาก กลาง นอย นอยที่สุด 1) คำพูดกลั่นแกลงทางวาจา เชน ดำ เตี้ย อวน สงผลตอจติใจมาก นอยแคไหน 2) เคยโดนกลั่นแกลงทางรางกาย หรือไมเชน ตีเตะ ดึงผม สงผลตอ จิตใจมากนอยแคไหน 3) มีอาการหวาดกลัว ซมึเศรา หรือไม สงผลตอจิตใจมากนอยแค ไหน 4) เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยตอบโต บางหรือไม ตอบโตแรงมากนอย เทาใด 5) เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยไดบอก ผูปกครองหรือไม บอกมากนอย เทาใด 6) เคยคิดฆาตัวตายหรือทำราย ตัวเองหรือไมคดิบอยมากนอย เทาใด 7) เคยมีรับมือกับการกลั่นแกลง หรือบูลลี่ไดหรือไมมากนอยแคไหน 8) เคยอยากใหการกลั่นแกลง หรือบูลลี่หายไปหรือไม มากนอยแค ไหน
9 ตอนที่ 3 ขอเสนอแนะ .................................................................................................................................................................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. การเก็บรวบรวมขอมูล การศกึษาครั้งนี้ไดดำเนินการโดยนำ แบบสอบถามที่สรางขึ้นใหนักเรียนกลุมตัวอยางตอบ จำนวน 30 คน และเก็บรวบรวมจากขอมูลนักเรียนกลุมตัวอยาง โดยผศูึกษาทั้ง 4 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูลดวย ตนเอง การวิเคราะหขอมูล ในการวเิคราะหขอมูล ผูศกึษาไดวิเคราะหขอมูลดังนี้ 1. นําแบบสอบถามทั้งหมดทตี่อบโดยตัวอยาง มาหาคาคะแนนรวม 2. นําผลรวมมาคิดคารอยละ สถิตทิี่ใชในการศกึษา สถิติที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ คือ การหารอยละ คาเฉลี่ย = × p แทน รอยละ f แทน ความถี่ของคะแนนที่ตองการแปลงใหเนรอยละ n แทน คะแนนทั้งหมด
10 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล การวิเคราะหขอมูลโครงงาน ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ โรงเรียนบานบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห” ไดผลดังนี้ ตาราง แสดงผลระดับคะแนนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ ของนักเรียน รายการประเมิน ระดับคะแนน มากที่สุด มาก กลาง นอย นอยที่สุด 1) คำพูดกลั่นแกลงทางวาจา เชน ดำ เตี้ย อวน สงผลตอจติใจมาก นอยแคไหน 23% 43% 17% 10% 7% 2) เคยโดนกลั่นแกลงทางรางกาย หรือไมเชน ตีเตะ ดึงผม สงผลตอ จิตใจมากนอยแคไหน 17% 33% 13% 20% 23% 3) มีอาการหวาดกลัว ซมึเศรา หรือไม สงผลตอจิตใจมากนอยแค ไหน 17% 33% 13% 17% 20% 4) เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยตอบโต บางหรือไม ตอบโตแรงมากนอย เทาใด 27% 30% 47% 0% 3% 5) เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยไดบอก ผูปกครองหรือไม บอกมากนอย เทาใด 17% 13% 13% 23% 33% 6) เคยคิดฆาตัวตายหรือทำราย ตัวเองหรือไมคดิบอยมากนอย เทาใด 13% 13% 7% 37% 33% 7) เคยมีรับมือกับการกลั่นแกลง หรือบูลลี่ไดหรือไมมากนอยแคไหน 13% 27% 47% 10% 3% 8) เคยอยากใหการกลั่นแกลง หรือบูลลี่หายไปหรือไม มากนอยแค ไหน 70% 13% 10% 3% 3%
10 จากตาราง สาเหตุผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ มากที่สุด 5 ลำดับ ไดแก เคยอยากใหการ กลั่นแกลงหรือบูลลี่หายไปหรือไม มากนอยแคไหน อยูในระดับมากที่สุด รอยละ 70% คำพูดกลั่นแกลงวาจา เชน ดำ เตี้ย อวน สงผตอจิตใจมากนอยแคไหน อยูในระดับ มาก รอยละ 43% เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยตอบโต บางหรือไม ตอบโตแรงมากนอยเทาใดและเคยมีรับมือกับการกลั่นแกลงหรือบูลลี่ไดหรือไม มากนอยแคไหน อยูในระดับ กลาง รอยละ 47% เคยคิดฆาตัวตายหรือทำรายตัวเองหรือไม คิดบอยมากนอยเทาใด อยูใน ระดับ นอย รอยละ 37% เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยไดบอกผูปกครองหรือไม บอกมากนอยเทาใดและเคยคิดฆา ตัวตายหรือทำรายตัวเองหรือไม คิดบอยมากนอยเทาใด อยูในระดับ นอยที่สุด รอยละ 33%
11 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ จากกการศึกษาครั้งนี้เพื่อตองการศึกษา หาสาเหตุ และผลกระทบที่เกิดในโรงเรียนบานบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห” ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565 ซึ่งสามารถสรุปผล อภิปราย และขอเสนอแนะ ได ดังนี้ สรุปผลการศกึษา จากการศกึษา ผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่2/1 โรงเรียน บานบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห” พบวาผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ คือเคยอยากใหการกลั่นแกลง หรือบูลลี่หายไปหรือไม มากนอยแคไหน คิดเปนรอยละ 70% การอธิปรายผล ผลการศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ หาสาเหตุ และผลกระทบที่เกิดในโรงเรียน ทางคณะ ผูจัดทำจึงไดเลือกกลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ เปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/1-ชั้นมัธยมปที่ 2/2 ของโรงเรียน“อุตสาหกรรมนุเคราะห” จำนวน 30 คน โดยวิธีการสุม โดยใชแบบสอบถาม ไดผลดังนี้ ไดแก สาเหตุผลกระทบที่เกิดจากการโดนบูลลี่ มากที่สุด 5 ลำดับ ไดแก เคยอยากใหการกลั่นแกลงหรือบูลลี่หายไป หรือไม มากนอยแคไหน อยูในระดับมากที่สุด รอยละ 70% คำพูดกลั่นแกลงวาจา เชน ดำ เตี้ย อวน สงผตอ จิตใจมากนอยแคไหน อยูในระดับ มาก รอยละ 43% เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยตอบโตบางหรือไม ตอบโตแรง มากนอยเทาใดและเคยมีรับมือกับการกลั่นแกลงหรือบูลลี่ไดหรือไม มากนอยแคไหน อยูในระดับ กลาง รอย ละ 47% เคยคิดฆาตัวตายหรือทำรายตัวเองหรือไม คิดบอยมากนอยเทาใด อยูในระดับ นอย รอยละ 37% เมื่อโดนกลั่นแกลงเคยไดบอกผูปกครองหรือไม บอกมากนอยเทาใดและเคยคิดฆาตัวตายหรือทำรายตัวเอง หรือไม คิดบอยมากนอยเทาใด อยูในระดับ นอยที่สุด รอยละ 33%
12 ขอเสนอแนะ ไมมี
13 บรรณานุกรม เอกสารที่เกี่ยวของ บูลลี่มาจาก:https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2034455 สาเหตุที่ทำใหเกิดการบูลลี่: https://www.doctorraksa.com/thTH/blog/bullying.html
14